Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายมอบทุน ช่วยเด็กขาดทุนทรัพย์ 210 ราย

อบจ.เชียงรายจัดมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือให้เยาวชนในพื้นที่ ปีงบประมาณ 2567

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมคณะผู้บริหารได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือสำหรับนักศึกษาและนักเรียนที่ยากจนหรือด้อยโอกาสในพื้นที่เขต อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว และอำเภอเวียงชัย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและส่งเสริมโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม

วัตถุประสงค์ของโครงการ

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในปีงบประมาณ 2567 นี้ เป็นไปตามนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาและนักเรียนที่ยากจนและด้อยโอกาสในจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยรายจ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือด้านการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2561

นอกจากการช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวแล้ว โครงการนี้ยังมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนที่ขาดแคลน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างสรรค์สังคมที่เท่าเทียมในระยะยาว

รายละเอียดการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ

ในปีงบประมาณ 2567 อบจ.เชียงราย ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 5,000,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ โดยในพิธีมอบทุนครั้งนี้ มีตัวแทนจากสถานศึกษาในพื้นที่เข้าร่วมรับทุนสำหรับนักศึกษาและนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 210 ราย แบ่งเป็น

  • ทุนการศึกษา จำนวน 97 ราย
  • เงินช่วยเหลือ จำนวน 113 ราย

ผู้แทนที่ร่วมมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในพิธีครั้งนี้ ประกอบด้วยนายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัด อบจ.เชียงราย นางนภาภัณฑ์ ต่วนชะเอม เลขานุการ อบจ. นายณรงศักดิ์ ขันทะ หัวหน้าฝ่ายกีฬา กองการท่องเที่ยวและกีฬา และนายประพันธ์ คมสาคร หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม พร้อมทั้งผู้แทนสถานศึกษาในเขต อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว และอำเภอเวียงชัย

ความสำคัญของการศึกษากับการพัฒนาเยาวชน

โครงการทุนการศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนและส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเสริมสร้างศักยภาพของเยาวชนให้เติบโตขึ้นเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต ทั้งนี้ นางอทิตาธร ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาที่เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนในภาพรวม

“การสนับสนุนการศึกษาไม่ได้เป็นเพียงการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนที่อาจไม่มีทรัพยากรเพียงพอในการศึกษา ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของจังหวัดเชียงรายและประเทศชาติ” นางอทิตาธร กล่าว

แผนดำเนินงานในอนาคต

นอกจากการมอบทุนการศึกษาในเขตอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว และอำเภอเวียงชัยแล้ว อบจ.เชียงราย ยังมีแผนดำเนินโครงการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในพื้นที่อำเภออื่น ๆ ต่อไป เพื่อให้เยาวชนในจังหวัดเชียงรายได้รับการสนับสนุนอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนในระยะยาว และเป็นการสนับสนุนเป้าหมายของจังหวัดเชียงรายในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืน

อบจ.เชียงรายยังมุ่งหวังว่า โครงการนี้จะเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ในการดำเนินโครงการที่สร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมอย่างแท้จริง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย คืนรอยยิ้มชาวชุมชน ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแม่สาย

ทวงคืนรอยยิ้มชาวแม่สาย อบจ.เชียงรายลงพื้นที่ฟื้นฟูหลังสาธารณภัย

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายอนุชา ยอดเชียงคำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เขต 1 อำเภอแม่สาย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและบุคลากรของ อบจ.เชียงราย ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สาย เพื่อดำเนินการตามโครงการช่วยเหลือประชาชน เยียวยาและฟื้นฟูหลังเกิดเหตุสาธารณภัยในพื้นที่ ซึ่งเป็นการดำเนินงานครั้งที่ 4 ภายใต้เป้าหมายสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัย

การลงพื้นที่ช่วยเหลือและฟื้นฟู

ในครั้งนี้ อบจ.เชียงราย ได้ลงพื้นที่ในตำบลแม่สาย ครอบคลุมหลายหมู่บ้าน ได้แก่

  • หมู่ 1 บ้านเหมืองแดงใต้
  • หมู่ 3 บ้านสันผักฮี้
  • หมู่ 4 บ้านเวียงหอม
  • หมู่ 5 บ้านสันมะนะ
  • หมู่ 6 บ้านป่ายางชุม
  • หมู่ 9 บ้านสันทราย
  • หมู่ 11 บ้านสันทรายใหม่

รวมจำนวนผู้ได้รับการช่วยเหลือกว่า 1,900 ราย โดยมีผู้นำท้องที่และผู้นำชุมชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

รายละเอียดการช่วยเหลือ

การมอบความช่วยเหลือในครั้งนี้ อบจ.เชียงราย ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อเยียวยาด้านการดำรงชีพ 4 รายการ ตามหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2563 ซึ่งประกอบด้วย:

  1. ค่าเครื่องนุ่งห่ม รายละไม่เกิน 1,100 บาท
  2. ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 11,400 บาท
  3. ค่าเครื่องครัวและอุปกรณ์ประกอบอาหาร เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 3,500 บาท
  4. ค่าเครื่องนอน รายละไม่เกิน 1,000 บาท

ความห่วงใยจากนายก อบจ.เชียงราย

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้กล่าวให้กำลังใจผู้ประสบภัยทุกคน พร้อมเน้นย้ำถึงความพร้อมของ อบจ.เชียงราย ในการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม หากมีผู้ที่ประสบภัยแล้วยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือรายชื่อตกหล่น สามารถแจ้งความจำนงได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาลตำบลในพื้นที่ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้ดำเนินการยื่นเรื่องให้คณะกรรมการจังหวัดเชียงรายพิจารณาอีกครั้ง

ฟื้นฟูความเป็นอยู่ด้วยพลังชุมชน

โครงการช่วยเหลือประชาชนครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในระยะสั้น แต่ยังส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในระยะยาว

อบจ.เชียงราย ยังคงยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้กลับมามีรอยยิ้มและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกครั้ง พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างชุมชนที่มั่นคงและปลอดภัย

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบและยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ สามารถติดต่อ อบจ.เชียงราย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ของตน เพื่อขอรับการเยียวยาเพิ่มเติมได้ตลอดระยะเวลาโครงการ.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายมอบโค-กระบือกว่า 1,600 ตัว สร้างอาชีพยั่งยืนให้เกษตรกร

จังหวัดเชียงรายจัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือกว่า 1,600 ตัว มูลค่ากว่า 55 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอแม่ลาว ตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมี นายรุ่งโรจน์ ตันวุฒิ นายอำเภอแม่ลาว เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน และผู้แทนจากหน่วยงานราชการ หัวหน้าส่วนราชการ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ และประชาชนในพื้นที่ร่วมงานอย่างคับคั่ง

ความสำคัญของโครงการมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือ

พิธีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ซึ่งริเริ่มโดย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 โดยกรมปศุสัตว์เป็นหน่วยงานหลักที่รับสนองพระราชดำริ โครงการนี้มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงานในไร่นา และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับในปีนี้ จังหวัดเชียงรายได้มอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือจำนวน 1,642 ตัว โดยแบ่งเป็นโคจำนวน 1,173 ตัว และกระบือจำนวน 469 ตัว รวมมูลค่ากว่า 55,217,750 บาท

รายละเอียดและเป้าหมายของโครงการ

การดำเนินงานครั้งนี้มุ่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการเป็นกรณีพิเศษ ได้แก่ เกษตรกรที่ส่งคืนลูกตัวแรกให้กับโครงการ และอยู่ในสัญญามาไม่น้อยกว่า 3 ปี จำนวน 796 ราย โดยโค-กระบือที่ได้รับมอบกรรมสิทธิ์ในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น

  • ใช้แรงงานในไร่นา
  • การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์
  • การทำแก๊สชีวภาพ
  • การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

ผลสำเร็จและการต่อยอดโครงการ

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ได้ช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมากกว่า 6,000 ราย โดยปัจจุบันยังมีเกษตรกรในความดูแลของโครงการกว่า 2,000 ราย โครงการนี้ไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร แต่ยังส่งเสริมการใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่กับการบูรณาการการทำงานในพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนเกษตรกร

แนวทางการดำเนินงานในอนาคต

กรมปศุสัตว์ยังคงมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับชุมชน ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อบริหารจัดการโครงการให้มีความยั่งยืน โดยเน้นการใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างคุ้มค่า พร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่เสริมสร้างรายได้ เช่น การขายปุ๋ยจากมูลสัตว์ และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากโค-กระบือ

สรุป

การมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค-กระบือในครั้งนี้ เป็นการแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีต่อเกษตรกรไทย และสะท้อนถึงความสำคัญของโครงการธนาคารโค-กระบือ ที่ช่วยส่งเสริมการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน และพัฒนาชุมชนให้มีความมั่นคงในทุกมิติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024 เชียงราย ศูนย์กลางชา-กาแฟโลก

ทีเส็บจัดงาน WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024 ดันเชียงรายเป็นศูนย์กลางชา-กาแฟระดับโลก

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดงาน “WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024” ภายใต้แนวคิด “เชียงรายมีดี ชาดี กาแฟดี” เพื่อผลักดันจังหวัดเชียงรายให้เป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกของการจัดงานไมซ์ (MICE) ด้านชาและกาแฟ พร้อมสร้างการรับรู้ในฐานะศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2567

เชียงราย: จุดหมายใหม่ของงานไมซ์ด้านชา-กาแฟ

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เชียงรายมีศักยภาพโดดเด่นในด้านชาและกาแฟ ซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัด ทั้งนี้ ทีเส็บได้ร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อจัดงานที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ชา-กาแฟของเชียงรายผ่านนิทรรศการ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในพื้นที่กว่า 50 บูธ

นายภูริพันธ์ บุนนาค รองผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมชาและกาแฟให้เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างความร่วมมือในทุกมิติ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้แปรรูป จนถึงผู้จำหน่าย โดยเน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ในการดึงดูดนักเดินทางไมซ์จากทั้งในและต่างประเทศ

กิจกรรมหลากหลาย สัมผัสประสบการณ์ชา-กาแฟระดับพรีเมียม

กิจกรรมในงานประกอบด้วย:

  1. เวิร์คช็อปการชงชา-กาแฟ จากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสอนการเทลาเต้อาร์ต (Latte Art)
  2. นิทรรศการแสดงสินค้า จากแบรนด์ชั้นนำ เช่น ผลิตภัณฑ์ดอยตุง, ร้านสวรรค์บนดิน และโรงงานชาสุวิรุฬห์
  3. กิจกรรมพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจ โดยแขกรับเชิญพิเศษ ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร และนุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา

เส้นทางท่องเที่ยวสายชา-กาแฟ

งานนี้ยังเปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เช่น:

  • เส้นทางสายชา: ชิมชาสมุนไพรที่ร้านสวรรค์บนดิน หรือสัมผัสประสบการณ์ไร่ชาออร์แกนิกที่สุวิรุฬห์ชาไทย
  • เส้นทางสายกาแฟ: ผลิตภัณฑ์จากโครงการดอยตุงที่ปลูกและแปรรูปโดยชาวไทยภูเขา
  • แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม: วัดร่องขุ่น วัดพระแก้ว และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอื่น ๆ

เป้าหมายของงาน

การจัดงานครั้งนี้มุ่งสร้างการรับรู้ให้เชียงรายเป็นศูนย์กลางของงานไมซ์ด้านชาและกาแฟ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างรายได้ให้กับชุมชน ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ

ติดตามงานได้ที่

งาน “WORLD TEA & COFFEE EXPO 2024” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00-17.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook: World Tea & Coffee Expo 2024

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายมอบทุนช่วยเยาวชน สร้างโอกาสการศึกษาอย่างยั่งยืน

อบจ.เชียงราย มอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ สนับสนุนเยาวชนยากจนและด้อยโอกาส ปีงบประมาณ 2567

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.30 น. ณ โรงเรียนอนุบาลจอมสวรรค์ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) จัดพิธีมอบเงินช่วยเหลือตามโครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือสำหรับนักศึกษาและนักเรียนที่ยากจนหรือด้อยโอกาส ในพื้นที่อำเภอเชียงแสน แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย และดอยหลวง

พิธีดังกล่าวมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัด อบจ.เชียงราย และนายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.เชียงราย

ส่งเสริมการศึกษาตามนโยบายกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

อบจ.เชียงราย ดำเนินงานโครงการดังกล่าวภายใต้นโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยรายจ่ายเกี่ยวกับทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาและการให้ความช่วยเหลือนักเรียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2561

งบประมาณที่จัดสรรในปีงบประมาณ 2567 นี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 5,000,000 บาท โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนนักเรียนและนักศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงรายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับการศึกษาและการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน

รายละเอียดการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ

ในพิธีครั้งนี้ มีผู้นำท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ

  • นายโยธิน สิทธิประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3
  • นายบุญส่ง สุรีนันท์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลจอมสวรรค์
  • นายอัครพล กันทะดง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลจอมสวรรค์
  • นายกฤชฐา พลตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนจันจว้าวิทยาคม
  • นายสมนึก ยาวิลาศ กำนันตำบลจอมสวรรค์

ผู้แทนทั้งหมดได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเงินช่วยเหลือและทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากในพื้นที่อำเภอเชียงแสน แม่จัน แม่ฟ้าหลวง แม่สาย และดอยหลวง

อบจ.เชียงรายกับเป้าหมายเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน

โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ อบจ.เชียงราย ที่จะส่งเสริมการศึกษาในทุกมิติ ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและสนับสนุนให้เยาวชนได้รับโอกาสพัฒนาศักยภาพของตนอย่างเต็มที่

อบจ.เชียงราย ได้พิจารณาและคัดเลือกนักเรียนที่เหมาะสมเพื่อรับทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ โดยยังมีกำหนดการมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในพื้นที่อำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง

สรุป

การมอบทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญของ อบจ.เชียงราย ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและช่วยเหลือเยาวชนในพื้นที่ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว แต่ยังเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดเชียงรายในอนาคต

อบจ.เชียงรายขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนโครงการนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเยาวชนทุกคนจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้ พร้อมก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการศึกษาและการทำงานในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทหารช่วยชาวนาตากข้าว สร้างรอยยิ้ม ช่วยเกษตรกรเชียงแสน

ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเกษตรกรตากข้าว สร้างรอยยิ้มให้ชุมชน

เมื่อวัน 19 พฤศจิกายน 2567 มณฑลทหารบกที่ 37 ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” โดยร่วมกับประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ในการช่วยกันตากข้าว เพื่อบรรเทาภาระของเกษตรกรและส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน

กิจกรรมช่วยเหลือเกษตรกร

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ศาลาเอนกประสงค์บ้านไร่ โดยมีกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดประสานงานสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริ บ้านธารทอง พร้อมด้วยกำลังพลจิตอาสา ร่วมกันช่วยเหลือเกษตรกรในการตากข้าวที่เก็บเกี่ยวได้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับพระราชดำริ ในการช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน

วัตถุประสงค์ของกิจกรรม

  • บรรเทาภาระของเกษตรกร: การตากข้าวเป็นกระบวนการที่ต้องใช้แรงงานและเวลามาก การมีกำลังพลจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ จึงเป็นการแบ่งเบาภาระของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี
  • ส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน: การช่วยกันตากข้าวเป็นการอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์ข้าวพื้นเมือง และส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาหารบริโภคเพียงพอตลอดทั้งปี
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทหารและประชาชน: กิจกรรมนี้เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนในพื้นที่
  • ปลูกฝังจิตสำนึกในการช่วยเหลือผู้อื่น: การทำกิจกรรมจิตอาสา ทำให้กำลังพลได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการช่วยเหลือผู้อื่น และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน

สร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกร

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชาวบ้าน โดยต่างกล่าวขอบคุณกำลังพลทหารที่เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระในการตากข้าวแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเกษตรกรในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานทหารและชุมชน ส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพ

เสียงสะท้อนจากชุมชน

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกขอบคุณกำลังพลทหารที่เข้ามาช่วยเหลือเป็นอย่างมาก โดยกล่าวว่า การมีกำลังพลมาช่วยตากข้าว ทำให้พวกเขาสามารถนำเวลาไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้มากขึ้น และยังรู้สึกปลอดภัยที่ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ

ข้อสรุป

กิจกรรม “ช่วยด้วยใจ ลดรายจ่าย สร้างรายได้” ของมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและชุมชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การดำเนินกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับพระราชดำริ ในการช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาประเทศชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ”

ทหารมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ” ปลูกฝังวินัยให้นักเรียน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 มณฑลทหารบกที่ 37 ได้จัดกิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ” เพื่อปลูกฝังวินัยและความมีระเบียบให้แก่นักเรียน โดยมีกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกับครูและนักเรียน ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน

กิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ”

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเอง มีระเบียบวินัย และมีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต โดยกิจกรรมประกอบด้วยการฝึกท่าทางการเคารพ การยืนตรง การเดิน การจัดแถว และการทำความเข้าใจถึงความสำคัญของวินัยในชีวิตประจำวัน

ประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรม

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการปลูกฝังวินัยให้แก่นักเรียนแล้ว ยังส่งผลดีในด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น

  • เสริมสร้างความสามัคคี: กิจกรรมกลุ่มต่างๆ ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้การทำงานร่วมกันเป็นทีม และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนๆ
  • พัฒนาทักษะทางกาย: การฝึกท่าทางต่างๆ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้นักเรียนแข็งแรง
  • ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี: การทำกิจกรรมร่วมกับทหาร ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการทำความดี และการมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น
  • สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงาน: กิจกรรมนี้เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานทหารและโรงเรียน

เสียงตอบรับจากผู้เกี่ยวข้อง

ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูต่างรู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารที่สละเวลาอันมีค่ามาจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน โดยเห็นว่ากิจกรรมนี้เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนานักเรียนอย่างมาก นักเรียนเองก็รู้สึกสนุกสนานและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. ทำไมต้องจัดกิจกรรม “พบน้อง ฝึกวินัย สู่อนาคตของชาติ”? เพื่อปลูกฝังวินัยและความรับผิดชอบให้แก่นักเรียน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ
  2. กิจกรรมนี้มีอะไรบ้าง? กิจกรรมประกอบด้วยการฝึกท่าทางการเคารพ การยืนตรง การเดิน การจัดแถว และการทำความเข้าใจถึงความสำคัญของวินัยในชีวิตประจำวัน
  3. ใครเป็นผู้จัดกิจกรรมนี้? กิจกรรมนี้จัดโดยมณฑลทหารบกที่ 37 ร่วมกับโรงเรียน
  4. กิจกรรมนี้มีประโยชน์อย่างไรบ้าง? กิจกรรมนี้ช่วยเสริมสร้างวินัย พัฒนาทักษะทางกาย ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงาน
  5. นักเรียนได้รับประโยชน์อะไรจากกิจกรรมนี้? นักเรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับวินัย มีระเบียบวินัยมากขึ้น และมีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กรมปศุสัตว์เร่งฟื้นฟูสุขภาพกระบือเวียงหนองหล่ม

กรมปศุสัตว์เร่งฟื้นฟูสุขภาพกระบือเวียงหนองหล่ม สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจของกรมปศุสัตว์ได้ลงพื้นที่ปางควายเวียงหนองหล่ม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการฟื้นฟูสุขภาพกระบือ ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและส่งเสริมการอนุรักษ์พันธุ์กระบือไทย

นายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมปศุสัตว์ ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพสัตว์และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์อย่างยั่งยืน โดยทีมปฏิบัติการได้ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ อาทิ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ ทีม DART ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ต่างๆ สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย

การปฏิบัติงานฟื้นฟูสุขภาพกระบือ

ทีมปฏิบัติการได้ดำเนินการตรวจสุขภาพกระบืออย่างละเอียด ให้วัคซีนป้องกันโรค ทำหมัน และให้ยาตามอาการ รวมถึงการทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ เพื่อติดตามและบันทึกข้อมูลสุขภาพของกระบือแต่ละตัวอย่างต่อเนื่อง โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ปางป่าสักหลวง ปางห้วยน้ำราก และปางต้นยาง สามารถให้บริการฟื้นฟูสุขภาพกระบือได้ทั้งหมด 330 ตัว และทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ได้ 316 ตัว

การดำเนินงาน

การดำเนินงานฟื้นฟูสุขภาพกระบือของกรมปศุสัตว์ครั้งนี้ มีผลดีต่อเกษตรกรและชุมชนในหลายด้าน ดังนี้

  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร: การมีกระบือที่แข็งแรงสมบูรณ์จะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร
  • อนุรักษ์พันธุ์กระบือไทย: การดูแลสุขภาพกระบืออย่างต่อเนื่องจะช่วยรักษาพันธุ์กระบือไทยให้คงอยู่
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร: การมีกระบือที่แข็งแรงและสวยงาม จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมและสัมผัสวิถีชีวิตของชาวบ้าน
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค: ผลิตภัณฑ์จากกระบือที่ได้รับการดูแลสุขภาพอย่างดี จะได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคมากขึ้น

คำขวัญ “ครอบครัวปศุสัตว์ ทำด้วยใจ ทำให้ไว ทำได้จริง” สรุปได้ถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ทุกคนในการทำงานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและดูแลสุขภาพสัตว์

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. ทำไมต้องฟื้นฟูสุขภาพกระบือ? เพราะกระบือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของเกษตรกร ช่วยในการไถนาพรวนดิน และเป็นแหล่งอาหารโปรตีน การดูแลสุขภาพกระบือจึงเป็นการรักษาอาชีพของเกษตรกรและส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน
  2. หน่วยงานใดบ้างที่ร่วมในการปฏิบัติการครั้งนี้? หน่วยงานที่ร่วมในการปฏิบัติการ ได้แก่ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ ทีม DART ของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ต่างๆ สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย
  3. การทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์มีประโยชน์อย่างไร? การทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ช่วยให้สามารถติดตามและบันทึกข้อมูลสุขภาพของกระบือแต่ละตัวได้อย่างต่อเนื่อง
  4. การฟื้นฟูสุขภาพกระบือจะส่งผลดีต่อชุมชนอย่างไร? การฟื้นฟูสุขภาพกระบือจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
  5. ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์กระบือไทยได้อย่างไร? ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากกระบือไทย เลือกซื้อเนื้อวัวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และร่วมกันรณรงค์ให้คนในชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พันธุ์กระบือไทย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

FAM Trip เชียงราย สร้างสรรค์ศิลปะจากธรรมชาติ

ศิลปินเชียงราย ร่วมสรรค์สร้างสรรค์งานศิลปะตามรอยเส้นทางชา-กาแฟ

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ร่วมกับสมาคมขัวศิลปะ จัดกิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จากสวนสู่แก้วครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย โดยมีศิลปินจากทั่วภาคเหนือเข้าร่วมกิจกรรม

ตามรอยเส้นทางชา กาแฟ สู่แรงบันดาลใจศิลปะ

นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จากสวนสู่แก้วครั้งนี้ เป็นการนำศิลปินจากหลากหลายสาขา ทั้งจิตรกร นักแกะสลัก และช่างภาพ เดินทางไปยังแหล่งปลูกชาและกาแฟชั้นนำของจังหวัดเชียงราย เพื่อสัมผัสบรรยากาศและวัฒนธรรมการปลูกชาและกาแฟอย่างใกล้ชิด และสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงความงดงามและเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ และภูมิทัศน์ของจังหวัดเชียงราย

ศิลปินร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อประชาสัมพันธ์

อาจารย์สุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ศิลปินจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สะท้อนถึงความหลากหลายของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาวเชียงราย ผลงานศิลปะที่เกิดจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะถูกนำไปจัดแสดงในงานเชียงรายดอกไม้งาม เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ของจังหวัดเชียงรายให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

เส้นทางชา กาแฟ สู่ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ

ตลอดระยะเวลาของกิจกรรม ศิลปินจะได้สัมผัสกับกระบวนการผลิตชาและกาแฟตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ได้เรียนรู้เกี่ยวกับพันธุ์ชาและกาแฟที่ปลูกในจังหวัดเชียงราย รวมถึงได้ชิมกาแฟและชาหลากหลายชนิด นอกจากนี้ ศิลปินยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กับเกษตรกรผู้ปลูกชาและกาแฟ

กิจกรรม

กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จากสวนสู่แก้วครั้งนี้ คาดว่าจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายในหลายด้าน ได้แก่

  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์: กิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้จังหวัดเชียงรายเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่มีศิลปะและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ
  • สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟ: ผลงานศิลปะที่เกิดจากกิจกรรมนี้ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟของจังหวัดเชียงราย
  • สร้างรายได้ให้กับชุมชน: กิจกรรมนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว
  • ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม: กิจกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงราย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จัดขึ้นเมื่อไหร่? กิจกรรมจัดขึ้นในวันที่ 11-12 ธันวาคม 2567
  2. มีศิลปินเข้าร่วมกิจกรรมกี่คน? มีศิลปินจากเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน และพะเยา เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 35 คน
  3. ผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นจะนำไปจัดแสดงที่ไหน? ผลงานศิลปะจะถูกนำไปจัดแสดงในงานเชียงรายดอกไม้งาม
  4. กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์หลักอะไร? วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย
  5. กิจกรรมนี้มีประโยชน์ต่อชุมชนอย่างไร? กิจกรรมนี้จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเสริมทีมสหวิชาชีพ ปกป้องเด็กและเยาวชนมั่นใจเต็มที่

เชียงรายเดินหน้าเสริมสร้างทีมสหวิชาชีพ เด็กและเยาวชนได้รับการคุ้มครองที่มีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบกลไกเครือข่ายทีมสหวิชาชีพด้านเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย ณ โรงแรมเอ็มบูทีค รีสอร์ท เชียงราย โดยมีหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงราย ทีม ONE HOME พม.เชียงราย ผู้แทนอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก

การเสริมสร้างความรู้และความเชี่ยวชาญทีมสหวิชาชีพ

ในงานได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ นางสาวดารณี นฤดมพงศ์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสิทธิเด็กจากมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก บรรยายในหัวข้อสำคัญ เช่น บทบาทของทีมสหวิชาชีพในด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองเด็ก การประเมินความเสี่ยง และการใช้เครื่องมือในการปฏิบัติงานกับเด็ก อีกทั้ง นางสาวกุลธีชาดา พรเจริญ นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ได้แบ่งปันความรู้ในหัวข้อเกี่ยวกับกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู้สถานการณ์ด้านเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงราย พร้อมการถอดบทเรียนระบบคุ้มครองเด็กในระดับพื้นที่

ถอดบทเรียนกรณีศึกษาสู่การแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในงานมีการแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อร่วมกันถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์และประเมินแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ปัญหาที่พบในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มีเด็กและเยาวชนหลายรายที่ประสบปัญหาทางสังคม เช่น การตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก หรือความเสี่ยงจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ทีมสหวิชาชีพจึงมีบทบาทสำคัญในการประสานงานและช่วยเหลือ โดยต้องมีทักษะและความรู้ที่เชี่ยวชาญในหลากหลายมิติ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนช่วยเหลือได้อย่างรอบคอบ

เสริมสร้างการประสานงานระดับตำบลและอำเภอ

นอกจากการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ทีมสหวิชาชีพยังมุ่งเน้นสร้างเครือข่ายการส่งต่อข้อมูลและการช่วยเหลือระหว่างระดับตำบลและอำเภอ เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดการเชื่อมโยงที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การตระหนักรู้และความสำคัญของการคุ้มครองเด็ก

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเน้นย้ำว่า การเสริมสร้างความเข้มแข็งของทีมสหวิชาชีพเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนให้มีความปลอดภัย พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในชุมชน เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิเด็กในจังหวัดเชียงราย

กิจกรรมในครั้งนี้แสดงถึงความตั้งใจและความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการปกป้องและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลและคุ้มครองอย่างเหมาะสมที่สุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE