Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

เชียงรายชู ‘Healing Mind Camping’ ดึงนักท่องเที่ยวสายสุขภาพ สัมผัสธรรมชาติบำบัด

เชียงรายเปิดประสบการณ์ “Chiang Rai Healing Mind Camping” ดันเมืองสุขภาพ ต่อยอดท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ

เชียงราย, 27 มิถุนายน 2568 – จังหวัดเชียงรายเดินหน้าเปิดประสบการณ์ใหม่แห่งการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาวะและจิตใจด้วยกิจกรรม “Chiang Rai Healing Mind Camping” ตอกย้ำการเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City) โดยมีสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน ณ WorldGrow Organic Farm ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย พื้นที่เกษตรอินทรีย์ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวสายแคมป์ปิ้งและคนรักสุขภาพ

ก้าวสำคัญ… เชียงรายสู่เมืองแห่งสุขภาพ

กิจกรรม Chiang Rai Healing Mind Camping ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญภายใต้โครงการ “พัฒนาเชียงรายเป็นเมืองแห่งสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City)” โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ผสานสุขภาพกาย ใจ และความสัมพันธ์ของผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจากนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ร่วมด้วยตัวแทนหน่วยงานรัฐ เอกชน ชุมชนท้องถิ่น และกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่จำนวนกว่า 100 คน

กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการประชาสัมพันธ์ศักยภาพของเชียงรายในฐานะเมืองแห่งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนผู้ประกอบการในท้องถิ่นให้เข้มแข็งผ่านกิจกรรมที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพของโลกยุคใหม่

จุดเด่นของกิจกรรม “Chiang Rai Healing Mind Camping”

จุดเด่นสำคัญของกิจกรรมในปีนี้ อยู่ที่การออกแบบประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมได้ “สัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง” พร้อมเสริมสร้างสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ โดยกิจกรรมที่จัดขึ้น ได้แก่

  • Walk Rally เดินป่าระยะใกล้ สัมผัสเส้นทางธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ริมขอบแดนเหนือ
  • กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นรอบกองไฟ การพูดคุยแลกเปลี่ยน หรือ Workshop ด้านสุขภาวะที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดจากชีวิตประจำวัน
  • กิจกรรมแข่งขันเมนูเด็ด ครัวชาวแคมป์ เปิดโอกาสให้แต่ละกลุ่มสร้างสรรค์เมนูสุขภาพจากวัตถุดิบท้องถิ่น
  • กิจกรรม CSR เพื่อสังคม รวมพลังสร้างจิตสำนึกและความรับผิดชอบร่วมกันต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • กิจกรรมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน อย่าง “อภิมรมย์” และ “วรินทร์” ที่มาสร้างความบันเทิงและผ่อนคลายบรรยากาศให้แก่ผู้ร่วมงาน

ทุกกิจกรรมถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ มาสู่บรรยากาศที่เอื้อต่อการผ่อนคลาย ได้ฝึกสมาธิ รู้จักตนเองมากขึ้น และได้รับแรงบันดาลใจดีๆ ในการดูแลสุขภาพกายใจอย่างยั่งยืน

บทเรียนและแรงบันดาลใจใหม่… เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน

ผู้จัดกิจกรรมตั้งเป้าให้ “Chiang Rai Healing Mind Camping” ไม่ใช่เพียงกิจกรรมท่องเที่ยว แต่เป็น “ประสบการณ์” ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเห็นความสำคัญของสุขภาพแบบองค์รวม ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมชีวิตประจำวันให้หันมาใส่ใจตนเองและสังคมมากขึ้น

การผสมผสานความหลากหลายของกิจกรรม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์กับผู้อื่น จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมเกิดแรงจูงใจ และพร้อมเปลี่ยนแปลงตนเองสู่เป้าหมายการมีชีวิตที่สมดุลและมีสุขภาพดีต่อไปในระยะยาว

ผลกระทบในระดับพื้นที่และทิศทางการพัฒนา

ความสำเร็จของกิจกรรมในปีนี้ นอกจากจะเสริมสร้างภาพลักษณ์ “เมืองแห่งสุขภาพ” ให้กับเชียงรายแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการขยายตลาด Wellness Tourism ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูงทั่วโลก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น

จังหวัดเชียงรายตั้งเป้าเดินหน้าพัฒนาและจัดกิจกรรม Wellness Tourism อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างแบรนด์เชียงรายให้เป็น “จุดหมายปลายทางสุขภาพ” ของประเทศ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย
  • งานประชาสัมพันธ์ WorldGrow Organic Farm
  • Chiangrai Wellness City
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายก้าวสำคัญ นายกฯ เร่งรัดสัญชาติ ลดขั้นตอน สร้างโอกาสชาติพันธุ์

นายกรัฐมนตรีมอบบัตรประจำตัวประชาชนแก่กลุ่มชาติพันธุ์ในเชียงราย เดินหน้าผลักดันนโยบายแก้ปัญหาสถานะบุคคล ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างสังคมเท่าเทียม

เชียงราย, 28 มิถุนายน 2568 – นับเป็นอีกก้าวสำคัญของรัฐบาลไทยในการสร้างสังคมที่มีความเสมอภาคและเท่าเทียมทางสิทธิพื้นฐานสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ชายแดนและภูเขาสูงของจังหวัดเชียงราย เมื่อนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ณ หอประชุมโรงเรียนแม่จันวิทยาคม อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมเป็นสักขีพยานและมอบบัตรประจำตัวประชาชนแก่ผู้ได้รับอนุมัติสัญชาติไทยในครั้งนี้

ก้าวสำคัญสู่การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน

ในพิธีมอบบัตรฯ วันนี้ นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐในพื้นที่ ได้ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลไร้สัญชาติในจังหวัดเชียงรายว่า ปัจจุบันยังมีบุคคลที่ไม่ได้รับสัญชาติไทยจำนวนถึง 137,371 คน โดยในช่วงที่ผ่านมา มีผู้ได้รับการอนุมัติสัญชาติแล้ว 10,058 คน และมีบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว 667 คน อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือผู้รอการดำเนินการอีก 95,391 คน แบ่งเป็นผู้ขอลงรายการสัญชาติไทย 19,613 คน และผู้ขอสถานะบุคคลต่างด้าว 75,778 คน

ทั้งนี้ จากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ได้กำหนดแนวทางใหม่เพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติสัญชาติและสถานะบุคคล ลดระยะเวลาในการพิจารณาจากเดิม 180 วัน เหลือเพียง 5 วัน และการอนุมัติสถานะบุคคลต่างด้าวจากเดิม 270 วัน เหลือเพียง 5 วันเช่นกัน รวมถึงมอบอำนาจให้ “นายอำเภอ” เป็นผู้อนุมัติโดยตรง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและลดความล่าช้าในระบบราชการ

สะท้อนเจตนารมณ์ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีต่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้รับบัตรประชาชนในวันนี้ และเน้นย้ำถึงนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสถานะและสัญชาติ เพราะเป็นเรื่องของสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงบริการรัฐ เช่น การศึกษา การรักษาพยาบาล การเดินทาง และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของประเทศ พร้อมทั้งชื่นชมเจ้าหน้าที่รัฐในทุกระดับที่ทำงานอย่างใกล้ชิดและจริงจัง

“ดิฉันเชื่อว่าการที่ทุกคนได้รับบัตรประจำตัวประชาชนในวันนี้ ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ของความเป็นคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นใบเบิกทางสู่สิทธิและโอกาสในชีวิต ทั้งการศึกษาที่ดีขึ้น การรักษาพยาบาลที่ครอบคลุม และการเข้าถึงโอกาสในการทำงานและพัฒนาตนเองอย่างเต็มที่ รัฐบาลยืนหยัดเคียงข้างทุกคน”

ตัวแทนชาติพันธุ์กล่าวขอบคุณ – สะท้อนความหวังและพลังร่วมสร้างชาติ

นางสาวฝน เวยเจ่อ ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ในอำเภอแม่จัน ที่ได้รับบัตรประชาชนในวันนี้ กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ผลักดันนโยบายเร่งรัดการอนุมัติสัญชาติไทย จนสามารถดำเนินการแล้วเสร็จใน 5 วัน พร้อมยืนยันว่ากลุ่มชาติพันธุ์จะร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และตั้งใจที่จะใช้โอกาสที่ได้รับให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ชุมชนและชาติไทย

บทวิเคราะห์และผลกระทบในระดับพื้นที่

การที่รัฐบาลเดินหน้าผลักดันให้บุคคลไร้สัญชาติได้รับสถานะและสิทธิอย่างรวดเร็วและโปร่งใส ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดช่องว่างทางสังคม สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของบ้านเดียวกัน เสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ และยังช่วยป้องกันปัญหาสังคมที่เกิดจากกลุ่มเปราะบางไร้ตัวตนในระบบ

นอกจากนี้ การกระจายอำนาจให้ “นายอำเภอ” เป็นผู้อนุมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดปัญหาความล่าช้าในระบบราชการ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงสิทธิอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

สรุปและทิศทางข้างหน้า

การมอบบัตรประชาชนแก่กลุ่มชาติพันธุ์ในวันนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการสร้างสังคมไทยที่เท่าเทียม มีสถานะ มีสิทธิ และมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน รัฐบาลยังคงเดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ “คนไทยทุกคน” ได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างความภูมิใจในความเป็นคนไทยร่วมกัน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • สำนักนายกรัฐมนตรี
  • กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รองนายก อบจ.ลุยเอง สำรวจน้ำท่วม รพ.สต.แม่เปา ดันบริการแพทย์คืนสู่ปกติ

รองนายก อบจ.เชียงราย ลงพื้นที่ รพ.สต.แม่เปา เร่งสำรวจ-ฟื้นฟู หลังเจอน้ำป่าไหลหลาก กระทบระบบบริการสุขภาพชุมชน

เชียงราย, 28 มิถุนายน 2568 – สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดเชียงรายยังคงสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้นายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน รองนายก อบจ.เชียงราย พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่เปา (รพ.สต.แม่เปา) ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยบริการสาธารณสุขสำคัญของชุมชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากอุทกภัยครั้งนี้

สำรวจสถานการณ์จริง รับฟังข้อมูลเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน ได้รับฟังรายงานสถานการณ์ความเสียหายจากนางอนงค์ ปาคำวัฒนสกุล ผู้อำนวยการ รพ.สต.แม่เปา ซึ่งชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากที่เกิดขึ้นได้สร้างความเสียหายต่ออาคารสถานที่ ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และอุปกรณ์การแพทย์ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะโคลนและเศษวัสดุต่าง ๆ ที่ไหลทับถมภายในพื้นที่ ส่งผลให้บริการแก่ประชาชนต้องหยุดชะงักชั่วคราว

นายจิราวุฒิ ได้ประสานไปยังกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.เชียงราย เพื่อจัดส่งเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงและอุปกรณ์ทำความสะอาดเข้าพื้นที่เป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูความสะอาดและซ่อมแซมจุดที่ได้รับความเสียหายโดยเร็วที่สุด เพื่อให้บริการสาธารณสุขพื้นฐานกลับมาเปิดให้บริการประชาชนได้โดยไม่ล่าช้า

ย้ำเดินหน้าแผนฟื้นฟูและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

อบจ.เชียงราย ได้วางแผนการดำเนินงานในสองระยะ ได้แก่ การฟื้นฟูและบรรเทาทุกข์เร่งด่วนในช่วงสถานการณ์วิกฤต และการวางแผนป้องกันภัยในระยะยาว เพื่อรับมือกับเหตุการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ โดยเฉพาะการพัฒนาและปรับปรุงระบบระบายน้ำ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน การจัดเก็บเวชภัณฑ์ให้ปลอดภัย รวมถึงการอบรมบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอย่างมืออาชีพ

สำหรับการสนับสนุนเบื้องต้น อบจ.เชียงรายจะเร่งดำเนินการจัดสรรงบประมาณที่จำเป็น รวมถึงการประสานวัสดุอุปกรณ์และกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟู ทั้งนี้ ยังคงเปิดรับการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างครอบคลุมและตรงจุดมากที่สุด

เสียงสะท้อนจากชุมชน – สุขภาพต้องมาก่อน

นางอนงค์ ปาคำวัฒนสกุล ผู้อำนวยการ รพ.สต.แม่เปา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่พยายามเร่งฟื้นฟูอาคารสถานที่และระบบสาธารณูปโภคเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐานทางสาธารณสุขได้ตามปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด”

นอกจากนี้ การดูแลสุขอนามัยหลังเหตุอุทกภัยก็เป็นประเด็นสำคัญ เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อจากน้ำและสิ่งแวดล้อม อบจ.เชียงรายและ รพ.สต.แม่เปา ได้เน้นย้ำถึงมาตรการให้ความรู้และประชาสัมพันธ์แก่ชาวบ้านในการป้องกันโรคที่อาจมากับน้ำท่วม

บทเรียนและทิศทางต่อไป

สถานการณ์ในครั้งนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมทั้งเชิงโครงสร้างพื้นฐานและเชิงนโยบายรับมือภัยธรรมชาติ โดยหน่วยงานในพื้นที่และภาคีเครือข่าย ต้องร่วมมือกันวางมาตรการป้องกันและบรรเทาภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ อบจ.เชียงราย ยืนยันว่า จะสนับสนุนการฟื้นฟูโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่เปาและหน่วยบริการสาธารณสุขทุกแห่งที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนในชุมชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและทั่วถึง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่เปา

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
VIDEO

ย้อนรำลึก “สาวรำวงเชียงราย” วัฒนธรรมบันเทิงที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสังคม

ภูมิปัญญาบันเทิงล้านนา ‘สาวรำวง’ บทสะท้อนวิถีชีวิตเชียงราย 30 ปี

“ครั้งหนึ่งของเมืองเรา” เล่าถึงสาวรำวงเชียงรายเมื่อ 30-40 ปีก่อน ผ่านมุมมองอาจารย์อาจารย์ฉลอง พินิจสุวรรณศิลปินอาวุโส อดีตครูสอนศิลปะ สาวรำวงเริ่มจากงานรื่นเริงหลังฤดูเก็บเกี่ยว ตามวิถีล้านนา เป็นความบันเทิงยามค่ำคืนในงานปอยหลวง งานวัด หรืองานฤดูหนาว โดยเฉพาะที่อำเภอพาน มีคณะรำวงมากมาย เชียงรายซึ่งดังถึงภาคใต้

สาวรำวงส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น 14-18 ปี ไม่ได้เรียนต่อหลังประถม ฝึกเต้นรำเพื่อหารายได้ เครื่องแต่งกายวับวาม กระโปรงแวววาว รำบนเวทีสูงจากพื้น 1 เมตร พร้อมดนตรีสดทั้งลูกทุ่งและสากล คณะแม่คาวโตนสตาร์โดดเด่นด้วยดนตรีทันสมัยและสาวงามมาตรฐาน ค่าตัวคณะละ 3,000-4,000 บาทต่อคืน นักดนตรีดังต่อยอดสู่วงร็อกระดับประเทศ

ปัจจุบัน สาวรำวงเปลี่ยนเป็นรำวงย้อนยุค บนพื้นดิน ไม่ต้องซื้อบัตร ไม่เน้นวัยรุ่น แต่เป็นการออกกำลังกายและอนุรักษ์วัฒนธรรม สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากยุคที่ขาดแหล่งบันเทิง ไปสู่ยุคที่มีผับ บาร์ และคาราโอเกะ

ดำเนินรายการโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร และ อาจารย์อาจารย์ฉลอง พินิจสุวรรณศิลปินอาวุโส

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

นายกฯ ขึ้นเชียงราย เร่งช่วยน้ำท่วม ย้ำฟื้นฟูยั่งยืน พร้อมรับฟังประชาชน

นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เชียงราย ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เร่งช่วยเหลือ-เยียวยา เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย

เชียงราย, 28 มิถุนายน 2568 – นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง เดินทางถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจและแสดงความหวังใจต่อผู้นำรัฐบาล ก่อนนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในอำเภอพญาเม็งรายและพื้นที่ประสบภัยอื่น ๆ ของจังหวัด

รับฟังรายงานและสำรวจพื้นที่จริง

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดให้กับนายกรัฐมนตรีและคณะทราบ โดยเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ส่งผลกระทบต่อ 5 อำเภอ 10 ตำบล 32 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบถึง 4,405 ครัวเรือน ถนนเสียหาย 3 จุด สถานพยาบาล 2 แห่ง และพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะนาข้าว ได้รับความเสียหายกว่า 500 ไร่

จังหวัดเชียงรายได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเร่งอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงเข้าสู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมจัดส่งถุงยังชีพ สิ่งของจำเป็น และให้หน่วยงานด้านการเกษตรสำรวจความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

ลงพื้นที่พบปะ-มอบถุงยังชีพ สร้างพลังใจ

นายกรัฐมนตรีและคณะได้ลงพื้นที่บ้านสบเปา ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย เพื่อพบปะประชาชนผู้ประสบภัย มอบถุงยังชีพ และกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และจิตอาสาที่ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า

“ดิฉันเดินทางมาในวันนี้เพื่อให้กำลังใจพี่น้องประชาชน เพราะปีนี้ฝนตกมากกว่าปกติ หลายพื้นที่ไม่เคยประสบเหตุลักษณะนี้มาก่อน ธรรมชาติที่แปรปรวนได้สร้างสถานการณ์ยากลำบาก แต่ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน จะเร่งฟื้นฟูและช่วยเหลือทุกคนให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด”

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมการร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านในการฟื้นฟูพื้นที่ และเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยาและส่งความช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

วางแผนระยะสั้น-กลาง-ยาว เพื่อรับมือภัยพิบัติซ้ำซาก

จากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนรับมือทั้งระยะสั้น กลาง และยาว เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของระบบเตือนภัยล่วงหน้า การจัดเตรียมศูนย์พักพิงที่มีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และการสนับสนุนเกษตรกรในระยะยาว

ทั้งนี้ การบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งสำรวจ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบภัยให้กลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่ละเลยกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง

ประชาชนสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะต่อผู้นำรัฐบาล

ในระหว่างภารกิจลงพื้นที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้พูดคุย สอบถามความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อยู่อาศัย น้ำดื่ม อาหาร เครื่องใช้จำเป็น รวมถึงเงินเยียวยาจากเหตุอุทกภัยครั้งก่อนที่บางครอบครัวยังไม่ได้รับ พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการฟื้นฟูศูนย์เด็กเล็กที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยไม่ให้ประชาชนต้องรอนาน

บรรยากาศอบอุ่น สะท้อนพลังใจคนเชียงราย

บรรยากาศการลงพื้นที่ตลอดทั้งวันเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยเฉพาะการต้อนรับจากประชาชนที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงและบ้านสบเปา หลายคนสวมเสื้อแดงและนำดอกกุหลาบ พวงมาลัยมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี รวมทั้งร่วมถ่ายภาพเซลฟี่และส่งเสียงเชียร์ “สู้ๆ นะเจ้า” อย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีตอบรับด้วยรอยยิ้มและถ้อยคำให้กำลังใจกลับไป

ภารกิจในพื้นที่ยังรวมถึงการเดินทางไปยังวัดสันติคีรี อำเภอพญาเม็งราย เพื่อมอบถุงยังชีพและให้กำลังใจประชาชน พร้อมย้ำว่าวิกฤตนี้จะผ่านพ้นไปด้วยความร่วมมือและพลังใจจากทุกฝ่าย

วิเคราะห์ผลลัพธ์และทิศทางการเยียวยา

การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ เน้นย้ำบทบาทของรัฐบาลและหน่วยงานทุกระดับในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างจริงจัง ทั้งการแจกจ่ายถุงยังชีพ การดูแลกลุ่มเปราะบาง การวางแผนฟื้นฟูและจัดสรรงบประมาณเพื่อเยียวยาในระยะยาว ขณะเดียวกันยังเป็นเวทีรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะโดยตรงจากประชาชน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการบริหารจัดการภัยพิบัติและเยียวยาให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

“ขอมาให้กำลังใจให้ทุกคนและหวังเป็นอย่างยิ่งวันนี้ได้พบปะกันจะมีกำลังใจกันมากขึ้นและหวังว่าวิกฤตนี้จะผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาลเห็นความสำคัญของประชาชนเสมอ วันนี้มาให้กำลังใจมาพูดคุย ขอให้ทุกคนทำตัวสบายๆ ถ่ายรูปเจอกันได้ อย่างน้อยๆให้เป็นช่วงเวลาดีๆที่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ดิฉันมาที่นี่ก็ได้กำลังใจจากพี่น้องประชาชนเช่นกันตั้งแต่ที่สนามบินแล้ว รู้สึกอบอุ่นใจมากๆขอมาเป็นกำลังใจและขอรับกำลังใจจากประชาชนด้วย” นายกรัฐมนตรีกล่าวในช่วงท้าย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • ข่าวประชาสัมพันธ์ทำเนียบรัฐบาล
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI EDITORIAL

อีกหนึ่งบทเรียนน้ำท่วม สร้าง ‘คู่มือรับมือ’ สู่เมืองรับภัยยั่งยืน

ถอดบทเรียนเพื่ออนาคต: “คู่มือรับมือน้ำท่วมฉบับเชียงราย”

เชียงราย, 28 มิถุนายน 2568 – จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย 27 มิถุนายน 2568กลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนทั้งความท้าทายและความเข้มแข็งของระบบการจัดการภัยพิบัติในพื้นที่ ภาพของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข พร้อมด้วยนางสินีนาฎ ทองสุข นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย และหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ลงพื้นที่มอบข้าวกล่อง ผ้าห่ม และถุงยังชีพให้ผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย คือภาพแทนของการทำงานที่ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” พร้อมย้ำชัดเจนถึงความจำเป็นในการ “ถอดบทเรียน” เพื่อเตรียมรับมือภัยพิบัติในอนาคตอย่างเป็นระบบ

ภาพรวมสถานการณ์และมาตรการเร่งด่วน

หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของเชียงราย ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรเป็นวงกว้าง ทางจังหวัดได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทันที ทั้งการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ขนย้ายสิ่งของสู่ที่สูง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือ การเตรียมครัวสนามแจกจ่ายอาหาร รวมถึงการลำเลียงกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยงอันตราย

อย่างไรก็ดี แม้การบูรณาการความร่วมมือจะเป็นไปอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง แต่ก็พบ “จุดอ่อน” และ “ข้อจำกัด” ในการรับมือกับวิกฤต เช่น ช่องว่างของระบบเตือนภัย ความสับสนในกระบวนการอพยพบางพื้นที่ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงและเตรียมพร้อมของประชาชนในพื้นที่ต่ำหรือพื้นที่ติดลำห้วย

วิเคราะห์และถอดบทเรียน “น้ำท่วมเชียงราย 2568”

สิ่งสำคัญที่จังหวัดเชียงรายต้อง “ถอดบทเรียน” จากเหตุการณ์นี้ให้ได้มากที่สุด ได้แก่

  1. การวิเคราะห์สาเหตุและพฤติกรรมของน้ำท่วม
    ควรมีการศึกษาข้อมูลสถิติฝนตกและลักษณะภูมิประเทศเชิงลึกในแต่ละพื้นที่ พร้อมวิเคราะห์จุดเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่รับน้ำ เพื่อประเมินแนวโน้มความรุนแรงในอนาคต
  2. ประสิทธิภาพระบบเตือนภัย
    ต้องประเมินความทันสมัยของเครื่องมือวัดปริมาณน้ำฝน จุดตรวจวัดน้ำท่า และระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าทั้งผ่าน Cell Broadcast วิทยุชุมชน และสื่อโซเชียล พร้อมทบทวนขั้นตอนแจ้งเตือนและอพยพให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าใจตรงกัน
  3. การสำรวจจุดอ่อนและการประสานงาน
    สำรวจขั้นตอนการอพยพและการจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว การบริหารเครื่องมือและอุปกรณ์ฉุกเฉิน ความชัดเจนของบทบาทแต่ละหน่วยงานในภาวะวิกฤต รวมถึงช่องทางการสื่อสารกับประชาชนให้มีประสิทธิภาพ
  4. การวางแผนฟื้นฟูและช่วยเหลือหลังภัย
    เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเป็นธรรม ทันเวลา และโปร่งใส พร้อมวางแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ระบบประปา ระบบไฟฟ้า และพื้นที่เกษตรกรรมโดยไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

แนวทางสู่ “คู่มือรับมือน้ำท่วมฉบับเชียงราย”

เมื่อบทเรียนได้รับการสรุปอย่างรอบด้าน จังหวัดเชียงรายควรเดินหน้าจัดทำ “คู่มือรับมือน้ำท่วมฉบับเชียงราย” ที่มีเนื้อหาเฉพาะสอดรับกับบริบทพื้นที่ ประกอบด้วยแนวทางปฏิบัติสำหรับทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และหน่วยงานท้องถิ่นในระดับหมู่บ้าน – ชุมชน ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมความพร้อม การแจ้งเตือน การอพยพ การช่วยเหลือฉุกเฉิน ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังน้ำลด รวมถึงข้อมูลเส้นทางอพยพ จุดปลอดภัยในแต่ละพื้นที่ หมายเลขติดต่อฉุกเฉิน และแบบฟอร์มสำรวจความเสียหาย

การมีคู่มือฯ ที่เป็นรูปธรรมและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือ ลดความสูญเสีย และเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต

สรุป

ภัยพิบัติในครั้งนี้คือบททดสอบที่สำคัญของระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างตระหนักดีว่าการ “ถอดบทเรียน” และ “พัฒนาแนวทางป้องกัน” ให้รัดกุมและทันสมัยคือภารกิจที่ต้องขับเคลื่อนอย่างจริงจังในอนาคต การมี “คู่มือรับมือน้ำท่วมฉบับเชียงราย” ที่เกิดจากประสบการณ์จริง จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สร้างความมั่นใจและลดความสูญเสียในทุกมิติ สร้างเมืองที่มีภูมิคุ้มกัน พร้อมเผชิญทุกวิกฤตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายชู Soft Power ศาสนา ฝึกอบรม ‘ปิดทอง’ หนุนเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาสินค้าเด่นประจำจังหวัด

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ยกระดับผลิตภัณฑ์มิติศาสนา “ภาพเทคนิคการปิดทอง” ต่อยอดเศรษฐกิจฐานราก หนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สินค้าระดับจังหวัด

เชียงราย, 27 มิถุนายน 2568 – สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย (สวจ.เชียงราย) ขับเคลื่อนโครงการ “พลังบวรในมิติศาสนา” ประจำปีงบประมาณ 2568 เดินหน้าต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น สร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชน ผ่านกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการยกระดับ “ภาพเทคนิคการปิดทอง” ที่วัดดงชัย ตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง เพื่อพลิกโฉมงานช่างศิลป์ไทยจากมรดกทางศาสนาให้กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นและมีมูลค่าสูง

เดินหน้าต่อยอดงานช่างศิลป์ไทยจากรากฐาน “บ้าน วัด โรงเรียน” สู่สินค้าสร้างรายได้

ระหว่างวันที่ 26-27 มิถุนายน 2568 สวจ.เชียงราย ร่วมกับชุมชนคุณธรรมวัดดงชัย จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการฯ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เน้นการบูรณาการพลัง “บ้าน วัด โรงเรียน/ราชการ” หรือ “บวร” ในชุมชนให้เกิดเป็นกลไกขับเคลื่อนการยกระดับผลิตภัณฑ์ศาสนาเป็นสินค้าระดับจังหวัด

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ภาพเทคนิคการปิดทอง” ซึ่งเป็นศิลปะภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทย ในการสร้างคุณค่าใหม่ เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสทางอาชีพให้กับสามเณร นักเรียน ครู และคนในชุมชน โดยฝึกอบรมกระบวนการผลิตอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การลงดำ การปิดทอง การเก็บรายละเอียด ไปจนถึงการเข้ากรอบรูป เพื่อเตรียมสินค้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์

เปิดเวทีให้เยาวชน สร้างความภาคภูมิใจ ถ่ายทอดศรัทธาสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์

พระครูวิสิฐวรนารถ เจ้าคณะอำเภอเวียงเชียงรุ้ง/เจ้าอาวาสวัดดงชัย ให้เกียรติมอบวุฒิบัตรแก่สามเณรและนักเรียนผู้ผ่านการอบรม รวมถึงมอบเกียรติบัตรให้พระวิทยากรและครูผู้สนับสนุน เพื่อยกย่องการร่วมกันสืบสานงานศิลป์ช่างสิบหมู่ และสนับสนุนแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์บนพื้นฐานศรัทธา โดยในพิธีปิดยังเน้นย้ำถึงบทบาทของศาสนาในการเชื่อมโยงใจคนในชุมชน สร้างความรักความผูกพันทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่

ทั้งนี้ ภาพเทคนิคการปิดทองไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของศรัทธาและความเชื่อในพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงทักษะและภูมิปัญญาของช่างไทยที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน งานศิลปะที่งดงามนี้เมื่อพัฒนาอย่างมีมาตรฐาน จะสามารถยกระดับเป็นของที่ระลึก สินค้าสะสม หรือของขวัญคุณค่าสูง ทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ก้าวสู่ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรม “ดาวรุ่ง” ของเชียงราย

ผลิตภัณฑ์ “ภาพเทคนิคการปิดทอง” จากชุมชนคุณธรรมวัดดงชัย นับเป็นผลสำเร็จของการบูรณาการแนวคิดวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สามารถต่อยอดให้เป็นสินค้าระดับจังหวัด ด้วยการสนับสนุนองค์ความรู้จากทุกภาคส่วน ผลักดันให้ชุมชนเกิดการจ้างงาน เสริมรายได้ เสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และรักษาเอกลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้ได้อย่างมั่นคง

สวจ.เชียงราย เร่งผลักดันศิลปวัฒนธรรมสู่ “เศรษฐกิจฐานราก” ที่ยั่งยืน

นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายนางวนิดาพร ธิวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม นำทีมข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมสนับสนุนอย่างเต็มที่ หวังให้ “ภาพเทคนิคการปิดทอง” กลายเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมร่วมสมัยของเชียงราย เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความภาคภูมิใจให้คนในท้องถิ่น

สรุป

การจัดฝึกอบรมในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของ “บวร” ในการสร้างสรรค์และต่อยอดศิลปวัฒนธรรมไทยให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าในตลาด ทั้งยังช่วยเสริมสร้างทักษะและจิตสำนึกในกลุ่มเยาวชน เปิดโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ พร้อมขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตคนเชียงรายให้เติบโตบนรากฐานความศรัทธาและภูมิปัญญาท้องถิ่น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
  • กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

นายกฯ อบจ.เชียงรายไม่นิ่งนอนใจ ระดมสรรพกำลังช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

อบจ.เชียงราย เร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลาก มอบน้ำอุปโภคบริโภค-ถุงยังชีพ พร้อมลุยฟื้นฟูพื้นที่แม่เปา หลังวิกฤตน้ำท่วมหนัก

เชียงราย, 27 มิถุนายน 2568 – หลังเกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงในพื้นที่ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ส่งผลให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานได้รับผลกระทบอย่างหนัก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ภายใต้การนำของนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย และรองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้แสดงจุดยืน “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เร่งระดมทรัพยากรและกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

อบจ.เชียงราย” เดินหน้าเคียงข้างชาวบ้าน ลุยทุกจุดเสี่ยง

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีนายจิราวุฒิ แก้วเขื่อน รองนายก อบจ.เชียงราย นายรามิล พัฒนมงคลเชฐ ปลัด อบจ.เชียงราย นายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายก อบจ. นายอาทิตย์ รู้ทำนอง สมาชิกสภา อบจ. อำเภอเทิง เขต 1 นายสุชัด เสนคำ สมาชิกสภา อบจ. อำเภอเทิง เขต 2 นายสุใจ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภา อบจ. อำเภอพญาเม็งราย เขต 1 ตลอดจนบุคลากรจากกองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองสาธารณสุข และหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมปฏิบัติการในทุกจุดเสี่ยง

บ้านเรือนพัง-ประปาเสียหาย ชาวบ้านขาดน้ำใช้ อบจ.จัด “รถน้ำ-ถุงยังชีพ” กระจายความช่วยเหลือ

ผลกระทบจากน้ำป่าที่ไหลหลากฉับพลัน ไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน แต่ยังส่งผลต่อระบบประปาหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องขาดแคลนน้ำสะอาด ทั้งในการอุปโภคบริโภคและทำความสะอาดบ้านที่เต็มไปด้วยโคลน อบจ.เชียงรายจึงระดม “รถน้ำขนาดใหญ่” ตระเวนแจกจ่ายน้ำสะอาดในทุกพื้นที่ประสบภัย พร้อมจัดชุดถุงยังชีพที่ประกอบด้วยสิ่งของจำเป็นและน้ำดื่มสะอาด แจกจ่ายถึงมือประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

ลงพื้นที่-เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมประเมินวางแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด

นอกจากการจัดส่งทรัพยากร อบจ.เชียงราย ยังส่งบุคลากรลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ สำรวจความเสียหาย วางแผนการฟื้นฟูและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน ระบบประปา เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติให้เร็วที่สุด

มุ่งบรรเทาทุกข์ระยะสั้น-ฟื้นฟูระยะยาว คืนคุณภาพชีวิตแก่ประชาชน

การให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้มุ่งเน้นทั้งการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้นและการฟื้นฟูในระยะต่อไป โดยอบจ.เชียงรายประกาศยืนยันจะไม่ทอดทิ้งพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย พร้อมเดินหน้าอย่างเต็มกำลังในการสนับสนุนทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และจิตอาสา เพื่อร่วมกันผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้

เสียงแห่งความหวังจาก อบจ.เชียงราย

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย กล่าวให้กำลังใจว่า “ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องประชาชนทุกคน อบจ.เชียงรายขอประกาศเจตนารมณ์อย่างมั่นคงว่า จะเดินหน้าให้การช่วยเหลือ สนับสนุน และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง จนกว่าทุกชีวิตจะกลับมาอยู่ในสภาพปกติอีกครั้ง”

สรุป

วิกฤตน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ แม้สร้างบาดแผลให้กับชาวบ้านแม่เปาอย่างหนัก แต่ด้วยความร่วมมือของ อบจ.เชียงราย หน่วยงานท้องถิ่น และจิตอาสา เชื่อมั่นว่าความเข้มแข็งและความช่วยเหลือที่รวดเร็วจะช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและสร้างรอยยิ้มคืนสู่ทุกครัวเรือนอีกครั้ง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
  • ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายหนัก น้ำป่าถล่ม 5 อำเภอ ทหารเร่งช่วย-ตั้งครัวสนาม

เชียงรายวิกฤต! น้ำป่าไหลหลาก 5 อำเภอ 32 หมู่บ้านจมบาดาล บ้านเรือนเสียหายกว่า 4,400 ครัวเรือน ทหาร-หน่วยงานรัฐระดมช่วยเหลือ เตือนเฝ้าระวังต่อเนื่อง

เชียงราย, 27 มิถุนายน 2568 – จังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ 5 อำเภอ 10 ตำบล รวม 32 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรกว่า 4,405 ครัวเรือน ถนนสายหลัก 3 จุด และสถานบริการสาธารณสุข 2 แห่ง ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่พื้นที่เกษตรโดยเฉพาะนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายกว่า 500 ไร่ และยังมีความเสียหายอื่นๆ อยู่ระหว่างการสำรวจเพิ่มเติม

ฝนถล่มต่อเนื่อง – สถานการณ์ยังไม่สิ้นสุด

ข้อมูลรายงานเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน 2568 ระบุว่า จังหวัดเชียงรายยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายได้แจ้งเตือนทุกอำเภอให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกล ยุทโธปกรณ์ รวมถึงกำลังพลเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

พื้นที่ประสบภัยหนัก ครอบคลุม 5 อำเภอ

  • อำเภอพญาเม็งราย
    1. ต.ตาดควัน หมู่ 4 น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมโรงเรียนและบ้านเรือน 200 ครัวเรือน สะพานขาดการสัญจร
    2. ต.แม่เปา หมู่ 1, 2, 3, 6, 11, 12, 14, 16, 20 น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมขุนห้วยแม่เปา บ้านเรือน 3,705 ครัวเรือน รพ.สต.แม่เปาได้รับผลกระทบ 1 แห่ง ถนนขาด
    3. ต.แม่ต๋ำ หมู่ 2, 7, 8, 10 น้ำท่วมบ้านเรือน 500 ครัวเรือน
  • อำเภอเวียงชัย
    1. ต.ผางาม หมู่ 1, 3, 7, 13 น้ำป่าเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและถนนสายหลัก ทล.1326 รถสัญจรไม่ได้
    2. ต.ดอนศิลา หมู่ 10 น้ำท่วมนาข้าว 500 ไร่
  • อำเภอเชียงแสน
  1. ต.บ้านแซว หมู่ 4, 11, 12 น้ำท่วมถนน เส้นทางถูกตัดขาด
  • อำเภอเวียงเชียงรุ้ง
    1. ต.ทุ่งก่อ หมู่ 6, 7, 15
    2. ต.ป่าซาง หมู่ 5, 6, 7, 10, 14
    3. ต.ดงมหาวัน หมู่ 4 น้ำท่วมโรงพยาบาลเวียงเชียงรุ้ง พื้นที่เกษตร บ้านเรือนได้รับผลกระทบบางส่วน
  • อำเภอเทิง
    1. ต.เวียง หมู่ 20 น้ำเข้าท่วมถนนหน้าโรงพยาบาลเทิง

ทหาร-หน่วยงานรัฐลงพื้นที่ช่วยเหลือเต็มกำลัง

พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) นำกำลังพล พร้อมยุทโธปกรณ์ รถยกสูงและเรือยาง เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ตำบลแม่เปา อ.พญาเม็งราย โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง เด็กและผู้สูงอายุ ลำเลียงออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงปลอดภัย ขณะเดียวกันยังจัดตั้ง “ครัวสนาม” สำหรับปรุงอาหารแจกจ่ายผู้ประสบภัย เริ่มตั้งแต่มื้อเย็นวันที่ 27 มิ.ย.นี้ ผลิตได้ 3,000 กล่องต่อมื้อ พร้อมรับการสนับสนุนวัตถุดิบประกอบอาหารอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กรมการทหารช่างยังจัดส่งกำลังพล เรือยางติดเครื่อง เรือท้องแบน และรถ FTS ยกสูง เพื่ออำนวยความสะดวกในการลำเลียงผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ที่ถูกตัดขาด โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในบ้านเรือนริมห้วยหรือในพื้นที่ต่ำ

มาตรการรับมือและแนวโน้มสถานการณ์

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้ประสานและสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบอย่างรวดเร็ว พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้ติดตามสถานการณ์น้ำและฝนฟ้าอากาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

จากแนวโน้มฝนตกหนักต่อเนื่อง คาดว่าสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายใน 1-2 วันนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้ลำห้วยที่มีความเสี่ยงสูง ประชาชนควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และเตรียมการขนย้ายสิ่งของจำเป็นให้พร้อมกรณีต้องอพยพฉุกเฉิน

วิเคราะห์ผลกระทบ – จัดการน้ำและฟื้นฟูระยะยาว

สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้สะท้อนความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานในชนบท ทั้งด้านสะพาน ถนน และการเข้าถึงสถานพยาบาลที่อาจต้องได้รับการปรับปรุงและยกระดับในระยะยาว ทั้งนี้การตั้ง “ครัวสนาม” และการระดมทรัพยากรทั้งทหารและหน่วยงานพลเรือนถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในเบื้องต้น

อย่างไรก็ดี ภาคการเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวในพื้นที่กว่า 500 ไร่ที่ได้รับความเสียหาย อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในฤดูกาลนี้ จำเป็นต้องมีมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูทั้งภาคการผลิตและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการจัดการน้ำแบบบูรณาการเพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำซากในอนาคต

สรุป

เชียงรายกำลังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร และจิตอาสาเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน พร้อมเตือนประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง ขณะนี้การช่วยเหลือกำลังดำเนินอย่างเข้มข้นจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย
  • มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37)
  • กรมการทหารช่าง
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

ฝนถล่มเชียงราย น้ำป่าหลาก-สะพานขาด รัฐบาลชูแผนบริหารจัดการน้ำรับมือ

เชียงรายเผชิญน้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีสั่งระดมทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือ ย้ำต้องจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

เชียงราย, 27 มิถุนายน 2568 – รายงานข่าวจากหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายเปิดเผยว่า เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางดึกจนถึงเช้าวันนี้ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในเขตอำเภอพญาเม็งรายและอำเภอเวียงชัย โดยชาวบ้านจำนวนมากต้องรีบขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย พร้อมมีการเร่งระดมเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ หลังปริมาณน้ำฝนสะสมที่วัดได้บางจุดสูงถึง 298.5 มิลลิเมตร

สถานการณ์น้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลากรุนแรงในพื้นที่เสี่ยง

นายอำเภอพญาเม็งรายได้สั่งการให้ปลัดอำเภอ ประสานการทำงานร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในทันที โดยความเสียหายเบื้องต้นพบว่าสะพานเชื่อมต่อระหว่างหมู่ 4 ตำบลตาดควัน ไปยังหมู่ 1, 5, 16, 17 ตำบลแม่เปา ถูกกระแสน้ำตัดขาด ขณะเดียวกันพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนที่ติดลำห้วยขุนแม่เปาก็ได้รับความเสียหายจำนวนมาก

ขณะที่ปริมาณน้ำฝนที่จุดวัด ณ วนอุทยานน้ำตกตาดสายรุ้ง บ้านป่าสา ตำบลป่าซาง อำเภอเวียงเชียงรุ้ง ในวันนี้ วัดได้ถึง 195 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นปริมาณที่สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับสถิติในรอบหลายปี สร้างความกังวลถึงความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ

ผู้ว่าราชการจังหวัด-ภาครัฐทุกหน่วยงานลงพื้นที่ช่วยเหลือ

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขตเชียงราย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการอพยพผู้ที่ติดอยู่ในจุดเสี่ยงออกไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราว การแจกจ่ายถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็น ขณะเดียวกันได้จัดชุดแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบ โดยมีการประกาศเตือนภัยผ่านทุกช่องทาง รวมถึง Cell Broadcast และการแจ้งข่าวจากในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีสั่งการด่วน-บูรณาการทุกกระทรวงรับมือ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ยืนยันการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้กระทรวงกลาโหม ประสานความร่วมมือช่วยเหลือด้านกำลังพลและอุปกรณ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที พร้อมขอให้ อปท. และปภ. เตรียมสิ่งของอุปโภคบริโภค และให้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมรับมือ 24 ชั่วโมง ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะกรมอุตุนิยมวิทยา เร่งประเมินสถานการณ์และแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบเป็นระยะ

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลจะดูแลทุกชีวิตอย่างดีที่สุด พร้อมยืนยันว่าการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากนั้นเป็นสิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ โดยรัฐบาลมีแผนงานไว้แล้ว และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด

วิเคราะห์ปัจจัย-โครงสร้างและแนวโน้มในอนาคต

สถานการณ์น้ำท่วมเชียงรายครั้งนี้ สะท้อนถึงความเปราะบางด้านโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะการตัดขาดของสะพานและเส้นทางคมนาคมหลัก ซึ่งสร้างความลำบากให้ประชาชนในการเข้าถึงความช่วยเหลือและการเคลื่อนย้ายสิ่งของ นอกจากนี้ ปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติอาจเป็นผลจากสภาพอากาศแปรปรวนและภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือกับน้ำท่วมจึงกลายเป็นภารกิจสำคัญของจังหวัดและรัฐบาลกลาง ซึ่งหากดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม ย่อมช่วยลดความเสียหายและความเสี่ยงในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เตือนภัยประชาชน-เฝ้าระวังสถานการณ์ต่อเนื่อง

หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยายังคงแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มในช่วงนี้ พร้อมขอความร่วมมือในการติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • กรมอุตุนิยมวิทยา
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News