Categories
SOCIETY & POLITICS

อ.แม่แจ่ม ถนนทรุดตัวบ่อย ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ลงดูติดตั้งสะพานเบลีย์

 

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 วันนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและติดตามการแก้ไขปัญหาถนนทรุดตัว เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ที่บ้านแม่นาจร หมู่ที่ 16 ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณทางหลวง 1088 กม.77+470 สามแยกนาฮ่อง-แม่ซา 

 

ซึ่งเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างตำบล และเป็นเส้นทางเชื่อมจากอำเภอแม่แจ่มไปยังอำเภอกัลยาณิวัฒนา และยังเป็นเส้นทางเชื่อมไปยังอำเภอขุนยวมจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วย โดยหลังเกิดเหตุ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการไปยังพื้นที่ดังกล่าวให้ประสานแขวงทางหลวงเชียงใหม่ ที่ 1 เข้ามาติดตั้งสะพานเบลีย์ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการติดตั้งสะพานเบลีย์เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ทำให้รถขนพืชผลทางการเกษตรและชาวบ้านสามารถใช้ถนนในการสัญจรไปมาได้

 

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาว จะมีการก่อสร้างสะพานข้ามที่มั่นคง แข็งแรง เนื่องจากดินบริเวณดังกล่าวมีการทรุดตัวอยู่บ่อยครั้งหากมีการถมถนนขึ้นมาอีกอาจจะทำให้ถนนทรุดตัวอีก ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งเตือนไปยังผู้ใช้รถใช้ถนน เกษตรกรที่ขนพืชผลทางการเกษตรผ่านเส้นทางดังกล่าวขอความร่วมมือไม่บรรทุกสินค้าน้ำหนักเกิน เนื่องจากสะพานเบลีย์นี้สามารถรองรับน้ำหนักได้เพียง 21 ตันเท่านั้น เพื่อความปลอดปลอดภัยในการใช้ถน

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

คนเชียงราย พบหอยแครง ให้โชคคล้าย “ไข่มุกเมโล” ลุ้นมูลค่า

 

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 ที่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 4 ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นบ้านของ นายเศรษฐพงศ์ศิววงศ์ พบว่าเจ้าตัวได้เปิดเผยว่า ได้ให้ภรรยาและลูกสาวไปซื้อหอยแครงจากตลาดสดชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมาทำอาหารตามปกติ

 

โดยนำมาล้างน้ำทำความสะอาดเพื่อทำอาหาร จากนั้นได้มานั่งกินข้าวกับครอบครัว พบว่าหอยแครงที่แกะภายในพบวัตถุคล้ายไข่มุก เม็ดสีขาว ขนาดประมาณ 1 ซม. มีความสวยงาม คล้ายกับไข่มุกเมโล จึงหยิบเนื้อหอยมาดูแล้วก็เอามือบีบดู
รู้สึกว่ามีอะไรแข็งๆ อยู่ในหอย
 
 
นายเศรษฐพงศ์ เล่าว่า ตนพูดกับครอบครัวว่าเป็นไข่มุกหรือเปล่า ไข่มุกเม็ดนี้จะมีมูลค่าหรือไม่จึงนำใส่กล่องสีน้ำเงินเก็บรักษาไว้เพื่อเตรียมส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณี เชียงใหม่ (Chiangmai Gem Testing Laboratory : CGT LAB) โดยได้ประสานไว้แล้ว นายเศรษฐพงศ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนและครอบครัวได้เดินทางไปขอพรอธิษฐานจิต
ขอให้ครอบครัวพบแต่ความสุขความเจริญที่วัดแสงแก้วโพธิญาณ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นวัดของ ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต พระนักบุญแห่งแดนล้านนา เกจิชื่อดังแห่งภาคเหนือ หลังจากนั้นได้อีก 2 วัน ได้ไปซื้ออาหารทะเล
กุ้ง หอย ปลาหมึก มาทานกับครอบครัวที่บ้านตามปกติ ก่อนที่จะพบว่าหอยแครงมีไข่มุก
 
ซึ่งไข่มุกเมโล่” หนึ่งในไข่มุกธรรมชาติที่หายากที่สุด และแพงที่สุดของโลก ในหอยทากทะเลแค่ 1 ตัว ในทุกๆ 3,000 ตัวเท่านั้น ที่สร้างมุกชนิดนี้ได้ ทั่วโลกพบแค่ 4 ประเทศ รวมถึงไทย
 
สำหรับราคาซื้อขายปกติแล้วไข่มุกเมโลจะมีราคาซื้อขายกันในท้องตลาดอยู่ที่ราวเม็ดละ 200,000 ถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยตก เม็ดละ 6 – 7.5 ล้านบาท แต่หากเป็นไข่มุกเมโล ที่มีขนาดใหญ่เท่ากับลูกกอล์ฟ หรือใหญ่กว่านั้น ราคาขายอาจพุ่งขึ้นสูงทะลุ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเม็ด หรือราวเม็ดละ 15 ล้านบาท เลยทีเดียว ในส่วนของสี ไข่มุกเมโลโดยทั่วไปจะมีสีเหลืองซีด/ สีเหลืองเข้ม/ สีส้มจางๆ เรื่อยไปจนถึงสีส้มจัด โดยสีส้มจัดจะถือเป็นสีที่มีราคาแพงที่สุด มากกว่าเฉดสีอื่นๆ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

รมช.ไชยา ลงตรวจห้องเย็นสมุทรสาคร พบเนื้อเถื่อนนำเข้าเสียหายกว่า 100 ล้านบาท

 

   นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเย็นบริษัท เจ.พี. ห้องเย็น จำกัด ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กรณีได้รับรายงานว่ามีการตรวจพบการลักลอบนำเข้าและลักลอบเก็บสินค้าเกษตร ประเภทเนื้อสัตว์นำเข้าจากต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์และกรมประมง ว่า จากนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์ ดำเนินการปราบปรามประกาศสงครามเนื้อเถื่อนผิดกฎหมายทุกชนิด ในวันนี้จึงได้ลงพื้นที่ติดตามการจับกุมหลังได้รับรายงานว่ามีสินค้าลักลอบนำเข้าประเภทเนื้อเถื่อนผิดกฎหมาย และได้สั่งการให้กรมปศุสัตว์เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังตรวจสอบห้องเย็นในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเข้มงวด

 


     สำหรับรายการสินค้าผิดกฎหมายที่ตรวจพบภายในห้องเย็น จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย เนื้อกระบือ โคเนื้อ ขาไก่/ปีกไก่ หมูสามชั้น และขาหมู วางแทรกระหว่างสินค้าประเภทปลาทูอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้อายัติสินค้าไว้เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา พร้อมกับเรียกผู้ดูแลสถานประกอบการหรือเจ้าของสถานประกอบการมาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเนื้อสัตว์ที่นำมากักเก็บไว้ และจะต้องทำการขยายผลถึงผู้ที่นำมาฝากแช่แข็งอีกด้วย เพื่อนำผู้กระทำความผิดทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


     นายไชยา กล่าวว่า มาตรการต่าง ๆ ในการตรวจเข้มจับกุมดังกล่าวนี้ เป็นการหยุดยั้งกระบวนการนำเข้า สินค้าเนื้อเถื่อนผิดกฎหมายที่ทำให้บิดเบือนกลไกตลาดและสร้างความเสียหายกับทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย ซึ่งมูลค่าในการตรวจพบครั้งนี้พบความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท และได้สั่งกำชับการเข้าปฏิบัติการทุกครั้งให้กระทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง โดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เช่น ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากการปราบปรามทุกครั้งที่ลงพื้นที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ และขอยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าในการปราบปรามเนื้อเถื่อนที่ผิดกฎหมายต่อไป

 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

เชียงราย น้ำคำแม่จันเซาะคันดินน้ำทะลักเข้าท่วม 30 หลังคาเรือน อ.พานสลดจมน้ำดับ 2 ราย

 

ช่วงคืนระหว่างวันที่ 16-17 ต.ค.น้ำจากแม่น้ำคำที่ไหลผ่านพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้เอ่อล้น และเข้ากัดเซาะคันดินป้องกันน้ำท่วมพื้นที่หมู่บ้านม่วงหมูสี หมู่ 7 ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน โดยหลังจากมีฝนตกหนักลงมาเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ได้ทำให้ปริมาณน้ำมีมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งกลางดึกคันดินบริเวณซอย 4 หมู่บ้านม่วงหมูสีได้ถูกน้ำกัดเซาะจนพังทลายลงทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลเช้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันขนย้ายข้าวของไปไว้บนพื้นที่สูงโดยบางรายขนไม่ทันก็ถูกน้ำพัดพาหายไปแต่ไม่มีผู้คนได้รับอันตราย

 
ต่อมาทางฝ่ายปกครอง อ.แม่จัน และส่วนท้องถิ่นได้นำกำลังเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านในการขนย้ายข้าวของ และพบว่ามีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมจำนวน 30 หลังคาเรือน ทั้งนี้ทางฝ่ายปกครองได้ระดมกำลังทุกฝ่ายนำกระสอบทรายเข้าไปปิดกั้นคันดินที่รั่วดังกล่าวจนแล้วเสร็จเวลาประมาณ 01.30 น.ทำให้สถานการณ์ทุเลาลงแต่ยังคงมีน้ำท่วมขังไปทั่งบริเวณ และในวันที่ 17 ต.ค.นี้เทศบาล ต.จันจว้า ได้นำอาหาร และน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านรวมทั้งของบประมาณไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย เพื่อทำการซ่อมแซมคันดินไม่ให้เกิดการพังทลายต่อไป
 
 
ด้านพื้นที่ อ.พาน นายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง หน่วยกู้ภัย และชาวบ้าน ได้ช่วยกันออกค้นหาร่างของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุพลัดตกลงไปในลำน้ำคาวเขตติดต่อ ต.สันติสุข และ ต.แม่อ้อ อ.พาน เมื่อเย็นวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดได้พบร่างของผู้พลัดตกน้ำจำนวน 2 คน พบว่าเสียชีวิตทั้งหมดโดยเป็นชายอายุ 58 ปี และเด็กชายอายุ 12 ปีตามลำดับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน และแพทย์ชันสูตรทำการชันสุตรตามขั้นตอนต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SPORT

“บิว” ภูริพล บุญสอน ติดอันดับ 1 ของโลก 100 เมตรชาย ในรุ่นไม่เกิน 18 ปี

 

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แสดงความยินดีกับนายภูริพล บุญสอน หรือ บิว นักกีฬาทีมชาติไทย วัย 17 ปี ได้รับการประกาศผ่าน เว็บไซต์ทางการของสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ World Athletics (www.worldathletics.org) ประกาศอันดับโลก นักกรีฑาวิ่ง 100 เมตรชาย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายภูริพล บุญสอน หรือ บิว นักกีฬาทีมชาติไทย เจ้าของสถิติประเทศไทย 2 รายการ ทั้ง รายการวิ่ง 100 เมตรชาย ที่ทำสถิติไปได้ 10.06 วินาที และรายการวิ่ง 200 เมตร ในสถิติ 20.19 วินาที หลังเพิ่งได้รับเหรียญเงินจากการแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชาย ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยล่าสุดทางสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ World Athletics ประกาศผ่าน www.worldathletics.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกรีฑาโลก ได้อัปเดตอันดับโลกล่าสุดในการวิ่ง 100 เมตร ชาย รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี หลังสิ้นสุดเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า บิว ภูริพลฯ อยู่อันดับ 1 ของโลก ร่วมกับ คริสเตียน มิลเลอร์ นักกรีฑาจากสหรัฐอเมริกาวัย 17 ปีเช่นกัน ด้วยสถิติ 10.06 วินาที 

สำหรับอันดับโลก 5 อันดับแรก ในการวิ่ง 100 เมตร ชาย อายุไม่เกิน 18 ปี ตั้งแต่เริ่มมีการจัดอันดับจนถึงสิ้นสุดเดือนกันยายน 2023 มีดังนี้
1. ภูริพล บุญสอน (ไทย) สถิติ 10.06 วินาที
2. คริสเตียน มิลเลอร์ (สหรัฐฯ) สถิติ 10.06 วินาที
3. แอนโทนี่ ชวาร์ช (สหรัฐฯ) สถิติ 10.15 วินาที
4. เออร์ริยอน คิงส์ตัน (สหรัฐฯ) สถิติ 10.16 วินาที
5. โยชิฮิเดะ คิริว (ญี่ปุ่น) สถิติ 10.32 วินาที

“นายกรัฐมนตรี ชื่นชมและแสดงความยินดีกับ บิว ภูริพลฯ ที่สามารถสร้างชื่อเสียงเป็นประวัติศาสตร์ให้ตนเอง และวงการกีฬาไทย เป็นที่ภาคภูมิใจของพี่น้องคนไทยทุกคน หวังว่า บิว ภูริพลฯ จะเป็นต้นแบบให้คนรุ่นหลังมีความพยายาม และกล้าที่จะทำตามความฝันต่อไป” นายสัตวแพทย์ชัย กล่าว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

รมว.เกษตรฯ เยี่ยมชมการเลี้ยงควายปลัก มรดกโลกแห่งแรกของไทย

 

 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมการเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย พื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก (Globally Important Agricultural Heritage System : GIAHS) แห่งแรกของประเทศไทย ณ จุดชมวิว (บ้านแฝด) ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งการเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย” เป็นระบบการทำการเกษตร (ปศุสัตว์) ที่สืบทอดมายาวนานมากกว่า 250 ปี มีเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ที่การอยู่ร่วมกันของชุมชนกับธรรมชาติ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ วิวัฒนาการของทำการเกษตรอย่างยั่งยืน และการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้สมดุล โดยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) ได้ประกาศรับรองพื้นที่ดังกล่าวเป็นมรดกทางการเกษตรโลก

 


        สำหรับพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือของทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบแบบลากูน เชื่อมลุ่มน้ำปากพนังและลุ่มน้ำสงขลาเข้าด้วยกัน ซึ่งภายในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยประกอบไปด้วยระบบนิเวศย่อยมากมาย อาทิ ป่าพรุ ทุ่งหญ้า เนินสูง และบึงน้ำ ส่งผลให้มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยเฉพาะการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำมากกว่า 200 สายพันธุ์ และเป็นจุดพักของนกอพยพตามเส้นทางการบินของเอเชียตะวันออกถึงออสเตรเลีย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่มีสถานะอนุรักษ์และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ส่งผลให้พื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar site) แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งบทบาทสำคัญในระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยยังทำหน้าที่นิเวศบริการหล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 50,000 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 จังหวัดทางภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช (ตำบลเคร็งและตำบลแหลม) จังหวัดพัทลุง (ตำบลทะเลน้อยและตำบลพนางตุง) จังหวัดสงขลา (ตำบลบ้านขาว) ที่พึ่งพิงอาศัยทรัพยากรจากพื้นที่ชุ่มน้ำโดยตรง ก่อให้เกิดวิถีการทำการเกษตรที่หลากหลายและมีอัตลักษณ์โดดเด่น เช่น วิถีการเลี้ยงควายปลัก การทำหัตถกรรมกระจูด การปลูกข้าว “นาริมเล” และการทำประมงโดยใช้ยอยักษ์เป็นเครื่องมือทำการประมง เป็นต้น

 


        ทั้งนี้ การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย สะท้อนสมดุลระหว่างวิถีชีวิตคนกับระบบนิเวศและการปรับตัวเพื่อให้สามารถทำกินในพื้นที่อนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร กระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น ช่วยยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบเกษตรที่สำคัญของโลก และจะนำไปสู่การแผนจัดการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนที่สร้างสมดุลทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมตามเกณฑ์มาตรฐานสากลต่อไปให้อนาคต โดยพื้นที่ดังกล่าว มีเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย 228 ราย จํานวนควาย 4,480 ตัว และมีกลุ่มผู้เลี้ยงควาย 17 กลุ่ม

 


        อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ในการจัดการทรัพยากรทางการเกษตร เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านอาหาร รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพให้เกิดความยั่งยืน ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน นอกจากนี้ ยังมอบหมายกรมชลประทาน บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมเจ้าท่า โยธาธิการจังหวัด และหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ นำเครื่องจักรเครื่องมือมาดำเนินการขุดลอกคลอง เพื่อเก็บกักวัชพืชที่ทำลายระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย

 


        นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังได้เยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมกระจูดวรรณี (Varni) ซึ่งเป็นหนึ่งในวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จ สร้างความมั่นคงในอาชีพ ก่อตั้งขึ้นโดย นางวรรณี เซ่งฮวด ภายใต้การส่งเสริมของสำนักงานเกษตรอำเภอควนขนุน และสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง มีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น คือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระจูด ผ่านแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา เทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการนำวัสดุอื่น ๆ จนได้ผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม แปลกใหม่ และมีคุณภาพ นำมาสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กระจูด และสร้างงานให้คนในชุมชนกว่า 200 คน นำรายได้เข้าสู่ชุมชนกว่าปีละ 4 ล้านบาท

 

 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

“ภูมิธรรม” ผนึกพันธมิตร ลดราคาสินค้าเทศกาลกินเจ

 

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2566  ที่ผ่าน “ภูมิธรรม” สั่งพาณิชย์ลุยจับมือพันธมิตร 534 ราย จำหน่ายสินค้าเทศกาลกินเจราคาถูกทั่วประเทศ ทั้งวัตถุดิบอาหารเจ อาหารเจปรุงสำเร็จ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน เผยยังจัดโมบายธงฟ้า 100 จุดนำสินค้าจำหน่ายให้กับคนกรุงเทพและปริมณฑลด้วย ระบุปีนี้สินค้าส่วนใหญ่ราคาทรงตัว ผักถูกกว่าปีก่อน ย้ำปัญหาขาดแคลนไม่มี หลังประสานนำผักอัดเข้าสู่ตลาดเต็มที่ 

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ทั้งห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ห้างท้องถิ่น ตลาดกลาง และตลาดสดต่าง ๆ รวมถึงร้านค้า ร้านธงฟ้า รวม 534 ราย ร่วมจัดงาน พาณิชย์สั่งลุย เทศกาลกินเจ ตั้งแต่วันที่ 14-23 ตุลาคม 2566 โดยนำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลกินเจ มาจำหน่ายให้กับประชาชน เพื่อช่วยลดรายจ่ายให้กับระชาชน และสามารถเข้าร่วมเทศกาลทำบุญในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป จะได้อิ่มบุญ อิ่มความรู้สึกที่ดี ๆ

โดยสินค้าที่นำมาลดราคา ประกอบด้วย กลุ่ม 1 วัตถุดิบ เครื่องปรุง อาหารเจ 86 ราย ประกอบด้วย ผู้ผลิต ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ห้างท้องถิ่น กลุ่ม 2 อาหารปรุงสำเร็จ เมนูทางเลือกราคาประหยัด ราคา 30-45 บาท 448 แห่ง ประกอบด้วยตลาดกลาง ตลาดสด ร้านอาหารธงฟ้า ห้างค้าปลีก-ค้าส่ง ห้างท้องถิ่น และกลุ่ม 3 Mobile ธงฟ้า จำหน่ายสินค้าจำเป็น สินค้าเจ และผักเจ 100 จุดทั่วกรุงเทพ และนิคมอุตสาหกรรม 7 จุด ลดราคามากถึง 70% ตามแต่ต้นทุนของสินค้า 

    “เทศกาลกินเจที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และวันนี้เป็นวันล้างท้อง กระทรวงพาณิชย์ได้เห็นความสำคัญในสิ่งที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจและถือปฏิบัติมาเป็นเวลานานทุกปี เราอยากจะเห็นพี่น้องประชาชนเข้าร่วมเทศกาลกินเจได้มีโอกาสเข้าถึงสินค้าราคาถูก สามารถรับประทานผักผลไม้ในราคาที่ถูก จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตร นำสินค้าราคาถูก มาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน และยังได้เจาะลึกไปยังแหล่งชุมชน แหล่งที่มีแรงงาน ผู้มีรายได้น้อยอยู่อาศัย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ ตามนโยบายที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งใจดำเนินการให้พี่น้องประชาชน”นายภูมิธรรมกล่าว

    สำหรับสถานการณ์สินค้าวัตถุดิบอาหารเจ ส่วนใหญ่มีราคาทรงตัว แต่โปรตีนเกษตรปรับขึ้นเล็กน้อย ตามต้นทุนที่สูงขึ้น ส่วนผัก และผลไม้ ปีนี้ไม่ได้แพงปกว่าปีที่แล้ว และหลายรายการปรับลดลงมา แต่บางรายการราคาสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่แพงเท่าปีที่แล้ว เช่น ผักบุ้งขาด เพราะเป็นช่วงฝนตก หรือผักคะน้า ที่มีเรื่องโรคราเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานตลาดกลาง ทำการเชื่อมโยงผักสดจากเกษตรกร กลุ่มเกษตรกรเข้ามาจำหน่ายอย่างต่อเนื่องแล้ว  

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ต้องขอบคุณพันธมิตรทั้งหมด ขอบคุณตลาดกลาง ตลาดไท ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ทำให้นโยบายรัฐบาลต่าง ๆ เกิดขึ้น และขอบคุณพันธมิตรร้านค้า ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ที่ช่วยกระจายสินค้า ขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีภายในกรมการค้าภายใน ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ช่วยลดรายจ่ายให้พี่น้องประชาชน ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จากรายจ่ายที่ลดลง และขอบคุณสื่อมวลชนทุกที่ช่วยกันประชาสัมพันธ์งานนี้ ช่วยสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคได้ไปซื้อสินค้าราคาถูก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงพาณิชย์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

ภรรยาหวั่นสามีเสียชีวิตร่ำให้หลังหายสาปสูญในอิสราเอล

 

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2566  ที่ผ่านมาที่หมู่บ้านกิ่วดอยหลวง หมู่ 10 ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของคนไทยกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ได้มี น.ส.สุนทรี แซ่ลี อายุ 28 ปี ซึ่งมีสามีชื่อนายกง แซ่เล่า อายุ 26 ปี ได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ประมาณ 1 ปียังไม่ทราบสถานะว่าเป็นอย่างไรเพราะไม่ได้รับแจ้งจากเพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มประมาณ 6 คนอย่างชัดเจน ทำให้ น.ส.สุนทรี รู้สึกสับสน และกังวลใจอย่างมาก ทั้งนี้ช่วงเกิดเหตุนายกงยังได้ถ่ายคลิปการยิงต่อสู้กันโพสต์ลงเฟซบุ๊กโดยมีเสียงสนทนากับเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนและมีการยิงขีปนาวุธผ่านพื้นที่ทำงานด้วย ก่อนจะไม่สามารถติดต่อได้จนถึงปัจจุบัน

.
น.ส.สุนทรี กล่าวว่าตนกับสามีอยู่กินได้กันได้นานประมาณ 10 ปีแต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน และเขาพึ่งเดินทางไปทำงานใกล้กับเขตฉนวนกาซาได้เกือบ 1 ปีโดยจะครบปีวันที่ 8 พ.ย.นี้ โดยก่อนไปได้กู้หนี้ยืมยิน และพึ่งได้ชดใช้หนี้ จากนั้นเราวางแผนกันว่าจะสร้างบ้านหลังใหม่ ดูแลแม่ของเขาที่ชราภาพด้วย โดยช่วงที่ไปทำงานตนก็สามารถติดต่อกับสามีได้ตลอด กระทั่งช่วงเช้าวันที่ 7 ต.ค.ซึ่งเป็นวันหยุด และเป็นวันที่เริ่มเกิดเหตุเขาได้ติดต่อมาทำให้ตนสอบถามสาเหตุซึ่งเขาบอกว่าจำเป็นต้องตื่นเพราะมีการต่อสู้กันขึ้น ระหว่างนั้นตนได้ยินเสียงปืน และระเบิด ก่อนที่สามีจะขอวางสายไปและในช่วงสายประมาณ 11.00 น.ตนยังเห็นเฟซบุ๊กของเขาออนไลน์อยู่ อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นก็ไม่สามาถติดต่อกันได้อีกเลย
 
.
น.ส.สุนทรี กล่าวอีกว่าหลังเกิดหตุหัวหน้างาน และเพื่อนที่ทำงานแจ้งว่าทหารอิสราเอลบอกเพียงว่าคนที่อยู่ในไร่อะโวคาโดยังไม่เสียชีวิตเท่านั้นแต่ไม่แจ้งรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งยังไม่มีใครยืนยันว่าได้พบเห็นสามีของตน ทำให้ตนไม่ทราบสถานะที่ชัดเจนของสามีจากนั้นก็ไม่มีหน่วยงานใดแจ้งข้อมูลอีก ดังนั้นตนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบสถานะที่แท้จริงของสามีให้ด้วยโดยตนยังมีความหวังว่าเขาจะรอดชีวิตและติดต่อกลับมา
 
.
น.ส.สุนทรีกล่าวว่าคนที่ทำงานสวนอะโวคาโดยังไม่มีใครเป็นอะไร ต่างคนต่างหนีกันไปคนละทิศละทาง ก็สงสัยว่าสามีของหนูอาจจะถูกจับตัวไปเป็นตัวประกันหรือไม่ แต่หนูก็ยังไม่แน่ใจเพราะติดต่อเขาไม่ได้ทำให้ยังรอข้อความจากสามีทุกวัน สามีเป็นเสาหลักของครอบครัวเมื่อเขาหายไปหนูก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว โดยสามีเป็นคนอาภัพมากเป็นเด้กกำพร้าแต่เล็กต้องอาศัยอยู่กับตายายหลังเล็ก มีฐานะยากจน ทำให้ต้องยอมเสี่ยงที่จะไปทำงานในอิสราเอลก็หวังจะมีชีวิตใหม่ ได้เงินเดือนประมาณเดือนละ 5 หมื่นบาท ตั้งเป้าที่จะสร้างบ้าน ซื้อรถให้กับครอบครัว กับทางปู้ย่าตายายและทางแม่ แล้วก็จะกลับมาอยู่ในประเทศ โดยหลังไปอยู่ประมาณ 11 เดือนก็เกิดเหตุยิงกันบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่คิดว่าครั้งนี้จะรุนแรงเช่นนี้ ตอนนี้ก็หวังว่าสามียังอยู่ระหว่างหลบหนีเอาตัวรอดทำให้ไม่สามารถติดต่อได้ ยังไม่ถึงขั้นต้องสูญเสียชีวิตเลย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

1 ใน 2,174 คนเชียงราย แรงงานอิสราเอลกลับถึงบ้าน

 

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2566  ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พานายจันทร์ดี แซ่ลี อายุ 35 ปี ชาวบ้านห้วยแล้ง หมู่ 2 ต.ท่าข้าม อ.เวียงแก่น ซึ่งเป็น 1 ใน 15 แรงงานไทยจากประเทศอิสราเอลกลุ่มแรกที่ได้เดินทางกลับประเทศไปส่งถึงบ้านเลขที่ 337 หมู่บ้านห้วยแล้ง ซึ่งพบว่าทางญาติ และชาวบ้านต่างมีการจัดโต๊ะ เก้าอี้ และกางเต๊นท์คอยต้อนรับกันอย่างเอิกเกริก เนื่องจากที่ผ่านมาปรากฎข่าวสารว่ามีคนไทยรวมถึงชาวเชียงรายเสียชีวิต และบาดเจ็บ ขณะที่นายจันทร์ดีพบว่ามีสุขภาพดีและไม่ได้รับอันตรายใดๆ

 

ซึ่งเมื่อไปถึงบ้านทางภรรยาคือนางมาลับวรรณ แซ่ลี และลูกชายอายุ 11 ปี ลูกสาว 1 คน อายุ 5 ขวบ และลูกชาย 2 ขวบตามลำดับ ซึ่งต่างยังมีอายุน้อยรวม 3 คน ต่างโผเข้ากอดนายจันทร์ดีด้วยความดีใจโดยต่างร้องไห้ที่ปลอดภัยกลับบ้าน วันเดียวกันนางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาด จ.เชียงราย ได้นำคณะเดินทางไปต้อนรับพร้อมแจ้งว่านายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ได้ฝากความปรารถนาดีและกำลังใจรวมทั้งหากพบปัญหาอุปสรรคใดเพิ่มเติมก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ซึ่งได้ร่วมกันไปเยี่ยมเยียนในครั้งนี้ได้
นายจันทร์ดี กล่าวว่าเมื่อได้เห็นหน้าภรรยา และลูกตนรู้สึกดีใจมาก เพราะตนไปทำงานอยู่ประเทศอิสราเอลได้ 2 ปีครึ่งแล้ว โดยช่วงที่ไปได้ 4-5 เดือนลูกสาวคนโตได้เสียชีวิตทำให้ตนยิ่งคิดถึงบ้านโดยเฉพาะไม่มีโอกาสมาร่วมในพิธีศพของลูก ทั้งนี้จุดที่ตนพักหรือแคมป์คนงานที่อิสราเอลมีแรงงานพักด้วยกัน 11 คน เมื่อเกิดการสู้รบมีคนรอดชีวิตมาได้เพียง 5 คนรวมทั้งตน ส่วนเพื่อนอีก 6 คนถูกยิงเสียชีวิตทั้งหมด ช่วงเกิดเหตุตนรู้สึกกลัวและยังสงสัยว่าจะได้มีโอกาสกลับมาพบครอบครัวอีกหรือไม่ เพราะแม้ในช่วงเวลาปกติไม่มีการสู้รบกันตนก็ยังนับวันจะกลับบ้านเลยและยิ่งมีมีสงครามก็ยิ่งทำให้เกิดความกลัวและอยากกลับบ้านเพราะตนรักลูกทุกคนอย่างมาก
 
 
นายจันทร์ดี กล่าวอีกว่าในหมู่บ้านที่ตนอยู่มีค่ายทหารอิสราเอลอยู่ด้วยเมื่อกองกำลังฮามาสเข้ามาจึงมีการยิงต่อสู้กันขึ้นตั้งแต่ 06.00 น.จนถึงตี 1 ของอีกวัน ส่วนพวกตนที่รอดมาได้เพราะพากันเข้าไปหลบหนีในห้องโดมที่มีไว้ป้องกันระเบิด เมื่อทหารอิสราเอลควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้วจึงช่วยพวกตนออกมาได้ดังกล่าว ทั้งนี้ตนขอให้พระเจ้าคุ้มครองเพื่อนๆ คนที่ยังอยู่อิสราเอลให้ปลอดภัย เพระมันมีทั้งพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้วแต่มีบางที่ที่อันตรายอยู่ก็มี ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพี่น้องแรงงานไทยทุกคนที่อยู่ทางโน้นด้วย” นายจันทร์ดีกล่าวทั้งน้ำตา
 
ด้านนางมาลัยวรรณ กล่าวว่าตนรู้สึกดีใจมากที่สามีได้กลับมาบ้านและขอขอบคุณหน่วยงานภาครัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ให้ความช่วยเหลือจนได้กลับบ้านมาอย่างปลอดภัย ส่วนเขาจะกลับไปทำงานที่อิราเอลหรือไม่นั้นคงต้องดูสถานการณ์ก่อนและให้เป็นการตัดสินใจของสามีอีกครั้ง

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
BREAKING NEWS

ข่าวเด่นน่าติดตามวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566

คลิกที่ภาพ

 

ข่าวเด่นน่าติดตามวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม 2566

1. ก.ต่างประเทศเผย 15 ผู้บาดเจ็บจากอิสราเอลชุดแรกถึงไทย 12 ต.ค.นี้


2.“อิทธิพล คุณปลื้ม“ ยื่น 1.2 แสนประกันตัว หลังโดนรวบที่สนามบิน

 

3. “ผบ.ทบ.” มีคำสั่งให้ “เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก-4 ทหาร” พ้นตำแหน่งชั่วคราว

 

4. “จุลพันธ์” เตรียมขยายรัศมีการใช้ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ยันไม่มีถอยแจกเงินหมื่น หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ


5.อุตรดิตถ์ฝนถล่ม น้ำป่าหลากเข้าท่วม 2 อำเภอ จนท.เร่งอพยพช่วยชาวบ้าน

6. ปรากฏการณ์ ‘แพลงก์ตอนบลูม’ ทำเขียวทั้งหาดเขาล้าน-ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง

7. “สหรัฐ” พร้อมช่วยอิสราเอล ผู้นำยูเครน เรียกร้องโลกประณาม “ฮามาส”

8. “ปะการังอ่อน” ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ชี้ชัด อุณหภูมิในทะเลสูงขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News