Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายเตือนประชาชนรับมืออากาศเย็นและหมอกหนา

เชียงรายอุณหภูมิลดต่ำ หมอกหนาจัด ผู้ขับขี่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 สื่อมติชนรายงานว่า ประชาชนชาวเชียงรายผู้ขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่สัญจรบนท้องถนน โดยเฉพาะถนนพหลโยธิน สายแม่จัน-แม่สาย ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากสภาพอากาศที่เย็นลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีหมอกหนาปกคลุมในช่วงเช้า ซึ่งลดรัศมีการมองเห็นของผู้ขับขี่เหลือไม่ถึง 1 กิโลเมตร ส่งผลให้ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้ารถเพื่อป้องกันอันตราย โดยหมอกหนานี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดถึงสาย ก่อนที่จะสลายตัวไป ลักษณะดังกล่าวพบได้ทุกวันในช่วงนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเมืองหรือพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของป่าและนาข้าว

การเตรียมรับมือสภาพอากาศเย็นจากมวลอากาศเย็นจากจีน

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ 18 อำเภอให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุณหภูมิที่ลดต่ำลง ภายหลังจากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 ระบุว่ามวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงจากประเทศจีนกำลังแผ่ลงมาปกคลุมทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ทำให้ในระยะแรกมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ ก่อนที่อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ทำให้อากาศในตอนเช้าเย็นจัดและมีลมแรง โดยเฉพาะในเขตจังหวัดทางตอนบนของประเทศไทย

คำแนะนำในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยจากอากาศหนาว

นายประเสริฐกล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสภาพอากาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด และควรสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆ เพื่อรักษาความอบอุ่นให้กับร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการ และสตรีมีครรภ์ ควรดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ และควรงดเว้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดความหนาว เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้ร่างกายสูญเสียความร้อน ซึ่งอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำจนเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ ประชาชนควรระมัดระวังการก่อไฟผิงเพื่อคลายความหนาว เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอัคคีภัยได้ หากไม่มีการดูแลอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ คำแนะนำดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นสุดฤดูหนาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายจัดงาน Horeca ยกระดับผลิตภัณฑ์สู่สากลหลังน้ำท่วม

นายก อบจ.เชียงราย ร่วมงาน Chiangrai Horeca Exhibition 2024 & การประชุม Soft Power & Local Wisdom ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่สากล

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมงาน “Chiangrai Horeca Exhibition 2024” และการประชุม Soft Power & Local Wisdom ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ซึ่งมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

การจัดงานในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูการค้าของจังหวัดเชียงรายหลังจากประสบอุทกภัยรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั้งระบบในพื้นที่และการค้าชายแดน งาน Chiangrai Horeca Exhibition 2024 จึงเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาคเอกชนและภาครัฐ โดยเน้นยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการในด้านการค้าและการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านแนวคิด Soft Power

การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการกระตุ้นการค้าของเชียงรายหลังอุทกภัย

เชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้การค้าขายภายในพื้นที่ชะงักงัน และเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจทั้งในภาคการค้าชายแดนและธุรกิจในท้องถิ่น งานนี้จึงถูกจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนและกระตุ้นให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในรูปแบบงานแสดงสินค้าธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) รวมถึงร้านค้าในรูปแบบธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงสินค้าที่หลากหลาย

กิจกรรมเสริมสร้างทักษะและการประชุม Soft Power & Local Wisdom

นอกจากการแสดงสินค้าแล้ว ยังมีกิจกรรม Work Shop ด้านชาและกาแฟจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้สนใจได้เรียนรู้และเพิ่มพูนความรู้ความสามารถเพื่อเตรียมความพร้อมสู่อนาคต ทั้งนี้ การประชุม Soft Power & Local Wisdom ยังเน้นการอบรมเพื่อเสริมความรู้เกี่ยวกับการนำ Soft Power มาปรับใช้กับธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และการสร้างมูลค่าเพิ่มที่สามารถตอบโจทย์ตลาดสากล

ประโยชน์ของงานที่ส่งเสริม Soft Power สู่สากล

การประชุม Soft Power & Local Wisdom ได้เปิดมุมมองให้ผู้ประกอบการได้เห็นโอกาสในการพัฒนาและขยายธุรกิจไปสู่ตลาดโลก โดยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ไทย การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการปรับตัวให้เข้ากับนโยบาย Soft Power ของภาครัฐ ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ไทยมีจุดเด่นและดึงดูดผู้บริโภคจากทั่วโลก อีกทั้งยังช่วยสร้างความยั่งยืนในการทำธุรกิจในอนาคต

ข้อมูลการจัดงาน

งาน “Chiangrai Horeca Exhibition 2024 & การประชุม Soft Power & Local Wisdom ยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นสู่สากล” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 18.00 น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

คลังเตรียมขายหวยเกษียณ เพิ่มรางวัลพิเศษน่าลุ้น

คลังเสนอ “หวยเกษียณ” คาดเริ่มขายไตรมาสแรกปีหน้า เพิ่มรางวัลพิเศษและออกแบบสลากตามจังหวัด

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาการออกสลากออมทรัพย์เพื่อการเกษียณ หรือที่เรียกว่า “หวยเกษียณ” ในเดือนพฤศจิกายนนี้ คาดว่าหากได้รับอนุมัติจากครม. และผ่านกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎร จะสามารถเริ่มจำหน่ายได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยเป้าหมายของโครงการนี้คือการสร้างทางเลือกใหม่ในการออมสำหรับผู้สูงอายุ

การออกแบบสลากเพื่อความน่าสนใจและรางวัลพิเศษ

นายเผ่าภูมิอธิบายว่า หวยเกษียณจะมาในรูปแบบสลากขูดดิจิทัล โดยมีราคาจำหน่ายใบละ 50 บาท และแต่ละบุคคลสามารถซื้อได้สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน หวยเกษียณจะออกรางวัลทุกวันศุกร์ โดยมีการออกแบบสลากให้มีความพิเศษด้วยการใช้ชื่อจังหวัดและสีเป็นสัญลักษณ์ในการลุ้นรางวัล เช่น รางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท จะมีจำนวน 5 รางวัล และจะใช้ชื่อจังหวัดและวงกลมสีต่าง ๆ เพื่อระบุรางวัล ส่วนรางวัลที่ 2 มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล จะใช้ชื่ออำเภอและวงกลมสีเป็นสัญลักษณ์

การออกรางวัลจะเป็นไปอย่างน่าตื่นเต้น โดยในแต่ละวันศุกร์ เวลา 17.00 น. จะมีการจับลูกบอลขึ้นมา 3 ลูก โดยลูกที่ 1 จะเป็นชื่อจังหวัด ลูกที่ 2 เป็นชื่ออำเภอ และลูกที่ 3 เป็นสี ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อสลากสามารถลุ้นได้อย่างตื่นเต้น และหากรางวัลออกไม่ครบ จะมีการทบเงินรางวัลในงวดถัดไปเพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการลุ้น

ปรับปรุง พ.ร.บ. กอช. ขยายอายุผู้มีสิทธิ์ซื้อสลากเพื่อการเกษียณ

โครงการนี้จะมีการปรับปรุงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กอช. เพื่อขยายอายุผู้มีสิทธิ์ซื้อสลากเกษียณ จากเดิมที่กำหนดอายุระหว่าง 15-60 ปี ให้เป็นผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ถือบัญชีต้องถือไว้ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปีจึงจะสามารถถอนเงินออกมาได้ หากผู้ถือสลากเสียชีวิต เงินดังกล่าวจะตกเป็นมรดกให้กับทายาทหรือผู้ได้รับประโยชน์ที่ระบุไว้

รางวัลพิเศษ มอบความสุขเพิ่มเติมให้ประชาชน

นอกจากรางวัลหลักแล้ว หวยเกษียณยังมีรางวัลพิเศษเพื่อดึงดูดความสนใจของประชาชน โดยจะมอบของขวัญ เช่น บัตรเติมน้ำมัน กาแฟ หรือบัตรตั๋วเครื่องบิน ให้แก่ผู้ถูกรางวัล โดยนายเผ่าภูมิกล่าวว่าการเพิ่มของขวัญพิเศษนี้เป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมให้ประชาชนสนใจการออมผ่านหวยเกษียณมากขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงการคลัง

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ททท. เปิดตัวแคมเปญแอ่วเหนือคนละครึ่ง กระตุ้นการท่องเที่ยว

ททท. ผนึกกำลังพันธมิตรจัดงาน “เหนือพร้อม…เที่ยว” พร้อม Kick Off แคมเปญ “แอ่วเหนือ…คนละครึ่ง” กระตุ้นการท่องเที่ยวภาคเหนือ

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้จัดงาน “เหนือพร้อม…เที่ยว” ที่อุทยานไร่แม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อประกาศศักยภาพความพร้อมของภาคเหนือในด้านการท่องเที่ยว พร้อมมอบความช่วยเหลือและฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย อีกทั้งเปิดตัวแคมเปญ “แอ่วเหนือ…คนละครึ่ง” ซึ่งจะเริ่มต้นให้บริการนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เพื่อต้อนรับฤดูท่องเที่ยวปลายปี 2567 หวังเพิ่มรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าสู่ภาคเหนือ

ฟื้นฟูการท่องเที่ยวภาคเหนือหลังน้ำท่วม เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า อุทกภัยที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเดินทางเข้าพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวที่เสียหาย แต่ปัจจุบันสถานการณ์กลับสู่ปกติแล้ว ทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการท่องเที่ยวใน 17 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วง High Season นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นและทัศนียภาพสวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมล้านนา

งาน “เหนือพร้อม…เที่ยว” รวมผู้ประกอบการและสื่อมวลชนทั่วประเทศ

ในวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2567 ททท. ได้เชิญผู้ประกอบการและสื่อมวลชนจากทั่วประเทศมากกว่า 200 คน มาร่วมอัปเดตสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวภาคเหนือ โดยมีการจัดเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการท่องเที่ยวภาคเหนือและผู้ที่สนใจ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น พิธีสืบชะตาหลวงล้านนาเพื่อความเป็นสิริมงคล และกิจกรรม CSR ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพของภาคเหนือในการฟื้นฟูการท่องเที่ยว

แคมเปญ “แอ่วเหนือ…คนละครึ่ง” สนับสนุนการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

แคมเปญ “แอ่วเหนือ…คนละครึ่ง” จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 โดย ททท. ได้ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในภาคเหนือ 17 จังหวัด มอบส่วนลด 50% ของการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการในโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และกิจกรรมอื่น ๆ รวมถึงร้านของที่ระลึก โดยจะจำกัดส่วนลดไม่เกิน 400 บาทต่อคนต่อสิทธิ์ และมีทั้งหมด 10,000 สิทธิ์

นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่าน QR code ที่โรงแรมหรือสถานประกอบการที่เข้าร่วม โดยเมื่อสมัครรับสิทธิ์แล้ว จะได้รับ SMS ยืนยันการเข้าร่วมแคมเปญ และสามารถใช้สิทธิ์ได้ภายใน 3 วัน นักท่องเที่ยวสามารถใช้สิทธิ์โดยสแกน QR code ที่สถานประกอบการที่เข้าร่วม ซึ่งสังเกตได้จากป้ายโลโก้แคมเปญ “แอ่วเหนือ…คนละครึ่ง”

เทศกาลและกิจกรรมสุดพิเศษที่รอคอยนักท่องเที่ยวปลายปีนี้

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงความพร้อมของจังหวัดเชียงรายในการฟื้นฟูการท่องเที่ยวเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยมีการเตรียมหลากหลายกิจกรรมและเทศกาลที่น่าสนใจ เช่น งานประเพณีลอยกระทงยี่เป็งนครเชียงราย กิจกรรม Mae Salong Trail งานมหกรรมดอกไม้อาเซียน งานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม และงานเคาท์ดาวน์เชียงราย 2025 เพื่อสร้างสีสันให้กับฤดูท่องเที่ยวของภาคเหนือและกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัด

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ “แอ่วเหนือ…คนละครึ่ง”

นักท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน QR code ที่โรงแรมและสถานประกอบการที่เข้าร่วมในภาคเหนือ และใช้สิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 หรือเมื่อครบจำนวนสิทธิ์ ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญและสถานประกอบการที่ร่วมโครงการได้ที่เว็บไซต์ www.แอ่วเหนือคนละครึ่ง.com หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center โทร. 1672

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : www.แอ่วเหนือคนละครึ่ง.com

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

ร่วมลอยกระทงแบบล้านนาที่อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ

โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ เชิญร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทงสไตล์ล้านนา “Loy Krathong Wonder” ท่ามกลางบรรยากาศงดงามใจกลางสามเหลี่ยมทองคำ

โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย ขอเชิญนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมสัมผัสมนต์เสน่ห์ของประเพณีลอยกระทงแบบล้านนา ในงานเทศกาล “Loy Krathong Wonder” ที่จัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีไทยอันทรงคุณค่า ซึ่งในปีนี้จะมีการแสดงและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ให้คุณดื่มด่ำกับบรรยากาศล้านนาและธรรมชาติอันงดงามริมแม่น้ำรวก

บรรยากาศแบบล้านนาและการแสดงพื้นเมืองที่น่าประทับใจ

ในค่ำคืนของงาน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่หลากหลาย เช่น ดนตรีพื้นบ้าน การฟ้อนรำ ฟ้อนดาบ และการตีกลองสะบัดชัย ที่จะเพิ่มความสนุกสนานและประทับใจในทุกช่วงเวลา การแสดงเหล่านี้เป็นการสะท้อนเอกลักษณ์และความงดงามของประเพณีล้านนา ซึ่งได้รับการสืบทอดมาตั้งแต่อดีต

กิจกรรมสืบสานประเพณีลอยกระทงและการประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ

นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติด้วยตนเอง พร้อมนำกระทงไปลอยที่ริมแม่น้ำรวก ถือเป็นโอกาสในการสืบสานประเพณีลอยกระทงแบบดั้งเดิม รวมถึงการปล่อยโคมไฟยี่เป็งที่ทำให้ค่ำคืนนี้สว่างไสวด้วยแสงไฟ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างบรรยากาศอันน่าตื่นตาตื่นใจและเต็มไปด้วยความหมายของการขอบคุณและการขอพรจากธรรมชาติ

เพลิดเพลินกับกาดล้านนาและสินค้าในชุมชน

นอกจากกิจกรรมลอยกระทงแล้ว ยังมีการจำลองบรรยากาศของกาดล้านนา ซึ่งเป็นตลาดท้องถิ่นที่นำเสนอสินค้าพื้นเมือง งานศิลปะ งานคราฟต์จากชุมชน และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ สามารถสัมผัสถึงความเป็นเอกลักษณ์และคุณค่าของงานหัตถกรรมที่ทำขึ้นด้วยใจจากชุมชน

อิ่มอร่อยกับมื้อค่ำแบบบุฟเฟ่ต์อาหารไทยและนานาชาติ ริมแม่น้ำ

ในส่วนของอาหาร ทางโรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ เตรียมสถานีอาหารไทย อาหารเหนือ และอาหารนานาชาติในรูปแบบบุฟเฟ่ต์สุดพิเศษ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกอิ่มอร่อยกันอย่างเต็มที่ในบรรยากาศมื้อค่ำที่แสนอบอุ่นริมแม่น้ำ ตั้งแต่เวลา 18.30 น. ถึง 21.30 น. ในราคา 2,400++ บาทต่อท่าน สำหรับเด็กอายุ 4-12 ปี ราคา 1,200++ บาทต่อท่าน

รายละเอียดการเข้าร่วมงาน Loy Krathong Wonder ที่อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ

กิจกรรม “Loy Krathong Wonder” จะจัดขึ้นในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. ถึง 21.30 น. ที่โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 053-784-084

ร่วมดื่มด่ำกับความงดงามของประเพณีลอยกระทงแบบล้านนา สัมผัสบรรยากาศมื้อค่ำริมแม่น้ำที่ร่มรื่น ท่ามกลางทัศนียภาพของสามเหลี่ยมทองคำและธรรมชาติอันงดงาม

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ไทยครองอันดับหนึ่งประเทศที่ใช้ ‘มอเตอร์ไซค์’ มากที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 เว็บไซต์ WorldAtlas ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลด้านภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา ประชากรศาสตร์ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การเมือง และการเดินทางที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1994 ได้เผยรายงานที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้มอเตอร์ไซค์ในแต่ละประเทศทั่วโลก โดยรายงานระบุว่า ประเทศไทยครองอันดับหนึ่งในด้านจำนวนครัวเรือนที่มีการครอบครองมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลก โดยมีถึง 87% ของครัวเรือนในไทยที่มีมอเตอร์ไซค์ใช้งาน ซึ่งหมายถึงกว่า 15 ล้านครัวเรือนในประเทศที่ครอบครองมอเตอร์ไซค์ ทำให้ประเทศไทยมีอัตราการครอบครองมอเตอร์ไซค์ต่อครัวเรือนสูงที่สุดในโลก

ประเทศไทยแซงหน้าเวียดนามในสัดส่วนการครอบครองมอเตอร์ไซค์

ในขณะที่หลายคนอาจเข้าใจว่าเวียดนามเป็นประเทศที่มีการใช้งานมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลก เนื่องจากสามารถพบเห็นมอเตอร์ไซค์จำนวนมากได้ตามท้องถนน โดยเฉพาะในนครโฮจิมินห์ รายงานล่าสุดจาก Pew Research Centre ระบุว่าประเทศไทยได้แซงหน้าเวียดนามไปเพียงเล็กน้อย โดยสัดส่วนครัวเรือนที่ครอบครองมอเตอร์ไซค์ในไทยอยู่ที่ 87% ขณะที่เวียดนามมีอยู่ 86% ส่งผลให้ประเทศไทยขึ้นแท่นอันดับหนึ่งของโลกในด้านจำนวนผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ต่อครัวเรือน

10 อันดับประเทศที่มีมอเตอร์ไซค์ต่อครัวเรือนมากที่สุดในโลก

  1. ไทย – 87% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  2. เวียดนาม – 86% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  3. อินโดนีเซีย – 85% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  4. มาเลเซีย – 83% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  5. จีน – 60% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  6. อินเดีย – 47% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  7. ปากีสถาน – 43% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  8. ไนจีเรีย – 35% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  9. ฟิลิปปินส์ – 32% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์
  10. บราซิล – 29% ของครัวเรือนมีมอเตอร์ไซค์

ความต้องการมอเตอร์ไซค์ในไทยสูง สาเหตุและผลกระทบจากการจราจร

รายงานยังระบุอีกว่า ความต้องการใช้มอเตอร์ไซค์ในประเทศไทยมีสูง เนื่องจากสภาพการจราจรที่หนาแน่นและสภาพถนนที่ท้าทาย ทำให้การเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์กลายเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกและคล่องตัว อย่างไรก็ตาม การใช้งานมอเตอร์ไซค์ในไทยกลับกลายเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลของเว็บไซต์ Bike Republic ระบุว่าประเทศไทยมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนที่เกี่ยวข้องกับมอเตอร์ไซค์มากที่สุดในโลก โดยกว่า 74% ของอุบัติเหตุบนท้องถนนมีมอเตอร์ไซค์เป็นส่วนหนึ่ง

การสูญเสียชีวิตและการบาดเจ็บของผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ในไทย

การใช้งานมอเตอร์ไซค์อย่างแพร่หลายในไทยส่งผลให้ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสูงที่สุดเช่นกัน โดยข้อมูลจาก Thai Safety Collaboration (Thai RSC) ระบุว่า ในปี 2567 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในไทยถึง 2,601 ราย โดย 79% ของผู้เสียชีวิตเป็นผู้ใช้มอเตอร์ไซค์เท่านั้น และในเดือนมกราคมปีนี้ มีชาวต่างชาติเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในไทยถึง 75 ราย

จากข้อมูลเหล่านี้ทำให้เห็นว่าการใช้มอเตอร์ไซค์ในไทยมีทั้งข้อดีในการช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางในเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายในการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : WorldAtlas

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดสะพานใหม่ อบจ.เชียงราย เพิ่มสะดวกปลอดภัยเพื่อชาวสันกลาง

อบจ.เชียงราย เปิดสะพานใหม่เพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้ทำพิธีเปิดสะพานสายทางหน้าวัดหัวฝาย ที่ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายอลงกรณ์ ดีน้อย นายก อบต.สันกลาง และนายศรีวรรณ วงศ์จินา กำนันตำบลสันกลาง รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีเปิดสะพานในครั้งนี้

สะพานที่สร้างขึ้นใหม่ เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัย

การก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กนี้ได้รับการสนับสนุนจากงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567 จำนวน 855,000 บาท เพื่อให้ประชาชนในตำบลสันกลาง หมู่ที่ 9 บ้านหัวฝาย และพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะในเส้นทางที่เชื่อมต่อกับวัดหัวฝาย ซึ่งเป็นจุดสำคัญทางศาสนาและชุมชน

พิธีเปิดสะพานและกิจกรรมเสริมสร้างสิริมงคล

ในวันเปิดสะพานนี้ มีการจัดพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมงาน พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย และประธานมูลนิธิปิยวรรณพิพัฒน์เพื่อสังคม ได้กล่าวถึงความสำคัญของสะพานเส้นนี้ว่าเป็นเส้นทางสัญจรที่ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันของประชาชนและในการเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาของผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

สะพานใหม่ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้ชาวตำบลสันกลาง

การก่อสร้างสะพานนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้สะพานที่ชำรุดหรือไม่ปลอดภัย เป็นการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ไฟไหม้โกดังลำไยเชียงราย หวั่นผลกระทบสุขภาพ

 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในโกดังเก็บลำไย อบแห้งใน ต.ท่าก๊อ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เมื่อเวลา 07.00 น. โดยนายปฤษฎางค์ สามัคคีนิชย์ นายอำเภอแม่สรวย ได้รับแจ้งเหตุจาก อบต.ท่าก๊อ ว่าโกดังเก็บสินค้าของโรงงานอบลำไยในพื้นที่หมู่ 10 เกิดเพลิงไหม้หนัก เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งรถดับเพลิงเข้าดับไฟทันที พร้อมเสริมกำลังรถจากหน่วยงานท้องถิ่นใกล้เคียงรวมกว่า 20 คัน

การดับเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากโกดังมีสินค้าจำนวนมากและมีโครงเหล็กเรียงซ้อนสูงทำให้เพลิงลุกลามรวดเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลานานกว่า 9 ชั่วโมงในการควบคุมเพลิง หน่วยงานท้องถิ่นยังได้เตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้ระวังการสูดดมควันไฟที่พวยพุ่งตลอดเวลา เนื่องจากมีผลต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้จัดหน่วยงานลงพื้นที่เพื่อติดตามสุขภาพของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาทางเดินหายใจ นายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย แนะนำให้ประชาชนงดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากอนามัยหากต้องออกไปนอกอาคาร

การเกิดไฟไหม้ครั้งนี้ส่งผลให้เกิดควันไฟกระจายทั่วบริเวณ และต้องใช้รถแบคโฮเพื่อเข้าช่วยเคลื่อนย้ายโครงเหล็กออกจากจุดที่ยังมีเชื้อเพลิง ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประสานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินสถานการณ์และหามาตรการระยะยาวในการป้องกันเหตุในอนาคต

มาตรการป้องกันสุขภาพสำหรับประชาชน

  • หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในช่วงที่มีควันไฟ และสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM 2.5 หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร
  • ตรวจสอบสุขภาพของตนเองและครอบครัว หากพบอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบากหรือแน่นหน้าอก ให้ไปพบแพทย์ทันที

เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการควบคุมอย่างต่อเนื่อง และหน่วยงานท้องถิ่นได้วางมาตรการฟื้นฟูสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI EDITORIAL

‘TCDC เชียงราย สร้างสรรค์การออกแบบ ชูสุขภาพและคุณภาพชีวิตดี

SaTa Na Architect โพสต์เกี่ยวกับการออกแบบศูนย์สร้างสรรค์ TCDC เชียงราย

เพจ SaTa Na Architect ได้เผยแพร่ผลงานการออกแบบศูนย์สร้างสรรค์ TCDC เชียงราย หรือศูนย์ข้อมูลและทรัพยากรสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบแห่งประเทศไทย (TCDC) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

แรงบันดาลใจในการออกแบบ

เชียงรายได้รับการยอมรับว่าเป็น “เมืองศิลปะ” มีความหลากหลายด้านศิลปวัฒนธรรม ทั้งยังเป็นแหล่งจัดเทศกาลศิลปะที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การออกแบบ TCDC เชียงราย ได้แรงบันดาลใจจากคำอวยพรพื้นเมืองที่ใช้ในพิธีบายศรีสู่ขวัญที่ว่า “อยู่ดีกิ๋นดี บ่เจ็บบ่ไข้” ซึ่งสะท้อนถึงการใช้ชีวิตที่ดี มีสุขภาพแข็งแรง จึงได้แนวคิดในการออกแบบให้ศูนย์สร้างสรรค์แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะและนวัตกรรม

แนวคิดหลักในการออกแบบ

TCDC เชียงราย นำแนวคิด “อยู่ดีกิ๋นดี บ่เจ็บบ่ไข้” มาใช้เป็นแกนในการออกแบบ พื้นที่โดยรอบอาคารจัดให้เป็นแหล่งปลูกพืชสมุนไพรและผักสวนครัว เพื่อให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวเชียงราย ซึ่งการปลูกพืชสมุนไพรเหล่านี้ยังสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความเชื่อมโยงกับแนวคิดของ “Wellness Lab” อีกด้วย

อาคารถูกออกแบบให้สะท้อนวิถีชีวิตชาวเชียงราย ด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เรือนไม้ล้านนา” โดยใช้โครงสร้างแบบ “ม้าต่างไหม” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านในภาคเหนือ การออกแบบนี้สร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการเรียนรู้และการสร้างสรรค์ และยังสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย พร้อมได้รับแรงบันดาลใจในการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ

พื้นที่การเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์

ภายในศูนย์ TCDC เชียงรายถูกจัดให้มีพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ อาทิ

  • Co-working Space พื้นที่ทำงานร่วมกัน ที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์และแลกเปลี่ยนไอเดีย
  • ห้องปฏิบัติการ (Lab) สำหรับการทดลองและวิจัย โดยเน้นด้านสุขภาพและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
  • พื้นที่แสดงผลงานศิลปะ สำหรับนักออกแบบและศิลปินที่ต้องการเผยแพร่ผลงานของตน
  • สวนสมุนไพร ที่เปิดให้ผู้คนได้สัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติและความรู้ทางสมุนไพรแบบพื้นบ้าน

สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์

เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีอากาศเย็นสบาย ธรรมชาติที่งดงาม ประกอบด้วยภูเขา แม่น้ำ และพื้นที่เกษตรกรรม สภาพแวดล้อมนี้เหมาะสมกับการพักผ่อนและสร้างสรรค์ผลงานอย่างยั่งยืน ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีและอากาศที่บริสุทธิ์ ทำให้ศิลปิน นักออกแบบ และผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์สามารถใช้เวลาในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้แรงบันดาลใจจากสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ

เชียงราย เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ของ UNESCO

TCDC เชียงรายยังเน้นให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดเชียงรายในฐานะเมืองสร้างสรรค์ระดับโลก ภายใต้เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของ UNESCO โดยมุ่งหวังให้เชียงรายเป็นเมืองต้นแบบที่แสดงถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ยังเน้นการส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมของชาวเชียงรายสู่สากล และการพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนให้มีความแข็งแกร่งและยั่งยืน

การออกแบบ TCDC เชียงรายจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ศูนย์กลางการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะแนวคิดและนวัตกรรมที่ใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเต็มที่ ตามแนวคิด “อยู่ดีกิ๋นดี บ่เจ็บบ่ไข้” ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและการสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนในทุกด้าน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : satanaarchitect

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงรายเปิดตัวเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ยกระดับศิลปะท้องถิ่นสู่โลก

เชียงรายเปิดตัวเชียงรายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบในเครือข่าย UNESCO พร้อมยกระดับวัฒนธรรม

วันที่ 31 ตุลาคม 2567 เวลา 15.30 น. ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดกิจกรรม “เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ” โดยได้รับเกียรติจากนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้การดำเนินงานของจังหวัดเชียงรายและการร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ภาคการศึกษา เอกชนและประชาสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเมืองเชียงรายให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ UNESCO ในด้านการออกแบบ

ในงานได้รับการต้อนรับจากอาจารย์นคร พงษ์น้อย ผู้อำนวยการอุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง และนางอธิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ที่ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและรับทราบถึงประโยชน์ของการเข้าร่วมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ โดยเน้นย้ำว่านี่คือโอกาสสำคัญที่เชียงรายจะได้ใช้ศิลปวัฒนธรรมและการออกแบบเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจภายในท้องถิ่น

ในการประชุมยังได้มีการนำเสนอผลงานการขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์โดยนางพร้อมพร จินดาวงศ์ เนตรหาญ และรองศาสตราจารย์ ดร.พลวัฒ ประพัฒน์ทอง จากสถาบันศิลปวัฒนธรรมและอารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งอธิบายถึงการพัฒนาตามแผนที่นำทางที่ชัดเจน โดยมีพันธสัญญาที่มุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของจังหวัดเชียงรายที่ว่า “เชียงรายเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ สะอาด ปลอดภัย น่ายล”

กิจกรรมไฮไลท์ภายในงาน

  1. การลงนามปฏิญาณเชียงรายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ
    ปฏิญญานี้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของหน่วยงานและประชาชนในเชียงรายที่พร้อมจะร่วมกันสร้างสรรค์ให้เชียงรายก้าวเข้าสู่การเป็นเมืองแห่งการออกแบบที่น่ายกย่องในระดับสากล
  2. นิทรรศการเครือข่ายเชียงรายเมืองสร้างสรรค์
    นิทรรศการนี้นำเสนอผลงานและความสำเร็จของเชียงรายในด้านการออกแบบที่เป็นที่ยอมรับจาก UNESCO โดยเน้นการบูรณาการศิลปะและวัฒนธรรมให้มีบทบาทในการพัฒนาเมือง โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการนำเสนอความงามและเอกลักษณ์ของท้องถิ่นผ่านศิลปะการออกแบบที่หลากหลาย

ภายในงานยังมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน อาทิ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นางฐิติมา เร่งประเสริฐ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย นางธนัญญา เชิดโฉม รองผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย และนายโชติศิริ ดารายน นายกสมาคมสื่อมวลชนและนักประชาสัมพันธ์เชียงราย รวมถึงเครือข่ายชุมชนและนักออกแบบเชียงราย ที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News