Categories
TOP STORIES

PEA ป้องกันความมั่นคงไทย ยุติจ่ายไฟบางพื้นที่ชายแดน ‘เมียนมา’

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชี้แจงสถานการณ์จ่ายกระแสไฟฟ้าให้เมียนมา พร้อมมาตรการป้องกันความเสียหายต่อประเทศ

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 นายประสิทธิ์ จันทร์ประสิทธิ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้แถลงชี้แจงสถานการณ์การจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในปัจจุบัน โดยปัจจุบัน PEA จ่ายกระแสไฟฟ้าผ่าน 5 จุดสำคัญ ดังนี้:

  1. บ้านเจดีย์สามองค์ – เมืองพญาตองซู (รัฐมอญ)
  2. บ้านเหมืองแดง – เมืองท่าขี้เหล็ก (รัฐฉาน)
  3. สะพานมิตรภาพไทย-พม่า – เมืองท่าขี้เหล็ก (รัฐฉาน)
  4. สะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 – อ.เมียวดี (รัฐกะเหรี่ยง)
  5. บ้านห้วยม่วง – อ.เมียวดี (รัฐกะเหรี่ยง)

การระงับจ่ายไฟฟ้าบางจุดในปี 2566-2567

นายประสิทธิ์เปิดเผยว่า ในปี 2566 สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทยได้ขอให้กระทรวงการต่างประเทศของไทยประสานให้ PEA ระงับการจำหน่ายไฟฟ้าใน 2 จุด ได้แก่

  • บ้านวังผา อ.แม่ระมาด – บ้านก๊กโก๋ อ.เมียวดี
  • บ้านแม่กุใหม่ท่าซุง – อ.เมียวดี

นอกจากนี้ ในปี 2567 พื้นที่จุดจำหน่ายไฟฟ้า อ.เชียงแสน – เมืองพงษ์ จ.ท่าขี้เหล็ก ถูกยกเลิกเนื่องจากคู่สัญญาผิดนัดชำระค่าไฟฟ้า ส่งผลให้ PEA ยกเลิกจุดซื้อขายไฟฟ้าทั้ง 3 จุดดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาทางเศรษฐกิจและความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น

ความร่วมมือเพื่อความมั่นคงและการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ

PEA ยืนยันว่าได้ดำเนินการร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงทั้งในประเทศไทยและเมียนมาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำสัญญาณโทรศัพท์จากไทยไปใช้กระทำความผิด ทั้งนี้ มาตรการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าในบางพื้นที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันประชาชนจากการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม ลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงป้องกันผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

PEA ยังย้ำว่าการดำเนินมาตรการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าภายในประเทศหรือระบบสื่อสารทั่วไป พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและผู้ใช้บริการทุกภาคส่วน

การบริหารจัดการในระยะยาว

เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ PEA ระบุว่าพร้อมดำเนินการปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบและควบคุมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้มั่นใจว่าการจ่ายไฟฟ้าในพื้นที่ชายแดนสามารถดำเนินไปได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

PEA ยังได้เรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสกรณีพบการกระทำผิดหรือสถานการณ์ที่น่าสงสัยที่อาจส่งผลต่อความมั่นคง เพื่อร่วมกันป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทร. 1129
เว็บไซต์: www.pea.co.th

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กองสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร ฝ่ายบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
FOLLOW ME
MOST POPULAR
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รองนายกฯ ตรวจชายแดนเชียงราย คุมเข้มยาเสพติด-ค้ามนุษย์

รองนายกฯ ตรวจเยี่ยมหน่วยเรือโขง ย้ำแก้ปัญหายาเสพติด-ค้ามนุษย์เชิงรุก

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี เลขานุการ รมว.กลาโหม และ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ที่สถานีเรือเชียงของ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติด ค้ามนุษย์ และอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี

ตรวจเยี่ยมและวางแผนแก้ปัญหาชายแดน

ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุป รองนายกฯ และคณะได้ขึ้นเรือตรวจการณ์เพื่อสำรวจภูมิประเทศและเยี่ยมชมสถานีเรือเชียงแสน ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำถึงบ้านหาดบ้าย รวมระยะทาง 39 กิโลเมตร และสถานีเรือเชียงของที่รับผิดชอบตั้งแต่บ้านหาดบ้ายถึงแก่งผาได รวมระยะทาง 57 กิโลเมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวครอบคลุม 34 หมู่บ้านใน 8 ตำบลของ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น รวมระยะทางตามลำน้ำโขงทั้งหมด 96 กิโลเมตร

ผลการปฏิบัติการในรอบ 3 เดือน

ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2567 หน่วยงาน นรข. สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้กว่า 15 ล้านเม็ด เฮโรอีน 56 กิโลกรัม และไอซ์ 135 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท รวมถึงการตรวจยึดของกลางอื่น ๆ เช่น รถยนต์ บุหรี่ต่างประเทศ รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้ 30 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวลาวและจีน

แนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมชายแดน

รองนายกฯ ระบุว่าการปฏิบัติการเชิงรุกจะเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและสกัดกั้นในพื้นที่ชายแดน โดยมีแผนดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ

  1. แนวชายแดน: สนธิกำลังระหว่างกองกำลังป้องกันชายแดน ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยทหารในพื้นที่
  2. พื้นที่ตอนใน: ประสานงานระหว่างตำรวจ นายอำเภอ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง โดยตั้งจุดตรวจและชุดปฏิบัติการลงพื้นที่

โครงการดังกล่าวจะเริ่ม Kick Off ในวันที่ 30 มกราคม 2568 โดยมีการตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน และจะประเมินผลทุก 6 เดือน เพื่อสร้างความมั่นคงและลดปัญหายาเสพติดในระยะยาว

เป้าหมายปี 2568

รองนายกฯ ย้ำว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาจะมุ่งเน้นการป้องกันและปราบปรามเชิงรุก พร้อมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงในพื้นที่ โดยเฉพาะการลดบทบาทของผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อให้ประเทศไทยปลอดจากปัญหานี้ในปี 2568

กิจกรรมในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและยกระดับความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

กองทัพภาคที่ 3 เดินหน้าโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งชายแดนเสริมมั่นคงยั่งยืน

โครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน เสริมสร้างความมั่นคงและสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 กองทัพบกได้เปิดเผยถึงความสำคัญของโครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานตามแนวชายแดน ซึ่งดำเนินการในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 3 โดยเน้นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนาชุมชนชายแดนให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และพึ่งพาตนเองได้

ที่มาและการดำเนินโครงการ

โครงการนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2549 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ปัจจุบันมีหมู่บ้านเข้าร่วมทั้งหมด 48 หมู่บ้าน แบ่งออกเป็นพื้นที่กองกำลังนเรศวร 24 หมู่บ้าน ในจังหวัดตากและแม่ฮ่องสอน และพื้นที่กองกำลังผาเมืองอีก 24 หมู่บ้าน ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และอุตรดิตถ์

กิจกรรมหลักของโครงการ

ในปีงบประมาณ 2568 กองทัพบกได้กำหนดแผนงานสำคัญ 5 ด้านเพื่อพัฒนาหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนาน ได้แก่:

  1. การมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาชุมชนร่วม
    ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเอง
  2. การน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา
    สนับสนุนการแก้ปัญหาความยากจนและส่งเสริมความยั่งยืนในชุมชน
  3. การส่งเสริมวัฒนธรรมและกีฬาพื้นบ้าน
    สร้างความสามัคคีในชุมชนผ่านกิจกรรมวัฒนธรรมและกีฬา
  4. การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
    ส่งเสริมการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
  5. การป้องกันภัยในชุมชน
    พัฒนาความพร้อมของชุมชนในการรับมือกับภัยพิบัติ

หมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่กองกำลังนเรศวร

  • จังหวัดตาก: อุ้มผาง, แม่ระมาด, แม่สอด, พบพระ, ท่าสองยาง
  • จังหวัดแม่ฮ่องสอน: เมือง, ขุนยวม, ปางมะผ้า, แม่สะเรียง

หมู่บ้านเป้าหมายในพื้นที่กองกำลังผาเมือง

  • จังหวัดเชียงใหม่: เวียงแหง, เชียงดาว, ฝาง, แม่อาย
  • จังหวัดเชียงราย: แม่สาย, แม่ฟ้าหลวง, เชียงแสน, เชียงของ, เวียงแก่น
  • จังหวัดพะเยา: ภูซาง
  • จังหวัดน่าน: เฉลิมพระเกียรติ, ทุ่งช้าง, สองแคว
  • จังหวัดอุตรดิตถ์: บ้านโคก

ความสำคัญของโครงการ
กองทัพบกมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนผ่านการดำเนินโครงการนี้ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้เกิดสันติสุขและความมั่นคงในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

การมีส่วนร่วมของประชาชน


กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อร่วมกันสร้างหมู่บ้านที่เข้มแข็ง มีความมั่นคง และพร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ในอนาคต

โครงการหมู่บ้านเข้มแข็งคู่ขนานนี้ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน แต่ยังส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค สร้างความสมานฉันท์ในชุมชน และพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News