
เชียงรายเดินหน้าสานต่อบทบาทเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบหลังได้การรับรองจากยูเนสโก
อบจ.เชียงราย จัดนิทรรศการรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติจริง
เน้นนำศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยงานออกแบบ
ให้ความสำคัญกับเยาวชนในการเป็นพื้นที่บ่มเพาะนักออกแบบและศิลปินรุ่นใหม่
เป้าหมายเพื่อเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นระบบเศรษฐกิจที่ยกระดับรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน
เชียงราย,19 พฤษภาคม 2569 – อบจ.เชียงรายจัดประชุมและนิทรรศการ “Chiang Rai Creative City of Design” รวมพลังภาครัฐ เอกชน ศิลปิน ผู้ประกอบการท้องถิ่น เครือข่ายชาติพันธุ์ และเยาวชน สานต่อพันธกิจหลังยูเนสโกรับรองเชียงรายเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ ตั้งเป้าเปลี่ยนอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์และเวทีนานาชาติ
เชียงรายเดินหน้าหลังได้ตราเมืองสร้างสรรค์
จังหวัดเชียงรายเดินหน้าสานต่อบทบาท “เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ” หลังได้รับการรับรองเข้าสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายจัดการประชุมและแสดงนิทรรศการ “เชียงราย เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของ UNESCO” หรือ Chiang Rai Creative City of Design เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมตามข้อกำหนดของการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก หรือ UCCN และสานต่อคำมั่นสัญญาที่จังหวัดให้ไว้ต่อเวทีระดับโลก
ภายในงานช่วงเช้า เวลา 09.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ อบจ.เชียงราย ร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ โดยได้รับเกียรติจากนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เพื่อสะท้อนพลังเยาวชนในฐานะกำลังสำคัญของเมืองสร้างสรรค์
จากนั้น เวลา 13.30 น. มีการประชุม “เชียงราย เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของ UNESCO” โดยนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุม ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อนำเสนอทิศทางและแนวทางการพัฒนาเชียงรายสู่เมืองสร้างสรรค์ระดับนานาชาติ การประชุมในช่วงบ่ายจึงเป็นเหมือนการต่อยอดจากพื้นที่จัดแสดงสู่การจัดระบบการทำงาน เพราะเมืองสร้างสรรค์ไม่สามารถเกิดขึ้นจากการจัดงานเพียงวันเดียว แต่ต้องอาศัยแผนต่อเนื่อง งบประมาณ เครือข่าย และตัวชี้วัดที่ทำให้ผลลัพธ์ลงถึงประชาชน
จากการรับรองของยูเนสโก สู่ภารกิจที่ต้องพิสูจน์
เชียงรายได้รับการประกาศเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ด้านการออกแบบ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 พร้อมกับจังหวัดสุพรรณบุรีที่ได้รับการรับรองด้านดนตรี โดยยูเนสโกระบุว่า เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์เป็นกลไกที่ให้ความสำคัญกับเมืองที่ใช้วัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
ข้อมูลจากเว็บไซต์ UNESCO Creative Cities Network ระบุว่า เชียงรายมีจุดเด่นจากการวางผังเมืองและภูมิทัศน์ที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ตั้งอยู่ระหว่างแนวภูเขาและที่ราบลุ่มแม่น้ำ พร้อมอัตลักษณ์ด้านชาติพันธุ์หลากหลาย ซึ่งถูกสะท้อนผ่านงานออกแบบ สถาปัตยกรรม และวิถีชีวิตเมือง ขณะที่ข้อมูลจากรัฐบาลไทยระบุว่า เชียงรายได้รับการประกาศเป็น Creative City of Design เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 และ UCCN ครอบคลุมเมืองสร้างสรรค์ใน 7 สาขา ได้แก่ หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน การออกแบบ ภาพยนตร์ อาหาร วรรณกรรม สื่อศิลปะ และดนตรี
สถานะดังกล่าวจึงเป็นทั้งเกียรติและภารกิจ เพราะการเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกไม่ได้หมายถึงการได้รับป้ายรับรองแล้วจบ แต่หมายถึงการต้องพิสูจน์ว่าเมืองสามารถนำความคิดสร้างสรรค์ไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจ ชุมชน การศึกษา การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตได้จริง งานวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 จึงมีความหมายในฐานะเวทีติดตามการขับเคลื่อนหลังได้รับการรับรอง โดย อบจ.เชียงรายระบุว่าเป็นกิจกรรมตามข้อกำหนดของการเป็นสมาชิก UCCN และคำมั่นสัญญาต่อ UNESCO
นิทรรศการที่รวมศิลปะ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจฐานราก
ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการประชาสัมพันธ์ “เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ” โดยสมาคมขัวศิลปะ นำโดยนายนิพนธ์ ใจนนท์ถี นายกสมาคมขัวศิลปะ พร้อมคณะกรรมการและสมาชิกสมาคม เข้าร่วมจัดนิทรรศการกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายศิลปินสร้างสรรค์จังหวัดเชียงราย
สมาคมขัวศิลปะนำผลงานศิลปะร่วมสมัยและกิจกรรมประชาสัมพันธ์เครือข่ายศิลปินเชียงรายมาจัดแสดง เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม และพลังสร้างสรรค์ของเมือง ผ่านแนวคิดการออกแบบที่เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น พร้อมตอกย้ำบทบาทของศิลปินเชียงรายในการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์สู่ระดับนานาชาติ
นอกจากผลงานศิลปะแล้ว งานยังจัดแสดงผลงานจากผู้ประกอบการท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม หรือ CPOT สินค้า OTOP งานหัตถกรรม ผลงานสร้างสรรค์จากเครือข่ายชาติพันธุ์เชียงราย รวมถึงการแสดงดนตรีจากนักเรียนโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ภาพรวมของนิทรรศการจึงทำให้เห็นว่า “การออกแบบ” ในบริบทเชียงรายไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งปลูกสร้างหรือภาพกราฟิก แต่รวมถึงวิธีคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ชุมชน ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และประสบการณ์ท่องเที่ยวให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้น
เมืองสร้างสรรค์ต้องไม่อยู่เฉพาะในห้องประชุม
การจัดงานครั้งนี้มีข้อสำคัญอยู่ที่การดึงหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด อบจ.เชียงราย สมาคมขัวศิลปะ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการท้องถิ่น เครือข่ายชาติพันธุ์ และเยาวชน เพราะเมืองสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นจริงไม่ได้ หากความคิดสร้างสรรค์ถูกจำกัดอยู่เฉพาะศิลปินมืออาชีพหรือหน่วยงานรัฐเพียงไม่กี่กลุ่ม
สำหรับเชียงราย จุดแข็งสำคัญคือการมีศิลปินระดับชาติ เครือข่ายศิลปินท้องถิ่น งานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย วัฒนธรรมชาติพันธุ์ งานหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน และภูมิทัศน์เมืองที่มีเอกลักษณ์ แต่ความท้าทายคือการเชื่อมทุนเหล่านี้ให้กลายเป็นระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง เช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สินค้า OTOP มีมูลค่าสูงขึ้น การพัฒนางานหัตถกรรมชาติพันธุ์ให้เชื่อมตลาดใหม่ การยกระดับพื้นที่ท่องเที่ยวด้วยการออกแบบภูมิทัศน์ และการสร้างเส้นทางเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมสำหรับเยาวชน
ข้อมูลจาก อพท. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เสนอเชียงรายเข้าสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ ระบุว่า เชียงรายและสุพรรณบุรีได้รับการเพิ่มเข้าสู่ UCCN พร้อมเมืองใหม่อีก 53 เมืองทั่วโลก โดยเชียงรายอยู่ในสาขา Design หรือการออกแบบ ดังนั้น ภารกิจของจังหวัดหลังจากนี้คือการทำให้ความเป็นเมืองออกแบบไม่หยุดอยู่ที่ภาพลักษณ์ แต่ต้องกลายเป็นโครงการ แผนงาน และผลลัพธ์ที่วัดได้ในระดับพื้นที่
เยาวชนคือหัวใจของเมืองสร้างสรรค์รุ่นต่อไป
การแสดงจากนักเรียนโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายในพิธีเปิดนิทรรศการมีความหมายมากกว่าองค์ประกอบในงาน เพราะเยาวชนคือกลุ่มที่จะรับช่วงต่อสถานะเมืองสร้างสรรค์ในอนาคต หากเชียงรายต้องการรักษาบทบาท Creative City of Design ให้ยั่งยืน เมืองจำเป็นต้องลงทุนกับคนรุ่นใหม่อย่างจริงจัง ทั้งด้านศิลปะ การออกแบบ ดนตรี วัฒนธรรม เทคโนโลยี และทักษะการเล่าเรื่อง
การให้เยาวชนมีพื้นที่แสดงออกในงานระดับจังหวัดช่วยสร้างความมั่นใจและทำให้เด็กเห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่เป็นทักษะที่มีคุณค่าต่อเมืองและอาชีพในอนาคต หากต่อยอดต่อเนื่อง โรงเรียน อบจ.เชียงราย และสถานศึกษาอื่น ๆ สามารถเป็นฐานบ่มเพาะนักออกแบบรุ่นใหม่ ศิลปินรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ และผู้นำชุมชนที่เข้าใจการใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจ
ในมิติการศึกษาท้องถิ่น อบจ.เชียงรายจึงมีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นทั้งหน่วยงานที่ดูแลสถานศึกษาและหน่วยงานที่เชื่อมโยงนโยบายพัฒนาจังหวัด การนำโรงเรียนเข้ามาอยู่ในงานเมืองสร้างสรรค์จึงเป็นสัญญาณว่าเชียงรายไม่ได้มอง UCCN เป็นเพียงเรื่องของผู้ใหญ่หรือศิลปิน แต่เริ่มเปิดพื้นที่ให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง
ขัวศิลปะในฐานะสะพานระหว่างศิลปินกับเมือง
การมีส่วนร่วมของสมาคมขัวศิลปะในงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของเครือข่ายศิลปินเชียงราย เพราะขัวศิลปะไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่แสดงงาน แต่ทำหน้าที่เป็นสะพานระหว่างศิลปิน ชุมชน เยาวชน และหน่วยงานรัฐมาอย่างต่อเนื่อง ในบริบทเมืองสร้างสรรค์ เครือข่ายลักษณะนี้คือทรัพยากรที่เมืองอื่นสร้างได้ยาก เพราะต้องอาศัยความไว้วางใจ เวลา และการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินหลายรุ่น
ข้อมูลจาก UNESCO ระบุว่าเชียงรายมีความโดดเด่นด้านการออกแบบที่เชื่อมโยงกับภูมิทัศน์และความหลากหลายของชาติพันธุ์ ขณะที่สมาคมขัวศิลปะเป็นหนึ่งในกลไกภาคประชาชนและภาคสร้างสรรค์ที่ช่วยแปลงทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้ให้เป็นกิจกรรม นิทรรศการ พื้นที่เรียนรู้ และเครือข่ายของคนทำงานสร้างสรรค์
หากเมืองต้องการขับเคลื่อนสู่ระดับนานาชาติอย่างแท้จริง บทบาทของขัวศิลปะและเครือข่ายศิลปินควรถูกเชื่อมกับแผนเมืองสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ เช่น การจัดเทศกาลออกแบบ การเปิดพื้นที่ศิลปินรุ่นใหม่ การพัฒนาศิลปะร่วมกับผลิตภัณฑ์ชุมชน การเชื่อมงานออกแบบกับการท่องเที่ยว และการทำฐานข้อมูลผู้ประกอบการสร้างสรรค์ของเชียงราย
จากศิลปะสู่รายได้ของชุมชน
สิ่งที่ทำให้ Creative City มีความหมายต่อประชาชนคือการแปลงความสร้างสรรค์ให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่ทิ้งชุมชนไว้ข้างหลัง นิทรรศการครั้งนี้มีสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม งานหัตถกรรม และผลงานจากเครือข่ายชาติพันธุ์เข้าร่วมจัดแสดง สิ่งเหล่านี้คือฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีอยู่จริงในเชียงราย
การออกแบบสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนได้หลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนารูปทรง การเลือกวัสดุ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเล่าเรื่องบนฉลาก การจัดแสดงสินค้า การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการเชื่อมตลาดออนไลน์และตลาดท่องเที่ยว หากทำอย่างต่อเนื่อง งานหัตถกรรมหรือผลิตภัณฑ์ชาติพันธุ์จะไม่ถูกมองเป็นของฝากราคาถูก แต่เป็นสินค้าที่มีเรื่องราว มีอัตลักษณ์ และมีคุณค่าทางวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้องระวังไม่ให้ชุมชนกลายเป็นเพียง “วัตถุดิบทางวัฒนธรรม” ของตลาด เมืองต้องให้ความสำคัญกับสิทธิของเจ้าของภูมิปัญญา การแบ่งปันรายได้ที่เป็นธรรม และการรักษาความหมายดั้งเดิมของงานวัฒนธรรม หากสมดุลนี้ทำได้ เชียงรายจะสามารถสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เติบโตจากรากวัฒนธรรมของตนเอง ไม่ใช่จากการผลิตซ้ำเพื่อขายเพียงอย่างเดียว
งานวันที่ 18 พฤษภาคมคือจุดเริ่มต้นของรอบติดตามใหม่
ข้อมูลที่ผู้ใช้จัดเตรียมระบุว่า การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการกำกับและติดตามจากนายรามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัด อบจ.เชียงราย นางอุบลรัตน์ พวงภิญโญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านงานวางแผนและงบประมาณ สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.เชียงราย และเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดนี้สะท้อนว่า งานเมืองสร้างสรรค์ไม่ได้อยู่เฉพาะฝ่ายวัฒนธรรม แต่ต้องเชื่อมกับระบบวางแผน งบประมาณ และการติดตามผล
ในระยะต่อไป คำถามสำคัญของเชียงรายคือจะกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างไร เช่น จำนวนเครือข่ายนักสร้างสรรค์ที่ได้รับการสนับสนุน จำนวนผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการออกแบบใหม่ รายได้จากกิจกรรมสร้างสรรค์ จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมศิลปะและออกแบบ จำนวนพื้นที่สร้างสรรค์ในชุมชน และความร่วมมือกับเมืองสร้างสรรค์อื่นในต่างประเทศ
หากเมืองสามารถวางระบบติดตามเหล่านี้ได้ เชียงรายจะมีข้อมูลสำหรับรายงานต่อเครือข่าย UCCN และสามารถปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ไม่ใช่เพียงจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เป็นครั้งคราว แต่สร้างพัฒนาการที่ต่อเนื่องและตรวจสอบได้
เชียงรายต้องรักษาความเป็นเมืองออกแบบด้วยการลงมือทำ
การเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของยูเนสโกคือโอกาสสำคัญของเชียงราย แต่โอกาสนี้จะกลายเป็นพลังจริงก็ต่อเมื่อจังหวัดสามารถทำให้การออกแบบเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนเชียงรายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบพื้นที่สาธารณะ การออกแบบบริการภาครัฐ การออกแบบแหล่งท่องเที่ยว การออกแบบผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือการออกแบบระบบเรียนรู้ของเยาวชน
งานประชุมและนิทรรศการวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 จึงเป็นหมุดหมายของการสานต่อ ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความสำเร็จ เพราะเมืองสร้างสรรค์ต้องถูกขับเคลื่อนทุกปี ทุกพื้นที่ และทุกกลุ่มคน หากเชียงรายทำให้ศิลปิน ชุมชน เยาวชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐเดินไปด้วยกันได้ เมืองนี้จะมีโอกาสใช้สถานะ UCCN เป็นเครื่องมือสร้างรายได้ สร้างความภาคภูมิใจ และสร้างความยั่งยืนให้กับประชาชน
ในภาพใหญ่ เชียงรายมีจุดแข็งที่ชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งศิลปะร่วมสมัย สถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ วัฒนธรรมชาติพันธุ์ งานหัตถกรรม และพลังของเครือข่ายศิลปิน สิ่งที่ต้องทำต่อคือการจัดระบบให้ทุนเหล่านี้ไม่กระจัดกระจาย แต่เชื่อมกันเป็นระบบนิเวศสร้างสรรค์ที่คนรุ่นใหม่เห็นทางเดินอาชีพ ชุมชนเห็นโอกาสทางรายได้ และเมืองเห็นทิศทางการเติบโตที่ไม่สูญเสียอัตลักษณ์
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย)
องค์การยูเนสโก (UNESCO)
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)