Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

นายกฯ ติดตามการพาพลายศักดิ์สุรินทร์ กลับบ้าน 1 กรกฎาคมนี้

นายกฯ ติดตามการพาพลายศักดิ์สุรินทร์ กลับบ้าน 1 กรกฎาคมนี้

Facebook
Twitter
Email
Print

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบและขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงการดำเนินการช่วยเหลือส่ง พลายศักดิ์สุรินทร์ (Muthu Raja) กลับมาที่ประเทศไทย เพื่อรักษาอาการป่วย กำหนดการส่งกลับประเทศไทยในวันที่ 1 กรกฎาคม 2566
 
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลายศักดิ์สุรินทร์ เป็นช้างตัวผู้ อายุประมาณ 30 ปี น้ำหนักประมาณ 3.5 ตัน และมีลักษณะงาโค้งยาวเกือบ 1 เมตร และเป็น 1 ใน 3 ช้างทูตสันวไมตรีที่รัฐบาลไทยส่งมอบให้ประเทศศรีลังกาตั้งแต่ปี 2544 โดยรัฐบาลศรีลังกา ได้ส่งมอบพลายศักดิ์สุรินทร์ต่อให้แก่วัด Kande Vihara เป็นผู้ดูแล เพื่อเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในงานแห่พระธาตุประจำปีของศรีลังกา เป็นเวลาถึง 21ปี
 
ซึ่งรัฐบาลไทยส่งทีมสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ ไปรักษาอาการของพลายศักดิ์สุรินทร์ เมื่อได้รับทราบถึงปัญหาสุขภาพ และมีกำหนดส่งพลายศักดิ์สุรินทร์กลับมาประเทศไทย ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ด้วยเครื่องบินขนย้าย Ilyushin IL-76 ซึ่งต้องมีการต่อกรงพิเศษที่มีขนาดใหญ่เพื่อให้ช้างสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และต้องฝึกฝนเพื่อให้ช้างคุ้นชินกันสภาพแวดล้อมในการขนย้าย ซึ่งภายหลังจากเดินทางถึงประเทศไทยแล้ว จะนำพลายศักดิ์สุรินทร์ไปดูแลรักษาต่อที่โรงพยาบาลช้างลำปางต่อไป
 
“นายกรัฐมนตรีติดตามแผนการดำเนินการช่วยเหลือ พาพลายศักดิ์สุรินทร์ กลับมารักษาตัวที่ประเทศมาตุภูมิ โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการรักษา การขนส่ง และความร่วมมือกับรัฐบาลในการพาพลายศักดิ์สุรินทร์กลับบ้านเกิด โดยขอให้ติดตามผลการดำเนินการ เพื่อดูแล รักษา ต้อนรับพลายศักดิ์สุรินทร์กลับประเทศไทยต่อไป” นายอนุชาฯ กล่าว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักนายกรัฐมนตรี

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

ไทยเดินหน้าตามแผนปฏิบัติการขจัดขยะพลาสติกอย่างเข้มข้น

ไทยเดินหน้าตามแผนปฏิบัติการ ขจัดขยะพลาสติกอย่างเข้มข้น

Facebook
Twitter
Email
Print

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2566 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  วันที่ 5 มิ.ย. ของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งในปี 2566 โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP ได้กำหนดการรณรงค์ให้ทั่วโลกตระหนักถึงวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด การแก้ปัญหามลพิษจากพลาสติก ในแคมเปญ #BeatPlasticPollution หรือ รักษ์โลกลดพลาสติก
 
ในโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เชิญชวนคนไทยและผู้ที่อาศัยในประเทศไทย ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ตระหนักถึงมลพิษที่เกิดจากพลาสติก ร่วมกันจำกัดและลดการใช้พลาสติกอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกในการดูแลสิ่งแวดล้อม และส่งต่อโลกที่น่าอยู่ไปสู่คนรุ่นต่อๆ ไป
 
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญกับการดำเนินการทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติการเพื่อให้ประเทศไทยไปสู่เป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศต่อที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 หรือ COP26 ที่ประเทศไทยจะไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายใน ปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2065
 
ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาว แผนปฏิบัติการ การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการมี โร้ดแมปการจัดการขยะพลาสติก (พ.ศ. 2561-2573) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนใช้เป็นแผนขับเคลื่อนการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การมีมาตรการภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ การกำหนดมาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติก การจัดทำฐานข้อมูลพลาสติก โครงการชุมชนปลอดขยะ (Zero Waste) โครงการ “จังหวัดสะอาด” และ การสื่อสารความรู้ด้านการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ และนักออกแบบ เป็นต้น
 
นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติกอย่างเข้มข้น ซึ่งขณะนี้ดำเนินมาเป็นระยะที่ 2 เพื่อความต่อเนื่องจากแผนระยะที่ 1 (พ.ศ.2563-65) ที่ประสบความเสร็จเป็นอย่างดี โดยประเทศไทยสามารถการลดใช้ถุงพลาสติกลงได้กว่า 148,699 ตัน ภายใน 3 ปี หรือลดลงร้อยละ 43 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนมีแผนปฏิบัติการ
 
สำหรับแผนปฏิบัติการฯ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566-2570) มีเป้าหมายสำคัญ 4 เป้าหมาย ได้แก่ 1) ปริมาณขยะพลาสติกเป้าหมาย เช่น ขวดพลาสติก ฝาขวด และถุงพลาสติกหูหิ้ว ที่เข้าสู่ระบบฝังกลบขยะลดลงร้อยละ 100 2)ผลิตภัณฑ์พลาสติกเป้าหมายเข้าสู่ระบบรีไซเคิล ร้อยละ100 3) ลดปริมาณขยะพลาสติกที่มีโอกาสหลุดรอดลงสู่ทะเล ร้อยละ 50 และ 4) มีเครื่องมือในการบริหารจัดการขยะพลาสติก 10 เครื่องมือ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ 

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายเปิด โครงการขุดลอกหนองเขียว แก้ไขปัญหาภัยแล้ง

อบจ.เชียงรายเปิด โครงการขุดลอกหนองเขียวแก้ไขปัญหาภัยแล้ง

Facebook
Twitter
Email
Print

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2566 เวลา 11.00 น.นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดโครงการขุดลอกหนองเขียว บ้านสบห้วย หมู่ 1 ตำบลจอมหมอกแก้วอำเภอแม่ลาว โดยมีนายจิรากร แก้วเขื่อน สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย อ.แม่ลาว นางสาวสุมิตราบางขะกูล หัวหน้าฝ่ายการท่องเที่ยว กองการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวณิชาภา สันธิ หัวหน้าฝ่ายกิจการคณะผู้บริหาร สำนักงานเลขานุการ อบจ. ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมให้เปิดโครงการในครั้งนี้ด้วย

โครงการขุดลอกหนองเขียว เป็นวิธีการแก้ปัญหาภัยแล้งได้ในระยะยาวประชาชนในชุมชน บ้านสบห้วย หมู่ที่ 1 ตำจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จะได้มีหนองน้ำที่ใช้กักเก็บน้ำเพื่อใช้ทำการเกษตรให้กับคนในชุมชนได้อย่างเพียงพอ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผลิตผลทางการเกษตรลดลง เพราะพื้นดินแห้งแล้งขาดน้ำได้อย่างยั่งยืน โดยผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการชุมชน ร่วมกันผลักดันให้เกิดโครงการขุดลอกหนองเขียวขึ้น รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนให้ความช่วยเหลือการดำเนินกิจกรรมของโครงการจนสำเร็จลุล่วง และในอนาคตพื้นที่แห่งนี้นอกจากจะเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชุมชนแล้ว จะสามารถพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างแน่นอน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายพบปะเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุพร้อมผลักดันการจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ

อบจ.เชียงรายพบปะเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุพร้อมผลักดันการจัดกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ

Facebook
Twitter
Email
Print
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2566 เวลา 09.30 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ร่วมพบปะเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย ในโครงการอบรมเพื่อสร้างวิทยากรความรู้ชุมชนให้การส่งเสริม สนับสนุนการใช้งานระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต “มีดี” ขยายผลและต่อยอดองค์ความรู้ในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดเชียงราย เครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 4 – 5 มิถุนายน 2566 ณ อาคารคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายสุธีระพงษ์
วันไชยธนวงศ์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ร่วมพบปะเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุฯ ในครั้งนี้ด้วย
 
เครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเชียงรายร่วมกับวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดทำโครงการอบรมเพื่อสร้างวิทยากรความรู้ชุมชนให้การส่งเสริม สนับสนุนการใช้งานระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต “‘มีดี”ขยายผลและต่อยอดองค์ความรู้ในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS TOP STORIES

บิ๊กโจ๊ก สั่งทีมช่วยหญิงไทยถูกล่อลวงทำงาน ชายแดนจีน-เมียนมา กลับไทยได้อีก 1 ราย

บิ๊กโจ๊ก สั่งทีมช่วยหญิงไทยถูกล่อลวงทำงาน ชายแดนจีน-เมียนมา กลับไทยได้อีก 1 ราย

Facebook
Twitter
Email
Print

จากกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ผอ.ศพดส.ตร.ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก น.ส.แพนเค้ก อายุ 25 ปี ซึ่งถูกชักชวนผ่านทางแอปพลิเคชั่น TIKTOK ให้ไปทำงานที่สถานบันเทิง KTV จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา แต่เมื่อเดินทางไปถึง กลับถูกเอเย่นต์หลอกขายให้กลุ่มทุนคนจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ รัฐฉานเมียนมา เมื่อตรวจสอบพบ น.ส.แพนเค้ก ถูกกักตัวไว้ที่เมืองปางซาง รัฐฉาน ประเทศเมียนมา เขตปกครองของกองกำลังว้า

วันที่ 29 พ.ค. 66 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงสั่งการ ให้ พล.ต.ท.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร./รอง ผอ.ศพดส.ตร.ชุดสืบสวน ศพดส.ตร.ร่วมกับ ตม.เชียงราย และสภ.แม่สาย ประสานเมียนมา ขอความช่วยเหลือเหยื่อรายนี้ และพากลับข้ามสะพานด่านพรมแดนแห่งที่ 2 แม่สายได้สำเร็จ

พล.ต.ท.พนัญชัยฯ กล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือหญิงไทยจากชายแดนเมียนมากลับไทยได้ครั้งนี้สำเร็จ จากการประสานงานแบบบูรณากันหลายฝ่าย จากนั้นจะเข้ากระบวนการคัดแยกเหยื่อตามกลไกการส่งต่อระดับ ชาติ (NRM) หากเป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์จริง จะได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องห้ความช่วยเหลือในฐานะเหยื่อ หากพบว่าไม่ได้เป็นเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ก็จะให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ขอฝากความห่วงใยไปยังประชาชนที่กำลังหางานทำ ขอให้มีการพิจารณาผู้รับสมัครงานและรายละเอียดของงานให้ดี เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อกลุ่มคนร้ายที่หลอกลวงคนไปทำงานผิดกฎหมาย.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS TOP STORIES

ชาวบ้านแนะพิจารณา สร้างสะพานลอย ข้ามห้างดังเพิ่มความปลอดภัยให้คนข้ามถนน

ชาวบ้านแนะพิจารณา สร้างสะพานลอย ข้ามห้างดังเพิ่มความปลอดภัยให้คนข้ามถนน

Facebook
Twitter
Email
Print

เมือวันที่ 4 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมากลุ่มสังคมออนไลน์อย่างกลุ่มแม่สายได้มีการแชร์โพสต์เป็นกระแสอย่างมาก โดยผู้ใช้เฟสบุ๊คว่าสู้ “เท่าที่ใจยังไหว สู้ไป” ได้นำเสนอ สร้างสะพานลอยข้ามถนนบริเวณหน้าโลตัสกับแม็คโคร อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อกันอุบัตเหตุ ซึ่งมีผู้แสดงความเห็นจำนวนมากไปในทิศทางเห็นด้วย บ้างก็พูดว่า

 – เห็นด้วยๆ แม่สายออกใหญ่โต คนเยอะ แต่ไม่ค่อยมีสะพานลอยเลย ได้งบมาเอาไปทำไรไม่รู้

– ถ้าสร้างสะพานลอยก็ดีค่ะ แต่อาจต้องมี ตำรวจจราจรมากำกับดูแลในช่วงแรกๆเพื่อเป็นการดูแล แนะนำ ประชาชนและถือเป็นการกวดขันวินัยจราจรทั้งรถและคนที่มาใช้ถนนแถวนั้นค่ะ

  • รถต้องขับความเร็วไม่เกินที่กฎหมายกำหนด
  • บุคคลต้องข้ามถนนทางสะพานลอยเท่านั้น
  • คนแก่ เด็ก หรือใครเดินไม่ได้หรือไม่อยากเดินให้ขี่วินข้ามฝั่งไปค่ะ
  • รถสองแถวก็ต้องกำหนดจุดขึ้นลงไม่ให้กีดขวางทางจราจร ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
 
ซึ่งผู้ใช้เฟสบุ๊คว่าสู้ “เท่าที่ใจยังไหว สู้ไป”  ได้โพสต์ว่าขออนุญาตทางกลุ่มครับ อยากเสนอทางหน่วยงานหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณา สร้างสะพานลอยข้ามถนนบริเวณหน้าโลตัสกับแมคโคร เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีผู้ข้ามถนนไปมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันหยุด ทำให้สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อผู้ใช้รถใช้ถนนได้ ซึ่งจากการสังเกตพบว่าไม่เพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่ข้ามถนนไปมา บางครั้งยังมีเด็กเล็ก เด็กอ่อนที่ติดพ่อแม่ข้ามมาด้วยทำให้ยิ่งน่าเป็นห่วงต่อความปลอดภัยของคนเหล่านั้น
 
ซึ่งหากมีสะพานลอยขึ้นมา ไม่เพียงแต่เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ข้ามถนนเท่านั้นแต่ยังเพิ่มสะดวกสบาย ให้แก่ผู้ใช้ยานพาหนะอื่นๆด้วย
ดังนั้นจึงอยากขอฝากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาและจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างสะพานลอยครับ
แต่ถ้าจะให้ดีและไวกว่าการรอการจัดสรรงบจากทางหน่วยงานรัฐ ก็อยากให้ทางโลตัสและแมคโครเป็นผู้เสียสละสร้าง เนื่องจากผู้ข้ามถนนบริเวณดังกล่าวส่วนใหญ่ เกือบทั้งหมดเป็นลูกค้าของห้างที่มาจากเพื่อนบ้าน ที่ขึ้นรถคิวมาลงในบริเวณนั้นหากมาเกิดอุบัติเหตุในต่างบ้านต่างเมือง คงเป็นเรื่องที่น่าสงสารและเวทนาอย่างยิ่งโดยเฉพาะถ้าหากไม่มีเงิน
 
จึงอยากให้ทางผู้บริหารในพื้นที่หรือผู้จัดการสาขาทั้งสองสาขาเสนอเรื่องขึ้นให้ผู้บริหารระดับสูงได้พิจารณา ซึ่งผมเชื่อว่าคงได้รับการอนุมัติอย่างแน่นอน เพราะไปทางนู้ก็แมคโคร มาทางนี้ก็โลตัส และผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งสองห้างก็เป็นเจ้าเดียวกันจึงไม่น่าจะมีปัญหาเพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินและความปลอดภัยของลูกค้า ซึ่งถ้าหากผู้บริหารในพื้นที่ไม่เสนอขึ้นไปเจ้าสัวก็คงไม่รับทราบถึงปัญหาที่มีในพื้นที่หรือใครมีความคิดเห็นที่ต่างไป ก็อยากให้เสนอเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นและพิจารณาครับ ขอบคุณครับ

 
ซึ่งทีมข่าวทางนครเชียงรายนิวส์ได้มีการติดตามพบว่าเป็นที่รับผิดชอบของเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ และเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ทางเพจเฟสบุ๊คของเทศบาลตำบลเวียงพางคำ  ได้มีการนำเสนอการก่อสร้างสะพานลอยคนข้าม ช่วงระหว่างห้างสรรพสินค้าแม็คโคร และห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาแม่สาย โดยนายกฯตั้ม นายฉัตรชัย ชัยศิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลฯ มอบหมายให้นางกุหลาบ ขาเลศักดิ์ ผู้อำนวยการกองคลัง รักษาราชการแทนปลัดเทศบาลตำบลเวียงพางคำ นำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่จากแขวงการทาง จ.เชียงราย ได้ลงพื้นที่ เพื่อเข้าสำรวจข้อเท็จจริง ในการก่อสร้างสะพานลอยคนข้าม ช่วงระหว่างห้างสรรพสินค้าแม็คโคร สาขาแม่สาย และห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาแม่สาย ตามที่เทศบาลตำบลเวียงพางคำ ได้มีหนังสือแจ้งขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ในการก่อสร้าง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่  แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติงบฯ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการสำรวจพื้นที่ประกอบการพิจาณา แต่ก็เป็นข่าวดีที่มีความคืบหน้าในการดำเนินงาน
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ชุมชนคนแม่สาย / สู้เท่าที่ใจยังไหว สู้ไป / เทศบาลตำบลเวียงพางคำ

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

จับแก็งลักลอบล่าสัตว์ป่า ยึดตะกวด 13 ตัว พร้อมซากอีก 3

จับแก็งลักลอบล่าสัตว์ป่า ยึดตะกวด 13 ตัว พร้อมซากอีก 3

Facebook
Twitter
Email
Print
เมือวันที่ 4 มิถุนายน 2566 นายบัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ค รายงานว่าเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน พร้อมด้วยชุดเฉพาะกิจปราบปรามการกระทำเกี่ยวกับกฎหมายสัตว์ป่าชุดที่ 4 ได้ดำเนินคดีการกระทำผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่า ร่วมกันจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 4 ราย พร้อมของกลางตะกวด หรือแลน จำนวน 13 ตัว น้ำหนักรวม 31.4 กิโลกรัม มูลค่า 12,560 บาท และซากตะกวด จำนวน 3 ตัว น้ำหนักรวม 5.3 กิโลกรัม มูลค่ารวมเงิน 2,120 บาท และอุปกรณ์การกระทำความผิด รถยนต์จำนวน 1 คันตาชั่งขนาด จำนวน 1 ตัว
 
โดยผู้ต้องหากระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19(3) ประกอบมาตรา 43 มาตรา 19(6) ประกอบมาตรา 44 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17 ประกอบมาตรา 92 มาตรา 29 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 15
จากนั้นได้นำส่งดำเนินคดีที่ สภ.นาน้อย ต.ศรีษะเกษ อ.นาน้อย จ.น่าน
สำหรับของกลางอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ได้ดำเนินการตามระเบียบการปฏิบัติเกี่ยวกับของกลางในความผิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 เจ้าหน้าชุดจับกุม และ สพ.ญ.สการินทร์ ประพฤติ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ ได้ร่วมกันตรวจสอบสุขภาพตะกวด (แลน) ก่อนนำปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ สำหรับซากตะกวด เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันเผาทำลายซาก ตามระเบียบของทางราชการ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AUTOMOTIVE

All-new Mitsubishi TRITON 2024 ใหม่ เตรียมเปิดตัวครั้งแรก 26 กรกฎาคมนี้

All-new Mitsubishi TRITON 2024 ใหม่ เตรียมเปิดตัวครั้งแรก 26 กรกฎาคมนี้

Facebook
Twitter
Email
Print

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศเตรียมเปิดตัวกระบะ All-new Mitsubishi TRITON 2023 – 2024 (มิตซูบิชิ ไทรทัน) เจเนอเรชันที่ 6 ในวันพุธที่ 26 กรกฎาคมนี้ โดยระบุว่ารถรุ่นดังกล่าวได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองลูกค้าหลากหลายกลุ่มทั่วโลก ทั้งกลุ่มรถส่วนตัวเน้นไลฟ์สไตล์แอคทีฟ และกลุ่มใช้งานเพื่อการพาณิชย์ ประกอบกับประเทศไทยมีส่วนแบ่งการตลาดรถปิกอัพกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดรถยนต์ทั้งหมด จึงได้เลือกประเทศไทยเป็นประเทศกลุ่มแรกในการเปิดตัว

     ก่อนหน้านี้ มิตซูบิชิได้นำเอา Mitsubishi XRT Concept มาจัดแสดงที่งานบางกอกมอเตอร์โชว์เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นต้นแบบกระบะไทรทันที่กำลังจะเปิดตัวดังกล่าว ถูกห่อหุ้มด้วยสติกเกอร์ลายพรางที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “ลาวา” พร้อมด้วยลายกราฟิกเส้นขนานแนวเฉียง 10 เส้น ในแบบฉบับของโลโก้ RALLIART สะท้อนถึงดีเอ็นเอมอเตอร์สปอร์ตของมิตซูบิชิ ตกแต่งเพิ่มความบึกบึนด้วยซุ้มล้อหน้า-หลัง พร้อมยาง Mud-terrain

   Mitsubishi Triton (มิตซูบิชิ ไทรทัน) เป็นรถรุ่นขายดีที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ถูกผลิตจากโรงงานแหลมฉบังในประเทศไทย เพื่อส่งออกไปยังกว่า 150 ประเทศทั่วโลก โดยไทรทันเจเนอเรชันที่ 6 ถือเป็นการออกแบบใหม่ทั้งคันครั้งแรกในรอบ 9 ปี มีแผนเปิดตัวในประเทศไทยภายในปี 2566 ก่อนจะถูกเปิดตัวในภูมิภาคอาเซียน โอเชียเนีย และตลาดอื่นๆ ทั่วโลกต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
TRAVEL VIDEO

กาแฟอุ่นๆ บนยอดดอยของเชียงราย พร้อม สัมผัสอากาศหนาวที่ “ดอยผาฮี้”

กาแฟอุ่นๆ บนยอดดอยของเชียงราย พร้อม สัมผัสอากาศหนาวที่ “ดอยผาฮี้”

Facebook
Twitter
Email
Print
จากสภาพอากาศที่มีความหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยอุณภูมิในช่วงกลางคืนและข่วงเช้าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 9-15 องศาเซลเซียส ทำให้นักท่องเที่ยวพากันทยอยหลั่งไหลเดินทางไปสัมผัสอากาศหนาวกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะที่บ้านผาฮี้ ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศพากันไปสัมผัสอากาศหนาว ท่ามกลางสายหมอกเจือบางๆจนเห็นทัศนีภาพของชุมชนหมูบ้านที่อยู่เบื้องล่างอย่างสวยงาม
 
โดยนักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่ารู้สึกประทับที่ได้มาเที่ยวในพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย เพราะยังคงธรรมชาติและมีสันเขาสูงหลายแห่งที่มีทัศนยีภาพที่สวยงาม อย่างเช่นที่จุดชมวิวบ้านผาฮี้แห่งนี้เป็นอีกจุดหนี่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวตลอดทั้งปีเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังได้สัมผัสกับหมอกเย็นๆลอยมากระทบผิวกาย และยังคลายหนาวด้วยชา กาแฟอุ่นๆ บนยอดดอย ที่ร้านกาแฟแต่ละร้านมีการจัดทิวทัศน์ของร้านกาแฟให้เข้ากับบรรยากาศของขุนเขาท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างงดงาม โดยทำเป็นระเบียงไม้มั่นคงแข็งแรงยื่นไปกลางอากาศเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้จิบกาแฟถ่ายภาพได้อย่างลงตัว สร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง
 
ยิ่งหากนักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัสบรรยากาศช่วงเช้าๆก็จะได้เห็นทะเลหมอกที่มีความงดงามไม่แพ้สถานที่อื่นใดอีกด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศที่บ้านผาฮี่แห่งนี้ ต่างประทับใจในความสวยงาม หอบเอาความสุขด้วยรอยยิ้มกลับไปอีกด้วย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย 

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
TRAVEL VIDEO

ดอกบัวตองบานแล้วที่ ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายแค่ 30 นาที

ดอกบัวตองบานแล้วที่ ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายแค่ 30 นาที

Facebook
Twitter
Email
Print

NEWS l ดอกบัวตองบานแล้วที่ ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย เดินทางจากตัวเมืองเชียงรายแค่ 30 นาที

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย 

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News