Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

พช. เชียงราย​ ปรับกลยุทธ์​ ​พัฒนา​บทบาท​สตรี​ ปี​ 67

 

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 นายวิทยา ชุมภูคำ พัฒนาการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดเชียงราย 2567 ณ ห้องประชุมร้านลาภประตูเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีนางอำไพ บัวระดก ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นางสุรีย์ศรี แสงสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน นายปรีชา ปวงคำ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางเครือวรรณ สดใส ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน พัฒนาการอำเภอ และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนผู้รับผิดชอบงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

 

จังหวัดเชียงราย โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย ในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัด กำหนดดำเนินการโครงการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดเชียงราย 2567 เพื่อเป็นการทบทวนผลการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในปีที่ผ่านมา และชี้แจง สร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวทางการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 เพื่อผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ และร่วมกันกำหนดแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจังหวัดเชียงรายให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการนี้ นายวิทยา ชุมภูคำ พัฒนาการจังหวัดเชียงราย ได้บรรยายพิเศษ หัวข้อ “การใช้กลยุทธ์ 3 4 5 คุณธรรมนำเงินทุน ปลดหนี้ด้วยความดี สตรีเชียงราย” เพื่อเป็นแนวทางการขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ให้บรรลุเป้าหมาย
หลังจากนั้น นางเครือวรรณ สดใส ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน ได้บรรยายในหัวข้อ “การขับเคลื่อนแผนการดำเนินงาน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567”
 
 
ทั้งนี้ ได้มีการแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และระดมความคิดเห็น ในประเด็น”การสร้างการรับรู้ องค์ความรู้ นวัตกรรมเกี่ยวกับการบริหารจัดการหนี้กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” เพื่อเป็นแนวทางสู่การปฏิบัติต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Cddchiangrai

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ไหวตัวทัน! มิจฉาชีพหลอกญาติ กดลิงก์ดูดเงินแรงงานอิสราเอล

 
วันที่ 19 ตุลาคม 2566 จากกรณีได้มีแรงงานชาว จ.เชียงราย เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลจำนวน 2,174 คน มีภูมิลำเนากระจายอยู่ครบทั้ง 18 อำเภอโดยบางคนเดินทางกลับประเทศไทยแล้วนั้น ล่าสุดนายสมพงษ์ แก้ววรรณดี จัดหางาน จ.เชียงราย ได้เผยแพร่ข้อมูลว่าจากสถานการณ์ที่ประเทศอิสราเอลทำให้แรงงานชาวเชียงรายได้รับผลกระทบบางคนเสียชีวิต บางคนได้รับบาดเจ็บและบางคนกำลังขอเดินทางกลับประเทศ แต่ปรากฎว่าได้ปรากฎมีมิจฉาชีพอาศัยช่วงที่ญาติแรงงานในประเทศไทยได้รับผลกระทบทางจิตใจได้ส่งข้อความทางไลน์อ้างว่าเป็นผู้ให้บริการด้านบัญชีธนาคารจากประเทศอิสราเอล และอ้างว่าขอตรวจสอบยอดเงินคงเหลือในบัญชีของแรงงานคนดังกล่าว
.
นายสมพงษ์ เปิดเผยอีกว่ามิจฉาชีพได้แจ้งให้ใช้แอพลิเคชั่น MONOX และใช้การติดต่อทางไลน์พร้อมแจ้งหมายเลขวอทแอพให้ญาติของแรงงานที่ทำงานอยู่ที่ประเทศอิสราเอลรายดังกล่าวด้วย อีกทั้งยังแจ้งลิงก์บางอย่างมาให้เพื่อให้กดเข้าไปตรวจสอบหรือถ้าไม่สะดวกยังแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ที่นำหน้าด้วยหมายเลข 055 กำหนดให้โทรศัพท์ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.ซึ่งเมื่อโทรเข้าไปก็จะมีให้เลือก 2 ภาษาด้วย ซึ่งหลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านทางสำนักงานจัดหางาน จ.เชียงรายได้เตือนให้แรงงาน และญาติอย่าได้หลงเชื่อทั้งหมดโดยเด็ดขาดแล้ว
.
นอกจากนี้ขอแจ้งไปยังญาติทุกคนหากได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์หรือข้อควม SMS ไลน์ ฯลฯ ให้โหลดแอฟพลิเคชั่นบางอย่างก็อย่าได้โหลดอย่างเด็ดขาด หากมีข้อสงสัยให้โทรแจ้งสายด่วน 1441 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หรือหากเผลอติดตั้งแอพลิเคชั่นปลอมไปแล้วก็ให้รีบติดสัญญานอินเตอร์เน็ตหรือถอดซิมโทรศัพท์มือถือออก รวมทั้งไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หรือ www.thaipoliceonline.com จากนั้นได้ช่างล้างมือถือโดยเอาข้อมูลเงินค้างจ่าย สิทธิประโยชน์ในประเทศอิสราเอล เงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนไปทำงานต่างประเทศกรณีได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม ฯลฯ ออกด้วย หรือหากมีข้อสงสัยเพิมเติมสามารถสอบถามได้ที่สำนักงานจัดหางาน จ.เชียงราย โทรศัพท์ 053-152051 ต่อ 213 ได้ในวันและเวลาราชการ หรือช่องทางออนไลน์ของสำนักงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
.
รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาด จ.เชียงราย ได้พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้ตระเวนไปเยี่ยมญาติของแรงงานชาว จ.เชียงราย ตามอำเภอต่างๆ โดยเฉพาะในรายที่ได้รับแจ้งข่าวร้ายหรือไม่สามารถติดต่อกับแรงงานที่ประเทศอิสราเอลได้ พร้อมทั้งได้แจ้งเตือนญาติทุกคนไม่ให้หลงเชื่อผู้ที่ทำทีเข้าไปติดต่อกับญาติด้วยช่องทางต่างๆ โดยไม่ผ่านเจ้าหน้าที่โดยขอให้ชาวบ้านได้ระวังจึงทำให้ชาวบ้านที่ได้รับข้อความจากมิจฉาชีพแจ้งกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
BREAKING NEWS

ข่าวเด่นน่าติดตามวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2566

คลิกที่ภาพ

 

ข่าวเด่นน่าติดตาม วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2566


1ขอนแก่นคึกคัก ชาวบ้านแห่ขายทอง หลังราคาพุ่งทุบสถิติ ชี้อาจสูงกว่านี้อีก

2.ส่อเลื่อนแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท จาก 1 ก.พ.เป็นไตรมาส1 ปี67

3. ยกเลิกค่าหัวกระสือ 1 ล้าน หลังกลุ่มล่ากระสือทำชาวบ้านเดือดร้อน

4.เพจสภาฯ เฉลยเอง ส.ว.พ้นวาระ 5 ปี จะได้เงินเลี้ยงชีพอีก 10 ปี รับ 12,000 ทุกเดือน

5. ‘ฝีดาษลิง’ โผล่ลำปาง! ชายวัย 30 ไม่ได้ไปต่างประเทศ-ออกนอกจังหวัด สสจ.ยันเอาอยู่ ขออย่าตื่นตระหนก

6.ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมตำรวจโลก จับมือ ‘เกาหลี’ ช่วยกันดูแลภัยไซเบอร์ข้ามชาติ

7.พีระพันธุ์” หารือ รมช.กระทรวงพลังงานรัสเซียให้สนับสนุนพลังงานคุณภาพดี ราคาถูกให้ประชาชนไทย

8.ประธานาธิบดีอัล-ซีซีของอียิปต์ เปิดพรมแดนเมืองราฟาห์ชั่วคราว ช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเข้าไปยังกาซาได้ราว 20 คัน

9.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมปล่อยตัว เจดอน ซานโช่ ออกจากทีมมกราคมปีหน้า

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
BREAKING NEWS

ข่าวเด่นน่าติดตามวันพุธที่ 18 ตุลาคม 2566

คลิกที่ภาพ

ข่าวเด่นน่าติดตาม วันพุธที่ 18 ตุลาคม 2566


1. กมธ. การเงิน แนะทบทวนเงื่อนไขใช้เงินดิจิทัล ชี้แอปเป๋าตังมีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องทำใหม่


2. “หมอยง” เผย พบผู้ป่วยหลายราย ติดเชื้อโควิด ร่วมกับไข้หวัดใหญ่


3. “สนธิญา” ยื่นเรื่องขอ “เศรษฐา” เชิญ “บิ๊กตู่” เป็นตัวแทนประเทศช่วยคุยซาอุฯ


4.ตร.ไซเบอร์ รับโอนคดีแก๊งหลอกขายไอโฟน 13 ให้เด็ก ม.6 ก่อนเหยื่อตัดสินใจสลด


5. ชาวบ้านลพบุรี ผวาหนัก หลังเจอกระสือ ตัวเป็นๆ ออกอาละวาด กินเครื่องในเป็ด-ไก่


6.ป.ป.ช.ภาค 9 ลุยตรวจ “อควาเรียมหอยสังข์” จ.สงขลา ประติมากรรมทุจริต 1,400 ล้าน


7.มาโน โพลกิ้ง กุนซือฟุตบอลทีมชาติไทย ชมนักเตะช้างศึกอุ่นเครื่องเสมอเอสโตเนีย 1-1


8. “เศรษฐา” ปลื้ม “ปูติน” ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าว “ขอบคุณครับ” หลังเชิญเยือนไทยปีหน้า


9.โจ ไบเดน บินลงอิสราเอล ท่ามกลางสงครามและความตึงเครียด นายกฯเนทันยาฮูรับถึงที่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

30 หน่วยงาน คลอด 12 แนวทาง ชวนแต่งผ้าไทย-ชุดท้องถิ่นลอยกระทง

 

30 หน่วยงานร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทงปี 2566 ยิ่งใหญ่ คลอด 12 แนวทาง ขอความร่วมมืออนุรักษ์คุณค่าวัฒนธรรมอันดีงาม เน้นปลอดภัย ไม่ดื่ม ชวนแต่งผ้าไทย-ชุดท้องถิ่นลอยกระทง เผยแพร่ความรู้ ดึงชาวต่างชาติเที่ยวไทย สร้างรายได้เข้าประเทศหนุนนโยบาย THACCA  เตรียมเสนอยูเนสโกขึ้นทะเบียน “ประเพณีลอยกระทง”มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติปี 67

 

                นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการการบูรณาการการกำหนดแนวทางการจัดงานประเพณีลอยกระทง พุทธศักราช 2566 ครั้งที่ 1/2566 เป็นที่น่ายินดีว่า ปีนี้มีผู้แทนหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง 30 หน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์  โดยที่ประชุมได้รับทราบนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในการขับเคลื่อนงานประเพณีที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล(Thailand Creative Content Agency -THACCA) ในการสร้างการรับรู้งานเฟสติวัลของไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ  และนโยบายของ วธ. ในการส่งเสริมคุณค่าเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆด้านวัฒนธรรมให้เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ปีนี้ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานทั่วประเทศร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี สร้างความประทับใจ อำนวยความสะดวก ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้เกิดความประทับใจกลับมาท่องเที่ยวไทยอีก

 

นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับปีนี้มีสถานที่จัดงานทั้งในกรุงเทพฯ เช่น วัดอรุณราชวราราม คลองผดุงกรุงเกษม คลองโอ่งอ่างและต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ สุโขทัย เชียงราย พระนครศรีอยุธยา ร้อยเอ็ด นครศรีธรรมราช สมุทรสงคราม เป็นต้น ที่ประชุมเห็นด้วยในการขอความร่วมมือไม่เล่นพลุ ดอกไม้ไฟ ประทัดยักษ์  รณรงค์ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทงและขณะขับขี่ยานพาหนะ การควบคุมป้องกันโรคติดต่อ  การประดิษฐ์กระทงด้วยวัสดุในท้องถิ่นหรือวัสดุที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เชิญชวนคนไทยแต่งไทยหรือชุดท้องถิ่นมาร่วมงานประเพณีลอยกระทงและการประชาสัมพันธ์งานทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆ 

 

นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า  ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการส่งเสริมประเพณีลอยกระทง   ในปี 2566 ครอบคลุมในประเด็นคุณค่าสาระของวัฒนธรรมประเพณี วิถีอัตลักษณ์ท้องถิ่น การท่องเที่ยวและสุขภาพ ตลอดจนความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังนี้ 1. จัดกิจกรรมเน้นคุณค่าและสาระของวัฒนธรรม ประเพณี การท่องเที่ยวและสุขภาพ โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ความหลากหลายของแต่ละท้องถิ่น  2. ส่งเสริมให้จังหวัดต่างๆ ร่วมจัดกิจกรรมทางศาสนา ความเชื่อ ในประเพณีลอยกระทงอย่างเหมาะสม 3. รณรงค์ให้ประชาชนสืบสานคุณค่าสาระและสิ่งที่ควรทำของประเพณีลอยกระทง รักษาความสะอาดแม่น้ำ ลำคลอง ประดิษฐ์กระทงด้วยวัสดุในท้องถิ่นหรือวัสดุที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาหรือความเชื่อที่นับถือ 4. สนับสนุนศิลปินพื้นบ้านในการจัดกิจกรรมการละเล่น และการแสดงทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น และการแสดงออกถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น 5. ผู้เข้าร่วมงาน ควรคำนึงถึงหลักสิทธิ มนุษยชน เช่น การไม่คุกคามทางเพศ การไม่เล่นประทัด พลุ ดอกไม้ไฟในที่สาธารณะ และการไม่สร้าง ความวุ่นวายหรือความเดือดร้อนต่อผู้อื่นในที่สาธารณะ เป็นต้น 6. ขับขี่ยานพาหนะและใช้ถนนหนทางให้ปฏิบัติตาม กฎหมาย กฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงช่วยสอดส่อง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ในกรณีพบเห็นผู้ที่ปฏิบัติตนไม่เหมาะสม 7. การดำเนินการจัดงานตามคำแนะนำในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด โรคติดเชื้อของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และการรักษาความปลอดภัยในด้านอื่น ๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 8. ส่งเสริมภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเพณีลอยกระทงทั้งในระดับท้องถิ่น ประเทศ และระหว่างประเทศ 9. ส่งเสริมภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ในการเผยแพร่คุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทงที่แท้จริงของต่อชาวต่างชาติ 10.ส่งเสริมในการสร้างความตระหนักรู้ ต่อประชาชนเกี่ยวกับประเพณีลอยกระทงในประเทศไทยในฐานะที่เป็นมรดกภูมิปัญญาของชาติ สร้างความภาคภูมิใจและหวงแหนในประเพณีลอยกระทงต่อประชาชน 11. รณรงค์ให้ประชาชนสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทยในการเข้าร่วมกิจกรรม ประเพณีลอยกระทง เช่น แต่งกายด้วยชุดสุภาพผ้าไทย ผ้าท้องถิ่น หรือชุดไทยที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละ ท้องถิ่น เป็นต้น 12. ส่งเสริมกิจกรรมที่มีความสร้างสรรค์ที่สามารถพัฒนาต่อยอดคุณค่าสาระลอยกระทง เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของชุมชนและของประเทศ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชน และยังคงอัตลักษณ์ของความเป็นท้องถิ่น

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ วธ. จะมีการเก็บข้อมูลเทศกาลประเพณีลอยกระทงในประเทศไทยเตรียมเสนอขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ  (ยูเนสโก)  ในปี 2567 ด้วย

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงวัฒนธรรม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
CULTURE

เริ่มแล้ว 9 ประเทศอาเซียนร่วมเทศกาล อาเซียนปันหยี ที่อินโดนีเซีย

 

เริ่มแล้ว 9 ประเทศอาเซียนร่วมเทศกาลอาเซียนปันหยี หรือ “อิเหนา” ที่อินโดนีเซีย วธ.ขับเคลื่อนงานด้านการต่างประเทศ ส่งเสริมบทบาททางวัฒนธรรมของไทยในเวทีอาเซียนใน ASEAN Panji Festival 2023 วันที่ 7 – 28 ตุลาคมนี้ ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ฉลองในวาระครบรอบ 6 ปี ในการขึ้นทะเบียนปันหยีเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World: MOW)

 

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายกรมศิลปากรในการส่งคณะศิลปินนักแสดงเข้าร่วมจัดการแสดงปันหยี หรืออิเหนา ในงานเทศกาลอาเซียนปันหยี 2023  ระหว่างวันที่ 7 – 28 ตุลาคม 2566 ณ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย) ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม การวิจัย และเทคโนโลยี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 6 ปี ในการขึ้นทะเบียนปันหยีเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก (Memory of the World: MOW) อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความรู้และความเข้าใจในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาค ทั้งด้านประวัติศาสตร์ ความสำคัญทางวัฒนธรรม รูปแบบการนำเสนอและเทคนิคการแสดง การแต่งกายและดนตรี รวมถึงพัฒนาการและความท้าทายร่วมของวรรณกรรมปันหยีโดยผู้เข้าร่วมเทศกาล ประกอบด้วย ประเทศสมาชิกอาเซียนจาก 9 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม 

 

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า อิเหนา เป็นวรรณกรรมที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และยังคงเป็นวรรณกรรมสำคัญที่ใช้สำหรับจัดทำการแสดงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังเป็นวรรณกรรมร่วมที่แพร่หลายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถสะท้อนคติ ความคิดความเชื่อ ค่านิยมของสังคม ขนบประเพณีของแต่ละประเทศ การส่งศิลปินนักแสดงเข้าร่วมเทศกาลดังกล่าวจึงเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความรู้และความเข้าใจในการนำเสนอปันหยีหรืออิเหนาผ่านการแสดงและการตีความตามบริบทของแต่ละประเทศ รวมถึงจะเป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการด้านงานสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงในอนาคต ตามแนวนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมในการมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมกับต่างประเทศ และการส่งเสริมบทบาททางวัฒนธรรมของไทยในเวทีโลก

 

ในโอกาสนี้ นายลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้เข้าร่วมพิธีเปิดและรับชมการแสดงอาเซียนปันหยี ในวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ณ เมืองยอกยาการ์ตา โดยกล่าวว่า สำนักการสังคีต กรมศิลปากรได้ร่วมส่งศิลปินนักแสดงหญิง จำนวน 6 คน ร่วมจัดการแสดงในเทศกาลอาเซียนปันหยี 2023 โดยการแสดงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การแสดงรายประเทศ และการแสดงรวมประเทศ (Finale) โดยประเทศไทยได้รับมอบหมายให้จัดการแสดงในตอน พิธีมงคลสมรสของปันจี อีนูเกอร์ตาปาตี (Panji Inukertapati) กับกาลุห์อาเยง (Galuh Ajeng) ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องตอนที่ไม่ปรากฏในวรรณกรรมอิเหนาของประเทศไทย จึงเป็นการประดิษฐ์ท่ารำตีบทตามเนื้อเรื่องของประเทศอินโดนีเซีย และใช้เสียงเพลงจากวงปี่พาทย์บรรเลงประกอบการรำตีบทเพื่อสื่อความหมายในการดำเนินเรื่องในรูปแบบละครใน โดยในส่วนของการแสดงรวมประเทศ (Finale) นางสาวศรีสุคนธ์ บัวเอี่ยม นาฏศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้รับคัดเลือกจากผู้กำกับการแสดงให้รับบท ปันจี อีนูเกอร์ตาปาตี หรือ อิเหนา ซึ่งเป็นตัวละครเอกของเรื่อง นับเป็นเกียรติสำหรับประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง การแสดงอาเซียนปันหยีจะดำเนินการจัดการแสดงไปยังอีก 4 เมือง ได้แก่ เกดิรี สุราบายา มาลัง และสุราการ์ตา (โซโล) รวมถึงกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Workshop) ระหว่างศิลปินนักแสดงอาเซียนร่วมกับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ตลอดทั้งเดือนตุลาคมนี้

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงวัฒนธรรม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
HEALTH

อย. ตั้งเป้า 100 วัน 100 ผลิตภัณฑ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

 

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2566 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมการดำเนินภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมมอบนโยบายให้กับผู้บริหารและบุคลากร

 


          นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เป็นองค์กรที่มีส่วนสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการสนับสนุนภาคธุรกิจผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับชุมชนถึงระดับประเทศให้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ซึ่งสอดรับกับการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขด้านเศรษฐกิจสุขภาพ โดย Quick Win 100 วันแรก ได้ตั้งเป้าอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน 100 รายการ พร้อมจัดโครงการยกระดับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยสู่ตลาดความงามโลก ส่วนด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพร ได้เตรียมปรับหลักเกณฑ์ให้ง่ายต่อการประกอบการ ลดระยะเวลาการอนุญาต ผลิตภัณฑ์ เช่น ยาหม่อง/ยาน้ำมัน ภายใน 1 วันทำการ ส่งเสริมนวัตกรรมและงานวิจัยผลิตภัณฑ์สมุนไพรผ่านระบบการให้คำปรึกษา พร้อมไปกับการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยร่วมมือกับผู้บริโภคเฝ้าระวังเชิงรุก ร่วมตรวจ ร่วมสื่อสาร แจ้งเตือนภัย ภายใต้แนวคิด “พัฒนาฐานราก อนุญาตเร็วไว ส่งเสริมนวัตกรรมไทย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอดภัย สู่ประชาชน”

 


          นายแพทย์ชลน่านกล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินงานในปี 2567 อย. มีแผนที่จะยกระดับผู้ประกอบการอาหารแปรรูป พัฒนานวัตกรรมบริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชน ผลักดันการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการประกอบการเครื่องมือแพทย์ ส่งเสริมการเข้าถึงเครื่องมือแพทย์ ประเภท AI ตลอดจนมุ่งสู่ระบบดิจิทัลสุขภาพ โดยขยายโครงการใช้บัตรประชาชนใบเดียวในการออกของที่ได้รับอนุญาตจากระบบ e-Submission ของกองด่านอาหารและยา ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการและผู้ลงทุนผลิตภัณฑ์สุขภาพไทยได้เป็นอย่างดี

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

พม. ส่งทีมสหวิชาชีพ ร่วมรับแรงงานไทย กลับจากอิสราเอล ทุกไฟลท์บิน

 

 

วันนี้ (18 ต.ค. 66) เวลา 15.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่งเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพและทีมนักจิตวิทยา ร่วมดูแลเยียวยาแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิสราเอล ว่า กระทรวง พม. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมปฏิบัติการรับแรงงานไทยทุกเที่ยวบิน ซึ่งเราจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่สนามบิน ซึ่งทุกจังหวัดที่เราได้รับรายงานว่า มีสมาชิกของคนในครอบครัวเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ขณะนี้สามารถยืนยันผู้เสียชีวิต โดยการพิสูจน์อัตลักษณ์ได้เพียง 1 ราย แต่ผู้เสียชีวิตมีจำนวนมากกว่านั้น ทั้งนี้ การยืนยันอัตลักษณ์ของแต่ละราย ยังเป็นไปได้ด้วยความล่าช้า เพราะมีหลายประเทศที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับประเทศไทยในการขอข้อมูลจากทางการอิสราเอล ซึ่งกำลังเร่งติดตามอยู่ทุกนาที 

 

          นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่กระทรวง พม. ต้องเข้าไปดูแลเยียวยาสภาพจิตใจไปพร้อมกับหลายหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนทั้งเรื่องเงินชดเชยเยียวยาต่าง ๆ โดยงานสำคัญของกระทรวง พม. คือการเยียวยาสภาพจิตใจ ว่าแต่ละคนได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม บางปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาชั่วข้ามคืน แต่การที่มีคนเข้าพูดคุย นั่งฟัง เพื่อให้เขาได้ระบายความรู้สึกต่าง ๆ เหล่านั้น ดีกว่าเก็บขังเอาไว้ภายในใจ และจะช่วยบรรเทาความเครียดได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม บางรายไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือเยียวยา และมีบางรายที่แจ้งความจำนงว่าอยากจะเข้ามาพูดคุยปรึกษากับทาง พม. จังหวัด ซึ่งกระทรวง พม. จะส่งเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพและนักจิตวิทยาเข้าเยี่ยมแต่ละบ้าน เพื่อให้ได้ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้สึก 

 

        นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. ทำงานปฏิบัติการร่วมกับกรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุข และการกลับมาถึงของพี่น้องแรงงานไทยในแต่ละครั้งนั้นเป็นจำนวนหลักร้อย แต่การทยอยเข้ามาของแรงงานไทย ทำให้สรรพกำลังที่เรามีอยู่ขณะนี้ยังสามารถรับมือได้ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน ที่ดำเนินการร่วมกันอย่างเต็มที่ ถึงแม้ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีปฏิบัติภารกิจอยู่ต่างประเทศ แต่จะโทรศัพท์กลับมาติดต่อกับทุกหน่วยงานด้วยตัวท่านเอง และคอยสอบถามความคืบหน้าการทำงานอยู่ตลอด ซึ่งต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่คอยติดตามงาน

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้จัดการทั่วไปนำทีมเจ้าหน้าที่ ‘เซ็นทรัลเชียงราย’ ซ้อมแผนรับนโยบายกระทรวงแรงงาน

 
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย นำโดยคุณสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย พร้อมสนองตอบต่อนโยบายด้านความปลอดภัยตามประกาศของกระทรวงแรงงาน เรื่องการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง และผู้ใช้อาคาร โดยกำหนดให้สถานประกอบการนั้นๆ จัดฝึกซ้อมอพยพหนีไฟไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง ซึ่งจะต้องมีผู้เข้าร่วมในการฝึกซ้อม 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกจ้าง และผู้ใช้อาคาร สามารถรู้ถึงการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในกรณีมีการอพยพหนีไฟ อีกทั้งเพื่อเพิ่มทักษะให้พนักงานได้ฝึกฝนตนเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ จะได้แนะนำลูกค้า รวมทั้งดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยในชีวิตทั้งของพนักงานเอง และลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยเฉพาะความปลอดภัยของลูกค้านั้นต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
 
 
โดยได้มีการจัดโครงการฝึกซ้อมแผนดับเพลิงเบื้องต้น และซักซ้อมแผนอพยพหนีไฟ ประจำปี 2565 เพื่อเตรียมความพร้อมในการอพยพพนักงาน และลูกค้าหากเกิดเหตุการณ์อัคคีภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ศูนย์การค้า รวมทั้งพนักงานร้านค้าศูนย์การค้า และพนักงานร้านเช่าเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 622 คน นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมการฝึกซ้อมและร่วมสังเกตุการณ์ในครั้งนี้ อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย, มณฑลทหารบกที่ 37,โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์,สถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย,สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย รวมถึงมีหน่วยงานส่งไฟร์แมน ข้าร่วมฝึกซ้อมแผนในครั้งนี้ อาทิ ไทวัสดุเชียงราย,โรบินสันเชียงราย และ บิ๊กซี เชียงราย
 
 
นอกจากนี้ทางศูนย์การค้าฯ ยังมีส่วนของการดูแลความปลอดภัยด้านอื่นๆ และให้ความสำคัญเช่นกัน เช่น การซ้อมแผนเผชิญเหตุต่างๆ ทั้งเหตุระเบิด การทะเลาะวิวาท การกระโดดตึก หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ภายในศูนย์การค้าฯ รวมถึงมาตรการการตรวจวัตถุต้องสงสัยในทุกจุดทางเข้าศูนย์การค้าฯ ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของพนักงาน และลูกค้าที่มาใช้บริการทุกคน
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“พุฒิพงศ์” ระดมความคิดภาครัฐและเอกชน ขับเคลื่อนเชียงรายเมืองแห่งสุขภาพ

 
วันนี้ (18 ต.ค.66) ที่ห้องธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนเชียงราย เป็นเมืองแห่งสุขภาพ โดยมีคณะทำงาน ประกอบด้วย ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
 
 
ด้วยจังหวัดเชียงราย ได้เริ่มการขับเคลื่อนเชียงรายเป็นเมืองสุขภาวะ โดยร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนา แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (นโยบาย Medical Hub) ระยะเวลา 10 ปี อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมให้จังหวัดเชียงรายให้เป็นพื้นที่พิเศษในการพัฒนาอุตสาหกรรม Wellness และเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 19) โดยมีเป้าหมายหลักให้จังหวัดเชียงราย เป็นเมืองแห่งสุขภาพ คนเชียงรายและผู้มาเยือนมีสุขภาพดี อยู่แล้วมีความสุข ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้ระดมความคิดจัดทำแนวทางแผนการพัฒนาในหลากหลายด้าน อาทิ ด้าน Wellness food การพัฒนาเชียงรายสู่เมืองแห่งเกษตรปลอดภัยเพื่อสุขภาพ ด้าน Health Care การพัฒนาบริการ การแพทย์แผนปัจจุบันแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก รวมถึงการบูรณาการ เพื่อยกระดับคุณภาพด้านการรักษาโรค การส่งเสริมให้เชียงรายเป็นศูนย์กลางด้านวิชาการ การวิจัย นวัตกรรม และด้าน Wellness Tourism การพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ รวมถึงการส่งเสริมการตลาด การประชาสัมพันธ์อีกด้วย
 
.
ทั้งนี้นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายจะเป็นเมืองแห่งสุขภาพไม่ได้ หากทุกภาคส่วนไม่ร่วมมือกัน ทั้งนี้ได้ให้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นศูนย์กลาง ในการขยายผลออกไปยังวงกว้างทั้งผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป ตลอดจนการส่งเสริมพัฒนางานวิชาการ การวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งการพัฒนาองค์ความรู้จากภูมิปัญญาเพื่อสนับสนุนการบริการและอุตสาหกรรมและบริการด้านดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาพ และการส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์และการบริการสู่ศาสตร์การแพทย์แห่งอนาคต ต่อไป
 
 
ท้ายนี้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ขอเชิญชวนทุกภาคส่วน เข้าร่วม Kick – Off โครงการ “เชียงราย” เมืองแห่งสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City) ในวันที่ 30 ตุลาคม 2566 เวลา 08.30 – 12.00 น. ที่หอประชุมสมเด็จย่า อาคาร C4 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
 
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News