Summary
  • ททท. เผยวันหยุดยาว พ.ค. 69 คนไทยเน้นเที่ยวใกล้บ้านและไม่พักค้างคืนเพื่อลดค่าใช้จ่าย

  • รายงาน Consumers Untold 2026 ชี้ความเชื่อมั่นล่มสลาย ผู้บริโภคเลือก “ย่อขนาดความสุข” เพื่อความอยู่รอด

  • เกิดภาวะ “ความหนืดของราคา” สินค้าปรับขึ้นง่ายแต่ลงยาก แม้ต้นทุนพลังงานจะเริ่มคงที่

  • กนง. มีมติคงดอกเบี้ยที่ 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจที่เปราะบางจากปัจจัยภายนอก

  • เชียงรายติดอันดับ Top 5 เมืองค่าครองชีพต่ำสำหรับ Expat แม้เผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อในพื้นที่

คนไทยยุคเข็มขัดรัด เที่ยวใกล้บ้าน-รายได้ไม่พอสู้ราคา สัญญาณเตือนเศรษฐกิจปี 2569

เชียงราย, 2 พฤษภาคม 2569 — วันหยุดยาวสี่วันต่อเนื่องระหว่างวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคล กลายเป็นกระจกสะท้อนภาพเศรษฐกิจไทยได้ชัดเจนที่สุดในรอบปี เมื่อคนไทยกว่า 2.83 ล้านคน-ครั้งออกเดินทาง แต่ส่วนใหญ่เลือกจุดหมายใกล้บ้าน พกกระเป๋าเบา และรัดเข็มขัดอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นี่ไม่ใช่เพียงสัญญาณของการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว แต่คือภาพสะท้อนของสังคมที่กำลังปรับสมดุลชีวิตใหม่ท่ามกลางคลื่นค่าครองชีพที่ยังไม่มีทีท่าจะถอยลง

2.83 ล้านคน-ครั้ง และ 1 หมื่นล้านบาทที่บอกเล่าความจริงของตลาด

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ว่า ช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2569 คาดว่าจะมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 2.83 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนทางการท่องเที่ยวประมาณ 10,050 ล้านบาท และมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ร้อยละ 64

ตัวเลขดังกล่าวฟังดูน่าพอใจในแวบแรก แต่หากมองลึกลงไปในรายละเอียด พบว่าการท่องเที่ยวช่วงนี้มีลักษณะ “หดสั้น” ลงอย่างเห็นได้ชัด คนไทยหันหลังให้ทริประยะไกล แล้วเลือกพาครอบครัวพักผ่อนใกล้บ้านก่อนเปิดเทอม โดยเน้นจุดหมายที่ขับรถได้และไม่ต้องใช้เวลาเดินทางนาน

ข้อมูลจากอโกด้า ซึ่ง ททท. นำมาอ้างอิงในรายงาน ชี้ให้เห็นว่าการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่ขับรถได้จากกรุงเทพมหานครพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาเดียวกัน ระยองเพิ่มขึ้นร้อยละ 44 พัทยาร้อยละ 40 และชลบุรีร้อยละ 29 ยิ่งไปกว่านั้น ผลสำรวจยังพบว่าคนไทยร้อยละ 12 ถึง 20 เลือกเที่ยวในจังหวัดตนเองหรือจังหวัดใกล้เคียงแบบไม่พักค้างคืนเลย

ภาคไหนคึกคัก ภาคไหนได้เงิน ภาพที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

นางสาวฐาปนีย์ ระบุว่า ในเชิงพื้นที่ ภูมิภาคที่มีความคึกคักมากที่สุดสามอันดับแรกวัดจากจำนวนนักท่องเที่ยว ได้แก่ ภาคกลางที่ 843,700 คน-ครั้ง ภาคตะวันออกที่ 619,500 คน-ครั้ง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ 558,300 คน-ครั้ง

อย่างไรก็ตาม รายได้จากการท่องเที่ยวไม่ได้เรียงลำดับตรงกับจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะภาคตะวันออกกลับสร้างรายได้สูงสุดถึง 2,710 ล้านบาท รองลงมาคือภาคกลาง 1,930 ล้านบาท และภาคใต้ 1,690 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่านักท่องเที่ยวในภาคตะวันออกมีกำลังจ่ายต่อหัวสูงกว่าภูมิภาคอื่น

สำหรับจังหวัดยอดนิยมในกลุ่มเมืองหลัก ได้แก่ กาญจนบุรี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา ขณะที่เมืองรองยอดนิยม ได้แก่ สุพรรณบุรี อุดรธานี จันทบุรี ราชบุรี และเชียงราย ซึ่งบ่งบอกว่าคนไทยส่วนหนึ่งเริ่มมองหาทางเลือกที่หลีกหนีฝูงชนและค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

ไม่ใช่แค่ขี้เกียจเที่ยว แต่คือเงินในกระเป๋าที่บาง

สาเหตุที่ทำให้การท่องเที่ยวในประเทศชะลอตัวลงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องความต้องการ แต่เป็นเรื่องความสามารถในการจ่าย นางสาวฐาปนีย์ ระบุชัดว่าแรงกดดันจากราคาพลังงานและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้คนไทยระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคเพิ่งผ่านการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา พฤติกรรมการท่องเที่ยวจึงเปลี่ยนไปเน้นความคุ้มค่าและคำนึงถึงงบประมาณเป็นหลัก

ภาพดังกล่าวสอดรับกับสิ่งที่บริษัท ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) ค้นพบจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค ในรายงาน Consumers Untold 2026 ที่เก็บข้อมูลจาก 20 จังหวัดทั่วประเทศรวมถึงประเทศลาว ณัฐวีร์ มาวิจักขณ์ หุ้นส่วนผู้บริหารแผนกการตลาด ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) กล่าวในงานสัมมนา FOCAL 2026 ว่า “ความเชื่อมั่นล่มสลายไปแล้ว” ซึ่งทำให้คนไทยต้องเซ็ตระบบการใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด หลังจากเผชิญทั้งผลกระทบจากแผ่นดินไหวเมียนมา น้ำท่วมภาคเหนือและหาดใหญ่ การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา และล่าสุดคือสงครามในตะวันออกกลาง

“สิ่งที่ผู้บริโภคเจอคือสูญเสียเรื่อง wealth หรือความมั่งคั่งในชีวิต และสูญเสียสิ่งที่ชีวิตตัวเองควบคุมไม่ได้ สูญเสียความเชื่อมั่น” ณัฐวีร์ กล่าว

ย่อขนาดความสุข เมื่อความฝันถูกบีบให้เล็กลง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในผลสำรวจของ ดับบลิวพีพี มีเดีย คือกระบวนการ “Scale Down” ความต้องการของคนไทยในปี 2569 บ้าน รถ การเที่ยวต่างประเทศทุกเดือน และการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งเคยเป็นเป้าหมายชีวิตที่คนส่วนใหญ่ตั้งไว้ กลายเป็นสิ่งไกลตัวในทันที

ความสุขในปี 2569 จึงถูกนิยามใหม่ว่า “กินอิ่มท้องนอนหลับ” หรือแค่ “พาครอบครัวไปทานอาหารนอกบ้านอร่อยสักมื้อ” ก็เพียงพอแล้ว แพน จรุงธนาภิบาล ผู้อำนวยการแผนกการตลาด ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) ชี้ว่า “ตอนนี้ผู้บริโภคมีเงินไม่พอจะสู้กับเศรษฐกิจ”

ผลสำรวจยังพบว่าคนไทยสร้าง “เกราะป้องกัน” ทางการเงินสามระดับ ได้แก่ การหมั่นตรวจเช็กเงินในแอปพลิเคชันธนาคาร การบริหารหนี้โดยหันไปพึ่งคนรู้จักในครอบครัวแทนการกู้นอกระบบ และการซื้อประกัน อย่างไรก็ตาม น่าแปลกใจที่เกราะป้องกันอันดับสาม กลับเป็นสิ่งที่ผู้บริโภค “พร้อมทิ้งสุด” เมื่อเงินไม่พอ เพราะการจ่ายเบี้ยประกันต่อเนื่องกลายเป็นภาระที่แบกไม่ไหว

ราคาสินค้าขึ้นง่าย ลงยาก บทเรียนที่คนไทยกำลังจ่ายซ้ำ

ปัญหาค่าครองชีพของไทยไม่ใช่แค่เรื่องสงครามตะวันออกกลางระลอกล่าสุด แต่เป็นการสะสมของแรงกดดันที่เริ่มมาตั้งแต่วิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ชี้ให้เห็นว่า แม้ราคาสินค้าหลายหมวดจะเริ่มปรับลดลงหลังเหตุการณ์คลี่คลาย แต่การลดลงไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน และบางหมวดมีลักษณะ “ขึ้นแล้วลงยาก” โดยเฉพาะสินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อพื้นฐาน

ภาพรวมจากดัชนีราคาที่ใช้ค่าเฉลี่ยปี 2564 เป็นฐาน พบว่าราคาสินค้าพลังงานและเกษตรเคยเร่งตัวขึ้นแรงในช่วงปี 2565-2567 ก่อนเริ่มชะลอลงในปี 2568 และต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม 2569 อย่างไรก็ตาม ระดับราคาหลายรายการยังคงอยู่สูงกว่าฐานเดิม

สินค้าที่แสดงการปรับลดลงชัดเจน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ค่าไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง ผักและผลไม้ รวมถึงไข่และผลิตภัณฑ์นม แต่ในทางตรงกันข้าม กลุ่มสินค้าอย่างอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารทะเลแปรรูป ผลิตภัณฑ์น้ำตาล และค่าโดยสารสาธารณะ กลับมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 จนถึงต้นปี 2569 โดยไม่ได้ปรับลดลงชัดเจนแม้แต่น้อย

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกในทางเศรษฐศาสตร์ว่า “ความหนืดของราคา” ซึ่งเกิดจากต้นทุนสะสมที่ถูกส่งผ่านไปยังราคาขาย และเมื่อราคาถูกปรับขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการมักไม่ลดลงในทันทีแม้ต้นทุนบางส่วนเริ่มคลี่คลาย

กนง. คงดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อครั้งนี้ไม่ใช่ความร้อนแรงของอุปสงค์

ท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาที่ยังไม่บรรเทา คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.00 ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 โดยประเมินว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการรองรับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายเพียงชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทาน ไม่ใช่แรงกดดันจากอุปสงค์ที่ร้อนแรง

KResearch คาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.00 ตลอดปีนี้ เนื่องจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยมีประสิทธิผลจำกัดในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย หรือปัจจัยภูมิอากาศ สิ่งนี้หมายความว่านโยบายการคลังจะต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน

เชียงรายในโจทย์ค่าครองชีพ ตัวอย่างที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

เชียงราย หนึ่งในเมืองรองยอดนิยมช่วงวันหยุดยาวนี้ มีบทบาทน่าสนใจในระบบเศรษฐกิจระดับจังหวัด รายงานวิเคราะห์เชิงลึกโครงสร้างค่าครองชีพรายจังหวัดของประเทศไทยช่วงปี 2565-2569 ชี้ให้เห็นว่า เชียงรายอยู่ในกลุ่มค่าใช้จ่ายครัวเรือน “ระดับกลาง-ล่าง” เมื่อเทียบกับทั้งประเทศ ซึ่งสูงกว่าจังหวัดอย่างลำปาง ตาก หรือกาฬสินธุ์ แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยรวมของทั้งประเทศที่ 23,695 บาทต่อเดือน (ข้อมูลปี 2566 จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

สิ่งที่ทำให้เชียงรายน่าสนใจเป็นพิเศษคือโครงสร้างรายได้ที่กำลังเปลี่ยนแปลง แม้ภาคการเกษตรในเชิงปริมาณจะหดตัวร้อยละ 1.1 ในปี 2567 แต่รายได้ของเกษตรกรกลับขยายตัวถึงร้อยละ 24.2 ในปี 2566 และร้อยละ 18.3 ในปี 2567 ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรอินทรีย์ กาแฟคุณภาพสูง และพืชเศรษฐกิจทางเลือก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อถูกควบคุมอยู่ในระดับต่ำเพียงร้อยละ 1.1 ถึง 1.3

ในมุมมองของชาวต่างชาติ เชียงรายถูกจัดให้อยู่ใน Top 5 เมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดในประเทศไทยสำหรับกลุ่ม Expat และผู้ทำงานทางไกล ด้วยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 700 ถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ต่ำกว่าเชียงใหม่ที่ 870 ถึง 1,100 ดอลลาร์ และกรุงเทพมหานครที่สูงถึง 1,800 ดอลลาร์

มองไปข้างหน้า พายุเศรษฐกิจยังไม่จบ

แนวโน้มที่น่าเป็นห่วงที่สุดสำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 คือการที่อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยผลักดันหลักได้แก่ การปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันขายปลีกหลังมาตรการตรึงราคาสิ้นสุดลง ผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัดที่กดดันผลผลิตเกษตรโดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ การปรับตัวสูงขึ้นของราคาเนื้อสุกรและเนื้อไก่จากต้นทุนอาหารสัตว์ และค่าโดยสารทางอากาศที่พุ่งสูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น KResearch ยังเตือนถึงความเสี่ยงจากการเข้าสู่ภาวะ El Niño ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจะซ้ำเติมต้นทุนภาคเกษตรให้หนักยิ่งขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและความเสี่ยงต่อการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงกดดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หากมาตรการตรึงราคาในประเทศสิ้นสุดลง ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดจะปรับตัวสูงขึ้นรุนแรง โดยจังหวัดที่ตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางการผลิตอย่างเชียงรายและยะลา จะแบกรับภาระนี้หนักที่สุด

สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ยังมีกำลังซื้อ ผลสำรวจของ ททท. พบว่าคนไทยกลุ่มที่มีกำลังซื้อให้ความสนใจค้นหาข้อมูลการเดินทางไปโฮจิมินห์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 134 และดานังเพิ่มขึ้นร้อยละ 58 ในช่วงเวลาเดียวกับวันหยุดยาวนี้ ซึ่งหมายความว่าเงินของกลุ่มที่ยังจ่ายได้กำลังรั่วไหลออกนอกประเทศมากขึ้น

บทสรุป ไทยกำลังเรียนรู้ที่จะอยู่กับยุคแห่งความไม่แน่นอน

ภาพของวันหยุดยาวต้นพฤษภาคม 2569 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการท่องเที่ยว แต่เป็นหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดให้เห็นสภาพสังคมและเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ คนไทยยังออกเดินทาง แต่ออกด้วยกระเป๋าที่เบากว่า แผนที่สั้นกว่า และความคาดหวังที่ถูกปรับลดลงอย่างสมเหตุสมผล ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจมหภาคยังอยู่ระหว่างการรับมือกับแรงกดดันหลายทาง ทั้งราคาพลังงาน ต้นทุนอาหาร และความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์

การที่ผู้บริโภคชาวไทยพร้อมจ่ายกับ “ราคาถูกกว่าปกติเพียงเล็กน้อย” เพื่อสัมผัสความรู้สึก “ชนะ” ในชีวิตประจำวัน บอกเราว่านี่คือสังคมที่กำลังปรับสมดุลใหม่ทั้งทางจิตใจและการเงิน และหน้าที่ของนโยบายรัฐบาลในช่วงที่เหลือของปี 2569 คือการสร้างสภาพแวดล้อมให้การ “ชนะเล็กๆ” เหล่านี้สะสมเป็นความเข้มแข็งของครัวเรือนในระยะยาวได้จริง

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • เขียนโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร
  • เรียบเรียงโดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงการณ์ผู้ว่าการ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เรื่องการคาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว 1-4 พฤษภาคม 2569
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน พ.ศ. 2565 และ พ.ศ. 2566 ข้อมูลค่าใช้จ่ายเฉลี่ยครัวเรือนรายจังหวัดและรายภูมิภาค
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) รายงานวิเคราะห์แนวโน้มราคาสินค้าและเงินเฟ้อไทยหลังวิกฤตพลังงาน ปี 2569
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย มติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) การประชุมวันที่ 29 เมษายน 2569 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 00
  • กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมีนาคม 2569 และแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไตรมาสที่ 2 ปี 2569
  • ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) รายงาน Consumers Untold 2026 นำเสนอในงานสัมมนา FOCAL 2026 ภายใต้แนวคิด FLIP 2026 ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยปี 2569 จากการสำรวจ 20 จังหวัดทั่วประเทศและประเทศลาว
  • อโกด้า (Agoda) ข้อมูลการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาววันแรงงานและวันฉัตรมงคล พฤษภาคม 2569 อ้างอิงโดย ททท.
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME