Categories
NEWS UPDATE

สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ เลือกตั้ง กรรมการสมัย 2 นัดชุดใหม่ 6 มีนาคมนี้

 

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ ได้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สมัยที่ 2 โดยแบ่งการเลือกตั้งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทสมาชิกผู้ก่อตั้ง และประเภทสมาชิกสามัญ เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ สมัยที่ 1 ที่จะหมดวาระในวันที่ 5 มีนาคม 2567 โดยมีคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้ง ประกอบด้วย ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล นักหนังสือพิมพ์อาวุโส เป็นประธานฯ ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ นายสมาน สุดโต นักหนังสือพิมพ์อาวุโส นายสุรินทร์ ชัยวีระไทย สื่อมวลชนอาวุโสส่วนภูมิภาคและนายมงคล บางประภา นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นกรรมการอำนวยการเลือกตั้งฯ

 

สำหรับการเลือกตั้งกันเองโดยองค์กรสมาชิก ปรากฏผลดังนี้ กรรมการประเภทสมาชิกผู้ก่อตั้ง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มหนังสือพิมพ์ กลุ่มวิทยุ-โทรทัศน์ และกลุ่มดิจิทัล โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรมการในกลุ่มหนังสือพิมพ์ เลือกกันเอง 7 คน จากผู้สมัคร 8 คน โดยผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ได้แก่ 

1. นางสาวผุสดีคีตวรนาฎ หนังสือพิมพ์ซิงจงเอี๋ยน 

2.นายนพปฎล รัตนพันธ์ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 

3.นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เครือไทยรัฐ 

4.นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ เครือผู้จัดการ 

5.นายสวิชย์ บำรุงสุข หนังสือพิมพ์สยามรัฐ 

6.นางสาว น.รินี เรืองหนู เครือมติชน 

และ 7.นางสาวนิภาวรรณ แก้วรากมุกข์ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

กลุ่มวิทยุ-โทรทัศน์ เลือกตั้งกันเอง 2 คน จากผู้สมัคร 2 คน โดยผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการ 

ได้แก่ 1.นายธรรมสถิตย์ ผลแก้ว สถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี 

และ 2.นายก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส

 

กลุ่มดิจิทัล เลือกกันเอง 2 คน จากผู้สมัคร 3 คน โดยผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ได้แก่ 

1.นายปฐพร ทรัพย์ไพฑูรย์ เดอะเนชั่นออนไลน์ 

และ 2.นางสาวณยา คัตตพันธ์ คมชัดลึกออนไลน์

 

กรรมการประเภทสามัญ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มหนังสือพิมพ์ และกลุ่มดิจิทัล โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรมการในกลุ่มหนังสือพิมพ์ เลือกกันเอง 3 คน จากผู้สมัคร 6 คน โดยผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการ ได้แก่ 

1. นายภูวสิษฏ์ สุขใส หนังสือพิมพ์ภาคใต้โฟกัส จ.สงขลา 

2.นายศักดิ์สิทธิ์ วิบูลศิลป์โสภณ หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ จ.เพชรบุรี 

และ 3.นายจักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ หนังสือพิมพ์ประชามติ จ.ตราด

 

ส่วนกลุ่มดิจิทัล ทำการเลือกกันเอง 1 คน จากผู้สมัคร 3 คน โดยผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ได้แก่ 

นายสราวุฒิ แซ่เตี๋ยว เชียงใหม่นิวส์ออนไลน์ จ.เชียงใหม่          

 

จากนั้นกรรมการที่ได้รับเลือกตั้งทั้ง 2 ประเภท ได้ประชุมร่วมกันเพื่อเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาอาชีพต่างๆ 8 คน ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิสาขากฎหมาย นักวิชาการสื่อสารมวลชน ด้านการบริหารจัดการ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านสิทธิมนุษยชน และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาละ 1 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่มีอาวุโสและประสบการณ์สูงด้านสื่อมวลชน ซึ่งไม่สังกัดองค์กรใดอีก 2 คน เพื่อให้ได้กรรมการสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติครบทั้ง 23 คน จากนั้นจะมีการประชุมส่งมอบงานระหว่างกรรมการชุดเก่าและชุดใหม่ในวันพุธที่ 6 มีนาคม 2567

 

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณา โปรดพระราชทานน้ำหลวงสรงศพครูบาแสงหล้า

 

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำหลวงสรงศพหลวงปู่ท่านเจ้าคุณพระรัตนรังษี (พระครูบาแสงหล้า ธมฺมสิริ) อายุ 96 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุสายเมือง โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี ณ วิหารหลวง วัดพระธาตุสายเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก สหภาพเมียนมา

 
ครูบาแสงหล้า ธัมมสิริ หรือหลวงปู่เจ้าคุณพระรัตนรังษี อายุ 96 ปี 76 พรรษา เจ้าอาวาสวัดพระธาตุสายเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้มรณภาพเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2567 ณ วัดพระธาตุสายเมือง หลังจากได้อาพาธด้วยอาการชราภาพมาตั้งแต่กลางปี 2565 เป็นต้นมา ทำให้บรรดาพระภิกษุผู้ใหญ่รวมถึงฝ่ายฆารวาสต่างจัดเตรียมสถานที่นำสรีระของครูบาแสงหล้าประกอบพิธีทางศาสนาภายในวัดโดยพร้อมเพียงกัน
ครูบาแสงหล้าได้อาพาธเมื่อเดือน ก.ค.2565 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งเป็นพระเกจิชื่อดังอีกรูปได้อาพาธเช่นกัน ทำให้ทางคณะลูกศิษย์ได้นิมนต์ให้พระภิกษุทั้ง 2 รูป เดินทางไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ในประเทศไทย ต่อมาครูบาบุญชุ่มได้หายจากอาการอาพาธในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา แต่ครูบาแสงหล้าได้รับการรักษาต่ออีกประมาณ 8 เดือน และเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2566 คณะลูกศิษยได้นิมนต์ให้เดินทางกลับวัดพระธาตุสายเมืองกระทั่งมรณภาพดังกล่าว
 
 
หลังจากในช่วงที่พักรักษาอาการอาพาธอยู่ที่วัดได้มีบุคคลสำคัญเดินทางไปกราบนมัสการและเยี่ยมดูอาการอย่างต่อเนื่อง เช่น พระพุทธิญาณมุนี (ประเสริฐ ปัญญาวชิโร) เจ้าคณะ จ.เชียงราย ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร หรือแม้แต่ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐเมียนมาพร้อมภริยา ฯลฯ เนื่องจากครูบาแสงหล้าเป็นพระเกจิที่เคารพสักการะของผู้คนทั้งในประเทศเมียนมา ไทย สปป.ลาว และจีนตอนใต้
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

อาชีวศึกษาเชียงราย คว้าดับเบิ้ลแชมป์! ภาคเหนือ – ระดับประเทศทักษะการบริการ

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567  ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ได้ส่งตัวแทนนักเรียน นักศึกษา เข้าทำการแข่งขันทักษะวิชาชีพและทักษะวิชาพื้นฐาน ระดับชาติ ระหว่างวันที่ 5 – 9 กุมภาพันธ์ 2567 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี

 

ซึ่งแผนกวิชาการโรงแรม ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย คว้าแชมป์ระดับชาติ การแข่งขันทักษะการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ในครั้งนี้ได้สำเร็จ โดยประเภททีม ระดับปวช./ปวส.ประกอบไปด้วย  นางสาวบู้เดอ เบเช / นางสาวจันทร์หอม บุญติ๊บ  / นางสาวนิระดา แสงงาม  เป็นนักศึกษาระดับชั้น ปวส. สาขาวิชาการโรงแรม ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการแข่งขันทักษะการบริการอาหารและเครื่องดื่ม

 

ในชุดนี้เคยทำการคว้ารางวัลชนะเลิศเหรียญทอง ในการแข่งขันทักษะการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ระดับภาคเหนือ งานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ระดับภาคเหนือ ครั้งที่ 35 ปีการศึกษา 2566 ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มาแล้ว

 

การแข่งขันทักษะดังกล่าวฯ ดร.อรพิน ดวงแก้ว ผู้อำนวยการฯ ได้มอบหมายให้ นางพิมพ์ณดา นนประสาท หัวหน้าแผนกวิชาการโรงแรม และนายประดิษฐ์ คงตุ่น เป็นครูผู้ควบคุม ในงานประชุมวิชาการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ระดับชาติ ปีการศึกษา 2566 ณ วิทยาลัยสารพัดช่างบรรหาร-แจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี

 

โดยการประชุมองค์กรวิชาชีพฯระดับชาติและการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการอาชีวศึกษาสู่โลกสากล มีการพัฒนาความเป็นเลิศด้านวิชาชีพ วิชาการ และยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาสมรรถนะสูง ผ่านกิจกรรมการพัฒนาสมาชิกให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษา “เรียนดี มีความสุข” และถือเป็นกิจกรรมที่รวมพลังชาวอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ และเป็นการสร้างสายใยเครือข่าย พี่ เพื่อน น้องชาวอาชีวศึกษา ส่งเสริมให้สมาชิกในองค์การ ได้แสดงออกถึงการเป็นผู้ที่มีศักยภาพ ถึงความเป็นผู้นํา ความสามารถ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิดเห็น พร้อมที่จะนําพาเพื่อนสมาชิกในองค์การ ตลอดจนชุมชน สังคมและประเทศชาติ ให้พัฒนาต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
All NEWS UPDATE

“รองโจ๊ก” นำคณะพบ ผบ.ตร.กัมพูชา ส่ง 22 หมายจับสำคัญ ให้ช่วยเร่งรัดจับกุม

 

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้นำคณะ ศูนย์พิทักษ์เด็กสตรีครอบครัวป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เข้าพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา เพื่อพบปะ แลกเปลี่ยนความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกันมายาวนานในการป้องกันและปราบปรามตามแนวชายแดน และมีกำหนดการจะนัดประชุมหารือในวันพรุ่งนี้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา

 

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบอกว่าประเด็นสำคัญที่จะมาติดตามในวันนี้ก็คือขอให้ทางการกัมพูชาเร่งรัดติดตามความคืบหน้ากรณีหมายจับในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงลงทุน และการค้ามนุษย์ โดยในครั้งนี้ได้นำเอกสารสำคัญเกี่ยวกับหมายจับ ผู้ต้องหา 22 คนสำคัญ หรือ เรดโนติส มาส่งมอบให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชาเพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาสำคัญให้กับประเทศไทยเพื่อจะนำไปขยายผลในการดำเนินคดี

 

หมายแดง หรือ Red Notice มีความหมายยังไง? 

หมายแดง หรือ Red Notice ของ Interpol นั้น ความจริงแล้วไม่ใช่หมายจับ อีกทั้ง INTERPOL เองก็ไม่มีอำนาจบังคับให้ประเทศสมาชิกจับผู้ที่มีหมายแดงติดตัว ในกรณีการจับกุมผู้ต้องหา การตัดสินใจจับหรือไม่จับเป็นอำนาจของประเทศ 100% หากตัดสินใจไม่จับก็ไม่ผิดกฎของ Interpol แต่อย่างใด 

 

อย่างไรก็ตาม ตามกฎของ Interpol เอง ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าหมายแดงไม่ใช่หมายจับ (It is not an international arrest warrant) ฉะนั้นแล้วประเทศที่เจอผู้ที่มีหมายแดงติดตัวจะจับหรือไม่จับบุคคลผู้นั้นก็ได้ เนื่องจาก Interpol ไม่ได้มีอำนาจอะไรที่จะบังคับประเทศสมาชิกว่าต้องจับผู้ที่มีหมายแดง (INTERPOL cannot compel any member country to arrest an individual who is the subject of a Red Notice)

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

จีนยินดีจะสนับสนุน หมีแพนด้าให้สวนสัตว์จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้ง!

 

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 เวลา 11.15 น. ณ บริเวณทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังการหารือกับ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า มีการเซ็นสัญญาเรื่องการค้าทางด้านเกษตรกรรมระหว่างร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับทูตจีน อีกทั้ง ประเทศจีนให้ความสนใจเรื่อง Landbridge แต่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม และไม่ใช่เพียงแค่ทางรัฐบาลจีนอย่างเดียว ทางเอกชนของจีนก็ให้ความสนใจที่จะมีส่วนร่วม เพราะว่าเขาทราบดีอยู่ว่าหนึ่งในเหตุผลหลักที่ประเทศไทยควรจะมีโครงการ Landbridge เนื่องจากการลงทุนที่มาจากประเทศจีนในช่วงปีหลัง ๆ บริษัทใหญ่ ๆ ของประเทศจีนมาลงทุนสร้างโรงงานผลิต โรงงานอุตสาหกรรมที่ใหญ่มากในเมืองไทย และไม่ใช่แค่มาตอบสนองความต้องการของคนในประเทศไทยอย่างเดียว แต่จะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการส่งออก 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยจะต้องมีท่าเรือน้ำลึก ต้องมี Mega Project ใหญ่ ๆ อย่างโครงการ Landbridge เพื่อที่จะซัพพอร์ตในจุดนี้ โดยทางด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก็จะเดินทางไปประเทศจีนในเร็ว ๆ นี้ เพื่อจะจัดทำ Road Show ให้เกิดขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศจีน ซึ่งในปีหน้าก็จะครบ 50 ปี ตนเองได้ถือโอกาสเรียนเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้ท่านมาเยือนที่ประเทศไทยด้วย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้แจ้งข่าวดีว่า ได้ขอรับการสนับสนุนหมีแพนด้าจากทูตจีน ซึ่งทูตจีนยินดีจะสนับสนุน  ทำให้ประเทศไทยกลับมามีหมีแพนด้าในสวนสัตว์จังหวัดเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทำเนียบรัฐบาล

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

“ซูเปอร์โพล” เผย “ก้าวไกล“ มาแรง! ฐานเสียงพุ่ง ความนิยมในภาคใต้มาแรง

 

เมื่อวันที่ 28 .. 2567 – สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง สำรวจฐานเสียงพรรคก้าวไกลวันนี้ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไป ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวน 1,142 ตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติ ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 25 – 27 มกราคม พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา

 

ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อเปรียบเทียบผลสำรวจระหว่างเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ.2563 กับ มกราคม ปี พ.ศ. 2567 เกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชนถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง จะเลือกพรรคก้าวไกลหรือไม่เลือกพรรคก้าวไกล ผลสำรวจพบว่า ในช่วงกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ฐานเสียงของพรรคก้าวไกลพุ่งพรวดมาเท่าตัว จากร้อยละ 16.7 ขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 37.3 และเมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากที่สุดคือ ร้อยละ 76.2 ในกลุ่มคนต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 48.8 ในกลุ่มคนอายุ 20 – 29 ปี ร้อยละ 33.7 ในกลุ่มคนอายุ 30 – 39 ปี ร้อยละ 28.8 ในกลุ่มอายุ 40 – 49 ปี ร้อยละ 19.6 ในกลุ่มคนอายุ 50 – 59 ปี และร้อยละ 22.2 ในกลุ่มคนอายุ 60 ปีขึ้นไป

 

เมื่อแบ่งออกตามกลุ่มอาชีพ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 69.2 ในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเลือกพรรคก้าวไกล รองลงมาคือกลุ่มคนว่างงานร้อยละ 43.5 กลุ่มพนักงานบริษัทเอกชน ร้อยละ 39.4 กลุ่มคนค้าขายส่วนตัว ร้อยละ 32.5 กลุ่มข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐ ร้อยละ 31.0 กลุ่มเกษตรกรและรับจ้างแรงงานทั่วไปร้อยละ 21.3 และกลุ่มแม่บ้านผู้เกษียณอายุร้อยละ 15.2 ตามลำดับ และเมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่า กระแสพรรคก้าวไกลมาแรงในภาคใต้ร้อยละ 45.2 รองลงมาคือ ภาคกลางร้อยละ 40.3 อีสานร้อยละ 39.4 กรุงเทพมหานครร้อยละ 38.4 แต่ในภาคเหนือพบเพียงร้อยละ 9.7 ในการสำรวจครั้งนี้

 

รายงานของซูเปอร์โพล ระบุว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าพรรคก้าวไกลมีฐานเสียงเพิ่มสูงพุ่งพรวดเท่าตัวในช่วงระยะเวลา 3 ปีและมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องโดยยังเหนียวแน่นในกลุ่มคนรุ่นใหม่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาตามด้วยกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชนและกำลังเติบโตในภาคใต้มากที่สุดในการสำรวจล่าสุดนี้ 

 

ปัจจัยที่ทำให้พรรคก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเพิ่มสูงขึ้นจากการวิเคราะห์พบความเชื่อมโยงกับความนิยมในตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์และปัจจัยเชื่อมโยงอื่น ๆ หลายปัจจัย เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) การใช้บอท (BOT) ในเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทำให้เกิดการกระจายข้อมูลข่าวสารของพรรคก้าวไกลและของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ตรงกับจริตความต้องการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่ส่งผลให้กลุ่มคนรุ่นใหม่เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาในพรรคก้าวไกลและในลักษณะเฉพาะตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ทั้งในเรื่องการศึกษาดี มีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล การสื่อสารดีทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศที่มากกว่าภาษาอังกฤษ ความสง่างาม ความดูดีมีเสน่ห์ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เช่นกัน

 

รายงานของซูเปอร์โพล ระบุด้วยว่า ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เสริมประกอบควบคู่ไปกับการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบอท (BOT) ในการจัดแคมเปญ สร้างสรรค์และกระจายข้อมูลข่าวสารของนโยบายพรรคก้าวไกลและสิ่งที่พรรคก้าวไกลและที่ส.ส.ของพรรคก้าวไกลทำหรือสนับสนุน ผ่านเทคโนโลยีสื่อสารยุคดิจิทัลทำให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บรรดา ส.ส.ของพรรค และพรรคก้าวไกล สามารถใช้สื่อดิจิทัลให้ข้อมูลและความเห็น รวมถึงบุคลิกภาพและการกระทำที่ถูกนำส่งไปยังกลุ่มแฟนคลับประชาชนผู้นิยมศรัทธาชื่นชอบพรรคก้าวไกลและส.ส.ของพรรคอย่างหลากหลายและมีประสิทธิภาพส่งผลทำให้พรรคก้าวไกลและส.ส.ของพรรคก้าวไกลได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มข้นจนถึงขั้นตัดสินใจจะเลือกและชักชวนคนอื่น ๆ ให้เลือกด้วยเป็นลักษณะของการผูกพัน (engagement) ระหว่างความสนใจ ค่านิยม ทัศนคติของฐานเสียงประชาชนแฟนคลับและตัวตนของพรรคก้าวไกลได้อย่างลงตัว ถึงวันนี้จึงยากที่จะเหนี่ยวรั้งไว้ได้รอวันแลนสไลด์ของพรรคก้าวไกลทั้งประเทศเท่านั้น

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักวิจัยซูเปอร์โพล

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

MOU ปราบปรามการทุจริต การสอบแข่งขันบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 67

 

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 67 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมราชสีห์ กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภาคีเครือข่ายการป้องกัน ต่อต้าน และปราบปรามการทุจริตการสอบแข่งขันท้องถิ่นเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567 โดยมี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย คือ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายณรงวิทย์ สุวรรณสิทธิ์ ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พลตำรวจตรี ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และนายคำรณ โกมลศุภกิจ ประธานกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ร่วมลงนาม

 

 

โอกาสนี้ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทยรักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะผู้บริหารระดับสูง และสื่อมวลชน ร่วมงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะมีการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นในปี พ.ศ. 2567 นี้ ซึ่งมีตำแหน่งว่างประมาณ 6,238 อัตรา โดยคาดว่าจะมีผู้สมัครสอบมากกว่า 600,000 คน กระจายไปตามภูมิภาคของศูนย์สอบ และสนามสอบต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้ปรากฏข่าวว่ามีกระบวนการทุจริตการสอบแข่งขันหลายกลุ่ม 
 
 
ดังนั้น เพื่อให้การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นไปด้วยด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ จึงได้จัดทำพิธีลงนามทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือภาคีเครือข่ายการป้องกัน ต่อต้าน และปราบปรามการทุจริตการสอบแข่งขันท้องถิ่นเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ระหว่าง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) โดยมีเจตนารมณ์ในการร่วมเป็นภาคีเครือข่ายป้องกัน ต่อต้าน และปราบปรามการทุจริตทุกรูปแบบเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน และจะร่วมกันส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ และประสานงานให้เกิดความร่วมมือกันในการป้องกันการทุจริตการสอบแข่งขัน รวมทั้งรวมตัวกันในการจัดกิจกรรมต่อต้านการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นด้วย
 
 
“เพื่อแสดงจุดยืนของกระทรวงมหาดไทยในการ จึงมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น คือ 
 
1. มหาวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหน่วยงานในการจัดสอบแข่งขัน ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและรัดกุม เพื่อป้องกันมิให้ข้อสอบและคำตอบรั่วไหลในทุกขั้นตอน หากปรากฏหลักฐานว่ามีการทุจริตที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดสอบ มหาวิทยาลัยต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย 
 
2. ผู้สมัครสอบแข่งขัน ต้องให้ความร่วมมือ และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการสมัครเข้าสอบแข่งขัน หากปรากฏหลักฐานว่ามีการสมยอมให้มีการเรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้เป็นผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สมัครสอบต้องถูกปรับให้ตก และถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้สมัครสอบแข่งขันเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไปตลอดชีวิต รวมทั้งต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา อีกด้วย 
 
3. ข้าราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และท้องถิ่น ห้ามมิให้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในทางใดๆ อันจะส่งผลให้การสอบแข่งขันดังกล่าวมีการทุจริต หรือมีการเรียกรับเงินเกิดขึ้น หากปรากฏหลักฐานว่ามีการกระทำดังกล่าวต้องถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง 
 
4. บุคคลอื่นใด หรือกลุ่มบุคคลใด หรือสถาบันติวใด หากปรากฏหลักฐานว่ามีส่วนรู้เห็น หรือ ร่วมกระทำการทุจริต หรือเรียกรับผลประโยชน์เพื่อช่วยเหลือให้เป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา ด้วย” นายอนุทินฯ กล่าวเน้นย้ำ
 
 
สำหรับพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภาคีเครือข่ายการป้องกัน ต่อต้าน และปราบปรามการทุจริตการสอบแข่งขันท้องถิ่นเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567 ว่า จากกรณีที่ปรากฎข่าวว่ามี
การทุจริตการสอบแข่งขันขึ้น มีการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบในหลายจังหวัด ประชาชนถูกหลอกจำนวนมาก มีการฟ้องร้อง และเป็นคดีอยู่จำนวนมาก จากนโยบายที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) ที่ต้องการให้การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นในครั้งนี้ เป็นไปด้วยความโปรงใส ไร้ทุจริต กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น จึงต้องดำเนินการให้มีมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตในทุกช่องทาง รวมทั้งไม่ให้มีการเรียกรับเงิน เหมือนกับที่ปรากฎเป็นข่าวในอดีตที่ผ่านมา โดยการกำกับดูแลการจัดสอบแข่งขันให้เป็นไปด้วยความสุจริต ยุติธรรม และถูกต้อง ในทุกขั้นตอน 
 
 
ดังนั้น เพื่อให้การสอบแข่งขันบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น เป็นไปโดยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ จึงได้จัดให้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับนี้ขึ้น โดยมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภาคีเครือข่ายการป้องกัน ต่อต้าน และปราบปรามการทุจริตการสอบแข่งขันท้องถิ่นเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567 เพื่อขับเคลื่อนการสอบแข่งขันท้องถิ่นให้ปราศจากการทุจริต ร่วมกันให้คำปรึกษา เสนอแนะแนวทาง รวมถึงการติดตามและประเมินผลในการดำเนินการสอบแข่งขันท้องถิ่น
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กองสารนิเทศ สป.มท.

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้ว่าฯ เชียงรายหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอยสั่งเจ้าหน้าที่ยึดสารตั้งต้นทำดอกไม้ไฟ อ.พาน

 

เมื่อวันที่ 20 ม.ค.2567 นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัด นายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน จ.เชียงราย นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับ พ.ต.อ.จิตรกร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สภ.พาน และทหารมณฑลทหารบกที่ 37 เจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.37 ชุดชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหรือ E.O.D ภ.จว.เชียงราย นำหมายค้นของศาลแขวง จ.เชียงราย เข้าตรวจค้นที่อาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้นครึ่ง 2 คูหา พื้นที่หมู่ 1 ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย ภายหลังได้รับแจ้งว่ามีการเก็บสะสมวัตถุที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เพราะตั้งอยู่หลังตลาด อ.พาน ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบเจ้าของร้านเป็นชายวัยกว่า 84 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งหมายค้นให้ทราบและเข้าไปตรวจสอบภายในพบว่าภายในพื้นที่บ้านเป็นอาคารคอนกรีตสูง 2 ชั้นครึ่ง จำนวน 2 คูหา ตรงชั้นล่างเป็นเหมือนที่เก็บของพบดอกไม้เพลิงหลายชนิดจำนวนมากคาดว่าใส่รถกระบะได้ 4 คัน สารตั้งต้นที่ใช้ประกอบการทำวัตถุดอกไม้เพลิง เช่น โพแทสเซียมคลอไรด์ โพแทสเซียมคลอเรต ดินประสิว กำมะถัน โซดาไฟ ฯลฯ จำนวนประมาณ 1 คันรถบรรทุก ทั้งหมดถูกวางกองกันไว้โดยไม่มีการแยกประเภท
 
 
จากการสอบถามเจ้าของบอกว่า เก็บวัตถุทั้งหมดไว้เพื่อจะขายให้กับลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ตรวจสอบและนำของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.พาน เบื้องต้นดำเนินคดีในข้อหาหน่ายดอกไม้เพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานว่ามีความผิดอื่นหรือไม่ต่อไป
สีของพลุมาจากไหนจากข้อมูลอ้างอิง สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
 

ไส้พลุเดินทางขึ้นสู่ท้องฟ้า ชนวนควบคุมเวลาการระเบิดจะเกิดการเผาไหม้ เมื่อสัมผัสกับส่วนผสมต่าง ๆ ภายในไส้พลุ และระเบิดออก ทำให้เม็ดดาวแตกกระจายให้สีสันอย่างที่เห็นบนท้องฟ้า

สารเคมีแต่ละชนิดจะให้สีสันต่าง ๆ กัน เช่น

– สตรอนเชียมคาร์บอเนต (SrCO3) ให้ สีแดง

– ลิเทียมคาร์บอเนต (Li2CO3) ให้ สีแดง

– แบเรียมคลอเรต (BaClO3) ให้ สีเขียว

– คอปเปอร์ซัลเฟต (CuSO4) ให้ สีฟ้า

– แคลเซียมคาร์บอเนต (CaCO3) ให้ สีเหลือง

– โซเดียมออกซาเลต (Na2C2O4) ให้ สีเหลือง

– แคลเซียมคลอไรด์ (CaCl2) ให้ สีส้ม

ขณะที่ สีสันจากดอกไม้ไฟเกิดจากสารเคมีที่อยู่ในส่วนให้สี โดยสารประกอบโลหะแต่ละชนิดจะมีการปลดปล่อยแสงสีที่แตกต่างกันเมื่อได้รับความร้อน ดังนี้

 

 

สีเหลือง – โซเดียม การเผาไหม้ของโซเดียมจากความร้อนจะทำให้เกิดการระเบิดสีเหลืองที่สดใส

แสงสีแดง – โลหะสตรอนเชียม สตรอนเซียมถูกนำมาใช้ในหน้าจอแก้วของโทรทัศน์สีรุ่นเก่า เพราะมันจะช่วยป้องกันรังสีเอกซ์ที่จะมากระทบคนดู ถึงแม้ว่าตัวของสารจะเป็นสีเหลือง แต่เวลาเผาไหม้มันกลับให้สีแดงแทน

สีเขียว – โลหะแบเรียม พลุดอกไม้ไฟสีเขียวส่วนใหญ่ทำมาจากแบเรียมไนเตรทซึ่งเป็นพิษต่อการสูดดมดังนั้นสารนี้จึงไม่นิยมใช้สำหรับสิ่งอื่น ๆ

สีน้ำเงิน – ทองแดง เฉดสีน้ำเงินถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของการผลิตพลุดอกไม้ไฟ เพราะมันมีข้อจำกัดด้านฟิสิกส์และเคมี และต้องมีอุณหภูมิที่แม่นยำจึงจะทำให้เกิดเฉดสีน้ำเงินบนท้องฟ้า

สีขาว – อะลูมิเนียม หรือแมกนีเซียม องค์ประกอบทางเคมีเหล่านี้มีอุณหภูมิการเผาไหม้ที่สูงที่สุด และการเพิ่มสารที่สร้างสีขาวนี้กับสีอื่น ๆ ก็จะทำให้เกิดเฉดสีที่อ่อนลง

 

 

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

สกสว. ประกาศแต่งตั้ง “ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์” ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ

 

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง แต่งตั้ง “ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์” ให้ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ สกสว. และปฏิบัติงานหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (O-Science) และมอบหมายให้กำกับดูแล กลุ่มภารกิจพัฒนา ววน, ด้านกำลังคนและสถาบันความรู้ (O-Brain)  ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป

สำหรับ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ มีประสบการณ์การทำงานด้านวิทยาศาสตร์มากว่า 20 ปี ได้รับการยอมรับในวงการวิชาการ วิจัยและนวัตกรรม  รวมถึงมีบทบาทด้านการพัฒนาและบริหารองค์กรด้านการศึกษาในมหาวิทยาลัยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนเข้าดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สกสว. ดร.ณิรวัฒน์ ดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (O-Science) ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจพัฒนา ววน, ด้านกำลังคนและสถาบันความรู้ (O-Brain) ในบริบทของงานด้านการศึกษา ได้รับตำแหน่งสำคัญ เช่น รองผู้อำนวยการโรงเรียนสุรวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการเทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตลอดจนเป็นคณะกรรมการในองค์คณะสำคัญต่างๆ อาทิ 1) กรรมการผู้แทน สกสว. ในคณะกรรมการฐานข้อมูลด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 2) กรรมการผู้แทน สกสว. ในคณะกรรมการกลั่นกรองการจัดสถาบันอุดมศึกษาเป็นกลุ่ม ชุดที่ 2 กลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีและส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม 3) อนุกรรมการ สป.อว. ด้านการพัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 4) อนุกรรมการ บพค. ด้านการยกระดับสถาบันวิจัยและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึง 5) อนุกรรมการขับเคลื่อนและประเมินผลนโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ

ในส่วนของรางวัลสำคัญที่ได้รับ อาทิ 1) Gold Prize, Seoul International Invention Fair 2016 (พ.ศ. 2559) ประเทศเกาหลีใต้ 2) รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ด้านผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดีมาก พ.ศ. 2559 
3) รางวัลคนดีศรี วท. พ.ศ. 2557 โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 4) รางวัล Anglo-Thai Society Educational Award พ.ศ. 2553  สาขาวิทยาศาสตร์ โดยเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน และสมาคม Anglo-Thai Society และ 5) รางวัล Balliol College Domus Award 2008 (พ.ศ.2551) โดย Balliol College มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศสหราชอาณาจักร เป็นต้น

ทั้งนี้ ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาเคมี (เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง) จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยทุนโครงการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) และได้รับทุนศึกษาระดับปริญญาโท-เอก ทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาต่อในสาขาเคมีอนินทรีย์ (Doctor of Philosophy in Inorganic Chemistry) ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศสหราชอาณาจักร (University of Oxford, UK)  ทั้งนี้ได้สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรชั้นสูงการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน (ปรม.) รุ่นที่ 22 จากสถาบันพระปกเกล้า และหลักสูตร “WiNS 3” โครงการพัฒนาเครือข่ายและศักยภาพผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รุ่นที่ 3

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักพัฒนากองทุนและการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ สกสว.

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ก.ต่างประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล กับผู้อบรมจากสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ

 

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงฯ พร้อมรองอธิบดีธนวัต ศิริกุล และผู้บริหารของกรมฯ ได้ให้การต้อนรับผู้เข้ารับการอบรมโครงการ “เพิ่มองค์ความรู้สื่อมวลชนเรื่อง: โลกาภิวัตน์ในกระบวนทัศน์ใหม่ของสื่อ” จากสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ 31 คน โดยได้บรรยายและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางนโยบายต่างประเทศ แนวทางการรายงานข่าวด้านการต่างประเทศของสื่อมวลชนไทย ตลอดจนบทบาทและภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ และจุดเน้นด้านการต่างประเทศของรัฐบาล ทั้งนี้ อธิบดีฯ ได้เน้นความสำคัญของสื่อมวลชนในการสร้างองค์ความรู้ด้านการต่างประเทศต่อสาธารณชน การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ในเวลาที่เหมาะสม รวมถึงยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการสื่อสารในช่วงวิกฤต และการสร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

ในโอกาสนี้ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรโครงการ “เพิ่มองค์ความรู้สื่อมวลชนเรื่อง : โลกาภิวัตน์ในกระบวนทัศน์ใหม่ของสื่อ” ซึ่งจัดขึ้นโดยสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้แนะนำถึงโครงการอบรมที่มีผู้เข้าร่วมจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ส่วนที่ทำงานเกี่ยวกับการสื่อสารองค์กรของหน่วยงานแต่ละแห่งได้มีโอกาสสร้างเครือข่าย ทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ และศึกษากลยุทธ์ในการสื่อสารจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยการได้รับฟังแนวทางทางการสื่อสารจากกระทรวงการต่างประเทศทำให้เข้าใจประเด็นต่าง ๆ มากขึ้น และพร้อมร่วมมือกับกระทรวงฯ ต่อไป 
 
 
 
 
 
Department of Information welcomed and exchanged views with participants of an executive training course by the National Press Council of Thailand
 
On 9 January 2024, Mrs. Kanchana Patarachoke, Director-General of the Information Department and the Ministry’s Spokesperson, together with Deputy Director-General Thanawat Sirikul, as well as executives of the Department received 31 participants of the “Globalization in the new paradigm of media” course, hosted by the National Press Council of Thailand (NPCT). The Department briefed the group on ways and means to report news on international affairs by Thai media, roles and duties of the Ministry, as well as the key focuses of the Government’s foreign policy. DG Kanchana also stressed on the importance of the media in shaping public perception of global affairs, communication of correct and useful information in the timely manner, communication during the time of crisis, and also ways to develop understanding with neighbouring countries.
 
 
On this occasion, Mr. Chavarong Limpattamapanee, Chairman of the NPCT, introduced the course that is comprised of participants from public, private, civil society, and media sectors and informed that the objective of this couse is to provide an opportunity for those working in each agency’s public relations to network, build understanding, exchange practices, and learn one another’s communication strategies. The views exchanged with the Ministry provided the understanding of various issues to the participants which stand ready for further cooperation with the Ministry.
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News