Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สทนช. จับมือจีนพัฒนาแม่น้ำสาย-รวก ลดปัญหาน้ำท่วม

สทนช. นำคณะผู้แทนจีนศึกษาพื้นที่น้ำท่วมเชียงราย ร่วมมือพัฒนาโครงการแม่น้ำสาย-รวกแก้ปัญหาน้ำข้ามพรมแดน

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นำโดย ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการ สทนช. พร้อมด้วย นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และคณะผู้แทนจากประเทศจีน ได้ลงพื้นที่ศึกษาดูงานในพื้นที่ประสบอุทกภัยที่จังหวัดเชียงราย โดยมีเป้าหมายเพื่อหารือการดำเนินโครงการแม่น้ำสาย – แม่น้ำรวก เพื่อ แก้ปัญหาน้ำข้ามพรมแดน ระหว่างไทยและเมียนมา

ความร่วมมือในการแก้ปัญหาน้ำท่วมข้ามพรมแดน

แม่น้ำสายและแม่น้ำรวกเป็นแม่น้ำที่กั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและเมียนมา ซึ่งในช่วงฤดูฝนจะประสบปัญหาน้ำท่วมชุมชนทั้งสองฝั่ง แต่ในช่วงฤดูแล้งจะประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับการเกษตรกรรม โดย สทนช. ได้ดำเนินโครงการวิจัยเพื่อบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำดังกล่าว โดยได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนพิเศษแม่โขง – ล้านช้าง (Mekong-Lancang Cooperation: MLC)

ดร.สุรสีห์ เปิดเผยว่า ในปี 2568 สทนช. ได้เสนอขอรับงบประมาณเพิ่มเติมจากกองทุนพิเศษแม่โขง – ล้านช้าง เพื่อนำมาพัฒนาโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนอุทกภัยล่วงหน้า รวมถึงการปรับตัวของชุมชนเมืองให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ศึกษาดูงานพื้นที่จริง เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ

การศึกษาดูงานในครั้งนี้ คณะผู้แทนได้เยี่ยมชมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เช่น

  • อำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่เกิดน้ำท่วมบ่อย
  • สถานีสูบน้ำดิบ และ สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 1
  • สบรวก สามเหลี่ยมทองคำ ที่อำเภอเชียงแสน

นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมสถานีวัดระดับน้ำแม่น้ำโขง เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดน รวมถึงการปรับปรุงระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยคณะผู้แทนจากประเทศจีนและเมียนมาได้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการเฝ้าระวังและจัดการอุทกภัย

พัฒนาการจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืนของภูมิภาค

สทนช. ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อหารือกับประเทศสมาชิกแม่โขง – ล้านช้าง ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม โดยมีการถอดบทเรียนจากโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพิเศษแม่โขง – ล้านช้างในปีที่ผ่านมา เช่น

  1. โครงการสร้างเครือข่ายผู้นำเยาวชนด้านน้ำ ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับภูมิภาค
  2. โครงการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมอัจฉริยะด้านน้ำ เพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ โดยเน้นการเพิ่มผลผลิตและรายได้ให้แก่เกษตรกร

ทั้งสองโครงการนี้ดำเนินการร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมสตอกโฮล์ม (SEI) และสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคมปีนี้

ยกระดับความสามารถของชุมชนในการรับมือกับอุทกภัย

โครงการพัฒนาการจัดการน้ำข้ามพรมแดนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสามารถของชุมชนในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมและภัยแล้ง โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการแจ้งเตือนภัย และการแบ่งปันข้อมูลระหว่างประเทศสมาชิก เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. โครงการแม่น้ำสาย – แม่น้ำรวกคืออะไร?
    โครงการนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยใช้การวิจัยและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำ

  2. สทนช. มีบทบาทอะไรในโครงการนี้?
    สทนช. เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการดำเนินโครงการร่วมกับประเทศสมาชิกแม่โขง – ล้านช้าง

  3. ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนมีอะไรบ้าง?
    การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า

  4. ผลกระทบของโครงการนี้ต่อชุมชนคืออะไร?
    ชุมชนจะได้รับประโยชน์จากการลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้ง และสามารถปรับตัวได้ดีขึ้นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  5. โครงการนี้จะดำเนินการในพื้นที่ใดบ้าง?
    พื้นที่ที่เน้นคือแม่น้ำสาย – แม่น้ำรวก รวมถึงพื้นที่เกษตรและชุมชนเมืองบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทหารใหม่เชียงราย อบรม CPR พร้อมใช้ AED ช่วยชีวิต

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดอบรมช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและการใช้เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ ให้ทหารใหม่เพิ่มความพร้อมรับภารกิจ

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 มณฑลทหารบกที่ 37 โดย โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช ได้จัดกิจกรรมอบรมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) แก่ ทหารใหม่ผลัดที่ 2/67 จากหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 37 และกองพันทหารราบที่ 17 กรมทหารราบที่ 3 (ร.17 พัน.3) เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการช่วยเหลือชีวิตขั้นพื้นฐานให้กับทหารใหม่ โดยมีกำลังพลเข้ารับการอบรมรวมทั้งสิ้น 286 นาย

อบรมทักษะการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานเพื่อความปลอดภัย

การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นโดยทีมเวชกรรมป้องกันของโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช ซึ่งได้มุ่งเน้นให้ความรู้เรื่อง การป้องกันการเจ็บป่วยจากความร้อน การป้องกันการเกิดโรคระบาด สุขภาวะทางจิต และสุขาภิบาลในหน่วยฝึกทหารใหม่ นอกจากนี้ยังเน้นไปที่การฝึกทักษะ การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อให้ทหารใหม่สามารถช่วยชีวิตผู้ที่เกิดอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้อย่างทันท่วงที

สร้างความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจและดูแลสุขภาพทหารใหม่

พันเอกประเสริฐ แก้วมาตย์ ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ 37 กล่าวว่า การฝึกอบรมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก ที่มุ่งเน้นให้ทหารใหม่ได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการดูแลตนเอง รวมถึงการรักษาสุขลักษณะที่ดี เพื่อให้ทหารทุกนายมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการฝึกฝนทักษะทางทหาร ซึ่งจะช่วยให้ทหารสามารถปฏิบัติภารกิจในการพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทักษะ CPR และการใช้เครื่อง AED สำคัญอย่างไร?

การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า (AED) ถือเป็นทักษะที่สำคัญมากในการช่วยชีวิตผู้ที่ประสบอุบัติเหตุหรือมีอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยเครื่อง AED เป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยกระตุกหัวใจให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การอบรมทักษะเหล่านี้แก่ทหารใหม่ จะทำให้พวกเขาสามารถนำไปใช้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมหน่วยหรือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินได้

การดูแลสุขภาพจิตและสุขาภิบาลในหน่วยฝึกทหารใหม่

นอกเหนือจากการอบรมทักษะช่วยชีวิตแล้ว ทีมงานยังได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ สุขภาวะทางจิตและสุขาภิบาล เพื่อให้ทหารใหม่ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตใจและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ทหารมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในอนาคต

เสริมสร้างศักยภาพทหารใหม่เพื่อพัฒนาชุมชน

พันเอกประเสริฐกล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ไม่เพียงแต่ทำให้ทหารใหม่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมให้พวกเขาสามารถ มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและช่วยเหลือประชาชน ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้ ทหารใหม่ที่ผ่านการฝึกอบรมจะมีทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. การอบรม CPR และการใช้เครื่อง AED มีความสำคัญอย่างไร?
    ทักษะเหล่านี้ช่วยให้สามารถช่วยชีวิตผู้ที่เกิดอาการหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้ทันที ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต

  2. การอบรมนี้จัดขึ้นที่ไหน?
    จัดขึ้นที่โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช มณฑลทหารบกที่ 37 จังหวัดเชียงราย

  3. ทหารใหม่ที่เข้ารับการอบรมมีกี่นาย?
    มีทหารใหม่เข้ารับการอบรมจำนวน 286 นาย

  4. การฝึกอบรมนี้ครอบคลุมเนื้อหาอะไรบ้าง?
    ประกอบด้วยการทำ CPR การใช้เครื่อง AED การป้องกันโรคระบาด สุขาภิบาล และสุขภาวะทางจิต

  5. ทหารใหม่สามารถนำทักษะที่ได้รับไปใช้ในสถานการณ์ใดได้บ้าง?
    สามารถใช้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยเหลือเพื่อนร่วมหน่วย และการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ผลักดันแพทย์แผนไทย เสริมพลังชุมชนด้วยสมุนไพร

นายก อบจ.เชียงราย ร่วมบรรยายสัมมนาปาฐกถาชีวกโกมารภัจจ์ ครั้งที่ 8 ส่งเสริมแพทย์แผนไทยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มีการจัดกิจกรรมสัมมนาปาฐกถาชีวกโกมารภัจจ์ ครั้งที่ 8 เนื่องในวันสถาปนาวิทยาลัยครบรอบ 22 ปี โดยมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) และ ศาสตราจารย์คลินิก ดร.นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “บทบาทของแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล”

ส่งเสริมการบูรณาการแพทย์แผนไทยและการศึกษา

ในงานสัมมนาครั้งนี้ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระหว่าง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ได้โอนย้ายมาอยู่ภายใต้การดูแลของ อบจ.เชียงราย โดยปัจจุบันยังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะ แพทย์แผนไทย ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพของชุมชน

นางอทิตาธร กล่าวว่า หากมีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการผลิตบุคลากรด้านการแพทย์พื้นบ้าน และสนับสนุนให้นักศึกษาที่จบการศึกษาได้กลับมาทำงานในบ้านเกิด จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกรักถิ่นฐานและพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

การส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการแพทย์

นอกจากการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์แล้ว นายก อบจ.เชียงราย ยังมีแนวคิดในการ ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพร เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน โดยมีการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เปิดรับสมัครแพทย์แผนไทยระดับปฏิบัติการ

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ อบจ.เชียงราย ได้เปิดรับสมัครคัดเลือกตำแหน่ง แพทย์แผนไทยระดับปฏิบัติการ โดยไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2567 ที่กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 3 อบจ.เชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 053-175-352 ในวันและเวลาราชการ

ความร่วมมือในการส่งเสริมการแพทย์และเศรษฐกิจชุมชน

การสัมมนาครั้งนี้ยังได้พูดถึงการสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าชุมชน โดยการปลูกพืชสมุนไพรจะไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับจังหวัด ทำให้สินค้าท้องถิ่นของเชียงรายสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างเต็มศักยภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสอะไร?
    จัดขึ้นเนื่องในวันสถาปนาวิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ครบรอบ 22 ปี

  2. เป้าหมายของการบูรณาการแพทย์แผนไทยกับการศึกษาในเชียงรายคืออะไร?
    เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และสนับสนุนให้นักศึกษาที่จบการศึกษากลับมาทำงานในบ้านเกิด

  3. อบจ.เชียงรายมีแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างไร?
    ส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรทางการแพทย์และตรวจสอบคุณภาพเพื่อให้สินค้าสามารถเข้าสู่ตลาดโลก

  4. เปิดรับสมัครตำแหน่งแพทย์แผนไทยเมื่อไหร่?
    ตั้งแต่วันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2567 ที่กองการเจ้าหน้าที่ อบจ.เชียงราย

  5. ใครเป็นผู้บรรยายในงานสัมมนาครั้งนี้?
    นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย และ ศาสตราจารย์คลินิก ดร.นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายจัดยี่เป็งลอยสะเปา กระตุ้นท่องเที่ยวหลังน้ำท่วม

เทศบาลนครเชียงรายเปิดงาน “ลอยสะเปาล่องนที ยี่เป็ง” กระตุ้นการท่องเที่ยวหลังน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย และนางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย ร่วมเปิดงาน “ลอยสะเปาล่องนที สะหลียี่เป็ง” ซึ่งจัดขึ้นที่ท่าน้ำสวนสาธารณะริมน้ำกก (หลังวัดฝั่งหมิ่น) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

สืบสานประเพณียี่เป็งและการลอยสะเปาเพื่อฟื้นฟูจิตใจหลังน้ำท่วม

งานประเพณียี่เป็งปีนี้จัดขึ้นเพื่อ กระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น หลังจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้ำกก ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ในช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชุมชนและเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างมาก เทศบาลนครเชียงรายจึงตัดสินใจจัดงานลอยกระทงและลอยสะเปาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยือนเชียงรายอีกครั้ง

กิจกรรมภายในงานที่หลากหลายและน่าสนใจ

ในงานนี้ยังมีการประกอบพิธีตามความเชื่อดั้งเดิมโดย พระครูขันติพลาธร รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย และ พระไพศาลประชาทร วิ. (หลวงพ่อพบโชค) เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง ซึ่งนำคณะพระสงฆ์และประชาชนร่วมกันลอยสะเปาและกระทงลงแม่น้ำกก เพื่อส่งเสริมความเป็นสิริมงคลและขอขมาแม่น้ำตามประเพณีล้านนา

งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิม แต่ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น

  • การประกวด หนูน้อยนพมาศ ที่สถานศึกษาในจังหวัดเชียงรายและโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครเชียงรายส่งเข้าประกวด
  • การจัดแสดงสินค้าท้องถิ่นและงานหัตถกรรมที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของเชียงราย
  • การแสดงทางวัฒนธรรมและการแสดงดนตรีพื้นเมือง

เส้นทางเดินเท้าสำหรับลอยกระทงยาวเกือบ 2 กิโลเมตร

เทศบาลนครเชียงรายได้จัดพื้นที่พิเศษสำหรับการลอยกระทงและเดินเที่ยวตลอดเส้นทางริมแม่น้ำกก ระยะทางยาวเกือบ 2 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากสวนสาธารณะหลังวัดฝั่งหมิ่นไปยัง ชุมชนร่องเสือเต้น และ ชุมชนป่าแดง เพื่อสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและน่าประทับใจในค่ำคืนวันยี่เป็ง

กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม

การจัดงานในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ยังเป็นการ กระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น หลังจากที่พื้นที่บริเวณริมแม่น้ำกกต้องเผชิญกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ การเปิดพื้นที่สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลยี่เป็งจึงเป็นโอกาสในการฟื้นฟูและสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้กลับมาฟื้นตัวได้

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า “การจัดงานลอยกระทงครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมล้านนา แต่ยังเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของชุมชน โดยเฉพาะในช่วงหลังน้ำท่วมที่ชุมชนต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน”

การลอยสะเปาเพื่อความเป็นสิริมงคล

การลอยสะเปาและกระทงเป็นการแสดงออกถึง การขอขมาแม่น้ำและการปล่อยสิ่งไม่ดีออกไปกับน้ำ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดมายาวนานในภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย การที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ช่วยเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและฟื้นฟูจิตใจหลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วม

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. งานลอยกระทงที่เชียงรายจัดขึ้นเมื่อไหร่?
    จัดขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 บริเวณท่าน้ำสวนสาธารณะริมน้ำกก

  2. วัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้คืออะไร?
    เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากที่เชียงรายเผชิญกับน้ำท่วมใหญ่

  3. มีกิจกรรมอะไรบ้างในงาน?
    มีการลอยสะเปา การประกวดหนูน้อยนพมาศ การแสดงทางวัฒนธรรม และการจัดแสดงสินค้าท้องถิ่น

  4. เส้นทางเดินเท้าสำหรับลอยกระทงมีความยาวเท่าไหร่?
    ยาวเกือบ 2 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างสวนสาธารณะริมน้ำกก ชุมชนร่องเสือเต้น และชุมชนป่าแดง

  5. งานนี้มีความสำคัญอย่างไรต่อชุมชน?
    ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและเสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในชุมชน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มฟล. นำบุญถวายผ้าพระกฐิน สืบสานประเพณี

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำชุมชนร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน สืบสานประเพณีอันดีงาม

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 บรรยากาศแห่งความศรัทธาและความสามัคคีเปี่ยมล้น ณ วัดเชตวัน (วัดพระนอน) อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นประธานในพิธี และนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน

สืบทอดประเพณีอันดีงาม

พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ ถือเป็นประเพณีอันดีงามที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนพระพุทธศาสนา และส่งเสริมให้บุคลากร นักศึกษา และชุมชนได้ร่วมกันทำบุญกุศล นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

พระราชทานผ้าพระกฐินจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

ผ้าพระกฐินที่นำมาถวายในครั้งนี้ เป็นพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อพุทธศาสนิกชนชาวไทย และเป็นเกียรติอย่างสูงแก่ชาวจังหวัดเชียงราย

ยอดเงินบริจาคสูงเกินเป้าหมาย

จากการร่วมแรงร่วมใจของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คณะศรัทธาวัดเชตวัน และพุทธศาสนิกชน ทำให้ยอดเงินบริจาคในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้สูงถึง 1,515,824.29 บาท ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยแบ่งเป็นเงินบริจาคจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวน 753,240.29 บาท และจากคณะศรัทธาวัดเชตวัน และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา จำนวน 762,584 บาท

ความสำคัญของการทำบุญ

การทำบุญถวายผ้าพระกฐิน เป็นการสร้างกุศลแก่ตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนพระภิกษุสามเณรในการปฏิบัติธรรม และช่วยให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมพิธี

นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง และขอชื่นชมมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่ได้จัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมเช่นนี้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า การจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาคน พัฒนาสังคม และพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้บุคลากร นักศึกษา และชุมชน ได้ตระหนักถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนา และร่วมกันทำบุญกุศล

บทส่งท้าย

พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของชุมชน และความตั้งใจในการทำความดีของทุกคน ซึ่งจะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และความสงบสุขแก่ทุกหมู่เหล่า

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายคว้ารางวัลเมืองสีเขียวระดับประเทศ

เชียงรายคว้ารางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับดีเยี่ยม ก้าวสู่การเป็นเมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เทศบาลนครเชียงรายสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอีกครั้ง หลังได้รับการประเมินผลให้เป็น “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับดีเยี่ยม” ในการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ ประจำปี 2567 ผลการประเมินดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเทศบาลนครเชียงรายในการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความยั่งยืน

ความสำเร็จจากการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

การที่เทศบาลนครเชียงรายได้รับการประเมินให้เป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับดีเยี่ยมนั้น เกิดจากความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามกรอบความคิด “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และเมืองแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่ดี โดยเทศบาลนครเชียงรายได้ดำเนินการตามองค์ประกอบทั้ง 4 อย่างอย่างครอบคลุม

การประเมินที่เข้มข้นและรอบด้าน

กระบวนการประเมินของเทศบาลนครเชียงรายเป็นไปอย่างเข้มข้นและรอบด้าน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาข้อมูลและเอกสารผลงานที่เทศบาลนครเชียงรายส่งเข้าประกวด รวมถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบผลงานจริง เช่น มหาวิทยาลัยวัยที่ 3 นครเชียงราย, บ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครเชียงราย และชุมชนดอยสะเก็น ป่าใจเมืองนครเชียงราย ซึ่งเป็นตัวอย่างของการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปเป็นแบบอย่างได้

เป้าหมายสู่การเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ

การได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของเทศบาลนครเชียงรายในการก้าวสู่การเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ โดยเทศบาลนครเชียงรายจะนำผลการประเมินนี้ไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพื่อให้เชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความยั่งยืนในระยะยาว

ความหมายของรางวัล

การได้รับรางวัล “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพราชสุดาสยามบรมราชกุมารี นับเป็นเกียรติสูงสุดของเทศบาลนครเชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้หน่วยงานอื่นๆ ในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

เสียงจากนายกเทศมนตรีนครเชียงราย

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า “ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวเชียงราย ที่ร่วมกันสร้างสรรค์เมืองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืน ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและร่วมกันสร้างสรรค์เมืองเชียงรายให้เป็นเมืองที่น่าอยู่”

การเผยแพร่ผลการประเมิน

ผลการประเมินดังกล่าว จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 และจะได้รับการเผยแพร่ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นแบบอย่างในการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่ยั่งยืน

บทสรุป

ความสำเร็จของเทศบาลนครเชียงรายในการได้รับการประเมินให้เป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับดีเยี่ยม เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเมืองเชียงรายให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และมีความยั่งยืนในระยะยาว การดำเนินงานตามหลักการของเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน จะช่วยให้เชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลนครเชียงราย ผนึกกำลัง พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เชียงรายเดินหน้ายกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างเศรษฐกิจฐานราก

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เทศบาลนครเชียงราย ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการยกระดับการท่องเที่ยวและบริการเชิงสร้างสรรค์บนฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในการนี้ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ชุมชนดอยสะเก็น ชุมชนสันป่าก่อไทยใหญ่ และชุมชนป่างิ้ว เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการดังกล่าว โดยมีเป้าหมายหลักคือการนำเอาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยว

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย: ผู้ขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนา

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในฐานะหน่วยงานทางวิชาการ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาโครงการ โดยจะนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยวให้มีความน่าสนใจและตอบสนองความต้องการของตลาด

ชุมชนท้องถิ่น: ผู้สร้างสรรค์และผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง

ชุมชนท้องถิ่นทั้งสามแห่ง ได้แก่ ชุมชนดอยสะเก็น ชุมชนสันป่าก่อไทยใหญ่ และชุมชนป่างิ้ว จะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยว โดยนำเสนอเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: กุญแจสำคัญสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย โดยการนำเสนอเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของชุมชน จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาเยือน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

โครงการนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อจังหวัดเชียงราย ดังนี้

  • การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก: สร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น
  • การอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรม: ช่วยอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน
  • การสร้างงาน: สร้างโอกาสทางการงานให้กับคนในชุมชน
  • การพัฒนาการท่องเที่ยว: ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนจังหวัดเชียงรายมากขึ้น

บทสรุป

โครงการยกระดับการท่องเที่ยวและบริการเชิงสร้างสรรค์บนฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรม เป็นโครงการที่สำคัญในการพัฒนาจังหวัดเชียงรายให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและยั่งยืน โดยการนำเอาศักยภาพของชุมชนและทรัพยากรทางวัฒนธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ประเพณีลอยกระทงสันกลางเชียงราย ส่งเสริมวัฒนธรรมและความสามัคคี

งานประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 20.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลาง ประจำปี 2567 ณ บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายทัศพงษ์ สุวรรณมงคล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ว่าที่ร้อยตรี ปภาวิน ปวงใจ เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายสุรเชษฐ วงศ์น้อย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอพาน เขต 2 ร่วมงานครั้งนี้ด้วย

ภายในงานมีคณะผู้บริหารตำบลสันกลาง ได้แก่ นายอลงกรณ์ ดีน้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง นายภัทราวุธ ชุ่มอินจักร์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง และนายศรีวรรณ์ วงศ์จินา กำนันตำบลสันกลาง ร่วมให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและประชาชนที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น

การจัดงานประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลางปีนี้ มุ่งส่งเสริมเยาวชนและประชาชนทุกวัยให้ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญนี้ ซึ่งเป็นประเพณีที่มีการสืบสานมาแต่โบราณเพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณแม่น้ำลำคลองที่ให้ชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า พร้อมกับสร้างความสามัคคีในชุมชนและเสริมสร้างจิตสำนึกในการรักษาประเพณีวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืน

กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย:

  1. การประกวดกระทง – ประชาชนและนักเรียนในพื้นที่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถในการประดิษฐ์กระทงที่สวยงามและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  2. การประกวดหนูน้อยนพมาศ – เพื่อส่งเสริมความน่ารักและการเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีของไทยให้กับเยาวชน
  3. การประกวดโคมไฟเครื่องแขวน – เป็นการนำเสนอศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ซึ่งแสดงถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าร่วม
  4. การแข่งขันชกมวยไทย – กิจกรรมกีฬาที่สร้างความตื่นเต้นและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงาน
  5. เวทีดนตรีรำวง – เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความรื่นเริงและสนุกสนานให้กับประชาชนผู้มาร่วมงาน

งานประเพณีลอยกระทงในปีนี้จัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีไทยที่มีมาอย่างยาวนาน นอกจากจะเป็นการแสดงถึงความกตัญญูต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและเกิดความสามัคคีในการร่วมกิจกรรมที่สร้างความสุขและความสนุกสนานให้กับทุกคนที่เข้าร่วมงาน

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวในพิธีเปิดงานว่า “การจัดงานลอยกระทงในปีนี้เป็นโอกาสที่ดีให้กับเยาวชนและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาติไทย เราหวังว่ากิจกรรมเหล่านี้จะเป็นที่ประทับใจและจดจำของผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน และส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าของประเพณีที่มีความสำคัญเช่นนี้”

นอกจากนี้ งานครั้งนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ความงดงามของวัฒนธรรมล้านนาให้กับคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย

โดยสรุป งานประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลางครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่สำคัญของไทย แต่ยังส่งเสริมความสัมพันธ์ในชุมชน และสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสนุกสนานให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน ทั้งนี้ งานจะดำเนินไปจนถึงช่วงค่ำของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช รณรงค์วันเบาหวานโลก

รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช จัดกิจกรรมรณรงค์วันเบาหวานโลก

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเอง

วันเบาหวานโลก: ความสำคัญและที่มา

วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก เพื่อเป็นการระลึกถึงการค้นพบอินซูลิน ซึ่งเป็นการรักษาโรคเบาหวานที่สำคัญ และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของโรคเบาหวานและวิธีการป้องกัน

กิจกรรมรณรงค์ที่โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช

โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานแก่กำลังพลและประชาชนทั่วไป โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โรคเบาหวาน: ภัยเงียบที่คุกคาม

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น ไต ตา ประสาท และหัวใจ โดยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และมักเกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมและการขาดการออกกำลังกาย

อาการของโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • หิวบ่อย กระหายน้ำ
  • ปัสสาวะบ่อย
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  • น้ำหนักลดหรือเพิ่มอย่างรวดเร็ว
  • แผลหายช้า
  • มองไม่ชัด

การป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน

การป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เช่น ลดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพิ่มการบริโภคผัก ผลไม้ และธัญพืช ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำหนัก

ความสำคัญของการตรวจสุขภาพ

การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการค้นหาโรคเบาหวานในระยะเริ่มต้น เพราะหากตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ข้อความจากผู้เชี่ยวชาญ

พ.ต. พาทิศ ธนาบริบูรณ์ อายุรแพทย์ รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช กล่าวว่า “โรคเบาหวานเป็นโรคที่สามารถป้องกันและควบคุมได้ หากเราใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง การตรวจสุขภาพเป็นประจำและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย จะช่วยให้เราสามารถมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้”

บทสรุป

การจัดกิจกรรมรณรงค์วันเบาหวานโลกของโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของสังคมไทย การสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสุขภาพและการรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง

มทบ.37 ร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 มณฑลทหารบกที่ 37 นำโดย พล.ต. บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและประชาชนชาวเชียงราย ร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ เนื่องในวันพระบิดาแห่งฝนหลวง ประจำปี 2567 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระราชดำริในการคิดค้นโครงการฝนหลวงขึ้น เพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและช่วยเหลือพสกนิกร

พระราชดำริอันยิ่งใหญ่ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของประเทศไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 69 ปี แห่งการกำเนิดโครงการฝนหลวง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริที่จะคิดค้นวิจัยหาวิธีการทำฝนหลวง เพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของเกษตรกรและประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง”

โครงการฝนหลวง พระราชทาน

โครงการฝนหลวงเป็นโครงการอันเกิดจากพระราชดำริ ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งที่เกิดจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนตกตามต้องการ โครงการนี้ได้สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทย

ความสำคัญของโครงการฝนหลวง

โครงการฝนหลวงมีความสำคัญต่อประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตทางการเกษตรและคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ โครงการฝนหลวงยังเป็นตัวอย่างของการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

การดำเนินงานของโครงการฝนหลวง

การดำเนินงานของโครงการฝนหลวงนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน โดยมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการตรวจสอบสภาพอากาศและการปฏิบัติการทำฝนหลวง ซึ่งต้องอาศัยความรู้ความสามารถของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ

บทบาทของมณฑลทหารบกที่ 37

มณฑลทหารบกที่ 37 ได้ให้การสนับสนุนโครงการฝนหลวงมาโดยตลอด โดยเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการฝนหลวง เช่น การร่วมปฏิบัติการทำฝนหลวง การให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการฝนหลวงแก่ประชาชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

การสืบสานพระราชปณิธาน

การจัดงานวันพระบิดาแห่งฝนหลวงในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นการส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงความสำคัญของโครงการฝนหลวง และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มณฑลทหารบกที่ 37

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE