Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

เชียงรายฟ้าใส ไร้ควัน ปราบบุหรี่ไฟฟ้าใกล้สถานศึกษา

ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส (ไร้ควัน)” ปราบปรามร้านบุหรี่ไฟฟ้า ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงราย

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งเปิดปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส (ไร้ควัน)” โดยมีเป้าหมายหลักในการป้องกันเด็ก เยาวชน นักเรียน และนักศึกษาให้ห่างไกลจากอบายมุขที่เป็นอันตราย ซึ่งรวมถึงการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ ภายใต้นโยบายของกระทรวงมหาดไทย (มท.1) เพื่อสร้างสังคมปลอดบุหรี่และป้องกันการมอมเมาเยาวชน

การจัดการร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า

จากการสืบทราบข้อมูล เจ้าหน้าที่พบว่าร้านชื่อ Mavap Studio ได้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยร้านดังกล่าวใช้วิธีจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชัน LINE และส่งสินค้าผ่านไรเดอร์ไปยังจุดต่างๆ รวมถึงหอพักของนักศึกษาในย่านบ้านดู่ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนและอยู่ไม่ไกลจากสถาบันการศึกษา การดำเนินงานในลักษณะนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มเด็ก เยาวชน นักเรียน และนักศึกษา ทำให้เกิดผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการปราบปราม

การปราบปรามครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การอำนวยการของนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย และนายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเมืองเชียงราย รวมถึง พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.อ.อานันท์จักร์ กนกนพวัชร์ ผกก.สภ.บ้านดู่ ซึ่งได้ร่วมมือกันวางแผนการจับกุมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุมที่สุด

แผนการตรวจสอบและจับกุม

ในวันที่ 28 ตุลาคม เวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจได้เริ่มปฏิบัติการ โดยมีการวางแผนเข้าตรวจสอบและทำการล่อซื้อบุหรี่ไฟฟ้าจากร้าน Mavap Studio ทั้งยังมีกำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดหนึ่งซุ่มตรวจสอบพฤติกรรมของร้านและหอพักที่ใช้เป็นจุดเก็บสินค้าดังกล่าว เมื่อเฝ้าดูพฤติกรรมประมาณ 30 นาที พบว่ามีการส่งสินค้าโดยไรเดอร์และมีลูกค้ามารับของหน้าห้องพักอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้เพียงพอสำหรับการจับกุม

การตรวจค้นและการยึดของกลาง

เมื่อการล่อซื้อเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อเข้าจับกุม ณ จุดรับสินค้าบริเวณหน้าหอพักในตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นอาคารสองชั้น จากการตรวจสอบพบผู้ดูแลร้านจำนวน 2 คน เป็นหญิงและชาย และมีของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ รวมจำนวนกว่า 2,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าหลายแสนบาท นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการซื้อขายในบัญชีที่ระบุว่าร้านมีรายได้ต่อวันไม่ต่ำกว่า 35,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ดูแลทั้งสองไปดำเนินคดีในข้อหาต่าง ๆ ตามกฎหมาย

ข้อหาที่ผู้ต้องหาต้องเผชิญ

  1. การซ่อนเร้นและจำหน่ายสินค้าที่มีความผิดตามกฎหมาย
    ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหาว่าทำการซ่อนเร้นและจำหน่ายสินค้าที่ห้ามนำเข้า ซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของที่มีการรวมค่าอากรแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ

  2. การขายสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าโดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
    นอกจากนี้ผู้ต้องหายังถูกกล่าวหาว่าจำหน่ายสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าโดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 ซึ่งระบุห้ามจำหน่ายหรือให้บริการสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า โดยต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การรณรงค์สร้างสังคมปลอดควันบุหรี่ในเชียงราย

หลังจากการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เผยแพร่ข้อมูลถึงสาธารณชนเกี่ยวกับความเสี่ยงและโทษของบุหรี่ไฟฟ้า และย้ำถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยมีการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบทั้งร้านค้าที่มีหน้าร้านและร้านค้าที่จำหน่ายทางออนไลน์ในพื้นที่เชียงราย เพื่อให้แน่ใจว่าการปราบปรามอบายมุขในกลุ่มเยาวชนจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพในการลดการเข้าถึงของเยาวชนที่อาจตกเป็นเหยื่อ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

มหากฐิน มหากุศล เชียงราย 2567 พลังศรัทธาไทย วัดแสงแก้วโพธิญาณ

พิธีทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2567 “มหากฐิน มหากุศล” ณ วัดแสงแก้วโพธิญาณ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 เวลา 15.30 น. วัดแสงแก้วโพธิญาณ ตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้จัดพิธีทอดกฐินสามัคคีประจำปี พ.ศ. 2567 ภายใต้ชื่อ “มหากฐิน มหากุศล” โดยมีพระมหาสุบรรณ มหาคัมภีโร เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงและเจ้าคณะอำเภอแม่สรวย เป็นประธานในพิธีทอดกฐิน ส่วนพระภาวนารัตนญาณวิ (ครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ เป็นผู้รับการถวายกฐิน โดยมีพุทธศาสนิกชน ศิษยานุศิษย์ และคณะศรัทธาที่นับถือวัดแสงแก้วโพธิญาณเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความศรัทธาอันลึกซึ้งในพระพุทธศาสนาและในประเพณีทอดกฐินสามัคคี

ความสำคัญของพิธีทอดกฐิน

การทอดกฐิน หรือการกรานกฐินเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางพระวินัยที่พระภิกษุสงฆ์พึงกระทำร่วมกันภายในระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละปี ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 การทอดกฐินมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญในการส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ รวมถึงการช่วยเหลือพระภิกษุที่มีจีวรชำรุดหรือขาดแคลนด้วย โดยการถวายผ้ากฐินนี้จะถูกจัดเป็นสังฆทาน กล่าวคือ การถวายแก่คณะสงฆ์ทั้งหมดโดยไม่เจาะจงแก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อผ้ากฐินได้รับการถวาย พระภิกษุในวัดนั้น ๆ จะนำผ้ามาอุปโลกน์หรือการมอบให้แก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่งในคณะสงฆ์เพื่อใช้งาน ซึ่งการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนจึงถือว่าเป็นการทำบุญที่มีอานิสงส์สูง และเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทยในพุทธศาสนาอย่างยิ่ง

วัตถุประสงค์ของพิธีทอดกฐินสามัคคี

การทอดกฐินนอกจากจะเป็นการบำเพ็ญบุญส่วนตัวและร่วมบุญกับหมู่คณะแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการประสานงานและการรวมพลังในชุมชน โดยผู้มาร่วมพิธีจะได้ร่วมกันบำเพ็ญบุญสร้างกุศลที่ช่วยสนับสนุนคณะสงฆ์ให้สามารถดำเนินกิจวัตรและปฏิบัติธรรมได้อย่างราบรื่น ในปีนี้การทอดกฐินสามัคคีจัดขึ้นภายใต้ชื่อ “มหากฐิน มหากุศล” ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำคัญของบุญกุศลอันใหญ่ยิ่งที่ผู้ร่วมงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการถวาย

บรรยากาศของพิธีและความศรัทธาของชุมชน

ภายในงานมีประชาชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาร่วมพิธีอย่างหนาแน่น ทั้งชาวบ้านในอำเภอแม่สรวยและจังหวัดใกล้เคียงที่มีความศรัทธาในครูบาอริยชาติ อริยจิตฺโต เจ้าอาวาสวัดแสงแก้วโพธิญาณ ทำให้บรรยากาศของพิธีเป็นไปด้วยความสงบและศรัทธา โดยทุกคนที่มาร่วมงานต่างตั้งใจฟังการสวดมนต์และการเทศน์จากครูบาอริยชาติ ซึ่งท่านได้กล่าวถึงความสำคัญของการบำเพ็ญกุศลและการรักษาความสามัคคีในหมู่คณะ นอกจากนี้ท่านยังให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างสมถะและการบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

การสนับสนุนจากหน่วยงานวัฒนธรรม

พิธีทอดกฐินสามัคคีครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย โดยนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้นางวนิดาพร ธิวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และนายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ เข้าร่วมพิธีถวายผ้ากฐินสามัคคีวัดแสงแก้วโพธิญาณในครั้งนี้อีกด้วย เพื่อเป็นการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนาที่สำคัญของชุมชน การสนับสนุนของหน่วยงานเหล่านี้ช่วยเพิ่มคุณค่าทางวัฒนธรรมและศาสนาในชุมชน ทำให้ประเพณีการทอดกฐินยังคงดำรงอยู่และเติบโตไปอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

การอนุเคราะห์ภิกษุและการสนับสนุนคณะสงฆ์

การทอดกฐินยังมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือพระภิกษุที่ขาดแคลนหรือมีจีวรที่ชำรุด การถวายผ้ากฐินในแต่ละปีจะช่วยให้พระสงฆ์ที่ได้รับการอุปโลกน์สามารถนำจีวรไปใช้ในการประกอบกิจของสงฆ์ได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ การสนับสนุนนี้ยังช่วยให้วัดสามารถบำรุงและซ่อมแซมอาคารสถานที่ของวัดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในกิจการทางศาสนา ทำให้วัดแสงแก้วโพธิญาณและวัดอื่น ๆ ในชุมชนสามารถดำเนินการสอนธรรมะและปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างต่อเนื่อง

บทสรุป: บุญใหญ่ของชาวพุทธในวันทอดกฐินสามัคคี

พิธีทอดกฐินสามัคคี ณ วัดแสงแก้วโพธิญาณประจำปี 2567 นี้ เป็นอีกครั้งที่ชาวพุทธได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญร่วมกันเพื่อสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ การทำบุญทอดกฐินไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนคณะสงฆ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสามัคคีและความผูกพันในชุมชน รวมถึงการร่วมแรงร่วมใจกันทำบุญให้แก่คณะสงฆ์ ซึ่งเป็นการสืบสานประเพณีที่สืบทอดมาหลายยุคหลายสมัย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่มีความตระหนักถึงคุณค่าของการทำบุญและการรักษาประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวพุทธไทย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เปิดตัวนางสาวไทยเชียงราย 2568 ดึงเสน่ห์เมืองเหนือ

การเปิดตัวการประกวดนางสาวไทยเชียงราย 2568 และภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยว “Endpresso ปณิธานหวานน้อย”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ ร้าน Stella Café and Bar ตลาดล้านเมือง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวการประกวดนางสาวไทย เชียงราย ๒๕๖๘ โดยมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้มีเกียรติจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่ร่วมสนับสนุนงานนี้อย่างครบถ้วน เพื่อสร้างสรรค์โอกาสให้สาวงามจากจังหวัดเชียงรายได้เป็นตัวแทนเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ

การประกวดนางสาวไทย เชียงราย 2568 เพื่อส่งเสริมบทบาทสาวงามทูตวัฒนธรรม

การประกวดนางสาวไทย เชียงราย 2568 ครั้งนี้จัดขึ้นโดยบริษัท โปร อินฟินิตี้ บิช จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวดนางสาวไทยในจังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาสาวงามที่ไม่เพียงแต่มีความงดงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีความรู้และความสามารถในการเป็นทูตวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย ผู้เข้าประกวดจะได้รับบทบาทสำคัญในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ อาหารพื้นบ้าน ประเพณี และวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศได้เข้ามาเยี่ยมชมและสัมผัสเสน่ห์ของเชียงราย

การประกวดนี้มีกำหนดการจัดขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 และคาดว่าจะมีสาวงามจากทั่วเชียงรายสมัครเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยผู้ชนะจะได้เป็นตัวแทนของเชียงรายในการประกวดนางสาวไทย และทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

การกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล

การจัดการประกวดครั้งนี้นอกจากจะมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเชื่อมโยงกับการสร้างโอกาสให้ธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ในพื้นที่เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นจะช่วยดึงดูดผู้คนให้มาเยือนเชียงรายและสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดจึงไม่เพียงแค่เพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

การเปิดตัวภาพยนตร์ “Endpresso ปณิธานหวานน้อย” เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวเชียงราย

ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ยังมีการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “Endpresso ปณิธานหวานน้อย” ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนวรักที่ถ่ายทำในจังหวัดเชียงราย โดยมุ่งหวังให้เป็นสื่อหนึ่งในการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวของเชียงราย ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอฉากหลังที่งดงามของสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงราย ซึ่งจะช่วยสร้างความสนใจแก่ผู้ชมภาพยนตร์ให้มาเยือนจังหวัด อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมและบรรยากาศที่อบอุ่นของชุมชนชาวเชียงรายอีกด้วย

การเปิดตัวภาพยนตร์ในครั้งนี้มีผู้มีเกียรติหลากหลายจากวงการท่องเที่ยว อาทิ นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย และ นางสาวกัญธนัช กิตติถิรธรรม ผู้บริหารบริษัท บิววี่ ดี-ว่า จำกัด ผู้จัดงาน ได้เน้นถึงความสำคัญของภาพยนตร์นี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนตลอดปี

การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

งานแถลงข่าวได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ทั้งนี้นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้ส่งตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมงานด้วย โดยมีนางสาวณพิชญา นันตาดี และนายจิรัฏฐ์ ยุทธ์ธนประวิช นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ที่เข้าร่วมงานและสนับสนุนการจัดกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่น

บทสรุป: การรวมพลังเพื่อสร้างเชียงรายให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

การประกวดนางสาวไทย เชียงราย 2568 และภาพยนตร์ “Endpresso ปณิธานหวานน้อย” เป็นสื่อสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมเชียงรายในด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการดำเนินงานทั้งสองเพื่อผลักดันให้เชียงรายกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ส่งมอบพื้นที่ ‘เชียงราย’ ฟื้นฟู หลังน้ำลด ร่วมใจช่วยประชาชน

การส่งมอบพื้นที่ฟื้นฟูเชียงรายหลังอุทกภัย: ความช่วยเหลือจากกองทัพไทยเพื่อการฟื้นฟูสู่ระยะที่สอง

การฟื้นฟูเชียงรายหลังเหตุการณ์อุทกภัยใหญ่

ในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมานายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นประธานในพิธีส่งมอบพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูจากเหตุการณ์อุทกภัยให้กับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อดำเนินการฟื้นฟูระยะที่สองต่อไปที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ความสำคัญของการฟื้นฟูระยะที่สอง

การฟื้นฟูในระยะที่สองนี้จะเน้นที่การซ่อมแซมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความแข็งแรง เพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคตหากเกิดภัยพิบัติอีกครั้ง รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่หลังเหตุการณ์น้ำลด เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและความมั่นคงในพื้นที่เชียงราย

ภารกิจและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน

การฟื้นฟูครั้งนี้ได้มีการสนับสนุนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งโรงครัวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย การกู้บ้านเรือนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการทำความสะอาดเส้นทางคมนาคมให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอย่างรวดเร็ว

กองทัพไทย: ผู้สนับสนุนการฟื้นฟูที่แข็งแกร่ง

บทบาทของกองทัพไทยในภารกิจนี้โดดเด่นอย่างยิ่ง ด้วยการสนับสนุนกำลังพล อุปกรณ์และความช่วยเหลืออย่างครบถ้วน การตักดินโคลนออกจากบ้านเรือน การทำความสะอาดถนน ตลอดจนการสร้างบ้านน็อคดาวน์เพื่อรองรับผู้ประสบภัยที่บ้านเสียหายอย่างหนัก

การฟื้นฟูและการส่งมอบที่เสร็จสมบูรณ์ 100%

ในพิธีส่งมอบพื้นที่ นายภูมิธรรม ได้มอบป้ายสัญลักษณ์ให้แก่นายกเทศมนตรีตำบลแม่สายและตำบลเวียงพางคำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูที่สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย โดยในครั้งนี้มีการช่วยฟื้นฟูบ้านเรือนจำนวน 819 หลังจากที่ได้รับผลกระทบ และครัวเรือนผู้ประสบภัยยังได้รับการสนับสนุนวัสดุและอุปกรณ์ต่างๆ เช่น จักรเย็บผ้า เก้าอี้ตัดผม เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ

การฟื้นฟูระยะที่สอง: การพัฒนาเชิงโครงสร้างและส่งเสริมการท่องเที่ยว

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจฟื้นฟูในระยะแรก การฟื้นฟูระยะที่สองจะเน้นด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เชียงราย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และสร้างงานให้กับประชาชนในระยะยาว

บทสรุป: ก้าวไปข้างหน้าเพื่ออนาคตที่มั่นคง

การช่วยเหลือและความเอื้อเฟื้อจากกองทัพไทยและทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูครั้งนี้ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีที่ช่วยให้ชาวแม่สายได้กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง พร้อมกันนี้รัฐบาลยังได้ยืนยันว่าภาครัฐจะไม่ทอดทิ้งผู้ประสบภัย โดยจะทำงานต่อไปเพื่อให้ชาวเชียงรายได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

โออาร์ ร่วม CIB ช่วยแม่สาย ฟื้นฟูภัยน้ำท่วม

โออาร์และ CIB ส่งมอบกำลังใจ ช่วยผู้ประสบอุทกภัยแม่สายในโครงการ “จากใจ สู่ใจ ฟื้นฟูภัยน้ำท่วม”

โออาร์ร่วมมือ CIB ช่วยผู้ประสบอุทกภัย ฟื้นฟูชีวิตหลังน้ำลด

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จัดโครงการจิตอาสา “จากใจ สู่ใจ ฟื้นฟูภัยน้ำท่วม” เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีการมอบเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เช่น หม้อหุงข้าวและพัดลม รวมทั้งหมด 80 ชิ้น โดยนายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโออาร์ เป็นผู้มอบให้แก่ พลตำรวจโท จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในพิธีมอบ ณ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรุงเทพฯ

โออาร์ร่วมสนับสนุนเครื่องดื่มคาเฟ่ อเมซอน มอบให้ผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ โออาร์ยังได้มอบเครื่องดื่มจากคาเฟ่ อเมซอน จำนวน 1,000 แก้ว เพื่อส่งเสริมกำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยเครื่องดื่มนี้ถูกส่งไปยังโรงเรียนบ้านเหมืองแดง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นสถานที่ศูนย์รวมผู้ประสบภัยภายในโครงการ โออาร์แสดงความมุ่งมั่นในการฟื้นฟูชีวิตและสนับสนุนชุมชนผ่านการมอบสิ่งของที่จำเป็น โดยการสนับสนุนครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดการช่วยเหลือที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

การช่วยเหลือเพิ่มเติมใน 7 จังหวัดภาคเหนือ

โออาร์ยังได้ร่วมกับผู้แทนจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ปตท. ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ มอบก๊าซหุงต้มจำนวน 3,223 กิโลกรัม ถุงยังชีพ 3,250 ชุด น้ำดื่ม 9,500 ขวด และถุงบิ๊กแบ๊กจำนวน 1,000 ถุง เพื่อใช้เป็นแนวป้องกันน้ำในจังหวัดภาคเหนือ รวมถึงจังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง พะเยา เชียงราย น่าน แพร่ และสุโขทัย เพื่อสร้างความมั่นคงแก่ชุมชนและช่วยลดผลกระทบจากอุทกภัย

มุ่งมั่นสานต่อความช่วยเหลือและเฝ้าระวังสถานการณ์ใกล้ชิด

โออาร์ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือที่จำเป็นและเป็นกำลังใจให้ชุมชนในพื้นที่อำเภอแม่สายให้สามารถฟื้นฟูชีวิตและก้าวผ่านอุปสรรคไปด้วยกัน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ENVIRONMENT

‘ดร.ธรณ์’ เตือนโลกร้อนแรง แม้ไม่มี ‘เอลนีโญ’

“ดร.ธรณ์ชี้โลกร้อนแรงขึ้นแม้ไม่มีเอลนีโญ ผลกระทบชัดเจนทั้งบนบกและทะเล”

ดร.ธรณ์เผยข้อมูลโลกร้อนขึ้นแม้ไม่มีเอลนีโญ

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” ระบุถึงสถานการณ์โลกร้อนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ในช่วงนี้ไม่มีปรากฏการณ์เอลนีโญเข้ามาเสริมให้ร้อนยิ่งขึ้น แต่ผลการวิจัยจาก NOAA ชี้ให้เห็นว่า เดือนกันยายนที่ผ่านมามีพื้นที่บนโลกถึง 11% ที่สร้างสถิติอุณหภูมิสูงสุด โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งพบว่าความหนาวมาช้ากว่าปกติ

สีแดงบนแผนที่สะท้อนสภาพอากาศรุนแรง

ดร.ธรณ์ยกตัวอย่างถึงสีบนแผนที่อุณหภูมิว่า พื้นที่สีแดงบ่งบอกถึงอุณหภูมิที่ร้อนจัดจนสร้างสถิติใหม่ ส่วนพื้นที่ในประเทศไทยนั้นก็ประสบกับสภาพอากาศร้อนมากในเดือนตุลาคมที่เคยเป็นช่วงฤดูหนาวของไทย ดร.ธรณ์แสดงความกังวลว่า โลกกำลังมุ่งสู่อนาคตที่ฤดูหนาวจะมาสั้นและเป็นแค่ช่วงสั้น ๆ โดยอุณหภูมิหนาวจะไม่ต่อเนื่องเหมือนในอดีต เช่น ในกรุงเทพฯ ที่เคยมีอากาศเย็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่วัน

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและแนวปะการัง

นอกจากบนบก ทะเลก็ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นผิดปกติ ทำให้เกิดภาวะปะการังฟอกขาว หญ้าทะเลและสัตว์น้ำอย่างพะยูนก็ไม่สามารถฟื้นตัวได้ในสภาพอากาศที่ร้อนติดต่อกันยาวนาน

COP29 กับความหวังที่ลดน้อยลง

ดร.ธรณ์ยังกล่าวถึงการประชุม COP29 ที่กำลังจะมาถึงว่า แม้จะมีข้อตกลงมากมายเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมยังต้องใช้เวลายาวนาน และข้อตกลงเหล่านี้ทำเพื่ออนาคตของคนรุ่นใหม่ ขณะที่โลกยังคงประสบปัญหาความร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Thon Thamrongnawasawat

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มหาบุญจุลกฐินไทลื้อ ครั้งที่ 20 อ.เชียงของ จ.เชียงราย คึกคัก

มหาบุญจุลกฐินถิ่นไทลื้อเชียงราย ครั้งที่ 20 สืบสานวัฒนธรรมและเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เปิดงานมหาบุญจุลกฐินถิ่นไทลื้อ เชื่อมโยงวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ณ วัดท่าข้ามศรีดอนชัย ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดงานประเพณีมหาบุญจุลกฐินถิ่นไทลื้อ ครั้งที่ 20 เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวไทลื้อ งานนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างวัดท่าข้ามศรีดอนชัย ชุมชนไทลื้อ เทศบาลตำบลศรีดอนชัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้รับเกียรติจากนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ

นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่เข้าร่วมงาน โดยงานนี้ไม่เพียงสืบสานประเพณี แต่ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านวัฒนธรรมไทลื้อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “การขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยพลัง Soft Power” ที่มุ่งเน้นให้เชียงของเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ประเพณีไทลื้อที่สืบสานและอนุรักษ์มาอย่างยาวนาน

งานประเพณีจุลกฐิน หรือกฐินทันใจ เป็นพิธีที่เน้นความร่วมมือของชาวบ้านและความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ชาวไทลื้อมีความเชื่อมั่นในวัฒนธรรมท้องถิ่นและรักษาลายผ้าทออันเป็นเอกลักษณ์ งานประเพณีนี้ถือเป็นโอกาสในการแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางศิลปะของชาวไทลื้อ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชุมชนศรีดอนชัย

พิธีเปิดงานมีการฟ้อนดาบเพื่อเปิดพิธีอย่างสง่างามโดยนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นอกจากนี้ยังมีการแสดงทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของชาวไทลื้อ เช่น การฟ้อนซอของโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลศรีดอนชัย การแสดงฟ้อนไทลื้อจากหมู่บ้านต่าง ๆ การฟ้อนปิติสะหลีศรีดอนชัย และวงดนตรีสะล้อซอซึงจากโรงเรียนเชียงของวิทยาคม ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมงานได้เป็นอย่างดี

พิธีสมโภชมหาบุญจุลกฐินและการส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ภายในงานมีพิธีสมโภชมหาบุญจุลกฐิน และการตักบาตรพระอุปคุตตามตำนานที่เป็นเอกลักษณ์ โดยจัดพิธีสมโภชและตักบาตรพระสามเณร 9 รูป เป็นการเสริมสร้างสิริมงคลให้กับผู้ร่วมงาน นอกจากนี้ยังมีการแสดงวัฒนธรรมจากเครือข่ายสมาคมไทลื้อและชุมชนต่าง ๆ ในอำเภอเชียงของที่สร้างสีสันและแสดงถึงความงดงามของประเพณีท้องถิ่น

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเชื่อมั่นในวัฒนธรรมอันยาวนานของชาวไทลื้อ แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม

เชียงรายพร้อมเที่ยว ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจหลังอุทกภัย

เชียงรายเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังอุทกภัยใหญ่

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดเมือง “เชียงราย พร้อมเที่ยว” ณ สวนตุงและโคม เทศบาลนครเชียงราย กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในจังหวัดหลังจากที่เชียงรายเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันฟื้นฟูจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมที่ผ่านมา โดยการฟื้นฟูครั้งนี้ทำให้เชียงรายกลับมาพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

กิจกรรมหลากหลาย ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยวเชียงราย

เพื่อสร้างความคึกคักและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ งาน “เชียงราย พร้อมเที่ยว” ได้เตรียมกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลายตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดให้กลับมาเป็นจุดหมายที่น่าสนใจในสายตานักท่องเที่ยว โดยกิจกรรมที่จัดขึ้น ได้แก่ เทศกาลวันลอยกระทง ลอยสะเปา ล่องนที สะหลียี่เป็ง งานเทศกาล Lanna Winter Wonderland งานเชียงรายดอกไม้งามปีที่ 21 เทศกาลดนตรีในสวน Music in the Park และเทศกาลอาหารเชียงรายที่มีทั้งอาหารชาติพันธุ์ อาหารฮาลาล และอาหารพื้นเมือง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังมีงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ Countdown 2025 ที่จัดขึ้นเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ และในเดือนเมษายน 2568 จะมีงานประเพณีสงกรานต์ให้ผู้มาเยือนร่วมสนุกในประเพณีปีใหม่ของไทย

ส่งเสริมเชียงรายสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับสากล

การจัดงานนี้สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาจังหวัดที่มุ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่ โดยรองผู้ว่าฯ นายโชตินรินทร์กล่าวว่า เชียงรายมีศักยภาพที่จะพัฒนาสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับสากล ด้วยการท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตชุมชนและกีฬานานาชาติ

เชียงรายยังพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งยังเป็นเมืองที่สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่

งาน “เชียงราย พร้อมเที่ยว” ถือเป็นสัญญาณการเปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างอบอุ่นหลังผ่านพ้นภัยพิบัติที่สร้างความเสียหาย การจัดกิจกรรมต่าง ๆ นี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังเสริมสร้างความมั่นใจในศักยภาพและความพร้อมของเชียงรายในการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สมบูรณ์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ชาวบ้านซาบซึ้งใจ ‘หน่วยทหาร’ ช่วยฟื้นฟูแม่สายหลังน้ำท่วม

แม่สายไม่ทิ้งกัน: ทหารไทยฟื้นฟูพื้นที่หลังอุทกภัย ชาวบ้านขอบคุณจากใจ

ทหารไทยรวมพลังฟื้นฟูแม่สายหลังน้ำท่วมครั้งใหญ่

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้แสดงความขอบคุณหน่วยทหารที่เข้าช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่ หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยหน่วยงาน ศอ.จอส.พระราชทาน ภาค 3 ร่วมกับบก.ควบคุมบริหารสถานการณ์ จ.เชียงราย นำโดย พล.ต. บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผอ.ศอ.จอส.พระราชทาน และผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.37 ได้ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อฟื้นฟูสภาพบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคมที่ได้รับผลกระทบ

การฟื้นฟูพื้นที่และจัดส่งสิ่งของบริจาคแก่ผู้ประสบภัย

มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) ได้ส่งกำลังพลสนับสนุนการฟื้นฟูบ้านเรือนและพื้นที่ในชุมชน โดยร่วมกับเพจอีจันในการจัดส่งสิ่งของจำเป็น อาทิ ที่นอน เตียงนอน ตู้เสื้อผ้า และเตาแก๊ส เพื่อให้แก่ผู้ประสบภัยในบ้านเหมืองแดงที่ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือไว้ล่วงหน้า

นอกจากนี้ หน่วยทหารจาก มทบ.34 ยังได้เข้าฟื้นฟูห้องแถวที่ได้รับความเสียหายในซอยอีก้ออย่างต่อเนื่อง ขณะที่กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 กองพันที่ 20 (ป.21 พัน.20) ได้ส่งทหารช่วยทำความสะอาดเศษดินโคลนและขยะบนถนนซอยเกาะสวรรค์ ซอย 3 และซอย 12 เพื่อฟื้นฟูสภาพถนนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ความคืบหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่ชุมชน

สำหรับการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยในชุมชนไม้ลุงขน ร.17 พัน.3 ได้ดำเนินการขุดลอกดินโคลนออกจากบ้าน ขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ และเคลียร์พื้นที่ถนนที่ได้รับผลกระทบ จนสามารถฟื้นฟูได้ครบทุกจุดแล้ว ขณะที่ ร.17 พัน.4 ทำการฟื้นฟูห้องเช่าที่เสียหายทั้ง 4 ห้องในซอยอีก้อเสร็จสมบูรณ์ มว.บรรเทาสาธารณภัย ร.14 พัน.3 ได้เข้าทำความสะอาดดินโคลนที่ขอบถนนในจุดที่เครื่องจักรเข้าถึงได้ยาก พร้อมเก็บขยะทั้งหมดบริเวณถนนไม้ลุงขน

ทหารทำงานไม่หยุดหย่อน รักษาความเชื่อมั่นของประชาชน

พล.ต. บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผบ.ศบภ.มทบ.37 กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต “พวกเราคือกำลังสำคัญของกองทัพบก ทำงานอย่างเต็มกำลังมาตั้งแต่วันแรก เราได้รับความชื่นชมและความขอบคุณจากชาวอำเภอแม่สายและทั่วประเทศ ซึ่งการช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่ฟื้นฟูบ้านเรือน แต่ยังฟื้นฟูใจประชาชนที่สูญเสียจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ด้วย พวกเราคือฮีโร่ของประชาชน”

การเข้าช่วยเหลือของทหารในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ฟื้นฟูความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมแรงร่วมใจและการทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลังเพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่ชุมชน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

ไทยเตรียมเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 300 บาท

ไทยเตรียมจัดเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ

“ค่าเหยียบแผ่นดิน” ต้อนรับนักท่องเที่ยว เติมเต็มกองทุนดูแลการท่องเที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยแผนเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาการจัดเก็บ “ภาษีท่องเที่ยว” หรือที่รู้จักในชื่อ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” โดยมีเป้าหมายที่จะเรียกเก็บจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย ในอัตรา 150-300 บาทต่อคน เพื่อนำเงินเข้ากองทุนสนับสนุนการดูแลนักท่องเที่ยวและส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

รายละเอียดการจัดเก็บและการบริหารกองทุนเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

แผนดังกล่าวได้กำหนดไว้ว่าภาษีท่องเที่ยวนี้จะถูกจัดเก็บตามวิธีการเดินทาง โดยเก็บจากการเดินทางทางอากาศที่ 300 บาทต่อคน และการเดินทางทางบกหรือทางน้ำที่ 150 บาทต่อคน ทั้งนี้ยังมีการจัดเตรียมระบบประกันที่ครอบคลุมสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเยือนไทย ด้วยวงเงินคุ้มครองการเสียชีวิต 1 ล้านบาท และวงเงินคุ้มครองการบาดเจ็บ 5 แสนบาท ซึ่งจะมีการเปิดประมูลบริษัทประกันเพื่อดูแลระบบการจัดเก็บประกันภัยนี้

เตรียมระบบจัดเก็บผ่านแอปพลิเคชันและธนาคารกรุงไทย

การเก็บค่าเหยียบแผ่นดินจะถูกเชื่อมโยงผ่านซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันซึ่งจะควบคุมดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวได้ประสานกับธนาคารกรุงไทยเพื่อรองรับระบบการชำระเงิน โดยคาดว่าภาษีท่องเที่ยวในปีแรกจะสร้างรายได้ราว 36,000 ล้านบาทจากการคาดการณ์นักท่องเที่ยวกว่า 36 ล้านคน

ลดปัญหาการเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อรักษาภาพลักษณ์ท่องเที่ยว

ภาษีท่องเที่ยวใหม่นี้จะมีการเปิดใช้ในสองระยะ เพื่อให้การจัดเก็บทำได้อย่างราบรื่นและโปร่งใส ระยะแรกจะเน้นการเก็บเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยทางอากาศ ซึ่งครอบคลุมกว่า 70% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด ส่วนระยะที่สองจะเพิ่มการเก็บจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านทางบกและทางน้ำ พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดเพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติ

เสริมสร้างความปลอดภัยและสิทธิประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยว

การใช้ระบบจัดเก็บค่าเหยียบแผ่นดินมีเป้าหมายหลักในการนำรายได้เข้าสู่กองทุนเพื่อดูแลและส่งเสริมความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทยให้แข็งแกร่งและตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในปัจจุบัน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News