Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กองทัพบกหนุนเพาะเลี้ยง ‘ผำ’ พืชโปรตีนสูง ตอบโจทย์เศรษฐกิจพอเพียง

ทหารพันธุ์ดีค่ายสุรศักดิ์มนตรี ผลิต “ผำ” โปรตีนสูง ตอบโจทย์เศรษฐกิจพอเพียง

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 พลตรีวิชาญ ศรีภัทรางกูร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้เปิดเผยถึงโครงการทหารพันธุ์ดีค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลำปาง ซึ่งดำเนินการผลิต “ผำ” หรือที่รู้จักในชื่อไข่น้ำ พืชโปรตีนสูง เพื่อเป็นแหล่งอาหารคุณภาพและสนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียงในระดับชุมชน โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ และกองทัพภาคที่ 3 โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป็นองค์ประธานในการริเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2559

เป้าหมายโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็ง

โครงการทหารพันธุ์ดี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้าราชการทหารและทหารกองประจำการที่สนใจด้านการเกษตร ได้เรียนรู้กระบวนการผลิตอาหารที่ปลอดภัย รวมถึงการปลูกผัก การปศุสัตว์ และการประมง นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารสำรองในกรณีเกิดภัยพิบัติแล้ว ยังส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์สะสมไว้พระราชทานแก่ราษฎรทั่วไป และช่วยลดปัญหาหนี้สินของกำลังพลในระยะยาว

ในปีนี้ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้เพิ่มความหลากหลายด้วยการเพาะเลี้ยง “ผำ” พืชน้ำโปรตีนสูงที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะวิตามินบี 12 ซึ่งพบได้ยากในพืชชนิดอื่น “ผำ” มีการเจริญเติบโตเร็วและเพาะเลี้ยงง่ายในระบบปิดด้วยปุ๋ยน้ำไฮโดรโปนิกส์ โครงการนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

“ผำ” พืชโปรตีนสูง เพื่อความยั่งยืน

“ผำ” หรือไข่น้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Wolffia ถูกนำมาใช้เป็นแหล่งโปรตีนทดแทนในอาหารเนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การเพาะเลี้ยง “ผำ” ในระบบปิดช่วยให้ได้ผลผลิตที่สะอาดและปลอดภัย นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ เช่น สมูทตี้ผำ ผำอบแห้ง หรือผำในซอสปรุงรส ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด

กองทัพพร้อมช่วยเหลือประชาชน

พลตรีวิชาญ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมในการสนับสนุนประชาชนในทุกด้าน โดยเฉพาะการสร้างแหล่งอาหารและเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วยการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ กำลังพล และความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ

สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยง “ผำ” สามารถติดต่อโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 095-4511343

โครงการนี้ไม่เพียงตอบโจทย์การพึ่งพาตนเอง แต่ยังเสริมสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงในชุมชนอย่างแท้จริง นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายจัดพิธีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เชิดชูครูผู้ทรงคุณค่า

พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลา เชิดชูเกียรติข้าราชการครูเชียงราย

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ณ โรงเรียนแม่จันวิทยาคม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพายและเหรียญจักรพรรดิมาลา ประจำปี 2565–2567 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 โดยมี นางสุธีรัตน์ อริเดช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 เป็นประธานในพิธี

ในงานมีผู้อำนวยการโรงเรียนแม่จันวิทยาคม ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกว่า 181 ราย เพื่อรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นการแสดงถึงการยกย่องและเชิดชูเกียรติผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างโดดเด่นในสายงานการศึกษา โดยพิธีในครั้งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสำเร็จของบุคลากรที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดเชียงราย

รายละเอียดของพิธีการ

พิธีเริ่มต้นด้วยการกล่าวรายงานจากผู้อำนวยการโรงเรียนแม่จันวิทยาคม และการกล่าวเปิดงานจากประธานในพิธี หลังจากนั้นเป็นการเชิญผู้เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขึ้นรับพระราชทานทีละรายชื่อ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสง่างามและความภาคภูมิใจของทั้งผู้รับและครอบครัวที่ร่วมแสดงความยินดี

บทบาทของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์ สุ่มมาตย์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมปฏิบัติงานพิธีและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความยินดีกับบุคลากรที่ได้รับพระราชทานในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมและคุณค่าของการศึกษาต่อสังคม

ความสำคัญของเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลา

การรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพายและเหรียญจักรพรรดิมาลาถือเป็นการแสดงออกถึงการยอมรับและยกย่องความทุ่มเทของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ซึ่งอุทิศตนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเยาวชนและสังคมในวงกว้าง

บทสรุป

พิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องเกียรติคุณของผู้ที่มีความสามารถในสายงานการศึกษา แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้บุคลากรในวงการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นปฏิบัติงานเพื่อพัฒนาสังคมต่อไปอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ดอกบัวงาม ทานตะวันบาน เวียงเชียงรุ้ง กระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงราย

อบจ.เชียงรายเปิดงานดอกบัวงาม ทานตะวันบาน กระตุ้นการท่องเที่ยวเวียงเชียงรุ้ง

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 น. ณ หนองบัว หนองมน ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ได้จัดงาน “ดอกบัวงาม ทานตะวันบาน ที่เวียงเชียงรุ้ง” โดยมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้ง

งานครั้งนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก น.ส.มินทิรา ภดาประสงค์ นายอำเภอเวียงเชียงรุ้ง ที่กล่าวเปิดงานต้อนรับผู้ร่วมงาน โดยมี นายสมควร นัยติ๊บ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าซาง และ นายปภาณ นัยติ๊บ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย กล่าวรายงานถึงความสำคัญของงานดังกล่าว

กิจกรรมในงาน “ดอกบัวงาม ทานตะวันบาน”

  • งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2567 ณ หนองบัว หนองมน ตำบลป่าซาง
  • มีการจัดแสดงความงามของดอกบัวและทุ่งทานตะวัน พร้อมกิจกรรมสาธิตวิถีชีวิตแบบชุมชน
  • การแสดงทางวัฒนธรรมท้องถิ่นและการออกร้านสินค้าชุมชน

ส่งเสริมเศรษฐกิจหลังอุทกภัย

นายก อบจ.เชียงราย กล่าวว่า การจัดงานนี้นอกจากเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หลังจากเกิดอุทกภัยที่ผ่านมา ยังเป็นการนำเสนอต้นทุนธรรมชาติที่งดงามของอำเภอเวียงเชียงรุ้ง เช่น ทุ่งดอกไม้ วิถีชีวิตชุมชน และประเพณีวัฒนธรรม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมจังหวัดเชียงรายมากขึ้น

งานนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่ นายสงกรานต์ โสภามา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงมหาวัน และนายสมภพ ทิพย์อุ่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งก่อ รวมถึงผู้นำท้องถิ่นทั้ง 16 หมู่บ้านในตำบลป่าซาง

สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว

การจัดงานครั้งนี้ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายในฐานะเมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่อย่างยั่งยืน

งาน “ดอกบัวงาม ทานตะวันบาน” ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวของจังหวัดเชียงราย สร้างรายได้และเพิ่มโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้งสามารถพัฒนาศักยภาพตนเองในด้านการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืนต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
SOCIETY & POLITICS

กองทัพภาคที่ 3 เดินหน้าโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งชายแดนเสริมมั่นคงยั่งยืน

โครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน เสริมสร้างความมั่นคงและสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 กองทัพบกได้เปิดเผยถึงความสำคัญของโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน ซึ่งดำเนินการในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 โดยเน้นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนาชุมชนชายแดนให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และพึ่งพาตนเองได้

ที่มาและการดำเนินโครงการ

โครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2549 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ปัจจุบันมีหมู่บ้านเข้าร่วมทั้งหมด 48 หมู่บ้าน แบ่งออกเป็นพื้นที่กองกำลังนเรศวร 24 หมู่บ้าน ในจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน และพื้นที่กองกำลังผาเมืองอีก 24 หมู่บ้าน ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และอุตรดิตถ์

กิจกรรมหลักของโครงการ

ในปีงบประมาณ 2568 กองทัพบกได้กำหนดแผนงานสำคัญ 5 ด้านเพื่อพัฒนาหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน ได้แก่:

  1. การมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาชุมชนร่วม
    ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเอง
  2. การน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา
    สนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจนและส่งเสริมความยั่งยืนในชุมชน
  3. การส่งเสริมวัฒนธรรมและกีฬาพื้นบ้าน
    สร้างความสามัคคีในชุมชนผ่านกิจกรรมวัฒนธรรมและกีฬา
  4. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    ส่งเสริมการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
  5. การป้องกันภัยในชุมชน
    พัฒนาความพร้อมของชุมชนในการรับมือกับภัยพิบัติ

หมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่กองกำลังนเรศวร

  • จังหวัดตาก: อุ้มผาง, แม่ระมาด, แม่สอด, พบพระ, ท่าสองยาง
  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน: เมือง, ขุนยวม, ปางมะผ้า, แม่สะเรียง

หมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่กองกำลังผาเมือง

  • จังหวัดเชียงใหม่: เวียงแหง, เชียงดาว, ฝาง, แม่อาย
  • จังหวัดเชียงราย: แม่สาย, แม่ฟ้าหลวง, เชียงแสน, เชียงของ, เวียงแก่น
  • จังหวัดพะเยา: ภูซาง
  • จังหวัดน่าน: เฉลิมพระเกียรติ, ทุ่งช้าง, สองแคว
  • จังหวัดอุตรดิตถ์: บ้านโคก

ความสำคัญของโครงการ
กองทัพบกมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนผ่านการดำเนินโครงการนี้ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดสันติสุขและความมั่นคงในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

การมีส่วนร่วมของประชาชน


กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อร่วมกันสร้างหมู่บ้านที่เข้มแข็ง มีความมั่นคง และพร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ในอนาคต

โครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานนี้ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน แต่ยังส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค สร้างความสมานฉันท์ในชุมชน และพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มูลนิธิกาญจนบารมีคัดกรองมะเร็งเต้านมกลุ่มเสี่ยงทั่วไทย

 

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 มูลนิธิกาญจนบารมีได้จัดกิจกรรมคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยใช้เครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ ณ เทศบาลตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โดยมีนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีผู้แทนจากมูลนิธิกาญจนบารมี รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นายอำเภอแม่ลาว นายกเทศมนตรีตำบลป่าก่อดำ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัครสาธารณสุข และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายประสงค์กล่าวว่า ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรีไทย และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของผู้หญิงในประเทศไทย อัตราผู้ป่วยและการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ในระยะที่โรคลุกลามไปแล้ว ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างยากลำบาก ดังนั้นการตรวจพบให้ได้เร็วที่สุดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถรักษาได้ทันเวลา ลดอัตราการเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของผู้ป่วย

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้สตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างทั่วถึง โดยมีรถตรวจคัดกรองเคลื่อนที่ 4 คัน ประกอบด้วย รถเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) 2 คัน รถตรวจและสอนการตรวจเต้านมโดยแพทย์ 1 คัน และรถนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมอีก 1 คัน โดยการสนับสนุนจากบุคลากรทางการแพทย์ทั้งจากมูลนิธิกาญจนบารมี และโรงพยาบาลในจังหวัดเชียงราย กิจกรรมนี้จะดำเนินการระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 ถึง 17 ธันวาคม 2567 รวมระยะเวลา 20 วัน

การคัดกรองมะเร็งเต้านมที่มูลนิธิกาญจนบารมีจัดขึ้นนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ให้สตรีไทยใส่ใจตรวจสุขภาพตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยการตรวจคัดกรองที่แนะนำประกอบด้วย 3 วิธี ได้แก่ การตรวจเต้านมด้วยตนเอง การตรวจโดยบุคลากรทางการแพทย์ และการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการตรวจหามะเร็งในระยะเริ่มแรก ช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดอัตราการเสียชีวิต

นอกจากนี้ ข้อมูลจากกรมอนามัยเผยว่า ในปี 2567 สตรีไทยอายุ 30-70 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเขตรับผิดชอบ คิดเป็นร้อยละ 51.93 แต่ยังคงมีช่องว่างที่ต้องเร่งผลักดันให้สตรีกลุ่มเสี่ยงสามารถเข้าถึงการตรวจได้มากขึ้น กิจกรรมนี้นับเป็นโอกาสที่ดีในการให้บริการตรวจสุขภาพแก่ผู้หญิงในพื้นที่ห่างไกล ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ และเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงราย

นายประสงค์กล่าวทิ้งท้ายว่า การป้องกันมะเร็งเต้านมไม่เพียงแต่จะช่วยลดการสูญเสียชีวิต แต่ยังช่วยให้สตรีไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การตรวจคัดกรองเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันโรค ดังนั้นทุกภาคส่วนควรร่วมมือกันผลักดันให้ประชาชนได้รับการตรวจสุขภาพอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการรักษาและได้รับการดูแลที่เหมาะสม

ทั้งนี้ มูลนิธิกาญจนบารมีจะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมคัดกรองมะเร็งเต้านมต่อไปในปีถัดๆ ไป เพื่อสร้างความตระหนักรู้และลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ให้ได้มากที่สุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มูลนิธิกาญจนบารมี

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายดันท่องเที่ยวท้องฟ้ามืด พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

 

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 เวลา 18.00 น. จังหวัดเชียงรายได้จัดกิจกรรมเสวนา “แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดจังหวัดเชียงราย” (Chiangrai Dark Sky Tourism) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เน้นความยั่งยืน โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นที่วิสาหกิจชุมชนฮ่อมลมจอย ตำบลธารทอง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ภายใต้การนำของนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

ในพิธีเปิดงาน นางอทิตาธรได้กล่าวเปิดตัวแนวคิดการท่องเที่ยวท้องฟ้ามืด ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้จังหวัดเชียงรายกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในความงดงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน โดยเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการลดมลพิษแสง (Light Pollution) เพื่อให้ผู้คนได้สัมผัสกับดวงดาวอย่างเต็มที่

การเสวนาในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่สำคัญ เช่น คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยพร ศรีสม เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการท่องเที่ยวแนวใหม่นี้ รวมทั้งมีการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย นำโดยนายวิสูตร บัวชุม และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย นำโดยนายประธาน อินทรียงค์ ซึ่งเป็นตัวแทนจากภาคเอกชน

นางอทิตาธรได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดเป็นโครงการที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ธรรมชาติที่สมบูรณ์และท้องฟ้าปลอดมลพิษ เหมาะสำหรับกิจกรรมการดูดาวและการเรียนรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์ นอกจากนี้ การท่องเที่ยวในลักษณะนี้ยังส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติและสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่

การพัฒนาการท่องเที่ยวท้องฟ้ามืด: โอกาสและความท้าทาย


แนวคิดการท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เรียนรู้เกี่ยวกับดวงดาวและจักรวาล ซึ่งเหมาะสมกับการใช้เป็นกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่สนใจวิทยาศาสตร์และธรรมชาติ

ในการเสวนาครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการพัฒนาและการปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับการท่องเที่ยวประเภทนี้ เช่น การลดแสงไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้เคียงและการจัดตั้งจุดชมดาวที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่นและการเตรียมความพร้อมสำหรับการให้บริการนักท่องเที่ยว

กิจกรรมภายในงานและการมีส่วนร่วมของชุมชน


ภายในงานยังมีกิจกรรมการสาธิตการดูดาว ซึ่งผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับทิศทางของดวงดาว การหักเหของแสง และการใช้กล้องโทรทรรศน์ในการสังเกตท้องฟ้าในยามค่ำคืน กิจกรรมเหล่านี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวและชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลงานจากนักศึกษาและนักวิจัยที่ศึกษาด้านดาราศาสตร์และการท่องเที่ยว เพื่อสนับสนุนให้การพัฒนาท้องฟ้ามืดเป็นไปอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นโยบายสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย


นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศและต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาท้องถิ่นควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ในระยะยาว โครงการ Chiangrai Dark Sky Tourism นี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายให้เชียงรายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติในยามค่ำคืนอย่างแท้จริง

การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่น แต่ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาการท่องเที่ยวและการรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ต่อไป

งานนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาแนวคิดการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่เชียงราย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในระยะยาว

สรุปแล้ว งานเสวนานี้ได้เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันผลักดันการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในจังหวัดเชียงราย และสร้างแนวทางให้เกิดการพัฒนาชุมชนที่มีประสิทธิภาพต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายจัดงานรำลึกผู้สูญเสียอุบัติเหตุ สร้างถนนปลอดภัย

เชียงรายจัดงาน “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” ส่งเสริมความปลอดภัยบนถนน

วันนี้ (17 พฤศจิกายน 2567) ที่ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน และเพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย

การรวมพลังเพื่อถนนปลอดภัย

กิจกรรมในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ภาคประชาสังคม นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ภายในงานมีการอ่าน “สารวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” และมีการยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน

นายประเสริฐกล่าวว่า “การจัดกิจกรรมนี้เป็นการเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการใช้รถใช้ถนนอย่างระมัดระวัง เพราะอุบัติเหตุไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต แต่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมโดยรวม”

กิจกรรมพิเศษและการเดินรณรงค์

นอกจากพิธีการในลานธรรมแล้ว ยังมีการเดินขบวนรณรงค์ไปตามถนนสายหลักในตัวเมืองเชียงราย เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในการใช้ถนน โดยมีการจัดนิทรรศการและบูธให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การใช้เข็มขัดนิรภัย การขับรถไม่ดื่มแอลกอฮอล์ และการใช้โทรศัพท์อย่างปลอดภัยในขณะขับขี่

ในงานยังมีการมอบประกาศนียบัตรให้แก่หน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน และหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญของวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน

องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นวัน “โลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” สำหรับปี พ.ศ. 2567 นี้ตรงกับวันที่ 17 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงติดอันดับต้น ๆ ของโลก ดังนั้นการจัดงานครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน โดยมุ่งหวังให้ถนนทุกสายในประเทศไทยเป็น “ถนนปลอดเหตุ ชีวิตปลอดภัย”

แนวทางการลดอุบัติเหตุในอนาคต

นอกจากกิจกรรมรณรงค์และนิทรรศการแล้ว จังหวัดเชียงรายยังได้ประกาศเป้าหมายในการลดจำนวนอุบัติเหตุทางถนนผ่านการส่งเสริมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยและการสร้างจิตสำนึกในสังคม นอกจากนี้ยังมีแผนการร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อพัฒนาระบบการตรวจสอบและป้องกันอุบัติเหตุ เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดและการจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่

การรณรงค์ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงผู้ที่สูญเสียไปแล้ว แต่ยังเป็นการกระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการทำให้ถนนเป็นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ศิลปินเชียงรายจัดนิทรรศการ Red Mud, Green Shoots ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

นิทรรศการ “Red mud, Green shoots” เชียงราย เปิดตัวผลงานศิลปะ 28 ศิลปินแม่ญิง สะท้อนความหวังท่ามกลางโคลนตม

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.00 น. ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย จังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ Red mud, Green shoots (Resilience and regrowth) โดยกลุ่มศิลปิน Maeying Artists Collective ซึ่งประกอบด้วยศิลปินหญิง 28 คนจากเชียงรายและพื้นที่อื่นๆ นิทรรศการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนความหวังและความเข้มแข็งของชุมชนที่เผชิญกับ อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567

แนวคิดและแรงบันดาลใจของนิทรรศการ

นิทรรศการ Red mud, Green shoots เกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่เชียงรายและพื้นที่ภาคเหนือในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2567 ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงทั้งต่อพื้นที่การเกษตร บ้านเรือน และธุรกิจในท้องถิ่น เมื่อน้ำลดลง พื้นที่หลายแห่งถูกปกคลุมไปด้วยโคลนสีแดง แต่ท่ามกลางความสูญเสีย กลับมี ความหวัง ที่ผลิบานขึ้นจากน้ำใจและการช่วยเหลือของผู้คน

ศิลปินหญิงจากกลุ่ม Maeying Artists Collective ได้นำเอาความรู้สึกและประสบการณ์ที่ได้พบเจอระหว่างเหตุการณ์น้ำท่วม มาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะหลากหลายเทคนิค ทั้งภาพวาด จิตรกรรม และสื่อผสม เพื่อถ่ายทอดความเข้มแข็งและการฟื้นฟูจิตใจของชุมชน

กิจกรรมและการแสดงผลงานศิลปะ

นิทรรศการจัดแสดงผลงานตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน ถึง 21 ธันวาคม 2567 เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ โดยมีผลงานกว่า 28 ชิ้นจากศิลปินหญิงที่มีชื่อเสียงของเชียงราย เช่น สมลักษณ์ ปันติบุญ และ สมพงษ์ สารทรัพย์ รวมถึงการเสวนาและการแสดงผลงานศิลปะเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่เข้าชมงาน

สะท้อนความหวังผ่านศิลปะ

ศิลปินผู้เข้าร่วมแสดงงานเล่าว่า การสร้างผลงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสะท้อนถึงเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความสามัคคี และการฟื้นฟูของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ศิลปินหญิงทั้ง 28 คนได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก เพื่อส่งต่อกำลังใจให้กับผู้ที่เผชิญความยากลำบาก

ส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในท้องถิ่น

นิทรรศการครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงผลงานศิลปะเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย โดยมีการเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปเข้าชมงาน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนและสนับสนุนการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย กล่าวว่า “นิทรรศการครั้งนี้เป็นการรวมพลังของชุมชนและศิลปินในการสร้างความหวังและกำลังใจให้กับผู้ประสบอุทกภัย เราหวังว่าการจัดแสดงผลงานศิลปะในครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน”

ข้อมูลเพิ่มเติม

นิทรรศการจัดขึ้น ณ บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย เชียงราย ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณพจวรรณ พันธ์จินดา โทร. 084-115-0396

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่ออะไร?
    เพื่อสะท้อนความหวังและการฟื้นฟูจิตใจของชุมชนหลังเผชิญอุทกภัยที่เชียงราย

  2. สามารถเข้าชมงานได้เมื่อใด?
    ระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00-16.00 น. ยกเว้นวันจันทร์

  3. นิทรรศการนี้มีผลงานของศิลปินกี่ท่าน?
    มีผลงานจากศิลปินหญิงทั้งหมด 28 ท่าน

  4. มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมหรือไม่?
    ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

  5. นิทรรศการจัดขึ้นที่ไหน?
    บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย ถนนสิงหไคล อำเภอเมืองเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สภาเยาวชนเชียงรายเร่งพัฒนาเด็ก-เยาวชน ขับเคลื่อน 100 โครงการปี 68

สภาเยาวชน อบจ.เชียงราย ประชุมครั้งแรกปี 2568 รุกแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน เชิงรุก กว่า 100 โครงการ

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วย นายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และ นายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ประธานสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย จัดการประชุมสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 โดยมีการสรุปผลการดำเนินงานปี 2567 และพิจารณาแผนงานในปีงบประมาณ 2568 เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงรายอย่างเต็มรูปแบบ

สรุปผลการดำเนินงานปี 2567 และเป้าหมายปี 2568

การประชุมครั้งนี้เน้นไปที่การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากตัวแทนเยาวชนในพื้นที่ 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย โดยมุ่งหวังให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเชิงรุก และกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการทำงานเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม ทั้งนี้มีการ พิจารณาแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งเหรัญญิกสภาเยาวชน แทนตำแหน่งที่ว่างลง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นสำคัญในการประชุม: พัฒนาเด็กและเยาวชนเชียงราย

การประชุมได้กำหนดหัวข้อและประเด็นสำคัญที่เยาวชนจะขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2568 ดังนี้:

  1. การสร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพเยาวชน
  2. จัดทำแผนงานและปฏิทินกิจกรรมกว่า 100 โครงการ
  3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสังคม (Social Impact Tourism)
  4. รับมือวิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5
    • มีการเสนอแนวทางในการจัดทำเครื่องฟอกอากาศ DIY สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษา
  5. การแก้ปัญหาสังคมของเยาวชนในพื้นที่
    • ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า สิ่งเสพติด การพนันออนไลน์ การใช้ความรุนแรง และการรวมกลุ่มเด็กแว้น

แผนฟื้นฟูพื้นที่หลังอุทกภัยและการพัฒนาท้องถิ่น

ในที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงบทบาทของเยาวชนในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา รวมถึงการวางแผนโครงการเพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ส่งเสริมเยาวชนให้มีส่วนร่วมในทุกมิติ

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้กล่าวชื่นชมเยาวชนเชียงรายที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการพัฒนาสังคมและท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อให้เกิดผลในเชิงบวกต่อสังคมในระยะยาว

นายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ประธานสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาที่พบเจอในพื้นที่ เพื่อที่จะร่วมกันหาทางแก้ไขและพัฒนาชุมชนไปพร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์อะไร?
    มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงราย รวมถึงการวางแผนกิจกรรมเพื่อสังคม

  2. หัวข้อสำคัญในการประชุมคืออะไร?
    การจัดทำแผนงานปี 2568 การฟื้นฟูพื้นที่หลังอุทกภัย และการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5

  3. สภาเยาวชน อบจ.เชียงรายจะทำอะไรเพื่อช่วยฟื้นฟูพื้นที่?
    มีแผนการจัดทำเครื่องฟอกอากาศ DIY และการมีส่วนร่วมในการพัฒนา Social Impact Tourism

  4. การประชุมครั้งนี้สำคัญอย่างไรต่อเยาวชนในพื้นที่?
    เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นและเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน

  5. เป้าหมายหลักของการจัดประชุมสภาเยาวชนคืออะไร?
    เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนและพัฒนาท้องถิ่นในจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เด็กเชียงรายสู้ภัยไซเบอร์! สร้างวอลล์ป้องกันภัยออนไลน์

เด็กเชียงรายผนึกกำลัง สร้างวอลล์ป้องกันภัยออนไลน์

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมภูฟ้าวารี จังหวัดเชียงราย ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจขึ้น เมื่อเด็กและเยาวชนจาก 8 โรงเรียนในจังหวัดเชียงราย กว่า 30 คน พร้อมด้วยครูพี่เลี้ยง และหน่วยงานพันธมิตร ต่างมารวมตัวกันเพื่อร่วมกิจกรรมโครงการคุ้มครองเด็กเพื่อความปลอดภัยจากสื่อออนไลน์ ระยะที่ 2 ภายใต้ชื่อ “เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน”

เด็กเชียงรายไม่นิ่งนอนใจ สร้างสรรค์กิจกรรมป้องกันภัยออนไลน์

โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการเสริมพลังให้เด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ ผู้พิการ และเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันตนเองจากภัยอันตรายบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน

เด็กๆ ได้ทำอะไรบ้าง?

  • วิจัยปัญหาด้วยตัวเอง: เด็กๆ ได้ร่วมกันออกแบบแบบสอบถามและลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อศึกษาปัญหาที่เด็กในโรงเรียนของตนเองเผชิญ เช่น การถูกคุกคามทางออนไลน์ การถูกหลอกลวง หรือการเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
  • สร้างสรรค์กิจกรรมรณรงค์: จากข้อมูลที่ได้ เด็กๆ ได้ร่วมกันออกแบบกิจกรรมรณรงค์ที่หลากหลาย เพื่อให้เพื่อนๆ และคนในชุมชนตระหนักถึงภัยอันตรายบนโลกออนไลน์ และรู้วิธีป้องกันตนเอง
  • เป็นตัวแทนไปสู่ระดับนโยบาย: ผลลัพธ์จากการดำเนินโครงการจะถูกนำไปใช้ในการผลักดันนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเด็กบนโลกออนไลน์ในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับชาติ

ทำไมเด็กและเยาวชนจึงสำคัญ?

นายณรงค์ศักดิ์ เตือนสกุล รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า เด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มักตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางออนไลน์ เนื่องจากขาดความรู้และประสบการณ์ในการป้องกันตนเอง โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือเด็กที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมักจะถูกมองข้ามและขาดโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็น

ความสำเร็จของโครงการ

โครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วม โดยเด็กๆ กล่าวว่า พวกเขารู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการใช้เทคโนโลยี และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการป้องกันตนเองจากภัยอันตรายบนโลกออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ โครงการยังช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะด้านการทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการเป็นผู้นำ

บทเรียนที่ได้จากโครงการ

  • เด็กและเยาวชนมีความสามารถ: เมื่อได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม เด็กและเยาวชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสังคมได้
  • ความสำคัญของการมีส่วนร่วม: การให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการออกแบบและดำเนินกิจกรรม จะทำให้พวกเขามีความเป็นเจ้าของโครงการและมีความมุ่งมั่นที่จะนำความรู้ไปใช้
  • ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน: การแก้ไขปัญหาการละเมิดเด็กทางเพศต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. ทำไมต้องเลือกจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ? จังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสังคม ซึ่งทำให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่เผชิญกับความเสี่ยงในการถูกละเมิดทางเพศได้ง่ายกว่าพื้นที่อื่นๆ

  2. เด็กๆ ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากโครงการนี้? เด็กๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับภัยอันตรายบนโลกออนไลน์ วิธีการป้องกันตนเอง ทักษะการสื่อสาร การทำงานร่วมกัน และความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสังคม

  3. โครงการนี้จะส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนอย่างไรในระยะยาว? โครงการนี้จะช่วยให้เด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักปกป้องตนเองและผู้อื่น และมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

  4. หน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้? โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ มากมาย เช่น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ศูนย์ประสานงานขับเคลื่อนการส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ และมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย

  5. ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็กๆ ได้อย่างไร? ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้หลายวิธี เช่น การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ การสนับสนุนทางด้านการเงิน หรือการเป็นอาสาสมัครเพื่อร่วม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE