
เชียงรายเร่งวางระบบเฝ้าระวังปลาน้ำจืด ใช้ AI และวิทยาศาสตร์พลเมืองรับมือมลพิษข้ามพรมแดน
เชียงราย, 1 เมษายน 2569 – เมื่อความกังวลของชุมชนลุ่มน้ำ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของทั้งจังหวัด แม่น้ำกกไม่ใช่เพียงสายน้ำที่ไหลผ่านภูมิประเทศของเชียงราย หากเป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งอาชีพ และความทรงจำร่วมของผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่ชาวประมงพื้นบ้าน คนขายปลาตลาดท้องถิ่น ไปจนถึงครัวเรือนที่ยังผูกพันกับปลาน้ำจืดในฐานะอาหารประจำวัน แต่ตลอดช่วงกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ค่อย ๆ เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสายน้ำให้เต็มไปด้วยคำถามว่า ปลาที่จับได้ยังกินได้หรือไม่ น้ำที่เห็นใสยังปลอดภัยจริงหรือเปล่า และหน่วยงานรัฐจะให้คำตอบกับประชาชนได้เร็วพอหรือไม่
คำถามเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกเพียงอย่างเดียว เพราะรายงานผลตรวจคุณภาพน้ำผิวดินครั้งที่ 17 ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ซึ่งใช้รอบเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 10 ถึง 13 มีนาคม 2569 และเผยแพร่เมื่อ 27 มีนาคม 2569 ระบุชัดว่า แม้ภาพรวมคุณภาพน้ำหลายจุดยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ยังพบค่าสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตรในบางพื้นที่ของแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะจุดในจังหวัดเชียงรายที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำและการดำรงชีวิตของชุมชนริมน้ำโดยตรง
ผลตรวจน้ำล่าสุดย้ำว่า ปัญหายังไม่จบ และยังต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา
ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ในลุ่มน้ำกก จุดสะพานท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ และสะพานมิตรภาพแม่ยาวดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย มีค่าสารหนูอยู่ที่ 0.011 มิลลิกรัมต่อลิตร สูงกว่าค่ามาตรฐานเล็กน้อย ส่วนในแม่น้ำโขง บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก และจุดสูบน้ำประปาส่วนภูมิภาคเขตบริการเชียงแสน มีค่า 0.013 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่จุดอื่นบางแห่งยังมีค่าที่ต้องติดตามต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่ทุกจุดที่เกินมาตรฐานในรอบล่าสุด แต่ข้อเท็จจริงสำคัญคือปัญหานี้ยังไม่หายไปจากลุ่มน้ำ และยังมีความผันผวนเป็นช่วงพื้นที่และช่วงเวลา
ในแง่นี้ การสื่อสารกับประชาชนจึงต้องเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างการไม่สร้างความตื่นตระหนกเกินจริง กับการไม่ลดทอนความเสี่ยงจนชุมชนเข้าใจผิดว่าเรื่องทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแล้ว เพราะแม้หน่วยงานรัฐจะระบุว่าคุณภาพน้ำส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่การพบสารหนูเกินเกณฑ์ในบางจุดก็เพียงพอที่จะทำให้คำถามเรื่องปลอดภัยของปลา การใช้น้ำ และผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร กลายเป็นเรื่องที่ต้องจัดการอย่างมีระบบ ไม่ใช่ปล่อยให้ชุมชนคาดเดากันเอง
แอปปลาปลอดภัย จึงเกิดขึ้นในฐานะคำตอบต่อความเสี่ยงที่มองไม่เห็น
ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ จังหวัดเชียงรายได้เปิดตัวแอปพลิเคชันปลาปลอดภัยในกิจกรรมวันน้ำโลกเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 โดยประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายระบุว่าแอปดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนตรวจสอบความปลอดภัยของปลาในแม่น้ำได้แบบเรียลไทม์ ขณะที่ไทยพีบีเอสรายงานก่อนหน้านั้นว่า ระบบนี้พัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อ ปลาปลอดภัย by Open Science เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบความปลอดภัยของปลาได้จากฐานข้อมูลตัวอย่างมากกว่า 200 ตัวอย่าง และมีการอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ความสำคัญของแอปนี้จึงไม่ได้อยู่แค่การเป็นนวัตกรรมใหม่หรือการมีคำว่า AI อยู่ในระบบ แต่คือการพยายามเปลี่ยนความเสี่ยงที่เคยอยู่ในรูปของข่าวลือ ความกลัว และประสบการณ์บอกต่อ ให้กลายเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบได้และนำไปใช้ตัดสินใจได้จริงในตลาดปลาและในครัวเรือน ชาวบ้านที่เคยต้องอาศัยคำถามปลายเปิดว่า ปลาในวันนี้ปลอดภัยหรือไม่ กำลังได้เครื่องมือที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างห้องแล็บกับชีวิตจริงของคนริมแม่น้ำ
AI ไม่ได้ทำงานลำพัง หากยืนอยู่บนไหล่ของคนในชุมชน
หัวใจของระบบนี้ตามข้อมูลโครงการที่ผู้ใช้แนบมา คือการให้ AI วิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลภาคสนามจากนักวิทยาศาสตร์พลเมือง นั่นหมายความว่า แอปไม่ได้ใช้เพียงแบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อตัดสินความปลอดภัยของปลาแบบลอยตัว แต่ต้องอาศัยข้อมูลคุณภาพน้ำ ชนิดปลา พื้นที่จับ และการรายงานหน้างานจากผู้ที่อยู่กับแม่น้ำจริง ๆ ทั้งชาวประมง ร้านค้าปลา และเครือข่ายชุมชน โมเดลเช่นนี้ทำให้เทคโนโลยีไม่แยกขาดจากพื้นที่ แต่กลับยิ่งต้องพึ่งพาพื้นที่มากขึ้นในการสร้างความแม่นยำ
การวางบทบาทให้ชุมชนเป็นนักวิทยาศาสตร์พลเมืองยังมีความหมายทางสังคมมากกว่ามิติเทคนิค เพราะในภาวะที่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งรู้สึกว่าเรื่องมลพิษข้ามพรมแดนเป็นปัญหาใหญ่เกินกว่าจะควบคุมได้ การมีส่วนร่วมในการเก็บข้อมูล ตรวจสอบ และคัดกรอง กลับทำให้ชุมชนกลับมามีอำนาจบางส่วนเหนืออนาคตของตนเองอีกครั้ง ความรู้ไม่ได้อยู่เฉพาะกับนักวิชาการหรือเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง แต่ค่อย ๆ ถูกถ่ายทอดลงสู่มือของคนที่ต้องใช้ชีวิตกับความเสี่ยงทุกวัน
ระบบสีของปลา คือภาษากลางใหม่ระหว่างห้องวิจัยกับตลาดสด
ข้อมูลประชาสัมพันธ์ของโครงการระบุว่าระบบแบ่งปลาออกเป็น 3 ระดับความเสี่ยง โดยใช้สีเขียว สีเหลือง และสีแดง เพื่อทำให้ประชาชนอ่านสถานะความเสี่ยงได้ง่ายที่สุด แหล่งข่าวสาธารณะของจังหวัดเชียงรายยังระบุด้วยว่า หากพบค่าผิดปกติ ระบบจะสามารถส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทันที และในระยะนำร่องมีการทดลองใช้งานแล้วที่ตลาดปลาเชียงแสนน้อย ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการซื้อขายปลาในพื้นที่ลุ่มน้ำโขงตอนบน
ภาษาของสีเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในงานสื่อสารความเสี่ยง เพราะต่อให้ข้อมูลวิทยาศาสตร์แม่นยำเพียงใด หากประชาชนตีความไม่ออก ระบบก็จะไม่ก่อผลในทางปฏิบัติ การเปลี่ยนข้อมูลซับซ้อนให้เหลือสัญญาณที่เข้าใจง่าย ทำให้คนจับปลา คนขายปลา คนซื้อปลา และผู้บริหารจังหวัด สามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการตัดสินใจ แม้จะยืนอยู่คนละจุดของห่วงโซ่อาหารก็ตาม
เชียงรายไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เพราะมีงานวิจัยและนวัตกรรมรองรับมาก่อนแล้ว
ก่อนหน้าการเปิดตัวแอปปลาปลอดภัย สวทช. ได้ขับเคลื่อนโครงการคลินิกน้ำเพื่อชุมชนในเชียงราย โดยระบุว่าหลายพื้นที่ของจังหวัดยังเผชิญปัญหาน้ำปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนัก จึงพัฒนาเทคโนโลยีตรวจวัดสารปนเปื้อนและต้นแบบระบบประปาหมู่บ้านที่สามารถลดความเสี่ยงได้จริง ในพื้นที่บ้านเมืองงิมและบ้านริมกก อำเภอเมืองเชียงราย มีการติดตั้งระบบต้นแบบและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เจ้าหน้าที่ชุมชน พร้อมรายงานว่าประชาชนมากกว่า 900 ครัวเรือนเริ่มเข้าถึงน้ำสะอาดที่ได้มาตรฐานมากขึ้น
นั่นหมายความว่าแอปปลาปลอดภัยไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว หากเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่กว้างกว่า ซึ่งรวมทั้งการตรวจคุณภาพน้ำ การพัฒนาระบบประปาชุมชน การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวัง และการใช้ข้อมูลดิจิทัลเพื่อให้คนในพื้นที่มองเห็นความเสี่ยงได้เร็วขึ้น การจัดการมลพิษจึงไม่ได้อยู่แค่การเก็บตัวอย่างแล้วประกาศผล แต่กำลังขยับไปสู่โครงสร้างข้อมูลที่เชื่อมโยงน้ำ ปลา คน และหน่วยงานตัดสินใจเข้าด้วยกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากปลาปลอดภัยสู่ SRI Alert โครงสร้างข้อมูลกำลังถูกยกระดับให้กว้างกว่าเรื่องปลา
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 สกสว. และ สวทช. เปิดตัว SRI Alert หรือศรีเตือนภัย ที่กรุงเทพฯ โดยประกาศชัดว่าระบบนี้ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับบูรณาการข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อช่วยหน่วยงานรัฐตัดสินใจรับมือภัยพิบัติและภาวะวิกฤตได้รวดเร็วขึ้น สวทช. ยังระบุด้วยว่าระบบมีการเชื่อมการทำงานกับ Traffy Fondue เพื่อรับข้อมูลจากภาคประชาชนแบบเรียลไทม์
แม้ SRI Alert จะถูกเปิดตัวในบริบทการจัดการภัยพิบัติภาพใหญ่ของประเทศ แต่ในมิติของเชียงราย การมีเครื่องมืออย่างปลาปลอดภัย by Open Science ก็สะท้อนทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน นั่นคือการเอางานวิจัยออกจากชั้นวางเอกสาร แล้วแปลงให้เป็นระบบเตือนภัยที่ประชาชนใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เมื่อความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมไม่ได้มาในรูปน้ำท่วมหรือแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาในรูปปลาที่ปนเปื้อน โลหะหนักที่ไม่มีกลิ่น และผลกระทบต่ออาหารของคนทั้งชุมชน การมีแพลตฟอร์มที่เชื่อมข้อมูลเช่นนี้จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความปลอดภัยสาธารณะ
การตอบสนองของท้องถิ่นเริ่มขยับจากการรับรู้ ไปสู่การฝึกปฏิบัติจริง
ในวันเดียวกับที่จังหวัดเชียงรายขยับเครื่องมือด้านข้อมูล องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายก็เดินหน้าจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบแก่ห่วงโซ่อาหารจากปัญหาคุณภาพน้ำ ครั้งที่ 2 ที่เทศบาลตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ โดยมีผู้แทนท้องถิ่น บุคลากรสาธารณสุข และเครือข่ายประปาหมู่บ้านจากหลายอำเภอเข้าร่วม ตามข้อมูลประชาสัมพันธ์ของ อบจ.เชียงราย กิจกรรมนี้มุ่งยกระดับการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและลดผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารในระดับพื้นที่
ความสำคัญของเวทีลักษณะนี้อยู่ที่การทำให้การเฝ้าระวังไม่เป็นภาระของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่กระจายตัวไปสู่เครือข่ายที่ใกล้ชุมชนมากที่สุด ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ผู้ดูแลประปาหมู่บ้าน และผู้มีบทบาทในห่วงโซ่อาหาร เมื่อคนกลุ่มนี้เข้าใจข้อมูลและวิธีจัดการเบื้องต้นได้ดีขึ้น การป้องกันความเสี่ยงย่อมเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง มากกว่ารอให้ปัญหาลุกลามแล้วค่อยเข้ามาแก้ที่ปลายทาง
วิทยาศาสตร์พลเมืองกำลังกลายเป็นกลไกเฝ้าระวังจริงของชายแดน
สัญญาณเดียวกันนี้ยังปรากฏในพื้นที่เชียงของก่อนหน้านี้ เมื่อไทยพีบีเอส โลคอล รายงานเมื่อ 25 มีนาคม 2569 ว่ามีการอบรมคณะกรรมการประปาหมู่บ้านและตัวแทนชาวบ้านให้ใช้ชุดตรวจภาคสนามเพื่อตรวจสารหนูและเชื้อแบคทีเรียในน้ำประปา พร้อมนำผลไปจัดทำแผนที่ความเสี่ยงในระดับอำเภอ การฝึกเช่นนี้มีความหมายอย่างมาก เพราะทำให้ชุมชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รอผลตรวจจากส่วนกลาง แต่สามารถทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการเฝ้าระวังและส่งสัญญาณเตือนได้เอง
หากมองในมุมกว้าง วิทยาศาสตร์พลเมืองจึงกำลังเป็นคำตอบต่อโจทย์ใหญ่ของพื้นที่ชายแดนที่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมมักเดินทางเร็วกว่าระบบราชการ เมื่อมลพิษเกิดนอกพรมแดน แต่ผลกระทบตกอยู่กับคนไทยในพื้นที่ลุ่มน้ำ การทำให้ประชาชนมีเครื่องมือ มีข้อมูล และมีช่องทางเชื่อมต่อกับหน่วยงานรัฐแบบใกล้ตัว จึงอาจเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการลดความเสียหายระหว่างที่กระบวนการเชิงนโยบายข้ามพรมแดนยังต้องใช้เวลาอีกมาก
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่มีแอปหรือไม่ แต่อยู่ที่แอปนั้นเปลี่ยนการตัดสินใจของคนได้จริงหรือเปล่า
แม้การเปิดตัวแอปปลาปลอดภัยจะเป็นสัญญาณบวก แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ ระบบจะเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อขายปลา การบริโภค และการสื่อสารความเสี่ยงได้จริงเพียงใด เพราะในสถานการณ์มลพิษสิ่งแวดล้อม ความน่าเชื่อถือไม่ได้สร้างจากเทคโนโลยีอย่างเดียว หากต้องสร้างจากความสม่ำเสมอของข้อมูล ความโปร่งใสของวิธีตรวจ ความรวดเร็วในการอัปเดต และการยอมรับร่วมกันของชุมชน ผู้ค้า นักวิจัย และหน่วยงานรัฐ
หากระบบทำได้จริง แอปนี้จะไม่ใช่แค่เครื่องมือเช็กปลา แต่จะกลายเป็นต้นแบบของการสื่อสารความเสี่ยงแบบใหม่ของเชียงราย เป็นแบบอย่างว่าการจัดการปัญหามลพิษที่ซับซ้อนสามารถทำให้ประชาชนเข้าใจและใช้ประโยชน์ได้ผ่านข้อมูลเปิด วิทยาศาสตร์เปิด และการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ แต่หากข้อมูลขาดช่วง อัปเดตไม่ทัน หรือแปลผลไม่สอดคล้องกับประสบการณ์ชุมชน ความเชื่อมั่นก็อาจสั่นคลอนอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากกระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศได้ในฤดูฝน
บทสรุปของวันนี้คือ เชียงรายกำลังเปลี่ยนจากพื้นที่รับผลกระทบ ไปสู่พื้นที่ที่พยายามควบคุมความเสี่ยงด้วยข้อมูล
สิ่งที่เกิดขึ้นในเชียงราย ณ ต้นเดือนเมษายน 2569 จึงมีความหมายมากกว่าการเปิดตัวแอปหนึ่งตัว เพราะมันสะท้อนการเปลี่ยนวิธีคิดของการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ จากเดิมที่ประชาชนต้องรอฟังผลตรวจจากหน่วยงานรัฐ มาเป็นการสร้างโครงข่ายเฝ้าระวังที่มีทั้งห้องแล็บ นักวิจัย ชุมชน ตลาดปลา ระบบประปาหมู่บ้าน และแพลตฟอร์มเตือนภัยเชื่อมถึงกันมากขึ้น ทุกชิ้นส่วนยังไม่สมบูรณ์ แต่เริ่มมองเห็นทิศทางเดียวกันชัดขึ้นเรื่อย ๆ
ในวันที่สารปนเปื้อนไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และข้ามพรมแดนมาเงียบกว่าสายน้ำ การมีข้อมูลที่เร็วพอ เชื่อถือได้พอ และใกล้มือประชาชนพอ อาจเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดในการปกป้องทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจชุมชน และความเชื่อมั่นของคนริมแม่น้ำ และนั่นทำให้โครงการปลาปลอดภัย by Open Science ไม่ได้เป็นเพียงนวัตกรรมด้านปลา หากเป็นภาพย่อของคำถามใหญ่ว่า ในโลกที่ความเสี่ยงสิ่งแวดล้อมซับซ้อนขึ้นทุกปี ประเทศไทยจะทำให้วิทยาศาสตร์ลงไปอยู่ข้างประชาชนได้เร็วเพียงใด
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
- สวทช.
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย


































































