เชียงรายเร่งรื้อสายเมืองเก่า เดินหน้าเคเบิลใต้ดินบนถนนธนาลัย วางฐานเมืองอัจฉริยะรับอนาคตท่องเที่ยวและความปลอดภัย

เชียงราย,30 มีนาคม 2569 – ใจกลางเมืองที่กำลังเปลี่ยนโฉมถนนธนาลัยในนครเชียงรายไม่ใช่เพียงเส้นทางสัญจรสายหนึ่งของคนเมือง แต่เป็นพื้นที่ที่ทำหน้าที่ทั้งเป็นแกนเศรษฐกิจ เขตการค้าเก่า พื้นที่ท่องเที่ยว และฉากชีวิตประจำวันของผู้คนในย่านเมืองชั้นในมาอย่างยาวนาน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภาพของเสาไฟฟ้าและสายสื่อสารที่พาดทับกันเหนือศีรษะกลายเป็นทั้งปัญหาด้านภูมิทัศน์ ความปลอดภัย และข้อจำกัดของการพัฒนาเมืองในระยะยาว กระทั่งในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 การขยับตัวของโครงการรื้อถอนสายไฟฟ้า ตัดเสาไฟฟ้า และสายสื่อสาร พร้อมพัฒนาระบบเคเบิลไฟฟ้าใต้ดิน ได้ทำให้ถนนสายนี้กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพียงงานปรับปรุงทางกายภาพ แต่กำลังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของนครเชียงรายจากเมืองท่องเที่ยวแบบเดิม ไปสู่เมืองที่พยายามจัดการโครงสร้างพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพ สวยงาม และรองรับเทคโนโลยีในอนาคตมากขึ้น

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 เทศบาลนครเชียงรายเผยแพร่ความคืบหน้าว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคร่วมกับเทศบาลนครเชียงรายกำลังเดินหน้ารื้อสายไฟฟ้า เตรียมตัดเสาไฟฟ้าและสายสื่อสารในเขตเมืองชั้นใน เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองให้สวยงาม เป็นระเบียบ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน โดยจุดที่ลงพื้นที่ติดตามในรอบล่าสุดอยู่บนถนนธนาลัย ช่วงตั้งแต่สี่แยกสุริวงศ์ถึงแยกธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวถนนที่มีความหนาแน่นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการสัญจรสูงที่สุดของเมืองเชียงราย การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการตรวจงาน เพราะสะท้อนว่าฝ่ายบริหารท้องถิ่นต้องการผลักดันให้โครงการเกิดผลเป็นรูปธรรมในสายตาของประชาชนอย่างชัดเจนภายในกรอบเวลาที่วางไว้

โครงการที่ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นในปีนี้

แม้ภาพการรื้อสายและเตรียมตัดเสาไฟฟ้าในปลายเดือนมีนาคม 2569 จะทำให้หลายคนรู้สึกว่าเมืองกำลังเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แต่เมื่อย้อนดูข้อมูลของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะพบว่าถนนธนาลัยอยู่ในกระบวนการรองรับงานเคเบิลใต้ดินมานานก่อนหน้านี้แล้ว อย่างน้อยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงรายได้ประกาศดับกระแสไฟฟ้าเพื่อปรับปรุงระบบจำหน่าย รองรับงานเคเบิลใต้ดินบนแนวถนนสุขสถิตและถนนธนาลัย ตั้งแต่สี่แยกหอนาฬิกาถึงสี่แยกธนาคารออมสิน ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าโครงการนี้เป็นงานโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง ไม่ใช่งานฉาบฉวยตามกระแส และต้องอาศัยทั้งการวางระบบล่วงหน้า การย้ายแนวสาย การประสานหน่วยงาน และการบริหารผลกระทบด้านการจราจรเป็นระยะเวลานานกว่าที่ประชาชนเห็นจากหน้างานจริง

สัญญาณต่อเนื่องอีกชั้นหนึ่งปรากฏในข้อมูลเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 จากการประชุมติดตามความคืบหน้าโครงการนำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงใต้ดินในเขตเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งระบุว่าพื้นที่สำคัญบางส่วนได้ดำเนินการแล้ว และมีการคาดการณ์ว่าโครงการภาพรวมจะแล้วเสร็จภายในกลางเดือนเมษายน 2569 แหล่งข่าวดังกล่าวยังระบุด้วยว่า หลังนำสายลงดินแล้ว จะทยอยรื้อถอนเสาไฟฟ้าในบางจุดและเดินหน้าพัฒนาศูนย์จัดการอัจฉริยะ ระบบไฟส่องสว่าง ถนน และฟุตบาทใหม่ต่อเนื่อง นั่นทำให้ภาพของถนนธนาลัยในวันนี้ไม่ใช่จุดเริ่มต้น หากเป็นช่วงปลายของกระบวนการขนาดใหญ่ที่เมืองลงทุนลงแรงมาเป็นลำดับ และกำลังเข้าใกล้ช่วงที่ประชาชนจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากที่สุด

จากสายระโยงระยางสู่ภูมิทัศน์ใหม่ของเมืองท่องเที่ยว

สำหรับเชียงราย ภูมิทัศน์ของเมืองไม่ใช่เรื่องรอง เพราะเมืองนี้เติบโตบนฐานเศรษฐกิจท่องเที่ยว วัฒนธรรม และบริการ การที่สายไฟและสายสื่อสารพาดทับกันอยู่เหนือถนนสายสำคัญ ไม่ได้เพียงสร้างความรกตา แต่ยังลดทอนศักยภาพของเมืองในฐานะจุดหมายปลายทางเชิงคุณภาพ ในรายงานความคืบหน้าช่วงกันยายน 2568 มีการระบุอย่างชัดเจนว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ เขตตัวเมืองเชียงรายจะลดภาพเสาไฟฟ้าและสายสื่อสารรกรุงรังลงอย่างมาก ซึ่งจะช่วยให้ทัศนียภาพของเมืองสวยงามขึ้น และสร้างความประทับใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวมากขึ้น ประเด็นนี้มีนัยสำคัญต่อเชียงรายอย่างยิ่ง เพราะถนนธนาลัยเชื่อมต่อกับพื้นที่การค้าเก่าและย่านที่นักท่องเที่ยวใช้เดินชมเมือง หากภาพเมืองโปร่งขึ้น สะอาดขึ้น และเดินได้สะดวกขึ้น ก็ย่อมส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์ของผู้มาเยือนและมูลค่าทางเศรษฐกิจของพื้นที่โดยรอบ

ในอีกมุมหนึ่ง การรื้อเสาและนำสายลงดินยังช่วยให้เมืองสามารถ “มองเห็นตัวเอง” ได้ชัดขึ้น เมืองเก่าอย่างเชียงรายมีเสน่ห์จากอาคาร ร้านค้าเก่า วัด และจังหวะชีวิตบนท้องถนน แต่เสาไฟฟ้าและสายสื่อสารจำนวนมหาศาลมักทำหน้าที่บดบังองค์ประกอบเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว การแก้ปัญหานี้จึงเป็นการคืนทัศนวิสัยให้เมืองกลับมาเล่าเรื่องตัวเองอีกครั้ง ยิ่งในช่วงที่เชียงรายกำลังแข่งขันกับเมืองท่องเที่ยวอื่นทั้งในและนอกภาคเหนือ การปรับภูมิทัศน์อย่างเป็นระบบย่อมเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่เพียงการตกแต่งเมืองเพื่อความสวยงามชั่วคราวเท่านั้น

ความปลอดภัยที่เป็นเหตุผลสำคัญไม่แพ้เรื่องความงาม

เหนือไปกว่าประเด็นภาพลักษณ์ สิ่งที่เมืองได้รับโดยตรงจากการเปลี่ยนระบบสายอากาศเป็นระบบใต้ดินคือความปลอดภัยของประชาชน โครงข่ายสายไฟและสายสื่อสารแบบเดิมมีความเสี่ยงทั้งจากสภาพอากาศ การเสื่อมสภาพตามเวลา อุบัติเหตุจากยานพาหนะ และเหตุขัดข้องที่อาจกระทบเป็นวงกว้าง การที่เทศบาลนครเชียงรายและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเลือกผลักดันโครงการนี้ต่อเนื่อง จึงสะท้อนการยอมรับร่วมกันว่าโครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่ตอบโจทย์เมืองในระยะยาวอีกต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในที่มีประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวใช้งานหนาแน่นในแต่ละวัน ความเป็นระเบียบของระบบสายไฟจึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคหลังฉาก แต่เป็นเรื่องความเสี่ยงในชีวิตจริงของคนเมืองทุกคน

การนำสายไฟลงดินยังเชื่อมโยงกับความมั่นคงของระบบจ่ายไฟในระดับการใช้งานจริง แม้เอกสารสาธารณะที่เข้าถึงได้ในเวลานี้จะไม่ได้เปิดเผยแบบก่อสร้างหรือข้อมูลเชิงวิศวกรรมทั้งหมดของถนนธนาลัย แต่จากกรณีประกาศดับไฟฟ้าเพื่อรองรับงานเคเบิลใต้ดินของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในปี 2566 และการติดตามความคืบหน้าปี 2568 ทำให้เห็นว่าโครงการนี้มีการวางระบบจำหน่ายและการจัดการงานภาคสนามอย่างต่อเนื่องเป็นขั้นตอน นั่นหมายความว่าเมืองกำลังขยับจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การจัดวางโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานกว่าและสอดคล้องกับความหนาแน่นของการใช้งานในอนาคตมากขึ้น

เมืองอัจฉริยะที่เริ่มจากงานโยธา ไม่ได้เริ่มจากคำโฆษณา

ประเด็นที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจมากขึ้น คือเทศบาลนครเชียงรายไม่ได้มองเรื่องสายไฟลงดินเป็นเพียงงานสาธารณูปโภค แต่เชื่อมมันเข้ากับแนวคิด “เมืองอัจฉริยะ” อย่างชัดเจน จากข้อมูลที่เผยแพร่ในช่วงปี 2568 และความคืบหน้าปลายมีนาคม 2569 เมืองได้วางแนวทางต่อยอดพื้นที่หลังการรื้อสายและตัดเสาไฟฟ้าไว้ทั้งการปรับปรุงฟุตบาทและถนน การติดตั้งเสาอัจฉริยะ ระบบสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด และการเชื่อมข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ แนวทางเช่นนี้ทำให้เห็นว่า “สายไฟลงดิน” เป็นเพียงชั้นฐานของการพัฒนา หากฐานนี้ไม่พร้อม เมืองก็ไม่สามารถติดตั้งระบบอัจฉริยะอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ในทางนโยบาย นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนาเมืองไทยหลายแห่ง เพราะอดีตมักแยกงานโยธาออกจากงานเทคโนโลยี ทำให้เกิดการขุดถนนซ้ำซ้อนหรือลงทุนเป็นช่วง ๆ โดยไม่เชื่อมกัน แต่กรณีของเชียงรายกำลังพยายามหลีกเลี่ยงปัญหานั้น ด้วยการมองถนนธนาลัยในฐานะ “โครงสร้างรองรับข้อมูล” ไปพร้อมกับการเป็น “โครงสร้างรองรับการเดินทาง” เมื่อเสาไฟแบบเดิมถูกแทนที่ด้วยระบบใหม่ เมืองก็สามารถต่อยอดไปสู่การจัดการแสงสว่าง ความปลอดภัย การเฝ้าระวัง และการสื่อสารสาธารณะได้ในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเป็นแก่นของการจัดการเมืองสมัยใหม่อย่างแท้จริง

ฟุตบาท ถนน และการเดินเมืองที่กำลังถูกออกแบบใหม่

สิ่งที่ประชาชนจะรับรู้ได้ชัดที่สุดหลังสายไฟลงดิน อาจไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่คือคุณภาพของการเดินเมืองในชีวิตประจำวัน หากฟุตบาทได้รับการปรับปรุงใหม่ ถนนเรียบขึ้น แสงสว่างดีขึ้น และทางสัญจรปลอดสิ่งกีดขวางมากขึ้น เมืองจะเปลี่ยนจากพื้นที่ที่ “ผ่านไป” เป็นพื้นที่ที่ “อยากอยู่ต่อ” ได้ทันที นี่คือเหตุผลที่หลายเมืองท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสำคัญกับทางเดินเท้าและภูมิทัศน์เมืองอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจร้านค้าเล็ก ร้านอาหาร คาเฟ่ และการท่องเที่ยวเชิงเดินเท้าล้วนพึ่งพาความรู้สึกปลอดภัยและน่าใช้งานของพื้นที่สาธารณะทั้งสิ้น ถนนธนาลัยในฐานะถนนใจกลางเมืองเชียงรายจึงมีสถานะเชิงยุทธศาสตร์มากกว่าถนนสายทั่วไปอย่างชัดเจน

เทศบาลนครเชียงรายเคยแจ้งประชาชนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 แล้วว่า พื้นที่ถนนธนาลัยมีการขุดวางท่อร้อยสายไฟฟ้าแสงสว่างต่อเนื่องในบางช่วงและอาจมีการเบี่ยงจราจร ซึ่งยืนยันว่าเมืองยอมรับต้นทุนระยะสั้นจากงานก่อสร้างเพื่อแลกกับผลลัพธ์ระยะยาว การขุดถนนอาจสร้างความไม่สะดวกชั่วคราวแก่ผู้ใช้เส้นทางและร้านค้า แต่หากงานเสร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ภายในเมษายน 2569 พื้นที่ใจกลางเมืองก็จะได้โครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่พร้อมรองรับทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

ถนนธนาลัยในฐานะห้องทดลองของอนาคตเชียงราย

หากมองในกรอบที่กว้างขึ้น ถนนธนาลัยกำลังกลายเป็นเสมือนห้องทดลองของอนาคตเชียงราย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้จะเป็นคำตอบสำคัญว่า เมืองสามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบโครงสร้างพื้นฐานเก่าไปสู่ระบบใหม่โดยกระทบประชาชนน้อยที่สุดได้หรือไม่ เมืองสามารถประสานงานระหว่างเทศบาล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้ให้บริการสื่อสาร และภาคธุรกิจในพื้นที่ให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้จริงหรือไม่ และที่สำคัญ เมืองสามารถแปลงการลงทุนขนาดใหญ่ด้านสาธารณูปโภคให้กลายเป็นคุณภาพชีวิตที่ประชาชนสัมผัสได้หรือไม่ คำถามเหล่านี้จะไม่ถูกตอบด้วยคำแถลงหรือภาพประชาสัมพันธ์ แต่จะถูกตอบจากสภาพจริงหลังงานแล้วเสร็จ ว่าถนนสายนี้ปลอดภัยขึ้น เดินง่ายขึ้น น่ามองขึ้น และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้มากขึ้นเพียงใด

ในแง่นี้ การลงพื้นที่ของผู้บริหารเทศบาลนครเชียงรายเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 จึงเป็นมากกว่าภาพการตรวจงาน เพราะมันสะท้อนว่าผู้บริหารท้องถิ่นรับรู้เดิมพันของโครงการนี้ดี ว่าหากสำเร็จ ถนนธนาลัยจะเป็นตัวอย่างให้พื้นที่อื่นของเชียงรายเดินตามได้ แต่หากล่าช้าหรือไม่สามารถส่งมอบผลลัพธ์ตามที่ประชาชนคาดหวังได้ ก็ย่อมกระทบทั้งความเชื่อมั่นของคนเมืองและภาพลักษณ์ของการพัฒนาเมืองในภาพรวมเช่นกัน

เมืองท่องเที่ยวคุณภาพจะเกิดไม่ได้ หากโครงสร้างพื้นฐานยังตามไม่ทัน

คำว่า “เมืองท่องเที่ยวคุณภาพ” ถูกใช้ในนโยบายท้องถิ่นบ่อยครั้ง แต่ในทางปฏิบัติ มันไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหรือปฏิทินเทศกาลเพียงอย่างเดียว หากโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานที่สุดของเมืองยังไม่พร้อม ถนนที่รกด้วยเสาและสายไฟ ทางเดินที่ไม่ปลอดภัย ระบบแสงสว่างที่ไม่ทั่วถึง หรือการบริหารข้อมูลที่ล่าช้า ล้วนเป็นต้นทุนแฝงที่นักท่องเที่ยวมองเห็นและประชาชนรู้สึกอยู่ทุกวัน โครงการสายไฟลงดินและการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะบนถนนธนาลัยจึงมีนัยสำคัญต่อเชียงรายมาก เพราะมันเป็นการลงทุนในสิ่งที่ไม่หวือหวา แต่เป็นรากฐานของความน่าอยู่และความน่าเที่ยวในระยะยาว

ความคืบหน้าที่สื่อสาธารณะบันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปลายมีนาคม 2569 ทำให้เห็นว่าเมืองเชียงรายไม่ได้หยุดอยู่ที่การวาดภาพอนาคต แต่พยายามแปลงภาพนั้นให้เป็นชั้นงานจริงทีละส่วน เริ่มจากการขุดวางท่อ ปรับระบบจำหน่าย รื้อสาย ตัดเสา และต่อยอดไปสู่การออกแบบเมืองอัจฉริยะ หากเมืองสามารถรักษาความต่อเนื่องของกระบวนการนี้ไว้ได้ สิ่งที่ถนนธนาลัยกำลังเผชิญอาจกลายเป็นต้นแบบให้ย่านอื่นของเชียงราย และอาจต่อยอดไปสู่การยกระดับเมืองทั้งระบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ปลายทางของโครงการนี้ไม่ใช่แค่ถนนโล่ง แต่คือเมืองที่จัดการตัวเองได้ดีขึ้น

ท้ายที่สุดแล้ว ปลายทางของโครงการสายไฟลงดินไม่ควรถูกวัดแค่จำนวนเสาไฟฟ้าที่หายไป หรือความเรียบร้อยของท้องฟ้าเหนือถนนธนาลัยเท่านั้น แต่ควรถูกวัดจากคำถามที่ลึกกว่านั้น เมืองปลอดภัยขึ้นหรือไม่ ประชาชนเดินได้ดีขึ้นหรือไม่ ร้านค้าทำมาค้าขายง่ายขึ้นหรือไม่ นักท่องเที่ยวประทับใจมากขึ้นหรือไม่ และระบบข้อมูลที่เมืองกำลังพยายามเชื่อมเข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ตอบสนองต่อปัญหาได้เร็วขึ้นจริงหรือไม่ หากคำตอบของคำถามเหล่านี้เป็นบวก โครงการนี้ก็จะไม่ใช่เพียงงานสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่ง แต่จะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเชียงรายไปสู่เมืองที่สวยงาม เป็นระเบียบ ปลอดภัย และบริหารจัดการตัวเองได้ดีขึ้นอย่างแท้จริง

สำหรับคนเชียงราย ภาพการรื้อสายและตัดเสาไฟฟ้าที่กำลังเกิดขึ้นอาจดูเป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเล็ก ๆ ของเมืองเก่า แต่ในความเป็นจริง มันคือการจัดระเบียบ “อนาคต” ของนครเชียงรายให้เริ่มต้นจากสิ่งที่จับต้องได้ที่สุด นั่นคือถนน ฟุตบาท แสงสว่าง ความปลอดภัย และระบบข้อมูล หากเมืองดูแลฐานเหล่านี้ได้ดี เมืองก็มีโอกาสก้าวไปต่อได้ไกลกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่คนแค่ผ่านมาเยือน แต่จะกลายเป็นเมืองที่ผู้คนอยากอยู่ อยากลงทุน และอยากกลับมาอีกครั้งด้วยความเชื่อมั่นที่มั่นคงกว่าเดิม

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • เทศบาลนครเชียงราย
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME