Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเร่งรับมือไฟป่า หมอกควัน PM2.5 สร้าง “เชียงรายฟ้าใส”

เชียงรายเตรียมพร้อมรับมือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 ตั้งแนวทาง “เชียงรายฟ้าใส” 3 ระยะ

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมหารือกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สำหรับปี 2568 โดยมีคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม พร้อมนำเสนอรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และวางแผนการบริหารจัดการปัญหาในปีนี้

แนวทางการขับเคลื่อนมาตรการ “เชียงรายฟ้าใส” จังหวัดเชียงรายได้กำหนดมาตรการสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

  1. ระยะเตรียมความพร้อม
    ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 – 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเน้นการสร้างความตระหนักรู้ในชุมชน การจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยง และการเตรียมชุดปฏิบัติการเผชิญเหตุให้พร้อม
  2. ระยะเผชิญเหตุ
    ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดจากการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวัง การใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) และการจัดการเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพ
  3. ระยะฟื้นฟู
    ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 30 ตุลาคม 2568 โดยมีเป้าหมายฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าและหมอกควัน พร้อมทั้งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

การดำเนินงานใน 3 พื้นที่เป้าหมาย

  • พื้นที่ป่า: จัดตั้งชุดลาดตระเวนและปฏิบัติการดับไฟป่า พร้อมเพิ่มการตรวจจับจุดเผาไหม้
  • พื้นที่เกษตร: ส่งเสริมการทำเกษตรปลอดการเผา และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุเกษตร
  • พื้นที่เมือง: เพิ่มจุดแจกหน้ากากอนามัยและสถานที่ปลอดฝุ่น PM2.5 พร้อมจัดทำศูนย์ข้อมูลและศูนย์ประชาสัมพันธ์ร่วม

การประชาสัมพันธ์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง นายประเสริฐเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อกฎหมาย สิทธิประโยชน์ มาตรการต่าง ๆ ให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจ เพื่อป้องกันการละเมิดข้อกำหนดและสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน

มาตรการเสริมสร้างความร่วมมือ จังหวัดเชียงรายได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ กรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งของการบริหารจัดการปัญหา นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีตรวจจับจุดความร้อนจากภาพถ่ายดาวเทียม และจัดอบรมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน

ผลกระทบและเป้าหมาย ปัญหาไฟป่าและหมอกควันเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ มาตรการ “เชียงรายฟ้าใส” จึงมุ่งหวังลดความรุนแรงของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

บทสรุป จังหวัดเชียงรายมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยการดำเนินงานในปีนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นให้กับพื้นที่จังหวัดเชียงรายและภูมิภาคโดยรอบ.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
SOCIETY & POLITICS

ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย สร้างคุณภาพชีวิตยั่งยืนในโรงเรียนภาคเหนือ

โครงการ “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” โรงเรียนต้นแบบในพื้นที่ภาคเหนือ สร้างคุณภาพชีวิตยั่งยืน

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการ “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” โรงเรียนต้นแบบในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้พระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับการต่อยอดและขยายผลต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารให้กับโรงเรียนในพื้นที่สูงและชุมชนใกล้เคียง รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียนให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนและมีสุขภาพแข็งแรง

จุดเริ่มต้นของโครงการ

ด้วยสภาพพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่สูง ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งอาหารที่เพียงพอสำหรับนักเรียน กองทัพภาคที่ 3 จึงได้รับพระราชดำริให้ดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างแหล่งอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ พร้อมทั้งส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ การเลี้ยงสัตว์ และการประยุกต์ใช้ทรัพยากรในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ในปีงบประมาณ 2567 โครงการครอบคลุมโรงเรียนจำนวน 117 แห่ง และเพิ่มขึ้นอีก 4 แห่งในปีงบประมาณ 2568 รวมเป็น 121 โรงเรียน ได้แก่

  1. โรงเรียนบ้านแม่แสะ ตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
  2. โรงเรียนแม่จะเราวิทยาคม ตำบลแม่จะเรา อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
  3. โรงเรียนโมโกรวิทยาคม ตำบลโมโกร อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก
  4. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 ตำบลแม่นาเติง อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

กระบวนการดำเนินโครงการ

โครงการแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้:

  1. การวางแผนและสำรวจข้อมูล

    • สำรวจข้อมูลและวางแผนการดำเนินงานร่วมกับโรงเรียน
    • จัดทำแผนงานและงบประมาณที่สอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน
  2. การดำเนินการตามแผนงาน

    • ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์โดยใช้พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ และพันธุ์ปลาจากโครงการทหารพันธุ์ดี และศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ
    • บันทึกสถิติและผลการดำเนินงาน
  3. การพัฒนาเพื่อความยั่งยืน

    • ประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ
    • แก้ไขปัญหาและพัฒนาความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จและผลกระทบเชิงบวก

โครงการ “ชุมชนเบิกบาน อาหารปลอดภัย” ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร โรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ โดยมีผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจในหลายด้าน:

  • นักเรียนได้รับสารอาหารครบถ้วน ส่งผลต่อการพัฒนาสุขภาพร่างกายและจิตใจ
  • ชุมชนรอบโรงเรียนได้แหล่งเรียนรู้ด้านการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ปลอดภัย
  • เพิ่มความมั่นคงทางอาหารในระดับท้องถิ่น
  • สร้างความยั่งยืนในสังคมตามพระราชดำริ

เป้าหมายในอนาคต

โครงการมุ่งเน้นการขยายผลและสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ โดยตั้งเป้าหมายให้ชุมชนและโรงเรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

โครงการนี้ไม่เพียงสร้างความมั่นคงทางอาหาร แต่ยังสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณและความใส่พระทัยในคุณภาพชีวิตของเด็กและชุมชนไทยบนพื้นที่สูง เพื่ออนาคตที่ดีและยั่งยืนของสังคมไทย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

จิตอาสาเชียงราย รำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

กิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เชียงราย รำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันปราบดาภิเษก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วันที่ 28 ธันวาคม 2567

ภายในงานมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ประชาชน และจิตอาสาทุกภาคส่วนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ทุกคนร่วมแรงร่วมใจบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เช่น การพัฒนาภูมิทัศน์ เก็บกวาดเศษขยะและวัชพืช รวมถึงล้างดินโคลนในบริเวณลานกิจกรรมและพื้นที่โดยรอบศาลากลางจังหวัด เพื่อฟื้นฟูพื้นที่หลังได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยที่ผ่านมา

ความสำคัญของวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้ทรงเป็นมหาราชผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทย พระองค์ทรงทำสงครามเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยและได้รับชัยชนะทุกครั้ง นอกจากพระราชกรณียกิจด้านการเมืองและการศึกสงครามแล้ว พระองค์ยังทรงฟื้นฟูเศรษฐกิจ การคมนาคม การศึกษา และบูรณปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่าง ๆ ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พระองค์ยังมีพระปรีชาสามารถในด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น การนิพนธ์บทละครและการรวบรวมพระไตรปิฎก

วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปีจึงเป็นวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อันเป็นวันที่พระองค์ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์และมีพระราชสมัญญานามว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ความสำคัญของโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

โครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความจงรักภักดีและความสามัคคีของคนในชาติ กิจกรรมในวันนี้ไม่เพียงช่วยฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย แต่ยังส่งเสริมจิตสำนึกในความสำคัญของการทำความดีและการตอบแทนคุณแผ่นดิน

ประชาชนและจิตอาสาที่เข้าร่วมต่างแสดงความภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสืบสานปณิธานของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อความสุขของปวงชนชาวไทย

การจัดกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือร่วมใจระหว่างภาครัฐและประชาชน ที่พร้อมเดินหน้าสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเป็นสุขอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายจัดกิจกรรมลดอุบัติเหตุปีใหม่ 2568 สร้างเมืองปลอดภัย

จังหวัดเชียงรายจัดกิจกรรมวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติและเปิดศูนย์ปฏิบัติการลดอุบัติเหตุปีใหม่ 2568

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงรายได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2567 และพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ชมรมเหยื่อเมาและขับ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

รำลึกภัยสึนามิ-วันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ

กิจกรรมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรำลึกถึงภัยพิบัติรุนแรงเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่เกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิในประเทศไทย ซึ่งสร้างความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันที่ 26 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์

เปิดศูนย์ปฏิบัติการและรณรงค์ลดอุบัติเหตุปีใหม่ 2568

ในการนี้ จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ซึ่งจะดำเนินการระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2568 ภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงสามปีย้อนหลัง

ภายในงาน นายประเสริฐได้อ่านสารจากนายกรัฐมนตรีเนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ พร้อมรับมอบสิ่งของและอุปกรณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการทำงานของศูนย์ปฏิบัติการ

ปล่อยขบวนรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย

หนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของงานคือการปล่อยขบวนรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” โดยหน่วยงานทุกภาคส่วนเข้าร่วมเดินรณรงค์ไปตามเส้นทางในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน

เป้าหมายและความพร้อมรับมืออุบัติภัย

จังหวัดเชียงรายเน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนในการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ด้วยมาตรการสำคัญ ได้แก่ การตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะและผู้ขับขี่ การตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์และการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ ยังมีการให้ความรู้เรื่องการป้องกันสาธารณภัยและการดูแลสุขภาพในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในการเดินทาง

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

กิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดเชียงรายในการลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล โดยเน้นการสร้างความตื่นตัวและการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เพื่อให้เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ปลอดภัย และปราศจากอุบัติเหตุที่ไม่พึงประสงค์

จังหวัดเชียงรายเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะสามารถลดจำนวนอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงราย Kick Off ป้องกันไฟป่า หมอกควัน PM2.5 พร้อมทุกภาคส่วน

เชียงรายจัดกิจกรรม Kick Off รณรงค์แก้ปัญหาไฟป่าและ PM2.5 ทั่วจังหวัด

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 จังหวัดเชียงรายได้จัดกิจกรรม Kick Off ปล่อยขบวนรณรงค์การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ และเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

กิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้นพร้อมกันในทุกอำเภอของจังหวัด รวมทั้ง 17 อำเภอที่ได้จัดกิจกรรม Kick Off ปล่อยขบวนรณรงค์ในลักษณะเดียวกัน เพื่อให้การรณรงค์และแก้ไขปัญหาไฟป่าและ PM2.5 เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ปัญหาไฟป่าและ PM2.5 ในพื้นที่เชียงราย

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงานถึงสถานการณ์ว่า ในช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายนของทุกปี ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมพื้นที่ตอนบนของประเทศไทย ส่งผลให้อากาศในพื้นที่มีการยกตัวช้าและเคลื่อนตัวไม่ถ่ายเท ประกอบกับกิจกรรมการเผาในที่โล่งของประชาชน เช่น การเผาขยะ การเผาเศษวัสดุทางการเกษตร และการเผาป่าเพื่อหาของป่าหรือล่าสัตว์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันปกคลุมพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างรุนแรง

นโยบายเร่งด่วนปี 2568 ของจังหวัดเชียงราย

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายได้กำหนดให้ปัญหา ฝุ่นละออง PM2.5 เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2568 โดยการแก้ปัญหานี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ภาคเอกชน และประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมกันรณรงค์และป้องกันไฟป่า หมอกควัน และ PM2.5 พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว

บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ได้แก่

  • กระทรวงกลาโหม
  • กระทรวงมหาดไทย
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • กระทรวงสาธารณสุข
  • กระทรวงคมนาคม
    รวมถึงอาสาสมัครและมูลนิธิกู้ชีพกู้ภัย

ทั้งนี้ การประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย และวัดห้วยปลากั้ง ยังสนับสนุนน้ำดื่มสำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

เป้าหมายของการรณรงค์

การจัดกิจกรรม Kick Off ครั้งนี้ถือเป็น D-Day สำคัญที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและ PM2.5 เพื่อลดความรุนแรงของภัยดังกล่าวและช่วยฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เชียงรายให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สะอาดและปลอดภัย

การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดเชียงรายในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและเพิ่มความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เสริมศักยภาพเกษตรกรเชียงราย

พิธีเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ จ.เชียงราย ส่งเสริมเกษตรกรอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2568 ณ พุทธมณฑล 750 ปี ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย

โครงการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และจังหวัดเชียงราย มีเป้าหมายในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่แก้ไขปัญหาด้านการเกษตรอย่างครบวงจร พร้อมส่งเสริมความยั่งยืนในภาคการเกษตร โดยมีการบูรณาการหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ หน่วยงานวิชาการ หน่วยงานส่งเสริมการเกษตร และส่วนราชการต่าง ๆ

กิจกรรมสำคัญในโครงการ

ในงานนี้ มีการให้บริการด้านการเกษตรหลากหลาย เช่น

  • การวิเคราะห์ดิน: ตรวจสอบสภาพดินเพื่อวางแผนการเพาะปลูก
  • การวินิจฉัยโรคพืชและโรคสัตว์: เพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรค
  • แจกจ่ายวัสดุเกษตร: เช่น เมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัว ปุ๋ยชีวภาพ และพันธุ์ปลาน้ำจืด
  • การถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร: เช่น การฝึกอบรมการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดบูธให้คำปรึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ และกิจกรรมฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของเกษตรกร

ความสำคัญของอำเภอแม่ลาวในภาคการเกษตร

อำเภอแม่ลาวประกอบด้วย 5 ตำบล 63 หมู่บ้าน มีครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรจำนวน 4,630 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรรวม 40,644 ไร่ พืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ลำไย และยางพารา ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเกษตรกร

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังเผชิญปัญหาคุณภาพการผลิตและการตลาด โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่จึงเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

เป้าหมายของโครงการ

  • ลดต้นทุนการผลิต
  • เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • ยกระดับการตลาดของสินค้าเกษตร
  • ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการเกษตรให้แก่เกษตรกร

นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการรวมพลังความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อช่วยเกษตรกรได้อย่างครอบคลุม

นายรุ่งโรจน์ ตันวุฒิ นายอำเภอแม่ลาว กล่าวเสริมว่า การจัดกิจกรรมในรูปแบบคลินิกเคลื่อนที่นี้ช่วยให้เกษตรกรได้รับบริการใกล้บ้าน ลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงเทคโนโลยี

ประโยชน์ของโครงการต่อเกษตรกร

เกษตรกรได้รับบริการที่หลากหลาย ทั้งการวิเคราะห์ดิน การแก้ไขปัญหาโรคพืชและโรคสัตว์ การเพิ่มความรู้และทักษะใหม่ ๆ รวมถึงการรับวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเกษตร

โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่นี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีปัญหาด้านการเกษตร ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในระยะยาว

การดำเนินโครงการเช่นนี้ ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาด้านการเกษตร แต่ยังสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานรัฐและเกษตรกร เสริมสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับภาคเกษตรกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ฟื้นฟูลำน้ำกรณ์-หนองแสนตอ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเชียงรายยั่งยืน

เทศบาลนครเชียงรายเดินหน้าโครงการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานสีฟ้าและสีเขียว ลำน้ำกรณ์ หนองแสนตอ

เชียงราย – เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นำทีมดำเนินโครงการฟื้นฟู “โครงสร้างพื้นฐานสีฟ้าและสีเขียว ลำน้ำกรณ์ บริเวณหนองแสนตอ” ในเขตเทศบาลนครเชียงราย โดยมีเป้าหมายพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืน พร้อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต สร้างงาน และเพิ่มรายได้ให้กับคนรุ่นใหม่ รวมถึงส่งเสริมการจัดการน้ำและเพิ่มพื้นที่สีเขียวที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาลำน้ำกรณ์ หนองแสนตอ: จุดมุ่งหมายเพื่อความยั่งยืน

โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) โดยมีผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเข้าร่วม เช่น

  • นายภัคเกษม ธงชัย เจ้าหน้าที่แผนงานด้านน้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ
  • ดร.ภัทรียา สวนรัตนชัย หัวหน้าแผนงานประเทศไทย
  • คุณระวี ถาวร เจ้าหน้าที่รีคอฟ (แผนงานประเทศไทย)
  • นายฐปนันท์ จิระวิชิตชัย เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการจังหวัดเชียงราย

แนวคิด “โครงสร้างพื้นฐานสีฟ้าและสีเขียว”

แนวคิดนี้ผสานการจัดการน้ำและพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายหลายด้าน ได้แก่

  • ลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม
  • ปรับปรุงคุณภาพน้ำ
  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อประโยชน์ของชุมชน

ลำน้ำกรณ์และหนองแสนตอถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญในเขตเทศบาลนครเชียงราย โครงการนี้มุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพน้ำ การจัดการน้ำฝน และการพัฒนาพื้นที่สีเขียวเพื่อเชื่อมโยงกับชุมชน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

องค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟูพื้นที่สีฟ้าและสีเขียว

1.การพัฒนาสวนสาธารณะและป่าสมัยใหม่

  • สร้างพื้นที่สีเขียวที่ตอบโจทย์ทุกวัย
  • เลือกใช้พืชพื้นเมืองที่เหมาะสมเพื่อลดการใช้น้ำและการดูแลรักษา
  • เพิ่มเส้นทางเดินและวิ่งเพื่อออกกำลังกาย

2.การฟื้นฟูธรรมชาติและการสร้างระบบนิเวศสมดุล

  • จำลองระบบนิเวศป่าธรรมชาติ
  • หนองแสนตอมีความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น นกกว่า 45 ชนิด และพืชพรรณ 40 ชนิด

3.การออกแบบพื้นที่อย่างยั่งยืน (Sustainable Design)

  • เพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
  • พัฒนาพื้นที่ให้เอื้อต่อการใช้งานในชุมชน

ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเมืองยั่งยืน (Smart City) ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดผลกระทบจากน้ำท่วม และสร้างรายได้ให้ชุมชน การอนุรักษ์ธรรมชาติในหนองแสนตอจะช่วยฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้สมดุล ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจของประชาชน และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว

นายกเทศมนตรีนครเชียงรายกล่าวว่า “โครงการนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเมืองเชียงรายให้เป็นเมืองที่ยั่งยืน โดยเน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติและการมีส่วนร่วมของชุมชน”

บทบาทของ IUCN และการสนับสนุนโครงการ

IUCN ได้ประสานความร่วมมือกับเทศบาลนครเชียงราย เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มน้ำกรณ์ หนองแสนตอ พร้อมให้คำปรึกษาด้านเทคนิค และผลักดันการสร้างพื้นที่ที่มีคุณภาพชีวิตสูงและสมดุลกับธรรมชาติ

โครงการ “โครงสร้างพื้นฐานสีฟ้าและสีเขียว ลำน้ำกรณ์ หนองแสนตอ” นี้เป็นต้นแบบการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน และเป็นตัวอย่างของความสำเร็จในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชน.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รมช.เกษตรฯ ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง เชียงราย

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง เชียงราย ย้ำเร่งสร้างให้เสร็จตามแผน

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2567 นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยมีนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมต้อนรับ พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง กรมชลประทาน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมและรายงานความคืบหน้า

รายละเอียดโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง

โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างตั้งอยู่ที่หมู่ 14 บ้านใหม่เจริญ ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย มีความจุระดับเก็บกักสูงสุด 36 ล้านลูกบาศก์เมตร ออกแบบมาเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตรในพื้นที่ตำบลป่าแดดและพื้นที่ใกล้เคียง

ลักษณะของโครงการเป็นเขื่อนดินแบบ Zone Type โดยมีทำนบดินยาว 657 เมตร คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2570 หลังการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ อ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างจะสามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ถึง 17,200 ไร่ในฤดูฝน และ 10,000 ไร่ในฤดูแล้ง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรต่อไร่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กว่า 2,843 ครัวเรือน หรือประมาณ 14,626 คน โดยเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่

คำสั่งและข้อกำชับจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ

นายอัครา พรหมเผ่า ได้ย้ำให้กรมชลประทานเร่งดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างให้เสร็จตามแผนงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำได้โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ยังกล่าวขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งเพื่อขับเคลื่อนโครงการนี้

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้แสดงความมั่นใจว่าอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและช่วยลดผลกระทบจากภัยแล้งในอนาคต

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

หากโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตรและชุมชนในตำบลป่าแดด รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีข้อดีดังนี้:

  • ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร: ส่งน้ำช่วยพื้นที่การเกษตรได้ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง
  • เพิ่มรายได้เกษตรกร: ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรและรายได้ที่มั่นคง
  • ยกระดับคุณภาพชีวิต: ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในครัวเรือน
  • สร้างความมั่นคงด้านน้ำ: รองรับประชาชนในพื้นที่กว่า 14,626 คน

การดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างนับว่าเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และสะท้อนถึงความตั้งใจของภาครัฐในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างยังคงดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนในพื้นที่ ทั้งนี้การติดตามความก้าวหน้าของโครงการจะดำเนินไปอย่างเข้มข้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

หน่วยแพทย์ พอ.สว. เชียงราย ดูแลชุมชนพญาเม็งรายครบวงจร

ผู้ว่าฯ เชียงรายนำหน่วยแพทย์อาสา พอ.สว. ออกปฏิบัติงานในพื้นที่พญาเม็งราย

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในกิจกรรม หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ครั้งที่ 4 ณ หมู่บ้านห้วยก้างนาล้อม ม.11 ต.ไม้ยา อ.พญาเม็งราย

ความสำคัญของกิจกรรมและเป้าหมาย

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงความจงรักภักดีในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระบรมวงศานุวงศ์ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายในการสนองพระปณิธานด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคให้แก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลคมนาคมและเป็นผู้ด้อยโอกาส

อำเภอพญาเม็งราย ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ อยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดเชียงราย ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 48 กิโลเมตร มีพื้นที่รวม 620 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 387,500 ไร่ แบ่งการปกครองออกเป็น 5 ตำบล 72 หมู่บ้าน ได้แก่

  • ตำบลแม่เปา: 20 หมู่บ้าน
  • ตำบลไม้ยา: 18 หมู่บ้าน
  • ตำบลเม็งราย: 14 หมู่บ้าน
  • ตำบลแม่ต่ำ: 11 หมู่บ้าน
  • ตำบลตาดควัน: 9 หมู่บ้าน

ประชากรทั้งหมดในพื้นที่รวม 41,651 คน โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง

บริการทางสุขภาพที่ครบวงจร

ในกิจกรรมนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมและตรวจเยี่ยมหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้บริการประชาชน อาทิ

  • บริการรักษาพยาบาลและป้องกันโรค โดยโรงพยาบาลและสำนักงานสาธารณสุข
  • การส่งเสริมสุขภาพ เช่น การตรวจวัดสายตา บริการตัดผม และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
  • การเยี่ยมบ้านและดูแลผู้ป่วย ในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง และผู้ด้อยโอกาส

กิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่ เช่น กิ่งกาชาด องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย

การบูรณาการงานร่วมกันของหน่วยงานในพื้นที่

กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยมี นางสินีนาฏ ทองสุข นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้บริหารท้องถิ่น ผู้นำชุมชน สมาชิกอาสาสมัคร พอ.สว. และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

ผลกระทบเชิงบวกต่อประชาชนในพื้นที่

กิจกรรมหน่วยแพทย์อาสา พอ.สว. ครั้งนี้ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง ส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคและการดูแลสุขภาพ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

พระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวช่วยภัยแล้ง เกษตรกรเชียงแสนได้ประโยชน์

พระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ช่วยเหลือเกษตรกรเชียงแสนที่ประสบภัยแล้ง

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย นายดนุชา สินธวานนท์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธี รับพระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวแก่เกษตรกรในพื้นที่

 

พระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 แก่เกษตรกร 449 ราย

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานเมล็ดพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 จำนวน 73,050 กิโลกรัม ให้แก่เกษตรกรและราษฎร จำนวน 449 ราย จาก 19 หมู่บ้าน ในตำบลศรีดอนมูล ตำบลแม่เงิน ตำบลบ้านแซว ตำบลโยนก และตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากภัยแล้งถึง 4,870 ไร่

เกษตรกรได้รับเมล็ดพันธุ์เพื่อการเพาะปลูกและสร้างรายได้

พันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ที่ได้รับพระราชทานครั้งนี้เป็นพันธุ์ข้าวคุณภาพดี ซึ่งเกษตรกรสามารถนำไปใช้เพาะปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน และจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในช่วงวิกฤตภัยแล้ง

โครงการผลิตพันธุ์ข้าวพระราชทานโดยมูลนิธิชัยพัฒนา

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า มีรับสั่งให้มูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการผลิตพันธุ์ข้าวเพื่อสำรองไว้เป็นพันธุ์พระราชทานแก่เกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติ โดยมอบหมายให้ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จังหวัดเชียงราย เป็นผู้ดำเนินการผลิตพันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ซึ่งมีเกษตรกรจากตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมโครงการนี้

การช่วยเหลือที่ครอบคลุมและยั่งยืน

โครงการดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจ ผ่านการจัดหาเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และความต้องการ

ความร่วมมือในพิธีมอบเมล็ดพันธุ์

พิธีครั้งนี้มี นายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสน พร้อมด้วยส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกร เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนในการแก้ปัญหาภัยแล้ง

เป้าหมายในการพัฒนาชุมชนเกษตรกร

พันธุ์ข้าวปทุมธานี 1 ที่พระราชทานช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรฟื้นตัวจากผลกระทบภัยแล้ง พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชนผ่านการสร้างรายได้จากการเกษตร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE