Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่โป่งผา เร่งปั้นหนองน้ำพุเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวรับสงกรานต์ ชูยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่แม่สายและเสริมสร้างสุขภาพชุมชน

อบจ.เชียงรายลงพื้นที่โป่งผา เร่งปั้นหนองน้ำพุเป็นแลนด์มาร์กรับสงกรานต์ ควบคู่เปิดกีฬาชุมชนย้ำยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่แม่สาย

เชียงราย,28 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพของอำเภอแม่สายที่หลายคนคุ้นตาในฐานะประตูหน้าด่านการค้าและการเดินทางชายแดน กำลังถูกเล่าใหม่ด้วย “พื้นที่” ที่ตั้งใจให้คนอยู่ได้ดีขึ้น และนักท่องเที่ยวอยากแวะมานานขึ้น ไม่ใช่เพียงผ่านทาง ล่าสุดการลงพื้นที่ของผู้บริหารท้องถิ่นระดับจังหวัดและตำบลในตำบลโป่งผา สะท้อนความพยายามยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน ภายใต้โจทย์ใหญ่ที่ทุกพื้นที่เผชิญร่วมกัน คือทำอย่างไรให้การท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ลงพื้นที่หนองน้ำพุ วางหมากรับสงกรานต์

ช่วงเวลา 10.45 น. ของวันเดียวกัน นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ร่วมกับนางมลธิชา ไชยบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต 6 และ ดร.ณัชชา กันทะดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา เพื่อวางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยว ณ “หนองน้ำพุ” สวนสาธารณะและแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลโป่งผา โดยเป้าหมายระยะใกล้ชัดเจน คือเตรียมรองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา

“หนองน้ำพุ” ถูกวางบทบาทให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 82 ไร่ มีองค์ประกอบตั้งแต่พื้นที่ออกกำลังกาย เส้นทางเดินวิ่ง พื้นที่พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ไปจนถึงจุดถ่ายภาพและลานกิจกรรมที่รองรับงานเทศกาลของชุมชนในอนาคต ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา

ในมุมการพัฒนาเชิงนโยบาย ภาพของหนองน้ำพุไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดดเดี่ยว เพราะโครงการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกนำเสนอในกรอบงานภาครัฐด้านการพัฒนาเมืองและพื้นที่สาธารณะ โดยสื่อกระแสหลักรายงานว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองมีบทบาทส่งมอบความสำเร็จโครงการพัฒนา “หนองน้ำพุ” ตำบลโป่งผาในฐานะพื้นที่เพื่อสุขภาพและการใช้ประโยชน์สาธารณะ พร้อมคาดหวังให้ท้องถิ่นดูแลต่ออย่างยั่งยืน

เมื่ออ่านสัญญาณนี้ร่วมกับการลงพื้นที่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ จึงเห็นทิศทางที่ชัดขึ้นว่า เป้าหมายไม่ได้หยุดแค่การทำให้มีสวนสวยขึ้นอีกแห่ง แต่กำลังพยายามทำให้พื้นที่สาธารณะกลายเป็นกลไกเศรษฐกิจชุมชนและกลไกดูแลผู้คนในระยะยาว

สงกรานต์ไม่ใช่แค่เทศกาล แต่เป็นสนามแข่งขันของเมืองท่องเที่ยว

การเตรียมรับสงกรานต์ในระดับพื้นที่ มีนัยมากกว่าการจัดงานให้คึกคัก เพราะสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่เม็ดเงินและการเดินทางกระจายตัวสูง เมืองที่มีพื้นที่กิจกรรมพร้อม มีจุดเช็กอินใหม่ และมีระบบรองรับที่ดี ย่อมได้เปรียบในการดึงนักท่องเที่ยวให้ “แวะและใช้เวลา” มากขึ้น

ภาครัฐเองตั้งเป้าการท่องเที่ยวในประเทศปี 2569 ที่ 180 ล้านคนครั้ง และมูลค่า 1.08 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่าเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศกำลังขยับเกมเพื่อแย่งส่วนแบ่งการเดินทางของคนไทย ในบริบทนี้ หนองน้ำพุจึงถูกวางให้เป็นทั้งปอดของชุมชนและเป็นหน้าต่างต้อนรับผู้มาเยือน โดยเฉพาะพื้นที่แม่สายที่มีศักยภาพเชิงทำเลและเรื่องราวชายแดนเป็นทุนเดิม

อย่างไรก็ตาม การทำให้แลนด์มาร์กใหม่ “ยืนระยะ” ไม่ได้ขึ้นกับทิวทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการออกแบบการใช้ประโยชน์ให้คนทุกวัยเข้าถึงได้จริง ตั้งแต่ผู้สูงอายุที่ต้องการพื้นที่เดินออกกำลังแบบปลอดภัย เด็กและเยาวชนที่ต้องการพื้นที่กิจกรรม ไปจนถึงผู้ค้ารายย่อยที่ต้องการโอกาสทางรายได้ในวันที่คนมาเยือนหนาแน่น

กีฬาเป็นอีกด้านของสมการเมืองน่าอยู่

ก่อนลงพื้นที่หนองน้ำพุ ในเวลา 08.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการจัดการแข่งขันกีฬาตำบลโป่งผา ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ สนามกีฬากลางตำบลโป่งผา โดยมี ดร.ณัชชา กันทะดง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนร่วมกิจกรรม ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา

สาระของโครงการกีฬาในครั้งนี้ถูกระบุชัดในกรอบสังคมและสุขภาพ คือสร้างความสามัคคีปรองดอง ส่งเสริมให้เยาวชน ประชาชน และผู้สูงอายุออกกำลังกาย ลดโรค ลดการใช้เวลาว่างไปกับอบายมุข และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน ตามข้อมูลที่หน่วยงานในพื้นที่จัดทำและแนบมา

หากมองในภาพใหญ่ นี่คือการขยับ “นโยบายสุขภาวะ” ให้จับต้องได้ ด้วยกิจกรรมที่คนเข้าร่วมได้ทันที และเป็นเครื่องมือรวมผู้คนได้จริง มากกว่าการรณรงค์เชิงคำพูด

ด้านมาตรฐานสากล องค์การอนามัยโลกให้ข้อแนะนำว่า ผู้ใหญ่ควรมีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 ถึง 300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือกิจกรรมระดับหนัก 75 ถึง 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อส่งเสริมสุขภาพ เมื่อวางมาตรฐานนี้ขนานกับกิจกรรมกีฬาในตำบล จึงเห็นความหมายที่ลึกกว่าแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่เป็นการสร้างวัฒนธรรมการขยับร่างกายและพื้นที่ทางสังคมที่เกื้อหนุนกัน

เมื่อพื้นที่สีเขียวเจอกีฬา เมืองได้ทั้งสุขภาพและเศรษฐกิจ

ภาพที่เกิดขึ้นในตำบลโป่งผาในวันเดียวกัน คือการเดิน 2 ขาพร้อมกัน ขาหนึ่งคือการยกระดับพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ให้เป็นแลนด์มาร์กและพื้นที่กิจกรรมเพื่อรองรับเทศกาลท่องเที่ยว อีกขาหนึ่งคือการใช้กีฬาเป็นเครื่องมือเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ลดปัญหาสังคม และส่งเสริมสุขภาวะ

สองขานี้เชื่อมกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล เพราะแลนด์มาร์กจะมีชีวิตได้ก็ต่อเมื่อมีคนใช้พื้นที่จริง มีชุมชนเป็นเจ้าของพื้นที่ และมีปฏิทินกิจกรรมที่ต่อเนื่อง ไม่ให้พื้นที่สวยแต่เงียบ ขณะเดียวกัน กีฬาและกิจกรรมชุมชนจะยั่งยืนขึ้นเมื่อมีสถานที่รองรับที่เหมาะสม ปลอดภัย และเข้าถึงได้

ในเชิงยุทธศาสตร์ท้องถิ่น การเตรียมรับสงกรานต์ด้วยแลนด์มาร์กใหม่คือการเพิ่ม “เหตุผลในการเดินทาง” ของนักท่องเที่ยว ส่วนการจัดกีฬาชุมชนคือการเพิ่ม “คุณภาพการอยู่ร่วมกัน” ของคนในพื้นที่ หากทำให้ทั้งสองเรื่องเดินไปด้วยกันได้ เมืองชายแดนอย่างแม่สายจะไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงจุดผ่าน แต่เป็นพื้นที่ที่คนอยากอยู่และอยากกลับมา

ประเด็นที่ชุมชนและผู้มาเยือนควรจับตาหลังจากนี้

แม้การลงพื้นที่และการเปิดกิจกรรมจะเป็นสัญญาณบวก แต่ความท้าทายที่จะทำให้ผลลัพธ์เกิดจริงยังอยู่ในรายละเอียด เช่น การบริหารจัดการความสะอาด ความปลอดภัย การจัดระเบียบการใช้พื้นที่ในช่วงเทศกาล การคุมความหนาแน่นของกิจกรรมให้ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของชาวบ้านให้รู้สึกเป็นเจ้าของพื้นที่มากกว่าผู้มาใช้ชั่วคราว

อีกด้านหนึ่ง การทำให้กีฬาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาสังคมต้องอาศัยความต่อเนื่อง และการออกแบบให้คนทุกวัยเข้าร่วมได้จริง ไม่ใช่เฉพาะช่วงจัดงาน เมื่อกิจกรรมจบแล้วควรมีระบบสนับสนุนต่อ เช่น ชมรมกีฬา การใช้พื้นที่ฝึกซ้อมประจำ หรือกิจกรรมสุขภาพที่สอดรับกับชีวิตประจำวันของคนทำงานและผู้สูงอายุ

สิ่งที่ประชาชนทำได้ทันที

ประชาชนในพื้นที่สามารถเริ่มต้นจากเรื่องง่ายแต่มีพลัง คือชวนกันใช้พื้นที่สาธารณะอย่างรับผิดชอบ รักษาความสะอาด เคารพกติกาพื้นที่ และร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในช่วงเทศกาล ขณะที่ผู้ปกครองและโรงเรียนสามารถต่อยอดจากกิจกรรมกีฬาไปสู่การสร้างวินัยการออกกำลังกายของเด็กและเยาวชนให้สม่ำเสมอ ส่วนผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเตรียมสินค้าหรือบริการที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อให้เม็ดเงินท่องเที่ยวหมุนอยู่ในชุมชนมากขึ้น

ท้ายที่สุด ภาพของหนองน้ำพุที่กำลังถูกปั้นขึ้น และภาพของสนามกีฬาที่คนหลายวัยลงมาเคลื่อนไหวพร้อมกันในเช้าวันเดียวกัน กำลังบอกเล่าแนวคิดเดียวกันอย่างชัดเจน เมืองที่น่าอยู่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการใหญ่เสมอไป แต่อาจเริ่มจากการทำให้พื้นที่สาธารณะเป็นของทุกคน และทำให้กิจกรรมของชุมชนเป็นเครื่องมือดูแลกันได้จริง

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • Thailand.go.th
  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

เริ่มการเลือกตั้ง อบจ.เชียงราย 2 ผู้สมัครเด่นชิงชัย

บรรยากาศวันแรก เปิดรับสมัครเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบจ. เชียงราย คึกคัก ผู้สมัครเด่นสองรายลุยชิงชัย

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงราย ได้เปิดรับสมัครผู้สมัครนายกและสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เป็นวันแรก ณ อาคารคชสาร สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักจากกองเชียร์และผู้สนับสนุนที่เดินทางมาให้กำลังใจผู้สมัครทั้งสองฝ่าย โดยจะเปิดรับสมัครถึงวันที่ 27 ธันวาคม 2567 และกำหนดจัดการเลือกตั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในวันแรก โดยพบว่าผู้สมัครนายก อบจ. ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ. เชียงราย ซึ่งลงสมัครในนามอิสระ และ นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งทั้งสองคนเดินทางมาถึงสถานที่สมัครตั้งแต่เช้าพร้อมกองเชียร์จำนวนมาก

การเมืองท้องถิ่น: โอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลง

พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าใช้การเลือกตั้ง อบจ. เชียงรายเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพและเชื่อมโยงนโยบายระดับชาติสู่ท้องถิ่น พร้อมผลักดันนโยบาย “พลิกโฉมเชียงราย” เพื่อสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ และเรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้

การแข่งขันระหว่างนางสลักจฤฎดิ์และนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ในนามผู้สมัครอิสระ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงทิศทางการเมืองในเชียงราย และอาจส่งผลต่อการเมืองระดับชาติในอนาคต

ผลการจับสลากลำดับผู้สมัคร

จากการจับสลากเพื่อตัดสินลำดับหมายเลขผู้สมัคร ผลปรากฏว่า นางอทิตาธร ได้หมายเลข 1 และนางสลักจฤฎดิ์ ได้หมายเลข 2 โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานจากเสียงเชียร์ของกองเชียร์ทั้งสองฝ่าย

นโยบายเด่นของผู้สมัครนายก อบจ.

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เน้นการพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชนในทุกด้าน โดยมีนโยบายสำคัญ เช่น

  • กระจายเครื่องจักรกลการเกษตร: พัฒนาแหล่งน้ำ เส้นทาง และการป้องกันสาธารณภัย
  • ส่งเสริมอาชีพและรายได้: สร้างนักขายออนไลน์ “อยู่ที่ไหนก็ขายได้” จากสวนถึงผู้บริโภค
  • ส่งเสริมการศึกษา: “อยู่ที่ไหนก็เรียนได้” เพิ่มโอกาสการเรียนรู้ทั่วจังหวัด
  • สุขภาพดีใกล้บ้าน: โครงการโฮงยาใกล้บ้าน PLUS พบหมอออนไลน์และระบบการรักษาพยาบาลทางไกล
  • การท่องเที่ยวครบทุกอำเภอ: พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวพร้อมจัดมหกรรมไม้ดอกและกิจกรรมตลอดปี

นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ชูนโยบาย “พลิกโฉมเชียงราย” 5 ข้อสำคัญ ได้แก่

  1. TONY Brand: ผลักดันสินค้าเชียงรายสู่แบรนด์ระดับโลก พร้อมเทศกาลนานาชาติ
  2. ศูนย์โดรนการเกษตร: จัดตั้งศูนย์โดรนในทุกตำบล เพื่อลดต้นทุนและแก้ปัญหาไฟป่า
  3. ศูนย์บาดาลการเกษตร: เพิ่มแหล่งน้ำให้เพียงพอและประหยัดพลังงาน
  4. ถนนเศรษฐกิจวัฒนธรรม: พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจชุมชนรอบสถานีรถไฟ 18 แห่ง พร้อม EV Cars เชื่อมโยงสถานีสำคัญ
  5. Homestay Agrotourism: พัฒนาทุ่งนาสนามกอล์ฟและสร้างโฮมสเตย์ในทุกตำบล

การเลือกตั้งครั้งนี้ท้าทายฐานเสียงเดิม

การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างอดีตนายก อบจ. เชียงราย ทั้งสองฝ่าย โดยนางอทิตาธร มีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในหลายอำเภอ และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเครือข่ายการเมืองท้องถิ่น ขณะที่นางสลักจฤฎดิ์ ได้รับแรงสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทย และมีนโยบายที่ชัดเจนในการพัฒนาเชียงรายในทุกมิติ

การปราศรัยใหญ่จากผู้นำพรรคเพื่อไทย

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางมาปราศรัยสนับสนุนนางสลักจฤฎดิ์ ในวันที่ 5 มกราคม 2568 ที่อำเภอเทิงและอำเภอเชียงของ ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดผู้สนับสนุนจำนวนมากเข้าร่วม

สรุปภาพรวมวันแรก

บรรยากาศวันแรกเต็มไปด้วยสีสันและความคึกคักจากผู้สมัครและกองเชียร์ การเลือกตั้ง อบจ. เชียงราย ครั้งนี้นอกจากจะเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นแล้ว ยังสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญในพื้นที่ ซึ่งผลลัพธ์ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความนิยมและนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

พรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ. เชียงรายชู 5 นโยบายหลัก

พรรคเพื่อไทยเชียงรายเปิดตัวผู้สมัครนายก อบจ. และสมาชิกสภา อบจ. ทั้ง 36 เขต

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2567 พรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงรายได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) และสมาชิกสภา อบจ. เชียงราย ทั้ง 36 เขต ณ ห้องประชุมใหญ่สโมสรฟุตบอลเชียงราย ยูไนเต็ด ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีผู้นำพรรค ตัวแทนผู้สมัคร และผู้สนับสนุนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

ในงานแถลงข่าว นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทยในฐานะผู้สมัครนายก อบจ. เชียงราย พร้อมเปิดตัวผู้สมัครสมาชิก อบจ. เชียงราย ทั้ง 36 เขต โดยมีการปราศรัยที่เน้นนโยบายการพัฒนาท้องถิ่นที่สอดคล้องกับแผนงานของรัฐบาล ภายใต้สโลแกน “เชียงราย เข้มแข็ง อีกครั้ง”

การปราศรัยจากแกนนำพรรคเพื่อไทย

ในงานนี้ยังมีการปราศรัยในหัวข้อสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเชียงรายจากแกนนำพรรค เช่น:

  • “บทบาทของรัฐบาลสู่การเมืองท้องถิ่น” โดย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร
  • “การสาธารณสุขท้องถิ่น” โดย น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย
  • “การศึกษายุคใหม่ที่ส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนตามความถนัด” โดย ดร.เทอดชาติ ชัยพงษ์ ส.ส. เชียงราย
  • “สวัสดิการของรัฐเชื่อมโยงสู่ท้องถิ่น” โดย น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย
  • “การคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์” โดย นายปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส. เชียงราย

นโยบายหลัก 5 ข้อ “พลิกโฉมเชียงราย”

นางสลักจฤฎดิ์ได้เปิดตัวนโยบายหลักที่เน้นการพัฒนาเชียงรายให้ตอบโจทย์ทุกมิติของความยั่งยืน โดยมี 5 แนวทางสำคัญ ดังนี้:

  1. TONY Brand
    ผลักดันสินค้าและบริการของเชียงรายสู่ระดับโลก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรปลอดภัย และการจัดเทศกาลนานาชาติ
  2. ศูนย์โดรนการเกษตรประจำตำบล
    ตั้งศูนย์โดรนใน 124 ตำบล พร้อมฝึกอบรม “1 ตำบล 1 นักบินโดรน” เพื่อลดต้นทุนการเกษตร เพิ่มผลผลิต และแก้ปัญหาไฟป่า
  3. ศูนย์บาดาลการเกษตรทุกตำบล
    สร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืนในทุกตำบล โดยใช้ระบบน้ำประหยัดพลังงาน
  4. ถนนเศรษฐกิจวัฒนธรรมรอบสถานีรถไฟ
    พัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจรอบสถานีรถไฟ 18 แห่ง พร้อมจัดระบบขนส่ง EV Cars เชื่อมโยงสถานีสำคัญทั่วเชียงราย
  5. ทุ่งนาสนามกอล์ฟ และ Homestay Agrotourism
    สร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬาและ Homestay เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

บทบาทของพรรคเพื่อไทยในการฟื้นฟูเชียงราย

ย้อนกลับไปในปี 2566 พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขันกับพรรคก้าวไกลในเชียงราย ซึ่งพรรคก้าวไกลสามารถคว้าชัยชนะใน 3 เขตจากทั้งหมด 7 เขต คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทยยังห่างจากพรรคก้าวไกลไม่ถึงหนึ่งหมื่นคะแนน การเลือกตั้งนายก อบจ. เชียงรายครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับพรรคเพื่อไทยในการฟื้นฟูกระแสนิยมและสร้างความมั่นคงในพื้นที่

อทิตาธร วันไชยธนวงศ์: ผู้สมัครคู่แข่งในสนาม อบจ.

ด้านนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ. เชียงราย ได้เตรียมแถลงข่าวในวันที่ 23 ธันวาคม 2567 ถึงเจตนารมณ์ในการตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้งในนามอิสระ พร้อมทั้งเปิดตัวผู้สมัครที่มีเจตนารมณ์เดียวกัน ซึ่งมาจากหลากหลายกลุ่มในจังหวัดเชียงราย

ในแถลงข่าวครั้งนี้ยังเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่ต้องการให้แก้ไขและพัฒนา ทั้งนี้ นางอทิตาธรยังได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายการพัฒนาเชียงรายให้เป็นเมืองแห่งความสุขทั้งสำหรับผู้ที่อยู่อาศัยและนักท่องเที่ยว

กกต. เปิดรับสมัครผู้สมัคร อบจ.

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดเชียงราย ได้ประกาศเปิดรับสมัครนายกและสมาชิก อบจ. ณ หอประชุมคชสาร ระหว่างวันที่ 23-27 ธันวาคม 2567 เวลา 08.30-16.30 น. โดยคาดว่านางสลักจฤฎดิ์จะเดินทางไปสมัครตั้งแต่วันแรก

บทสรุปและความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้

การเลือกตั้งนายก อบจ. เชียงราย ครั้งนี้เป็นการประชันระหว่างกลุ่มการเมืองที่มีอิทธิพลสูงในพื้นที่ ทั้งพรรคเพื่อไทยและกลุ่มอิสระ การเลือกตั้งครั้งนี้ยังสะท้อนถึงการเมืองระดับท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายระดับชาติ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความนิยมของพรรคเพื่อไทยและทิศทางการพัฒนาเชียงรายในอนาคต

ประชาชนชาวเชียงรายร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเชียงรายในการเลือกตั้ง อบจ. เชียงรายครั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับจังหวัดเชียงรายอีกครั้ง!

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย /ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กอ.รมน.เชียงราย แจกผ้าห่มกันหนาว พร้อมสร้างสามัคคีในเทอดไทย

กอ.รมน.เชียงรายจัดกิจกรรมมอบไออุ่นและเสวนาสร้างความสามัคคีในพื้นที่ อบต.เทอดไทย

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 เวลา 08.30 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย (กอ.รมน.จังหวัด ช.ร.) ร่วมกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 (นพค.35) องค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย (อบต.เทอดไทย) ผู้ประกอบการภาคเอกชน คณะพัฒนาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย รุ่นที่ 2 และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมบริจาคผ้าห่มกันหนาวเพื่อส่งมอบความอบอุ่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

กิจกรรมส่งมอบไออุ่น

จุดที่ 1: หอประชุม อบต.เทอดไทย จำนวน 300 ผืน
จุดที่ 2: หอประชุมบ้านปางมะหัน จำนวน 200 ผืน
จุดที่ 3: หอประชุมบ้านเล่าลิ่ว จำนวน 100 ผืน

การมอบผ้าห่มในครั้งนี้ มี พ.อ.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย (ท.) พร้อมด้วยกำลังพลจาก กอ.รมน. และตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมดำเนินการ

กิจกรรมสานเสวนาส่งเสริมความสามัคคี

เวลา 09.30 น. กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมสานเสวนาภายใต้โครงการพัฒนาด้านการเมืองและการสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ ณ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลเทอดไทย โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 20 คน

กิจกรรมประกอบด้วย:

  1. การบรรยายพิเศษ
    • การสร้างความรัก ความสามัคคี และปรองดองของคนในชาติ
    • การปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. การสานเสวนาและรับฟังปัญหาในพื้นที่
    • การระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชน
    • การส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะการผลิตยาสมุนไพร เช่น ยานวดบรรเทาปวด ยาหม่องน้ำ และยาแก้ปวดฟัน พร้อมมอบปัจจัยการผลิต

ผลตอบรับจากชุมชน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวบ้านและกลุ่มอาชีพในพื้นที่ ตอกย้ำถึงความสำเร็จในการสร้างความรักและสามัคคีของคนในชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ยืนยันว่าจะดำเนินการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สภาเยาวชนเชียงรายเร่งพัฒนาเด็ก-เยาวชน ขับเคลื่อน 100 โครงการปี 68

สภาเยาวชน อบจ.เชียงราย ประชุมครั้งแรกปี 2568 รุกแผนพัฒนาเด็กและเยาวชน เชิงรุก กว่า 100 โครงการ

เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 4 สำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วย นายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และ นายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ประธานสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย จัดการประชุมสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 โดยมีการสรุปผลการดำเนินงานปี 2567 และพิจารณาแผนงานในปีงบประมาณ 2568 เพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงรายอย่างเต็มรูปแบบ

สรุปผลการดำเนินงานปี 2567 และเป้าหมายปี 2568

การประชุมครั้งนี้เน้นไปที่การรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากตัวแทนเยาวชนในพื้นที่ 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย โดยมุ่งหวังให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเชิงรุก และกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการทำงานเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม ทั้งนี้มีการ พิจารณาแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งเหรัญญิกสภาเยาวชน แทนตำแหน่งที่ว่างลง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นสำคัญในการประชุม: พัฒนาเด็กและเยาวชนเชียงราย

การประชุมได้กำหนดหัวข้อและประเด็นสำคัญที่เยาวชนจะขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2568 ดังนี้:

  1. การสร้างการมีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพเยาวชน
  2. จัดทำแผนงานและปฏิทินกิจกรรมกว่า 100 โครงการ
  3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสังคม (Social Impact Tourism)
  4. รับมือวิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5
    • มีการเสนอแนวทางในการจัดทำเครื่องฟอกอากาศ DIY สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานศึกษา
  5. การแก้ปัญหาสังคมของเยาวชนในพื้นที่
    • ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า สิ่งเสพติด การพนันออนไลน์ การใช้ความรุนแรง และการรวมกลุ่มเด็กแว้น

แผนฟื้นฟูพื้นที่หลังอุทกภัยและการพัฒนาท้องถิ่น

ในที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงบทบาทของเยาวชนในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา รวมถึงการวางแผนโครงการเพื่อสร้างความยั่งยืนและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

ส่งเสริมเยาวชนให้มีส่วนร่วมในทุกมิติ

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้กล่าวชื่นชมเยาวชนเชียงรายที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการพัฒนาสังคมและท้องถิ่น พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างสรรค์กิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนเพื่อให้เกิดผลในเชิงบวกต่อสังคมในระยะยาว

นายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ประธานสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นและสะท้อนปัญหาที่พบเจอในพื้นที่ เพื่อที่จะร่วมกันหาทางแก้ไขและพัฒนาชุมชนไปพร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์อะไร?
    มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงราย รวมถึงการวางแผนกิจกรรมเพื่อสังคม

  2. หัวข้อสำคัญในการประชุมคืออะไร?
    การจัดทำแผนงานปี 2568 การฟื้นฟูพื้นที่หลังอุทกภัย และการแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5

  3. สภาเยาวชน อบจ.เชียงรายจะทำอะไรเพื่อช่วยฟื้นฟูพื้นที่?
    มีแผนการจัดทำเครื่องฟอกอากาศ DIY และการมีส่วนร่วมในการพัฒนา Social Impact Tourism

  4. การประชุมครั้งนี้สำคัญอย่างไรต่อเยาวชนในพื้นที่?
    เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นและเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน

  5. เป้าหมายหลักของการจัดประชุมสภาเยาวชนคืออะไร?
    เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชนและพัฒนาท้องถิ่นในจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE