Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลแม่ยาวเร่งซ่อมอ่างเก็บน้ำและฝายหลังอุทกภัย

เทศบาลตำบลแม่ยาว เร่งตรวจซ่อมโครงสร้างสาธารณูปโภคหลังอุทกภัยหนัก

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. นายอภิรักษ์ อินต๊ะวัง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ยาว ได้มอบหมายให้ นายวรวุฒิ บัววัฒนา รองปลัดเทศบาลตำบลแม่ยาว พร้อมเจ้าหน้าที่กองช่าง ลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมการซ่อมแซมโครงสร้างสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในหลายพื้นที่ของตำบล โดยเฉพาะที่ หมู่ 8 บ้านทรายมูล ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วม

ในช่วงเช้าของวัน นายวรวุฒิและทีมงานได้ลงพื้นที่เพื่อควบคุมการซ่อมแซมคันอ่างเก็บน้ำบ้านทรายมูล ซึ่งถูกน้ำท่วมจนคันดินพังเสียหาย ทีมงานได้ดำเนินการซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงของคันอ่างเก็บน้ำ เพื่อให้สามารถรองรับน้ำได้อย่างปลอดภัย โดยมีการใช้รถแมคโครในการวางท่อระบายน้ำเพิ่มเพื่อป้องกันน้ำล้นในอนาคต

จากนั้น เวลา 11.00 น. – 12.00 น. นายอภิรักษ์ อินต๊ะวัง ได้ลงพื้นที่พร้อมทีมบริหารเพื่อตรวจสอบงานซ่อมแซมฝายน้ำล้นที่บ้านสองแควพัฒนา และบ้านหนองผักหนาม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก ฝายน้ำล้นที่ชำรุดถูกซ่อมแซมเพื่อฟื้นฟูระบบการจัดการน้ำให้กลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง ทั้งนี้ ฝายดังกล่าวเป็นแหล่งกักเก็บน้ำสำคัญที่ใช้สำหรับการเกษตรและอุปโภคบริโภคของชุมชนในพื้นที่บริวารของบ้านห้วยขมนอก หมู่ที่ 10

ในช่วงบ่ายเวลา 13.00 น. – 14.00 น. นายอภิรักษ์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการทรัพยากรธรณีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสำรวจปัญหาดินสไลด์ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านลอบือและบ้านพนาสวรรค์ รวมถึงโรงเรียนผาขวางวิทยา จากเหตุฝนตกหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้เกิดดินสไลด์หลายจุด ส่งผลให้ถนนในชุมชนและทางเข้าสถานศึกษาได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ได้ทำการสำรวจความเสี่ยงและวางแผนซ่อมแซมเพื่อให้การเดินทางของประชาชนและนักเรียนกลับมาเป็นปกติ

นายอภิรักษ์ อินต๊ะวัง เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้เป็นการเร่งแก้ไขปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินสไลด์ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เทศบาลตำบลแม่ยาวได้วางแผนการฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างสาธารณูปโภคอย่างเร่งด่วน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดสรรงบประมาณและเครื่องจักรสำหรับการซ่อมแซม นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการซ่อมแซม

ทั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลแม่ยาวยังได้เรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและดินสไลด์ แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมมายังสำนักงานเทศบาลเพื่อเร่งประสานงานและให้ความช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนต่อไป

การตรวจสอบและซ่อมแซมโครงสร้างสาธารณูปโภคครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเทศบาลในการดูแลและให้บริการประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดเหตุภัยพิบัติ เพื่อให้ทุกคนในชุมชนสามารถฟื้นฟูและกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลตำบลแม่ยาว 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“องคมนตรีเยี่ยมโรงเรียนบ้านเทอดไท เชียงราย ยกระดับการศึกษาเชิงคุณธรรม”

องคมนตรีตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านเทอดไท เชียงราย พร้อมติดตามการพัฒนาทางการศึกษา

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านเทอดไท อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามผลการพัฒนาทางการศึกษาของโรงเรียน ตามแนวทาง 3 เสาหลักและ 5 กลยุทธ์ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากคณะครูและนักเรียน

การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน


การเยี่ยมเยือนครั้งนี้ได้รับการต้อนรับจากนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ ดร.สุธีรัตน์ อริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 โดยนายเกรียงศักดิ์ ฝึกฝน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเทอดไท ได้นำเสนอรายงานผลการดำเนินงานของโรงเรียนตลอดปีการศึกษา 2567 พร้อมกับนำเสนอความต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อการพัฒนาการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่

พบปะพูดคุยกับนักเรียนทุนพระราชทานและตัวแทนนักเรียน


ในโอกาสนี้ องคมนตรีได้พูดคุยกับนักเรียนทุนพระราชทานและตัวแทนนักเรียน เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากนักเรียน โดยเน้นถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะด้านการเรียนรู้และการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักเรียน เพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นคนดี มีคุณภาพ และมีความรู้พร้อมเผชิญกับความท้าทายในอนาคต

การตรวจเยี่ยมโรงเรียนและชมนิทรรศการ


หลังจากพูดคุยกับนักเรียนและคณะครู องคมนตรีและคณะได้เดินชมโรงเรียน โดยเฉพาะโครงการ “Learning with fun” ซึ่งเป็นนิทรรศการส่งเสริมคุณธรรมนักเรียนที่จัดขึ้นภายในห้องสมุดของโรงเรียน โดยนิทรรศการนี้มุ่งเน้นให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนาน เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญของโรงเรียนบ้านเทอดไทและเครือข่ายคุณธรรม


โรงเรียนบ้านเทอดไทเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษในเขตตำบลเทอดไท อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เปิดสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนนี้ให้บริการการศึกษาแก่เด็กในพื้นที่ชายแดนใกล้ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งครอบคลุม 6 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านเทอดไท, บ้านสามเต้า, บ้านเมืองสอง, บ้านพะน้อย, บ้านเลาจาง และบ้านพะมูเซอ โดยโรงเรียนนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการกองทุนการศึกษา รุ่นที่ 4 และได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนคุณธรรมต้นแบบ

การขยายเครือข่ายคุณธรรมสู่โรงเรียนอื่นๆ


ในปัจจุบัน โรงเรียนบ้านเทอดไทยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมคุณธรรม โดยมีโรงเรียนเครือข่ายคุณธรรมอีก 1 แห่ง คือ โรงเรียนบ้านห้วยอื้น ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณธรรมเป้าหมาย โดยการจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทำโครงการคุณธรรมแก่ครูและนักเรียนของโรงเรียนเครือข่าย และมีแผนที่จะขยายการส่งเสริมคุณธรรมไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในกลุ่มเครือข่ายพัฒนาการศึกษาเทอดไทในอนาคต เพื่อให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

การพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนวทาง 3 เสาหลัก 5 กลยุทธ์


นายนุรักษ์ มาประณีต ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ โดยใช้แนวทาง 3 เสาหลัก คือ การพัฒนาครู การเสริมสร้างคุณธรรม และการส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ พร้อมทั้งมีกลยุทธ์ 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาผู้เรียน การส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม การสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียน การเสริมสร้างความร่วมมือกับชุมชน และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน เพื่อให้การศึกษามีความยั่งยืนและมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะยาว

สรุป


การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการติดตามผลการดำเนินงานเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากนักเรียนและคณะครู เพื่อนำมาพัฒนาการศึกษาต่อไปให้มีคุณภาพและตรงกับความต้องการของชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องการความช่วยเหลือและการสนับสนุนเพิ่มเติม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดตัวแหล่งเรียนรู้ป่าดอยสะเก็น จุดเช็คอินใหม่กลางเมืองเชียงราย

เทศบาลนครเชียงรายเดินหน้า “โครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งเรียนรู้ BIRDS OF DOI SAKEN” ป่าดอยสะเก็นเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการศึกษา

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลนครเชียงรายได้จัดโครงการพัฒนาศักยภาพแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยว “BIRDS OF DOI SAKEN” โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ป่าดอยสะเก็น หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คีรีชัยยามะ” เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวระดับโลกที่ยูเนสโก้ (UNESCO) ได้ให้การรับรอง

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้มอบหมายให้ ดร.ปรีชา อนุรักษ์ รองนายกเทศมนตรี เป็นประธานในโครงการนี้ โดยมีสมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงรายและ พ.จ.อ. อัษฎางค์ วิเศษวงศ์ษา ปลัดเทศบาลนครเชียงราย ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ

ป่าดอยสะเก็น: ปอดสีเขียวกลางเมืองเชียงราย

โครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาป่าดอยสะเก็นให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศและการศึกษานอกห้องเรียนสำหรับโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงรายทั้ง 8 แห่ง โดยมีการปรับปรุงเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติให้เป็นระบบ รวมถึงการจัดกิจกรรมเข้าค่ายพักแรมและการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ นก แมลง สมุนไพร และการทำเกษตรปลอดภัย

หนึ่งในไฮไลท์ของโครงการคือการก่อสร้างสกายวอล์ค (Sky Walk) บนยอดดอยสะเก็น ซึ่งตั้งอยู่ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 400 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวเมืองเชียงรายแบบพาโนรามาได้อย่างชัดเจน พร้อมกับจุดชมวิวที่เป็นสัญลักษณ์ของดอยสะเก็น

แหล่งท่องเที่ยวและการเรียนรู้ที่ไม่ควรพลาด

ดอยสะเก็นถือเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญ ซึ่งนอกจากการเดินป่าศึกษาธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังมีเอกลักษณ์พิเศษคือผึ้งหลวงที่มาทำรังบนต้นยวนผึ้งกว่า 1,000 รังในแต่ละปี ทำให้ผู้เข้าชมสามารถศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศของผึ้งหลวงได้

โครงการนี้ยังรวมถึงการพัฒนาชุมชนโดยรอบ โดยการส่งเสริมให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าวิสาหกิจชุมชน เช่น ผลิตภัณฑ์จากเกษตรปลอดสารพิษ และผลิตภัณฑ์จากผึ้งหลวง นอกจากนี้ยังมีศูนย์เรียนรู้นอกห้องเรียนเพื่อให้เยาวชนได้สัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

จุดเช็คอินใหม่ใจกลางเมือง: Sky Walk ดอยสะเก็น

Sky Walk ดอยสะเก็นไม่เพียงแต่เป็นจุดชมวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการศึกษา นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเดินชมวิวธรรมชาติและศึกษาระบบนิเวศของป่าดอยสะเก็น นอกจากนี้ยังสามารถสักการะขอพรที่พระธาตุดอยสะเก็นเพื่อความเป็นสิริมงคล

การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

โครงการ “BIRDS OF DOI SAKEN” เป็นการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและการเรียนรู้ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่

เทศบาลนครเชียงรายคาดหวังว่าโครงการนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจในธรรมชาติและการศึกษาให้มาสัมผัสความงามของป่าดอยสะเก็น และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: งานพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว เทศบาลนครเชียงราย โทร. 053-711952

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายประชุมติดตามอุทกภัย มุ่งฟื้นฟูภาคการเกษตรหลังน้ำลด

เชียงรายจัดประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลางจังหวัดเชียงราย คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและปศุสัตว์ โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับ นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา และคณะผู้ติดตาม

ประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เกษตรกรรม

การประชุมในครั้งนี้มีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ภาคการเกษตร และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าร่วม โดยมุ่งเน้นการติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีผลกระทบต่อเกษตรกรและปศุสัตว์เป็นจำนวนมาก การประชุมนี้ยังได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำท่วมในภาพรวม เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมหลังน้ำลด

ผลกระทบจากอุทกภัยต่อภาคการเกษตรและการเยียวยา

นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ที่ผ่านมาทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่เพาะปลูกและพื้นที่ปศุสัตว์ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง ขณะนี้ทางจังหวัดได้ดำเนินการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบแล้วตามขั้นตอนที่กำหนดไว้

การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่ ได้เสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน โดยข้อมูลที่ได้รับจะนำไปสรุปเป็นแนวทางเพื่อให้การช่วยเหลือมีความครอบคลุมและตรงจุดมากขึ้น

การวางแผนฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยหลังน้ำลด

นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อ รับฟังข้อมูลและปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรในจังหวัดเชียงราย โดยการประชุมมีการหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายและผู้แทนจากหน่วยงานด้านการเกษตร รวมถึงองค์กรภาคเอกชนและประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปสู่การสรุปและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้วางแผนการ ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยหลังน้ำลด โดยเน้นการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบให้สามารถกลับมาเพาะปลูกได้โดยเร็วที่สุด การช่วยเหลือครั้งนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาพันธุ์พืช การเตรียมดิน และการฟื้นฟูแหล่งน้ำ เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาดำเนินการเพาะปลูกและปศุสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเสนอแผนฟื้นฟูต่อที่ประชุมวุฒิสภาและคณะรัฐมนตรี

นายธวัช สุระบาล กล่าวย้ำว่า ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุมครั้งนี้จะถูกนำไป เสนอในที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อนำไปพิจารณาและบูรณาการร่วมกับนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ยังจะมีการรวบรวมข้อมูลและจัดทำรายงานเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา แผนการฟื้นฟูภาคการเกษตรและการช่วยเหลือเกษตรกร ในระยะยาว

แนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม

การประชุมในครั้งนี้เน้นการวางแผนแก้ไขปัญหาในระยะยาวเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและปศุสัตว์อย่างยั่งยืน โดยมีการเสนอแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมหลังน้ำลด เช่น การส่งเสริมการปลูกพืชที่ทนทานต่อสภาพดินและน้ำ การฝึกอบรมเกษตรกรในเรื่องการเพาะปลูกที่ยั่งยืน และการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต

สรุปผลการประชุมและทิศทางในอนาคต

การประชุมครั้งนี้ได้ข้อสรุปที่สำคัญหลายประการ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรของจังหวัดเชียงรายในระยะยาว การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จะช่วยให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายอัญเชิญพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ ประดิษฐานในสวนสมเด็จย่า

เชียงรายจัดพิธีอัญเชิญพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ประดิษฐาน ณ สวนสมเด็จย่ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดพิธีอัญเชิญพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ขึ้นประดิษฐาน ณ สวนสมเด็จศรีนครินทร์เชียงราย หรือที่รู้จักกันในชื่อ สวนสมเด็จย่า ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยมี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา และประชาชนในจังหวัดเชียงรายที่เข้าร่วมพิธีกว่า 100 คน

พิธีอัญเชิญพระอนุสาวรีย์เพื่อสักการะและรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ

พิธีการเริ่มต้นด้วยการอัญเชิญพระอนุสาวรีย์ขึ้นประดิษฐานบนแท่นฐานที่จัดเตรียมไว้ ณ บริเวณสวนสมเด็จย่า มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยมี พระพุทธิวงค์วิวัฒน์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 6 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ร่วมประกอบพิธีสวดมนต์และเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้เปิดเผยว่า การอัญเชิญพระอนุสาวรีย์ในครั้งนี้เป็นผลมาจากการได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนชาวเชียงรายได้มีสถานที่สักการบูชาและรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่ได้ทรงสนับสนุนและช่วยเหลือชาวเชียงรายในด้านต่างๆ ตลอดพระชนม์ชีพ

ดร.วันดีและครอบครัวร่วมบริจาคทุนสร้างพระอนุสาวรีย์

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และครอบครัวได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์ในการสร้างพระอนุสาวรีย์ครั้งนี้เป็นจำนวน สามล้านบาท หลังจากได้รับการประสานจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งมีความประสงค์ที่จะสร้างพระอนุสาวรีย์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ แต่ขาดงบประมาณในการดำเนินการ โดยการสร้างครั้งนี้ได้รับการเททองหล่อโดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2567 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

สวนสมเด็จย่าศูนย์การเรียนรู้และสถานที่พักผ่อน

สวนสมเด็จศรีนครินทร์เชียงราย หรือ สวนสมเด็จย่า เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา โดยตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พื้นที่กว้างใหญ่กว่า 625 ไร่ สวนแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการศึกษาและเรียนรู้ด้านพันธุกรรมพืช รวมทั้งเป็นแหล่งออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

ส่งเสริมสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตชาวเชียงราย

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ได้ชื่นชมมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายที่ดูแลรักษาพื้นที่สวนแห่งนี้ให้มีความร่มรื่นและสวยงามอยู่เสมอ โดยมีหนองบัวใหญ่และหนองน้ำเล็กที่สะอาด สร้างบรรยากาศที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายและการพักผ่อนในยามเช้าและเย็น ทั้งนี้สวนสมเด็จย่ายังเป็นสถานที่ที่ประชาชนมาใช้บริการถึงเดือนละกว่า 3,000 คน ส่งเสริมสุขภาพพลานามัยทั้งกายและใจ

อนาคตของสวนสมเด็จย่า: ศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาสิ่งแวดล้อม

สวนสมเด็จย่าเชียงราย ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สักการะและพักผ่อน แต่ยังมุ่งเน้นการเป็น ศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ที่สามารถช่วยลดภาวะโลกร้อน และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีแก่ชุมชน ทั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายยังมีแผนที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้เพิ่มเติม รวมถึงการพัฒนาสวนให้เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การศึกษาทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม

รองศาสตราจารย์ ดร. สอนชัย มุ่งไทยสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้กล่าวถึงความสำคัญของสวนสมเด็จย่าเชียงรายว่าเป็นสถานที่ที่เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้เกิดความตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยการมีพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ที่ประดิษฐานไว้ในสวนแห่งนี้ จะเป็นเครื่องหมายแห่งความศรัทธาและแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตที่ดีงามของชาวเชียงรายและนักศึกษาทุกคน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงราย เสนอชื่อครู 4 ราย รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี

คณะอนุกรรมการลงพื้นที่สืบเสาะครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 6 ปี พ.ศ. 2568 ในจังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 นางฐิติมา เร่งประเสริฐ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการ ได้ลงพื้นที่เพื่อสืบเสาะและคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับ พระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (Princess Maha Chakri Award) ครั้งที่ 6 ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยในครั้งนี้ได้มีการลงพื้นที่ โรงเรียนริมโขงวิทยา อำเภอเชียงของ และ มูลนิธิบ้านครูน้ำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

การลงพื้นที่ประเมินและกลั่นกรอง

ในช่วงเช้า คณะอนุกรรมการได้เริ่มต้นการลงพื้นที่ที่ โรงเรียนริมโขงวิทยา เพื่อประเมินและคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับรางวัล โดยได้ทำการสัมภาษณ์ นางศิริธนัญญา โท่นขัด ครูผู้ทุ่มเทในการจัดการเรียนการสอนและมีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่ชนบท

ต่อมาในช่วงบ่าย คณะได้เดินทางไปยัง มูลนิธิบ้านครูน้ำ อำเภอเชียงแสน เพื่อประเมินผลงานของ นางสาวนุชนารถ บุญคง ครูที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี: เชิดชูเกียรติครูผู้ทุ่มเท

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี (Princess Maha Chakri Award) เป็นรางวัลพระราชทานระดับนานาชาติที่มีเกียรติยศสูงสุด มอบให้แก่ครูผู้มีความทุ่มเทและสร้างคุณประโยชน์ต่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ติมอร์-เลสเต บังกลาเทศ ภูฏาน และมองโกเลีย รวม 14 ประเทศ รางวัลนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงมีพระปรีชาสามารถและมีคุณูปการอย่างยิ่งต่อการพัฒนาการศึกษา

กระบวนการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับรางวัล

รางวัลนี้จัดขึ้นทุก 2 ปี โดยครูที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วน เช่น การเป็นครูที่ปฏิบัติหน้าที่มาไม่ต่ำกว่า 12 ปี และมีผลงานการสอนที่โดดเด่นในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งยังต้องมีความประพฤติเป็นแบบอย่างทางคุณธรรมและจริยธรรม

สำหรับกระบวนการเสนอชื่อ ครูผู้สมควรได้รับรางวัล จะดำเนินการโดยองค์กรต่างๆ เช่น สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สมาคม มูลนิธิ และองค์กรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ โดยสามารถเสนอชื่อครูที่มีผลงานโดดเด่นในวงกว้างและมีคุณูปการต่อสังคม

รายชื่อครูที่ได้รับการเสนอชื่อในจังหวัดเชียงราย

สำหรับปีนี้ จังหวัดเชียงรายได้เสนอชื่อครูผู้มีคุณสมบัติสมควรได้รับพระราชทานรางวัลจำนวน 4 ราย ได้แก่:

  1. นางศิริธนัญญา โท่นขัด ครูโรงเรียนริมโขงวิทยา
  2. นางสาวศันสนีย์ อินสาร ครูโรงเรียนบ้านนางแลใน
  3. นายประสิทธิ์ อำพิมพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดแม่สาย
  4. นางสาวนุชนารถ บุญคง ครูมูลนิธิบ้านครูน้ำ

การประเมินคุณสมบัติและเกณฑ์การคัดเลือก

การคัดเลือกครูผู้ได้รับรางวัลในครั้งนี้จะเน้นที่ การสร้างแรงบันดาลใจ และ การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของลูกศิษย์ ผ่านการสอนที่ทุ่มเทและมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้ก้าวหน้าในหลากหลายอาชีพ ครูที่ได้รับการเสนอชื่อยังต้องมีความสามารถในการคิดค้นและพัฒนาวิธีการสอนที่สร้างสรรค์เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียนในยุคปัจจุบัน

รางวัลพระราชทานเพื่อเทิดพระเกียรติและพัฒนาการศึกษา

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาผ่านการยกระดับคุณภาพของครู โดยเชื่อว่าครูที่มีคุณภาพย่อมส่งผลต่อการสร้างคนที่มีคุณภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติในระยะยาว

สรุปผลการลงพื้นที่และการดำเนินงานในอนาคต

นางฐิติมา เร่งประเสริฐ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมและสนับสนุนครูที่มีความสามารถและทุ่มเทเพื่อการศึกษา โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนครูที่มีความสามารถให้ได้รับการยอมรับและเชิดชูเกียรติในระดับสากล

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายประชุมแก้ปัญหาการเผา ป้องกันวิกฤต PM 2.5

เชียงรายประชุมแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ป้องกันวิกฤตหมอกควันและฝุ่น PM 2.5

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 ที่ห้องประชุมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งในพื้นที่ราบและพื้นที่สูง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

การแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อรับมือสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า

ในที่ประชุมได้มีการแจ้งคำสั่งแต่งตั้ง คณะทำงานติดตามสถานการณ์และขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน สำหรับปี 2567 – 2568 โดยได้มีการรายงานสถานการณ์จุดความร้อนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในเขตเกษตรกรรมและป่า รวมถึงสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงรายในรอบปีที่ผ่านมา

ข้อมูลดังกล่าวยังครอบคลุมถึง จุดความร้อนในพื้นที่เกษตรกรรม แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง และข้อมูลเกี่ยวกับปศุสัตว์ในพื้นที่สูง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา ทั้งในพื้นที่เกษตรราบและเกษตรที่สูง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้งที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่ามากขึ้น

แนวทางป้องกันไฟป่าและฝุ่น PM 2.5

การประชุมในครั้งนี้ยังได้มีการหารือแผนปฏิบัติการเพื่อ ป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 โดยครอบคลุมด้านการเตรียมความพร้อม การเผชิญเหตุ และแผนฟื้นฟูสภาพพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง การวางแผนดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมในทุกมิติ

การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการ รวบรวมข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับสถานการณ์การเผาและจุดความร้อนในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เกษตรพื้นราบหรือพื้นที่สูง รวมถึงการจัดการเชื้อเพลิงก่อนที่จะมีคำสั่งห้ามเผาอย่างเข้มงวด

โดยที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับ การบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เชียงราย

ผลกระทบจากการเผาในที่โล่งและวิกฤตมลพิษ

ในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้งของทุกปี จังหวัดเชียงรายและพื้นที่ภาคเหนือมักประสบปัญหา ไฟป่าและการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตหมอกควัน ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนอย่างรุนแรง

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมและการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ เพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตมลพิษในอนาคต โดยการประชุมครั้งนี้จะช่วยวางแนวทางในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การประสานงานระหว่างหน่วยงานเพื่อป้องกันปัญหาอย่างยั่งยืน

พ.ท.หญิง หงส์ภัสสร โพธิอภิญาณวิสุทธิ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าวฯ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้สามารถป้องกันและรับมือกับปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการเผาและมลพิษทางอากาศในพื้นที่เชียงรายอย่างยั่งยืน

การประชุมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการวางแผนเพื่ออนาคต โดยเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสร้างแนวทางการป้องกันที่ยั่งยืนและสามารถลดการเกิดปัญหาในระยะยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

พบกาแฟ-ชาคุณภาพ ล้านนาตะวันออกที่เชียงราย

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จับมือจัดงานเทศกาลกาแฟและชาล้านนาตะวันออก 2024

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วย เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมกันจัดงาน “เทศกาลกาแฟและชาล้านนาตะวันออก 2024 (Eastern Lanna Coffee & Tea Festival 2024)” ณ จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟและชาในภูมิภาค พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจและการท่องเที่ยว

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

งานแถลงข่าวจัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 ณ ร้านอาหารภูภิรมย์ สิงห์ปาร์ค อำเภอเมืองเชียงราย โดยมี นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจากจังหวัดต่างๆ และสถาบันชาและกาแฟ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมงาน

ศักยภาพของชาและกาแฟล้านนาตะวันออก

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 มีศักยภาพในการผลิตชาและกาแฟคุณภาพสูง เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะสม ทำให้ได้ผลผลิตที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ การจัดงานเทศกาลในครั้งนี้จึงเป็นการนำเสนอจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

เป้าหมายของการจัดงาน

  • ส่งเสริมการท่องเที่ยว: สร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2
  • สร้างโอกาสทางธุรกิจ: สร้างเครือข่ายให้กับผู้ประกอบการในธุรกิจชาและกาแฟ
  • พัฒนาผลิตภัณฑ์: ส่งเสริมให้ผู้ผลิตพัฒนาคุณภาพและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากขึ้น
  • สร้างรายได้ให้ชุมชน: สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

ไฮไลท์ภายในงาน

  • การแสดงสินค้า: รวบรวมร้านค้าผู้ประกอบการชาและกาแฟกว่า 50 ร้านค้า มาจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์
  • การแข่งขันลาเต้อาร์ต: การแข่งขันสร้างสรรค์ลวดลายบนกาแฟนม
  • กิจกรรมเจรจาธุรกิจ: สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบปะกับคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ
  • นิทรรศการและกิจกรรมอื่นๆ: นิทรรศการเกี่ยวกับชาและกาแฟ การแสดงวัฒนธรรม และกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ

การสนับสนุนจากภาครัฐ

รัฐบาลให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมกาแฟอย่างต่อเนื่อง โดยมีนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตและการค้ากาแฟคุณภาพในอาเซียน การจัดงานเทศกาลในครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

อนาคตของอุตสาหกรรมชาและกาแฟในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2

ด้วยศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติและการสนับสนุนจากภาครัฐ เชื่อว่าอุตสาหกรรมชาและกาแฟในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในตลาดโลกได้

สำหรับ “เทศกาลกาแฟและชาล้านนาตะวันออก 2024 (Eastern Lanna Coffee & Tea Festival 2024)” 2024 จะจัดขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคม 2567 – วันที่ 1 มกราคม 2568 ตั้งแต่ เวลา 16:00 น. ถึง 22:00 น. ณ สิงห์ปาร์คจังหวัดเชียงราย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 098-5973823 (เวลาทำการ 09.00-16.00 น.) หรือที่
Facebook: Eastern Lanna Coffee & Tea Festival
LineOA : @easternlanna
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายมอบเงินช่วยเหลือ ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วมและดินถล่ม

จังหวัดเชียงรายมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ฟื้นฟูบ้านเรือนหลังเหตุการณ์น้ำท่วมและดินถล่ม

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง และ อำเภอแม่สาย โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี แทน นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ณ ที่ว่าการอำเภอแม่ฟ้าหลวง

การมอบเงินช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูบ้านเรือน

ในพิธีครั้งนี้ คณะทำงานฝ่ายพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย โดยในพื้นที่ อำเภอแม่ฟ้าหลวง ได้มอบเงินช่วยเหลือเพื่อการฟื้นฟูบ้านเรือนจำนวน 7 หลังคาเรือน เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 410,000 บาท จากนั้นคณะทำงานได้เดินทางต่อไปยัง อำเภอแม่สาย เพื่อมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 32 หลังคาเรือน รวมเป็นเงิน 1,380,000 บาท

หลักเกณฑ์การพิจารณาการช่วยเหลือ

คณะทำงานได้พิจารณาการจัดสรรเงินช่วยเหลือตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงความเสียหายของบ้านเรือนจากอุทกภัยและดินถล่มที่เกิดขึ้น โดยคณะทำงานได้ตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องก่อนการมอบเงิน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสมและโปร่งใส

สถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มในจังหวัดเชียงราย

จังหวัดเชียงรายได้ประสบกับสถานการณ์ อุทกภัยและดินโคลนถล่ม ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2567 ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนมาก ทางจังหวัดจึงได้จัดตั้ง กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูบ้านเรือน

เงินกองทุนที่ได้รับมาจากการสนับสนุนของภาคเอกชน องค์กร และประชาชน ได้ถูกนำมาใช้เพื่อ สมทบค่าก่อสร้างและซ่อมแซมบ้าน ที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความสามัคคีและความร่วมมือในชุมชนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ในพื้นที่

แผนการช่วยเหลือและการฟื้นฟูในระยะยาว

ทางจังหวัดเชียงรายมีแผนการดำเนินการฟื้นฟูบ้านเรือนและพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ นอกจากนี้ยังมีการวางแผน ป้องกันภัยพิบัติในอนาคต เพื่อให้ชุมชนสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีก

สรุป

การมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จในการร่วมมือกันของหน่วยงานภาครัฐและประชาชน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นการยืนยันถึง ความสามัคคีของชุมชน ที่พร้อมจะก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายประชุมร่วมฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน

การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟูจังหวัดเชียงรายหลังภัยพิบัติ: ร่วมมือสร้างนวัตกรรมเชิงนโยบาย

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำ ข้อเสนอนวัตกรรมเชิงนโยบาย สำหรับฟื้นฟูจังหวัดเชียงรายหลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ โดยการประชุมจัดขึ้นที่ โรงแรมแกรนด์ วิสต้า จ.เชียงราย มี นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน พร้อมด้วย นายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

ความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับ The Active ภายใต้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ThaiPBS) และ หอการค้าจังหวัดเชียงราย ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ โดยเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติภายใต้แนวคิด Build Back Greener Chiang Rai: RESILIENCE DEVELOPMENT WHITE PAPER การประชุมครั้งนี้มุ่งหวังที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางบวกโดยใช้แนวทางที่ยั่งยืนและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน

ผลกระทบจากอุทกภัยต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน

จากเหตุการณ์อุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดเชียงราย ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่ต้องหยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งในภาคการค้า การลงทุน ปศุสัตว์ เกษตรกรรม และสุขภาวะของประชาชน ความเร่งด่วนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้กลับมาเป็น ประตูสู่การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ ได้อย่างเต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุด

การเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาและการฟื้นฟู

ในการประชุมครั้งนี้ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้เน้นถึงความสำคัญของการ บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเสนอให้มีการออกแบบและปรับปรุงผังเมือง การจัดการเส้นทางน้ำ และการดูแลป่าไม้ เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในอนาคต

แนวทางการแก้ไขระยะสั้นและระยะยาว

สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น นางอทิตาธรแนะนำให้ใช้แนวทาง Social Impact Tourism หรือ การท่องเที่ยวเพื่อสังคม โดยการเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมจังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาระยะยาว นางอทิตาธรเสนอให้จัดตั้ง ศูนย์บริหารจัดการสาธารณภัยแบบเบ็ดเสร็จ (PDOSSS) เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการจัดการปัญหาภัยพิบัติและสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

บทบาทของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการฟื้นฟูจังหวัดเชียงราย

การประชุมครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสนอแนวทางในการฟื้นฟู โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ให้กลับมามีประสิทธิภาพอีกครั้ง เช่น การปรับปรุงระบบสื่อสาร การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคม และการส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น

บทสรุป

การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นฟูและพัฒนา จังหวัดเชียงราย ให้กลับมามีศักยภาพอีกครั้ง โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ นายก อบจ. เชียงรายย้ำว่า การร่วมมือกันของทุกหน่วยงาน จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาและสร้างความยั่งยืนในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE