Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลเชียงราย-โอเวอร์บรุ๊ค ยกระดับบริการสุขภาพพร้อมสร้างสะพานลอยใหม่

เทศบาลนครเชียงรายจับมือโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค ยกระดับบริการทางการแพทย์และความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 เทศบาลนครเชียงราย ได้ร่วมมือกับ โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค เพื่อพัฒนาบริการทางการแพทย์และเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ โดยมี นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เป็นประธานต้อนรับคณะผู้บริหารจากโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค นำโดย นายแพทย์ณัฐชัย เครือจักร รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊ค พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร

โครงการขยายบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

ในที่ประชุม โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊คได้หารือถึงโครงการขยายบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จากเดิม 24 เตียง เพิ่มเป็น 44 เตียง เพื่อลดระยะเวลาการรอคอยของผู้ป่วยโรคไต พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ก่อสร้างสะพานลอยเพิ่มความปลอดภัย

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือการก่อสร้างสะพานลอยบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรที่ต้องข้ามถนน โดยสะพานลอยนี้จะช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการในการเข้าถึงโรงพยาบาล

การก่อสร้างอาคารสนับสนุนขนาด 5,000 ตารางเมตร

เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊คได้วางแผนการก่อสร้างอาคารสนับสนุนขนาด 5,000 ตารางเมตร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและการดูแลผู้ป่วยในพื้นที่นครเชียงราย

ความร่วมมือที่ดีระหว่างเทศบาลและโรงพยาบาล

นายแพทย์ณัฐชัย เครือจักร ได้กล่าวขอบคุณเทศบาลนครเชียงรายที่ให้ความสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ของโรงพยาบาลด้วยดีเสมอมา พร้อมอวยพรให้คณะผู้บริหารเทศบาลมีสุขภาพแข็งแรงในโอกาสวันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่

เทศบาลพร้อมสนับสนุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ย้ำว่าเทศบาลพร้อมสนับสนุนทุกโครงการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการแพทย์ที่เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับชุมชน

ความสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้

การร่วมมือระหว่างเทศบาลนครเชียงรายและโรงพยาบาลโอเวอร์บรุ๊คสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ก้าวหน้า พร้อมสร้างความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในทุกมิติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

Chiangrai Good & Food Security สร้างความมั่นคงอาหารชุมชน

เชียงรายจัดกิจกรรม “Chiangrai Good & Food Security” ต้นแบบความมั่นคงทางอาหารตามแนวพระราชดำริ

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย (พช.เชียงราย) ร่วมกับ แม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย และ แม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรม “Chiangrai Good & Food Security” เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ในงานครั้งนี้ นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางสินีนาฏ ทองสุข นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย ได้นำคณะหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย 7 หน่วยงานร่วมจัดกิจกรรม โดยเน้นการสร้างต้นแบบที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางอาหารในชุมชน

น้อมนำแนวพระราชดำริสู่การปฏิบัติจริง

กิจกรรมในครั้งนี้ได้แสดงถึงการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า สู่การปฏิบัติจริงผ่านโครงการ “KICK OFF ผู้นำต้องทำก่อน” โดยเริ่มต้นจากการปลูกผักสวนครัว ผักพื้นถิ่น พืชสมุนไพร และไม้ผลอย่างน้อย 30 ชนิด เพื่อต่อยอดเป็นต้นแบบให้ประชาชนในจังหวัดเชียงรายได้เรียนรู้และนำไปใช้ในครัวเรือน

เป้าหมายเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพึ่งพาตนเอง

กิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และสถานการณ์โรคระบาด ตลอดจนส่งเสริมความรักและความสามัคคีในชุมชน

นอกจากนี้ การดำเนินการยังสอดคล้องกับกรอบแนวคิด “ปรับเปลี่ยนดี ชีวีมีสุข (Change for 5G)” ของกระทรวงมหาดไทย ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2563 โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน ยุติความหิวโหย และสร้างชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการและประชาชนในจังหวัดเชียงราย โดยมีการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการพึ่งพาตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

เยี่ยมชมโครงการตำรวจพันธุ์ดี และมอบเมล็ดพันธุ์

ภายหลังจากกิจกรรม ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด คณะผู้จัดงานได้เดินทางไปยัง โครงการตำรวจพันธุ์ดี สนามยิงปืน นปพ. บ้านหัวดอย ตำบลท่าสาย อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อมอบเมล็ดพันธุ์และกล้าผัก พร้อมร่วมปลูกผักสวนครัวในพื้นที่

กิจกรรมดังกล่าวได้รับการนำทีมโดย แพทย์หญิงทรงพร เสนากูล ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

จุดเริ่มต้นของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

กิจกรรม “Chiangrai Good & Food Security” ครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการบูรณาการความร่วมมือในระดับจังหวัด โดยไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหาร แต่ยังส่งเสริมความสามัคคีในชุมชน และช่วยให้ประชาชนในเชียงรายเห็นถึงคุณค่าของการพึ่งพาตนเองและการดูแลสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลสำคัญของกิจกรรม

  • เป้าหมาย: ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารและการพึ่งพาตนเอง
  • พื้นที่ดำเนินการ: จังหวัดเชียงราย
  • แนวทางการปฏิบัติ: การปลูกผักสวนครัว ผักพื้นถิ่น พืชสมุนไพร และไม้ผล

กิจกรรมนี้สะท้อนถึงพระราชดำริในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และสร้างความพร้อมสำหรับอนาคตอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รมช.กลาโหมเปิดอาคารเรียนใหม่ พร้อมพัฒนาทหารกองประจำการ

รมช.กลาโหมวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนอนุบาลและเปิดโครงการพัฒนาทหารกองประจำการที่เชียงราย

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนระดับชั้นอนุบาล โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์บริบูรณ์ธนวัฒน์ (รร.ทบอ.บ.ว.) ณ มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ในพิธีครั้งนี้มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมงาน ได้แก่ นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, พลตรีบุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ที่ให้การสนับสนุน

เปิดกิจกรรม Kick-off ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทหารกองประจำการ

หลังจากพิธีวางศิลาฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมได้เดินทางไปเปิดกิจกรรม Kick-off การประสานความร่วมมือในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิชาการและการอบรมวิชาชีพ สำหรับทหารกองประจำการของมณฑลทหารบกที่ 37

โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของทหารกองประจำการ ให้สามารถต่อยอดโอกาสการศึกษาและวิชาชีพได้ในอนาคต โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ขั้นตอนหลัก

  1. ขั้นที่ 1: การศึกษาขั้นพื้นฐาน
    ทหารที่ยังไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานจะเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้จากสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ครบ 100%

  2. ขั้นที่ 2: การพัฒนาทักษะวิชาชีพและการศึกษาเพิ่มเติม
    ทหารที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานจะถูกจัดกลุ่มตามความสนใจและความถนัด เพื่อพัฒนาศักยภาพในสายสามัญและสายอาชีพ เช่น

    • การเรียนภาษา (จีน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส)
    • การเตรียมความพร้อมสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก (นนส.) และนักเรียนนายร้อย (นตท.)
    • การเรียนสายอาชีพที่เชื่อมโยงกับการฝึกอบรมวิชาชีพจนได้รับประกาศนียบัตร

เครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษา 6 สถาบัน

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 มณฑลทหารบกที่ 37 ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางการศึกษากับสถานศึกษา 6 แห่ง โดยเน้นการออกแบบ 9 ฐานการเรียนรู้ เพื่อสร้างโอกาสในการศึกษาและวิชาชีพที่สอดคล้องกับความสนใจของผู้เรียน ฐานการเรียนรู้เหล่านี้จะช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ด้วยระบบสะสมหน่วยกิต (Credit Bank)

ทหารที่จบหลักสูตรแต่ละฐานการเรียนรู้จะได้รับใบประกาศนียบัตร เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสมัครงานหรือศึกษาต่อในสายอาชีพ

เป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

โครงการนี้มีบทบาทสำคัญในการลดช่องว่างทางการศึกษาและสร้างโอกาสใหม่ให้กับทหารกองประจำการ โดยเน้นการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และส่งเสริมศักยภาพให้สามารถแข่งขันในระดับสากล

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ ได้กล่าวในพิธีว่า “การลงทุนในด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะของทหารกองประจำการ ถือเป็นการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับบุคลากรในกองทัพและสังคมโดยรวม”

บทบาทสำคัญของโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์บริบูรณ์ธนวัฒน์

โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์บริบูรณ์ธนวัฒน์ ตั้งอยู่ในพื้นที่มณฑลทหารบกที่ 37 เป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่เชียงราย โดยการสร้างอาคารเรียนอนุบาลในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในระดับปฐมวัย และเสริมสร้างรากฐานการเรียนรู้ให้กับเด็กในชุมชน

สรุปผลสำคัญของกิจกรรม

การวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนอนุบาลและการเปิดตัวกิจกรรม Kick-off ในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพไทยในการพัฒนาศักยภาพของทหารกองประจำการและเยาวชนในพื้นที่ พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางการศึกษาที่ก้าวล้ำ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับคนไทยทุกกลุ่ม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“จำไฮบ้านเหล่าเกมส์ 2024” รวมพลังเยาวชน เชื่อมสัมพันธ์ชุมชนผ่านกีฬา

งานแข่งขันกีฬากรีฑานักเรียน “จำไฮบ้านเหล่าเกมส์ 2024” ส่งเสริมเยาวชนใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน “จำไฮบ้านเหล่าเกมส์ 2024” การแข่งขันกีฬากรีฑานักเรียนศูนย์เครือข่ายการศึกษา ตำบลปล้องหนองแรด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 4 โดยมีบุคคลสำคัญร่วมในพิธี ได้แก่ นางอัญญลักษณ์ กายาไชย เลขานุการนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายชัยสิทธิ์ ชัยเนตร เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายบุญตัน เสนคำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง เขต 1

งานนี้จัดขึ้น ณ สนามกีฬาโรงเรียนจำไฮบ้านเหล่า ตำบลปล้อง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โดยได้รับการสนับสนุนและต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายประทีป ชาสมบัติ ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาศูนย์เครือข่ายการศึกษา ตำบลปล้องหนองแรด พร้อมด้วยผู้นำท้องที่และท้องถิ่น

ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านกีฬา

การแข่งขันกีฬากรีฑานักเรียนครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถ ความถนัด และความสนใจในด้านกีฬา พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดน้ำใจนักกีฬา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และห่างไกลจากยาเสพติด สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

การจัดกิจกรรมดังกล่าวยังมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้แบบบูรณาการผ่านการเล่นกีฬา เสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ และเตรียมเยาวชนให้พร้อมสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข

นักกีฬา 419 คนจาก 7 โรงเรียนร่วมแข่งขัน

การแข่งขันในปีนี้มีนักกีฬาเข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 419 คน จาก 7 โรงเรียนในพื้นที่ ได้แก่

  1. โรงเรียนหนองแรดวิทยา
  2. โรงเรียนบ้านม่อนป่ายาง
  3. โรงเรียนบ้านปล้องตลาด
  4. โรงเรียนบ้านปล้องใต้
  5. โรงเรียนบ้านปล้องส้าน
  6. โรงเรียนบ้านดอนดินแดง
  7. โรงเรียนจำไฮบ้านเหล่า

กิจกรรมประกอบด้วยการแข่งขันกีฬาสากล 6 ชนิด ได้แก่

  • ฟุตบอล
  • วอลเลย์บอล
  • เซปักตะกร้อ
  • เทเบิลเทนนิส
  • แฮนด์บอล
  • เปตอง

นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกรีฑาประเภทลู่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากนักกีฬาและผู้ชม

จัดงานระหว่างวันที่ 17-20 ธันวาคม 2567

การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 ธันวาคม 2567 ณ สนามกีฬาโรงเรียนจำไฮบ้านเหล่า โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสนุกสนานและส่งเสริมสุขภาพของเยาวชน แต่ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนและสถานศึกษาในพื้นที่

งานแข่งขันกีฬาครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งนักกีฬา ผู้ปกครอง และชุมชนที่เข้ามาร่วมเชียร์และให้กำลังใจ สะท้อนถึงความสำเร็จของกิจกรรมที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเยาวชนและชุมชนโดยรวม

นายก อบจ.เชียงราย เน้นย้ำความสำคัญของการกีฬา

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย กล่าวในพิธีเปิดว่า การแข่งขันกีฬานับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สามารถพัฒนาเยาวชนในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนความอดทน การทำงานเป็นทีม และการเรียนรู้ที่จะเคารพกติกา

“การที่เยาวชนมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมกีฬานั้น ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย แต่ยังช่วยเสริมสร้างจิตใจให้เข้มแข็ง มีระเบียบวินัย และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความพยายามในการพัฒนาตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้พวกเขากลายเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต” นางอทิตาธรกล่าว

สร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาเยาวชนอย่างยั่งยืน

งานนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและสถานศึกษา ในการส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนผ่านกิจกรรมกีฬา โดยหวังว่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในพื้นที่อื่น ๆ ได้เดินตามแนวทางนี้

การแข่งขันกีฬากรีฑานักเรียน “จำไฮบ้านเหล่าเกมส์ 2024” นอกจากจะสร้างความสนุกสนานแล้ว ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชน ครอบครัว และชุมชนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเปิดตลาดผักปลอดสาร ทหารพันธุ์ดีทุกวันศุกร์

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาเชียงรายเปิดพื้นที่จำหน่ายผักปลอดสาร “โครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37” ทุกวันศุกร์

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาเชียงราย ร่วมมือกับ โครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 37 (มทบ.37) เปิดพื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรในทุกวันศุกร์ โดยเน้นผลิตผลทางการเกษตรที่ปลอดสารพิษและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากภาคีเครือข่ายชุมชนสันมะแฟน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

การจำหน่ายสินค้าดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายหลังประสบปัญหาอุทกภัย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และสร้างโอกาสในการเข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาย่อมเยา โดยมีผักปลอดสารพิษและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันจาก โครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37 เช่น ผักกาดขาว ผักบุ้ง คะน้า ฟักทอง และไข่ไก่ รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากภาคีเครือข่ายชุมชน เช่น น้ำพริกและข้าวอินทรีย์ ซึ่งเป็นที่สนใจและได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนที่มาใช้บริการ

วัตถุประสงค์ของโครงการ

ดร.ชูวิทย์ มิตรชอบ รองผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) กล่าวว่า โครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37 นั้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และส่งเสริมการผลิตพืชผักปลอดสารพิษเพื่อให้ประชาชนได้บริโภคผักที่มีคุณภาพปลอดภัย ในราคาประหยัด อีกทั้งยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจของประชาชนหลังผ่านวิกฤตอุทกภัย และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนและกำลังพลภายในโครงการ

โครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37 ได้นำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการเกษตรแบบยั่งยืนมาใช้กับการปลูกผัก โดยเน้นวิถีเกษตรอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมีในการผลิต พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายในพื้นที่ใกล้เคียงได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจำหน่ายสินค้า ทำให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างชุมชน

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาเชียงรายให้การสนับสนุนพื้นที่

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาเชียงรายได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโครงการดังกล่าว จึงได้เปิดพื้นที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าเพื่อให้โครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37 และเครือข่ายชุมชน ได้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นมาตรการความปลอดภัยและความสะอาดอย่างเข้มงวด ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. การคัดกรองอย่างเคร่งครัด ก่อนการเข้าซื้อสินค้า
  2. การเว้นระยะห่างระหว่างพื้นที่จำหน่ายสินค้า เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างปลอดภัย
  3. การดูแลจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาซื้อสินค้า

นอกจากนี้ โครงการทหารพันธุ์ดี ยังได้มีการนำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานปลอดสารพิษมาจัดจำหน่ายในราคาประหยัด เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ต้องการสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัด

ประชาชนตอบรับดีเยี่ยม ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

ประชาชนที่มาเลือกซื้อสินค้าต่างแสดงความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสินค้าทางการเกษตรจากโครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37 มีความสด สะอาด ปลอดภัย และราคาถูกกว่าท้องตลาด นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนโครงการที่มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือสังคมและชุมชนอย่างแท้จริง

คุณนงลักษณ์ ชาวเชียงราย ผู้มาซื้อสินค้า กล่าวว่า “การมีตลาดแบบนี้ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะผักที่ขายสดและปลอดภัย สามารถซื้อในราคาย่อมเยาได้ทุกสัปดาห์ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้จริง ๆ”

ความสำคัญของโครงการทหารพันธุ์ดี

โครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37 ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารและลดค่าใช้จ่ายของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นโครงการที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพสูง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและเครือข่ายชุมชน พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดความตระหนักถึงการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย

ด้วยความร่วมมือระหว่างศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาเชียงราย และโครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37 ทำให้เกิดความยั่งยืนในการดำเนินงาน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สรุปกิจกรรมจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถมาเลือกซื้อผักปลอดสารพิษและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากโครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37 ได้ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาเชียงราย ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าจะถูกนำกลับไปพัฒนาโครงการและสนับสนุนภาคีเครือข่ายชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

“โครงการทหารพันธุ์ดี มทบ.37” จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง”

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเปิดโครงการสานสัมพันธ์ ต้านยาเสพติด คืนคนดีสู่สังคม

โครงการ “สานสัมพันธ์ น้อง-พี่ เสริมพลังต้านยาเสพติด” คืนคนดีสู่สังคม เชียงราย

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 เวลา 13.30 น. สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงราย จัดโครงการ “สานสัมพันธ์ น้อง-พี่ เสริมพลังต้านยาเสพติด ให้โอกาสผู้กระทำผิด คืนคนดีสู่สังคม” รุ่นที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ รังสินี รีสอร์ท ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมี นายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการ, อาสาสมัครคุมประพฤติ, เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม, คณะวิทยากร และผู้ถูกคุมประพฤติในกลุ่มเสี่ยงปานกลาง จำนวน 40 คน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

การจัดโครงการครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ที่ให้ความสำคัญกับการ “ยกระดับระบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด” โดยมุ่งเน้นให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดในคดียาเสพติด ให้สามารถปรับปรุงพฤติกรรมและกลับมาใช้ชีวิตเป็นคนดีในสังคม สร้างคุณประโยชน์แก่ครอบครัวและชุมชน ตามแนวคิด “เปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง”

ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติได้น้อมนำแนวทางจาก “โครงการกำลังใจ” ในพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มาประยุกต์ใช้ในการฟื้นฟูและเสริมสร้างกำลังใจให้กับผู้ถูกคุมความประพฤติ โดยเฉพาะในคดียาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในหลายมิติ

ดอยฮาง Model: โมเดลสร้างสมดุลชีวิตกับสังคม

ภายในโครงการครั้งนี้ ได้นำกรอบแนวคิดจากศูนย์การเรียนรู้ดอยฮาง หรือ ดอยฮาง Model” มาปรับใช้ โดยเน้นกระบวนการฟื้นฟู 3 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่:

  1. การปรับทุกข์-ผูกมิตร
    เป็นขั้นตอนแรกที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ภายในกลุ่มผู้เข้าอบรม เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน รวมถึงสะท้อนความรู้สึกและความคิดของตนเอง
  2. การถอดรื้อ-สร้างใหม่
    ขั้นตอนนี้มุ่งเน้นการหาสาเหตุที่นำไปสู่การใช้ยาเสพติด สร้างความเข้าใจในปัญหา พร้อมทั้งเสริมสร้างแรงจูงใจ และพลังใจให้กับผู้เข้าร่วมอบรม เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น
  3. การดูแลต่อเนื่อง
    เป็นการสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เช่น ครอบครัว ชุมชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยดูแลผู้ผ่านการอบรมให้มีความเข้มแข็งทางใจ ลดโอกาสการกลับไปใช้สารเสพติดซ้ำ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

ความสำคัญของโครงการ

นายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า โครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างโอกาสให้ผู้กระทำผิดได้เรียนรู้ และปรับปรุงตนเอง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ถูกคุมความประพฤติกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคมว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างจริงจัง และมีทิศทางที่ชัดเจน

ทางด้าน นายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและปัญหาสังคมในวงกว้าง ผู้ป่วยหรือผู้ถูกคุมความประพฤติหลายราย มักพบกับอุปสรรคในการใช้ชีวิตหลังพ้นโทษ การให้โอกาสและสร้างกำลังใจผ่านโครงการดังกล่าว จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นและต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ผลที่คาดหวังจากโครงการ

โครงการนี้คาดหวังว่าผู้เข้าอบรมทั้ง 40 คน จะได้รับแรงบันดาลใจ และมีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้น ผ่านการเรียนรู้จากกระบวนการอบรมที่สร้างสมดุลระหว่างชีวิตและสังคม พร้อมทั้งได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากครอบครัว ชุมชน และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นคณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และจิตอาสา จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกระบวนการฟื้นฟูผู้กระทำผิด และส่งเสริมให้เกิดการยอมรับจากครอบครัวและชุมชน

การจัดโครงการในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และเป็นแบบอย่างในการฟื้นฟูผู้กระทำผิดที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

บทสรุป

การจัดโครงการ สานสัมพันธ์ น้อง-พี่ เสริมพลังต้านยาเสพติด” ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการให้โอกาสและฟื้นฟูผู้กระทำผิดในคดียาเสพติด ให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติสุข สร้างประโยชน์ให้แก่ตนเอง ครอบครัว และชุมชน พร้อมทั้งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และสร้างสังคมที่สงบสุขในอนาคต

การดำเนินโครงการในครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน แสดงถึงความร่วมมืออย่างจริงจังของจังหวัดเชียงราย ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และสร้างความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเปิดศูนย์รังสีร่วมรักษา ยกระดับการรักษาโรคหลอดเลือด

ศูนย์รังสีร่วมรักษาเชียงราย เปิดให้บริการ พร้อมเครื่องมือแพทย์ดิจิตอลทันสมัย

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ที่ห้องประชุมเสม พริ้งพวงแก้ว โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 พร้อมด้วย นายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย และแพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมกันเปิด “ศูนย์รังสีร่วมรักษา” โดยมี นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงพระราชวชิรคณี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย คณะสงฆ์ และภาคเอกชน เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

การเปิดศูนย์ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตันระยะเฉียบพลัน ด้วยการใส่สายสวนหลอดเลือดเพื่อดูดลากลิ่มเลือด ซึ่งถือเป็นวิธีการรักษาที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้กองทุนบริจาคจัดซื้อ เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบดิจิตอล (Biplane Digital Subtraction Angiography) พร้อมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน เพื่อยกระดับการรักษาและลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

ที่มาของการระดมทุน

นายแพทย์วัชรพงษ์ คำหล้า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความพิการและอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหา เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบดิจิตอล ซึ่งมีราคาสูงถึง 40 ล้านบาท แต่เนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์ในการจัดซื้อ ทางชมรมผู้เกษียณอายุราชการ โรงพยาบาลศูนย์เชียงราย ได้ร่วมกับคณะสงฆ์ในพื้นที่ เพื่อระดมทุนจากประชาชนทั่วจังหวัดเชียงรายในโครงการ “กองทุนผ้าป่าเพื่อคนเชียงราย”

โครงการดังกล่าวริเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 จนถึงวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 ภายใต้การสนับสนุนของนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ณ ขณะนั้น พร้อมความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวเชียงราย จนสามารถระดมทุนได้ทั้งสิ้น 55,918,639 บาท ซึ่งนับเป็นการแสดงพลังความสามัคคีของชาวเชียงราย เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

ความสำคัญของศูนย์รังสีร่วมรักษา

เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบดิจิตอลนี้ มีความสามารถพิเศษในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน ด้วยเทคโนโลยีที่แม่นยำสูง ช่วยลดระยะเวลาในการรักษา และเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของผู้ป่วย โดยเฉพาะในกรณีเร่งด่วน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ตรวจวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจและอวัยวะอื่น ๆ ได้อีกด้วย

แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดศูนย์รังสีร่วมรักษาในครั้งนี้ นอกจากการรักษาโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ยังช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลใหญ่ และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ให้กับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

การจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบดิจิตอลครั้งนี้ เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ คณะสงฆ์ ประชาชน และภาคเอกชน ในการสนับสนุนงบประมาณ ผ่านกิจกรรมการกุศลต่าง ๆ จนสามารถดำเนินการจัดซื้อได้สำเร็จตามเป้าหมาย

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวในพิธีเปิดว่า การเปิดศูนย์รังสีร่วมรักษาและการจัดหาเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบดิจิตอลในครั้งนี้ เป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวเชียงราย และรองรับการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

พิธีเปิดและการสาธิตการใช้งาน

ในวันเปิดศูนย์รังสีร่วมรักษา ได้มีการสาธิตการใช้งานเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบดิจิตอล โดยทีมแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในคุณภาพและประสิทธิภาพของการรักษา ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

บทสรุปของความสำเร็จ

ศูนย์รังสีร่วมรักษา โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ถือเป็นศูนย์กลางในการรักษาโรคหลอดเลือดสมองที่ทันสมัยแห่งหนึ่งในภาคเหนือ ด้วยการสนับสนุนจากกองทุนผ้าป่าเพื่อคนเชียงราย และความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ช่วยให้ประชาชนชาวเชียงรายสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ ลดการเดินทางไปโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และสร้างความมั่นใจในการรักษาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

การเปิดศูนย์แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของคนเชียงราย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน และการยกระดับบริการสาธารณสุขให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากลต่อไป

“ศูนย์รังสีร่วมรักษา เชียงราย พร้อมให้บริการ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อคนเชียงราย”

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงรายเปิดระบบ Telemedicine ลดเวลาเดินทาง เข้าถึงหมอทุกพื้นที่

อบจ.เชียงรายเปิดตัว Telemedicine ลดเวลาการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่ายผู้ป่วยในชนบท

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมธรรมรับอรุณ ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเพื่อยกระดับบริการสาธารณสุขในพื้นที่ชนบท โดยมีตัวแทนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย (สสจ.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

เป้าหมายหลักของ Telemedicine

ระบบแพทย์ทางไกลนี้จะช่วยลดการเดินทางของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่สูง โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทและผู้ป่วยที่เดินทางลำบาก เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ระบบนี้มีการติดตั้งเครื่องตรวจร่างกายปฐมภูมิแบบดิจิทัลในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จำนวน 75 แห่ง ซึ่งสามารถตรวจวัดอาการเบื้องต้นและเชื่อมต่อกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาลกลางผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

สาธิตการใช้งานจริง

ในงานเปิดตัวได้มีการสาธิตการใช้งานเครื่องตรวจร่างกายปฐมภูมิแบบดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยมีการตรวจผู้ป่วยชายอายุ 59 ปี ซึ่งเพิ่งผ่านการผ่าตัดมะเร็งตับอ่อนเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา การสาธิตครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อมารับการรักษา แต่สามารถใช้บริการตรวจรักษาและรับคำปรึกษาจากแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine ที่ รพ.สต. ใกล้บ้านได้

คุณสมบัติของเครื่องตรวจ Telemedicine

นางอทิตาธร อธิบายว่าเครื่องนี้สามารถตรวจวัดได้ทั้งการเต้นของหัวใจ การตรวจช่องอก หู และตา พร้อมส่งข้อมูลมายังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางของผู้ป่วย บริการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย “โฮงยาใกล้บ้าน อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ”

การพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ในอนาคต

นายก อบจ.เชียงราย ระบุว่าหากการทดลองใช้ในระยะแรกสำเร็จและได้รับการตอบรับดี อบจ.เชียงรายอาจพิจารณาขยายโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น พร้อมทั้งมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และ อสม. ในพื้นที่เพื่อให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่นและทั่วถึง

Telemedicine กับการพัฒนาระบบสุขภาพในระดับโลก

การใช้บริการแพทย์ทางไกล หรือ Telemedicine ได้รับความนิยมในหลายประเทศ โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโควิด-19 เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับบริการสุขภาพผ่านการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ลดข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า Telemedicine เป็นหนึ่งในวิธีการที่หลายประเทศนำมาใช้เพื่อให้บริการสาธารณสุขในช่วงที่เกิดการระบาดครั้งใหญ่

ข้อดีของ Telemedicine

  • ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ลดความแออัดในโรงพยาบาล
  • เพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกล
  • สนับสนุนการดูแลผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการเดินทาง

ความสำคัญต่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
ระบบ Telemedicine ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล ให้สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

สรุป

โครงการ Telemedicine ที่ริเริ่มโดย อบจ.เชียงราย เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชนบท ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพและสนับสนุนการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่เท่าเทียม นับเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดเชียงรายในการนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย / เชียงรายทูเดย์ แม็กกาซีนข่าว

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายยกระดับจัดการน้ำท่วม แก้ปัญหาด้วย PDOSS

เสียงสะท้อนจากท้องถิ่น สู่แนวทางจัดการน้ำท่วมแม่สาย

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับการจัดการปัญหาน้ำท่วมแม่สาย” ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญที่มีการระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในท้องถิ่น โดยมีผู้ดำเนินรายการคือ ผศ. ดร.ปฐวี โชติอนันต์ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ผู้ร่วมเสวนาและหัวข้ออภิปราย

การเสวนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญหลายท่านร่วมเวที ได้แก่

  • นายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย
  • ร.ต.อ.เด่นวุฒิ จันต๊ะขัติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะช้าง
  • ผู้แทนนายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ
  • อ.ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากสำนักงานนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ปัญหาน้ำท่วมและการแก้ไข

นางอทิตาธร เล่าถึงเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงถึง 16 อำเภอจากทั้งหมด 18 อำเภอของจังหวัด เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตรของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่นำมาสู่การวางแผนรับมือในอนาคต

ศูนย์บริหารจัดการสาธารณภัยแบบเบ็ดเสร็จ (Public Disasters One Stop Service: PDOSS) คือแนวคิดที่ถูกพัฒนาขึ้นโดย อบจ.เชียงราย เพื่อจัดการปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อภัยพิบัติในอนาคต วัตถุประสงค์หลักของศูนย์นี้ ได้แก่

  1. การพัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติให้ทันสมัย
  2. การบริหารจัดการโครงข่ายระบบระบายน้ำ
  3. ฐานข้อมูลสาธารณภัยแบบเปิดเพื่อการใช้งานที่สะดวก
  4. ระบบการเยียวยาแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ
  5. ระบบรายงานและรับแจ้งเหตุแบบ Real Time

การประสานความร่วมมือ

นางอทิตาธร ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างแนวทางการป้องกันภัยพิบัติที่ยั่งยืน ทั้งในด้านการเยียวยาและการลดผลกระทบจากเหตุการณ์ในอนาคต

การตอบสนองและความคาดหวัง

เวทีเสวนาครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการเสนอแนะแนวทางปฏิบัติจริงเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่แม่สายได้รับการป้องกันและฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดตั้ง PDOSS ถือเป็นความพยายามที่จะยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในชุมชน ลดความเสียหาย และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

อบจ.เชียงราย พร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิมให้กับแม่สายและจังหวัดเชียงรายโดยรวม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล สร้างสุขพัฒนาชุมชนป่าอ้อดอนชัย

ชาวบ้านตำบลป่าอ้อดอนชัยร่วมทอดผ้าป่าขยะ สร้างรายได้พัฒนาชุมชนและทุนการศึกษา

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2567 ชาวบ้านจาก 21 หมู่บ้านในตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม “ทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล” โดยนำขยะรีไซเคิล เช่น ขวดน้ำพลาสติก กระป๋องอลูมิเนียม กระดาษ และลังเปล่า มาประดับตกแต่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง หรือรถซาเล้ง ให้สวยงาม ก่อนเคลื่อนขบวนกว่า 30 คันไปตามถนนสายต่าง ๆ ในชุมชน

หลังจากการเคลื่อนขบวน ชาวบ้านได้นำขยะรีไซเคิลทั้งหมดไปบริจาคที่ วัดสันมะนะ หมู่ 8 ตำบลป่าอ้อดอนชัย เพื่อร่วมทอดผ้าป่า และนำเงินที่ได้ไปพัฒนาชุมชน สนับสนุนทุนการศึกษา และช่วยเหลือผู้ยากไร้ รวมถึงผู้ป่วยติดเตียง โดยมี พระครูพินิตวิหารการ เจ้าอาวาสวัดสันมะนะ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจาก นายสุรฬ์พลฎ์ ดุรงคชยาอนุรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลป่าอ้อดอนชัย นายสุฐาน อ้ายขอดแก้ว กำนันตำบลป่าอ้อดอนชัย รวมถึงผู้นำท้องถิ่นและประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรม

พระครูพินิตวิหารการ กล่าวว่า โครงการธนาคารขยะของวัดสันมะนะดำเนินการมาแล้วกว่า 6 ปี โดยเชิญชวนชาวบ้านเก็บขยะในชุมชนมาร่วมแลกเป็นสิ่งของ หรือเงินปัจจัย เพื่อกระตุ้นให้เกิดความสามัคคีและสร้างรายได้ให้ชุมชน ขยะที่นำมาแลกจะถูกนำไปรีไซเคิล และรายได้จากกิจกรรมนี้นำไปพัฒนาวัด ชุมชน และสนับสนุนทุนการศึกษา ซึ่งในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนกว่า 100,000 บาท

ในปีนี้ การทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิลได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดย นายมนตรี แก้วสอาด ผู้จัดการแผนก Facility Management พร้อมทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสา ได้ร่วมกิจกรรมทอดผ้าป่าขยะครั้งนี้ด้วย โดยบริจาคเงินสมทบทุนจำนวน 5,000 บาท และขยะรีไซเคิล เช่น ขวดพลาสติกน้ำหนัก 55 กิโลกรัม

รายได้จากการทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิลครั้งนี้ จะถูกแบ่งออกเป็นส่วนต่าง ๆ ได้แก่ สนับสนุน กองทุนหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลป่าอ้อดอนชัย สำหรับออกหน่วยเยี่ยมผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และจัดสรรเป็นทุนการศึกษาให้เยาวชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการศึกษาและความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว

โครงการทอดผ้าป่าขยะรีไซเคิล ครั้งที่ 7 ประจำปี 2567 ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากชาวบ้านและภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้กิจกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะในชุมชน แต่ยังสร้างรายได้และความสามัคคีในชุมชน รวมถึงสร้างจิตสำนึกการรักษาสิ่งแวดล้อม และเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ชุมชนอื่น ๆ ที่สนใจนำไปปรับใช้ต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE