Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงและป้องกันไฟป่าหมอกควัน อ.แม่ลาว

 

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 67 ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่ลาว พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ สมาชิกวุฒิสภาพร้อมคณะลงพื้นที่อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน คณะที่ 2 ได้ร่วมประชุมเพื่อหารือข้อราชการและรับฟังการรายงานจากส่วนราชการในประเด็นต่างๆ โดยมี นายรุ่งโรจน์ ตันวุฒ นายอำเภอแม่ลาว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำ อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ เพื่อหารือในการเตรียมการป้องกันการเผาป่า การแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM2.5 การดูแลสุขภาพประชาชน และการส่งเสริมการผลิตและบริโภคผักปลอดสารพิษเพื่อเตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนจังหวัดเชียงรายเป็นเมืองแห่งสุขภาพ (Chiang rai Wellness City) และประเด็นอื่นๆ ที่สำคัญ

 

ในการนี้ พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ สมาชิกวุฒิสภา คณะที่ 2 พร้อมคณะลงพื้นที่ไปยังบ้านหนองบัว หมู่ที่ 2 ตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว ซึ่งเป็นบ้านของนางแก้วรัตน์ ไพยราช ที่ได้มีการส่งเสริมการผลิตปลูกและบริโภคผักปลอดสารพิษหลายชนิดภายในบริเวณรอบบ้านเต็มไปด้วยพืชผักสวนครัว สมุนไพร การเลี้ยงปลาธรรมชาติ และอื่นๆ อีกมายแบบครบวงจร เพื่อเตรียมความพร้อมการขับเคลื่อนจังหวัดเชียงรายเป็นเมืองแห่งสุขภาพ (Chiang rai Wellness City) ต่อไป
 
 
หลังจากนั้น คณะสมาชิกวุฒิสภา คณะที่ 2 ได้ลงื้นที่ไปยังบ้านป่าซ่างเหนือ หมู่ที่ 1 ตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว เพื่อเยี่ยมชมและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน PM2.5 ที่มีการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อป้องกันไฟป่าได้เป็นอย่างดี เช่น การทำแนวป้องกันไฟป่าเขตติดต่อระหว่างอำเภอ การจัดเวรยามเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังไฟป่า ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้อำเภอแม่ลาว ยังไม่พบว่ามีการเผาป่าหรือพบจุดความร้อนแต่อย่างใด จึงขอชื่นชมนายอำเภอแม่ลาว และหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้ช่วยกันป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ได้อย่างเข้มแข็ง
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“ทปษ.บุญสิงห์” เปิดการประกวดโคเนื้อ “โคบาลล้านนา ครั้งที่ 3” จังหวัดเชียงราย

 
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2567 ที่หาดทรายเทียมหนองหลวง ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดการประกวดโคเนื้อ “โคบาลล้านนา ครั้งที่ 3” ณ บริเวณหาดทรายเทียมหนองหลวง ตำบลเวียงชัย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย โดยมีนายญาณวุฒิ สุดพิมศรี นายอำเภอเวียงชัย นายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้การต้อนรับ
 
นายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การงานจัดการประกวดโคเนื้อในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ขยายผลการสร้างมูลค่าเพิ่มโคเนื้อ การยกระดับและเพิ่มศักยภาพมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพอาหารปลอดภัย โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและสร้างเครือข่ายการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพอาหารปลอดภัยอย่างสร้างสรรค์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพ ในจังหวัดเชียงราย 
 
 
เพื่อพัฒนาศักยภาพการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ การคัดเลือกพันธุ์สัตว์ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ การผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มโคเนื้อ เพิ่มช่องทางการตลาดให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรได้เชื่อมโยงเครือข่ายกัน และมีการจัดประกวด 2 ประเภท ได้แก่ โคลูกผสมยุโรปทั่วไป และโคลูกผสมบีฟมาสเตอร์ รวมทั้งหมด 12 รุ่น โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียงในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน) และผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้านปศุสัตว์ ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งในปีนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่มีการจัดประกวดโคเนื้อเกิดขึ้น ตั้งแต่มีการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อมาระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา 
 
 
ซึ่งผลผลิตโคเนื้อที่ได้พัฒนาปรับปรุงพันธ์โดยพ่อพันธุ์สายเลือดยุโรป เริ่มเจริญเติบโตและขยายเพิ่มขึ้น จังหวัดเชียงราย มีเป้าหมายในการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อ โดยการยกระดับสายเลือดพันธุ์โคเนื้อยุโรป เน้นโคเนื้อสายพันธุ์ บีฟมาสเตอร์ เป็นหลัก
 
 
การจัดงานประกวดโคเนื้อในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ห้างร้าน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการเลี้ยงโคเนื้อ กลุ่มเกษตรกรวิสากิจชุมชนผู้เลี้ยงโคเนื้อต่างๆ เครือข่ายโคเนื้อล้านนา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและเชี่ยวชาญการเลี้ยงโคเนื้อ ตลอดจนเกษตรกรเจ้าของโคเนื้อที่ส่งโคเนื้อเข้าร่วมประกวดทั้งจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง
 
 
ทางด้าน นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่านับว่าเป็นสิ่งน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง สำหรับทุกคนที่มีโอกาสได้เข้าร่วมงานการประกวดโคเนื้อในครั้งนี้ การประกวดถือได้ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ที่จะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและขยายตลาดเนื้อโคคุณภาพ เป็นการแสดงถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์โคเนื้อที่ได้พัฒนามาระดับหนึ่ง ทราบว่าจังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพ มาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เริ่มมีผลผลิตโคเนื้อพันธุ์ดี ที่ได้ดำเนินการปรับปรุงพันธุ์มาในระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กว่าจะได้ผลผลิตโคเนื้อออกมาต้องใช้เวลานานเป็นแรมปี 
 
 
ทำให้สินค้าโคเนื้อมีโอกาสของเวลาที่สามารถวางแผนการผลิตและการตลาดได้ล่วงหน้า แต่อย่างไรก็ตามผลผลิตโคเนื้อคุณภาพก็ยังมีปริมาณไม่เพียงพอในการบริโภคภายในประเทศ ยังคงมีการนำเข้าโคมีชีวิตและเนื้อโคอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบัน ประเทศไทยต้องเจอภาวะการแข่งขันภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย ซึ่งมีผลบังคบใช้ 
 
 
ในวันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นมานั้น โดยมีการลดภาษี เป็น 0% หากเราไม่มีการเร่งรัดพัฒนาทั้งในด้านการผลิต การแปรรูป การตลาด ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับสถาบันเกษตรกร จะทำให้ไม่สามารถแข่งขันทางการค้าทั้งในและต่างประเทศได้ การพัฒนาขยายช่องทางการตลาดโดยเน้นการประชาสัมพันธ์ การจัดการผลผลิตให้ได้คุณภาพ ซึ่งก็มีหลายปัจจัย โดยเฉพาะในเรื่องของพันธุ์สัตว์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลงได้ โคเนื้อที่มีลักษณะพันธุ์ดี มีอัตราการแลกเนื้อสูง และจากงานวิจัยทางวิชาการ เนื้อที่มีคุณภาพดี ก็ต้องเป็นเนื้อที่ได้จากโคลูกผสมยุโรป พันธุ์ต่างๆ ซึ่งทราบว่า จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งผลิตโคเนื้อสายพันธุ์ บีฟมาสเตอร์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เลี้ยงง่ายปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมบ้านเรา 
 
 
ถือเป็นเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งที่จังหวัดเชียงราย ได้เล็งเห็นความสำคัญ และได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณให้ดำเนินการ โดยต้องการส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ ได้พัฒนาการเลี้ยงของตนเอง ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น สามารถที่จะพัฒนาเป็นอาชีพหลักได้ต่อไป และการประกวดโคเนื้อ โคบาลล้านนา ครั้งที่ 3 ในวันนี้จึงนับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ให้ประโยชน์พี่น้องแก่เกษตรกร โดยในจังหวัดเชียงราย ทราบว่า มีการรวมตัวของพี่น้องเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในอำเภอต่างๆ เป็นเครือข่ายโคเนื้อล้านนา ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มเครือข่ายของเราเข้มแข็ง มีพลังต่อรองในเรื่องต่างๆ และทำให้เชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตและการตลาดโคเนื้อ กับเครือข่ายอื่นๆในห่วงโซ่าการผลิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมั่นคง ในอาชีพต่อไป
 
 
นายบุญสิงห์ กล่าวด้วยว่า หลังจากผ่านการประกวดโคในครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องเกษตรกรผู้เข้าร่วมงานจะได้ประโยชน์ หรือประสบการณ์ดีๆ ที่ได้เห็นโคเนื้อที่มีวิวัฒนาการปรับปรุงพันธุ์ จนได้ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว และหวังว่ากลุ่มเครือข่ายผู้เลี้ยงโคเนื้อล้านนาจะเติบโตและเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ และขอให้มีการจัดงาน “โคบาลล้านนาครั้งที่ 4” ให้เกิดขึ้นต่อไปในอนาคต.
 
 
 สำหรับการจัดการประกวดโคเนื้อ “โคบาลล้านนา ครั้งที่ 3” นี้ ดำเนินงานโดยสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและสร้างเครือข่ายการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพอาหารปลอดภัยอย่างสร้างสรรค์ กิจกรรมการยกระดับและเพิ่มศักยภาพมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพอาหารปลอดภัย ประจำปี 2567 โดยประชาสัมพันธ์ขยายผลการสร้างมูลค่าเพิ่มโคเนื้อ จัดให้มีการประกวดโคเนื้อขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อคุณภาพในจังหวัดเชียงราย และพัฒนาศักยภาพการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ การคัดเลือกพันธุ์สัตว์ และมีการจัดประกวด 2 ประเภท ได้แก่ โคลูกผสมยุโรปทั่วไป และโคลูกผสมบีฟมาสเตอร์ รวมทั้งหมด 12 รุ่น 
 
 
โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียงในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 (จังหวัดเชียงราย จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่าน) และผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้านปศุสัตว์ ในจังหวัดเชียงราย ซึ่งในปีนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่มีการจัดประกวดโคเนื้อเกิดขึ้น ตั้งแต่มีการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อมาระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งผลผลิตโคเนื้อที่ได้พัฒนาปรับปรุงพันธ์โดยพ่อพันธุ์สายเลือดยุโรปเริ่มเจริญเติบโตและขยายเพิ่มขึ้นในจังหวัดเชียงราย มีเป้าหมายในการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อ โดยการยกระดับสายเลือดพันธุ์โคเนื้อยุโรป เน้นโคเนื้อสายพันธุ์ บีฟมาสเตอร์ เป็นหลัก
 
 
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

เชียงรายจัดกิจกรรมการแข่งขัน“เปตองเชียงรายลีก” ครั้งที่ 2 เริ่ม 2 มี.ค. 67

 

วันที่ 2 มีนาคม 2567 เชียงรายจัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬา“เปตองเชียงรายลีก”ครั้งที่ 2 ประจำปี 2567 เริ่มแข่งขันรอบแรก  2  มีนาคม 2567 ณ สนามเปตองจูหมิงสามัคคี    เนื่องด้วยชมรมเปตอง เชียงรายให้ความสำคัญในการดูแลให้ชาวเชียงรายได้ผ่อนคลายจากการทำงาน และเพื่อส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ได้ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจ และสันทนาการภายในจังหวัด จึงได้จัดโครงการแข่งขัน “เปตองเชียงรายลีก”ครั้งที่ 2 ประจำปี 2567 เริ่มแข่งขันรอบแรก  2  มีนาคม 2567 ณ สนามเปตองจูหมิงสามัคคี  ถือเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนได้ออกกำลังกาย ได้ผ่อนคลาย และมีเวลาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนจังหวัดเดียวกัน ส่งเสริมให้การทำงานเกิดผลสัมฤทธิ์ และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

 

ชมรมเปตองที่เข้าร่วมแข่งขัน

1.ชมรมปันสุข    

2.ชมรมขัวพญามังราย  

3.ชมรมสันติคีรี         

4.ชมรมเทิง               

5.ชมรมสิงห์เกาะลอย   

6.ชมรมลุ่มน้ำลาว        

7.ชมรมปลานิลพิฆาต   

8.ชมรมเด่นดวง           

9.ชมรมหนองปึ๋ง          

10.ชมรมสิงห์บ้านดู่         

11.ชมรมแม่จัน

 

ประเภทการแข่งขัน                     

  1. ทีมคู่ชาย 3 ทีม
  2. ทีมคู่อาวุโส 2 ทีม 
  3. ทีมคู่ผู้สูงอายุ 1 ทีม
  4. ทีมคู่หญิง 1 ทีม

 รางวัลการแข่งขัน

  • ถ้วยคะแนนรวมสูงสุด 1 รางวัล
  • ประเภททีมคู่ชาย อันดับ 1-3 ได้รับ ถ้วยรางวัลพร้อมเงินรางวัล    3,000  2,000  1,000
  • ประเภททีมคู่อาวุโส อันดับ 1-3 ได้รับ ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล 2,000  1,500  1,000
  • ประเภททีมคู่ผู้สูงอายุ อันดับ 1-3 ได้รับ  ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล  1,500  1,000   800
  • ประเภททีมคู่หญิงอันดับ 1-3 ได้รับ ถ้วยรางวัล พร้อมเงินรางวัล  1,500  1,000   800                                                                             
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

USAID Enhance ร่วมมือกับ อปท. เปิดโครงการ “สร้างเมืองแห่งการมีส่วนร่วม”

  •  

โครงการ Citizen-centric Youth Incubator (ภายใต้โดรงการ USAID Enhance)

สร้างนวัตกรรม ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อสังคมที่มีส่วนร่วม สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในการพัฒนาสังคม มีไอเดียสร้างสรรคันวัดกรรมหรือเทคโนโลยีที่สามารถช่วยเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ “สังคมแห่งการมีส่วนร่วม” กับเราผ่านโครงการ Citizen-centric Youth Incubator มาแสดงศักยภาพของคุณกัน!

 

โครงการ Citizen-centric Youth Incubator ภายใต้โครงการ USAID Enhance เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ อายุ 18 – 29 ปี แสดงความสามารถและสร้างไอเดียนวัตกรรมการจัดการการปกครองโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ผ่านการอบรมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการการปกครองโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และประดิษฐ์ไอเดียนวัตกรรมที่ขยายเสียงประชาชนในการจัดการการปกครองส่วนท้องถิ่น กิจกรรม Hackathon นี้ไม่เพียงแต่เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่คนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่สามารถนำไปใช่ในพื้นที่จริงอย่างเป็นรูปธรรม โดยผลิตภัณฑ์ตัวอย่างจากไอเดียนวัตกรรมที่ได้รับการคัดเลือก มีโอกาสที่จะนำาไปใช่ในพื้นที่จริงโดยองค์กรปกครองส่วนห้องถิ่นที่สนใจ

 

1. หากเข้าร่วมโครงการ คุณจะได้รับอะไร?

  • โอกาสในการเรียนรู้และทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน
  • มีส่วนร่วมในพื้นที่สร้างสรรค์ตั้แต่กระบวนการพัฒนาไอเดียเพื่อสร้างนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีไปจนถึงการน่นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีนั้นมาใช้จริง
  • ความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนห้องถิ่นในการสร้างสังคมที่ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น
  • ประกาศนียบัตรจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ
  • รางวัลสำหรับผู้ชนะกิจกรรม Hackathon ทั้งหมด 10 รางวัล

2. คุณสมบัติของผู้สมัคร

  • อายุ 18-29 ปี
  • สนใจและมีแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท. ในพื้นที่ 8 จ้งหวัดเป้าหมายของโครงการ ได้แก่ ป้ตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา เชียงราย น่าน สกลนคร อุบลราชธานี
  • มีความสนใจเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการ “สร้างเมืองแห่งการมีส่วนร่วม”
  • มีความรู้และความเข้าใจในบริบทในพื้นที่ และ/หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เป้าหมาย 8 จังหวัด
  • สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตลอดระยะเวลาโครงการ
  • สามารถเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมได้ ในจ้งหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา เชียงราย น่าน สกลนคร อุบลราชธานี

3. ระยะเวลาโครงการ

  • เปิดรับสมัคร 28 ก.พ. – 8 มี.ค. 2567
  • ประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ 18 มี.ค. 2567
  • ผู้ผ่านการคัดเลือกของแต่ละพื้นที่เข้าร่วมอบรมในจังหวัดของตนเอง จังหวัดละ 2 วัน ระหว่าง วันที่ 22 เม.ย. – 8 พ.ค. 2567
  • Hackathon ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ ประมาณสัปดาห์ที่สี่ของเดือนพฤษภาคม 2567
  • Hackathon ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ ประมาณสัปดาห์ที่สามของเดือนมิถุนายน 2567 พร้อมกับประกาศผลรางวัล 10 ไอเดียที่ได้รับการคัดเลือก
  • ผู้ชนะส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากไอเดียนวัดกรรมที่ขยายเสียงประชาชนในการจัดการการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับการคัดเลือก (Prototype) ภายในวันที่ 31 ก.ค. 2567

4. วิธีการสมัคร

  • สแกนคิวอาร์โค้ดด้านล่างเพื่อกรอกข้อมูลรายละเอียดผู้สมัคร หรือ กดลิ้งค์นี้ สมัครร่วมโครงการ
  • ส่งไอเดียแนวคิดเกี่ยวกับวิธีการที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่จังหวัดเป้าหมายในรูปแบบที่สร้างสรรค์ เช่น วิดีโอสั้น หรือเขียนอธิบายสั้น ๆ และแนบมาพร้อมใบสมัคร
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : USAID Enhance

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

“พิสันต์” เตรียมจัดกิจกรรม มหกรรมดนตรีล้านนาตะวันออก

 
เมื่อวันที่วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางพรทิวา  ขันธมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการจัดเตรียมการดำเนินงาน “กิจกรรมมหกรรมดนตรีล้านนาตะวันออก”  ผ่านระบบออนไลน์ (Host : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่”) โดยมีวัฒนธรรมจังหวัด ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบน 2 (เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน) เข้าร่วมประชุม

 

   “กิจกรรมมหกรรมดนตรีล้านนาตะวันออก” ภายใต้โครงการเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ เป็นหน่วยดำเนินงานหลัก และ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พะเยา และน่าน เป็นหน่วยดำเนินงานร่วม ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรมเชียงราย พะเยา และน่าน จะจัดกิจกรรมถ่ายทอดฟื้นฟูอัตลักษณ์ดนตรีท้องถิ่นภาคเหนือของจังหวัด และคัดเลือกวงดนตรีเข้าร่วมกิจกรรมมหกรรมดนตรีสีสันล้านนาตะวันออกที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่จัดขึ้นต่อไป

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดการแข่งขันกีฬาสีสัมพันธ์ชุมชน โรงเรียนบ้านเกี๋ยง ประจำปี พ.ศ.2567

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 08.30 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ร่วมพิธีถวายผ้าป่าสามัคคีและเป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาสีสัมพันธ์ชุมชนโรงเรียนบ้านเกี๋ยง ประจำปี พ.ศ.2567 พร้อมด้วย นายวราวุฒิ ไชยวงค์ ส.อบจ.เชียงราย อ.เชียงของ เขต 2 ณ สนามโรงเรียนบ้านเกี๋ยง ต.ห้วยซ้อ อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยมีนายสายยุทธ กันธิยะ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวรายงาน นายสุรินทร์ วงค์อิ่นแก้ว นายกเทศมนตรี ต.ห้วยช้อ สิบเอก สิทธกานต์ ปัญญาอิ่นแก้ว รองปลัดเทศบาลรักษาราชการแทน ปลัด ทต.ห้วยช้อ นายบุญตรง มูลพร้อม ผอ.รร.บ้านเกี๋ยง ร่วมให้การต้อนรับ 

 

และได้รับเกียรติจาก พระปลัดสมศักดิ์ สมาหิโต เจ้าอาวาสวัดเวียงทอง พระครูวิชิต วีราภรณ์ (อลงกรณ์ ) เจ้าคณะ ต.ห้วยซ้อ พระครูบาสมชาย รกุจิตธัมโม พระธาตุดอยเวียง พระสิทธิพัทธ์ สุนทรเมธี เจ้าอาวาสวัดเกี๋ยงใต้ รับการถวายผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ด้วย

 
 
ซึ่งการถวายผ้าป่าสามัคคีและการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ มีนักกีฬาชุมชนในเขตบริการของโรงเรียน จำนวน 7 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านเกี๋ยงเหนือ หมู่ที่ 4 บ้านเกี๋ยงใต้ หมู่ที่ 6 บ้านใหม่ดอนแก้ว หมู่ที่ 9 บ้านเวียงทอง หมู่ที่ 11 บ้านภูเวียง หมู่ที่ 15 บ้านเกี๊ยง หมู่ที่ 17 และบ้านเวียงคำ หมู่ที่ 22 จัดขึ้นเพื่อสร้างเสริมความสามัคคีระหว่างชุมชนในเขตบริการของโรงเรียน ด้วยการเล่นกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อให้มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บดังคำกล่าวที่ว่า “จิตใจที่ร่าเริงแจ่มใส อยู่ในร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์” โดยละเว้น สิ่งเสพติดทุกประเภท และเพื่อสืบสาน วัฒนธรรม ประเพณีที่ดีงาม ให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“สมัชชาการศึกษาระดับภูมิภาค” ครั้งที่ 2 สร้างเวทีพัฒนาเครือข่าย

 

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ห้องเธียเตอร์ ชั้น 2 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการประชุมพัฒนาระบบกลไกการมีส่วนร่วม “สมัชชาการศึกษาระดับภูมิภาค” (Regional Educational Assembly) ครั้งที่ 2 ภาคเหนือ โดยมีรองเลขาธิการสภาการศึกษา ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานด้านการศึกษา ภาคีเครือข่ายสมัชชาสภาการศึกษาจังหวัด ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานภาคเอกชน มูลนิธิ และภาควิชาชีพต่างๆ เข้าร่วม

 

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ร่วมกับจังหวัดเชียงรายและภาคีเครือข่ายการศึกษาภาคเหนือ จัดการประชุมยกระดับกลไกการมีส่วนร่วม”สมัชชาการศึกษาระดับภูมิภาค” (Regional Educational Assembly) ครั้งที่ 2 ขึ้น เพื่อสร้างเวที พัฒนาเครือข่ายและกลไกการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนบทบาทการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของทุกภาคส่วนในระดับภูมิภาคให้มีคุณภาพ เข้มแข็ง และยั่งยืน และเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินงานของสมัชชาการศึกษาสภาการศึกษา และภาคีเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาระดับภูมิภาคตามมติของการประชุมสมัชชาการศึกษาระดับชาติ ครั้งที่ 1 
 
 
อีกทั้งเพื่อจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาการศึกษาในมุมมองฉากทัศน์อนาคต (Scenario) และปรับปรุงประเด็นและมติสมัชชาการศึกษาระดับภูมิภาค เพื่อเสนอเป็นระเบียบวาระในการประชุมสมัชชาสภาการศึกษาระดับชาติ (National Education Assembly)
 
 
สำหรับจังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดที่มีความพร้อม มีความเข้มแข็ง และมีการรวมตัวของภาคีเครือข่ายการศึกษาในทุกภาคส่วน และมีศักยภาพในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาด้วยคนในพื้นที่ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาของภาคประชาชนระดับพื้นที่ ด้วยตระหนักว่าความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของภาคีเครือข่ายที่ดำเนินงานในพื้นที่ จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยกำหนดและผลักดันนโยบายสาธารณะด้านการศึกษาเพื่อคนทุกภาคส่วนต่อไป
 
 
ภายในการประชุม มีการเสวนา ในหัวข้อ “สภาการศึกษา X กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา แชร์ผลลัพธ์ ปรับมุมใหม่ สมัชชาการศึกษาแบบไหนตรงใจคนบ้านเรา และการรับรองมติสมัชชาสภาการศึกษาระดับภูมิภาค กิจกรรมสร้างเครือข่าย ละลายพฤติกรรม การเสวนาคลินิกเพื่อนสมัชชาสภาการศึกษา Best Practice จากสมัชชาที่ประสบความสำเร็จในพื้นที่ รวมถึงเปิดเวทีเพื่อแชร์กลไกแก้ปัญหาเชิงพื้นที่จากผู้แทนจังหวัดต่าง ๆ อีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

จัดโครงการอบรมเพิ่มความรู้ยุคดิจิทัล ให้ผู้สูงอายุ อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย กิจกรรม : เติมความรู้ เตรียมความพร้อม รุ่น 5 

 

โดยมีนางนิตยา ยาละ ส.อบจ.เชียงราย อ.เวียงแก่น เขต 1 กล่าวต้อนรับ และมีนางสาวสายสุดา เชื้อเมืองพาน ผอ.รพ.สต.ครึ่ง นายวีระศักดิ์ มณีรัตน์ ประธานสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุฯ ประจำ จ.เชียงราย นายไววิทย์ ชัยถาวร รองประธานสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุฯ ประจำ จ.เชียงราย นายวิทูรย์ จิตตะวิกุล รองประธานสาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุฯประจำ จ.เชียงราย และเครือข่ายผู้สูงอายุในพื้นที่ ร่วมด้วย ในการนี้ได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจาก สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเชียงราย (กศน.จ.เชียงราย) และ รพ.สต.ศรีถ้อย เป็นผู้บรรยายให้ความรู้ ณ ศาลาอเนกประสงค์วัดครึ่งเหนือ ต.ครึ่ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย

 

โครงการและกิจกรรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจ เข้าถึงสิทธิสวัสดิการของผู้สูงอายุ อีกทั้งเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้อุปกรณ์ดิจิทัลได้อย่างปลอดภัย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว กำหนดจัดขึ้นทั้งหมด 9 ครั้ง โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการอบรมคือ ผู้สูงอายุใน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น รวมจำนวนทั้งสิ้น 100 คน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดงานเวทีขยายแนวคิดเสริมสร้างทักษะด้านสุขภาวะและสุขภาพจิตให้เยาวชนเชียงราย

 

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 67 โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการประชุมเวทีขยายแนวคิดและผลการขับเคลื่อนการบูรณาการงานปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ เพื่อเสริมสร้างทักษะด้านสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิตให้เยาวชนพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยมีนางสุรินทร์ รุดเครือ ผอ.กลุ่มพัฒนาการศึกษา สนง.ศธจ.เชียงราย นำสถานศึกษาผู้แทนจากหน่วยงานภาคการศึกษาทุกสังกัด หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเยาวชน และตัวแทนเยาวชนจากสถานศึกษาต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมประชุมจำนวนกว่า 180 คน

 

นางสุรินทร์ รุดเครือ ผอ.กลุ่มพัฒนาการศึกษา สนง.ศธจ.เชียงราย กล่าวว่า สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สสส. มอบหมายให้มูลนิธิแพรทูเฮลท์เป็นหน่วยประสานงาน เพื่อร่วมกันดำเนินโครงการบูรณาการงานปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพเพื่อเสริมสร้างทักษะด้านสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิตให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อพัฒนาเครือข่ายและกลไกการทำงานแบบบูรณาการเรื่องเพศ สุขภาพจิตในพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวมถึงส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาได้เรียนรู้เรื่องเพศและสุขภาพจิตที่ จะนำไปสู่การลดอัตราการคลอด ตลอดจนภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และกล่าวต่อไปว่าการประชุมครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของ 6 หน่วยงานภายในจังหวัดเชียงราย ที่มีภารกิจในการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชน ได้แก่ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดเชียงราย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร เทศบาลนครเชียงราย และคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย
 
 
ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การเสริมสร้างทักษะสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิตในสถานศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะสถานการณ์วัยรุ่นไทย ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ทั้งสุขภาพและจิตใจที่มาจากปัญหาสุขภาวะทางเพศ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจและสังคมได้ในอนาคตดังนั้นการส่งเสริมสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิตในสถานศึกษา จำเป็นต้องทำแบบรอบด้านให้กับเด็กและเยาวชน โดยผ่านการจัดการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษาในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพครู ให้เยาวชนมีบทบาทในการจัดการเรียนรู้และสื่อสารเรื่องเพศอย่างสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนงานภายใต้ความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัด พร้อมกล่าวต่อไปว่าขอขอบคุณผู้บริหาร ผู้แทนหน่วยงาน คณะครู และน้อง ๆ เยาวชน จากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดเชียงราย ที่ให้ความสำคัญกิจกรรมดังกล่าวฯ ซึ่งสามารถนำความรู้ในวันนี้ไปขยายแนวคิดต่อในสถานศึกษา และขับเคลื่อนเสริมสร้างทักษะด้านสุขภาวะทางเพศและสุขภาพจิตให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายต่อไป
 
 
หลังจากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่หน่วยงานภาคีหลักที่เริ่มต้นร่วม ขับเคลื่อนโครงการฯ จำนวน 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดเชียงราย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร เทศบาลนครเชียงราย และคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยเชียงราย พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตรให้แก่หน่วยงานทางการศึกษาจำนวน 7 สถาบันได้แก่ โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา โรงเรียนพญาเม็งรายมหาราชวิทยาคม โรงเรียนพานพิทวิทยาคม โรงเรียนเทศบาล 5 เด่นห้า โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม วิทยาลัยเทคนิคเชียงราย วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย และนอกจากนี้ภายในกิจกรรม มีการปาฐกถาพิเศษ “การพัฒนาเยาวชนเชิงบวก”โดย ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษกกรมพินิจและคุ้มครองเด็กกระทรวงยุติธรรม กิจกรรมบูธสภาเด็กเอ็มพลัสเครือข่ายงดเหล้า กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เพศวิถีศึกษาและสุขภาพจิต กิจกรรมระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการส่งต่อบริการเรื่องเพศและสุขภาพ ฯลฯ จากหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดโครงการสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กเชื่อม ต.เมืองชุม – ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย

 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11.00 น. นายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ประธานสภา อบจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดสะพาน อบจ.เชียงราย โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก เชื่อมระหว่าง ม.9 ต.เมืองชุม – ม.2 ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย จ.เชียงราย พร้อมด้วย นายอนันต์ นัยติ๊บ ผอ.ส่วนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำนักช่าง อบจ.เชียงราย นาย มงคล ศรีธิ หน. ฝ่ายสำรวจ สำนักช่าง อบจ.เชียงราย นางสาวธนัชญา ใจแปง หน.ฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักช่าง อบจ.เชียงราย และบุคลากรสำนักช่าง อบจ.เชียงราย 

 

โดยมี ว่าที่ ร.ต.ชัยยา พลอยแหวน นายกเทศมนตรี ต.เมืองชุม กล่าวรายงาน และมีนางลัดดาวัลย์ เลิกนุช ปลัด ทต.เมืองชุม นายสุทัศน์ ใจศรี รองนายกเทศมนตรี ต.เวียงเหนือ นายปฐมพงษ์ ฤทธิแผลง ประธานสภา ทต.เวียงเหนือ นายดวงจันทร์ จันคำ กำนัน ต.เมืองชุม นางอำพร จันทร์คำ ประธานกลุ่มพัฒนาสตรี อ.เวียงชัย ผู้นำท้องถิ่นท้องที่ และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

 

โครงการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กแห่งนี้ เป็นโครงการหนึ่งที่มีความสำคัญด้านการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง จากการเล็งเห็นถึงความสำคัญดังกล่าว อบจ.เชียงราย จึงได้ผลักดันให้เกิดโครงการนี้ เพื่อพัฒนา จ.เชียงรายให้ดียิ่งขึ้น สะพานนี้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อ 2 ตำบล ได้แก่ ต.เมืองชุม และ ต.เวียงเหนือ เพื่อทำให้การเดินทางสัญจรไปมาของประชาชนเกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งยังเป็นการส่งเสริมทั้งภาคการเกษตร การค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวให้สะดวกยิ่งขึ้น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News