Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มทบ.37 จัดพิธีปิดฝึกครูทหารใหม่ ย้ำความพร้อมปฏิบัติภารกิจ

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) ได้จัดพิธีปิดการฝึก และประดับเครื่องหมายให้แก่ครูทหารใหม่ ประจำผลัดที่ 2/2567 โดยมี พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 เป็นประธานในพิธีนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องสอนอบรม หน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

การฝึกทหารใหม่ครั้งนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมกำลังพลให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยในการฝึกทหารใหม่ผลัดที่ 2/2567 มีครูฝึกทหารใหม่จำนวนทั้งหมด 22 นาย ที่ได้รับการฝึกทักษะ ความรู้ ความชำนาญ และการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกให้เป็นไปตามนโยบายและคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อให้ครูฝึกมีมาตรฐานการฝึกที่สูง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทหารใหม่ที่เข้ามาฝึกในอนาคต

พลตรี บุญญฤทธิ์ กล่าวให้กำลังใจแก่กำลังพลในการฝึกทหารใหม่ และชื่นชมถึงความเสียสละ ความอดทน และความตั้งใจในการทำหน้าที่เป็นครูฝึกที่ต้องมีความรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ ทักษะการใช้อาวุธ ความมีระเบียบวินัย รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกให้ทหารใหม่เกิดความภาคภูมิใจในหน้าที่ของตนเอง พร้อมกับเน้นย้ำว่าครูฝึกทุกนายควรให้ความสำคัญกับการสร้างความสามัคคี ความเข้มแข็ง และการเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกด้าน เพื่อเสริมสร้างคุณภาพของทหารใหม่ที่จะเข้าร่วมกับหน่วยทหารให้เป็นกำลังพลที่มีประสิทธิภาพต่อไป

นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงมาตรการด้านความปลอดภัยระหว่างการฝึก ที่เน้นให้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยในการฝึกทหารใหม่ และมีการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการฝึก นอกจากนี้ครูฝึกยังได้รับคำแนะนำในการให้คำปรึกษาแก่ทหารใหม่ในด้านการปรับตัวและการเตรียมพร้อมในการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในภารกิจทางทหาร

ในพิธีปิดการฝึกและการประดับเครื่องหมายในครั้งนี้เป็นการเชิดชูเกียรติและเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความสำเร็จของการฝึกทหารใหม่ ที่ได้เตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ และความรู้ความสามารถ เพื่อให้เป็นครูฝึกที่มีคุณภาพสูงและสามารถเป็นที่พึ่งพิงและแบบอย่างที่ดีให้กับทหารใหม่ได้ โดยภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธี มีการแสดงความยินดีและให้กำลังใจกับครูฝึกทุกนายที่ได้ผ่านการฝึกอย่างเต็มที่และทุ่มเท

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายช่วยน้ำท่วม 500 ล้าน พร้อมมาตรการรัฐเสริมทัพอีก 7 พันล้าน

เชียงรายมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและหน่วยงานรัฐร่วมเสริมทัพเยียวยากว่า 7 พันล้านบาท

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทยและรักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากหน่วยงานราชการและเงินบริจาค รวมมูลค่ากว่า 504 ล้านบาท โดยเป็นการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กันยายน และ 8 ตุลาคม 2567 รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ประสบภัยกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ครอบคลุม 28,659 ครัวเรือน รวมมูลค่ากว่า 257 ล้านบาท

มาตรการช่วยเหลือจากหน่วยงานการเงินและธนาคาร

หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและธนาคารต่างๆ ได้มอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม โดยธนาคารกรุงไทยได้จัดสินเชื่อกู้ซ่อมบ้านและกู้ฟื้นฟูกิจการ มูลค่ารวมกว่า 33.4 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารออมสินได้จัดสินเชื่อฉุกเฉินและโครงการพักหนี้อัตโนมัติ รวมมูลค่า 5,343.95 ล้านบาท ครอบคลุมจำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือทั้งสิ้น 13,444 ราย

สำหรับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ขยายเวลาชำระหนี้แก่เกษตรกร รวมถึงจัดสินเชื่อฉุกเฉินและค่าลงทุนในการซ่อมแซมบ้านและทรัพย์สิน มูลค่า 4.39 ล้านบาท ส่วนธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ลดเงินงวด 50% และลดดอกเบี้ยเหลือ 2% เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับผู้ประสบภัย 182 ราย มูลค่า 342.16 ล้านบาท

ความร่วมมือเพิ่มเติมจากธนาคารอื่นๆ

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยได้จัดมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและขยายระยะเวลาออกไปในอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 6 เดือน มูลค่ารวม 11.39 ล้านบาท ขณะที่ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ได้ให้ลูกหนี้พักชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน สำหรับผู้ได้รับผลกระทบ 245 ราย รวมเป็นเงิน 510.2 ล้านบาท นอกจากนี้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้จัดโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ รวมวงเงินค้ำประกัน 172 ล้านบาท สำหรับ 266 ราย

มาตรการยกเว้นค่าเช่าจากกรมธนารักษ์

กรมธนารักษ์ยังได้ยกเว้นค่าเช่าที่ราชพัสดุแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายประเภท เช่น ที่อยู่อาศัย อาคาร และการใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม โดยมีการยกเว้นค่าเช่าให้ผู้ประสบภัยที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติเกิน 3 วัน รวมเป็นเงินช่วยเหลือจากกรมธนารักษ์หลายสิบล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ผู้ได้รับผลกระทบจำนวน 288 ราย

การดูแลสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย

คปภ. ได้จัดการดูแลสิทธิประโยชน์ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ โดยรวมถึงการจัดการความเสี่ยงและการให้สินไหมทดแทนแก่ประชาชนรวม 2,657 ราย มูลค่า 373.81 ล้านบาท รวมจำนวนผู้ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการรวมทั้งสิ้น 18,172 ราย ทั่วจังหวัดเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

วิกฤตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หดตัวต่อเนื่อง 14 เดือน

ข่าวยานยนต์ในไทยวิกฤต ผลผลิตหดตัว 14 เดือนต่อเนื่อง เศรษฐกิจซบเซา หนี้ครัวเรือนกดดันการตลาด

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยนายภาสกร ชัยรัตน์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกันยายน 2567 ที่ระดับ 92.44 หดตัวลง 3.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากปัญหาในภาคการผลิตยานยนต์ที่ยังคงลดลงเป็นเดือนที่ 14 ติดต่อกัน โดยมีการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเพียง 57.47%

นอกจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาแล้ว หนี้ครัวเรือนสูงยังส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ และยังคงพบว่าสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและอัตราการปฏิเสธสินเชื่ออยู่ในระดับสูง ต้นทุนพลังงานยังคงเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่ราคาถูกกว่า โดยเฉพาะสินค้าออนไลน์ที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยประสบปัญหาในการแข่งขัน

การส่งออกและอุตสาหกรรมหลัก

แม้ว่าการส่งออกในบางกลุ่มจะยังคงขยายตัวได้บ้าง แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงหดตัวถึง 23.48% ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก การลดลงของดัชนี MPI ส่งสัญญาณให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวอย่างเร่งด่วน

แนวทางการปรับตัวเพื่อความยั่งยืน

สศอ.ได้เสนอแนวทางให้ผู้ประกอบการปรับกระบวนการผลิต เช่น การใช้เทคโนโลยีพลังงานสะอาด เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิลและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ นอกจากนี้ยังแนะนำให้พัฒนาแรงงานเพื่อสร้างทักษะใหม่ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลแม่ยาวเร่งฟื้นฟูหลังฝนถล่ม มอบความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เทศบาลตำบลแม่ยาวลงพื้นที่ตรวจความเสียหายหลังฝนตกหนักและมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย

เมื่อวันพุธที่ 30 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00 น. นายอภิรักษ์ อินต๊ะวัง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ยาว พร้อมด้วยทีมบริหาร รองปลัดเทศบาล กองช่าง สมาชิกสภาเขต 1 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านทุ่งหลวง และผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านศิริราษฎร์ ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในพื้นที่ตำบลแม่ยาว

ตรวจความเสียหายจากฝนตกหนักในหลายจุด


การลงพื้นที่ครั้งนี้ ทีมงานได้เริ่มจากตรวจสอบที่จุดที่ 1 บริเวณถนนคันบ่อปลาซึ่งถูกน้ำฝนกัดเซาะจนทำให้ถนนบางช่วงขาด ทำให้การสัญจรในบริเวณดังกล่าวมีอุปสรรค ทีมงานจากเทศบาลได้เร่งสำรวจความเสียหายและวางแผนที่จะซ่อมแซมเพื่อให้ถนนกลับมาใช้งานได้ตามปกติในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบดินสไลด์ที่ถมทับเส้นทางสัญจรซึ่งทำให้รถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ โดยทีมงานได้กำหนดแผนแก้ไขเพื่อฟื้นฟูเส้นทางการสัญจรให้กลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

ตรวจงานก่อสร้างเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน


ในระหว่างการลงพื้นที่ ทีมงานเทศบาลยังได้ตรวจงานเทคอนกรีตเสริมเหล็กที่บ้านห้วยชมภู ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านห้วยขมนอก รวมถึงการตรวจงานเทถนนคอนกรีตเสริมเหล็กในหมู่ที่ 1 บริเวณบ้านห้วยขมใน โดยงานก่อสร้างดังกล่าวเป็นไปตามแผนงานของเทศบาลเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย อีกทั้งยังได้ตรวจงานถมดินบริเวณปางช้างกะเหรี่ยงรวมมิตร ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในพื้นที่ตำบลแม่ยาว โดยการถมดินในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงของถนนและช่วยป้องกันดินทรุดตัวเมื่อเกิดฝนตกหนัก

มอบเงินช่วยเหลือจากมูลนิธิไต้หวันแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม


ในโอกาสนี้ เทศบาลตำบลแม่ยาวยังได้ร่วมมอบเงินช่วยเหลือแก่พี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยเงินช่วยเหลือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิจากประเทศไต้หวัน สำหรับชาวบ้านในบ้านรวมมิตร หมู่ที่ 2 และบ้านแคววัวดำ หมู่ที่ 12 ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหนัก การมอบเงินช่วยเหลือนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเทศบาลตำบลแม่ยาวจะติดตามให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ประชุมร่วมเรือนจำและฝ่ายปกครองเพื่อมอบบ้านน็อคดาวน์


ในช่วงบ่าย เวลา 14.00 น. นายอภิรักษ์และคณะได้ร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่จากเรือนจำ พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองในพื้นที่ตำบลแม่ยาว ตำบลดอยฮาง ตำบลรอบเวียง และตำบลริมกก เพื่อหารือเกี่ยวกับการมอบบ้านน็อคดาวน์แก่ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ในพื้นที่ที่ประสบภัย โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนที่ขาดแคลนที่อยู่อาศัยได้รับบ้านที่มั่นคงและปลอดภัย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงรายเตรียมพร้อมงานลอยสะเปา ล่องนที สลียี่เป็ง ร่วมสืบสานประเพณีไทย

เทศบาลนครเชียงรายเตรียมพร้อมลอยสะเปาล่องนที สืบสานวัฒนธรรมยี่เป็ง

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา เทศบาลนครเชียงรายได้จัดการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับงานประเพณีลอยกระทง “ลอยสะเปา ล่องนที สลียี่เป็ง” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2567 ณ สวนสาธารณะริมน้ำกก หลังวัดฝั่งหมิ่น โดยมุ่งเน้นการสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นเชียงราย ให้กับคนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสเรียนรู้และร่วมอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามของภาคเหนือ

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย มอบหมายให้นายธเนศ โกมลธง รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วย พ.จ.อ. อัษฎางค์ วิเศษวงศ์ษา ปลัดเทศบาลนครเชียงราย น.ส.วรรณพัชร จินดาขัติ เลขานุการนายกเทศมนตรี นางอำไพ จันทร์เงิน ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ข้าราชการและเจ้าหน้าที่เทศบาล ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมกับพี่น้องชุมชนฝั่งหมิ่น เพื่อให้การจัดงานครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีคุณภาพ สร้างความทรงจำที่ดีให้กับผู้ร่วมงาน

กิจกรรมไฮไลท์ในงานลอยสะเปา ล่องนที สลียี่เป็ง งานประเพณีครั้งนี้จะมีการจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่สะท้อนถึงความงดงามของวัฒนธรรมท้องถิ่นเชียงราย เช่น

  • การประกวดกระทงใหญ่ ที่จะนำเสนองานฝีมือและการสร้างสรรค์ผลงานจากชุมชนต่าง ๆ
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรม โดยมีการแสดงดนตรีพื้นบ้าน การรำยี่เป็งและการแสดงชุดพิเศษที่สื่อถึงความอ่อนช้อยของวัฒนธรรมไทยล้านนา
  • การประกวดคลิปสั้นบนแพลตฟอร์ม TikTok ภายใต้แนวคิด “ฮีลใจ ฮีลความสุข” โดยผู้เข้าร่วมสามารถสร้างสรรค์คลิปที่เกี่ยวข้องกับงานลอยกระทงในลักษณะการส่งเสริมประเพณีและความสนุกสนานในรูปแบบที่คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงได้

การดูแลความปลอดภัยและสุขอนามัยในงาน เทศบาลนครเชียงรายให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้เข้าร่วมงานเป็นหลัก โดยมีการวางมาตรการควบคุมเพื่อให้ผู้ร่วมงานสามารถสนุกสนานได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ ซึ่งจะมีการตรวจสอบและควบคุมความปลอดภัยในการจัดงานบริเวณริมน้ำกก รวมถึงการควบคุมด้านการกำจัดขยะหลังการจัดงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การจัดงานลอยกระทงในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสืบสานวัฒนธรรมของชาวเชียงรายแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้กับจังหวัดเชียงราย ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกจังหวัดได้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและต้องการสัมผัสบรรยากาศดั้งเดิมของประเพณีลอยกระทงแบบเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายประชุมใหญ่ฟื้นฟูเศรษฐกิจ เตรียมแผนรับมือน้ำท่วม-พัฒนาชุมชน

เชียงรายขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูระยะที่ 2 เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและเศรษฐกิจท้องถิ่น

เชียงราย – เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 จังหวัดเชียงรายได้จัดการประชุมคณะกรมการจังหวัดฯ ครั้งที่ 10/2567 ณ ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและแผนปฏิบัติการสำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย ระยะที่ 2 โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุม

สรุปผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ

ในการประชุมครั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้ร่วมกันรับชมสรุปรายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในรอบเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา เช่น สำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายที่สรุปผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2567 และแนวทางการดำเนินงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ส่วนสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้รายงานภาวะการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนในเดือนตุลาคมเช่นกัน

ความร่วมมือด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงรายได้เตรียมจัดหน่วยแพทย์และพยาบาลในโครงการ “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 โดยมีจุดปล่อยตัวนักวิ่ง ณ สวนตุงและโคมนครเชียงราย

นอกจากนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชียงราย ยังเตรียมจัดกิจกรรม “เหนือพร้อมเที่ยว เชียงรายพร้อมแอ่ว” เพื่อเปิดโครงการ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ที่อุทยานไร่แม่ฟ้าหลวง

แผนฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในระยะที่ 2: 3 ยุทธศาสตร์ 7 กลยุทธ์

จังหวัดเชียงรายได้ขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบอุทกภัยในระยะที่ 2 โดยแบ่งเป็น 3 ยุทธศาสตร์ 7 กลยุทธ์ ดังนี้:

  1. ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน

    • กลยุทธ์ที่ 1: การจัดระเบียบสังคม ปราบปรามอบายมุข และผู้มีอิทธิพล
    • กลยุทธ์ที่ 2: การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
  2. ยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยว

    • กลยุทธ์ที่ 1: การสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้ประชาชน
    • กลยุทธ์ที่ 2: ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก
    • กลยุทธ์ที่ 3: จัดหาน้ำอุปโภคและบริโภคให้ทั่วถึง
  3. ยุทธศาสตร์ติดตามและเยียวยาความเสียหายจากอุทกภัย

    • กลยุทธ์ที่ 1: เร่งรัดการชดเชยและฟื้นฟูผู้ประสบภัย
    • กลยุทธ์ที่ 2: ติดตามการชดเชยความเสียหายของบ้านที่ถูกทำลายบางส่วนหรือทั้งหมด

การประชุมครั้งนี้สรุปผลและวางแนวทางการพัฒนาที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนจังหวัดเชียงรายมีความปลอดภัยและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ทั้งด้านเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้เฒ่าไร้สัญชาติ นับหมื่นคนในเชียงราย

ครม. เตรียมรับมือฝุ่น PM2.5 และปัญหาสัญชาติ พร้อมบูรณาการแก้ไขแบบครบวงจร

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้หารือเรื่องมาตรการป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูหนาว โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้นำในการบูรณาการมาตรการป้องกันและลดผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ซึ่งต้องทำงานร่วมกันกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการคมนาคมและภาคอุตสาหกรรม

มาตรการบูรณาการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 หลายมิติ

ในการประชุมดังกล่าว มีการพูดถึงแนวทางป้องกันฝุ่น PM2.5 โดยใช้หลายมาตรการ ทั้งการคุมเข้มการตรวจสอบยานพาหนะที่ปล่อยควันดำ การลดการเผาวัสดุทางการเกษตร เช่น ข้าวโพดและอ้อย รวมถึงการควบคุมการปล่อยมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม โดยขอความร่วมมือจากกระทรวงต่าง ๆ ให้ตรวจจับและควบคุมการปล่อยมลพิษอย่างเข้มงวด ในส่วนของกระทรวงคมนาคม จะมีมาตรการเข้มงวดในการตรวจจับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมจะควบคุมมาตรการในโรงงานและกิจการที่มีผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ โดยเฉพาะโรงงานที่มีการเผาไหม้หรือใช้สารเคมีที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังได้เสนอแผนการจัดการไฟป่าและการควบคุมหมอกควันข้ามแดนที่เข้มงวดเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2568 ซึ่งจะมีมาตรการทั้งระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับจังหวัด เช่น การสร้างแผนที่เสี่ยงการเผา การตั้งจุดตรวจสกัดในพื้นที่เสี่ยง การตรวจจับการเผาในเขตชุมชนและริมทาง รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาใช้วิธีการที่ไม่ต้องเผาในการเตรียมพื้นที่เพาะปลูก โดยการให้สิทธิประโยชน์และสนับสนุนเกษตรกรที่ปฏิบัติตามแนวทางนี้

แนวทางแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคล

อีกหนึ่งวาระสำคัญในที่ประชุม ครม. คือการเร่งรัดแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติให้แก่ผู้ที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน รวมถึงบุตรที่เกิดในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลือบุคคลที่รอการพิจารณาสถานะถึง 483,626 ราย โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติได้เสนอให้ปรับหลักเกณฑ์เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาพิจารณาถึง 270 วัน ปรับลดลงเหลือ 5 วัน ซึ่งจะช่วยให้การพิจารณาสถานะบุคคลเกิดประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น

มติสำคัญในการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมและการลดก๊าซเรือนกระจก

ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกและการสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีการเห็นชอบในวาระสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ การสนับสนุนโครงการความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทย-เยอรมัน เพื่อการพัฒนาพลังงานและการเคลื่อนย้ายด้วยเงินอุดหนุน 234 ล้านบาท การส่งเสริมชุมชนคาร์บอนต่ำในระดับพื้นที่ การควบคุมโรงงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชน และมาตรการรับมือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี 2568 ซึ่งจะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการระดับภาคและระดับจังหวัดเพื่อประสานงานการป้องกันและแก้ไขปัญหา

บทสรุปของแนวทางแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ

ในช่วงท้ายของการประชุม ครม. ได้ย้ำถึงการเตรียมความพร้อมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการทำงานร่วมกัน เช่น การควบคุมฝุ่นละอองจากยานพาหนะ โรงงาน การเผาในพื้นที่ชุมชน รวมถึงการเตรียมพร้อมด้านสาธารณสุข เช่น การสื่อสารเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิดผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI WORLD PULSE

ไทย-ลาว จับมือสกัดการค้ามนุษย์ชายแดนเชียงราย

ไทย-ลาว ร่วมมือพัฒนากลไกข้ามพรมแดน ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เสริมสร้างความเข้มแข็งตามแนวชายแดน

วันที่ 29 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และพันโท ปัญญา แสงวิจิตร รองหัวหน้ากองบัญชาการป้องกันความสงบแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ร่วมกันเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการส่งกลับผู้เสียหายข้ามพรมแดนระหว่างจังหวัดเชียงราย ประเทศไทย กับแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ณ ห้องประชุมโรงแรมเดอะริเวอร์รี บาย กะตะธานีคอลเล็กชั่น อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองประเทศเข้าร่วม

ความร่วมมือระดับชายแดนเพื่อป้องกันการค้ามนุษย์

การประชุมนี้มีวัตถุประสงค์ในการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานไทยและ สปป.ลาว โดยมุ่งเน้นให้เกิดกลไกความร่วมมือในการเฝ้าระวังและป้องกันการค้ามนุษย์ รวมทั้งการช่วยเหลือผู้เสียหาย ซึ่งเป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของจังหวัดเชียงรายที่ติดชายแดนกับเพื่อนบ้านถึงสองประเทศ และมีเส้นทางเข้าออกหลากหลายช่องทาง การสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถเฝ้าระวังและจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลไกกฎหมายและการประสานงานระดับพื้นที่

การประชุมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ซึ่งกำหนดกลไกในการป้องกันและปราบปรามตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับพื้นที่ชายแดนที่มีการเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดเวลา การประชุมในครั้งนี้มุ่งเน้นให้หน่วยงานชายแดนสามารถประสานงานและส่งต่อผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างไทยและลาวเพื่อรับมือกับปัญหาการค้ามนุษย์และการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย

เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลไกการส่งกลับและช่วยเหลือผู้เสียหาย

การหารือในครั้งนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนากลไกการส่งกลับและการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ระหว่างสองประเทศ โดยมีการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือสามารถดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ การประสานงานระหว่างหน่วยงานไทยและลาวจะช่วยให้ผู้เสียหายสามารถได้รับการช่วยเหลือในทันที พร้อมทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจว่าผู้เสียหายจะได้รับการคุ้มครองและส่งกลับสู่ครอบครัวอย่างปลอดภัย

นายโชตินรินทร์ได้กล่าวปิดการประชุมว่า การสร้างกลไกการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยและลาวในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ปัญหาการค้ามนุษย์ในพื้นที่ชายแดนลดลง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

‘สนามบินเชียงราย’ เปิดระบบสแกนใบหน้า พร้อมอีก 5 สนามบิน เริ่มใช้ 1 พ.ย.

AOT เปิดตัวระบบไบโอเมตริกที่ 6 สนามบิน พร้อมรับผู้โดยสารทะลุ 120 ล้านคน

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดตัวระบบไบโอเมตริกเพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้กับการเดินทางใน 6 สนามบินหลักของไทย โดยมีการติดตั้งเทคโนโลยี Facial Recognition เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้กับผู้โดยสารทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งระบบนี้จะเริ่มให้บริการกับผู้โดยสารภายในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 และจะเปิดให้บริการแก่ผู้โดยสารระหว่างประเทศในวันที่ 1 ธันวาคม 2567

ภายในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่
  1. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.)
  2. ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.)
  3. ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.)
  4. ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.)
  5. ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.)
  6. ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.)

เทคโนโลยีไบโอเมตริกเพื่อการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็ว

ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ AOT กล่าวว่า ระบบ Biometric ถูกนำมาใช้ในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ เพื่อช่วยลดเวลารอคิวของผู้โดยสารในจุดบริการต่าง ๆ โดยผู้โดยสารสามารถลงทะเบียนไบโอเมตริกได้ง่าย ๆ ที่จุดเช็กอิน โดยมี 2 วิธี ได้แก่ การเช็กอินผ่านเจ้าหน้าที่และการเช็กอินผ่านเครื่องอัตโนมัติ หลังจากลงทะเบียนแล้ว ผู้โดยสารสามารถผ่านด่านตรวจสัมภาระ จุดตรวจค้น และจุดขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องแสดงเอกสารการเดินทางซ้ำอีก

การเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยและลดปัญหาการแออัดในสนามบิน

การใช้งานระบบ Biometric ช่วยให้การระบุตัวตนทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ส่งผลให้การเดินทางราบรื่นและมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น ผู้โดยสารสามารถผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ภายในสนามบินได้รวดเร็วขึ้น ลดความแออัดของสนามบิน และสร้างโอกาสให้ผู้โดยสารมีเวลามากขึ้นในการพักผ่อน เลือกซื้อสินค้าปลอดอากร และใช้บริการต่าง ๆ ภายในสนามบิน นอกจากนี้ ระบบยังช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางผ่านด่านต่าง ๆ ได้สะดวกและไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย

การเติบโตของผู้โดยสารและคาดการณ์สำหรับปีงบประมาณ 2568

จากสถิติในปีงบประมาณ 2567 พบว่า ท่าอากาศยานของ AOT มีผู้โดยสารกว่า 119.29 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19.22% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองซึ่งมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่จำนวนเที่ยวบินรวมทั่วประเทศอยู่ที่ 732,690 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 14.5% AOT คาดการณ์ว่าปีงบประมาณ 2568 จะมีผู้โดยสารรวมกว่า 129.97 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.95% และเที่ยวบินรวมประมาณ 808,280 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 10.32%

การขยายขีดความสามารถและการพัฒนาความสะดวกสบายในท่าอากาศยาน

AOT มุ่งพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในท่าอากาศยานให้ทันสมัยและตรงตามความต้องการของผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการติดตั้งระบบ CUPPS (Common Use Passenger Processing System) เพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับระบบ Biometric ให้ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเช็กอินไปจนถึงการขึ้นเครื่อง ซึ่งรวมถึงการใช้งานเครื่อง CUTE (เครื่องตรวจบัตรโดยสาร) เครื่อง CUSS (เครื่องเช็กอินด้วยตนเอง) เครื่องรับสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD) ระบบตรวจสอบยืนยันตัวตน (PVS) และระบบประตูขึ้นเครื่อง (SBG) ที่เชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ความร่วมมือเพื่ออนาคตของการเดินทางในประเทศไทย

การเปิดตัวระบบ Biometric ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาท่าอากาศยานของไทยให้เป็นท่าอากาศยานระดับโลก โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การเดินทางของผู้โดยสารอย่างแท้จริง AOT ตั้งเป้าหมายในการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

Chiangrai Super Cup เสริมทักษะเยาวชนเชียงราย 2567

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 7 คน “Chiangrai Super Cup” สร้างทักษะ สัมพันธภาพ และส่งเสริมเยาวชนเชียงราย

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2567 สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงรายร่วมกับฝ่ายกีฬาฟุตบอลจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลเยาวชน 7 คน “Chiangrai Super Cup” โดยมีการแข่งขันสำหรับเยาวชนในรุ่นอายุไม่เกิน 9 ปี, 11 ปี และ 13 ปี ณ สนามฟุตบอลหญ้าเทียม X-Arena การแข่งขันครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยบุคคลสำคัญหลายท่านที่มาร่วมงาน ได้แก่ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย นายประพัฒน์ ชัชวาลชัยพรรณ และนายเดช ใจกล้า อุปนายกสมาคมกีฬา รวมถึงคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะกีฬาและความสัมพันธ์ที่ดีในหมู่เยาวชนและประชาชนเชียงราย

จุดประสงค์และความสำคัญของการแข่งขัน “Chiangrai Super Cup”

การแข่งขัน “Chiangrai Super Cup” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเล่นกีฬาและสร้างทักษะในการเล่นฟุตบอลของเยาวชนในจังหวัดเชียงราย อีกทั้งยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และเสริมสร้างสุขภาพที่ดี นอกจากนี้การแข่งขันยังช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีในหมู่เยาวชนและประชาชน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครเชียงราย เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมต่อไป การแข่งขันในครั้งนี้ยังเน้นให้เยาวชนได้มีโอกาสเรียนรู้การทำงานเป็นทีม การฝึกฝนด้านกีฬาฟุตบอล และการรู้จักการปรับตัวในการแข่งขัน ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้

บรรยากาศในงานและความร่วมมือจากผู้มีเกียรติ

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสนุกสนาน เยาวชนที่เข้าร่วมต่างมีความมุ่งมั่นที่จะโชว์ทักษะฟุตบอลของตนเอง และพ่อแม่ผู้ปกครองที่มาร่วมให้กำลังใจบุตรหลานก็ได้สร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง การแข่งขันครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหลายภาคส่วน รวมถึงเทศบาลนครเชียงรายและหน่วยงานในท้องถิ่น นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการสนับสนุนกีฬาในท้องถิ่น เพื่อให้เยาวชนเชียงรายได้รับโอกาสในการแสดงออกและพัฒนาทักษะอย่างเต็มที่

การพัฒนาทักษะกีฬาฟุตบอลสำหรับเยาวชนเชียงราย

การแข่งขัน “Chiangrai Super Cup” เป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญที่เยาวชนเชียงรายได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะทางกีฬาฟุตบอลในระดับการแข่งขัน ทักษะในการเล่นฟุตบอล เช่น การควบคุมบอล การส่งบอล และการทำประตู เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ การแข่งขันนี้จึงเป็นเวทีที่ให้เยาวชนได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะของตนเอง อีกทั้งยังเป็นการเรียนรู้ความมีน้ำใจนักกีฬา การยอมรับความสามารถของผู้อื่น และการมีวินัยในการฝึกซ้อมเพื่อความสำเร็จของทีม

นอกจากนี้ การแข่งขันยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้การจัดการเวลาและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดีและการใช้ชีวิตที่มีประโยชน์ กีฬาฟุตบอลสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและใจ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้

การสนับสนุนและความร่วมมือจากชุมชนในท้องถิ่น

การแข่งขันครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากชุมชนท้องถิ่นในเชียงราย ทั้งจากผู้ปกครองที่นำบุตรหลานมาร่วมงาน และจากหน่วยงานท้องถิ่นที่ร่วมกันสนับสนุนให้การแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่น การร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเป็นหนึ่งเดียวของชุมชนเชียงรายที่มุ่งเน้นในการพัฒนาเยาวชนเพื่อให้เป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต

นายวรฉัตร ชื่นชอบ ประธานฝ่ายกีฬาฟุตบอล สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การจัดการแข่งขันในครั้งนี้มีความยินดีที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่ายที่มองเห็นความสำคัญของการส่งเสริมกีฬาให้กับเยาวชน การพัฒนาเยาวชนในด้านกีฬาไม่เพียงแต่เป็นการสร้างนักกีฬาที่มีศักยภาพ แต่ยังเป็นการสร้างคนที่มีคุณภาพในด้านต่าง ๆ ให้กับสังคมในอนาคตอีกด้วย

บทสรุป: “Chiangrai Super Cup” จุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาเยาวชนเชียงราย

การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 7 คน “Chiangrai Super Cup” เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาเยาวชนในเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาทักษะกีฬา การสร้างสัมพันธภาพในชุมชน และการส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ กิจกรรมนี้ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการทำงานเป็นทีม การมีวินัย การมีน้ำใจนักกีฬา รวมถึงการฝึกฝนความมุ่งมั่นและความอดทน ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญในชีวิตประจำวัน

การแข่งขันครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะฟุตบอลให้กับเยาวชน แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและมั่นคง การร่วมมือจากทุกฝ่ายทำให้การแข่งขันครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ยืนยันถึงพลังความร่วมมือของชุมชนเชียงรายในการพัฒนาเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News