Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE VIDEO

(มีคลิป)เก็บข้อมูลชาติพันธุ์ดาราอางและอิ้วเมี่ยน เตรียมงาน เบียนนาเล่ เชียงราย

 

วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย.2566 เวลา 9.30 น.ได้ลงพื้นที่บันทึกการเล่นดนตรีและศิลปะการแสดง ของพี่น้องชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยน บ้านห้วนแม่ซ้าย  ม.11 ต.แม่ยาว อ.เมือง ถึงเวลา 12.30 น. ซึ่งจากข้อมูลวารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร ของณัฐนนท์ จิรกิจนิมิตร สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้พูดถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่เรียกตนเองว่า “เมี่ยน” หรือ “อิ้วเมี่ยน” มักเป็นที่รู้จักกันในนามว่า “เย้า” เมี่ยนเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์บนที่สูงตั้งชุมชนกระจายอยู่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยมีวิถีการดำรงชีพหลักคือ ทำเกษตรแบบกึ่งยังชีพบนพื้นที่สูง รวมถึงมีความจงรักภักดีและความเชื่อต่อเทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการนับถือระบบเครือญาติแบบแซ่ ตระกูล และผีบรรพบุรุษ

 

 

ต่อมาคณะได้เดินทางไปบ้านพี่น้องดาราอาง บ้านโป่งเหนือ ม.8 ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย จึงถึงเวลา 16.30 น. ดาราอาง เดิมตั้งถิ่นฐานในตอนเหนือของรัฐฉาน ภายใต้อาณาจักรไตมาว จากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองทำให้ชาวดาราอางได้หลบหนีภัยสงครามมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่ ชาวดาราอาง ถือเป็นกลุ่มตนที่มีความโดดเด่นด้านการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสดใส ทางทีมงานนำโดย ผศ. ดร.องอาจ อินทนิเวศ  จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายเป็นผู้ดำเนินการเก็บข้อมูล เพื่อเตรียมงาน เบียนนาเล่ เชียงราย ในวันที่ 9-10 มีนาคม 2567 

 

 

โดยได้รับความร่วมมือและความพร้อมเพียงจากตัวแทนพี่น้องเราตั้งใจอย่างเต็มที่และสวยงาม ขอขอบคุณผู้ประสานงานทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนงานนี้ให้เกิดความเป็นวัฒนธรรมที่สวยงามต่อไป

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

“กาดหมั้ว คัวเงิน คัวเขิน” เปิดตัว ‘ตลาดบก’ สืบสานวัฒนธรรมไทย

 
นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดตลาดบกวัฒนธรรม สืบสานวัฒนธรรมไทย ตลาดชุมชนวัดศรีสุพรรณ “กาดหมั้ว คัวเงิน คัวเขิน ชุมชนวัดศรีสุพรรณ ชุมชนวัดหมื่นสาร และชุมชนวัดนันทาราม” (ย่านวัวลาย) โดยมี นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวรายงาน และ นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ จัดในวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2566 ณ ตลาดวัฒนธรรมวัดศรีสุพรรณ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

 กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ คณะกรรมการ 3 วัด 3 ชุมชน ดำเนินงานโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม “การสร้างเสริมอัตลักษณ์ชุมชน อัตลักษณ์ไทย สู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ผ่านตลาดบกและตลาดน้ำ และตลาดวัฒนธรรมชุมชนวัดศรีสุพรรณ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับคัดเลือกให้เป็นตลาดบกที่ส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน อัตลักษณ์ไทย สู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยมีนายสุรพล เกียรติไชยากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

 

วัฒนธรรมจังหวัด 16 จังหวัดภาคเหนือ ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายทางวัฒนธรรม ผู้นำชุมชน สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญ ดังนี้

  1. การแสดงศิลปวัฒนธรรม ชุด “กึกก้องเภรี นาฏยดนตรี วิถีกาดบก ชุมชนวัดศรีสุพรรณ” โดย วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่
  2. พิธีตอกดุนลายแผ่นโลหะ โดย พ่อครูดิเรก สิทธิการ ศิลปินแห่งชาติ
  3. ประธานในพิธีมอบของที่ระลึกให้แก่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่
  4. พิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้สนับสนุนการขับเคลื่อนตลาดบกฯ จำนวน 2 ท่าน ได้แก่

         4.1 พ่อครูดิเรก สิทธิการ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (งานสลักดุนเครื่องเงินและโลหะ) พุทธศักราช 2565 ผู้แทนชุมชนคุณธรรมวัดศรีสุพรรณ

        4.2 ดร.อุไร ไชยเสน ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

  1. ประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ทูตวัฒนธรรม จำนวน 12 คน
  2. การแสดงศิลปวัฒนธรรม ชุด “ฟ้อนคัวเงินงาม” โดย นักเรียนโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ
  3. การสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและเยี่ยมชมตลาด โดยมี พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ (สุพล สุทธฺสีโล) เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ เมตตาบรรยายให้ข้อมูลสำคัญ
  4. กิจกรรมขันโตกล้านนา กาดหมั้ว เครื่องเงิน เครื่องเขิน ของฝาก และของที่ระลึก
  5. การแสดงดนตรีพื้นเมืองล้านนา
  6. สักการะพระพุทธปาฏิหาร์ (พระเจ้าเจ็ดตื้อ) และสิ่งศักดิ์สิทธิ์
  7. กิจกรรมนั่งรถราง”ชมงานศิลป์เยือนถิ่นวัวลาย” 3 วัด 3 ชุมชน
  8. การออกร้านอาหารพื้นเมือง เมนูเชิดชูอาหารถิ่น “ตำจิ้นแห้ง”

 

     นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางพัชรนันท์ แก้วจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นางพรทิวา ขันธมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม นางสุภัสสร ประภาเลิศ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นางสาวณพิชญา นันตาดี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นายจิรัฏฐ์ ยุทธ์ธนประวิช นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นายวรพล จันทร์คง นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ นางสาวสุทธิดา ตราชื่นต้อง นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ และ นายพร้อมพงษ์ ทาสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานฯ และประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale Chiang Rai 2023 ซึ่งจะมีขึ้น ณ จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 9 ธ.ค.2566 ถึง 30 เมษายน 2567 ในงานดังกล่าวด้วย

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

Street Art Phan, (Phan Pavilion) มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.00 น. นายวุฒิกร  คำมา นายอำเภอพาน เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม งาน street Art Phan ,(Phan Pavilion) ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพาน โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ นางภัทราวดี สุทธิธนกูล อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ นายนิรันดร์ แปงคำ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอพานหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ศิลปิน ประชาชน เด็ก และเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว  

 

 กลุ่มสล่าเมืองพาน ได้รับการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม Street  Art  Phan ,(Phan Pavilion) ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ของพาวิลเลียน (Pavilion) จากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับอำเภอพาน “เมืองพานบ่ใช่เมืองผ่าน” ใครผ่านเมืองพานต้องแวะชม Street  Art ตั้งแต่บริเวณสามแยกวัดชัยมงคลถึงหกแยกอำเภอพาน บนถนนพหลโยธินสายเก่า ระยะทาง 3 กิโลเมตร ซึ่งในอดีตบริเวณนี้ได้รับการขนานนามว่า “ถนนสายมังกร” โดยวาดภาพในรูปแบบสองมิติ สามมิติ เรื่องราวต่าง ๆ ที่สื่อถึงความเชื่อ ความศรัทธา วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตของคนอำเภอพาน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือบุคคลที่สนใจศิลปะมาชมบนถนนเส้นนี้ เสริมสร้างเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยใช้ศิลปะ สร้างรายได้ให้แก่ชาวอำเภอพาน และเพื่อรองรับงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale Chiang Rai 2023 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2566 – 30 เมษายน 2567 ภายใต้แนวคิด “เปิดโลก” The open world โดยกลุ่มสล่าเมืองพานได้นำกลุ่มเยาวชน Children Art Workshop for Biennale เครือข่ายสถานศึกษา ชมรมผู้สูงอายุ พร้อมด้วยทีมศิลปินทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ดำเนินกิจกรรมดังกล่าว จำนวนกว่า 120 คน

 

ทั้งนี้ นายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน พร้อมด้วย นายพานทอง แสนจันทร์ ประธานศิลปินกลุ่มสล่าเมืองพาน ได้นำชมประติมากรรมในขบวนแห่ของอำเภอพาน ภายใต้แนวคิดของพระธาตุจอมแว่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมใจของชาวอำเภอพาน 1 ในพระธาตุ 9 จอม ของจังหวัดเชียงราย ลอยเด่นเป็นสง่าเหนือกลุ่มเมฆ พร้อมด้วยปลานิล ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจของอำเภอพาน ซึ่งเป็นแหล่งเลี้ยงปลานิลที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ โดยมี ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ให้คำแนะนำในการตกแต่งขบวนพาเหรดให้ดูสวยงามและมีความโดดเด่นมากขึ้น

 

 

 ในการนี้ ในเวลา 13.00 น. นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางพัชรนันท์ แก้วจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นางพรทิวา ขันธมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม และข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เยี่ยมชมกิจกรรม และมอบหมายให้นายเอกณัฏฐ์ กาศโอสถ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นางเพียรโสม ปาสาทัง นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ผู้ประสานงานอำเภอพาน และนายอภิชาต กันธิยะเขียว นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมดังกล่าว

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

“อนุทิน” เผยเปิดผับถึงตี 4 แค่ให้คุยกันต่อ แต่ไม่ขยายเวลาขายสุรา

 

เมื่อวันที่ 4 พ.ย.2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการขยายเวลาปิดสถานบริการในพื้นที่นำร่อง 4 จังหวัดท่องเที่ยว เป็นเวลา 04.00 น. ว่า แม้จะขยายเวลาปิดสถานบันเทิง-สถานการบริการ แต่จะไม่ขยายเวลาให้ดื่มสุราได้มากขึ้น เพียงแต่สามารถอยู่ในร้านและพูดคุยกันได้นานขึ้น เพราะเจตนาของการออกมาตรการนี้คือเพื่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น รวมถึงการขายสินค้าและบริการที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยว

 

และแม้จะนำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ตและชลบุรี แต่จะไม่ครอบคลุมสถานบริการทั้งจังหวัด โดยจะเป็นลักษณะโซนนิ่ง หรือการจัดโซนในบางพื้นที่

 

สำหรับพื้นที่ กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า กำหนดโซนพื้นที่ขยายเวลาเปิด-ปิดสถานบันเทิง เช่น สีลม-พัฒน์พงศ์-อาร์ซีเอ-เพชรบุรีตัดใหม่-รัชดาภิเษก

 

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ได้เข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา พูดคุยเรื่องการแบ่งโซนนิ่งสถานบริการที่จะขยายเวลาเปิดถึง 04.00 น. ซึ่งเน้นย้ำว่ายังไม่มีการขยายเวลาให้กับสถานบริการทั่วไปนอกเขตโซนนิ่ง เช่น สถานบริการย่านทองหล่อ ยังคงปิดในเวลาเดิม รวมถึงสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการด้วย

 

จากนี้กระทรวงมหาดไทยจะออกเป็นพระราชกฤษฎีกา หรือกฎกระทรวง ขยายเวลาให้ถึง 04.00 น. รวมถึงสถานบริการที่อยู่ในโรงแรมด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถดูแลได้ละเอียดขึ้นและไม่กระทบกระเทือนต่อประชาชนทั่วไป

 

ทั้งนี้มีรายงานว่า ระยะเวลาการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานบันเทิงถูกกำหนดไว้ใน พระราชบัญญัติสถานบริการ 2546 และ กฎกระทรวงมหาดไทยกำหนดวันเวลาเปิดปิดสถานบริการ พ.ศ. 2547 โดยสถานบริการที่ให้เปิดตาม มาตรา 3 (1) ที่เปิดให้บริการ ะหว่างเวลา 21.00 – 02.00 น.ของวันรุ่งขึ้น สำหรับสถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา เท่ากับว่าการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังขายได้ถึ.เวลา 02.00 น.

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : thaipbs

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

เพิ่มช่องทางการขายสินค้าเด่นเชียงรายลุยตลาดภูเก็ต

 

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 จังหวัดเชียงราย โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าดี สินค้าเด่นเชียงราย (Chiang Rai Fair) ระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2566 ณ The bay ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยมีนางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยภาครัฐและภาคเอกชน จังหวัดเชียงราย และจังหวัดภูเก็ตร่วมพิธีเปิดงาน

 

การจัดงานฯ ครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการและการพัฒนาตลาดเชิงสร้างสรรค์ โครงการตามแผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ 2566 จังหวัดเชียงราย ซึ่งบูรณาการร่วมกับโครงการส่งเสริมสินค้า BCG และสินค้าสร้างสรรค์อัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยโกอินเตอร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสและส่งเสริมการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ผลิตผู้ประกอบการจังหวัดเชียงราย กับผู้ซื้อ นักธุรกิจจังหวัดภูเก็ต อีกทั้งเพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สอดคล้อง กับนโยบาย “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส” ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
 
 
จังหวัดเชียงราย มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมขีดความสามารถด้านการตลาดให้กับผู้ประกอบการสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ผลิตภัณฑ์จังหวัดเชียงราย (Chiangrai Brand) และสินค้าบริการเพื่อสุขภาพ (Wellness) ตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายพุทธิพงษ์ ศิริมาตย์ เพื่อขับเคลื่อนเชียงรายเป็นเมืองแห่งสุขภาพ (Chiangrai Wellness City)
ภายในงานฯ มีการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าจากผู้ประกอบการกว่า 26 คูหา ระดมทั้งสินค้า GI เสื่อผ้าเครื่องแต่งกาย สินค้าเกษตรแปรรูป ของฝากของที่ระลึก สินค้าเพื่อสุขภาพ มาจัดจำหน่ายแก่พี่น้องชาวภูเก็ต และนักท่องเที่ยว พร้อมกับการจับคู่เจรจาธุรกิจ โดยในวันนี้ได้มีการจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างหอการค้าจังหวัดเชียงราย กับ หอการค้าจังหวัดภูเก็ต และ ศูนย์การค้าจังซีลอน เพื่อตกลงร่วมมือทางการค้า การลงทุน ในอนาคตต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

คัดตัวแทนแข่งระดับเขต งานศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 71

 

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 นายมรกต อนุเคราะห์ ผอ.สพป.เชียงราย เขต 1 เป็นประธานเปิดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนครั้งที่ 71 กลุ่มแม่ยาว-ดอยฮาง ให้กำลังใจและชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจของนักเรียนและครูที่ร่วมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 71 ประจำปีการศึกษา 2566 ในการดำเนินการแข่งขันกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและการศึกษาพิเศษเรียนรวม โดยมีโรงเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 10 โรงเรียน ได้แก่โรงเรียนแม่ยาววิทยา โรงเรียนบ้านทุ่งหลวง โรงเรียนบ้านห้วยแม่ซ้าย โรงเรียนบ้านห้วยทรายขาว โรงเรียนบ้านรวมมิตร โรงเรียนผาขวางวิทยา โรงเรียนบ้านผาเสริฐ โรงเรียนบ้านโป่งนาคำ โรงเรียนบ้านดอยฮาง และโรงเรียนบ้านโป่งน้ำร้อน เพื่อคัดเลือกตัวแทนส่งเข้าแข่งขันระดับเขตพื้นที่การศึกษาที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 ต่อไป โดยมีนายวิจิตร คำปุ๊ ผอ.โรงรียนบ้านโป่งน้ำร้อน ประธานกลุ่มฯ พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครูและนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันอย่างมีความสุขและพร้อมเพรียง ณ โรงเรียนแม่ย่าววิทยา ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย

 

งานศิลปหัตถกรรมได้เริ่มจัดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2455 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 แนะนําชักจูงให้เด็กชายหญิงในสมัยนั้นได้เอาใจใส่ฝึกหัดศิลปหัตถกรรม ซึ่งเป็นทางเลี้ยงอาชีพต่างๆ เพื่อจะกันการที่เด็กทั้งหลายพากันนิยมในการเป็นเสมียนหรือเข้าทํางานราชการให้น้อยลง การจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนมีการจัดต่อเนื่องกันตลอดมา มีหยุดเว้นช่วงบ้างเมื่อสถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ ได้เปลี่ยนชื่องานไปก็หลายครั้ง นับว่าเป็นงานที่มีชื่อเสียงมากมาแต่ในอดีตนับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 100 ปี
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สพป.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

กรมสรรพากร ได้รับเลือกเป็น “ประธาน SGATAR” การประชุมผู้บริหารจัดเก็บภาษี

 

 

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ที่ประชุม SGATAR ประจำปี ครั้งที่ 52 ได้เลือกไทยเป็นประธาน SGATAR สืบต่อจากมาเลเซีย โดยทำหน้าที่ในช่วง 1 ปีนับจากนี้

 

ดร.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสรรพากร หัวหน้าคณะผู้แทนไทยได้กล่าวขอบคุณสมาชิก SGATAR ที่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่ประธาน พร้อมกล่าวแสดงความยินดีแก่มาเลเซียที่จัดการประชุม SGATAR ประจำปี ครั้งที่ 51 ได้สำเร็จลุล่วง และกล่าวแสดงความชื่นชมแก่คณะทำงาน SGATAR (SGATAR Taskforce) ที่พยายามอย่างอุตสาหะให้การจัดการประชุม SGATAR ประจำปีสำเร็จด้วยดี

 

ดร.กุลยา ตันติเตมิท ยังได้เน้นความสำคัญของ SGATAR ในการเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการอภิปรายอย่างเปิดกว้าง การแลกเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ และการระบุความท้าทายร่วมกันของหน่วยงานบริหารการจัดเก็บภาษี รวมทั้งการร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศ เพื่อความก้าวหน้าของการบริหารการจัดเก็บภาษีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยไทยในฐานะประธานจะพยายามอย่างเต็มที่ให้ภารกิจอันมีวิสัยทัศน์นี้ ของ SGATAR บรรลุเป้าหมาย

 

ทั้งนี้ ประธาน SGATAR ได้แต่งตั้งนายนิรันดร์ ประจวบเหมาะ ให้ทำหน้าที่เลขาธิการในการประชุม SGATAR ประจำปีครั้งนี้

SGATAR จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2513 (ค.ศ. 1970) เป็นที่ประชุมประจำปีของผู้บริหารการจัดเก็บภาษี เพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือของหน่วยงานบริหารการจัดเก็บภาษี ปรับปรุงการบริหารการจัดเก็บภาษี และอภิปรายประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการจัดเก็บภาษี ปัจจุบันมีสมาชิก 18 เขตเศรษฐกิจ และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม SGATAR ประจำปี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานบริหารการจัดเก็บภาษีของ 18 เขตเศรษฐกิจและผู้แทนองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ รวมกว่า 150 คน

 

 

 

Thailand has been elected as the Chair of SGATAR

Yesterday (31st October 2023), during the 52nd SGATAR Annual Meeting, Thailand was elected as the Chair of SGATAR, succeeding Malaysia, and will serve in this capacity one year from now.

Dr.Kulaya Tantitemit, the Director-General of the Comptroller General’s Department acting Director-General of the Revenue Department and the Head of Thai Delegation, expressed gratitude to SGATAR members for entrusting Thailand with the Chairmanship.

She also extended congratulations to Malaysia for successfully hosting the 51st SGATAR Annual Meeting and commended the SGATAR Taskforce for their dedicated efforts in ensuring the success of the the SGATAR Annual Meeting.

Dr.Kulaya also emphasised the importance of SGATAR as a platform for open discussions, exchange of best practices, and identification of common challenges among tax administrations as well as collaboration with international organisations to advance tax administration in the Asia-Pacific region. In her role as Chair, Thailand will fully commit to achieving this SGATAR’s visionary mission.

The Chair of SGATAR appointed Mr.Nirandara Prachuabmoh from Thailand to act as the Secretary-General for the SGATAR Annual Meeting this year.

SGATAR was established in 1970 as an annual forum for tax administrators to enhance cooperation among tax administrations, improve tax administration, and discuss issues related to tax administration. At present, there are 18 member jurisdictions. This year marks the 6th time Thailand has hosted the SGATAR Annual Meeting. There are over 150 participants, including executives and officials from tax administrations in 18 member jurisdictions, as well as representatives from various international organisations.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมสรรพากร

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ECONOMY

เร่งสร้างความเชื่อมั่นคุ้มครองเงินฝาก หลังสถิติโตกว่า 3.37%

 

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 – สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) หรือ Deposit Protection Agency (DPA) รายงานสถิติรอบปี 2566 เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ระยะที่ 4 ปี 2566 – 2570 ย้ำเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินของประเทศแข็งแกร่ง พร้อมรายงานสถิติเงินฝาก ณ สิ้นเดือน ส.ค. 66 พบว่าจำนวนผู้ฝากที่ได้รับการคุ้มครองมีจำนวน 93.46 ล้านราย คิดเป็นการเติบโต 3.37% ขณะที่จำนวนเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง 15.96 ล้านล้านบาท ลดลง 1.32% ซึ่งเกิดจากปัจจัยความผันผวนทางเศรษฐกิจ  ทั้งนี้สคฝ. ได้วางเป้าหมายการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2567 ครอบคลุมความพร้อมทั้งการจ่ายเงินคุ้มครองที่รวดเร็ว การชำระบัญชีและการบริหารสินทรัพย์ และมีความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งการติดตามเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน ความต่อเนื่องของการให้ความรู้พื้นฐานเรื่องการคุ้มครองเงินฝากกับผู้ฝากและประชาชนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างสุขภาวะทางการเงินที่ดี โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สภาวะแวดล้อมมีความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนสูงซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางการเงินในระดับบุคคล

 

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) กล่าวว่า “จากสถิติเงินฝากตั้งแต่ปี 2562 – ส.ค. 2566 พบว่า ถึงแม้จำนวนผู้ฝากที่มีเงินฝากไม่เกิน 50,000 บาทจะมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยในเดือน ส.ค. 2566 มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 4.45% แต่จำนวนเงินฝากกลับเริ่มมีการหดตัวตั้งแต่ปี 2565 -0.63% และในเดือนส.ค. 2566 -3.61% ในขณะที่ผู้ที่มีเงินฝากมากกว่า 50,000 บาทแต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท มีการปรับตัวลงทั้งจำนวนเงินฝากและจำนวนผู้ฝากตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบกับผู้ฝากที่มีเงินฝากไม่มากนักจึงต้องนำเงินออมมาใช้จ่าย จนอาจทำให้สุขภาวะที่ดีทางการเงินอ่อนแอลงได้ หรือแม้แต่ในกลุ่มผู้ฝากรายใหญ่ที่เริ่มมีตัวเลขเงินฝากลดลงในปีนี้ ซึ่งเกิดจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก แรงกดดันจากภาวะสงคราม ราคาพลังงานปรับตัวสูง และการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ ของโลก ต่างกำหนดนโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูง ส่งผลโดยตรงต่อการบริโภคและการลงทุน

 

โดยจากรายงานข้อมูลสถิติเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2566 พบว่ามีจำนวนเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครอง 15.96 ล้านล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2565 จำนวน 212,688 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 1.32 สืบเนื่องมาจากปัจจัยด้านสภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ประกอบกับผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนที่แสวงหาผลตอบแทนสูง โดยคาดว่าในปีนี้จะมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับภาพรวมสินเชื่อที่ยังเติบโตในกรอบต่ำ ขณะที่จำนวนผู้ฝากที่ได้รับการคุ้มครองมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 93.46 ล้านราย เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 3.05 ล้านราย คิดเป็นการเติบโตร้อยละ 3.37 โดยปัจจุบันวงเงินคุ้มครองเงินฝากตามที่กฎหมายกำหนด 1 ล้านบาท ยังคงสามารถคุ้มครองผู้ฝากเงินได้เต็มจำนวน ครอบคลุมผู้ฝากเงินรายย่อยส่วนใหญ่ของประเทศ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98.09 ของผู้ฝากเงินที่ได้รับความคุ้มครองทั้งระบบ

 

จากการติดตามสถิติเงินฝากและปัจจัยความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม ทำให้สถาบันคุ้มครองเงินฝากต้องเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ระยะที่ 4 (พ.ศ. 2566 – 2570) ในหลายเรื่อง รวมถึงการถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินในต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาให้เกิดความเข้าใจถึงการบริหารจัดการและแนวทางในการกอบกู้สถานการณ์เหตุการณ์วิกฤตสถาบันการเงิน นอกจากนี้สคฝ. ยังคงตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็นองค์กรคุ้มครองเงินฝากที่น่าเชื่อถือและทันสมัย พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและผู้ฝากเงิน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพด้านการจ่ายเงินคุ้มครองและชำระบัญชี รวมถึงสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาวะทางการเงินที่ดีให้กับประชาชน ด้วยความรู้ทางการเงินเกี่ยวกับการคุ้มครองเงินฝาก โดยวางเป้าหมายการดำเนินงานปี พ.ศ. 2567 ที่สำคัญ อาทิ การประมวลผลข้อมูลผู้ฝากจากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากให้มีความถี่ขึ้นและความร่วมมือกับธนาคารเฉพาะกิจในการเป็น Paying Agent, การเตรียมกระบวนการด้านชำระบัญชีและบริหารสินทรัพย์ รวมถึงการพัฒนาสัญลักษณ์คุ้มครองเงินฝากให้ครอบคลุมการแสดงบนช่องทางบริการทางการเงินดิจิทัล และรองรับการจัดตั้งสถาบันการเงินในรูปแบบธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีเป้าประสงค์หลักเพื่อให้ผู้ฝากและประชาชนมั่นใจในสถาบันการเงินที่ผู้ฝากใช้บริการและเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงินของประเทศ

 

นอกจากนี้การสื่อสารประชาสัมพันธ์ยังมุ่งเน้นเรื่องการเสริมสร้างทักษะทางการเงินให้กับผู้ฝากและประชาชนผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเป็นการทำกิจกรรมร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และหน่วยงานพันธมิตรในอุตสาหกรรมการเงินอื่นๆ อีกหลายแห่ง อาทิ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นต้น รวมถึงการผลิตบอร์ดเกม “Cash Up” สื่อการเรียนรู้ที่ให้ทั้งสาระและความบันเทิง ซึ่งจะช่วยนำพาความรู้ทางการเงินและการคุ้มครองเงินฝากให้สามารถเข้าถึงผู้ฝากและประชาชนได้ง่ายขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมายหลักในเฟสที่ 1 นั้น เน้นที่ภาคการศึกษา ระดับมัธยมปลาย – อุดมศึกษา โดยสถานศึกษาที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อรับบอร์ดเกมฟรี ผ่านช่องทาง Facebook ของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

 

ผู้ฝากและประชาชนที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสาร ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการคุ้มครองเงินฝากได้ที่ เว็บไซต์ www.dpa.or.th หรือช่องทางโซเชียลมีเดียได้ทาง Facebook, YouTube, Twitter, Line, LinkedIn เพียงกดค้นหา dpathailand หรือโทรสอบถามได้ที่ DPA Contact Center 1158

 

Depositor growth of 3.37% results in 93.46 million depositors protected, DPA bolsters confidence in the Thai deposit protection scheme  

Bangkok, 2 November 2023 – the Deposit Protection Agency (DPA) reported 2023 deposit statistics, reaffirmed its efforts to drive the 4th phase of its strategic plan (2022-2026) forward, and reinforced its commitment to maintaining stability in the financial institution system. Deposit statistics as of the end of August 2023 indicate there were 93.46 million depositors protected by the scheme (an increase of 3.37% YoY) and the amount of deposits protected was 15.96 trillion baht (a decrease of 1.32%) – attributable to volatile economic conditions. Looking ahead, the DPA has defined key milestones for 2024 that include rapid depositor reimbursement readiness, liquidation and asset management, and collaboration with other agencies regarding enhancing financial stability and raising awareness about deposit protection among depositors and the public to foster overall financial well-being, especially in the current dynamic and uncertain economic environment that impacts individuals’ financial security.

Mr. Songpol Chevapanyaroj, President of the Deposit Protection Agency, stated that “from deposit statistics dating back from 2019 until August 2023, the number of depositors with no more than 50,000 baht has continued to increase annually – an increase of 4.45% as of August 2023 –   but the total amount of deposits has begun to contract since 2022 (-0.63%) and is currently at
-3.61% as of August 2023. Depositors with more than 50,000 baht but less than 1 million baht have continued to decrease in the past 5 years in terms of both the number of depositors and the amount of deposits. This decline can be attributed to rising cost-of-living, where depositors must withdraw their savings for daily expenses and results in weaker financial health. Even institutional deposits have shown a decrease this year due to the global economic slowdown, rising pressures from war, higher energy prices, and tighter monetary policy from central banks that aim to keep interest rates high, thereby directly affecting consumption and investments.

Data as of the end of August 2023 show that the amount of protected deposits by value was 15.96 trillion baht, lower by 212,699 million baht compared to the end of 2022 – a decrease of 1.32%. This decline can be attributed to current economic conditions and higher cost-of-living, coupled with investment products that provide additional choices for investors seeking higher returns. It is expected that the amount of protected deposits this year will continue to contract and is consistent with low loan growth overall. However, the number of protected depositors rose to 93.46 million people – an increase of 3.05 million depositors or 3.37%. The current coverage limit of 1 million baht as prescribed in law can fully protect 98.09% of depositors in the financial institution system, including the majority of retail depositors in the country.

Given the statistical trends for deposits and the rapidly evolving economy, society, and environment, the DPA reaffirmed its efforts to drive the 4th phase of its strategic plan (2022-2026) forward in various aspects – including the analysis of lessons learned from international bank resolution cases that can serve as a basis for how to manage, resolve, and recover from financial institution crises. The DPA continues to reinforce its vision of being a trustworthy and modern deposit protection organization that can foster depositor and public confidence by focusing on the improvement and effectiveness of depositor reimbursement and liquidation and asset management, and supporting initiatives to enhance financial literacy and information about deposit protection. For 2024, the DPA has defined key milestones such as more frequent depositor data verification and calculation from protected financial institutions, collaboration with Specialized Financial Institutions (SFIs) in being a Paying Agent, preparation of liquidation and asset management procedures, developing a deposit protection signage to display on digital financial services platform, and preparations for protecting Virtual Banks that will become operational in the future. These action plans will serve to foster confidence in the deposit protection system and the financial institutions that serve depositors and the public.

The DPA’s public awareness campaigns continue to emphasize the enhancement of financial literacy for depositors and the public. This is achieved through various activities that are carried out continuously and focus on specific target groups such as students ranging from secondary school to university. These activities are jointly held by the Bank of Thailand, Fiscal Policy Office (Ministry of Finance), and other agencies in the financial sector such as the National Savings Fund (NSF), Securities and Exchange Commission (S.E.C.), the Student Loan Fund (SLF), and the Government Pension Fund (GPF). Moreover, the DPA produced a board game called “Cash Up” that is an easy-to-understand edutainment marketing tool that provides information about deposit protection and financial literacy.

Depositors and those who require more deposit protection information and new update can visit the DPA website at www.dpa.or.th or follow the DPA’ssocial media platforms such as Facebook, YouTube, Twitter, Line, and LinkedIn by searching ID ‘dpathailand’ or contact DPA Contact Center 1158

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สถาบันคุ้มครองเงินฝาก

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
BREAKING NEWS

ข่าวเด่นน่าติดตาม  วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน 2566

คลิกที่ภาพ

 

 

ข่าวเด่นน่าติดตาม  วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน 2566


 

  1. ‘ภคมน’ จี้สำนึกสูงสุด ‘ปูอัด’ อย่าให้ส่วนรวมต้องแบก ยันก้าวไกลไม่แบ่งก๊ก

 

  1. ‘แบงก์ชาติ’ ประกาศ ‘สถาบันการเงิน’ เลื่อนวันหยุดชดเชยสิ้นปี จาก 2 ม.ค. 67 เป็น 29 ธ.ค. 66

 

  1. สุทิน คลังแสง โต้ปมพรรคก้าวไกล ร้องให้ยุบ กอ.รมน. ชี้คนไม่ได้เป็นรัฐบาลก็พูดได้

 

  1. “ปลัดฯต่างประเทศไทย-เกาหลีใต้” จ่อถกปัญหาการเข้าเมืองพรุ่งนี้

 

  1. “ภูมิธรรม”สั่งตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาน้ำตาลทรายใน 1 เดือน หลังหารือร่วมกับตัวแทนชาวไร่อ้อย 4 องค์กร

 

6.ไอซ์ รักชนก ผิดหวังมติพรรคก้าวไกล ประกาศหยุดร่วมกิจกรรม จนกว่าจะมีแถลงการณ์รับผิดชอบ

 

7.นายวุฒิพงศ์ แถลง เตรียมหาพรรคใหม่อยู่ หลังก้าวไกลมีมติขับออก

 

8.จีนจัดพิธีฌาปนกิจ “หลี่ เค่อเฉียง” ทางการลดลงธงครึ่งเสาไว้อาลัย

 

9.นายกฯ ญี่ปุ่น ประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 4.07 ล้านบาท แจกเงินสด 70,000 เยน ให้ครัวเรือนรายได้น้อย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

เชียงราย พร้อมเป็นเจ้าภาพ กีฬาเยาวชนและกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ปี 2570

 
จังหวัดเชียงราย ประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัด ร่วมกำหนดเป้าหมายการส่งเสริมกีฬาภายในจังหวัด สู่ระดับประเทศ
วันนี้ (1 พฤศจิกายน 2566) ที่ ห้องประชุมพญาพิภักดิ์ ชั้น2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกีฬาจังหวัดเชียงราย ครั้งที่1 ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
 
 
ในที่ประชุม ฝ่ายเลขานุการได้รายงานสรุป
 – ผลการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 38 “นครสวรรค์เกมส์” โดยจังหวัดเชียงรายได้รับ 1 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 15 เหรียญทองแดง รวม 22 เหรียญ ได้อันดับ 64 
 
– ผลการแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 5 “ชอนตะวันเกมส์” จังหวัดเชียงรายได้รับ 17 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน 11 เหรียญทองแดง รวม 41 เหรียญ ได้อันดับ 11 
 
– ผลการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 “กาญจนบุรีเกมส์” จังหวัดเชียงรายได้รับ 7 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 14 เหรียญทองแดง รวม 30 เหรียญ ได้อันดับ 30 และ
 
– ผลการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่38 “กาญจนิกาเกมส์” จังหวัดเชียงรายได้รับ 1 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง รวม 12 เหรียญ ได้อันดับ 39 
 
พร้อมทั้งรายงานการขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนาการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อมวลชนให้เป็นวิถีชีวิตในระดับจังหวัด รวมถึงรายงานการจัดกิจกรรมกีฬาประจำปี 2566 ของสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงราย สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และของสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย
 
 
ทั้งนี้ในที่ประชุมฝ่ายเลขานุการได้รายงานปฏิทิน และแผนงานกิจกรรมกีฬาในส่วนของปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พร้อมทั้งได้พิจารณาการขอรับเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 42 (พ.ศ. 2570) และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่9 (พ.ศ. 2570) โดยในที่ประชุมได้เห็นชอบให้จังหวัดเชียงรายสมัครขอรับเป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ซึ่งจังหวัดเชียงรายมีความพร้อมในทุกด้าน รวมถึงสนองนโยบายในการเป็นเมืองแห่งกีฬาหรือสปอร์ตซิตี้ อีกด้วย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News