Categories
AROUND CHIANG RAI WORLD PULSE

ทูตเกาหลีใต้ หารือผู้ว่าฯ เชียงราย ความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

 

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 67  ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย คณะเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย นำโดยนายปาร์ค ยงมิน (Mr. Park Yongmin) พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสองประเทศ รวมถึงทางด้านการนำเข้าและส่งออกสินค้าการเกษตร และจังหวัดเชียงรายได้นำเสนอข้อมูลการพัฒนาเชียงรายให้เป็นเมืองสุขภาวะ (Wellness City) ตามที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพนานาชาติฯ โดยในด้านการท่องเที่ยวจะมุ่งเน้นยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรม การพัฒนาเมืองเชียงรายสู่เมืองแห่งศิลปะ โดยจังหวัดเชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 3 Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ซึ่งจังหวัดเชียงรายเป็นเมืองชายแดนที่เชื่อมต่อพรมแดนของ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว เมียนมา มีความหลากหลายของผู้คนมากถึง 30 ชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน
 
 
ทั้งนี้คณะเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยได้กล่าวชื่นชมและรู้สึกประทับใจที่ได้มาเยือนจังหวัดเชียงราย และได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต โคก หนอง นา พัฒนาชุมชนดอยอินทรีย์ พระตำหนักดอยตุง ไร่แม่ฟ้าหลวง และได้เข้าเยี่ยมชมหอศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย รวมถึงสถานที่ต่างๆในจังหวัดเชียงราย และได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลไทยที่ได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือและบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการได้เป็นอย่างดี ในฐานะของผู้แทนรัฐบาลของประเทศมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกับประเทศไทยและจังหวัดเชียงราย ต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มอบหนังสือสารานุกรมสำหรับเยาวชน เน้นความรู้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

 

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 67 นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีมอบหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เล่ม 43 ฉบับพระราชทาน ให้กับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 205 แห่ง โดยมี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนโรงเรียน ร่วมพิธี ที่หอประชุมโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

 

เนื่องด้วย เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีเชิญหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม 43 ฉบับพระราชทาน และมอบให้แก่ปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อมอบต่อให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด จังหวัดเชียงราย จึงได้ดำเนินการจัดพิธีมอบหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม 43 ฉบับพระราชทาน ให้แก่โรงเรียนในจังหวัดเชียงราย จำนวน 205 แห่ง ในครั้งนี้ พร้อมทั้งได้มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วย
 
 
สำหรับหนังสือสารานุกรม พิมพ์ขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2516 จนถึงปัจจุบัน รวม 43 เล่ม เป็นสารานุกรมภาษาไทย จัดทำขึ้นเป็นรูปเล่ม โดยมีเนื้อหาบางส่วนเผยแพร่ในระบบออนไลน์ E-Book เป็นสารานุกรมไทย แบบเป็นชุด เน้นความรู้ที่เกิดขึ้นและใช้อยู่ในประเทศไทย เพื่อให้คนไทยทุกเพศทุกวัย มีโอกาสได้อ่าน แต่ละเล่มรวบรวมเนื้อเรื่องจากหลากหลายสาขาวิชา เนื้อหาของเรื่องต่างๆ เรียบเรียงให้เหมาะสมกับ 3 ระดับความรู้ 
 
 
ได้แก่ เด็กรุ่นเด็ก เด็กรุ่นกลาง และเด็กรุ่นใหญ่ รวมทั้งผู้ใหญ่ทั่วไปที่สนใจ แต่ละเรื่องเริ่มต้นด้วยเนื้อหาของระดับเด็กเล็ก ตามด้วยเนื้อหาของรุ่นกลาง และรุ่นใหญ่ ตามลำดับ เพื่อขยายผลเผยแพร่เรื่องราวของพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดแนวพระราชปณิธาน ให้ประชาชนในทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ได้รับรู้รับทราบ ซึ่งจะทำให้ทั้งผู้ปกครอง ครู อาจารย์ เด็ก และเยาวชน ได้มีโอกาสแสวงหาองค์ความรู้ที่แตกต่างหลากหลายต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดแล้วแลนด์มาร์ค!! แพเปียกแม่สรวย พร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาล

 

เมื่อวันที่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน การล่องแพเปียกลำน้ำแม่สรวย – ลำน้ำแม่ลาว ประจำปี 2567 โดยมี นายสรายุธ ฟูวงศ์ ส.อบจ.เชียงราย อ.แม่สรวย เขต 1 นายสมัคร กันจีนะ ส.อบจ.เชียงราย อ.แม่สรวย เขต 2 นายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน ที่ปรึกษา นายก อบจ.เชียงราย นายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการ นายก อบจ.เชียงราย ตัวแทนหน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมด้วย ในการนี้ นายประดิษฐ์ สุวรรณ ประธานกลุ่มแพเปียก กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมฯ ณ บริเวณจุดลงแพเปียกเขื่อนแม่สรวย โดย อบจ.เชียงราย ได้นำเครื่องจักรเข้าปรับพื้นที่ลานจอดรถ และเส้นทางสัญจร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาอย่างคึกคัก

 

.
ชมรมผู้ประกอบการ เทศบาลตำบลเวียงสรวย และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลแม่สรวย โดยความร่วมมือจากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่ลาว จึงได้จัดให้มีกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน การล่องแพเปียกลำน้ำแม่สรวย-ลำน้ำแม่ลาว ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ – วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ และการจัดกิจกรรมในวันนี้เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่จะได้มาสัมผัสกับบรรยากาศของการท่องเที่ยวโดยชุมชน ลุ่มน้ำแม่สรวย – ลุ่มน้ำแม่ลาวในกิจกรรมการล่องแพเปียก
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ผู้ว่าฯ เชียงรายกำชับห้ามเผาเด็ดขาด ควบคู่ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก

 

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 67 ที่ศูนย์ปฏิบัติการหมอกควันไฟป่า และ PM 2.5 จังหวัดเชียงราย ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์หมอกควันไฟป่าของจังหวัดเชียงราย และประเมินผลการดำเนินงานจากการใช้มาตรการต่างๆ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ

 

โดยในที่ประชุมฯ ได้หารือพร้อมทบทวนและเพิ่มมาตรการในการปฏิบัติงานเพื่อให้การป้องกันและแก้ไขหมอกควันไฟป่า ในห้วงห้ามเผาเด็ดขาด (15 ก.พ. – 30 เม.ย. 567) อาทิ การจัดชุดลาดตระเวน การจัดทำแนวกันไฟ พร้อมกำชับให้เข้มงวดด้านการบังคับใช้กฎหมาย ให้มีการจับผู้กระทำผิดที่ลักลอบเผา รวมถึงให้รางวัลแก่ผู้นำจับ ผู้แจ้งเบาะแส การใช้กฎระเบียบหมู่บ้าน จับแล้วปรับเงินเข้าหมู่บ้าน ใช้กฎหมายป่าไม้ กฎหมายป่าอนุรักษ์ ป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรการสูงสุด พร้อมกำชับตรวจสอบดูแลเกี่ยวกับข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ 
 
 
หากตรวจสอบพบให้สืบหาผู้กระทำผิดเพื่อนำมาลงโทษ รวมทั้งมาตรการทางสาธารณสุขให้มีการเตรียมความพร้อม สำรวจบ้านของกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ การจัดทำเซฟตี้โซน รวมถึงแจ้งเตือนให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการดูแลตนเองหากเกิดสถานการณ์หมอกควันไฟป่า โดยให้ท้องถิ่น สำรวจศูนย์เด็กเล็กเพื่อจัดทำห้องปลอดฝุ่นให้ครบทุกแห่ง
 
 
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ยังได้เน้นย้ำให้มีการประสานข้อมูลระหว่างหน่วยงานให้ชัดเจน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ข้อมูลสถิติในทุกด้านย้อนหลังของปีที่ผ่านมา นำมาเปรียบเทียบสถานการณ์ เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติล่วงหน้า ต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มทบ.37 บูรณาการพร้อมสนับสนุน ด้านบรรเทาสาธารณภัย พื้นที่ จ.เชียงราย

 

เมื่อวันที่21 ก.พ. 67ที่บริเวณสนามฝึกหน้ากองร้อยมณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย พลโท อานนท์ เพชรคำ หัวหน้าคณะทำงานด้านกิจการพลเรือน กองทัพบก เป็นประธานพิธีการตรวจความพร้อมด้านบรรเทาสาธารณภัย ประจำปี 2567 และบูรณาการร่วมกับภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน มูลนิธิสาธารณกุศล ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานด้านบรรเทาสาธารณภัยในการช่วยเหลือประชนจากเหตุการณ์สาธารณภัย โดยมี รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 นายทหารชั้นผู้ใหญ่ กำลังพล ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการตรวจความพร้อมโดยมีการสาธิตการใช้อุปกรณ์การช่วยเหลือเมื่อมีเหตุหรือภัยพอบัติต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาโดยเฉพาะเครื่องมือ อาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องยนต์เครื่องจักรพร้อมรถยนต์อุปกรณ์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ สามารถใช้งานและปฏิบัติการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ในการนี้ มณฑลทหารบกที่ 37 ได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ ๓๗ มีภารกิจในการประสานงานและให้การสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และให้การช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อได้รับการร้องขอหรือเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน จากสภาพภูมิประเทศในจังหวัดเชียงรายมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่มสลับเทือกเขาสูง ตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม และพายุหมุนเขตร้อน จึงประสบปัญหาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ 
 
 
เช่น วาตภัย อุทกภัย ดินโคลนถล่ม ภัยแล้ง ภัยจากไฟป่า และหมอกควัน อยู่เป็นประจำและยังต้องเฝ้าระวังเหตุแผ่นดินไหว ที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นซึ่งภัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนจังหวัดเชียงรายในด้านต่างๆ เป็นวงกว้าง ดังนั้นศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ ๓๗ จึงได้มีการบูรณาการในการปฏิบัติงานร่วมกันกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 กองบัญชาการกองทัพไทย ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย การประปาส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย มูลนิธิสาธารณกุศลและภาคีเครือข่าย งานบรรเทาสาธารณภัยอื่นๆ ในจังหวัดเชียงราย โดยระยะเวลาที่ผ่านมาทุกหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มีความสัมพันธ์อย่างดีและได้บูรณาการร่วมกันสนับสนุนกำลังพล ยุทโธปกรณ์ เข้าให้การช่วยเหลือทุกครั้ง เมื่อเกิดภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดเชียงราย
 
 
พลโท อานนท์ เพชรคำ หัวหน้าคณะทำงานด้านกิจการพลเรือน กองทัพบก กล่าวว่า ทุกฝ่ายทุกภาคส่วนต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร ต้องประสานความร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งด้าน กำลังพล ยานพาหนะ และเครื่องมือที่มีอยู่ การตรวจความพร้อมด้านการบรรเทาสาธารณภัยของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 ในวันนี้ จึงเป็นการประกันว่า กำลังพล ยานพาหนะ ยุทโธปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ที่ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 37 มีอยู่นั้น มีความพร้อมเสมอที่จะให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และพร้อมให้การสนับสนุนส่วนราชการในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กมธ.ที่ดิน ลงพื้นที่ อ.พาน ตรวจสอบ ที่ตั้งโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะป่าหุ่ง

 

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 67  ที่ผ่านมานายอภิชาติ ศิริสุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ตั้งโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ ขององค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง ในพื้นที่ตำบลป่าหู่ง หมู่ที่ 12 ตำบลป่าหุ่ง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ และรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับที่ตั้งโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะ รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนปัญหาด้านสุขภาพ สุขนามัย และวิถีชีวิตของชุมชนที่อาจเปลี่ยนไปในอนาคต โดยมีตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่มารวมตัวกันคัดค้านการก่อสร้างโครงการดังกว่า 300 คน

 

ทั้งนี้องค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง ได้เล็งเห็นปัญหาขยะมูลฝอยชุมชนที่นับวันจะมีปริมาณที่มากขึ้น และ พื้นที่หรือวิธีการกำจัดที่ไม่พอเพียงและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอดจนข้อมาตรการ ที่ระบุตามแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ ในการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการขยะมูลฝอยและของเสียอันตรายโดยส่งเสริมให้ อปท. จังหวัด มีระบบจัดเก็บ รวบรวม ขนส่ง และกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง จัดตั้งโครงการบริหารและจัดการขยะมูลฝอยชุมชน เป็นพลังงานไฟฟ้าระบบปิด ที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม ดังกล่าวนี้ขึ้นมา
 
 
ปัจจุบันทางองค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง ได้ดำเนินการจัดการขยะโดยเลือกวิธีแบบเทกอง ซึ่งไม่มีความเป็นระเบียบ ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ และด้วยการบริหารจัดการที่ไม่ดี งบประมาณไม่เพียงพอของภาครัฐจึงเห็นควรว่า ให้เอกชนมาเป็นผู้ลงทุนในกิจการบริการสาธารณะของภาครัฐ จึงได้มีการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาและการเดินทางศึกษาดูงานเพื่อที่ได้นำข้อมูลต่าง ๆ มาเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินการโครงการดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทางราชการสูงสุด ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่ง ได้นำแบบอย่าง ขอบเขตงานของเทศบาลนครขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น มาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินโครงการด้วย
 
 
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวสภาองค์การบริหารส่วนตำบลป่าหุ่งได้เห็นชอบในคราวประชุมสภา และได้ร่วมทำข้อตกลง กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (MOU) ที่ได้เข้าร่วมโครงการซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มพื้นที่ในการจัดการขยะมูลฝอย อย่างไรก็ตาม หากจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ตำบลป่าหุ่ง หมู่ 12 จริง จะต้องผ่านการทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นจากประชาชนในพื้นที่อีกหนึ่งรอบ ซึ่งหากประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องการให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ก็สามารถคัดค้านได้ในขั้นตอนต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มูลนิธิรักษ์ไทย พร้อมตัวแทน รับคณะต่างประเทศ เรียนรู้ชุมชนดอยอินทรีย์

 

เมื่อวันที่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เชิญแกนนำเกษตรกร She Feeds the World (SFtW) พัฒนาชุมชน อบต.ท่าก๊อ และมูลนิธิรักษ์ไทย เป็นตัวแทนนำเสนองานด้านเกษตร ให้กับ คณะทูตและกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทยพร้อมคู่สมรส มากกว่า 40 ประเทศ ณ ศูนย์เรียนรู้ชุมชนดอยอินทรีย์ จ.เขียงราย

 

ในบูธนำเสนอ 3 ประเด็นหลักในงานคือ 

1)การจัดทำแผนที่ GIS แนวเขตพื้นที่ทำกิน ต.ท่าก๊อ ซึ่งได้รับความสนใจในการต่อยอด พัฒนาแผนนโยบายท้องถิ่น 2)การศึกษาพัฒนาพันธุ์ข้าว ให้เหมาะกับสภาพภูมินิเวศของบ้านป่าลัน ความสำเร็จที่ได้ตอบโจทย์การทำเกษตรแบบหยัดยื่น ที่สร้างการมีส่วนร่วมจากหลายหน่วยงาน ได้ผลิตผลที่คุ้มค่าทั้งจำนวนและความหอม นุ่มของข้าวที่กำลังยื่นเสนอการรับรองพันธุ์ 

3)กาแฟและสมุนไพร ที่ขึ้นชื่อของบ้านแม่จันใต้ผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าการขยายผลเผยแพร่ข้อมูลด้านการพัฒนาระบบเกษตรคือ ความรู้สึกภาคภูมิใจ ของเกษตรกรและชุมชน ที่ร่วมไม้ร่วมมือกันสร้าง สิ่งที่อยากเห็นด้วยกัน

โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาดิน น้ำ ป้า และคนในพื้นที่ตอบโจทย์เรื่องความมั่นคง การจัดการการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิทธิในการใช้ที่ดินทำกินโอกาสนี้ ท่านทูตให้ความสนใจการส่งเสริมเกษตรกร

ทั้งเรื่องข้าวและกาแฟ ผู้ใหญ่ในพื้นที่ จ.เชียงราย เห็นความสำคัญในการพัฒนาระบบฐานข้อมูล ชวนรักษ์ไทยขยับงานร่วมกันต่อ โดยจะเริ่มหารือกันจากพื้นที่ อ.แม่สรวย ซึ่งได้มีการดำเนินการทำแผนที่อยู่แล้วนำร่องในเชียงราย

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มูลนิธิรักษ์ไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ลุย! ลงนามป้องกันไฟป่าสนับสนุน เครื่องจักรกลฯปรับปรุงแนวกันไฟป่า อ.พาน

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 13.30 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วย นายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน ที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงราย นายทัศพงษ์ สุวรรณมงคล เลขานุการนายก อบจ.เชียงราย นายสุรเชษฐ วงศ์น้อย สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย อ.พาน เขต 2 ลงนาม MOU การสนับสนุนเครื่องจักรกลฯและ บุคลากร เพื่อดำเนินงานปรับปรุงแนวกันไฟป่า ร่วมกับนายอลงกรณ์ ดีน้อย นายก อบต.สันกลาง นายศรีวรรณ์ วงศ์จินา กำนัน ต.สันกลาง โดยมีว่าที่ ร.ต.ปภาวิน ปวงใจ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย อ.พาน เขต 1 นายสรายุธ ฟูวงศ์ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย อ.แม่สรวย เขต 1 สมาชิกสภา อบต.สันกลาง อ.พาน ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

 

โดยบันทึกข้อตกลงนี้เกิดขึ้นระหว่าง อบจ.เชียงราย โดยนายก อบจ.เชียงราย ร่วมกับ อบต.สันกลาง โดยนายก อบต. สันกลาง อ.พาน และ ผู้นำฝ่ายปกครอง โดย กำนัน ต.สันกลาง อ.พาน เป็นบันทึกข้อตกลง เพื่อสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนการสนับสนุนเครื่องจักรกลฯ เพื่อช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่บ้านใหม่พัฒนา – บ้านปางอาณาเขต เชื่อมระหว่างหมู่ที่ 12 ต.สันกลาง อ.พาน – หมู่ที่ 6 ต.แม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย
การดำเนินงานปรับปรุงแนวกันไฟป่า (จัดทำเอง) โดย อบจ.เชียงราย ยินดีสนับสนุนเครื่องจักรกลและยานพาหนะ พร้อมเจ้าหน้าที่ในการออกปฏิบัติงาน และ อบต.สันกลาง อ.พาน จะเป็นผู้สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงๆ ในการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมด เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จึงได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานดังกล่าว ในพื้นที่ ต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย ขึ้นเพื่อบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันตาม นโยบาย สามพี่น้องท้องถิ่นร่วมใจชุมชนและการมีส่วนร่วมและกระจายเครื่องจักรและบุคลากรสู่ชุมชน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

สืบสานประเพณีกินวอ ชาติพันธุ์ลาหู่ พร้อมดันนโยบายเสน่ห์ชาติพันธุ์ฯ

 

เมื่อวันที่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 11.00 น.นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมด้วยนายสมัคร กันจีนะ สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย อ.แม่สรวย เขต 2 ร่วมสืบสานประเพณีกินวอ พี่น้องชาติพันธุ์ลาหู่ ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย โดยมีนายสมพงษ์ อินต๊ะชัยวงค์ กำนัน ต.ป่าแดด นายคำใหม่ อินทรัตน์ ปลัด อ.แม่สรวย นายประภาส ชัยประเสริฐ ปลัด อ.แม่สรวย เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ป่าแดด หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

 
ประเพณีกินวอ หรืองานปีใหม่ของพี่น้องชาติพันธุ์ลาหู่ มีการจัดขึ้นทุกปี โดยจะจัดขึ้นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ประเพณีนี้จะเชิญแขกมาร่วมรับประทานอาหารซึ่งการจัดประเพณีกินวอ ในแต่ละครั้ง จะจัดประมาณ 9 วัน 9 คืน ภายในงานมีการทำข้าวปุก เป็นข้าวที่นึ่ง แล้วนำมาตำให้ละเอียด จากนั้นตากให้แห้ง และทุกครอบครัวจะมีการล้มหมู แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้น ๆ เพื่อเอาไว้ไปดำหัวผู้ที่เคารพนับถือ นอกจากนี้มีการจัดพิธีรดน้ำดำหัวขอขมานายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ตามพิธีโบราณของลาหู่ ต่อจากนั้นมีการ “เต้นจะคึ” ซึ่งเป็นการละเล่นของพี่น้องลาหู่ การเต้นจะคึจะมีหลายจังหวะ มีผู้ตีกลองหรือเป่าแคน ดีดซึง (คล้ายกีตาร์) เป็นท่วงท่าและกำหนดจังหวะ จับมือเต้นเป็นวงกลม กลางลานที่จัดกิจกรรมงานประเพณีกินวอ หรือประเพณีปีใหม่ของชาวลาหู่ 
 
 
ทั้งนี้ นายก อบจ.เชียงราย ได้กล่าวพบปะ และร่วมอวยพรให้พี่น้องชาวลาหู่ พร้อมกล่าวว่า “งานประเพณีนี้เป็นประเพณีที่ควรได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมให้จัดขึ้น เพื่อเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม สร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของพี่น้องลาหู่ให้คงอยู่สืบไป” โดย อบจ.เชียงราย พร้อมผลักดันนโยบายเสน่ห์เชียงราย สถานที่ ชาติพันธุ์ วัฒนธรรมประเพณี อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นของเชียงราย ให้นักท่องเที่ยวและคนต่างจังหวัดได้รู้จักชาติพันธุ์ และวัฒนธรรมของพี่น้องชาติพันธุ์ได้อย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

“วราวุธ” เป็นพยาน พม. – ออมสิน แก้หนี้ ขรก.พม. เตรียมขยายแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย

 
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 67 เวลา 09.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “โครงการส่งเสริมภูมิคุ้มกันทางการเงิน (MSO FinProtect)” ระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับธนาคารออมสิน โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายวุฒิพงษ์ ภิรมยาภรณ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าฐานรากและสนับสนุนนโยบายรัฐ ร่วมลงนาม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สะพานขาว กรุงเทพฯ

นายวราวุธ กล่าวว่า ตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยถึงปัญหาหนี้สิ้นของประชาชน และได้สั่งการให้ทุกกระทรวงรวบรวมปัญหาหนี้สิ้นทั้งระบบ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินของบุคลากรกระทรวง พม. โดยความร่วมมือกับธนาคารออมสิน ภายใต้ “โครงการส่งเสริมภูมิคุ้มกันทางการเงิน (MSO FinProtect)” เป็นการประสานความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินให้แก่บุคลากรกระทรวง พม. ตลอดจนสนับสนุนความรู้และให้คำปรึกษาแนะนำ การวางแผน และการรักษาวินัยทางการเงิน 

นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า ความร่วมมือในวันนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งสองหน่วยงานในการช่วยเหลือสวัสดิการด้านการเงินให้แก่บุคลากรกระทรวง พม. ทุกคน ทุกระดับ โดยผู้บริหารทั้งสองหน่วยงานตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสวัสดิการด้านการเงินของบุคลากร เพื่อแบ่งเบา แก้ไขปัญหาภาระหนี้สิน ด้วยการสนับสนุนข้อมูล ความรู้ การให้คำปรึกษาแนะนำ การจัดการมาตรการผ่อนปรนทางด้านดอกเบี้ย การวางแผนและการรักษาวินัยทางการเงิน ซึ่งจะส่งผลต่อบุคลากรที่พร้อมเข้าร่วมโครงการในวันนี้ จำนวน 3,233 คน มียอดหนี้สินรวมกัน 3,884,720,010 บาท ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ สำหรับการปรับโครงสร้างหนี้สินของบุคลากรกลุ่มนำร่อง จำนวน 150 คน วงเงินไม่เกิน 250,000 บาท โดยเบื้องต้นของเป้าหมายคือ ลูกหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และหนี้นอกระบบ มีจำนวนหนี้รวมทั้งหมด 16,118,109 บาท ในจำนวนเงินดังกล่าว มีภาระชำระดอกเบี้ย จำนวนเงิน 3,183,665 บาทต่อปี หากทำการปรับโครงสร้างหนี้สินกับธนาคารออมสินแล้ว จะสามารถลดภาระการชำระดอกเบี้ยได้ จำนวนเงิน 1,733,035 บาทต่อปี จะเห็นได้ว่าเบื้องต้น เป็นโครงการนำร่องจากจำนวนบุคลากร 150 เท่านั้น และหากดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้สินได้ทั้งหมด 3,233 คน จะส่งผลให้ภาระหนี้สินด้านดอกเบี้ยที่จ่ายได้ผ่อนคลายลง สำหรับบุคลากรที่ได้ปรับโครงสร้างหนี้สินในเรื่องการยืดระยะเวลาชำระ ยิ่งจะส่งผลให้ลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน ทำให้สามารถบริหารการเงินส่วนบุคคลให้เกิดสภาพคล่องในการดำรงชีพได้ดียิ่งขึ้น

นายวราวุธ กล่าวต่ออีกว่า ตั้งแต่ที่ตนได้เข้ามาทำงานที่กระทรวง พม. เมื่อเดือนกันยายน 2566 เห็นได้ว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ รวมถึงอาสาสมัครของกระทรวง พม. มีภารกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องรับฟังปัญหาและเข้าไปแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านที่อยู่อาศัย สภาพความเป็นอยู่ของแต่ละครอบครัว ดังนั้น การที่กระทรวง พม. จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องดูแลคนของเรา ก่อนที่จะเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น เพราะฉะนั้นแล้ว เราจะเป็นน้ำที่ไม่เคยเต็มแก้ว ดังนั้น วันนี้สิ่งที่สำคัญคือการแสดงให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวง พม. ได้เห็นว่าผู้บริหารของกระทรวง พม. ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการ เข้าใจและให้ความสำคัญกับสถานการณ์และความเป็นอยู่ของเพื่อนข้าราชการทุกคน จึงเป็นเหตุผลให้เริ่มดำเนินโครงการในวันนี้ และต้องขอขอบคุณธนาคารออมสินที่เข้ามาเป็นผู้แก้โครงสร้างหนี้สินและดูแลการจัดระเบียบของหนี้สินทั้งหลายของข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. 

นายวราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า เบื้องต้นของโครงการนี้ จะเข้ามาดูปริมาณหนี้สินทั้งหมดว่า มีจำนวนเท่าไหร่และจะมาปรับอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเรารู้อยู่แล้วว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตนั้นค่อนข้างสูง ดังนั้น การที่ธนาคารออมสินเข้ามาดูแลหนี้สิน ดอกเบี้ยบัตรเครดิต เราจะสามารถปรับมูลค่าดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายลดลงไปได้กว่าครึ่ง ซึ่งคาดว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ไปได้มากพอสมควร นอกจากนี้ เรายังมีแผนเจรจากับสถาบันการเงิน เรื่องหนี้ที่อยู่อาศัย เพราะปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญของพี่น้องประชาชนรวมถึงเพื่อนข้าราชการกระทรวง พม. ดังนั้น การที่เราจะสามารถเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินเรื่องบ้าน ตนเชื่อมั่นว่าการทำโครงการนี้และในอนาคตนั้น จะเพิ่มศักยภาพการทำงาน
ของเพื่อนข้าราชการกระทรวง พม. ได้เป็นอย่างดี
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News