Categories
LIFESTYLE

ThaiHealth Watch 2025 เจาะลึก 7 เทรนด์สุขภาพปี 2568

สสส. เปิดตัว ThaiHealth Watch 2025 นำเสนอ 7 ประเด็นทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2568

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ กรุงเทพฯ นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานเปิดงาน “จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย 2568 (ThaiHealth Watch 2025)” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำเสนอ 7 ประเด็นสุขภาพสำคัญของคนไทยในปี 2568 เพื่อสร้างการรับรู้และร่วมขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูล (Data-Driven Society)

7 ประเด็นสุขภาพสำคัญในปี 2568

  1. ยิ่งเปราะบาง ยิ่งเดือดร้อน วิกฤตโลกเดือด
    ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ประเทศไทยเผชิญความเสี่ยงอันดับ 9 ของโลก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด สสส. เน้นสร้างทักษะคนรุ่นใหม่เพื่อลดผลกระทบจากปัญหานี้
  2. ชีวิตอมฝุ่น ตัวเลขผู้ป่วยก้าวกระโดด นโยบายก้าวไม่ทัน
    คุณภาพอากาศของประเทศไทยเฉลี่ยรายปีสูงกว่ามาตรฐานองค์การอนามัยโลกถึง 5 เท่า ส่งผลให้ผู้ป่วยทางเดินหายใจเพิ่มกว่า 11 ล้านคน/ปี สสส. ชวนจับตาร่างกฎหมายอากาศสะอาดที่จะเข้าสภาฯ ในต้นปี 2568
  3. เยียวยาจิตใจ ปรับพฤติกรรมใหม่ เข้าถึงการดูแลได้ทุกคน
    ผู้ป่วยจิตเวชในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 2.9 ล้านคนในปี 2566 โดย สสส. ได้พัฒนานวัตกรรม “ประสบการณ์” เพื่อสร้างความเข้าใจและลดช่องว่างระหว่างวัย
  4. ต่างวัยต่างติดจอ เผชิญปัญหาต่าง กระทบชีวิตไม่แตกต่าง
    คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 7.04 ชั่วโมง/วัน แต่ยังมีความรู้เท่าทันภัยออนไลน์ต่ำ ส่งผลให้เกิดปัญหา เช่น การพนันออนไลน์ การคุกคามทางเพศ สสส. จึงผลักดันกลไกเครือข่ายเฝ้าระวังภัยออนไลน์
  5. เด็กอ้วนเพิ่ม ผู้ใหญ่ความดันพุ่ง ทำสุขภาพทรุด เศรษฐกิจโทรม
    เด็กอ้วนมีแนวโน้มป่วยโรค NCDs สูงขึ้น เช่น เบาหวานที่คาดการณ์ว่าจะเพิ่มจาก 4.8 ล้านคนในปี 2566 เป็น 5.3 ล้านคนในปี 2583 สสส. เร่งสร้างความร่วมมือระหว่างภาคีเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ
  6. โรคติดต่อจะไม่ติดต่อ เติมความรู้ให้แน่น ก่อนจะเล่นกับความรัก
    ผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นเป็น 53 คน/แสนประชากรในปี 2566 สสส. พัฒนาเว็บไซต์ www.คุยเรื่องเพศ.com เพื่อให้ความรู้แก่ทุกกลุ่มวัย
  7. การตลาดบุหรี่ไฟฟ้า ภาพหวานเหมือนขนม ซ่อนพิษขมสำหรับเด็ก
    เด็กไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 9.1% โดยส่วนหนึ่งมาจากการตลาดที่ดึงดูดนักสูบหน้าใหม่ สสส. เน้นผลักดันนโยบายและสร้างความตระหนักถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า

พัฒนานวัตกรรม ThaiHealth Watch

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวเปิดงาน จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย 2568 (ThaiHealth Watch 2025) ว่า “สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูล (Data-Driven Society) พัฒนานวัตกรรม ThaiHealth Watch เพื่อนำเสนอแนวทางลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยรวบรวมองค์ความรู้จากสถานการณ์สุขภาพคนไทย ปี 2567 ประกอบกับความคิดเห็นเรื่องสุขภาพยอดนิยมบนสื่อออนไลน์ และข้อแนะนำทั้งระดับปัจเจกบุคคลและนโยบายต่อสังคม เกิดเป็นประเด็นกระแสสังคม 7 ประเด็น 1.ยิ่งเปราะบาง ยิ่งเดือดร้อน วิกฤตโลกเดือด สำนักบริการด้านสภาพแวดล้อมของสหภาพยุโรป พบปี 2566 เป็นปีที่โลกมีอุณหภูมิร้อนที่สุด โลกร้อนขึ้นทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความหลากหลายทางระบบนิเวศ ระบบสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ไทยเสี่ยงจากผลกระทบสภาพภูมิอากาศเป็นอันดับ 9 ของโลก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางคือกลุ่มเสี่ยงที่สุด สสส. จึงร่วมกับภาคีเครือข่าย สร้างทักษะคนรุ่นใหม่สามาร

พ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า 2.ชีวิตอมฝุ่น ตัวเลขผู้ป่วยก้าวกระโดด นโยบายก้าวไม่ทัน รายงานคุณภาพอากาศปี 2566 พบไทยมีมลพิษมากเป็นอันดับที่ 36 ของโลก เฉลี่ยรายปีอยู่ที่ 23.3 มคก./ลบ.ม. มากกว่าค่าเฉลี่ยรายปีที่องค์การอนามัยโลกกำหนดถึงเกือบ 5 เท่า โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบเทียบเท่ากับสูบบุหรี่ 1,224 มวน ส่งผลให้มีผู้ป่วยทางเดินหายใจกว่า 11 ล้านคนต่อปี สสส. ชวนจับตาร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. … ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 2-3 ในต้นปี 2568 3.เยียวยาจิตใจ ปรับพฤติกรรมใหม่ เข้าถึงการดูแลได้ทุกคน พบผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านคนในปี 2558 เป็น 2.9 ล้านคน ในปี 2566 สสส. ร่วมกับภาคีพัฒนานวัตกรรมดูแลสุขภาพจิต ภายใต้โครงการ “ประสบการณ์” เพื่อลดช่องว่างและทัศนคติระหว่างวัย 4.ต่างวัยต่างติดจอ เผชิญปัญหาต่าง กระทบชีวิตไม่แตกต่าง พฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย 2565 โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พบคนไทยใช้อินเทอร์เน็ต 7.04 ชม./วัน แต่กลับมีความรู้ด้านการป้องกันภัยออนไลน์ต่ำ ส่งผลให้เสพติดพนันออนไลน์ โดนกลั่นแกล้ง คุกคามทางเพศ สสส. ได้ผลักดันกลไกเครือข่ายสร้างทักษะรู้เท่าทันสื่อทุกกลุ่มวัย เพื่อเฝ้าระวังและลดภัยออนไลน์ทุกรูปแบบ

1 ในสิ่งสำคัญที่ สสส. มุ่งเน้นการขับเคลื่อน

          น.ส.สุพัฒนุช สอนดำริห์ ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สสส. กล่าวว่า ปัจจัยที่เป็นตัวแปรสำคัญส่งผลให้การลดโรค NCDs ทำได้ยาก คือ 1.นวัตกรรม ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงสังคม และพฤติกรรมของคน เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ อาหารแปรรูป 2.การตลาดที่กระตุ้นการบริโภค 3.บุหรี่ไฟฟ้าและกัญชา เข้าถึงได้ง่าย 4.ปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศ PM2.5 ทำให้ออกกำลังกายนอกอาคารไม่ได้ 5.ปัญหาความเครียด สุขภาพจิต 6.รางวัลที่ให้ตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการกินเกินพอดี

    “1 ในสิ่งสำคัญที่ สสส. มุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานป้องกันและลดอัตราป่วยด้วยโรค NCDs สื่อสารรณรงค์ให้ความรู้ จุดประกายการเปลี่ยนแปลง เช่น สสส. ขับเคลื่อนเรื่องเหล้าในกลุ่มผู้หญิง เหล้ามีผลต่อมะเร็งเต้านม ทำให้อัตราการดื่มในกลุ่มผู้หญิงลดลง หรือกรณีบุหรี่ไฟฟ้า เรื่องไอบุหรี่เกาะปอดไม่สามารถล้างไม่ได้ รวมถึงจุดประกายการตั้งเป้าหมายที่สามารถทำได้ง่าย เช่น แคมเปญ “ไขมันเริ่มสลายเมื่อออกกำลังกายอย่างน้อย 10 นาที” สร้างกระแสสังคมเพื่อปรับพฤติกรรมเสี่ยง เรื่องงดเหล้าเข้าพรรษา” น.ส.สุพัฒนุช กล่าว

มุ่งแก้ปัญหาสุขภาพจิตในวัยทำงาน

ดร.เจนนิเฟอร์ ชวโนวานิช รองคณบดี คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปี 2566 คนไทยมีอัตราการฆ่าตัวตาย 7.9 คนต่อประชากรแสนคน และยังมีแนวโน้มมากขึ้นทุกปี แต่บุคลากรด้านสุขภาพจิตกลับเป็นสาขาที่มีจำนวนจำกัด มีจิตแพทย์ 1,000 คน นักจิตวิทยา 1,000 คน ซึ่งการจะเพิ่มบุคลากรด้านสุขภาพจิตให้เพียงพอต้องใช้เวลาถึง 5-10 ปี กระทรวงสาธารณสุขคาดการณ์ว่า 10 ปีข้างหน้า สุขภาพจิตจะกลายเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ทำให้เกิดการสูญเสียเป็นอันดับ 1 ของโรคไม่ติดต่อทั้งหมด ซึ่งกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง คือ กลุ่มวัยทำงาน พบมีความเครียดในการทำงาน 42.7% ในจำนวนนี้มีภาวการณ์ฝืนทำงานแม้มีปัญหาสุขภาพจิต 27.5% การรักษาในโรงพยาบาลจึงอาจไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต

 

   “แนวทางการสร้างนโยบายการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตที่ดีในการทำงาน 6 เรื่อง 1.เพิ่มสวัสดิการด้านการรักษาสุขภาพกายและใจ 2.อบรมให้ความรู้และจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจ 3.เพิ่มสวัสดิการการลา 4.ส่งเสริมการพูดคุยสื่อสารและรับฟังปัญหา 5.สร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมที่ดีในองค์กร 6.เพิ่มสวัสดิการทางการเงิน ช่วยให้พนักงานเข้าถึงการได้รับบริการหรือการส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพใจ” ดร.เจนนิเฟอร์ กล่าว

เป้าหมายของ ThaiHealth Watch 2025

“ThaiHealth Watch 2025” จะเป็นเครื่องมือสำคัญกระตุ้นสังคมให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/healthtrend หรือรับข้อมูลเฉพาะบุคคลได้ผ่านแอปพลิเคชัน “Persona Health”

“สุขภาพดีเริ่มได้ที่ตัวเรา” นพ.พงศ์เทพ กล่าวทิ้งท้าย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 เชียงราย ไฮไลต์สุดยิ่งใหญ่

เชียงรายหนาวนี้! เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 พร้อม 7 ไฮไลต์สุดประทับใจ

หนาวนี้ทาง คอลัมน์ แอ่วล้ำแอ่วเหลือ ชวนเที่ยวศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ที่ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ได้แก่ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ (โครงการพัฒนาดอยตุง), จังหวัดเชียงราย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย, การท่องเที่ยวและกีฬาเชียงราย, องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย, เทศบาลนครเชียงราย, กระทรวงวัฒนธรรม, ขัวศิลปะ และสิงห์เลม่อนโซดา จัดงาน เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024” ครั้งที่ 4 ณ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มกราคม 2568 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจเชียงรายในช่วงฤดูหนาว

7 ไฮไลต์สุดพิเศษในงาน “เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024”

  1. ต้นคริสต์มาสหมอกพันวา
    ดอยตุงร่วมสร้างสรรค์ต้นคริสต์มาสหมอกพันวาสูง 15 เมตร ภายใต้แนวคิด “Chiang Rai The Sense of Art” โดยใช้ผ้าย้อมสีธรรมชาติจากชาวเขาดอยตุง ตกแต่งด้วยลูกสนจากทางมะพร้าว พร้อมดอกไม้เมืองหนาว 9 สายพันธุ์ นำเสนอความงดงามทางศิลปะท้องถิ่น
  2. สีสันกาสะลองไนท์มาร์เก็ต
    เพลิดเพลินกับอาหารพื้นเมืองจาก 6 ชนเผ่าและเมนูพิเศษที่รังสรรค์จากดอกไม้นานาชนิด พร้อมกิจกรรม Workshop งานคราฟต์, Face Paint และการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากเด็กๆ เชียงราย
  3. Christmas Carols (24-26 ธันวาคม 2567)
    สนุกกับขบวน Santa & Friends ที่มาสร้างบรรยากาศแห่งความสุขช่วงคริสต์มาส ท่ามกลางความอลังการของต้นคริสต์มาสหมอกพันวา
  4. Happy Year End (30 ธันวาคม 2567)
    ร่วมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินวง Better Weather ที่จะมามอบเสียงเพลงแห่งความสุข

4.Kids Day @สีสันกาสะลองไนท์มาร์เก็ต (11-12 มกราคม 2568)
กิจกรรมพิเศษต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ จัดเต็มความสนุก ร้อง เล่น เต้น พร้อมแจกของขวัญสุดพิเศษจำนวน 5,000 ชิ้น

5.สุขต้นปี (11 มกราคม 2568)
ครั้งแรกในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย กับการแสดงสุดอลังการของ ระเบียบวาทะศิลป์” หมอลำชื่อดังที่ยกเวทีความสุขมาให้ชาวเชียงราย

6.โชว์สุดพิเศษปิดงาน (31 มกราคม 2568)
ชมการแสดงพิเศษส่งท้ายงาน “เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024” ที่จะสร้างความประทับใจให้ทุกคน 

นอกจากนี้ เซ็นทรัล เชียงราย ยังจัดโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิก The1 ที่ช้อปหรือทานอาหารครบ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีของที่ระลึกสุดพิเศษ จานเซรามิกแฮนด์เมด ที่ออกแบบเฉพาะเทศกาลนี้เท่านั้น

กระตุ้นการท่องเที่ยวเชียงรายอย่างยั่งยืน

งาน “เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024” นอกจากจะเป็นการส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมล้านนาแล้ว ยังมีเป้าหมายสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งจากชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวชื่นชมความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้น และเชิญชวนประชาชนร่วมงานพร้อมสัมผัสวัฒนธรรมล้านนาแบบใกล้ชิด อีกทั้งยังเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นจากนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลมาจากทั่วประเทศ

ความพิเศษของเทศกาลนี้

เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 ยังเน้นการส่งเสริมความยั่งยืนผ่านกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้วัสดุจากธรรมชาติในงานคราฟต์และการนำเสนอดอกไม้เมืองหนาว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเชียงราย รวมถึงการเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นและกลุ่มชาติพันธุ์ได้นำเสนอสินค้าหัตถกรรมและอาหารพื้นเมือง

นักท่องเที่ยวที่แวะมาเที่ยวงานนี้ นอกจากจะได้สัมผัสความสวยงามของเมืองเชียงรายแล้วยังได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศการเฉลิมฉลองช่วงฤดูหนาวที่อบอวลไปด้วยความสุขและสีสันที่ไม่เหมือนใคร

เทศกาลสีสันกาสะลอง 2024 จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เชิญชวนทุกคนปักหมุดแวะมาสัมผัสเสน่ห์ล้านนาในฤดูหนาวที่ไม่ควรพลาด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

คอลัมน์โดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2024 ชูแนวคิด The Magical Garden

มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2024 ภายใต้แนวคิด “The Magical Garden”

เชียงรายเปิดม่านงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน Chiangrai Flower and Art Festival 2024 ภายใต้แนวคิด “The Magical Garden” เชิญสัมผัสบรรยากาศสวนดอกไม้และงานศิลปะอันน่าหลงใหล เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยปีนี้ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ ที่ผสมผสานมนตร์เสน่ห์ของดอกไม้และเทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใคร

ไฮไลต์ของงาน:

  1. Zone 1: The Magic World
    • Angel of Wish: สร้างฝันด้วยมนตร์เสน่ห์
    • The Magic Ball: ลูกแก้ววิเศษที่ทุกคนต้องลองสัมผัส
    • Abracadabra: การร่ายเวทมนตร์ในบรรยากาศแฟนตาซี
  2. Zone 2: Aura Trail
    • Little Guardian: ตัวละครน่ารักที่รอคอยทุกคน
    • Enchanted Dome: ถ้ำมนตราแห่งสีสัน
    • Giant’s Garden: ดอกไม้ยักษ์ที่ใกล้ชิดเมฆ
  3. Zone 3: Dancing Tree
    • ต้นไม้ที่สามารถเต้นรำในจังหวะเสียงดนตรี
  4. Zone 4: Moonlight Oasis
    • ป่าต้องมนตร์พร้อมแสงจันทร์ส่องสว่าง

กิจกรรมที่ไม่ควรพลาด:

  • ชมการแสดงแสง สี เสียงสุดตระการตาในช่วงเวลา 19:00 – 22:00 น.
  • พบกับร้านค้า OTOP และผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น

การฟื้นฟูแม่สายและการกระจายเศรษฐกิจ

งานในปีนี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูอำเภอแม่สาย ซึ่งเพิ่งเผชิญมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยเปิดโอกาสให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการในท้องถิ่นได้มีส่วนร่วมในการแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงการจัดแสดง ประติมากรรมพญานาคเกี้ยว สวนดอกไม้แนวตั้งในลวดลายผ้าทอพื้นถิ่น และดอยนางนอน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ กล่าวว่า “การจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของอำเภอแม่สาย แต่ยังสร้างรายได้และรอยยิ้มให้กับประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวของเชียงรายให้ก้าวสู่ระดับสากล”

 

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้นำชุมชนและหน่วยงานต่าง ๆ เช่น นายสิทธิศักดิ์ อินใจคำ ปลัดอำเภอแม่สาย และพระครูประภัสร์จิตสังวร เจ้าอาวาสวัดถ้ำเสาหินพญานาค

“The Magical Garden” สวนดอกไม้แห่งเวทมนตร์

สวนไม้งามริมน้ำกกและวัดถ้ำเสาหินพญานาค ถูกเนรมิตเป็นสวนดอกไม้ในธีมเวทมนตร์ พร้อมโซนจัดแสดงที่หลากหลาย เช่น

  • โซน Moonlight Oasis: ป่าต้องมนตร์ท่ามกลางแสงจันทร์
  • โซน Aura Trail: เส้นทางดอกไม้ยักษ์ใกล้เมฆ
  • โซน Enchanted Dome: ถ้ำมนตราที่งดงาม

นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการแสดงน้ำพุดนตรี และสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นผ่านร้าน OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงดนตรีและศิลปะพื้นบ้านเพื่อเพิ่มสีสันให้กับงาน

การสนับสนุนการท่องเที่ยวแบบ Social Impact

แนวคิด “Social Impact Tourism” ถูกนำมาใช้ในปีนี้ เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยนักท่องเที่ยวจะได้ร่วมจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่และสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวเสริมว่า “งานนี้แสดงถึงศักยภาพของเชียงรายในฐานะเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเมืองท่องเที่ยวที่ใส่ใจสังคม การฟื้นฟูและพัฒนาแม่สายจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่”

เชียงรายจัดมหกรรมไม้ดอกอาเซียน 2024: จุดประกายเศรษฐกิจ ฟื้นฟูแม่สาย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ภายใต้การนำของ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้จัดงาน “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย Chiangrai Flower and Art Festival 2024” ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก จังหวัดเชียงราย และวัดถ้ำเสาหินพญานาค อำเภอแม่สาย ภายใต้แนวคิด “The Magical Garden” ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงการจัดงานว่า “การจัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงรายในปีนี้ นอกจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในอำเภอแม่สายที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้มาเยี่ยมชมเชียงราย”

งานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงชุมชนท้องถิ่นที่มีส่วนร่วมในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

ข้อมูลเพิ่มเติม:

มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงรายครั้งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 08:00 – 22:00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ CRPAO Official

งานนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองความงดงามของเชียงราย แต่ยังเป็นการแสดงถึงความเข้มแข็งของชุมชนและศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
TRAVEL

ล่องเรือหรู Bohème สัมผัสแม่น้ำโขงสุดพิเศษในลาว

“Mekong Kingdoms เปิดตัวเรือหรู Bohème สัมผัสประสบการณ์ล่องแม่น้ำโขงสุดหรูในลาว”

วันที่ 10 ธันวาคม 2567 Mekong Kingdoms บริษัทล่องเรือแม่น้ำสุดหรูชื่อดัง เปิดตัวเรือลำใหม่ล่าสุด Bohème ยาว 164 ฟุต พร้อมเริ่มการเดินทางครั้งแรกวันที่ 9 ธันวาคม 2567 กับเส้นทางไปกลับระหว่างหลวงพระบางและเวียงจันทน์ ประเทศลาว ภายในระยะเวลา 6 วัน 5 คืน สัมผัสความหรูหรา วัฒนธรรม และความเงียบสงบในทริปเดียว

การเดินทางสุดพิเศษบน Bohème

นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นหรือสิ้นสุดการเดินทางด้วยการพักที่โรงแรม Avani+ Luang Prabang Hotel หนึ่งในจุดหมายที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ในหลวงพระบาง บนเรือ Bohème แขกผู้โดยสารจะได้รับการดูแลอย่างดีจากทีมงาน 20 คน รวมถึงผู้จัดการเรือ พ่อครัวใหญ่ นักปรุงเครื่องดื่ม และผู้เชี่ยวชาญด้านสปา

ในช่วงเช้า นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการดูนกบนดาดฟ้าเรือหรือผ่อนคลายด้วยการนวดในห้องบำบัดเฉพาะทางสองแห่ง ช่วงบ่ายจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ท่องเที่ยววัฒนธรรม ส่วนยามเย็นเป็นมื้ออาหารหรูริมน้ำ และยังมีกิจกรรมเรียนทำอาหารและค็อกเทลกับผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย

การผจญภัยบนฝั่งที่น่าจดจำ

เรือ Bohème จะพาผู้โดยสารสำรวจสถานที่สำคัญในลาว เช่น ถ้ำปากอู ที่เต็มไปด้วยรูปปั้นพระพุทธรูปในห้องหินโบราณ, น้ำตกกวางสี น้ำตกที่งดงามและเป็นที่นิยม รวมถึงสัมผัสประสบการณ์การทำกระดาษสาและเครื่องปั้นดินเผาในหมู่บ้านดั้งเดิม

หนึ่งในจุดเด่นของทริปคือการเยี่ยมชม ศูนย์อนุรักษ์ช้างไซยะบุรี ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับช้างและเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลสัตว์เหล่านี้

ความหรูหราบน Bohème

เรือ Bohème รองรับผู้โดยสารเพียง 26 ท่านในห้องพัก 13 ห้อง ซึ่งมีให้เลือก 3 รูปแบบ:

  • Deluxe Suites (323 ตร.ฟุต): ห้องพักกว้างขวางพร้อมระเบียงส่วนตัว
  • Premier View Suites (280 ตร.ฟุต): มีระเบียง Juliet พร้อมวิวแม่น้ำสุดพิเศษ
  • Royal Suite (646 ตร.ฟุต): ห้องพักหรูหราสูงสุดพร้อมบริการพ่อบ้านส่วนตัว

ราคาและเส้นทางการเดินทาง

เริ่มต้นที่ 3,400 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 116,000 บาท ต่อคนสำหรับห้อง Deluxe Suite (พักคู่) มี 2 เส้นทางให้เลือก:

  1. Downstream Cruise: เริ่มจากหลวงพระบางไปเวียงจันทน์
  2. Upstream Cruise: เริ่มจากเวียงจันทน์ไปหลวงพระบาง

เรือ Bohème มอบประสบการณ์ล่องเรือแม่น้ำโขงสุดหรู พร้อมผสมผสานวัฒนธรรมและธรรมชาติของลาวอย่างลงตัว ทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : mekongkingdoms

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI FOOD

เที่ยวฐานทหาร ‘เชียงราย’ ดื่มด่ำกาแฟ ชมวิวทะเลหมอก ‘เชียงราย’

“วิวสวย กาแฟเลิศรส” กองกำลังผาเมือง เชิญเที่ยวฐานทหารชมทะเลหมอก เชียงราย

เชียงราย – ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาชุมชนท้องถิ่น กองทัพภาคที่ 3 โดยกองกำลังผาเมือง ได้เปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ในเขตชายแดนไทย-เมียนมา ณ ฐานปฏิบัติการในจังหวัดเชียงราย ที่มีทั้งจุดชมวิวทะเลหมอก ร้านกาแฟ และลานกางเต็นท์ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในฤดูหนาวนี้

จุดท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจ

กองกำลังผาเมืองได้พัฒนา 2 สถานที่สำคัญ ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่มีทั้งความงดงามตามธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ชุมชนดังนี้:

  1. จุดชมวิวดอยช้างมูบ
    ตั้งอยู่ที่ตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 60 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง 20 นาที ฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมี Phamuang Coffee @DoichangMub ร้านกาแฟคุณภาพที่ใช้เมล็ดกาแฟจากชุมชนท้องถิ่น และพื้นที่ลานกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
  2. จุดชมวิวด่านป่าสัก
    ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สามารถมองเห็นวิวภูเขาของทั้งฝั่งไทยและเมียนมา ร้าน Phamuang Coffee Danpasak นำกาแฟคุณภาพสูง เช่น Phamuang Coffee และกาแฟม้าดอย มาบริการให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟแท้ในบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น

สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน

การเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ไม่เพียงช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้มีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟและสินค้าชุมชน

เชิญชวนสัมผัสธรรมชาติในฤดูหนาว

แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ข้าราชการในสังกัดกองทัพ และประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ 17 จังหวัด มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ชมวิวทะเลหมอกที่งดงาม และลิ้มรสกาแฟคุณภาพในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความปลอดภัย

อย่าพลาดโอกาสที่จะสัมผัสธรรมชาติอันงดงามของเชียงรายในฤดูหนาวนี้ พร้อมสนับสนุนชุมชนในพื้นที่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • เวลาเปิดให้บริการ: ทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น
  • การเดินทาง: ใช้ถนนหมายเลข 1 และ 1149 เพื่อเข้าถึงสถานที่ทั้งสองแห่ง
  • หมายเหตุ: นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการเดินทาง

สอบถามเพิ่มเติม: Phamuang Coffee Doichangmub

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Phamuang Coffee Doichangmub

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
TRAVEL

ตำบลบ่อสวก น่าน คว้ารางวัลชุมชนท่องเที่ยวยอดเยี่ยมโลก 2024

ตำบลบ่อสวก น่าน คว้ารางวัลชุมชนท่องเที่ยวยอดเยี่ยมโลก Best Tourism Village 2024

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข่าวดีว่า องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) ได้มอบรางวัล Best Tourism Village 2024 ให้แก่ชุมชนตำบลบ่อสวก จังหวัดน่าน ถือเป็นรางวัลชุมชนท่องเที่ยวยอดเยี่ยมโลกแห่งแรกของประเทศไทย สะท้อนความสำเร็จของการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนโดยชุมชน

นายจิรายุระบุว่า ตำบลบ่อสวกมีจุดเด่นด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต และแหล่งโบราณคดี โดยเฉพาะเตาเผาเครื่องปั้นโบราณที่มีชื่อเสียง รวมถึงงานหัตถกรรมพื้นบ้านและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลาย นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์เรียนรู้วัฒนธรรมชุมชน พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับการทำกิจกรรมร่วมกับคนในพื้นที่

“ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลมาจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน รวมถึงการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายต่างๆ” นายจิรายุกล่าว พร้อมย้ำว่ารางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของหมู่บ้านและตำบลในประเทศไทยที่สามารถก้าวขึ้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม

โครงการประกวดรางวัล Best Tourism Villages by UN Tourism เริ่มขึ้นในปี 2563 มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาชุมชนสู่มาตรฐานสากล ลดความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ และใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา โดยมีเกณฑ์การประเมิน 9 ด้าน เช่น การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมวัฒนธรรม การพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจชุมชน และการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว

นายจิรายุยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “รัฐบาลขอเชิญชวนผู้นำท้องถิ่นค้นหาสิ่งดีๆ ในชุมชนของตน เพื่อแสดงศักยภาพและเผยแพร่ความงดงามของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก” ทั้งนี้ ประเทศไทยมีหมู่บ้านกว่า 74,000 แห่งและอำเภอมากกว่า 800 แห่งที่รอการพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

รางวัล Best Tourism Village 2024 ไม่เพียงช่วยยกระดับตำบลบ่อสวกให้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับนานาชาติ แต่ยังตอกย้ำถึงศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความยั่งยืนในประเทศไทยอีกด้วย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น / น่าน บันดาลใจ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
LIFESTYLE

เรื่องราวของ ‘ผอ.เขตฯ’ ครูดีในดวงใจ สร้างแรงบันดาลใจให้ศิษย์

เรื่องราวประทับใจจากห้องเรียน: ความทรงจำที่ไม่มีวันลืมกับครูดีในดวงใจ

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 นางนัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน ได้โพสต์เรื่องราวที่สร้างความประทับใจในเพจ “นัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา สหายใบไผ่” เกี่ยวกับการตรวจเยี่ยมโรงเรียนน่านนคร พร้อมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเยี่ยมชมห้องเรียนที่สะท้อนถึงความสำคัญของครูในดวงใจ และแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันเลือน

นางนัฑวิภรณ์เล่าว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้ไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนน่านนครเพื่อติดตามการดำเนินนโยบาย “เรียนดีมีความสุขสู่ห้องเรียน” ขณะที่เดินผ่านอาคารเรียนเพื่อขึ้นห้องประชุมชั้นสอง ได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงการสอนที่อบอุ่นของครูในห้องเรียน จึงตัดสินใจแวะเข้าไปดู และได้พบกับครูเรืองฤทธิ์ ดวงภูเมฆ ซึ่งเคยเป็นครูสอนของเธอเองเมื่อครั้งยังเป็นนักเรียนที่อำเภอสันติสุข

ครูในดวงใจ: ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน

ครูเรืองฤทธิ์กำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจ โดยใช้ภาพที่แสดงผ่านโปรเจ็กเตอร์เป็นภาพของนางนัฑวิภรณ์ และครูกณิศา ซึ่งเป็นครูอีกท่านหนึ่งที่เคยสอนเธอ ครูเรืองฤทธิ์กล่าวกับนักเรียนด้วยความภาคภูมิใจว่า “นี่คือตัวอย่างของคนที่มุ่งมั่นตั้งใจ และไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค” คำพูดนี้สร้างความซาบซึ้งในใจของทุกคนในห้องเรียน

เมื่อครูมอบไมโครโฟนให้นางนัฑวิภรณ์พูดกับนักเรียน เธอได้กล่าวถึงความสำคัญของครูในชีวิต พร้อมขอบคุณครูเรืองฤทธิ์ที่อบรมสั่งสอนตลอด 6 ปี ทำให้เธอมีวันนี้ นักเรียนทุกคนในห้องต่างซาบซึ้งจนเงียบไปชั่วขณะ มีนักเรียนคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ผมไม่ทันตั้งตัวเลยครับ เพราะมันเร็วเกินไป” เมื่อครูบอกว่ากำลังจะเกษียณในอีก 10 เดือน ทุกคนในห้องน้ำตาซึม รวมถึงครูเรืองฤทธิ์เองที่สะท้อนความรักและผูกพันต่อศิษย์

ความประทับใจที่ไม่มีวันเลือน

นางนัฑวิภรณ์กล่าวปิดท้ายว่า “ขอบคุณความบังเอิญที่ทำให้ได้พบครูในวันนี้ และขอบคุณครูที่ได้อบรมสั่งสอนตลอดมา” เธอเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของครูที่ไม่เพียงแต่ถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจและความหวังในชีวิตของศิษย์

ครูเรืองฤทธิ์ ดวงภูเมฆ: ครูดีในดวงใจ

ครูเรืองฤทธิ์ ดวงภูเมฆ คือภาพแทนของครูที่มีหัวใจทุ่มเทเพื่อศิษย์ เขาเป็นตัวอย่างของความเสียสละ ความรัก และความมุ่งมั่นในอาชีพครู การสอนของครูเรืองฤทธิ์ไม่เพียงแต่เน้นการให้ความรู้ แต่ยังส่งเสริมคุณค่าของการเป็นคนดี การมีความมุ่งมั่น และการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

เรื่องราวนี้สะท้อนถึงความสำคัญของครูในชีวิตของนักเรียน และความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างครูและศิษย์ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า “ครู” ไม่ใช่เพียงผู้ถ่ายทอดความรู้ แต่คือผู้สร้างรากฐานชีวิตและแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันลบเลือน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : นัฑวิภรณ์ จันต๊ะพรมมา สหายใบไผ่ / สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
FEATURED NEWS TRAVEL

อนันตรา เชียงราย เปิดตัวต้นคริสต์มาสน้องโต ผสานศิลปะรักษ์โลก

อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ เชียงราย ร่วมกับดอยตุง สร้างสรรค์ต้นคริสต์มาส “น้องโต” รักษ์โลก ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย ได้จับมือกับโครงการพัฒนาดอยตุง เปิดตัวต้นคริสต์มาสสุดสร้างสรรค์ในชื่อ “น้องโต” ประติมากรรมรักษ์โลกที่ผสานความเชื่อท้องถิ่นและวัฒนธรรมคริสต์มาส ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี โดยต้นคริสต์มาสดังกล่าวได้แรงบันดาลใจจาก “น้องโต” สัตว์มงคลในตำนานของชาวไทใหญ่ ที่มีศีรษะคล้ายกวางและลำตัวเหมือนสิงโต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและความเป็นสิริมงคล

ต้นคริสต์มาส “น้องโต” มีความสูงกว่า 6 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณโถงล็อบบี้ของโรงแรม ภายใต้แนวคิดรักษ์โลกที่เน้นการใช้วัสดุเหลือใช้จากโครงการพัฒนาดอยตุง เช่น เศษผ้าที่เหลือจากการทอผ้า และวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิต โดยทีมออกแบบได้นำเศษผ้ามาผูกติดกับโครงสร้างทีละชิ้นด้วยมือทั้งหมด รวมถึงเย็บเป็นเครื่องประดับตกแต่ง เช่น ลูกบอลกลมและกล่องของขวัญ เพิ่มสีสันและความสวยงาม

เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการรีไซเคิล พื้นโดยรอบต้นคริสต์มาสได้ตกแต่งด้วยเศษกิ่งไม้และใบไม้แห้งที่เก็บรวบรวมจากป่าในบริเวณใกล้เคียง สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนโรงแรมในช่วงเทศกาล

นายสมชาย วัฒนธรรม ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม กล่าวว่า “น้องโต” ไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของโรงแรมในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่านการสร้างสรรค์ผลงานที่ใช้วัสดุรีไซเคิล ตอกย้ำแนวคิดความยั่งยืนที่เรายึดมั่นเสมอมา”

นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสบรรยากาศเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ในสไตล์รักษ์โลก พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมและแพ็คเกจพิเศษที่อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่โทร. 053-784-084

นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่นและนานาชาติได้อย่างลงตัว พร้อมส่งต่อความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือนในเทศกาลแห่งความสุขนี้.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : โรงแรมอนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
FOOD

Bus Cafe คาเฟ่สร้างโอกาสในเรือนจำกลางเชียงราย

“เรือนจำกลางเชียงราย เปิดตัว ‘Bus Cafe’ คาเฟ่สร้างโอกาสผู้ต้องขัง”

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เรือนจำกลางเชียงราย โดย นายพัศพงศ์ ใจคล่องแคล่ว ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงราย เปิดตัว “Bus Cafe” โครงการส่วนขยายของร้าน “หับเผยคาเฟ่ by กลางเชียงราย” ที่ตั้งอยู่บนรถบัสปลดระวางอายุการใช้งานกว่า 20 ปี พร้อมตกแต่งใหม่ทั้งหมดเพื่อสร้างบรรยากาศสำหรับการนั่งจิบกาแฟ ชมผลงานศิลปะ และเพลิดเพลินกับเมนูอาหารและเครื่องดื่ม

ภายใน Bus Cafe นอกจากจะมีพื้นที่นั่งพักผ่อนแล้ว ยังจัดแสดงผลงานภาพวาดและงานปักผ้าจากฝีมือผู้ต้องขัง เพื่อสร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสังคมกับผู้ต้องขัง โดยนายพัศพงศ์ได้โชว์การดริปกาแฟให้ผู้เข้าร่วมงานได้รับชม พร้อมนำเสนอเมนูเด่น เช่น ชาเลือดมังกร กาแฟสดจากยอดดอย และเบเกอรี่มาตรฐาน Clean Food Good Taste

โครงการเพื่อฟื้นฟูผู้ต้องขังและสังคม

นายพัศพงศ์ กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการว่า Bus Cafe เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมวิชาชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษ ให้มีทักษะสำหรับการกลับคืนสู่สังคมและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้แสดงฝีมือและสร้างรายได้ในระหว่างการฟื้นฟู นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่เชื่อมโยงให้ประชาชนได้สนับสนุนและให้กำลังใจผู้ต้องขัง

จาก “หับเผยคาเฟ่” สู่ “Bus Cafe”

“หับเผยคาเฟ่ by กลางเชียงราย” ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากนักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ ด้วยบรรยากาศร่มรื่นใต้ร่มเงาไม้ฉำฉา โครงการ “Bus Cafe” นี้จึงเป็นการต่อยอดความสำเร็จ ด้วยการนำรถบัสที่ปลดระวางมาปรับปรุงเป็นพื้นที่ฝึกอบรมและให้บริการ โดยเน้นที่คุณภาพสินค้าและบริการ

สร้างทักษะใหม่และความหวัง

Bus Cafe ไม่ได้เป็นเพียงคาเฟ่สำหรับการพักผ่อน แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้ต้องขังได้พัฒนาทักษะและสร้างโอกาสในชีวิตใหม่ โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้มีส่วนร่วมในการผลิตสินค้าและบริการ โดยฝึกฝนฝีมือผ่านการทำอาหาร เครื่องดื่ม และงานศิลปะที่แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์

ชุมชนมีส่วนร่วม

ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนถือเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูผู้ต้องขัง Bus Cafe เป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถมาเยี่ยมเยือน ชิมกาแฟ และสนับสนุนผลงานศิลปะของผู้ต้องขังได้

เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์

เรือนจำกลางเชียงราย ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม “Bus Cafe” เพื่อชิมกาแฟคุณภาพจากยอดดอย เพลิดเพลินกับผลงานศิลปะ และร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะผู้ต้องขังเพื่อก้าวสู่ชีวิตใหม่

โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเรือนจำกลางเชียงรายในการพัฒนาผู้ต้องขังให้สามารถกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักยภาพ สร้างความเข้าใจในสังคม และช่วยฟื้นฟูจิตใจให้ผู้ต้องขังพร้อมเผชิญอนาคตด้วยความหวังและกำลังใจใหม่.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI FOOD

‘พราวตะวัน’ เชียงราย ผสานอาหาร เหนือ-ไทย ท่ามกลางธรรมชาติ

“พราวตะวัน เชียงราย” ร้านอาหารใหม่ริมอ่างเก็บน้ำห้วยสัก สะท้อนวิถีเหนือในบรรยากาศทันสมัย

เชียงรายเปิดตัวร้านอาหารใหม่ล่าสุด “พราวตะวัน” โดยเป็นผลงานต่อยอดจากทีมผู้สร้างความสำเร็จของ พันดาว 1000 Stars ร้านนี้ตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยสัก โอบล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงามและเงียบสงบ

การตกแต่งและบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์

พราวตะวัน ถูกออกแบบให้สะท้อนความเป็นชนบท ชนเผ่า และวิถีชีวิตท้องถิ่นของคนเหนือ ผสมผสานกับความทันสมัยอย่างลงตัว โดยไฮไลท์ของร้านคือทางเดินไม้ไผ่สานมือที่ลดหลั่นคล้ายกับนาขั้นบันได พร้อมด้วยแปลงดอกดาวเรืองสีส้มทองที่สะท้อนความสวยงามของชนบท

เมนูอาหารที่ผสานวัฒนธรรมเหนือและไทย

พราวตะวันนำเสนอเมนูอาหารที่หลากหลาย โดยมีทั้งอาหารเหนือพื้นเมืองและอาหารไทยที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน เช่น

  • เซ็ตขันโตก ‘s Story’ ที่เล่าเรื่องราวประเพณีและวัฒนธรรมผ่านอาหาร 4 เซ็ต ได้แก่ โปรยข้าวตอกดอกข้าวขวัญพราวตะวัน, ละอองจันทร์ขึ้นเปียงฟ้าวันปีใหม่, สืบชะตาตานบุปผาปักตุงไชย และฟ้อนสาวไหมใจดีดซึงรำพึงเพียงเธอ
  • อาหารไทย เช่น ผัดไทย ยำใบพลูทอด ปลาทอดสมุนไพร และปลาผัดฉ่า

บาร์น้ำชาดอกไม้ไทยและเครื่องดื่มซิกเนเจอร์

บาร์น้ำของพราวตะวันเน้นใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากท้องถิ่น โดยมีเซ็ตเครื่องดื่มแนะนำ เช่น

  • “อยู่เพียงดิน” น้ำสมุนไพรจากดอกไม้ 3 ชนิด เช่น อัญชัน ข้าวคั่ว และตะไคร้
  • น้ำผลไม้ปั่น แรงบันดาลใจจากบทกลอน เช่น
      • น้ำหว่านดอกไม้
      • น้ำกล่อมเดือนหงาย
      • น้ำถักทอฝัน
      • น้ำเกี่ยวสายรุ้ง
      • น้ำพราวตะวัน
      • น้ำพันดารา
      • น้ำนภาพราย
  • เซ็ตซิกเนเจอร์ อย่าง น้ำซ่อนรักไว้ในนภา (น้ำมะขาม) และน้ำซ่อนห่วงหาในสายลม (น้ำผลไม้รวม

แรงบันดาลใจและความหวังใน “พราวตะวัน”

พราวตะวันถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดแห่งความหวังที่สวยงามดั่งแสงตะวัน โดยร้านนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่สำหรับการรับประทานอาหาร แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับการเติมเต็มกำลังใจและความสุขใจ

สนับสนุนชุมชนท้องถิ่น

พราวตะวันให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ เช่น การสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และการให้พื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เวลาเปิดให้บริการและตำแหน่งที่ตั้ง

ร้านพราวตะวันเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 21.00 น. ตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยสัก จังหวัดเชียงราย เพียงไม่กี่นาทีจากตัวเมือง

แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/o27m6mAJ58XT2DZ57 

บทสรุป

“พราวตะวัน เชียงราย” คือร้านอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมและความทันสมัยอย่างลงตัว พร้อมบรรยากาศธรรมชาติที่งดงาม เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการพักผ่อนจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
Facebook: พันดาว 1000 Stars

คอลัมน์โดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE