Categories
NEWS UPDATE

‘ไทย’ มี “ร้านอาหารญี่ปุ่น” 5,751 ร้าน ขึ้นแท่นอันดับ 6 ของโลก

 

จากการสำรวจขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ พบว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีจำนวน 5,751 ร้าน เพิ่มขึ้น 426 ร้าน หรือ 8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ถ้าเทียบกับภาพรวมทั่วโลก ไทยถือเป็นประเทศที่มีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นมากเป็น อันดับ 6 ของโลก ตามหลัง จีน (78,760 ร้าน), สหรัฐอเมริกา (26,040 ร้าน), เกาหลีใต้ (18,210 ร้าน), ไต้หวัน (7,440 ร้าน) และ เม็กซิโก (7,120 ร้าน)

 

แม้ว่าจำนวนร้านจะเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ 5 จังหวัดปริมณฑล และต่างจังหวัด แต่ในปริมณฑลและเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดมีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อเปรียบเทียบจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในปี 2561 และปี 2566 พบว่า

 

  • ร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 5 เท่า
  • 5 จังหวัดปริมณฑลเพิ่มขึ้น 2.2 เท่า
  • ต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า
  • รวมทั้งประเทศเพิ่มขึ้น 1.9 เท่า

อย่างไรก็ตาม หากวิเคราะห์ตามประเภทร้านอาหารพบว่า มีทั้งการขยายตัวและการหดตัว โดยประเภทร้านอาหารที่เติบโต ได้แก่

 

  • ร้านราเมง
  • ร้านสุกี้ยากี้
  • ร้านชาบู
  • ร้านอิซากายะ
  • ร้านเนื้อย่าง (ยากินิกุ)

ส่วนประเภทร้านที่จำนวนลดลงคือ ร้านซูชิ ซึ่งเป็นประเภทของร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีจำนวนร้านมากที่สุด โดยมีจำนวนลดลงมากกว่าจำนวนร้านที่เพิ่มขึ้น โดยรวมแล้ว ลดลง 4.1% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหา การแข่งขัน ทั้งจากร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยกัน และร้านอาหารประเภทอื่นที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเผชิญกับความท้าทายของ ต้นทุนวัตถุดิบอาหารและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้น

 

“ร้านซูชิในกรุงเทพฯ ยังเติบโตขึ้น แต่ที่ปิดตัวเยอะจะเป็นในต่างจังหวัด ส่วนหนึ่งเป็นประในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีร้านซูชิเปิดใหม่เยอะทำให้มีการแข่งขันสูงขึ้น อีกทั้งลักษณะเฉพาะของร้านซูชิยังใช้ของสด ทำให้ถ้าขายไม่ได้ก็จะเกิดการสูญเสีย ทำให้การทำธุรกิจร้านซูชิจึงมีข้อจำกัด” คุโรดะ จุน ประธานเจโทร กรุงเทพฯ กล่าว

 

จากการสำรวจในปี 2566 เมื่อแยกจำนวนร้านที่เปิดดำเนินการอยู่แบ่งตำมระดับราคาอาหารเฉลี่ยต่อหัว พบว่า ระดับราคาอาหารเฉลี่ยต่อหัว 101 – 250 บาท มีจำนวนมากที่สุด (2,040 ร้าน) รองลงมาคือ ระดับราคา 251 – 500 บาท (1,333 ร้าน) ตามด้วยราคา กว่า 100 บาท (691 ร้าน) และราคา 501 – 1,000 บาท (690 ร้าน) ซึ่งมีจำนวนร้านใกล้เคียงกัน

 

เมื่อแยกตามพื้นที่ ระดับราคาอาหารเฉลี่ยต่อหัว 101 – 250 บาทมีจำนวนมากที่สุด รองลงมาคือ ระดับราคา 251 – 500 บาท ทั้งในกรุงเทพฯ 5 จังหวัดปริมณฑลและต่างจังหวัด อันดับต่อมาสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แก่ ระดับราคา 501 – 1,000 บาท ส่วนพื้นที่ปริมณฑลและต่างจังหวัด ได้แก่ ระดับราคาต่ำกว่า 100 บาท

 

ในด้านของยอดขายและจำนวนลูกค้าพบว่า ฟื้นตัว 80 – 90% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด โดยการรับประทานอาหารนอกบ้านของผู้บริโภคชาวไทยกลับสู่สภาพช่วงก่อนโควิดแล้ว และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังกลับไปไม่ถึงระดับช่วงก่อนโควิด

 

 

ที่น่าสนใจคือ ปี 2565 เป็นช่วงที่ยังไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้ ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมารับประทานอาหารญี่ปุ่นในประเทศ แต่ปี 2566 ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้แล้ว ส่งผลให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถไปรับประทานอาหารญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่นได้อีกครั้ง

 

ปัจจุบัน ไทยถือเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน ที่นำเข้าวัตถุดิบจากญี่ปุ่น และถือเป็นอันดับ 8 ของโลก มีมูลค่าการนำเข้าที่ 465 ล้านเยน ดังนั้น การเชิญชวนให้ร้านอาหารญี่ปุ่น รวมถึงร้านอาหารประเภทอื่น ๆ ในต่างจังหวัดมาใช้วัตถุดิบอาหารจากญี่ปุ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ปีที่ผ่านมา เจโทร กรุงเทพฯ ได้จัดกิจกรรมเชิงรุกในต่างจังหวัด เช่น จัดงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นร้านอาหารและร้านค้าปลีกในจังหวัดเชียงใหม่, ขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นการจัดงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจเฉพาะในต่างจังหวัดครั้งแรก

 

“ต้องยอมรับว่าจากกรณีการปล่อยน้ำที่ผ่านการบำบัดจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะลงสู่มหาสมุทร ทำให้การส่งออกวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นได้รับผลกระทบ เพราะจีนที่เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ได้ระงับการนำเข้า แต่สำหรับไทยยังคงมีการนำเข้าตามปกติ เพราะไทยมีมาตรการการตรวจสอบอยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาไทยนิยมนำเข้าปลาซาบะ, ปลาซาดีน แต่ปีนี้เรามีแผนจะนำเสนอหอยเชลล์ (หอยโฮตาเตะ) และปลาคัตสึโอะมากขึ้น”

 

 

คุโรดะ ย้ำว่า แม้จะไม่มีการคาดการณ์ว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยจะอิ่มตัวเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่า ยังมีที่ว่างที่จะเติบโตได้ แม้ว่าจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยจะมากสุดเป็นอันดับ 6 ของโลก แต่ถ้าวัดจาก จำนวนเฉลี่ยต่อจำนวนประชากร ไทยถือเป็นอันดับ 4 ของโลก แปลว่ายังมีช่องว่างให้เติบโตโดยในปีนี้ ทางเจโทรพบว่า มีร้านอาหารในญี่ปุ่นหลายรายที่สนใจมาเปิดสาขาในไทย โดยส่วนใหญ่เป็นร้านราเมง แกงกะหรี่ เป็นต้น

 

“แม้จะมีอุปสรรคบางประการ เช่น พฤติกรรมผู้บริโภค การออกแบบเมนูที่เหมาะกับคนไทย แต่อาหารญี่ปุ่นยังคงได้รับความนิยมจากคนไทย แต่เชื่อว่าแนวโน้มในอนาคตจะมีความหลากหลายมากขึ้น และจะแพร่หลายมากขึ้นในจังหวัดท่องเที่ยวและจังหวัดที่มีประชากรเยอะ ๆ ซึ่งเรามองว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องนำเสนอรสชาติหรือเมนูต้นฉบับเสมอไป แต่เราอยากเห็นการนำไปปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคไทย”

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : positioningmag

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ปฏิบัติการดับไฟป่าภาค 3 หารือป้องกัน แก้ไขหมอกควันไฟป่า 17 จังหวัดภาคเหนือ

 

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 ที่ ศูนย์ปฏิบัติการหมอกควันไฟป่าและ PM 2.5 จังหวัดเชียงราย ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าวฯ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย นำเจ้าหน้าที่ผู้แทนจากหน่วยงานประจำศูนย์ปฏิบัติการหมอกควันไฟป่าและ PM 2.5 จังหวัดเชียงราย ร่วมประชุมกับศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าภาค 3 โดยมี พ.อ. ณรงค์ฤทธิ์ สนองคุณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการดับไฟป่าภาค 3 เป็นประธานการประชุม ผ่านระบบทางไกล (Zoom Meeting)

 

.
โดยศูนย์ปฏิบัติการหมอกควันไฟป่าและ PM 2.5 จังหวัดเชียงราย ได้รายงานต่อที่ประชุมถึงการเกิดจุดความร้อน ซึ่งในช่วงเดือนมกราคม ตั้งแต่วันที่ 2 – 8 มกราคม ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายเกิดจุดความร้อนขึ้น 58 จุด ส่วนใหญ่พบว่าเกษตรกรมีการเผาในพื้นที่ทางการเกษตรเพื่อเตรียมการเพาะปลูกในฤดูต่อไป และได้วางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยมีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจ เน้นการสื่อสารเชิงรุก ให้ประชาชนงดเผาเศษวัสดุทางการเกษตร รวมถึงการสนับสนุนโครงการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ได้ถ่ายทอดความรู้พื้นฐานด้านการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรให้แก่เกษตรกรพื้นที่ 7 อำเภอ เป้าหมาย กว่า 270 ราย และดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การจัดอบรมถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการ การใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดการเผา และเมื่อสถานการณ์มีแนวโน้มสูงขึ้นหรือเกินค่ามาตรฐาน ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมบูรณาการ ยกระดับปฏิบัติการตามมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย
 
.
ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังได้รายงานการปฎิบัติงาน ในการแก้ปัญหาคุณภาพอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งคุณภาพอากาศจังหวัดเชียงรายอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ยังคงต้องเน้นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ประชาชนงดเผาในที่โล่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผาเพื่อการเกษตร ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพของประชาชน โดยการจัดทำแผนโต้ตอบภาวะฉุกเฉิน การจัดทำห้องปลอดฝุ่นในพื้นที่โรงพยาบาล พื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จัดทำฐานข้อมูลเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง การจัดเตรียมคลินิกมลพิษ การใช้ อสม. ลงพื้นที่สื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชน การบริการตรวจสุขภาพให้แก่เจ้าหน้าที่ดับไฟป่า การเตรียมความพร้อมหน้ากากอนามัย การจัดทำชุดสาธิตเครื่องฟอกอากาศ DIY เพื่อจัดทำห้องปลอดฝุ่น รวมถึงการติดตามดูแลผู้ป่วยสามกลุ่มโรค เพื่อประเมินและส่งข้อมูลให้ อปท.ในเขตรับผิดชอบดำเนินการช่วยเหลือจัดทำห้องปลอดฝุ่นแก่กลุ่มเสี่ยงต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์ปฏิบัติการหมอกควันไฟป่าและ PM 2.5 จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

สนามบินเชียงราย เตรียมสร้างอาคารหลังใหม่ ยกระดับบริการและความสะดวกผู้โดยสาร

 
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) พร้อมด้วย นาวาอากาศตรีสมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย นางแสงเดือน อ้องแสนคำ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ด้านสนับสนุนธุรกิจ) และ ดร.สิทธิปัฐพ์ มงคลอภิบาลกุล รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ด้านปฏิบัติการและบำรุงรักษา) พร้อมด้วยผู้บริหารท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ร่วมตรวจความพร้อม ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ในการรองรับการให้บริการและการอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร พร้อมทั้งตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกภายในท่าอากาศยาน เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้โดยสาร
 
 
โดย ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้ประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศ ในระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2566 – 4 มกราคม 2567 มีจำนวนเที่ยวบิน 276 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 39 เที่ยวบิน มีจำนวนผู้โดยสาร 39,561 คน หรือเฉลี่ยวันละ 5,652 คน ด้านการอำนวยความสะดวก ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานเพียงพอต่อการให้บริการ โดยเพิ่มความถี่ในการกำกับดูแลความเรียบร้อยของอาคารสถานที่ รวมถึงได้จัดเจ้าหน้าที่สำหรับให้คำแนะนำวิธีการการใช้ระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (CUSS: Common Use Self Service) ให้กับผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเช็กอินผ่านเครื่อง KIOSK ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการเช็กอิน และเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร ซึ่งพบว่าไม่มีจุดใดที่มีระยะเวลาการรอคิวนานเกินกว่าค่ามาตรฐาน Level of Service (LOS) ตามที่ IATA กำหนดอีกทั้ง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้จัดเตรียมน้ำดื่มตราสัญลักษณ์ ให้บริการประชาชนฟรี ณ บริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
 
 
ในด้านการรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้จัดตั้ง “ศูนย์อำนวยความสะดวกผู้โดยสารช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 (Passenger Facilitation Center)” เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือระหว่างส่วนงานท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดการเดินทางของผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการ รวมทั้งรับแจ้งเหตุฉุกเฉินปัญหาข้อขัดข้องในการเดินทาง และได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตระเวน เจ้าหน้าที่ทำลายวัตถุระเบิด (EOD) เพิ่มความถี่ในการตระเวนตรวจพื้นที่ เพื่อความเรียบร้อยภายในท่าอากาศยานอย่างเต็มกำลัง
จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความพร้อมของ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานภายในท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ให้ดูแลและใส่ใจการให้บริการผู้โดยสารให้ครบทุกด้าน โดยเฉพาะด้านความสะดวก ปลอดภัย และความรวดเร็วของกระบวนการผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก อีกทั้งกระบวนการเช็กอินและความพร้อมของระบบเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (Common Use Self Service : CUSS)เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสารในการลดระยะเวลารอคอย ตลอดจนการบริหารจัดการพื้นที่พักคอยผู้โดยสารให้เพียงพอ
 
 
อีกทั้ง ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้ดำเนินการตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงคมนาคม ในการเตรียมความพร้อมตอบสนองต่อทุกเหตุการณ์ หลังเกิดเหตุการณ์จากกรณีเครื่องบินของ สายการบิน เจแปนแอร์ไลน์ (JAL) เฉี่ยวชนกับเครื่องบินของหน่วยยามชายฝั่งญี่ปุ่น เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้เครื่องบินบนทางวิ่ง (รันเวย์) ณ สนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งดำเนินการศึกษาข้อมูล และเตรียมมาตรการป้องกันภัย โดยนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาใช้ในการวางแผนกำหนดหัวข้อในการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน เพื่อไม่ใหเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย รวมถึงท่าอากาศยานที่อยู่ในการกำกับดูแลของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) AOT ขานรับนโยบายของกระทรวงคมนาคม “เดินทางทั่วไทย คมนาคมสะดวก ปลอดภัย ใส่ใจให้บริการประชาชน” โดยมีความพร้อมอำนวยความสะดวกผู้เดินทางอย่างเต็มกำลังความสามารถ มุ่งเน้นในด้านความปลอดภัยและความรวดเร็ว
 
 
ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนปรับปรุงให้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอาคารผู้โดยสาร ที่มีอายุการใช้งานมานาน นอกจากนี้ในอนาคตทางท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เตรียมที่จะมีการพัฒนาจุดพักคอยผู้โดยสาร มากขึ้นโดยตามแผนจะดำเนินการพัฒนาหนองน้ำซึ่งอยู่ในท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ให้ผู้โดยสารสามารถใช้พักผ่อนรอการเดินทางได้ ซึ่งจุดนี้เป็นผลดีต่อการดำเนินการพัฒนาท่าอากาศยานฯ.
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : การท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

มมท.เชียงราย เตรียมการจัดกิจกรรม เดินแบบเวทีกลาง งานพ่อขุนเม็งรายมหาราช 67

 

5 มกราคม 2567 ที่ห้องประชุมเวียงกาหลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมเตรียมการ จัดกิจกรรมเดินแบบการกุศลของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย โดยมี ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ผู้แทนภริยาผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเชียงราย ผู้แทนประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก มณฑลทหารบกที่ 37 สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพจังหวัดเชียงราย คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดเชียงราย สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

 

 
ด้วยชมรมแม่บ้านมหาชัยจังหวัดเชียงรายได้กำหนดจัดกิจกรรมเดินแบบการกุศล ของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงรายขึ้นภายใต้แนวคิด “เปิดโลกผ้าไทย ม่วนใจ๋เจียงฮาย” ในงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช และงานกาชาด ประจำปี 2567 ในวันศุกร์ที่ 26 มกราคม 2567 เวลา 20.00 น. ณ เวทีกลาง งานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาด ประจำปี 2567 สนามบินฝูงบิน 416 (สนามบินเก่า) อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการจัดแสดงผ้าไทยผลงานของนักออกแบบตัดเย็บในพื้นที่ และเป็นการจัดหารายได้สมทบทุนดำเนินกิจกรรมของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย ทั้งในด้านสาธารณประโยชน์ และการสาธารณกุศล เพื่อมอบให้แก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยกำหนดประเภทชุดการแต่งกาย ได้แก่ ชุดไทยล้านนา ชุดไทยร่วมสมัย ชุดไทยประยุกต์ ชุดไทยสไตล์แฟชั่น และชุดชาติพันธุ์
 
 
อีกทั้งภายในงานฯ จะมีการออกร้านของชมรมแม่บ้านมหาดไทย จัดจำหน่ายสินค้ามือสองที่ได้จากการรับบริจาค เพื่อหารายได้สมทบทุนการดำเนินกิจกรรมของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย ทั้งในด้านสาธารณประโยชน์ และการสาธารณกุศล เพื่อมอบให้แก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเสื้อผ้าและสิ่งของที่มีประโยชน์ที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อออกร้านการกุศลของชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย ในงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาด ประจำปี พ.ศ. 2567 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มอำนวยการ สำนักงานจังหวัดเชียงราย ชั้น2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โทร 053-150180
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE NEWS UPDATE

เตรียมจัดงานสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล ‘พระครูบาบุญชุ่ม’ 60 ปี 40 พรรษา

 
ที่วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นวัดที่พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติศาสนกิจประจำตลอดที่อยู่ในประเทศไทย มีการเตรียมความพร้อมงานสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล พระครูบาบุญชุ่ม ครบรอบ 60 ปี 40 พรรษา


พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม ประธานกรรมการมูลนิธิดอยเวียงแก้ว เปิดเผยว่า พิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล พระครูบาบุญชุ่ม ครบรอบ 60 ปี ในวันที่ 5 ม.ค.67 และทางวัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว ได้จัดงานสืบชะตาหลวงอายุวัฒนมงคล พระครูบาบุญชุ่ม 60 ปี 40 พรรษาขี้น ในวันที่ 7-9 ม.ค.67 ซึ่งขณะนี้ทางวัดเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับบรรดาชาวพุทธที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ และมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่มาร่วมด้วยแรงศรัทธาต่อพระครูบาบุญชุ่ม


และปีนี้เป็นปีที่พระครูบาบุญชุ่มมีอายุครบ 60 ปี แต่ละปีงานอายุวัฒนมงคลสืบชะตาหลวงของพระครูบา ชาวพุทธเดินทางมากราบ ฟังธรรมะ รับพรจากพระครูบาบุญชุ่มกันอย่างเนืองแน่นทุกปีคาดว่าปีนี้จะมีคลื่นมหาชนชาวพุทธมาร่วมงานบุญกันจำนวนมากอย่างแน่นอน 
 
 
โดยจะมีกำหนดการจัดงานดังนี้
– ในวันที่ 5 ม.ค. 67 เวลา 16.30 น. อัญเชิญพระอุปคุตจากท่าน้ำโขงสามเหลี่ยมทองคำไปประดิษฐาน ณ หอพระอุปคุต วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว
– วันที่ 7 ม.ค. 67 เวลา 05.00 น. สวดมนต์ ทำวัตรเช้า 09.09 น. ตานข้าว 4 ผืน ณ ลานพระคันธาระองค์ปฐม วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว เวลา 19.00 น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น
– วันที่ 8 ม.ค. 67 เวลา 05.39 น. เริ่มการเทศน์มหาชาติ 07.39 น. ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งบริเวณทางขึ้นวิหารบุญชุ่มรัตนปุรี ศรีธรรมราชา เวลา 13.39 น. มอบถุงยังชีพแก่ราษฎร โดยนายประจักษ์ และนางละออ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด


จากนั้น 14.09 น. มอบทุนการศึกษานักเรียน นักเรียนปริยัติธรรมและทุนสัมมาอาชีพ โดยนายแพทย์ปราเสริฐ ประสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้ง บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และบริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
วันที่ 9 ม.ค. 67 เวลา 09.39 น. พิธีสืบชะตาหลวงพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร อรัญวาสีภิกขุ และเวลา 14.00 น. พิธีสรงน้ำพระครูบาบุญชุ่ม


พล.ต.อ.มนตรี กล่าวอีกว่า การทำบุญสืบชะตาหลวง อายุวัฒนมงคลของครูบาบุญชุ่ม ก็คือวันแห่งการให้ ครูบาบุญชุ่มให้ทุนการศึกษา ให้อาหารการกิน ให้กำลังใจเป็นธรรมะ จนกล่าวกันว่าวันเกิดของท่านนั้นเป็นวันที่ท่านเหนื่อยมากวันหนึ่ง โดยวันดังกล่าวนี้จะมีคนไปรอกราบพระครูบาหลายหมื่นคน ทุกคนตั้งใจไปฟังธรรมะ ซึ่งทุกคนก็ไปด้วยใจศรัทธาในพระครูบาบุญชุ่ม และร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ทำบุญสืบชะตาหลวง อายุวัฒนมงคลครบ 60 ปีให้กับท่านด้วย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ไฟไหม้กุฏิวัดนางแล จ.เชียงราย วอดทั้งหลังเสียหายนับล้าน

 
วันที่ 4 ม.ค.2567 เวลาประมาณ 08.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ได้รับรายงานเหตุเพลิงไหม้ วัดนางแล ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย พ.ต.อ.อานันท์จักร์ กนกนพวัชร์ ผกก.สภ.บ้านดู่ นำกำลัง พร้อมประสานรถดับเพลิง เทศบาลตำบลนางแล และใกล้เคียง เพื่อเข้าระงับเพลิงไหม้ดังกล่าว
 
โดยที่เกิดเหตุพบว่าเพลิงไหม้อยู่ที่กุฏิวัดนางแล และได้โหมลุกไหม้อย่างหนัก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงได้ฉีดน้ำเพื่อป้องกันการลุกลาม โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบลง
 
ในเบื้องต้น พ.ต.อ.อานันท์จักร์ กนกนพวัชร์ ผกก.สภ.บ้านดู่ ได้สอบถามคณะสงฆ์ ทราบว่ากุฎิดังกล่าวเป็นกุฎิไม้สองชั้นและมีอายุเก่าแก่จึงทำให้ติดไฟได้ง่าย เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท สำหรับสาเหตุคาดว่า เกิดจากการจุดเทียนทิ้งไว้เนื่องจากเป็นวันพระ
 
อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะได้ทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง.
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ห้ามแบงก์ เก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ หากลูกหนี้คืนก่อนครบกำหนด เริ่ม 1 ม.ค. 67

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งประกาศธปท.เรื่อง การกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (ฉบับที่ 2) ถึงธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ บริษัทเงินทุน และบริษัทผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจเรียกเก็บดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ สำหรับกรณีผู้บริโภคไถ่ถอนหรือชำระคืนสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) ทั้งจำนวนหรือบางส่วน เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการไถ่ถอนหรือชำระคืนสินเชื่อก่อนครบกำหนด หรือลดปัญหาอุปสรรคในการเปลี่ยนผู้ให้บริการ (refinance) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจอันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค

ทั้งนี้ ประกาศฉบับนี้ จะมีผลทั้งสำหรับสินเชื่อรายย่อยภายใต้กำกับ และผู้ให้บริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน 

โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2567 เป็นต้นไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

เชียงรายสรุป 3 วัน อุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 2567 เสียชีวิตรวม 6 ราย บาดเจ็บรวม 22 ราย

 
วันที่ 1 มกราคม 2567 นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2567 ประจำวันที่ 1 มกราคม 2567 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อสรุปข้อมูลการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ณ ห้องประชุมอูหลง ชั้น3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย
 
 
โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้รายงานสถิติการเกิดอุบัติเหตุช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม 2566 จังหวัดเชียงรายเกิดอุบัติเหตุรวม 28 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บรวม 22 ราย (เพศชาย 17 ราย หญิง 5 ราย) มีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย (เพศชาย 6 ราย ) สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดได้แก่รถจักรยานยนต์ และผู้ประสบอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่
 
 
สำหรับผลการดำเนินงานตามมาตรการ 1ร. 2ส. 3ข. 4ม. (10 รสขม) มีผู้ถูกดำเนินคดีไม่สวมหมวกนิรภัยรวม 998 ราย ดื่มแล้วขับ จำนวน 80 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย จำนวน 21 ราย ไม่มีใบขับขี่ จำนวน 756 ราย และมาตรการอื่นๆรวมทั้งหมด 10 มาตรการ มีผู้ถูกดำเนินคดี จำนวนรวม 2,057 ราย
 
 
จากนั้นที่ประชุมได้สรุปผลการปฏิบัติงานของการชุมชน ชุดเคลื่อนที่เร็ว และข้อมูลของด่านชุมชน ผลการรักษา รวมถึงการเยียวยาผู้ประสบเหตุ พร้อมกันนี้ในที่ประชุมได้ร่วมวิเคราะห์หาสาเหตุ ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งได้ร่วมกันกำหนดแนวทางป้องกันการแก้ไข เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2567 นี้
 
 
ด้านนางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานการประชุม ได้เน้นย้ำให้ผู้ปฏิบัติงานเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติหน้าที่ ช่วยกันดูแลและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2567 ให้มากที่สุด
 

โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 หรือศปถ. สรุปอุบัติเหตุ 3 วันปีใหม่ ยอดเสียชีวิตรวม 128 คน พร้อม กำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดูแลกวดขันการจราจร และเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน อย่างต่อเนื่อง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ โดยวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุ 424 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 416 คน ผู้เสียชีวิต 51 ราย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์

ทั้งนี้สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ คือ 29 – 31 ธันวาคม เกิดอุบัติเหตุรวม 1,150 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,151 คน ผู้เสียชีวิต รวม 128 คน

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ กาญจนบุรี 44 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร รวม 8 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์ มี 22 จังหวัด

สำหรับวันนี้ ยังอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ประชาชนบางส่วนยังคงเดินทางท่องเที่ยวและทำบุญตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงประชาชนส่วนใหญ่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครและจังหวัดเขตเศรษฐกิจในภาคต่าง ๆ ทำให้เส้นทางหลักและเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด มีปริมาณรถหนาแน่น

ศปถ. จึงได้ประสานจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องในเส้นทางสายต่าง ๆ โดยเฉพาะเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและอำเภอ ซึ่งประชาชนใช้เป็นทางลัดออกสู่ถนนสายหลัก พร้อมคุมเข้มผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย รวมถึงประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วและง่วงหลับใน นอกจากนี้ ให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนบริเวณสถานีขนส่ง ตรวจสอบพนักงานขับรถและสภาพรถโดยสารให้มีความพร้อมในการให้บริการผู้โดยสารและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ติด 5 อุทยานแห่งชาติ เก็บเงินได้สูงสุด กว่า 43 ล้านบาท อันดับหนึ่ง เกาะพีพี

 
วันที่ 1 มกราคม นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผย เรื่องจัดเก็บเงินรายได้อุทยานแห่งชาติ ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ว่า ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 30 ธํนวาคม 2566 จัดเก็บได้ จำนวน 565,291,948.03 บาท วันที่ 29 ธันวาคม 2566 จัดเก็บได้ จำนวน 12,841,505 บาท วันที่ 30 ธันวาคม 2566 จัดเก็บได้ จำนวน 14,776,975 บาท
 

โดยอุทยานแห่งชาติ ที่สามารถจัดเก็บเงินได้สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 

1. หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี 148,353,947 บาท 

2. หมู่เกาะสิมิลัน 67,556,270 บาท 

3. ดอยอินทนนท์ 43,994,130 บาท 

4. เขาใหญ่ 39,386,573 บาท 

5. อ่าวพังงา 36,234,150 บาท

ทั้งนี้ วันที่ 29 ธันวาคม 2566 จัดเก็บได้ จำนวน 12,841,505 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อน จำนวน 136,980 บาท
เนื่องจาก มี อุทยานแห่งชาติบางแห่ง ได้รายงานและแก้ไขจำนวนเงินที่จัดเก็บได้เพิ่ม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักอุทยานแห่งชาติ 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

7 วันอันตรายเชียงราย สังเวยแล้ว 2 ราย อุบัติเหตุ 9 ครั้ง เจ็บ รวม 7 คน

 

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 66 นายครรชิต ชมภูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2567 จังหวัดเชียงราย ณ ห้องประชุมอูหลง ศาลากลางจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะกรรมการศูนย์ฯ เข้าร่วมประชุม และประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผ่านจอภาพ (Video Conference) พร้อมกันทั่วประเทศ 

 

โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รมว.กระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเพื่อติดตามข้อสั่งการ และสรุปยอดผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนเพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุในการวางมาตรการป้องกันเเละลดอุบัติเหตุ ในที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ข้อมูลประจำปวันที่ 30 ธันวาคม 2566 ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงแนวทางในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตามบริบทแต่ละพื้นที่ 

 

โดยขอให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด ประสานศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีการรายงานข้อมูลด่านชุมชนเพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป และให้จังหวัดเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายตาม 10 รสขม มาตรการหลักและให้ด่านชุมชนตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดและฝ่าฝืนกฎหมายโดยให้คำแนะนำและห้ามปราม หากฝ่าฝืนประสานตำรวจบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีทันที พบว่าไม่สวมหมวกนิรภัย 488 ราย ไม่มีใบขับขี่ 224 ราย ดื่มแล้วขับ 87 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 8 ราย

 

 

สรุปข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2567 จังหวัดเชียงราย ของวันที่ 30 ธ.ค. 66 มีอุบัติเหตุทางถนนในจังหวัดเชียงรายเกิดขึ้นรวม 9 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ (Admit) รวม 7 คน เป็นเพศชาย 6 คน เพศหญิง 1 คน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นเพศชาย 2 ราย สาเหตุเกิดจากขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ รถจักรยานยนต์ โดยจังหวัดเชียงรายได้บูรณาการร่วมในการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน ได้มีการตั้งจุดตรวจหลักทั้งหมดรวม 35 จุดตรวจ และจุดบริการหน่วยงาน / อปท. มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 1,119 คน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News