Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ยกระดับท้องถิ่นยุคดิจิทัล สู่อนาคตใหม่ที่ยั่งยืน

การสัมมนายกระดับท้องถิ่นสู่การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ณ มร.ชร.

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการ “การยกระดับท้องถิ่นสู่การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล (Digital Transformation)” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการพัฒนาการให้บริการประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ

การสัมมนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมด้วยนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และ รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ผู้บริหารระดับสูง สมาชิก อบต. และผู้เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศเข้าร่วมงานกว่า 6,000 คน

ยุทธศาสตร์ดิจิทัลเพื่อยกระดับท้องถิ่น

รมช.มหาดไทย ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลตาม ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของภาครัฐและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่

  • การให้บริการ One Stop Service
  • ระบบ e-Payment
  • การลดการใช้เอกสาร
  • การจัดเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความทันสมัยและเพิ่มความสามารถในการตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายความร่วมมือ

รศ.ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในท้องถิ่นให้เข้าใจหลักการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital Transformation พร้อมส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการสาธารณะ และการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้บริหารและบุคลากรในท้องถิ่นทั่วประเทศที่จะได้แลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี โดยเฉพาะการบริหารงานในยุคดิจิทัล ซึ่งจะช่วยยกระดับการบริการและการพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและผลลัพธ์ของการสัมมนา

การสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อ:

  1. เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับนโยบายการกระจายอำนาจ
  2. พัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการบริการสาธารณะ
  3. เพิ่มความเข้มแข็งในเครือข่ายความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  4. ยกระดับท้องถิ่นให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล

รมช.มหาดไทยกล่าวปิดท้ายว่า การเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เป็นโอกาสที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันเพื่อผลักดันการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

การสัมมนาครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในท้องถิ่น และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเปิด FAM Trip ชา-กาแฟ ดึงนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่น

กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟจากสวนสู่แก้ว ครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟ จากสวนสู่แก้ว ครั้งที่ 2 ในโครงการ Coffee or Tea ฮับชาหรือกาแฟดีจ้าว ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟในจังหวัดเชียงราย อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชน ผู้ประกอบการร้านกาแฟ และร้านอาหารต่าง ๆ ในพื้นที่ โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ สื่อมวลชน เอเจนทัวร์ ผู้แทนจากส่วนราชการ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง

จุดประสงค์การจัดงาน

กิจกรรม FAM Trip เส้นทางชา กาแฟครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการของผู้ประกอบการชาและกาแฟในเชียงราย เพื่อสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพของชาและกาแฟในจังหวัด และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับชาและกาแฟ รวมถึงเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในเส้นทางดอยแม่สลองสู่ตัวเมืองเชียงราย

เส้นทางกิจกรรม FAM Trip

กิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 ธันวาคม 2567 โดยเส้นทางการเดินทางมีไฮไลต์ที่น่าสนใจดังนี้:

  1. ไร่ชาฉุยฟง อ.แม่ฟ้าหลวง
    คณะได้เยี่ยมชมไร่ชาที่มีชื่อเสียงของเชียงราย พร้อมชิมผลิตภัณฑ์จากชาอันเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้กระบวนการปลูก การดูแล และการแปรรูปชา เพื่อสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ของชุมชน

  2. ไร่กาแฟดอยผาหมี อ.แม่สาย
    คณะได้เยี่ยมชมไร่กาแฟบนดอยผาหมี ที่มีการผลิตกาแฟโดยใช้ภูมิปัญญาชุมชน เรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟตั้งแต่การปลูก เก็บเกี่ยว จนถึงการคั่ว และได้ลิ้มลองรสชาติกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่

  3. ร้านชาและกาแฟในอำเภอเมืองเชียงราย
    การเยี่ยมชมร้านค้าและชิมผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการในตัวเมืองเชียงราย เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่

เชิญร่วมงาน Coffee or Tea ฮับชาหรือกาแฟดีจ้าว

ในโอกาสนี้ จังหวัดเชียงรายได้ประชาสัมพันธ์กิจกรรมใหญ่ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4-5 มกราคม 2568สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ภายในงานจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น:

  • ชิมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟจากหลากหลายแหล่ง
  • ชมภาพวาดศิลปะที่รังสรรค์โดยศิลปินในและนอกพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย
  • กิจกรรมเวิร์กชอปเกี่ยวกับการชงชาและกาแฟ รวมถึงเทคนิคการสร้างสรรค์เครื่องดื่มพิเศษ

การส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

กิจกรรม FAM Trip และงาน Coffee or Tea เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการท้องถิ่น พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ตลอดจนพัฒนาภาพลักษณ์ของเชียงรายในฐานะแหล่งผลิตชาและกาแฟคุณภาพระดับประเทศ

งานดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของจังหวัดเชียงรายในด้านการเป็นศูนย์กลางของชาและกาแฟที่มีคุณภาพสูง รวมถึงการเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายลุย Big Cleaning Day เตรียมพร้อมมหกรรมไม้ดอก

อบจ.เชียงราย จัด Big Cleaning Day เตรียมพร้อมมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 เวลา 13.00 น. องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ได้จัดกิจกรรมทำความสะอาด Big Cleaning Day บริเวณโดยรอบสวนไม้งามริมน้ำกก ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและบุคลากรจากทุกสำนักและกองของ อบจ.เชียงราย เข้าร่วมทำความสะอาดอย่างพร้อมเพรียง

กิจกรรมครั้งนี้มีการเก็บกวาดใบไม้ ขยะ และสิ่งสกปรกต่างๆ พร้อมทั้งล้างทำความสะอาดบริเวณพื้นถนนรอบพื้นที่สวนไม้งามริมน้ำกก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงาน มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2568 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก อบจ.เชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย และงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงรายโซนอำเภอแม่สาย ระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2568 ณ วัดถ้ำเสาหินพญานาค ตำบลโป่งงาม และบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา ตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว Social Impact Tourism

นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ กล่าวถึงการจัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงรายว่า งานดังกล่าวนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว ยังมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ภายใต้แนวคิด “Social Impact Tourism เที่ยวเชียงราย…ช่วยเชียงราย” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับการช่วยพัฒนาท้องถิ่น โดยมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย: ไฮไลต์ที่น่าสนใจ

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงรายปีนี้จะมีการจัดแสดงความสวยงามของดอกไม้นานาพันธุ์ที่ตกแต่งอย่างประณีต พร้อมการจัดสวนแบบธีมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเชียงรายและประเทศในอาเซียน กิจกรรมเด่นในงาน ได้แก่

  • การประกวดจัดสวนไม้ดอกไม้ประดับ
  • นิทรรศการเกี่ยวกับพันธุ์ไม้หายาก
  • การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
  • ตลาดนัดสินค้าเกษตรและงานฝีมือจากชุมชน
  • การแสดงดนตรีและกิจกรรมบันเทิงต่างๆ

ในส่วนของโซนอำเภอแม่สาย งานจะจัดขึ้นบริเวณวัดถ้ำเสาหินพญานาค ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นด้านศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน

เป้าหมายการพัฒนาและภาพลักษณ์จังหวัดเชียงราย

การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับจังหวัดเชียงรายในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ โดยมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวให้เทียบเท่าสากล พร้อมส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

อบจ.เชียงราย เชื่อมั่นว่ามหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงรายจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมความน่าสนใจของเชียงราย และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเยือน

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในมหกรรมแห่งสีสันและความสวยงามของไม้ดอกได้ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2568 นี้ แล้วพบกันที่เชียงราย!

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้สูงอายุแม่จัน สร้างสุขภาพอย่างยั่งยืน

อบจ.เชียงรายร่วมกิจกรรมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้สูงอายุ อ.แม่จัน พร้อมส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2567 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ร่วมพบปะและให้กำลังใจผู้เข้าร่วมกิจกรรม “โครงการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผู้สูงอายุ อำเภอแม่จัน (ช่วงผญ้า)” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้โครงการการกีฬาและนันทนาการประชาชนจังหวัดเชียงราย โดยมีนายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัด อบจ.เชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด และนายสมศักดิ์ พรมมณี ประธานชมรมผู้สูงอายุ อำเภอแม่จัน กล่าวรายงาน นอกจากนี้ ยังมีนายประเสริฐ ชุ่มเมืองเย็น รองประธานสภา อบจ.เชียงราย นายชินกร ก๊อใจ และนางปาริชาติ จิระมณี สมาชิกสภา อบจ.เชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่และท้องถิ่น ร่วมพิธีเปิดอย่างคับคั่ง

กิจกรรมเสริมสร้างสุขภาพ เชื่อมความสัมพันธ์ชุมชน

โครงการนี้มุ่งเน้นส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ ผ่านการจัดกิจกรรมการออกกำลังกาย การนันทนาการ และเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้สูงอายุในอำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรผู้สูงอายุถึง 24.35% ของประชากรทั้งหมด โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่ประสบปัญหาสุขภาพ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่มักพบร่วมกัน การจัดกิจกรรมจึงช่วยสร้างเสริมสุขภาพทั้งกายและใจ อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุและคนในชุมชน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ของประเทศไทย

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1 ล้านคน อำเภอแม่จันเองก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน โดยมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่ต้องการการดูแลและส่งเสริมสุขภาพอย่างเหมาะสม กิจกรรมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและปัญหาด้านสุขภาพของผู้สูงอายุในพื้นที่

ภาคีเครือข่ายร่วมมือเสริมศักยภาพผู้สูงวัย

เพื่อให้การส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุในอำเภอแม่จันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ องค์กรท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน การบูรณาการการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาวไม่เพียงช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถมีส่วนร่วมและช่วยเหลือสังคมได้อย่างมีคุณค่า

สรุปภาพรวมและเป้าหมาย

กิจกรรมนี้นอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจของผู้สูงอายุแล้ว ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน สร้างโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อบจ.เชียงรายจึงมุ่งมั่นที่จะดำเนินโครงการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่อย่างเหมาะสมและยั่งยืนในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายร่วมมูลนิธิกาญจนบารมี คัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่

โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ อ.เชียงของ: อบจ.เชียงรายร่วมสร้างสุขภาพสตรี

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเทสโก้โลตัส อ.เชียงของ จ.เชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) เดินทางมาพบปะและให้กำลังใจผู้เข้าร่วมกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม โดยมูลนิธิกาญจนบารมีในโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้บริการตรวจสุขภาพสตรีและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม

กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่อำเภอเชียงของและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก ภายในงานมีบูธกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง โดยมีบุคลากรจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ร่วมเป็นวิทยากรให้คำแนะนำ พร้อมตอบคำถามเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเต้านม การสังเกตอาการผิดปกติ และการป้องกันโรคมะเร็งเต้านม

สถานการณ์มะเร็งเต้านมในระดับโลกและประเทศไทย

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในปี 2020 พบว่ามะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรีทั่วโลก โดยมีผู้ป่วยรายใหม่กว่า 2.3 ล้านคนต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ถึง 685,000 คนต่อปี นอกจากนี้ยังพบว่ามีผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่และป่วยเป็นมะเร็งเต้านมรวม 7.8 ล้านคน

ในประเทศไทย มะเร็งเต้านมยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพของสตรี โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่ในช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคสูงขึ้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายจึงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้สตรีสามารถตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกวิธี และเข้ารับการตรวจเอกซเรย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก

โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่: การดูแลสุขภาพเชิงรุก

มูลนิธิกาญจนบารมีได้ริเริ่มโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ เพื่อนำบริการตรวจสุขภาพมาให้ถึงชุมชน โดยเน้นการตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ที่ช่วยตรวจหาความผิดปกติในเต้านมได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีป้องกันและรับมือกับโรคมะเร็งเต้านม

อบจ.เชียงรายร่วมสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยมอบหมายบุคลากรด้านสุขภาพในพื้นที่มาร่วมให้บริการและให้คำแนะนำแก่ประชาชน เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม และกระตุ้นให้สตรีในพื้นที่หันมาใส่ใจสุขภาพเต้านมของตนเอง

ความสำคัญของการป้องกันและดูแลสุขภาพเต้านม

การตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอและการสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อบริเวณเต้านม การเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง หรืออาการเจ็บปวดผิดปกติ เป็นสิ่งที่ช่วยให้สตรีสามารถเข้ารับการรักษาได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ลดความเสี่ยงในการเสียชีวิต และเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาดได้มากขึ้น

เป้าหมายและความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพประชาชน

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย กล่าวในโอกาสนี้ว่า การจัดกิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะสตรีที่เป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โครงการนี้ยังช่วยลดอัตราการเกิดโรคและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ อบจ.เชียงรายจะยังคงสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและทั่วถึง พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

การสร้างสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

กิจกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ประชาชนได้รับการตรวจโรคและคำแนะนำด้านสุขภาพที่จำเป็น แต่ยังเป็นการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้ชุมชนมีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

งานนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก และถือเป็นก้าวสำคัญในการป้องกันโรคร้ายอย่างมะเร็งเต้านมในพื้นที่จังหวัดเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. หนุนเลี้ยงจิ้งหรีด สร้างรายได้เสริมมั่นคง

มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. หนุนชาวบ้านพะเยาเลี้ยงจิ้งหรีด สร้างรายได้เสริม เลี้ยงง่าย เก็บผลผลิตไว

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้สนับสนุนการเลี้ยงจิ้งหรีดในพื้นที่บ้านปางถ้ำ หมู่ 9 ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มเปราะบางที่มีวิถีชีวิตที่ยากลำบาก

ยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านการเลี้ยงจิ้งหรีด

โครงการดังกล่าวเน้นเสริมศักยภาพในการสร้างอาชีพเพื่อบรรเทาความยากลำบากของครอบครัวในโครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ. โดยเล็งเห็นว่า การเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นอาชีพที่เลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย และลงทุนน้อย แต่สามารถสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในผู้ร่วมโครงการ นางแดง ไชยวงค์ อายุ 49 ปี เปิดเผยว่า เธอได้เลี้ยงจิ้งหรีดมาแล้ว 3 รุ่น ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 45 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้ในราคากิโลกรัมละ 200-250 บาท โดยสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวได้อย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาและต่อยอดอาชีพในพื้นที่

นายณรงค์ ไข่ทา อายุ 62 ปี อีกหนึ่งผู้ร่วมโครงการในตำบลลอ อำเภอจุน เล่าถึงการพัฒนาเทคนิคการเลี้ยงจิ้งหรีด โดยเขาได้ศึกษาเรื่องการแยกไข่และการเลี้ยงในกรงที่มีพื้นที่เปิดโล่ง ทำให้จิ้งหรีดเจริญเติบโตเท่ากัน สามารถขายได้กรงละ 4-5 กิโลกรัม และโพสต์ขายผ่านโซเชียลมีเดียที่ขายหมดภายในเวลาอันสั้น

นายณรงค์ยังเสริมว่าในอนาคตเขามีแผนจะขยายพื้นที่เลี้ยงให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มผลผลิต โดยคาดการณ์ว่ากรงขนาด 2×2 เมตร จะสามารถสร้างรายได้ต่อรอบการผลิตกรงละ 20,000-25,000 บาท

ต้นทุนต่ำ รายได้สูง

นางย้าย ศรีวิชัย อายุ 59 ปี ผู้ร่วมโครงการอีกคนหนึ่ง เปิดเผยว่าการเลี้ยงจิ้งหรีดช่วยลดต้นทุนอาหาร โดยใช้อาหารหัวร่วมกับพืชผักในพื้นที่ เช่น มะละกอสุก และผักไชยา ซึ่งลดต้นทุนได้มาก และยังสามารถขยายพันธุ์ได้ง่ายเพียงแค่เก็บไข่จากพ่อแม่พันธุ์

นางย้ายยังกล่าวขอบคุณมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. ที่เข้ามาสนับสนุนความรู้และเทคนิคการเลี้ยง ทำให้เธอสามารถพัฒนาการเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม และหวังว่าในอนาคตจะกลายเป็นอาชีพหลักที่มั่นคงของครอบครัว

ผลตอบรับดี เกิดแรงบันดาลใจในชุมชน

โครงการเลี้ยงจิ้งหรีดในจังหวัดพะเยาสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในชุมชนอย่างมาก ด้วยต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำ และผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ไวภายใน 45 วัน การเลี้ยงจิ้งหรีดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับการสร้างรายได้เสริมที่มั่นคง

โครงการนี้สะท้อนถึงแนวคิดในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนเปราะบาง โดยมุ่งเน้นการสร้างอาชีพที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน

มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนและพัฒนาทักษะอาชีพให้กับครอบครัวเด็กในโครงการพัฒนาเด็ก ซี.ซี.เอฟ. ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนที่ยังขาดโอกาสในสังคมอย่างต่อเนื่อง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดสะพานบ้านดงเจริญ เชื่อมชุมชนเชียงราย เสริมพัฒนาคมนาคม

เปิดสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านดงเจริญ เชื่อมโยงชุมชนเชียงราย สร้างโอกาสการพัฒนา

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2567 ณ บ้านดงเจริญ หมู่ที่ 17 ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมืองเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านดงเจริญ เชื่อมต่อบ้านป่าบง หมู่ที่ 10 ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โดยมีนายสะอาด ปัญญาดี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย เขต 4 เข้าร่วม พร้อมด้วยนายสุรพ์พลฎ์ ดุรงคชยานุรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าอ้อดอนชัย คณะผู้บริหาร ปลัดเทศบาลตำบลป่าอ้อดอนชัย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ความสำคัญของโครงการสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมและการเชื่อมโยงชุมชน จึงได้สนับสนุนงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำหรับการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กดังกล่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสัญจร ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าอ้อดอนชัยและตำบลบัวสลี รวมถึงเป็นการยกระดับระบบการขนส่งและการคมนาคมของชุมชน

สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กแห่งนี้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างบ้านดงเจริญและบ้านป่าบง ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ ลดความยากลำบากในการขนส่งสินค้าเกษตร และเสริมสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว

ผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน

ประชาชนในพื้นที่ต่างแสดงความพึงพอใจต่อการก่อสร้างสะพานดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและการขนส่ง แต่ยังช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นบนเส้นทางที่ขาดความปลอดภัย นอกจากนี้สะพานแห่งนี้ยังเปิดโอกาสให้ชุมชนทั้งสองตำบลมีการเชื่อมโยงกันมากขึ้น สร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น

นายสุรพ์พลฎ์ ดุรงคชยานุรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าอ้อดอนชัย กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาชุมชนในท้องถิ่น การเชื่อมโยงตำบลป่าอ้อดอนชัยและตำบลบัวสลีช่วยลดช่องว่างทางการคมนาคม และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาอย่างยั่งยืน

แผนพัฒนาต่อเนื่อง

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้กล่าวในพิธีเปิดว่า การพัฒนาสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านดงเจริญเป็นหนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงความตั้งใจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายในการพัฒนาท้องถิ่น โดยจะมีการติดตามผลกระทบและการใช้งานสะพานอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมทุกมิติ

เสียงสะท้อนจากชุมชน

นายคำปัน ผู้ใหญ่บ้านดงเจริญ ได้กล่าวขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายสำหรับการสนับสนุนที่สำคัญนี้ ชาวบ้านรู้สึกดีใจที่มีสะพานเชื่อมโยงชุมชน ซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาซึ่งเส้นทางเดิมมักประสบปัญหาน้ำท่วมและเสื่อมโทรม

สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังเป็นสะพานแห่งความหวังที่จะเชื่อมโยงชุมชนให้เข้มแข็งและเติบโตไปพร้อมกัน สะพานแห่งนี้จึงเป็นตัวอย่างของความร่วมมือที่สร้างสรรค์ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มหกรรมการท่องเที่ยว 4 จังหวัดล้านนา ยกระดับชุมชนอย่างยั่งยืน

งานมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ 4 จังหวัดล้านนาตะวันออก เปิดยิ่งใหญ่ที่เชียงราย

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ชั้น G ลาน Grand Hall นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงานมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ 4 จังหวัดล้านนาตะวันออก ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวชุมชนที่มีอัตลักษณ์ ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ และสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชน

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคม 2567 มีชุมชนท่องเที่ยวจาก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้แก่ เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ร่วมออกบูธรวม 40 บูธ โดยจังหวัดเชียงรายมีจำนวน 20 บูธ จังหวัดพะเยา 2 บูธ จังหวัดแพร่ 6 บูธ และจังหวัดน่าน 12 บูธ

พิธีมอบรางวัลสุดยอดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ล้านนาตะวันออก
ในพิธีเปิดงานมีการมอบรางวัลการประกวดสุดยอดเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ 4 ประเภท ได้แก่

  1. Responsible & Sustainable Tourism
  • ชนะเลิศ: ชุมชนบ้านศรีบุญเรือง จ.น่าน
  • รองชนะเลิศอันดับ 1: ชุมชนบ้านทุ่งศรี จ.แพร่
  • รองชนะเลิศอันดับ 2: วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวตำบลนางแล จ.เชียงราย
  • รางวัลชมเชย: ท่องเที่ยวชุมชนโป่งแดง จ.เชียงราย
  1. Art & Craft
  • ชนะเลิศ: ชุมชนไทยลื้อบ้านศรีดอนชัย จ.เชียงราย
  • รองชนะเลิศอันดับ 1: วิสาหกิจชุมชนบ้านโคมคำม่วงตื้ด จ.น่าน
  • รองชนะเลิศอันดับ 2: ชุมชนสันป่าเหียง จ.เชียงราย
  • รางวัลชมเชย: ชุมชนบ้านสันทางหลวง จ.เชียงราย
  1. Life and Culture
  • ชนะเลิศ: วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเมืองเชียงแสน จ.เชียงราย
  • รองชนะเลิศอันดับ 1: ชุมชนท่องเที่ยวอีสาน-ล้านนา บ้านจำไก่ จ.พะเยา
  • รองชนะเลิศอันดับ 2: วิสาหกิจชุมชนโฮมสเตย์บ้านท่าขันทอง จ.เชียงราย
  • รางวัลชมเชย: ชุมชนท่องเที่ยววิถีไทยพวน ต.ทุ่งโฮ้ง จ.แพร่
  1. Diversity and Color of Life
  • ชนะเลิศ: บ้านบ่อสวก จ.น่าน
  • รองชนะเลิศอันดับ 1: ชุมชนบ้านดอนทราย จ.แพร่
  • รองชนะเลิศอันดับ 2: ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านหาดบ้าย จ.เชียงราย
  • รางวัลชมเชย: ศูนย์การเรียนรู้ฮัก อาข่า โฮม จ.เชียงราย

กิจกรรมเสริมสร้างความยั่งยืนและพัฒนาชุมชน
กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เน้นการส่งเสริมการตลาด แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของชุมชน ส่งเสริมอาชีพและการกระจายรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แชร์ประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายระหว่างชุมชนท่องเที่ยวในพื้นที่

งานนี้ได้รับความสนใจจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนใน 4 จังหวัดล้านนาตะวันออกอย่างยั่งยืน

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กอ.รมน.เชียงราย แจกผ้าห่มกันหนาว พร้อมสร้างสามัคคีในเทอดไทย

กอ.รมน.เชียงรายจัดกิจกรรมมอบไออุ่นและเสวนาสร้างความสามัคคีในพื้นที่ อบต.เทอดไทย

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2567 เวลา 08.30 น. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย (กอ.รมน.จังหวัด ช.ร.) ร่วมกับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 (นพค.35) องค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไทย (อบต.เทอดไทย) ผู้ประกอบการภาคเอกชน คณะพัฒนาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย รุ่นที่ 2 และภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรมบริจาคผ้าห่มกันหนาวเพื่อส่งมอบความอบอุ่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

กิจกรรมส่งมอบไออุ่น

จุดที่ 1: หอประชุม อบต.เทอดไทย จำนวน 300 ผืน
จุดที่ 2: หอประชุมบ้านปางมะหัน จำนวน 200 ผืน
จุดที่ 3: หอประชุมบ้านเล่าลิ่ว จำนวน 100 ผืน

การมอบผ้าห่มในครั้งนี้ มี พ.อ.จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย (ท.) พร้อมด้วยกำลังพลจาก กอ.รมน. และตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมดำเนินการ

กิจกรรมสานเสวนาส่งเสริมความสามัคคี

เวลา 09.30 น. กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ได้จัดกิจกรรมสานเสวนาภายใต้โครงการพัฒนาด้านการเมืองและการสร้างความรักความสามัคคีของคนในชาติ ณ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบลเทอดไทย โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 20 คน

กิจกรรมประกอบด้วย:

  1. การบรรยายพิเศษ
    • การสร้างความรัก ความสามัคคี และปรองดองของคนในชาติ
    • การปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. การสานเสวนาและรับฟังปัญหาในพื้นที่
    • การระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ไขปัญหาชุมชน
    • การส่งเสริมและสนับสนุนกลุ่มอาชีพ โดยเฉพาะการผลิตยาสมุนไพร เช่น ยานวดบรรเทาปวด ยาหม่องน้ำ และยาแก้ปวดฟัน พร้อมมอบปัจจัยการผลิต

ผลตอบรับจากชุมชน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวบ้านและกลุ่มอาชีพในพื้นที่ ตอกย้ำถึงความสำเร็จในการสร้างความรักและสามัคคีของคนในชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย ยืนยันว่าจะดำเนินการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ป๊ะ ปุ๊ แป๋ง เปี๊ยะ ปี 2 เชียงราย สุขก๋าย ม่วนใจ๋

กิจกรรม “ป๊ะ ปุ๊ แป๋ง เปี๊ยะ ปี 2” สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ ลดผลกระทบแอลกอฮอล์ในเชียงราย

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2567 ณ บ้านสิงหไคล (มูลนิธิมดชนะภัย) ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “ป๊ะ ปุ๊ แป๋ง เปี๊ยะ ปี 2” ภายใต้แนวคิด “จับเข่าเล่าเรื่องเพื่อคนเจียงฮาย สุขก๋าย ม่วนใจ๋” โดยกิจกรรมนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แชร์ โชว์ เชื่อม และกำหนดแนวทางการพัฒนาร่วมกันผ่านเวทีเสวนา โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และเครือข่ายต่าง ๆ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

เป้าหมายและที่มา

นายณรงค์ฤทธิ์ หน่อแหวน ผู้ประสานงานประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงรายมีอัตราการดื่มสุราในกลุ่มประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2566 จากการคัดกรองประชากรจำนวน 300,059 ราย พบว่ามีผู้ดื่มสุราร้อยละ 32.03 และมีผู้ที่อยู่ในความเสี่ยงระดับสูงร้อยละ 0.72

กิจกรรมในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เพื่อมุ่งเน้นการลด ละ เลิก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มนักดื่มทั้งเก่าและใหม่ และส่งเสริมแนวคิด “เลิกเหล้า สร้างอาชีพ” เพื่อสร้างโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน

กิจกรรมภายในงาน

กิจกรรมในงาน “ป๊ะ ปุ๊ แป๋ง เปี๊ยะ ปี 2” มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของแกนนำในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่

  1. อำเภอเวียงชัย
  2. อำเภอเทิง
  3. อำเภอแม่จัน
  4. อำเภอพาน
  5. อำเภอเวียงป่าเป้า
  6. อำเภอแม่สาย
  7. อำเภอเชียงแสน

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 150 คน ประกอบด้วยกลุ่มเป้าหมายจากเครือข่ายเยาวชน YSDN เชียงราย ชมรมคนหัวใจเพชร กลุ่มพลังหญิง เครือข่ายโรงเรียนพระโพธิสัตว์น้อย รวมถึงประชาคมงดเหล้าจังหวัดเชียงราย

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย

  • การนำเสนอผลการดำเนินงานประจำปี 2566/67
  • เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
  • การแสดงนิทรรศการผลงานและกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมการสื่อสารและการแสดงออกในกลุ่มเยาวชน
  • การจัดแสดงผลงานชุมชนปลอดเหล้า
  • พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว

ผลลัพธ์และความสำเร็จ

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาเพื่อสร้างชุมชนเชียงรายที่ปราศจากปัจจัยเสี่ยง โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พชอ. ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เครือข่ายพระสงฆ์ และสถานศึกษา

นายณรงค์ฤทธิ์ หน่อแหวน กล่าวเสริมว่า การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาการบริโภคแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายต่าง ๆ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงออกและพัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน

ป๊ะ ปุ๊ แป๋ง เปี๊ยะ” ในปีนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน เพื่อสร้างสรรค์เชียงรายให้เป็นพื้นที่ที่สุขกาย ม่วนใจ๋ อย่างแท้จริง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE