Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

เชียงราย รับโล่เชิดชูเกียรติ คุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ปี 66

 
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567 เวลา 09.00 –  13.30 น. ณ ห้องประชุมนิทรรศการ 5 ชั้น 1 อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รองประธานกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ มอบหมายให้ นางลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในงานพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และผู้แทนจากชุมชน องค์กร  อำเภอ และจังหวัด เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ณ ห้องนิทรรศการ 5 ชั้น 1 อาคารหอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

 

       ทั้งนี้ จังหวัดเชียงรายมีผู้เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติชุมชน องค์กร อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 จากนางลาลีวรรณ กาญจนจารี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ดังนี้

  • นายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เข้ารับโล่รางวัล “อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น”
  • นายรัฐกานต์ ปาระมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่จัน เข้ารับโล่รางวัล “องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น”
  • พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เข้ารับโล่รางวัล “ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น” และนางพรศิริ คำมา เข้าร่วมพิธีดังกล่าวด้วย

ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัดสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมรับชมพิธีดังกล่าวผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ระบบ Facebook Live

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

สรงน้ำอนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช พร้อมสระเกล้าดำหัวผู้ว่าฯ เชียงราย

 
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67  ณ วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง อ.เมืองเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ, นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ , นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ และว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีถวายน้ำสงกรานต์พระเถรานุเถระ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ( ปี๋ใหม่เมือง ) ประจำปี 2567 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และทุกภาคส่วน ร่วมพิธีจำนวนมาก
 
 
ต่อจากนั้น ที่ลานอนุเสาวรีย์พญามังรายมหาราช นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานในพิธี พร้อมด้วย นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย และรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำข้าราชการ ประชาชน ชาวจังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีสรงน้ำอนุสาวรีย์พญามังรายมหาราช เนื่องในเทศกาลวันสงกรานต์ปี๋ใหม่เมือง ประจำปี 2567 
 
 
โดยจังหวัดเชียงรายได้จัดขบวนอัญเชิญเครื่องถวายสักการะสรงน้ำพระราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช จากทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย ตลอดจนส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้ร่วมจัดขบวนเครื่องสักการะ สืบสานประเพณีปี๋ใหม่เมือง โดยเคลื่อนขบวนจากสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ 2 เชียงราย ผ่านมาตามถนนสิงหไคล ไปยังหน้าพระราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช ห้าแยกพ่อขุน ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย เพื่อประกอบพิธีสรงน้ำพระราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช
 
 
โดยในพิธี นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานกล่าวคำสูมาคารวะต่อพระราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช ก่อนจะถวายเครื่องสักการะ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัด อำเภอ คหบดี กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนทั่วไปร่วมถวายเครื่องสักการะฯ ตามลำดับอนุสาวรีย์พญามังราย มหาราช สร้างขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติน้อมรำลึกถึงพระเกียรติคุณของปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์พญามังราย ผู้ที่ทรงรวบรวมบ้านเล็กเมืองให้เป็นปึกแผ่น จนเกิดเป็นอาณาจักรล้านนาไทยที่เจริญรุ่งเรืองจนถึงปัจจุบัน
 
 
จากนั้นเวลา 15.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานราชการ นายอำเภอ คหบดี พ่อค้า ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน ร่วมพิธี กล่าวคำสูมาคารวะต่อ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงรายและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ (ปี๋ใหม่เมือง) ประจำปี 2567 อย่างพร้อมเพรียง
ทั้งนี้นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวให้พรเพื่อเป็นเป็นสิริมงคล เนื่องด้วยพิธีการดำหัวเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที เพื่อขอโทษขออภัยที่เคยล่วงเกินผู้ใหญ่ทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ ต่อหน้าหรือลับหลัง รวมถึงเป็นการขอพรจากผู้อาวุโสเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

7 วันอันตราย เชียงรายครองแชมป์ อุบัติเหตุ-เสียชีวิตสูงสุด ช่วงสงกรานต์ ปี 67

 
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67 ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 18 เมษายน 2567 เกิดอุบัติเหตุ 224 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 224 คน ผู้เสียชีวิต 28 ราย
 

ส่วน ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.82 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 82.14 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.41 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.46

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 17.01 – 18.00 น. ร้อยละ 8.04 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี ร้อยละ 17.06 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,762 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 51,371 คน

โดย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย ประจวบคีรีขันธ์ แพร่ (จังหวัดละ 11 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ (12 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี (3 ราย) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (11 – 17 เม.ย. 67) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,044 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,060 คน ผู้เสียชีวิต รวม 287 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ นครนายก บึงกาฬ พังงา แม่ฮ่องสอน สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย

 

ส่วน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (82 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (80 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (17 ราย)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (11 – 17 เม.ย. 67)

  • อุบัติเหตุรวม 2,044 ครั้ง
  • ผู้บาดเจ็บรวม 2,060 คน
  • ผู้เสียชีวิต รวม 287 ราย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 มีจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บลดลงจากปีที่ผ่านมา แต่จำนวนของผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ซึ่งสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด รวมถึงจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด โดยพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดเกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่วิเคราะห์ข้อมูลและถอดบทเรียนการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนในเชิงลึก โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุสูง พร้อมทั้งประเมินผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุตามมาตรการที่กำหนด โดยเฉพาะมาตรการที่เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุทางถนนลดลง เพื่อให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนดำเนินการรวบรวมและเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะได้นำมากำหนดเป็นแนวทางในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศในระยะยาวต่อไป

 

“แม้จะสิ้นสุดการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 แล้ว ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจะได้ประสานจังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ เขต (กทม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับภาคประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัครในพื้นที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านคน ยานพาหนะ ถนน และสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการแนะนำ ตักเตือน ป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงหลัก อาทิ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ตัดหน้ากระชั้นชิด และการไม่สวมหมวกนิรภัย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนในประเด็นการลดปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทย” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว

 

นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในเชิงลึก พร้อมถอดบทเรียนการทำงานของทุกภาคส่วน ซึ่งจะได้นำปัจจัยแห่งความสำเร็จมาเป็นต้นแบบให้แต่ละพื้นที่นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาและบริบททางสังคม เพื่อเสริมสร้างกลไกการลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ให้เป็นระบบและเข้มแข็ง รวมถึงนำปัญหาอุปสรรคที่เป็นจุดอ่อนในการทำงานมาปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่เป้าหมายภาพรวมของประเทศในการลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศให้เหลือ 12 คน ต่อประชากรหนึ่งแสนภายในปี พ.ศ. 2570

 

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เปิดเผยว่า หลังจากนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายยังต้องร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุตลอดทั้งปี ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนต้องขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ด้วยความทุ่มเท เสียสละ อดทน และเข้มแข็ง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ร่วมอนุรักษ์และสืบสานประเพณี กระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงแสน

 

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 เวลา 16.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีสงกรานต์เมืองเชียงแสน ประจำปี 2567 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน โดยมีนายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสนนายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายนายสุวิน เครื่องสีมา สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย เขต 1 อำเภอเชียงแสนนายพลภพ มานะมนตรีกุล นายกเทศมนตรีตำบลเวียง เจ้าเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว คณะเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอเชียงแสนร่วมด้วย

 
ประเพณีสงกรานต์ของชาวเชียงแสน เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติ สืบทอดกันมาเป็นเวลานาน และถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทย ที่ให้ความสำคัญกับการแสดงออกถึง ความกตัญญูกตเวที ต่อบรรพบุรุษ และญาติผู้ใหญ่ ผู้ที่เคารพนับถือ และคงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมของไทย มีงานรื่นเริง มีการละเล่น และการแสดง ที่แสดงถึงความสามัคคี ความสนุกสนาน และความอบอุ่น ให้แก่ผู้มาร่วมงานและนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทย สปป.ลาว จีน และเมียนมา
 
 
 ซึ่งในปีนี้อำเภอเชียงแสนได้จัดกิจกรรมที่สำคัญคือ การสรงน้ำพระศักดิ์สิทธิ์เมืองเชียงแสน การแข่งขันเรือพายชิงจ้าวลำน้ำโขงประเภท 22 ฝีพายการประกวดเทพีสงกรานต์ การประกวดเทพบุตรสงกรานต์ การประกวดขบวนแห่นางสงกรานต์ การจัดกิจกรรมงานกาชาดการละเล่นรำวงย้อนยุคการแสดงศิลปวัฒนธรรม และการจัดขบวนกลองหลวง 12 ราศี เป็นต้น อันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของอำเภอเชียงแสนให้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง และยังเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ให้กับอำเภอเชียงแสนอีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

AIS เผย จ.เชียงใหม่ ใช้มือถือสูงสุด อันดับ 5 ช่วงสงกรานต์ ปี 2567

 

เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2567 โดยจากการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานตั้งแต่วันที่ 12-15 เมษายน 2567 พบข้อมูลที่น่าสนใจอีกหลายประเด็น อาทิ

Top 10 จุดเล่นน้ำใช้อินเทอร์เน็ตฉ่ำที่สุด คือ 1. ถนนข้าวหลาม ชลบุรี 2. ป่าตอง ภูเก็ต 3. ถนนข้าวเหนียว ขอนแก่น 4. ประตูชุมพล นครราชสีมา 5. ถนนข้าวสุก อ่างทอง 6. ไอคอนสยาม กรุงเทพ 7. สยามสแควร์ กรุงเทพ 8. RCA กรุงเทพ 9. ถนนข้าวดอกข่า พังงา 10. ถนนข้าวสาร กรุงเทพ

 

 

ส่วนจังหวัดที่มีการใช้งานมือถือสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, นครราชสีมา, สมุทรปราการ และเชียงใหม่ โดยจังหวัดที่มีการใช้งานเน็ตบ้านสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ชลบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งมีอัตราการเติบโตของการใช้งานสูงขึ้นจากปีก่อน กว่า 15.78% แสดงให้เห็นว่ายังมีลูกค้าที่ใช้เวลาในช่วงวันหยุดยาวทำกิจกรรมร่วมกันภายในบ้านกับครอบครัว

 

ขณะที่จุดท่องเที่ยววันหยุดยาวที่มีการใช้งาน AIS Super Wifi สูงสุด คือ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ด้านถนนสายหลักยอดฮิตในการเดินทางที่ใช้งานสูงสุด ได้แก่ ถนนเพชรเกษม, ถนนพหลโยธิน, ถนนสุขุมวิท และถนนมิตรภาพ ตามลำดับ ส่วนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่ถูกใช้งานสูงสุดผ่านมือถือ ได้แก่คือ Facebook, TikTok และ YouTube ตามลำดับ และบนเน็ตบ้าน ได้แก่ Facebook, TikTok และ YouTube เช่นกัน

 

สำหรับคอนเทนต์ที่ถูกรับชมมากที่สุดบน AIS PLAYBOX คือ หนังและซีรีย์ 24% รายการเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว 10% โดยพบว่ารายการเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวถูกใช้เวลาในการรับชมนานกว่าหนังและซีรีย์ถึง 2 เท่า แสดงถึงพฤติกรรมการใช้งานของกลุ่มครอบครัวที่ใช้เวลาร่วมกันในช่วงวันหยุดยาว

 

ขณะที่อัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย (Inbound Roamer) เติบโตถึง 38% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน และอัตราการเติบโตของการแลกสิทธิเศษในช่วงสงกรานต์ เพิ่มขึ้น 15-30% ต่อวัน โดย Top 3 อันดับ สิทธิพิเศษที่ลูกค้าใช้คะแนน AIS 1 Points แลกมากที่สุด อันดับ 1 คูปองส่วนลดบิ๊กซี มูลค่า 100 บาท อันดับ 2 อุ่นใจซองกันน้ำ และอันดับ 3 แลกรับโค้ดชม WeTV VIP

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : AIS

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

นครชัยแอร์เปิดสาขาสีดา โคราช ไปกรุงเทพฯ-เชียงราย-เชียงใหม่

 
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2567 รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด ผู้ประกอบการเดินรถโดยสารประจำทางเส้นทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เตรียมเปิดให้บริการสาขาสีดาในวันอาทิตย์ที่ 21 เม.ย. 2567 บริเวณอาคารพาณิชย์ ติดกับสินเชื่อศุภมิตร ลิสซิ่ง (พิโก) ถนนมิตรภาพ กิโลเมตรที่ 233 ใกล้กับแยกสีดา ต.สามเมือง อ.สีดา จ.นครราชสีมา ห่างจากจังหวัดนครราชสีมาประมาณ 86 กิโลเมตร เปิดทำการเวลา 07.30-23.00 น.

สามารถเดินทางไปยังกรุงเทพฯ ซึ่งมีรถผ่านให้บริการทั้งรถโดยสารประเภท First Class และชั้น Gold Class รวมวันละ 12 เที่ยว และจังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย วันละ 1 เที่ยว จังหวัดเชียงใหม่ วันละ 2 เที่ยว (ผ่านจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน) ส่วนจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจังหวัดขอนแก่น วันละ 10 เที่ยว และไปจังหวัดอุบลราชธานี วันละ 3 เที่ยว (ผ่านจังหวัดศรีสะเกษ) โดยสามารถจองตั๋วผ่านไลน์ @ncasida แล้วรอขึ้นรถก่อนรถออก 30 นาที

สำหรับนครชัยแอร์ สาขาสีดา นับเป็นสาขาแห่งที่ 2 ในจังหวัดนครราชสีมา ต่อจากสาขานครราชสีมา ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารนครราชสีมาแห่งที่ 2 (บขส.ใหม่) ซึ่งสี่แยกสีดาเป็นจุดตัดของถนนมิตรภาพ กับถนนนิเวศรัตน์ (ถนนบัวใหญ่-สีดา และถนนสีดา-ประทาย) มีเส้นทางเดินรถหมวด 3 ผ่าน ได้แก่ สายอุบลราชธานี-เชียงราย และสายอุบลราชธานี-เชียงใหม่ โดยก่อนหน้านี้นครชัยแอร์ได้เชิญชวนผู้ประกอบการท้องถิ่นใน อ.สีดา เป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วและส่งพัสดุด่วนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ นครชัยแอร์ได้เริ่มให้บริการผู้โดยสารไปยังจังหวัดนครราชสีมามาตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ค่าโดยสาร 271 บาท เพื่อเพิ่มทางเลือกแก่ผู้โดยสาร โดยสามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ 120 วัน ผ่าน Call Center 1624 เฟซบุ๊ก ไลน์ และเคาน์เตอร์นครชัยแอร์ (ยกเว้นเว็บไซต์) เริ่มจากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา วันละ 4 เที่ยว และนครราชสีมา-กรุงเทพฯ วันละ 1 เที่ยว เมื่อกระแสตอบรับดีจึงได้เพิ่มเที่ยวรถ กรุงเทพฯ-นครราชสีมา วันละ 9 เที่ยว และนครราชสีมา-กรุงเทพฯ วันละ 7 เที่ยว

นอกจากนี้ มีรถผ่านไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ เช่น จังหวัดบุรีรัมย์ วันละ 7 เที่ยว จังหวัดนครพนม วันละ 1 เที่ยว จังหวัดขอนแก่น วันละ 9 เที่ยว จังหวัดสกลนคร วันละ 2 เที่ยว อำเภอศรีสงคราม วันละ 1 เที่ยว จังหวัดอุดรธานี วันละ 2 เที่ยว จังหวัดกาฬสินธุ์ วันละ 3 เที่ยว จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี วันละ 4 เที่ยว อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับว่ามีที่นั่งจากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดดังกล่าวว่างหรือไม่ จึงจะสามารถสำรองที่นั่งและใช้บริการได้
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

6 วันสงกรานต์! ‘เชียงราย’ ติดอันดับ อุบัติเหตุ -เสียชีวิตสะสมสูงสุด

 
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2567 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เม.ย.2567 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ “ขับขี่อย่างปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 242 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 237 คน ผู้เสียชีวิต 32 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 37.60 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 23.97 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 21.07 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.90 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 83.47 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 41.32 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 32.23 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 00.01 – 01.00 น. ร้อยละ 11.16 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 30 – 39 ปี ร้อยละ 20.07 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,756 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 51,331 คน
 
 
โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ แพร่ (13 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่  (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่นและสุรินทร์ (จังหวัดละ 3 ราย)
 
 

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วัน ของการรณรงค์ (11 – 16 เม.ย. 67) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,811 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 1,837 คน ผู้เสียชีวิต รวม 243 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 9 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (71 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (68 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (15 ราย)

 

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางจุดหมายแล้ว แต่ยังมีบางส่วนอยู่ระหว่างเดินทางกลับ ศปถ.จึงได้กำชับจังหวัดดูแลความปลอดภัยและบริหารจัดการจราจรในเส้นทางสายหลัก เส้นทางเชื่อมต่อถนนสายหลักที่มุ่งสู่กรุงเทพฯ และถนนทางตรงที่มีระยะทางยาว เน้นคุมเข้มการขับรถเร็ว ป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับใน และการใช้อุปกรณ์นิรภัยตลอดการเดินทาง รวมถึงเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง และจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงหกวันที่ผ่านมา พบว่า ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 84.90 เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของการบาดเจ็บและความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากการใช้ยานพาหนะดังกล่าว ขอให้ประชาชนสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ รวมถึงปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด ขับขี่ด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของตนเองและผู้ร่วมใช้เส้นทาง ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยและเสริมสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ขอให้จังหวัด หน่วยงาน และองค์กรภาคีเครือข่ายร่วมสร้างการรับรู้ผ่านการประชาสัมพันธ์เรื่องพฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การดื่มแล้วขับการตัดหน้ากระชั้นชิด การใช้อุปกรณ์นิรภัย และวิธีการขับขี่ยานพาหนะที่ปลอดภัย รวมถึงการจัดทำใบอนุญาตขับขี่ตามที่กฎหมายกำหนด

 

ด้าน นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 6 วันที่ผ่านมา พบว่า การขับรถเร็วยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานให้จังหวัดและกรุงเทพมหานครดำเนินการตามมาตรการต่างๆ อย่างเข้มข้น ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยกวดขันพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด นอกจากนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยังคงติดค้างในสถานีขนส่ง ท่าอากาศยาน ท่าเทียบเรือ และสถานีรถไฟทุกแห่ง เพื่อให้สามารถเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย

 

ขณะที่ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน พบว่า กลุ่มเด็กและเยาวชนมีอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการขับรถเร็ว การดื่มแล้วขับ การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และรถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย ศปถ.จึงได้ประสานจังหวัดใช้มาตรการทางสังคมในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนในเด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการดูแลและป้องปรามจากครอบครัว รวมถึงเตรียมสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2567 โดยตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 11 – 17 เม.ย.67 ผ่านกลไกสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ เพื่อวิเคราะห์สาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ปัญหาและอุปสรรคของการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนที่จะนำไปสู่การกำหนดมาตรการและกลยุทธ์ในการสร้างความปลอดภัยทางถนนทั้งในช่วงปกติและเทศกาลสำคัญให้สอดคล้องกับสถานการณ์และรูปแบบการเดินทางของประชาชนต่อไป

ซึ่งที่ห้องประชุมอู่หลง ศาลากลางจังหวัดเชียงราย พ.ต.อ. สิทธิชัย ไกรแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เป็นประธานประชุมคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 จังหวัดเชียงราย โดยได้สรุปผลการดำเนินงานฯ และรายงานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ประจำวันที่ 16 เมษายน 2567 เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 10 ครั้ง ในพื้นที่ อำเภอพาน 3 ครั้ง อำเภอพญาเม็งราย 2 ครั้ง อำเภอแม่สรวย อำเภอแม่สาย อำเภอแม่จัน อำเภอเวียงแก่น และอำเภอเวียงเชียงรุ้ง อำเภอละ 1 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย เป็นชาย 7 ราย หญิง 3 ราย และมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ การขับรถเร็วเกินกำหนด ทัศนวิสัยไม่ดี ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิดตามลำดับ

 

รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงแนวทางมาตรการการดำเนินงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อควบคุมและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดตามเขตติดต่ออำเภอเป็นส่วนมาก ขอให้เข้มงวดการใช้รถใช้ถนนในหมู่บ้าน ตรวจตราผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และให้ดำเนินการจัดตั้งด่านชุมชนในพื้นที่ จนสิ้นสุดระยะเวลาที่กำหนด ให้ครอบครัวคอยตักเตือนเมื่อมีการดื่มสังสรรค์ในครอบครัว คนขับต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 11-16 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา จ.เชียงราย เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 71 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 61 ราย เสียชีวิต 15 ราย อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงราย จำนวน 21 ครั้ง และอำเภอที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด ได้แก่ อำเภอแม่สาย จำนวน 3 ราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ราคาหมูหน้าฟาร์มขึ้นอีก 4 บาท สรุปภาคเหนือ 71 บาทต่อกิโลกรัม

 
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ รายงานข้อมูลราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม (สัปดาห์ที่ 15/2567) วันพระที่ 8 เมษายน 2567 อีกกิโลกรัมละ 4 บาท ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นครั้งที่ 3 ในเดือนเมษายน จากก่อนหน้านี้ได้ปรับขึ้นไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งละ 4 บาท ในวันที่ 17 มีนาคม 2567 และวันที่ 8 เมษายน 2567 รวมทั้งสิ้นเป็นการปรับขึ้น 12 บาทต่อกิโลกรัม 

โดย ราคาล่าสุดรายภูมิภาค ประกอบด้วย

  • ภาคตะวันตก 64 บาทต่อกิโลกรัม
  • ภาคตะวันออก 72 บาทต่อกิโลกรัม
  • ภาคอีสาน 70 บาทต่อกิโลกรัม
  • ภาคเหนือ 71 บาทต่อกิโลกรัม
  • ภาคใต้ 66 บาทต่อกิโลกรัม

ลูกสุกรขนาด 16 กิโลกรัม วันจันทร์ที่ 8 เมษายน 2567 1,600 บวกลบ 64

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ราคาที่ปรับขึ้นมา 12 บาทแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ราคาถึงเป้าหมายที่เกษตรกรวางไว้ กิโลกรัมละ 80 บาทได้

ทั้งนี้ การที่ผู้เลี้ยงสุกรทุกภูมิภาคยกระดับราคาต่อเนื่อง 4 บาทต่อกิโลกรัม คู่ขนานไปกลับโครงการตัดวงจรหมู (โครงการหมูหัน) ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกบริษัทที่เข้าเกณฑ์ พร้อมส่งตารางคิวเป็นรายสัปดาห์ รายเดือนอย่างชัดเจน
 

การซื้อขายในแทบทุกจังหวัด มีการส่งคำสั่งซื้อกระจายตัวตรงสู่ฟาร์มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้อง กับ ตัวเลขขอนำสุกรเข้าเชือด (Demand Side) ของกรมปศุสัตว์สูงขึ้นในช่วง 3 เดือนปี 2567 อยู่ที่เฉลี่ย 1.91 ล้านตัวต่อเดือน หรือ 63,600 ตัวต่อวัน สะท้อนความต้องการบริโภคสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากปี 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 1.69 ล้านตัวต่อเดือนเท่านั้น ทำให้คาดการว่าราคาสุกรหน้าฟาร์มมีแนวโน้มปรับตัวสู่ต้นทุนอย่างมีเสถียรภาพ

ขณะที่ Big Data ภาคเอกชน ที่เป็น Supply Side สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และ INET ได้จัดทำคู่มือการเข้าระบบของสมาชิกปัจจุบันเสร็จเรียบร้อยเพื่อให้ตัวเลขประชากร การพยากรณ์ผลผลิต เข้าสู่ Digital Transformation อย่างเป็นขั้น เป็นตอน เพื่อความมั่นคง ยั่งยืนของอุตสาหกรรมสุกร ตามนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ของเกษตรกรไทย

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

กทม.-เชียงราย แชมป์เสียชีวิต 13 ราย พบเยาวชนอายุเพียง 10 ปี ดื่มแล้วขับ

 
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ว่า ตั้งแต่วันที่ 11 – 15 เมษายน เกิดอุบัติเหตุสะสม 1,564 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บสะสม 14,621 ราย ลดลงจากปี 2566 ร้อยละ 1.37 ในจำนวนนี้ ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 1,593 ราย ลดลงร้อยละ 8.29 ส่วนผู้เสียชีวิตสะสม 206 ราย ลดลงจากปีก่อน ร้อยละ 2.74 โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและเชียงราย 13 ราย ร้อยเอ็ด 12 ราย และนครราชสีมา 10 ราย

 

ทั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุยังคงเป็นขับรถเร็ว ร้อยละ 43.19 การดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ ร้อยละ 23.92 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 15.28 โดยพบว่าเกิดเหตุบนถนนสายรองในอบต.หรือในหมู่บ้านถึง ร้อยละ 31.88 ด่านชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยคัดกรองผู้มีอาการมึนเมาสุรา ซึ่งในช่วง 5 วันนี้ สามารถสกัดกั้นคนเมาไม่ให้ออกมาขับขี่บนท้องถนนได้ถึง 9,144 ราย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ขับขี่รถยนต์/รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 66.29 ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย/ไม่สวมหมวกนิรภัย ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น

 

“ที่น่าเป็นห่วงคือ พบเยาวชนอายุน้อยกว่า 20 ปี ที่ดื่มแล้วขับถึง 324 ราย โดยมีอายุน้อยที่สุดเพียง 10 ปี กระทรวงสาธารณสุขจึงมุ่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์เรื่องการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการตรวจตราร้านค้า สถานที่และเวลาห้ามจำหน่าย และการห้ามจำหน่ายให้กับเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี รวมทั้งมีการตั้งด่านตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ และตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุทุกราย โดยหากเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จะมีการสืบเอาผิดไปถึงร้านค้าที่จำหน่ายให้ด้วย“ นายแพทย์ชลน่านกล่าว

 

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อว่า ช่วงวันที่ 16 – 17 เมษายน นี้ ประชาชนเริ่มเดินทางกลับมาทำงานตามปกติ การจราจรจึงมีความหนาแน่นมากขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้อ่อนเพลียระหว่างขับรถได้ง่าย และมีโอกาสเกิดอาการหลับในสูง ดังนั้น ก่อนเดินทางจึงควรตรวจเช็คสภาพรถและเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วง ระหว่างขับรถหากรู้สึกอ่อนล้าหรือง่วง ขอให้จอดพักผ่อนที่จุดบริการประชาชนแล้วค่อยไปต่อ รวมทั้งปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด สวมหมวกนริภัย/คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกล และหากพบผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE FEATURED NEWS

กรุงศรี ร่วมกับ MUFG สนับสนุน ‘โครงการช้างศิลป์เชียงราย’

 

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) สถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและเป็นกลุ่มสถาบันการเงินชั้นนำของโลก นำโดย Mr.Takashi Waku shima Executive Vice President, Head of Corporate Planning Division of Krungsri ร่วมด้วย นพ.กอบชัย จิตรสกุล นายกสมาคม ฝรั่งเศส เชียงราย และประธานกรรมการบริษัท กรีนวิง จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกรุงศรี และ MUFG ร่วมส่งมอบงานปั้นช้างศิลป์เชียงราย จำนวน 8 เชือก เพื่อจัดตั้งใน 6 สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ อาคารทาเคยะกรุงโตเกียว วัดคาคูโอะซัง นิตไทจิเมืองนาโกย่า พิพิธภัณฑ์ศิลปะ เมืองโอตารุ กรุงฮอกไกโด รุสุสึ รีสอร์ท เมืองอะบุตะ กรุงฮอกไกโด กาล่า ยูซาว่าสโนว์ รีสอร์ท เมืองยูซาว่า จังหวัดนิงาตะ และ HOKKAIDO BALLPARK F VILLAGE กรุงฮอกไกโด ทั้งนี้ เพื่อถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์อันงดงามของช้างไทยผ่านเครือข่ายของ MUFG และยังเป็นการสานต่อสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างไทยและญี่ปุ่นอีกด้วย

สำหรับโครงการ “ช้างศิลป์เชียงราย” ริเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2558 โดย นพ.กอบชัย จิตรสกุล นายกสมาคมฝรั่งเศสเชียงราย และประธานกรรมการ บริษัท กรีนวิง จำกัด โครงการดังกล่าวจัดตั้งขึ้นด้วยแนวคิดที่ต้องการนำศิลปะสู่ชุมชนห่างไกลเมืองเพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Art for Community และความที่ช้างเป็นสัตว์ประจำชาติไทยที่มีบทบาทสำคัญอย่างมากในอุตสาหกรรมป่าไม้มาแต่โบราณจึงเป็นที่มาของการถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์อันงดงามของช้างไทยผ่านงานปั้นช้างศิลป์เชียงราย โดยศิลปินชาวเชียงรายจำนวน 90 ท่าน ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานบนตัวช้างไฟเบอร์กลาสขนาดความสูง 90 เซนติเมตร จำนวน 90 เชือก ทั้งนี้เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเชียงรายเป็นเมืองแห่งศิลปะอย่างแท้จริง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมฝรั่งเศสเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News