Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กสทช. จัดประชุมรับฟังสิทธิการสื่อสาร พัฒนาเชียงราย

กสทช. จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เน้นสิทธิและเสรีภาพการสื่อสารของประชาชน

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 กสทช. ร่วมกับ กตป. และมหาวิทยาลัยบูรพา จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ณ จังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในเรื่อง สิทธิและเสรีภาพในการติดต่อสื่อสารของประชาชน โดยมี พลเรือเอก ประสาน สุขเกษตร ประธานคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ. กสทช. เป็นประธานเปิดงาน

วัตถุประสงค์ของการประชุม

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อ รับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) และติดตามผลการดำเนินงานของ กสทช. ในการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงการสื่อสาร โดยเน้นให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเสนอแนะและให้ความเห็นได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ กตป. ร่วมมือกับสำนักงาน กสทช. และที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยบูรพาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานในปี 2567

กลุ่มเป้าหมายในการประชุม

การประชุมในวันนี้มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานราชการ, สื่อมวลชน, ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการผลิต, บุคลากรจากสถาบันการศึกษา, เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, ผู้ด้อยโอกาส, ผู้สูงอายุ, ผู้พิการ, ผู้นำชุมชน, กลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาการสื่อสารของประชาชน

ประเด็นปัญหาและข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่

ในที่ประชุม พลเรือเอกประสาน ได้เน้นย้ำถึง ความสำคัญของการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากคลื่นความถี่ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนซึ่งมักประสบปัญหาจากการ ลักลอบส่งสัญญาณจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทำให้เกิดการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากมิจฉาชีพ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โทรเข้ามาหลอกลวงประชาชน

พลเรือเอกประสานยังกล่าวถึงกรณีที่มีการใช้ เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ซึ่งช่วยให้มิจฉาชีพสามารถติดต่อกับเหยื่อในประเทศไทยได้จากต่างประเทศ เช่น การใช้สัญญาณผ่านระบบของ อีลอน มัสก์ ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยเฉพาะในเขต คิงโรมัน ที่มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการหลอกลวงประชาชน ซึ่งเป็นความท้าทายที่ กสทช. ต้องเผชิญและแก้ไขอย่างเร่งด่วน

แนวทางการป้องกันและการแก้ไขปัญหา

เพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบใช้คลื่นความถี่ ทาง กสทช. ได้เสนอให้จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยรวบรวมทีมตำรวจ อัยการ ธนาคาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ในช่วงที่เกิด น้ำท่วมที่อำเภอแม่สาย ทาง กสทช. ยังได้เข้ามาดูแลเรื่องการสื่อสารโดยการส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบและดูแลให้คลื่นสัญญาณใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องในช่วงวิกฤต

บทสรุป

การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กสทช. และ กตป. ในการรับฟังความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการเข้าถึงการสื่อสาร โดยเน้นให้การสื่อสารเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนในยุคดิจิทัล

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลเร่งซ่อมสะพานแม่ฟ้าหลวงหลังน้ำท่วม สะพานขาดตัดเส้นทาง

เทศบาลนครเชียงรายเร่งซ่อมแซมสะพานถนนแม่ฟ้าหลวงหลังเกิดความเสียหายจากอุทกภัย

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 หลังจากที่จังหวัดเชียงรายประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนัก ทำให้โครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งได้รับความเสียหาย หนึ่งในนั้นคือสะพานถนนแม่ฟ้าหลวง ชุมชนน้ำลัด ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ที่คอสะพานทรุดตัวเสียหายจนไม่สามารถสัญจรได้

สะพานชั่วคราวเสียหายจากน้ำหนักเกิน

เพื่อแก้ไขปัญหาการสัญจรในเบื้องต้น เทศบาลนครเชียงรายได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งสะพานเครื่องหนุนมั่นแบบเร่งด่วน (MFB) เพื่อใช้เป็นทางเชื่อมชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ได้พบว่ามีรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถทัวร์ที่มีน้ำหนักเกินกำหนด 10 ตัน ฝ่าฝืนเข้ามาใช้สะพาน ทำให้สะพานชั่วคราวเกิดความเสียหายและเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน จึงจำเป็นต้องยกเลิกการใช้งานสะพานชั่วคราวดังกล่าว

เทศบาลฯเร่งดำเนินการซ่อมแซมสะพาน

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมสะพานให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด โดยได้มอบหมายให้ผู้รับเหมาเข้าดำเนินการก่อสร้างในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 45 วัน

นายรุ่งธรรม ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการกองช่างเทศบาลนครเชียงราย กล่าวว่า “ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างนั้น เราจะต้องรอให้ระดับน้ำลดลงจนถึงระดับที่เหมาะสมก่อน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรม โดยเฉพาะงานฐานรากของโครงสร้าง เพื่อความแข็งแรงของคอสะพานและเชื่อมต่อตัวสะพาน” การรอให้ระดับน้ำลดลงจะช่วยให้ทีมวิศวกรสามารถตรวจสอบสภาพพื้นที่และวางแผนการดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลกระทบต่อประชาชนและการดำเนินชีวิต

การเสียหายของสะพานถนนแม่ฟ้าหลวงส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชนน้ำลัดและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งต้องใช้เส้นทางนี้ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และตลาด

การแก้ไขปัญหาในระยะยาว

เทศบาลนครเชียงรายตระหนักถึงความสำคัญของการซ่อมแซมสะพานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และได้วางแผนการดำเนินงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้สะพานมีความแข็งแรงทนทานและสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว

การดำเนินการซ่อมแซมสะพานถนนแม่ฟ้าหลวงในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเทศบาลนครเชียงรายในการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ต.ริมกก 2,429 ราย

อบจ.เชียงรายเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังอุทกภัย

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ได้ดำเนินการโครงการช่วยเหลือประชาชน เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูหลังเกิดเหตุสาธารณภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงรายที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างหนัก

อบจ.เชียงรายลงพื้นที่เยียวยาผู้ประสบภัย

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมคณะได้ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัย ณ อาคารคชสาร สนามกีฬากลาง อบจ.เชียงราย โดยมีผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในตำบลริมกก จำนวน 2,429 ราย เข้าร่วมรับการช่วยเหลือ

การช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การดำเนินการช่วยเหลือครั้งนี้ เป็นไปตามมติของคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนของ อบจ.เชียงราย ที่ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อเยียวยาผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ อาทิ ค่าเครื่องนุ่งห่ม ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ ค่าเครื่องครัว และค่าเครื่องนอน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นและช่วยให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

เป้าหมายเพื่อฟื้นฟูชีวิตผู้ประสบภัย

นายก อบจ.เชียงราย กล่าวว่า “เราเข้าใจดีว่าเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก อบจ.เชียงรายจึงเร่งดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด”

แผนการช่วยเหลือในระยะยาว

นอกจากการมอบเงินช่วยเหลือแล้ว อบจ.เชียงรายยังได้วางแผนที่จะดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในระยะยาว โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ เพื่อบูรณาการการทำงานและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ครอบคลุมพื้นที่ประสบภัยทั่วทั้งจังหวัด

สำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อบจ.เชียงรายก็ได้เตรียมการที่จะลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยจะพิจารณาจากความรุนแรงของความเสียหายและความต้องการความช่วยเหลือของประชาชนในแต่ละพื้นที่

ความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูชุมชน

การดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความห่วงใยและความมุ่งมั่นของ อบจ.เชียงราย ในการดูแลพี่น้องประชาชน และเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยได้ฟื้นฟูชีวิตกลับมาให้ดีขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบเงินสร้างบ้านใหม่ “เวียงแก่น”

เชียงรายเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มอบเงินก่อสร้างบ้านให้ผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 หลังจากที่จังหวัดเชียงรายประสบปัญหาอุทกภัยรุนแรงเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและดินสไลด์ ล่าสุดจังหวัดเชียงรายได้เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีการมอบเงินช่วยเหลือเพื่อสมทบค่าก่อสร้างบ้านให้กับผู้ที่บ้านได้รับความเสียหายทั้งหลัง

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักจากอุทกภัย โดยเงินช่วยเหลือดังกล่าวมาจากเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี 2567 ซึ่งได้รับการบริจาคจากภาคเอกชน องค์กรเอกชน และประชาชนทั่วไป

นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ นายอำเภอเวียงแก่น กล่าวว่า “การมอบเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของภาครัฐและภาคเอกชนที่มีต่อพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย เราหวังว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยได้ฟื้นฟูบ้านเรือนกลับมาอยู่อาศัยได้ตามปกติ”

สำหรับการจัดสรรเงินช่วยเหลือ

คณะทำงานฝ่ายพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้ดำเนินการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหลัง

นอกจากอำเภอเวียงแก่นแล้ว

ยังมีอีก 2 อำเภอที่ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม ได้แก่ อำเภอแม่สาย และอำเภอแม่ฟ้าหลวง ซึ่งรวมแล้วมีผู้ได้รับการช่วยเหลือจำนวน 43 ครัวเรือน ด้วยวงเงินรวม 1,940,000 บาท

นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า “จังหวัดเชียงรายยังคงเดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่จะฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทำให้เราสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที”

สำหรับยอดเงินบริจาคของกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี 2567

ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 มีจำนวนทั้งสิ้น 3,245,716.42 บาท และล่าสุดได้รับเงินบริจาคจากบริษัท ไทยยามาฮ่า ร่วมกับสินธานีกรุ๊ป เพิ่มเติมอีก 200,000 บาท

การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้

สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูและพัฒนาจังหวัดเชียงรายให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ล้านนาตะวันออกฟื้น! ชวนเที่ยวงานใหญ่ Consumer Fair

ภาคเหนือตอนบน 2 ฟื้นตัวหลังวิกฤติน้ำท่วม จัดงานใหญ่กระตุ้นการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ภายหลังจากที่ภาคเหนือตอนบน 2 ได้เผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง ในวันนี้ กลุ่มจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ได้ร่วมกันประกาศความพร้อมในการฟื้นฟูและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการจัดงาน Consumer Fair and Road Show เพื่อกระตุ้นตลาดการท่องเที่ยวล้านนาตะวันออก

ภาคเหนือฟื้นตัวแล้ว พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวในการแถลงข่าวว่า “แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติ แต่ชาวล้านนาตะวันออกก็มีความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูและพัฒนาภูมิภาคให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง งาน Consumer Fair and Road Show นี้ ถือเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญของจังหวัด”

งาน Consumer Fair and Road Show: สุดยอดโปรโมชั่นและวัฒนธรรมล้านนา

งาน Consumer Fair and Road Show จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลบางนา และเซ็นทรัล เวสต์เกต โดยมีกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ

  • ตลาดสินค้า OTOP: พบกับสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด
  • มุมอาหารรสเด็ด: ลิ้มลองรสชาติอาหารเหนือรสเด็ดที่ปรุงสดใหม่
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรม: ดื่มด่ำกับการแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรมที่งดงาม สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์และความเป็นมาของชาวล้านนา
  • โปรโมชั่นพิเศษ: โรงแรมและบริษัทท่องเที่ยวต่างนำเสนอแพ็คเกจท่องเที่ยวสุดคุ้ม
  • กิจกรรม Business Matching: เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในภาคการท่องเที่ยวได้พบปะกับนักลงทุนและขยายธุรกิจ

เป้าหมายของการจัดงาน:

  • ฟื้นฟูเศรษฐกิจ: กระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
  • ส่งเสริมวัฒนธรรม: สร้างความตระหนักถึงมรดกทางวัฒนธรรมของล้านนาตะวันออก และส่งเสริมการอนุรักษ์
  • เชื่อมโยงภาคการท่องเที่ยว: สร้างเครือข่ายและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืน

เชิญชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ล้านนา

การจัดงานครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมของภาคเหนือตอนบน 2 ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในการฟื้นฟูและพัฒนาภูมิภาคให้กลับมาเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกครั้ง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

‘เชียงราย’ เตรียมรับมือน้ำท่วม! วางแผนป้องกันภัยรอบด้าน

เชียงรายเร่งวางแผนรับมืออุทกภัย หลังฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดเชียงรายได้จัดประชุมด่วนเพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลนถล่มที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่หลายพื้นที่ประสบปัญหาฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา

นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย, ชลประทานจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

ประเด็นสำคัญที่ถูกนำมาหารือในที่ประชุม ได้แก่:

  • สถานการณ์น้ำท่วมในอดีต: ที่ประชุมได้ทบทวนสถานการณ์น้ำท่วมและดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย และอำเภอแม่สาย ในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน 2567 โดยวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสม ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ เช่น แม่น้ำกก แม่น้ำลาว แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง
  • การเตรียมความพร้อม: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อาทิ การปรับปรุงระบบระบายน้ำ การสร้างอ่างเก็บน้ำ การสร้างเขื่อน และการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: ที่ประชุมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย รวมถึงการเตรียมความพร้อมของครัวเรือนในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่สำคัญ

  • มาตรการเชิงโครงสร้าง: การปรับปรุงสภาพลำน้ำ การใช้อ่างเก็บน้ำ เขื่อน และพนังกั้นน้ำ เพื่อลดผลกระทบจากน้ำท่วม
  • มาตรการไม่ใช้โครงสร้าง: การจัดการใช้สอยที่ดิน การวางผังเมือง การควบคุมสิ่งปลูกสร้าง และการให้ความรู้แก่ประชาชน
  • การเฝ้าระวังและเตือนภัย: การติดตั้งระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที

เป้าหมายสูงสุดของการประชุมครั้งนี้คือ

การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างครอบคลุม เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อให้จังหวัดเชียงรายสามารถรับมือกับสถานการณ์ภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
SOCIETY & POLITICS

ปลดล็อกตัวเงินตัวทอง-นกแอ่น สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ

ปลดล็อก “ตัวเงินตัวทอง-นกแอ่น” เพื่อเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคต

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ประกาศนโยบายปลดล็อกเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์เพื่อเศรษฐกิจ โดยเน้นไปที่ตัวเงินตัวทองและนกแอ่น ซึ่งได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากสัตว์เหล่านี้ได้อย่างถูกกฎหมายและมีมาตรการป้องกันการลักลอบจำหน่าย

ปรับปรุงกฎหมายเพื่อความยั่งยืน

คณะกรรมการได้เห็นชอบให้มีการจัดทำกฎหมายลำดับรองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า รวม 12 ฉบับ เพื่อกำหนดแนวทางให้ผู้ประกอบการสามารถเลี้ยงสัตว์คุ้มครอง เช่น ตัวเงินตัวทอง ได้เพื่อเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ ในขณะเดียวกันก็มีการกำหนดข้อบังคับด้านสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการเลี้ยงสัตว์เหล่านี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน

นโยบายการเลี้ยงตัวเงินตัวทอง

การประชุมคณะกรรมการได้เห็นชอบให้ตัวเงินตัวทองเป็นสัตว์ที่สามารถเลี้ยงเพื่อวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจได้ โดยปัจจุบันมีความต้องการในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสามารถเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งมาตรการนี้เป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจและลดการลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

ความสำคัญของการเลี้ยงนกแอ่นกินรัง

นอกจากตัวเงินตัวทองแล้ว นกแอ่นกินรังและนกแอ่นรังดำก็ได้รับการบรรจุในนโยบายดังกล่าว โดยอนุญาตให้เก็บรังนกแอ่นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นับเป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดที่มีรังนกแอ่นเป็นที่ต้องการสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและโภชนาการ

สร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์

นโยบายใหม่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนี้ ไม่ได้เพียงแค่เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าในระยะยาว การออกกฎหมายใหม่ทั้ง 12 ฉบับนี้เป็นการป้องกันการลักลอบใช้ทรัพยากรธรรมชาติและยังช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนโดยไม่กระทบต่อระบบนิเวศ

ข้อบังคับเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครอง

การเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองจะต้องมีการขออนุญาตและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย อีกทั้งยังกำหนดอัตราเรียกเก็บค่าบริการและค่าใช้จ่ายสำหรับการขออนุญาต เพื่อควบคุมการใช้งานและให้เป็นไปตามมาตรฐานของกฎหมาย

ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในระยะยาว

การเปิดโอกาสให้เลี้ยงสัตว์เหล่านี้ได้จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ รวมถึงการส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าเหล่านี้ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ก้าวต่อไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันว่าจะติดตามผลกระทบของนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้ประโยชน์จากสัตว์ป่าคุ้มครองจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนานี้เป็นก้าวสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการส่งเสริมเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาให้ความเห็นชอบกฎหมายลำดับรองประกอบ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมประมง รวม 12 ฉบับ เช่น

  • ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าที่เพาะพันธุ์ได้ พ.ศ. ….
  • เรื่องกำหนดชนิดสัตว์ป่าคุ้มครองที่อนุญาตให้เก็บ ทำอันตราย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังได้ พ.ศ. ….
  • ร่างระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เก็บ ทำอันตราย หรือมีไว้ครอบครอง ซึ่งรังของสัตว์ป่าคุ้มครองที่มิใช่สัตว์น้ำ พ.ศ. ….
  • ร่างระเบียบฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายค่าเสียหายหรือค่าชดเชยในพื้นที่ควบคุมเพื่อการจัดการสัตว์ป่า พ.ศ. ….
  • ร่างระเบียบฯ ว่าด้วยการกำหนดอัตราเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ค่าบริการ หรือค่าตอบแทน และราคาสัตว์ป่า พ.ศ. ….
  • ร่างระเบียบฯ ว่าด้วยการขึ้นทะเบียนสถานที่ที่จัดไว้สำหรับใช้เลี้ยงดู ดูแล รักษาสัตว์ป่า พ.ศ. ….
  • ร่างระเบียบฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการคำนวณมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า พ.ศ. ….
  • ร่างระเบียบฯ ว่าด้วยการเรียกเก็บและยกเว้นค่าบริการหรือค่าตอบแทน และอัตราค่าบริการหรือค่าตอบแทน ในการให้บริการและอำนวยความสะดวกในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า (ฉบับที่..) พ.ศ. ….

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม-ประเทศไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายจับมือ 9 อปท. ฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วม ยกระดับคุณภาพชีวิต

เชียงราย จับมือ 9 อปท. พัฒนาเมือง ฟื้นฟูหลังน้ำท่วมเพื่อคุณภาพชีวิตประชาชน

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 จังหวัดเชียงรายร่วมกับเทศบาลนครเชียงรายและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จำนวน 9 แห่ง ในเขตอำเภอเมืองเชียงราย ร่วมประชุมหารือพัฒนาเมืองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ณ ห้องประชุมดาวน์ทาวน์ สถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งที่ 1 จังหวัดเชียงราย โดยมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ และนายดำรงค์ศักดิ์ ยอดทองดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมประชุมและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาเมือง

ความร่วมมือเพื่อพัฒนาเมืองเชียงราย ยกระดับคุณภาพชีวิต

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการร่วมมือกันพัฒนาเมืองให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน โดยเฉพาะการพัฒนาสวนสาธารณะริมแม่น้ำกก ซึ่งครอบคลุมระยะทางยาวกว่า 20 กิโลเมตร การพัฒนาพื้นที่ริมน้ำกกจะทำให้เกิดสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนสำหรับประชาชนทุกเพศทุกวัย พร้อมทั้งส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงรายและ 9 อปท. ในครั้งนี้ เป็นการเตรียมการพัฒนาเมืองให้มีการจัดการขยะมูลฝอย การปรับปรุงภูมิทัศน์ที่สวยงาม การส่งเสริมอาชีพ การจัดการศึกษา และการป้องกันน้ำท่วม โดยมีเป้าหมายให้เชียงรายเป็นเมืองน่าอยู่และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

การฟื้นฟูเมืองเชียงรายหลังน้ำท่วมและแผนการป้องกันน้ำท่วมในอนาคต

นายวันชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบใน 52 ชุมชนของเชียงราย การฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญที่เทศบาลนครเชียงรายให้ความสำคัญ โดยมีการวางแผนระยะยาวในการจัดการน้ำและการป้องกันน้ำท่วมจากแม่น้ำกก นอกจากนี้ยังมีการเตรียมแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจในชุมชนฟื้นตัวและเจริญเติบโตไปพร้อมกัน

ลงนามบันทึกข้อตกลงพัฒนาเมืองระหว่างเทศบาลนครเชียงรายและ 9 อปท.

ในการประชุมครั้งนี้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือการพัฒนาเมือง โดยมีเทศบาลนครเชียงรายเป็นผู้นำ พร้อมด้วยเทศบาลตำบลบ้านดู่ เทศบาลตำบลแม่ยาว เทศบาลตำบลสันทราย เทศบาลตำบลท่าสาย เทศบาลตำบลป่าอ้อดอนชัย เทศบาลตำบลดอยฮาง องค์การบริหารส่วนตำบลแม่กรณ์ องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง และองค์การบริหารส่วนตำบลริมกก ความร่วมมือนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตอำเภอเมืองเชียงราย และสร้างเชียงรายให้เป็นเมืองที่พร้อมตอบสนองความต้องการของประชาชน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดรับสมัครแรงงานไทยไปอิสราเอล โอกาสดีรายได้สูง

 

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2567 ได้เปิดการรับสมัครรอบที่ 2 สำหรับแรงงานไทยที่สนใจไปทำงานในประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับชาวเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงที่ต้องการงานที่มีรายได้ดีในต่างประเทศ ครั้งนี้ นายจ้างชาวอิสราเอลได้เดินทางมายังจังหวัดเชียงรายเพื่อทำการสัมภาษณ์และทดสอบฝีมือของแรงงานไทยโดยตรง

การรับสมัครงานในครั้งนี้จัดขึ้นโดยบริษัทจัดหางานวิ ดรากอน จำกัด ซึ่งได้รับโควต้าจากกรมแรงงานให้จัดส่งแรงงานกว่า 2,000 คนไปทำงานในอิสราเอลตามกฎหมาย โดยแรงงานที่เปิดรับสมัครจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด คือ เพศชาย อายุระหว่าง 25-45 ปี และมีความเชี่ยวชาญในสายงานช่าง เช่น ช่างไม้ ช่างเหล็ก ช่างฉาบปูน กระเบื้อง รวมถึงพนักงานขับรถบรรทุกหนักและรถแบคโฮ ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ ณ อาคารไม้ที่ตั้งอยู่ทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้คำแนะนำอย่างครบถ้วนทั้งหมายเลขโทรศัพท์ ไลน์ และเว็บไซต์เพื่อความสะดวกของผู้สมัคร

สถานการณ์สู้รบในอิสราเอล-เลบานอนยังคงน่ากังวล

อย่างไรก็ตาม ความสนใจในการไปทำงานในอิสราเอลยังคงมีอยู่แม้ว่าสถานการณ์ในภูมิภาคนี้จะไม่สงบ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อแจ้งข่าวเกี่ยวกับคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบบริเวณชายแดนระหว่างอิสราเอลและเลบานอน โดยมีผู้เสียชีวิตถึง 4 รายและบาดเจ็บ 1 ราย จากเหตุยิงจรวดบริเวณเมืองเมตูลาใกล้ชายแดนอิสราเอล-เลบานอน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ยิงจรวดโจมตีเข้าไปในพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 รายในพื้นที่นิคมเกษตรกรรมใกล้เมืองเมตูลาและเมืองไฮฟา

รายงานล่าสุดระบุว่า ผู้เสียชีวิต 4 คนที่เป็นคนไทยมีรายชื่อดังนี้ (1) นายอรรคพล วรรณไสย จังหวัดอุดรธานี (2) นายประหยัด พิลาศรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ (3) นายธนา ติจันทึก จังหวัดนครราชสีมา และ (4) นายกวีศักดิ์ ปาปะนัง จังหวัดนครราชสีมา ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคือ นายฉัตรชัย ศิลป์ประเสริฐ จังหวัดชัยภูมิ

แรงงานไทยในอิสราเอลยังเป็นที่ต้องการสูง

แม้ว่าจะมีสถานการณ์ความขัดแย้งอยู่ในพื้นที่นี้ แรงงานไทยยังคงได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของนายจ้างในอิสราเอลสูง นาย Marius Savescu วิศวกรหัวหน้าของ Stone Group Company เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยในอิสราเอลประมาณ 20,000 คน และในปีนี้ทางอิสราเอลต้องการแรงงานไทยเพิ่มเติมอีกประมาณ 3,000-4,000 คน เนื่องจากแรงงานไทยมีฝีมือ ขยัน และอดทน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตอบสนองความต้องการของนายจ้างในภาคการก่อสร้าง

นอกจากนี้ นาย Marius ยังเสริมว่าในปี 2568 อาจมีความต้องการแรงงานไทยเพิ่มขึ้นอีก 10,000 คน โดยเขายืนยันว่าแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานจะได้รับการดูแลอย่างดี มีที่พักและการรักษาพยาบาลฟรี รวมถึงมีรายได้เสริมเพิ่มเติมนอกจากเงินเดือนปกติ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับแรงงานไทยที่ต้องการพัฒนาชีวิตของตนเองและครอบครัว

แรงบันดาลใจจากศิลปินตลกที่ส่งแรงใจให้แรงงานไทย

ด้าน “น้ากล้วย เชิญยิ้ม” ศิลปินตลกชื่อดัง ได้ส่งกำลังใจให้แรงงานชาวเชียงรายที่มาร่วมสมัครงานในครั้งนี้ โดยกล่าวว่าเขาเห็นด้วยกับการส่งเสริมให้แรงงานไทยมีโอกาสทำงานในต่างประเทศที่ถูกกฎหมายและได้รับค่าตอบแทนที่ดี ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องแรงงานมีโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิตได้ แม้ว่าการรับสมัครงานไปอิสราเอลจะเป็นครั้งที่สองแล้ว แต่ก็ยังได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากชาวเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงในภาคเหนือ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Somkoul Rasee

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

นายกฯ ติดตามช่วยเหลือเชียงราย สั่งเฝ้าระวังอากาศหนาว

นายกฯ สั่งติดตามช่วยเหลือเชียงราย-แม่สาย พร้อมแจ้งเตือนสภาพอากาศแปรปรวน

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เปิดเผยว่านายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานส่วนราชการในพื้นที่เชียงรายและแม่สายยังคงตรวจสอบความต้องการช่วยเหลือของประชาชน แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายลงแล้ว โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจและติดตามกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือครอบครัวที่ยังคงต้องการการฟื้นฟูในพื้นที่

ล่าสุด ศปช. ได้รับรายงานจาก นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่า สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย (พมจ.เชียงราย) ได้รับการร้องขอจากมูลนิธิกระจกเงาในการเข้าไปช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านของนางจันทร์แสง หมื่นยอง อายุ 64 ปี ในชุมชนเกาะทราย อำเภอแม่สาย ซึ่งบ้านได้รับความเสียหายบางส่วนจากอุทกภัยที่ผ่านมา โดยเฉพาะส่วนของประตู หน้าต่าง ห้องครัว และห้องน้ำที่เสียหายอย่างหนัก ขณะนี้ พมจ.เชียงราย และเทศบาลตำบลแม่สายกำลังดำเนินการซ่อมแซมเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้พักอาศัย

กรมอุตุฯ แจ้งเตือนอากาศหนาวและฝนตกหนักในหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนถึงสภาพอากาศแปรปรวนในภาคเหนือและภาคอีสาน โดยอุณหภูมิในพื้นที่ดังกล่าวจะลดลงอีก 2–4 องศาเซลเซียส ในขณะที่บริเวณยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวเย็นลง สำหรับภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 1–3 องศาเซลเซียส และในภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน 2567 โดยจังหวัดที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา

คำแนะนำในการป้องกันสุขภาพและภัยอันตรายจากอากาศหนาว

จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประชาชนในภาคเหนือและภาคอีสานควรเตรียมรับมือกับอากาศหนาวเย็นและลมแรง พร้อมทั้งดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ ทั้งนี้ อากาศแห้งและลมแรงยังอาจเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดอัคคีภัย จึงควรระมัดระวังการจุดไฟหรือการใช้อุปกรณ์ให้ความร้อน และสำหรับภาคใต้ ควรเฝ้าระวังความเสียหายที่อาจเกิดกับผลผลิตทางการเกษตรเนื่องจากฝนตกหนัก

ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพอากาศและประกาศแจ้งเตือนได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th หรือโทรสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE