Categories
CULTURE

วัฒนธรรมเชียงราย ร่วมประชุมขับเคลื่อนรสชาติ…ที่หายไป The Lost Teste

 
เมื่อวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2567 การประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Teste” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ณ โรงแรมเดอะพาลาสโซ กรุงเทพมหานคร

 

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย (Thailand Best Local Food) “รสชาติ…ที่หายไป The Lost Teste” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” โดยมี นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธาน นางสาวปราณิสา เตียวพิพิธพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือข่ายและชุมชน กล่าวรายงาน พร้อมด้วย วัฒนธรรมจังหวัด ข้าราชการผู้รับผิดชอบโครงการ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)และสื่อมวลชน ร่วมประชุม

 

โดยมีกิจกรรมดังนี้

  1. การเสวนาหัวข้อ “การสรุปผลการดำเนินงานกับการพัฒนายกระดับอาหารถิ่นอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สากล”
  2. การเสวนาหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาอาหารถิ่น เพื่อการท่องเที่ยว และยกระดับเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน”
  3. กิจกรรมกลุ่มหัวข้อเรื่อง “การสร้างพลังการสื่อสารเชิดชูอาหารไทยพื้นถิ่น”

มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย “รสชาติ…  ที่หายไป The Lost Teste” คุณค่าของเมนูอาหารถิ่นที่เสี่ยงต่อการสูญหาย ไม่ได้มีการบริโภคอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน (The Lost Teste Locol Food) ควรได้รับการรักษาและสืบทอด เพราะเป็นอาหารที่แสดงถึงภูมิปัญญา ภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นอาหารที่มีคุณค่า ต่อชุมชน ท้องถิ่น เป็นแบบอย่างที่ควรเชิดชู เพื่อให้เกิดการรักษาและฟื้นฟูให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัด ซึ่งกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 17 พฤษภาคม 2567

 

ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายอภิชาต กันธิยะเขียว นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงรายเตรียมใช้ศาลากลางหลังแรก จัดงานวิสาขบูชา 22 พ.ค. นี้

 

เมื่อวันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2567 ที่ห้องประชุมชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ วัดพระสิงห์ พระอารามหลวง ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย พระพุทธิญาณมุณี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดพระธาตุผาเงา เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการการจัดโครงการธรรมยาตราวิสาขบูชาถวายเป็นพุทธบูชา และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา จังหวัดเชียงราย โดยมีรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าอาวาสวัดในเขตเทศบาลนครเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ภาคีเครือข่าย ภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมประชุมเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการจัดงาน ทั้งด้านวัสดุอุปกรณ์ บุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การเตรียมความพร้อมในด้านการให้บริการอาหาร น้ำดื่ม และน้ำปานะ รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และด้านการพยาบาล แก่ผู้เข้าร่วมพิธี

 

ด้วย คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย ร่วมกับจังหวัดเชียงราย และหน่วยงาน องค์กรต่างๆ ตลอดจนภาคีเครือข่ายทางพระพุทธศาสนา กำหนดจัดกิจกรรม “โครงการธรรมยาตราวิสาขบูชา ถวายเป็นพุทธบูชาและเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา จังหวัดเชียงราย” ขึ้นในวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 13.00น. เป็นต้นไป ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ศาลากลางหลังแรก) เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดเชียงราย ได้น้อมรำลึกถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา และศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา น้อมถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา(วันวิสาขบูชา) ประจำปี พ.ศ. 2567 และเพื่อให้พสกนิกรชาวจังหวัดเชียงราย ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้น้อมถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศลแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ6 รอบ 72 พรรษา รวมถึงเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้ศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตและประวัติศาสตร์เมืองเชียงราย ผ่านสถานที่ทางประวัติศาสตร์ต่าง ๆ เป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความภาคภูมิใจและ รักบ้านเกิดของตนเองเพิ่มมากขึ้น

 

โดยจังหวัดเชียงราย กำหนดประกอบพิธีธรรมยาตราวิสาขบูชาขึ้นในวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2567 เวลา 13:00 น. ณ พระอุโบสถวัดพระสิงห์ พระอารามหลวง พิธีเปิดโครงการและเดินธรรมยาตรา เวลา 14:00 น. ณ พระบรมราชานุเสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ศาลากลางหลังแรก) โดยคณะสงฆ์ และส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ร่วมเดินธรรมยาตราไปยังสถานที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ วัดศรีบุญเรือง อนุสาวรีย์พญามังราย วัดกลางเวียง วัดเจ็ดยอด วัดมิ่งเมือง วัดพระแก้ว วัดดอยงำเมือง และสิ้นสุดที่วัดดอยจอมทองในเวลา 16:00 น. โดยผู้เข้าร่วมพิธี คณะสงฆ์ ส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมประกอบพิธีเวียนเทียนเนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมการเผยแพร่พระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา ประจำปี 2567

 

ทั้งนี้จังหวัดเชียงราย ขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมโครงการธรรมยาตรา วิสาขบูชา ถวายเป็นพุทธบูชา และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา โดยพร้อมเพรียง การแต่งกายชุดสุภาพ เสื้อสีเหลือง ได้ในวันและเวลาดังกล่าว

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อบจ.เชียงราย ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี โฮงฮอมผญ๋าล้านนา ประจำปี 2567

 
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00 น. นางทรงศรี คมขำ รองนายก อบจ.เชียงราย เป็นตัวแทน อบจ.เชียงราย ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี โฮงฮอมผญ๋าล้านนา ประจำปี 2567 โดยมี รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงราย เจ้าอาวาสวัดฝั่งหมิ่น พระครูขันติพลาธร เป็นประธานสงฆ์ในพิธีถวายองค์ผ้าป่า และ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ณ โฮงฮอมผญ๋า โฮงยาหมอเมืองล้านนา ต.นางแล จ.เชียงราย
 
ในการนี้ คณะผู้บริหาร และบุคลากร อบจ.เชียงราย ได้ร่วมอนุโมทนาบุญ ถวายปัจจัยในการจัดงานทอดผ้าป่าดังกล่าว เพื่อสมทบทุนซ่อมแซมอาคาร ศาลาศูนย์การเรียนรู้หมอพื้นบ้าน และพระคิลานุปัฏฐาก จ.เชียงราย ทั้งยังช่วยเหลือกองทุนเพื่อกิจกรรมพิเศษด้านการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ สามเณร และชุมชน อีกทั้งเป็นการรำลึกถึงผู้ก่อตั้งโฮงฮอมผญ๋า อีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :  อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE VIDEO

ขอแสดงความยินดีกับ ‘ทีมกาสะลองเงิน’ ของ “โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย” คว้าแชมป์ การประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ ปี 2567

 

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567  ที่เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ทีมกาสะลองเงิน ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พุทธศักราช 2567 เพื่อเชิดชูเกียรติการแสดงดนตรีและการแสดงพื้นบ้านของภาคเหนือ

 

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานและมอบรางวัลให้ทีมผู้ชนะในครั้งนี้ ทั้งนี้ การประกวดดนตรีและการแสดงพื้นบ้าน “รวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ” ที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดประกวดขึ้นเพื่อถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมการแสดงและมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์ในแต่ละภูมิภาคไปสู่สายตาประชาชน

ในปีนี้มีคณะที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ จำนวน 5 คณะ ประกอบด้วย

  1. คณะกาสะลองเงิน จากจังหวัดเชียงราย
  2. คณะร่มบัวสวรรค์ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี) จากจังหวัดปทุมธานี
  3. คณะลูกน้ำของ (โรงเรียนอนุบาลเชียงของ) จากจังหวัดเชียงราย
  4. คณะยุ้งข้าวสตูดิโอ จากจังหวัดเชียงใหม่
  5. คณะต้นกล้าดาราภิรมย์ จากจังหวัดเชียงใหม่.

สำหรับการประกวดรวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือนั้น ผู้เข้าประกวดจะต้องสร้างสรรค์ชุดการแสดงและการบรรเลง โดยนำเอาการแสดงพื้นบ้านภาคเหนือมาเรียงร้อยให้มีความเชื่อมโยงที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ วิถีชีวิต ความเชื่อ พิธีกรรม วรรณคดีและวรรณกรรม ที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือ โดยด้านดนตรี ให้เลือกเครื่องดนตรีที่เหมาะสมกับการแสดง เช่น วงสะล้อ ซอ ซึง กลองสะบัดชัย หรือเครื่องดนตรีอื่นๆ ที่เป็นดนตรีพื้นบ้านภาคเหนือ การแสดงพื้นบ้านร้อยเรียง เชื่อมโยงโดยอาศัยนาฏศิลป์พื้นบ้าน เช่น ฟ้อนดาบ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนสาวไหม หรือฟ้อนพื้นเมืองตามอัตลักษณ์ การแสดงท้องถิ่นของวัฒนธรรมในภาคเหนือ เป็นต้น

พร้อมทั้งการนำเสนอกิจกรรมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อบูรณาการให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของการแสดงพื้นบ้านภาคเหนือได้อย่างเหมาะสมและลงตัว และการบรรเลงดนตรีประกอบการขับร้องทำนองมีเนื้อหาการแสดงเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่มีอยู่ในภาคเหนือ

 

ทั้งนี้ เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากด้าน 1. ดนตรี 2. การแสดง 3. การขับร้อง และ 4. กระบวนการบูรณาการ ซึ่งมีคณะกรรมการตัดสินเป็นผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ครอบคลุมทั้งด้านศิลปะการแสดง ด้านการแสดงพื้นบ้านภาคเหนือและด้านดนตรีพื้นบ้านล้านนา ด้านการบรรเลงและการประพันธ์เพลงสร้างสรรค์ดนตรีพื้นบ้านล้านนา ซึ่งการประกวด “รวมศิลป์พื้นบ้านภาคเหนือ” ในครั้งนี้มีผลการประกวดดังนี้

1. รางวัลชนะเลิศ ได้รับถ้วยพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 100,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ คณะกาสะลองเงิน จังหวัดเชียงราย

2. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 80,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ คณะต้นกล้าดาราภิรมย์ จังหวัดเชียงใหม่

3. รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้รับถ้วยรางวัลจากปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และเงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 50,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ คณะร่มบัวสวรรค์ (มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี) จังหวัดปทุมธานี

4. รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล เงินรางวัลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม จำนวน 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ คณะลูกน้ำของ (โรงเรียนอนุบาลเชียงของ) จังหวัดเชียงราย และคณะยุ้งข้าวสตูดิโอ จังหวัดเชียงใหม่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE SOCIETY & POLITICS

จัดอบรมคุณธรรมจริยธรรมเด็กและเยาวชนมุสลิม

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2567 ณ มัสยิดอันนูร แม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดอบรมคุณธรรมจริยธรรมเด็กและเยาวชนมุสลิม ภาคฤดูร้อน ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมี นายสมจิตร มุณีกร ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดอันนูร แม่สาย เป็นผู้กล่าวรายงาน และอิหม่ามอรุณ จินดาอภิรักษ์กุล กล่าวดุอา (การอวยพร) นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มาพบปะและกล่าวถึงความสำคัญ และติดตามประเมินผลโครงการ เพื่อนำผลไปพัฒนา ส่งเสริม และขยายผลต่อไป

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมกับ คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดอันนูร แม่สาย โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดโครงการจัดอบรมคุณธรรมและจริยธรรมเด็กและเยาวชนมุสลิม ภาคฤดูร้อน ประจำปี พ.ศ. 2567 ในระหว่างวันที่ 1 – 5 พฤษภาคม 2567 ณ อาคารเอนกประสงค์มัสยิดอันนูร แม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก เยาวชน และประชาชนในอำเภอแม่สาย จำนวน 200 คน

 

ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นายวิชชากรณ์ กาศโอสถ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ นายอภิชาต กันธิยะเขียว นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ นางสาวสุทธิดา ตราชื่นต้อง นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ และนายพร้อมพงษ์ ทาสิทธิ์ ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่เพื่อติดตามประเมินผลโครงการฯ โดยมีกิจกรรมสำคัญดังนี้

 

  1. การอบรมให้ความรู้ด้านศาสนา จริยธรรม และวัฒนธรรม รวมทั้งการดำเนินชีวิตตามแบบเศรษฐกิจพอเพียง
  2. การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายและกฎจราจร
  3. การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับโทษภัยของยาเสพติด
  4. การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รัชกาลที่ 9
  5. การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการรู้จักป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโรโรนา 2019
  6. กิจกรรมนันทนาการและการปฏิบัติศาสนกิจทางศาสนาอิสลาม
  7. การบำเพ็ญประโยชน์จิตอาสา และทำความสะอาดสถานที่ต่าง ๆ
  8. การทัศนศึกษาของเด็กและเยาวชน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย, สุพจน์ ทนทาน : รายงาน

พร้อมพงษ์ ทาสิทธิ์ : ภาพ
อภิชาต กันธิยะเขียว : บรรณาธิการข่าว
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

พิจารณาสุดยอดผ้าเชียงราย ปี 67 ผ้าพื้นถิ่น ผ้าทอมือ ผ้าที่ทำจากมือ

 
เมื่อวันที่ศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2567 ณ ห้องประชุมพวงแสด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงรายจังหวัดเชียงราย โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย จัดการประชุมคณะกรรมการประกวดสุดยอดผ้าเชียงราย ประจำปี 2567 พิจารณาคัดเลือกสุดยอดผ้าจังหวัดเชียงราย เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

 

ในการนี้ นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมด้วย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางจิราภรณ์ โมสิกรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะกรรมการฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากจังหวัดเชียงราย และ คุณจินตนา จิตรสกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้าเชียงราย จำกัด เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP หรือ ช่างทอจังหวัดเชียงรายได้ให้ความร่วมมือจัดส่งผ้าเข้าร่วมการประกวดฯ เป็นจำนวนมาก โดยคณะกรรมการฯ พิจารณาจากผ้าพื้นถิ่น ผ้าทอมือ ผ้าที่ทำจากมือ (Hand Made) และควรเป็นสีธรรมชาติ เส้นใยที่ใช้ทอ หรือผลิต ต้องเป็นเส้นใยฝ้ายหรือเส้นใยไหมที่เป็นเส้นใยแท้ ไม่ใช้เส้นใยประดิษฐ์หรือเส้นใยผสม

 

ในโอกาสนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นางสาวณพิชญา นันตาดี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อบจ.เชียงราย หนุนงบส่งเสริมและสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย

 
เมื่อวันที่อังคารที่ 30 เมษายน 2567 นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและสืบสานประเพณีบุญบั้งไฟ โดยมี นายสมเกียรติ พรมชัย นายกเทศมนตรีตำบลดอนศิลา กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน พร้อมด้วย นายเขื่อนเพ็ชร วงค์เป็ง รองนายกเทศมนตรีตำบลดอนศิลา นายมานพ ปฐมวงค์ ประธานสภาเทศบาลตำบลดอนศิลา ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และบุคลากรเทศบาลตำบลดอนศิลา ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด ณ ข่วงพญาแถน บ้านสมานมิตร ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย โดย อบจ.เชียงราย ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดโครงการ จำนวน 120,000 บาท
 
 
ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีหนึ่งของภาคอีสาน โดยมีตำนานมาจากนิทานพื้นบ้านของภาคอีสานเรื่องพระยาคันคาก เรื่องผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทานพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึง การที่ชาวบ้านได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชาพญาแถน เนื่องด้วยบรรพบุรุษ หมู่บ้านสมานมิตร ต.ดอนศิลา อพยพมาจาก อีสาน ประกอบกับประเพณีบุญบั้งไฟเป็น หนึ่งในฮีตสิบสองของชาวอีสานที่นิยมทำกันในเดือน 6 หรือเดือน 7 อันเป็นช่วงฤดูฝน เข้าสู่การทำนา ตกกล้า หว่าน ไถ เพื่อเป็นการบูชาพญาแถน ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล เทศบาลตำบลดอนศิลา จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่ออนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามเอาไว้ให้ลูกหลาน เสริมสร้างความร่วมมือและปลูกจิตสำนึกรักประเพณีท้องถิ่นของชาวอีสาน และเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ความรักสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชนและสังคม ต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในภารกิจพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน

 
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 67 ที่ภายในวัดเจ็ดยอด (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในภารกิจพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน เพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจ และเป็นสิริมงคลในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
 
 
โดยมี พระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงราย พระภิกษุสงฆ จำนวน 10 รูป นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายฯ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ตลอดจนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมในพิธี ซึ่งได้กำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในภารกิจพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน เนื่องจากเป็นวันที่กระทรวงวัฒนธรรมได้เริ่มปฏิบัติภารกิจพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานเต็มรูปแบบทั่วประเทศ โดยประกอบพิธีพร้อมกันทั่วประเทศ
 
 
ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชบายเกี่ยวกับพิธีการศพแก่ข้าราชการ บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์และประชาชนผู้มีสิทธิ์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักพระราชวังที่กำหนด โดยให้รัฐบาลดำเนินการโดยกระทรวงวัฒนธรรมสนองงานตามพระบรมราโชบายเกี่ยวกับพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ตามหลักเกณฑ์สำนักพระราชวัง
 
 
โดยขยายการดำเนินงานสู่พสกนิกรทั่วประเทศ ให้ผู้วายชนม์และวงศ์ตระกูลได้รับเกียรติยศอันสูงสุดอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยปฏิบัติงานพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานทุกจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามโบราณราชประเพณี สมเกียรติยศตามฐานันดรศักดิ์ชั้นยศของผู้วายชนม์ที่ได้รับ อีกด้วย
 
 
สำหรับพิธีการจัดให้มีพิธีจุดเทียนเครื่องบวงสรวง อ่านโองการบวงสรวง ปักธูปหางเครื่องบวงสรวง โปรยข้างตอกดอกไม้ ประธานในพิธีนำผู้เข้าร่วมพิธีทักษิณานุปทานทำบุญถวายเจ้าพ่อโรงโกศอารักษ์เครื่องสูง และวิญญาณผู้วายชนม์ อันเกี่ยวเนื่องกับพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน ตลอดจนพิธีการทางศาสนาศาสนพิธีอาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์จำนวน 10 รูป สวดพุทธมนต์ พิธีทอดผ้าบังสุกุล และร่วมกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์อนโมทนา ประธานในพิธีกรวดน้ำเป็นอันเสร็จพิธีตามลำดับ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE ECONOMY

‘เบียนนาเล่ เชียงราย’ เงินสะพัดกว่า 2.4 หมื่นล้าน นักท่องเที่ยว 2.7 ล้านคน

 

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2567 นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาล โดย กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มอบหมายให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) จัดงานมหกรรมศิลปะนานาชาติไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2566 -30 เมษายน2567 โดยได้มีการประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน พบว่า การดำเนินงานเป็นหลักสำคัญในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ ทั้งด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว และด้านการส่งเสริมเทศกาล หรือเฟสติวัล ซึ่งจากการเก็บข้อมูล ของ สศร. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สรุป ยอดผู้เข้าชมงาน จัดแสดง ใน 3 ส่วนสำคัญ ณ วันที่ 21 เมษายน รวมจำนวน 2,790,964 คน โดยแบ่งเป็นเข้าชมนิทรรศการหลัก แสดงผลงานศิลปะการจัดวางเฉพาะพื้นที่ของศิลปิน 60 คนในเขต อ.เมือง อ.เชียงแสน และอ.แม่ลาว จำนวน 17 จุด จำนวน 714,235 คน ส่วนที่ Pavilion หรือ ศาลา แสดงผลงานนิทรรศการกลุ่มของศิลปิน พิพิธภัณฑ์ และองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ 13 แห่ง มีผู้เข้าชมจำนวน 42,893 คน และในส่วน Collateral Events กิจกรรมพิเศษ มีผู้เข้าชม จำนวน 2,033,836 คน มีการเข้าถึงสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ ทาง Facebook Instagram YouTube TikTok จำนวนมากเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นของมิติศิลปะ รวม 22,403,688 ครั้ง และมีการปฏิสัมพันธ์ทางสื่อโซเชียลเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

 

นายประสพ กล่าวอีกว่า ขณะที่การเก็บข้อมูลตัวเลขเชิงเศรษฐกิจ จาก การประมาณการของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พบว่า มีนักท่องเที่ยว ใน จ.เชียงรายเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 11 เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบนไม่ต่ำกว่า 24,000 ล้านบาท เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในพื้นที่ ในช่วงการจัดงาน มีการจ้างงาน 8,000 กว่าอัตรา โดยเป็นการจ้างในระบบประกันสังคม 844 อัตรา ชุมชนได้รับประโยชน์จากการจัดงาน 560 ชุมชน มีศิลปินทั้งในและต่างประเทศตั้งใจมาชมงานนี้โดยตรง 1,000 กว่าคน มี สถาบันการศึกษาทุกระดับมาดูงาน เกิน 500 กว่าแห่ง จึงเห็นภาพของจำนวนคนและการเข้าถึงงานเป็นอย่างมาก ซึ่ง นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ในฐานะผู้นำการจัดงาน แสดงข้อคิดเห็นว่า ต่อไป ไม่ต้องมีคำอธิบายแล้วว่า ไทยแลนด์เบียนนาเล่คืออะไร เพราะคนไทยมีความเข้าใจ และเข้าถึงงานศิลปะแล้ว และที่สำคัญ ได้เกิดการทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐ ศิลปินไทย และต่างชาติ ช่างฝีมือ ลูกมือทำงาน เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ และถ่ายทอดองค์ความรู้ ระหว่างกันทำให้ศิลปิน และชาวชุมชนทุกที่มีความผูกพัน และมีความภูมิใจที่ได้ทำงานศิลปะระดับโลกให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

 

“ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเกินความคาดหวัง เกิดผลทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม อย่างไรก็ตาม สศร. จะมีการถอดบทเรียนจากการจัดงานครั้งนี้ ไปทำการศึกษาวิจัย เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาการจัดงานในครั้งต่อไป ที่ จ.ภูเก็ต ในปี 2568 และจะมีการสรุปข้อมูลภาพรวมอย่างเป็นทางการโดย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. หลังการจัดงาน ในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป” ผอ.สศร.

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

นบไหว้สาบูชาครู ลื้อลายคำ คนเชียงของที่มีใจรักในศิลปะล้านนา

 

เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๗ ที่ พิพิธภัณฑ์ มรดกวัฒนธรรม ผ้าทอไทลื้อ  ลื้อลายคำ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้มีพิธีไหว้ครูลื้อลายคำ ซึ่งทางเพจ Chiang Khong TV รายงานว่าเป็นการนบไหว้สาบูชาครู ลื้อลายคำ ความรู้ ศิลปะ วิชา ทุกแขนงสาขา ล้วนแล้วแต่มีครูบาอาจารย์ผู้ประสาทประสิทธิ์วิชา เมื่อศึกษาจนสำเร็จลุล่วงก็ต่างแยกย้ายไปตามทิศทางที่หมาย จะยากดีมีจน เป็นคนดีคนเลว ก็ล้วนแล้วแต่มีวิชาความรู้ติดตนติดตัว ถือว่าเป็นคนมีครู เป็นผู้ที่ได้รับการศึกษา  และหากผู้ใด รำลึกได้ถึงคุณของครูบาอาจารย์ ผู้นั้นย่อมจักมีความเจริญในชีวิต

 

ซึ่งกลุ่ม ลื้อลายคำ ครั้งหนึ่งเคยสร้างชื่อกระฉ่อนไปทั่วประเทศ โดยการรวมตัวกันของ เยาวชน อ.เชียงของที่มีใจรักในศิลปะล้านนา ศิลปะไทลื้อ ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ถึงแม้ในปัจจุบัน กลุ่มลื้อลายคำ จะไม่ได้รวมตัวกันเช่นแต่ก่อน แต่ทุกคนเมื่อได้ชื่อว่าลื้อลายคำ ก็จะเป็นลื้อลายคำตลอดไป เมื่อใด ที่มีโอกาสได้แสดงวิชา ก็จะมารวมตัวกันไม่ห่างหาย และเมื่อถึงเวลาที่ต้องกลับมาไหว้ครูอาจารย์ ทุกคนก็พร้อมกลับมารวมตัวกันอย่างสมัครสมานเช่นเคย

 

คุณสุริยา วงค์ชัย ลูกหลานไทลื้อรุ่นปัจจุบัน ที่อยากให้มรดกวัฒนธรรมผ้าทอไทลื้อ สืบทอด สานต่อ ไปยังรุ่นต่อไป โดยใช้บ้านไม้ 2 ชั้น ทรงเก่าๆจัดสร้างที่วัฒนธรรมของไทลื้อถูกเก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำ  ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงได้เก็บประวัติเรื่องราว การกล่าวขาน การต่อสู้การ อพยพต่างๆ ของชาวไทลื้อในอดีต เมื่อเดินขึ้นไปชั้นบน มีหุ่นจัดแสดงเครื่องแต่งกายไทลื้อแบบต่างๆ ผ้าทออันมีคุณค่า ที่ต้องใช้เวลาในการเก็บรวมรวม มาให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ เครื่องประดับของมีค่า จำลองวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทลื้อ ดูแล้วมีมนต์ขลังเหมือนพาตัวเองเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นจริงๆ

 

จากข้อมูลของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เล่าว่ากลุ่มชาติพันธ์  “ลื้อ/ยอง/ขึน (เขิน)”

“ลื้อ”   ชาวไทลื้อที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่แคว้นสิบสองปันนา  ทางตอนใต้ของประเทศจีน มีประวัติการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานไปยังรัฐฉาน ประเทศพม่า

“ยอง”  ชาวไทลื้อที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่เมืองยอง  อำเภอหนึ่งของเมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศพม่า

“ขึน/เขิน”  ชาวไทลื้อ (+ไทใหญ่?) ที่อาศัยอยู่ในประเทศพม่า จีน ไทย และประเทศลาว ตั้งชุมชนหนาแน่นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำขึนเมืองเชียงตุง รัฐฉาน ประเทศพม่า

.

ไทลื้อ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไทยอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณภาคเหนือของประเทศไทยอีกกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณภาคเหนือของประเทศไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐฉาน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน และภาคเหนือของลาว ชาวไทลื้อในสิบสองพันนามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทยวนล้านนาในยุค “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” ชาวไทลื้อจากสิบสองพันนาได้ถูกกวาดต้อนลงมาอยู่ในล้านนาจำนวนมาก  ชาวไทลื้อนับถือศาสนาพุทธและปฏิบัติตามจารีตประเพณีทางพุทธศาสนา

 

การขยายตัวของชาวไทลื้อสมัยเจ้าอินเมืองได้เข้าตีเมืองแถน เชียงตุง เชียงแสน และล้านช้าง กอบกู้บ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น พร้อมทั้งหัวเมืองไทลื้อเป็นสิบสองเขต เรียกว่า สิบสองปันนา และในยุคนี้ได้มีการอพยพชาวไทลื้อบางส่วนเพื่อไปตั้งบ้านเรือนปกครองหัวเมืองประเทศราชเหล่านั้น  จึงทำให้เกิดการกระจายตัวของชาวไทลื้อ ในลุ่มน้ำโขงตอนกลาง (รัฐฉานปัจจุบัน) อันประกอบด้วย เมืองยู้ เมืองยอง เมืองหลวง เมืองเชียงแขง เมืองเชียงลาบ เมืองเลน เมืองพะยาก เมืองไฮ เมืองโก และเมืองเชียงทอง (ล้านช้าง) เมืองแถน (เดียนเบียนฟู)  ซึ่งบางเมืองในแถบนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวไทลื้ออยู่แล้ว เช่น อาณาจักรเชียงแขง ซึ่งประกอบด้วย เมืองเชียงแขง เมืองยู้ เมืองหลวย เมืองเชียงกก เมืองเชียงลาบ เมืองกลาง เมืองลอง เมืองอาน เมืองพูเลา เมืองเชียงดาว เมืองสิง เป็นต้น

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สุริยา วงค์ชัย พิพิธภัณฑ์ ลื้อลายคำ / Chiang Khong TV / Anirut Ti

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News