Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

เชียงราย พร้อมเปิดใช้ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า อำเภอเชียงของ

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 ที่ ห้องประชุมพญาพิภักดิ์ ชั้น2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม เพื่อรายงานความคืบหน้าโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และการเตรียมความพร้อมในการเปิดใช้ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า อำเภอเชียงของ อีกทั้งเพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรค พร้อมทั้งร่วมวิเคราะห์แนวทางในการเปิดใช้ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า อำเภอเชียงของ ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการขยายตัวด้านการค้าชายแดน รวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนของจังหวัดเชียงราย

 
 
สำหรับโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้า อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ ณ ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ ติดกับด่านพรมแดนเชียงของ บริเวณสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่4 (เชียงของ – ห้วยทราย) มีเนื้อที่กว่า 335 ไร่ จัดตั้งขึ้นเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งระหว่างประเทศ ไปสู่ภายในประเทศ รองรับการเชื่อมต่อโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ รองรับการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทาง R3a (ไทย – ลาว – จีนฝั่งตะวันตก) และเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ อีกทั้งจะเป็นศูนย์ One Stop Service ดำเนินพิธีการที่เกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก รวมไว้ในจุดเดียว
 
 
ปัจจุบันโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าอำเภอเชียงของ มีการก่อสร้างระยะที่1 แล้วเสร็จและเปิดให้บริการ (Soft Opening) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2064 และก่อสร้างระยะที่2 เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2566 และจะมีการดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาร่างสัญญาร่วมทุน ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย ครั้งที่2 / 2567 ได้เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานเตรียมพร้อมการกำหนดแนวทางในการเปิดใช้ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งอำเภอเชียงของ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการขยายตัวด้านการค้าชายแดน รวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนของจังหวัดเชียงรายต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

เปิดการแข่งขันกีฬาเสริมสร้างสุขภาพชมรมผู้สูงอายุตับเต่าร่มไทร อ.เทิง

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2567 เวลา 08.30 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาชมรมผู้สูงอายุตับเต่าร่มไทร ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย ณ สนามฟุตบอล ร.ร.อนุบาลตับเต่า โดยมีนายสมาน ธิโนชัย ประธานชมรมผู้สูงอายุตับเต่าร่มไทร กล่าวรายงาน และมีนายเอกชัย หาญสุวรรณ นายก อบต.ตับเต่า นายสุธชัย เกียรติไพธยศ กำนัน ต.ตับเต่า คณะเจ้าหน้าที่ รพ.สต.ตับเต่า คณะ อสม. ข้าราชการครู บุคลากร ร.ร.อนุบาลตับเต่า และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเปิดการจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬาชมรมผู้สูงอายุตับเต่าร่มไทร ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเสริมสร้างให้ผู้สูงอายุได้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงตามวัย มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี โดยใช้หลักการ 3อ 2ส เป็นสื่อกลาง ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ โดยให้มองเห็นการออกกำลังกาย การบริโภคอาหารที่เป็นประโยชน์ สร้างเสริมสุขภาพจิตให้ร่าเริงแจ่มใส และลดละเลิกสุรา บุหรี่ เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงปราศจากการเจ็บป่วย ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีการรวมกันเป็นกลุ่มเป็นชมรมเพื่อที่จะให้หน่วยงาน องค์กรหรือภาคราชการที่เกี่ยวข้องสามารถให้การสนับสนุนช่วยเหลือหรือเข้าไปดูแลผู้สูงอายุได้ทั่วถึงและง่ายขึ้น และเพื่อให้ผู้สูงอายุตระหนักในคุณค่าของตนเองและแสดงให้บุตรหลานได้ทราบถึงศักยภาพที่มีอยู่ ซึ่งสามารถดูแลตนเองและดำรงชีวิตได้ตามปกติ
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ดีเดย์กิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้” ไกล่เกลี่ยพร้อมกันทุกจังหวัดทั่วประเทศ

 

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 67 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้” ตามนโยบายรัฐบาล โดยมี นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี โดยเปิดให้ประชาชนลูกหนี้นอกระบบลงทะเบียน ตั้งแต่เวลา 09.00 ถึง 16.00 น. โดยที่ผ่านมาจังหวัดเชียงราย มีผู้ลงทะเบียนหนี้นอกระบบแล้วทั้งสิ้น จำนวน 1,466 ราย จำนวนมูลหนี้รวม จำนวน 113,856,000 บาท ซึ่งมีผลการไกล่เกลี่ยสำเร็จแล้ว จำนวน 86 ราย จำนวนมูลหนี้ที่ได้รับการไกล่เกลี่ยรวม จำนวน 8,146,000 บาท เพื่อเป็นการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล จังหวัดเชียงรายจึงได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด อาทิ สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชม สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อเข้าร่วมให้ความช่วยเหลือลูกหนี้และเจ้าหนี้

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลกำหนดให้การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็นวาระแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ได้แจ้งให้ทุกจังหวัด และอำเภอดำเนินการตามแนวทางมาตรการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบด้วยมาตรการช่วยเหลือ มาตรการเฝ้าระวังป้องกัน และมาตรการปราบปราม ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ เพื่ออำนวยการ ประสาน และบูรณาการการปฏิบัติงานของส่วนราชการและภาคองค์กรต่าง ๆ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และการจัดกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้” 
 
 
ในวันนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากฝ่ายอัยการ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ สถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาอำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษา ให้ข้อมูล พร้อมการช่วยดำเนินไกล่เกลี่ยหนี้แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ที่ได้ลงทะเบียนแล้ว ให้เข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
 
 
สำหรับกิจกรรมดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ จึงกำชับให้จังหวัดทำงานร่วมกับตำรวจ ให้คุ้มครองความปลอดภัยของลูกหนี้ ให้จังหวัดและอำเภอใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พาลูกหนี้และเจ้าหนี้มาเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยให้จัดตลาดนัดแก้หนี้อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ในวันเสาร์หรืออาทิตย์ที่ 2 ของเดือน ณ ที่ทำการปกครองจังหวัด ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม และให้เร่งดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้สิน 
 
 
ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดในพื้นที่ และส่วนอำนวยความเป็นธรรม กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โทร. 0-2356-9556 หรือ 0-2356-9660 ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ยังเปิดให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหนี้นอกระบบ ลงทะเบียนทางระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ https://debt.dopa.go.th หรือลงทะเบียนได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนศูนย์ดำรงธรรม โทร. 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

“Nakhon Chiangrai Run” วิ่งในสายหมอก สานต่อเมืองท่องเที่ยวกีฬา

 

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2567 นางรัตนา จงสุทธานามณี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วย นางชญาณ์นันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย พ.ต.อ.โสภณ ม่วงเฟื่อง ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ตัวแทน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเชียงราย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย คณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงราย ร่วมกันปล่อยตัวนักวิ่ง ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร และ 5.5 กิโลเมตรในการวิ่ง Nakhon Chiangrai Run จากบริเวณด้านหน้าสวนตุงและโคมเทศบาลนครเชียงราย (จุดจัดงานเชียงรายดอกไม้งามปีที่20) ไปยังหาดเชียงราย โดยมีนักวิ่งร่วมเดินวิ่งรวม 999 คน

 

การจัดวิ่งในครั้งนี้ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย ร่วมกับเทศบาลนครเชียงราย จัดการแข่งขันเดินวิ่ง Nakhon Chiangrai Run โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ และตอบสนองนโยบายของจังหวัดเชียงราย ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองกีฬานางรัตนา จงสุทธานามณี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) และนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การจัดการแข่งขันวิ่งครั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมในหลายด้านทั้งเรื่องของสุขภาพการกีฬาและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ทางสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย ได้จัดกีฬามาอย่างต่อเนื่อง และหลากหลายชนิด เพื่อให้สมกับเป็นเมืองแห่งกีฬาและการท่องเที่ยว โดยนักวิ่งเดินทางมาจากหลากหลายจังหวัด ในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ซึ่งต้องขอขอบคุณทางเทศบาลนครเชียงราย ที่ให้การสนับสนุนในด้านกีฬามาอย่างต่อเนื่อง และบรรยากาศในวันนี้เหมาะสมกับการออกกำลังกายช่วงเช้าทั้งในส่วนของสายหมอก อากาศที่เย็นสบายถึงแม้จะมีฝนตกลงมาเล็กน้อยในช่วงเช้าแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับนักวิ่งแต่อย่างใด
 
 
ส่วนประเภทการแข่งขันแบ่งออกเป็น รางวัลประเภท Overall (วิ่ง ระยะทาง 10.5 กม.) 
ประเภทชาย
อันดับที่ 1 เงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ 
อันดับที่ 2 เงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ 
อันดับที่ 3 เงินรางวัล 1,500 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ 
 
ประเภทหญิง 
อันดับที่ 1 เงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ 
อันดับที่ 2 เงินรางวัล 2,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ 
อันดับที่ 3 เงินรางวัล 1,500 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ 
 
รางวัลประเภทกลุ่มอายุ สำหรับระยะทาง 10.5 Km 
1. รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย/หญิง ถ้วยรางวัลอันดับ 1-5 และ เงินรางวัลอันดับ 1-3 (1,000/800/500) 
2.รุ่นอายุ 19-29 ปี ชาย/หญิง ถ้วยรางวัลอันดับ 1-5 และเงินรางวัลอันดับ 1-3 (1,000/800/500 ) 
3. รุ่นอายุ 30-39 ปี ชาย/หญิง ถ้วยรางวัลอันดับ 1-5 และ เงินรางวัลอันดับ 1-3 (1,000/800/500) 
4. รุ่นอายุ 40-49 ปี ชาย/หญิง ถ้วยรางวัลอันดับ 1-5 และ เงินรางวัลอันดับ 1-3 (1,000/800/500) 
5. รุ่นอายุ 50-59 ปี ชาย/หญิงถ้วยรางวัลอันดับ 1-5 และ เงินรางวัลอันดับ 1-3 (1,000/800/500) 
6. รุ่นอายุ 60ปี ขึ้นไป ชาย/หญิง ถ้วยรางวัลอันดับ 1-5 และเงินรางวัลอันดับ 1-3 (1,000/800/500) 
 
และระยะทาง 5.5 Km 
1. ชาย เหรียญรางวัล สำหรับทุกคนที่เข้าเส้นชัยตามกำหนดเวลา 
2. หญิง เหรียญรางวัล สำหรับทุกคนที่เข้าเส้นชัยตามกำหนดเวลา 
 
ส่วนผู้ได้รับรางวัลประเภท Overall (วิ่ง ระยะทาง 10.5 กม.) 
ประเภทชาย 
1. Witchaya Saechang 
2. Panukora Chuminjak 
3. มงคล แก้วตา 
 
ส่วนผู้ได้รับรางวัลประเภท Overall (วิ่ง ระยะทาง 10.5 กม.) 
ประเภทหญิง 
1.ธนภรณ์ พัฒโนทัย 
2.เครือวัลย์ รัตนมงคล 
3.ณัฐธิดา เถาหน้อย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ศิลปะบนจานข้าวมูลค่าเป็นล้าน ครั้งแรกของประเทศไทย “จานศิลปะ”

 

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุทัศน์ คล้ายสุวรรณ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ผู้ช่วยศาสตราจารย์นฤมล เรืองรังษี นายกสมาคมศิลปินลุ่มน้ำโขง อาจารย์สุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะเชียงราย และศิลปิน สมาคมศิลปินลุ่มน้ำโขง สมาคมขัวศิลปะเชียงราย ร่วมกันเปิดนิทรรศการ “จานศิลปะ” (Art Plate Exhibition) ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย ซึ่งเป็นนิทรรศการ “จานศิลปะ” (Art Plate Exhibition) ทางสมาคมศิลปินลุ่มน้ำโขง ร่วมกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย จัดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย และ สร้างสรรผลงานสู่เทศกาลไทยแลนด์เบียนนาเล่เชียงราย 2023 (Thailand Biennale, Chiang Rai 2023) อีกด้วย

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นฤมล เรืองรังษี นายกสมาคมศิลปินลุ่มน้ำโขง กล่าวว่า นิทรรศการจานศิลปะ Art Plate Exhibition เป็นภารกิจขององค์กรและสถาบันในท้องถิ่น ในการส่งเสริมเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งเป็นการสนับสนุนภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย เมืองแห่งศิลปะ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการจัดนิทรรศการ “จานศิลปะ” ร่วมสมัยขึ้นโดยมีแนวคิดในการนำจานอันเป็นภาชนะเพื่อการบริโภคอาหารในวิถีวัฒนธรรมของมนุษย์มาอย่างยาวนาน เป็นจานเครื่องปั้นดินเผาท้องถิ่นของจังหวัดลำปาง ดินแดนแห่งเซรามิก อันเลื่องชื่อของล้านนามาบูรณาการกับงานศิลปะ 
 
 
โดยที่ศิลปินได้สร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยบนแผ่นจานที่เป็นภาชนะดินเผาธรรมดา ให้มีสีสันลวดลายอันวิจิตร เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับจานในเชิงสุนทรีย์ และเชิงเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้โดดเด่นน่าสนใจ การดำเนินงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งจากประเทศไทยและประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวม 36 ท่าน ร่วมสร้างสรรค์จานศิลปะ จำนวนกว่า 71 ชิ้น ทั้งนี้เพื่อเปิดโลกทัศน์ในการใช้งานหัตถกรรมของท้องถิ่นมาประกอบเป็นงานศิลปะร่วมสมัย และส่งมอบสุนทรียภาพแห่งงานศิลปะสู่ผู้คนในสังคม”
 
 
นิทรรศการ “จานศิลปะ” เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 12 มกราคม – 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 9.00 -16.00 น. ณ หอปรัชญารัชกาลที่ 9 มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สมาคมศิลปินลุ่มน้ำโขง
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายตั้งศูนย์อำนวยการ แก้ไขปัญหา หนี้นอกระบบระดับจังหวัด “ตลาดนัดแก้หนี้”

 

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบระดับจังหวัด ครั้งที่ 1/2567 โดยมีปลัดจังหวัดเชียงราย อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดเชียงราย นายอำเภอ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรทุกอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมตามข้อสั่งการและวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหา “หนี้นอกระบบ” ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้แถลงนโยบายรัฐบาล “การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ” 


โดยให้ทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง จะต้องร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอระบบ ปลดปล่อยจากการเป็นทาสหนี้นอกระบบ โดยหนี้นอกระบบถือเป็นการค้าทาสในยุคใหม่ ที่ได้พรากอิสรภาพและความฝันไปจากผู้คนยุคสมัยนี้ โดยรัฐบาลจะดำเนินการโดยยึดถือหลักศีลธรรม เพื่อป้องกัน “Moral Hazard” หรือ “ภาวะอันตรายทางศีลธรรม” รวมทั้งแก้ปัญหาการทวงหนี้โหด การปรับโครงสร้างหนี้ และการจัดทำสัญญาให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อลดภาระหนี้สิน และการทำงานต้องมีความต่อเนื่องไม่ให้กลับมาเป็นหนี้อีก 


โดยมีนายอำเภอและผู้กำกับสถานีตำรวจในพื้นที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหนี้ให้ รวมทั้งให้มีการติดตามผลการแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที ซึ่งจังหวัดเชียงรายโดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ มีการรายงานการลงทะเบียนผู้ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือหนี้นอกระบบ ข้อมูล ณ วันที่ 10 มกราคม 67 รวมหนี้ทั้งหมด 110,461,882 บาท ผลการไกล่เกลี่ยสะสมรวมทั้งหมด 8,146,200 บาท


สำหรับจังหวัดเชียงราย ได้พิจารณาตามข้อสั่งการเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ของคณะรัฐมนตรีที่มีข้อสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการ ขับคลื่อน และประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดให้มีระยะเวลาดำเนินการ เป้าหมาย และตัวชี้วัด โดยการจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบระดับจังหวัด รายงานผลการไกล่เกี่ยหนี้นอกระบบอำเภอ ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเชียงราย ธนาคารออมสิน คลังจังหวัดเชียงราย และ ธ.ก.ส. และที่ประชุมยังได้ร่วมกันพิจารณาการจัดกิจกรรมตลาดแก้หนี้ ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้กำหนดจัดกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้” ในวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 67 นี้ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงราย ตั้งแต่เวลา 09.00 ถึง 16.00 น. และเรื่องอื่นๆ ตามลำดับ

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

ผู้ว่าฯ เชียงราย ขานรับนโยบายเข้มงวด เรื่องปัญหายาเสพติด อาวุธ

 

เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุม 302 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมและมอบนโยบายให้ผู้ว่าราชจังหวัด บุคลากรในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในจังหวัดที่อยู่ภายใต้การกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค ผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล (Video Conference) เพื่อรับฟังประเด็นปัญหาสำคัญเร่งด่วน และข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาของจังหวัด / กลุ่มจังหวัด เขตตรวจราชการที่ 5 กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เขตตรวจราชการที่ 13 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง 1 และเขตตรวจราชการที่ 16 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง ทั้งจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และจังหวัดน่าน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ เป็นผู้นำเสนอข้อมูล ประเด็นปัญหา และข้อเสนอแนะในภาพรวม จากห้องประชุมอูหลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมและรับมอบนโยบายฯ

 

โดยนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย รายงานต่อที่ประชุมว่า กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย จังหวัดแพร่ จังหวัดพะเยา และจังหวัดน่าน มีศักยภาพที่โดดเด่นในเรื่องการท่องเที่ยว มีที่ตั้งติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งเชื่อมต่อไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน จังหวัดเชียงรายเป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ และมีสถานีรถไฟสายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ ที่จะสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2571 โดยในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มจังหวัดฯ มีประเด็นปัญหาร่วมกันภายในกลุ่มจังหวัด ที่สำคัญ ดังนี้ 
 
1. ปัญหาการเกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เผชิญสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายนของทุกปี สาเหตุหลักเกิดจากการเผาในที่โล่ง การเผาเพื่อเตรียมพื้นที่การเกษตร และการเผาในพื้นที่ป่า ประกอบกับการเกิดหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน นำมาซึ่งวิกฤติการณ์ด้านคุณภาพอากาศส่งผลกระทบด้านการท่องเที่ยว สุขภาพของประชาชน 
 
2. ปัญหาการจัดระเบียบสังคม ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยกลุ่มผู้เสพเป็นรายเดิมที่กลับมาเสพซ้ำเป็นส่วนใหญ่ มีผู้ค้ารายย่อย ผู้เสพ ที่อาศัยอยู่ในชุมชนลักลอบจำหน่าย หรือเสพยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งมีความประสงค์ค้ายาเสพติดกับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ตำบลที่อาศัยอยู่ รวมถึงพื้นที่ข้างเคียง และปัญหาด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดน เช่น การค้ามนุษย์ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เป็นต้น รวมไปถึงผู้ไม่มีสัญชาติไทยในพื้นที่จังหวัดภายในกลุ่มจังหวัด 
 
3. ปัญหาหนี้นอกระบบ ของจังหวัดภายในกลุ่มจังหวัด ข้อมูล ณ วันที่ 9 มกราคม 2567 มีผู้มาลงทะเบียนสะสมรวมจำนวน 3,415 ราย ยอดหนี้รวมทั้งสิ้น 215,978,440.29 บาท และ 4. ปัญหาการขาดแคลนน้ำ จังหวัดภายในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีการกักเก็บน้ำได้ปริมาณน้อย เมื่อเข้าสู่ฤดูแล้งปริมาณน้ำในแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ สระน้ำ ฝายกักเก็บน้ำ และลำน้ำสายต่างๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตรและการอุปโภค บริโภค
 
 
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงนโยบายของรัฐบาล และภารกิจสำคัญเร่งด่วนของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เข้มงวดกับปัญหาสังคม โดยเฉพาะโครงการ แก้หนี้นอกระบบ การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน รวมถึงปัญหาหมอกควัน ไฟป่า และฝุ่น PM2.5 เรื่องน้ำสะอาด (น้ำประปาดื่มได้) พลังงานสะอาด (เพิ่มพลังงานสีเขียว) และการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน และยังได้กล่าวว่า หน้าที่ของรัฐบาล คือการบำบัดทุกข์บำรุงสุข การรักษาความสงบเรียบร้อย รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน จึงได้มอบหมายให้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการลงพื้นที่ เพื่อสำรวจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ หากเกิดเหตุใดๆ ให้รีบหาทางแก้ไขทันที และเน้นย้ำต้องเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนเท่านั้น รวมไปถึงปัญหายาเสพติด และปัญหาเยาวชนอายุไม่ถึง 20 ปี มั่วสุมตามสถานบันเทิง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละจังหวัด เข้าตรวจคุมเข้ม หากมีสถานบันเทิงแห่งใด ไม่มีใบขออนุญาตให้เปิดบริการตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการอย่างท่วงทันที “ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที”
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ ขับเคลื่อนแผนสกัดกยาเสพติด ในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ

 

เมื่อ 11 มกราคม 2567 ที่วิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พลโทนฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ หรือ นบ.ยส.35 เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ชายแดนภาคเหนือ พ.ศ. 2567 โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ ผอ.ปปส. ภาค 5 ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

 

.
พลโทนฤทธิ์ ถาวรวงษ์ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือกล่าวว่า ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ ให้มีการสกัดกั้นยับยั้งยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ อย่างเป็นรูปธรรมจึงได้กำหนดพื้นที่เร่งด่วนใน 5 อำเภอชายแดนจังหวัดเชียงใหม่ และ 6 อำเภอชายแดนจังหวัดเชียงราย ได้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันโดยมีการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้น และปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) ซึ่งประกอบด้วยกำลังทหาร, ตำรวจ, ป.ป.ส. และ ฝ่ายปกครอง ร่วมดำเนินการ ซึ่งทางรัฐมนตรียุติธรรมได้ให้ความสำคัญ และกำหนดการปฏิบัติ 10 เดือน(1 ธ.ค.66 – 30 ก.ย.67) นโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นปัญหาภัยความมั่นคงที่สำคัญประการหนึ่ง
 
 
ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือกล่าวต่อไปว่า ในห้วงวันที่ 11 – 12 มกราคม 2567 นบ.ยส.35 ได้กำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ วิทยาลัยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระหว่างประเทศ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อสร้างความร่วมมือและพัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ระหว่างองค์กร บูรณาการความรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหายาเสพติดครอบคลุมพื้นที่ชายแดนภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่อ.เวียงแหง,อ.เชียงดาว,อ.ไชยปราการ, อ.ฝาง, อ.แม่อาย และพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้แก่ อ.แม่จัน, อ.แม่ฟ้าหลวง, อ.แม่สาย, อ.เชียงแสน, อ.เชียงของ, อ.เวียงแก่น มีหน่วยเข้าร่วมประชุม ได้แก่ ทหาร, ตำรวจ,ฝ่ายปกครอง, ปปส.ภาค 5, ศุลกากร และอุตสาหกรรมอันจะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการสกัดกั้นยาเสพติดจากชายแดน ไม่ให้มีการลักลอบลำเลียงขนส่งเข้ามายังพื้นที่ตอนใน ซึ่งในห้วงที่ผ่านมามีผลการดำเนินการ การสกัดกั้นและจับกุม จำนวน 14 ครั้ง ได้ ผู้ต้องหาจำนวน 3 คน กลุ่มผู้ลำเลียงเสียชีวิตจำนวน 19 ศพ และยึดของกลาง ยาบ้า จำนวน20 ล้านเม็ดเศษ ไอซ์ จำนวน 323 กก.
 
 
“นบ.ยส.35 มีหน้าที่ วางแผน อำนวยการ ประสานงาน และผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนในพื้นที่รับผิดชอบ เข้าดำเนินการ และปฏิบัติการ ดังนี้ สกัดกั้น ยับยั้ง และจับกุม ไม่ให้มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ เข้ามาในประเทศได้ ปราบปราม ทำลายโครงสร้างเครือข่ายการค้ายาเสพติดและวงจรทางการเงิน ของกลุ่มนักค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน ปราบปรามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ตามแนวชายแดน เสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน/ชุมชนตามแนวชายแดน เพื่อต่อต้านยาเสพติด เฝ้าระวัง ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการแจ้งข่าว ในพื้นที่รับผิดชอบให้มากที่สุดและยั่งยืน ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้ช่วยดำเนินการปราบปราม จับกุมผู้ค้ายาเสพติด และผู้ที่หลบหนีหมายจับเข้าไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ดำเนินการอื่น ๆ ที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ยาเสพติดถูกลักลอบลำเลียงเข้ามาในประเทศได้”พลโทนฤทธิ์ กล่าว
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“สกร.เชียงราย ส่งความสุข” ปี 67 Kick Off คาราวานรถส่งมอบอุปกรณ์พื้นที่ห่างไกล

 

เมื่อ 10 มกราคม 2567 ที่ลานหน้าสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเชียงราย นางจินตนา จิตรสกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเป็นโครงการ “สกร.เชียงราย ส่งความสุข” ปี 67 โดยมีนายสุรพล วงศ์หวัน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเชียงราย นำหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารบริษัท โตโยต้าเชียงราย จำกัด ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ ผู้จัดการ ธกส.จังหวัดเชียงราย และเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วน เข้าร่วม

 

นายสุรพล วงศ์หวัน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเชียงราย กล่าวว่าสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดเชียงราย และบริษัทโตโยต้าเชียงราย จำกัด ได้ร่วมกันจัดโครงการ “สกร.เชียงรายส่งความสุข” ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้จัดกิจกรรม ส่งต่อความรัก แบ่งปันความสุข จากพี่สู่น้องในพื้นที่ชายขอบและถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขต้อนรับปีใหม่ วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2567 และวันครู เพื่อส่งมอบสิ่งของให้เด็ก ผู้ปกครอง ประชาชน ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยติดเตียง รวมทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครูอาสาสมัครที่อยู่พื้นที่ทุรกันดาร โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนตลอดจนศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอทุกแห่งในการให้ความอนุเคราะห์บริจาค อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ผ้าห่ม น้ำดื่ม ขนมและอาหารแห้ง
 
 
นางจินตนา จิตรสกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย กล่าวว่ามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดงาน และเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม ซึ่งของบริจาคในวันนี้ได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท โตโยต้าเชียงราย จำกัด กาชาดจังหวัดเชียงราย ตลอดจนทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงราย ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยของบริจาคเหล่านี้จะนำไปมอบให้กับเด็ก ผู้ปกครอง ประชาชน ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง ที่ศูนย์การเรียนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านใหม่พัฒนา หมู่ที่ 25 และบ้านผาแดงลีซอ หมู่ที่ 27 ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเขียงราย รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อส่งต่อความรัก แบ่งปันความสุข ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขต้อนรับปีใหม่ วันเด็กแห่งชาติ และ วันครู อีกทั้งยังเป็นการร่วมสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงาม ทั้งในเรื่องของ น้ำใจ การให้ และการแบ่งปันให้คงอยู่คู่คนเชียงรายตลอดไป
 
 
จากนั้นนางจินตนา จิตรสกุล รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ร่วมกับผู้บริหารบริษัท โตโยต้าเชียงราย จำกัด และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ร่วมกันเปิดพิธี Kick Off คาราวานรถส่งความสุข เพื่อนำอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ผ้าห่ม น้ำดื่ม ขนมและอาหารแห้ง เพื่อส่งมอบให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชายขอบและถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ห่างไกลต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

 ร่วมสืบสานประเพณีสืบชะตาทะเลสาบเชียงแสน ส่งเสริมภูมิปัญญาและเสน่ห์ท้องถิ่น

 

เมื่อ 9 มกราคม 2567 เวลา 08.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีสืบชะตาทะเลสาบเชียงแสน ประจำปี 2567 ณ ลานอเนกประสงค์ ทะเลสาบเชียงแสน (หนองบงคาย) ตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสน นายรังสรรค์

 

ไชยพุฒ นายกเทศมนตรีตำบลโยนก นายอัยรัตน์ ทองไชย หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการอำเภอเชียงแสนผู้นำท้องที่ ร่วมให้เกียรติในพิธีครั้งนี้ด้วย
 
 
ทะเลสาบเชียงแสน (หนองบงคาย) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแอ่งเชียงแสน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย หรือแรมซาร์ไซท์ ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลกที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ อันดับที่ 1,101 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2544 เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า พื้นที่ชุ่มน้ำช่วยเก็บกักน้ำไว้ในดิน แล้วปล่อยน้ำออกมาให้มีน้ำผิวดิน เช่น ทะเลสาบเชียงแสนแห่งนี้ ทำให้เรามีน้ำใช้ตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งที่อยู่ของพันธุ์สัตว์หลากหลายชนิดในการจัดงานครั้งนี้ได้กำหนดให้มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการแสดงที่บ่งบอกถึงศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวตำบลโยนก ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เช่น การประกวดวาดภาพระบายสี คำขวัญ เรียงความ ของเด็กนักเรียนที่เกี่ยวกับทะเลสาบเชียงแสน โดยได้รับความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และส่วนราชการต่าง ๆในพื้นที่ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย จำนวน 100,000 บาท โดยนายก อบจ.เชียงรายพร้อมสนับสนุนและผลักดันตามนโยบายเสน่ห์เชียงราย สถานที่ ชาติพันธุ์ วัฒนธรรมประเพณี อีกด้วย
 
.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News