Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ประเพณีเดือน 8 เข้าเดือน 9 ออกใส่ขันดอกสะดือเมืองเชียงราย

 

เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2567 เทศบาลนครเชียงรายโดย นายวันชัย  จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย  พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้บริหารสถานศึกษาเทศบาลนครเชียงราย ร่วมงานประเพณีเดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก ใส่ขันดอกสะดือเมืองเชียงราย เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของล้านนา ณ วัดกลางเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

 

วัดกลางเวียง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 1975 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย เดิมมีชื่อว่า วัดจั๋นตะโลก หรือ วัดจันทน์โลก เนื่องจากสมัยก่อนมี ต้นจันทน์แดง ไม้มงคลที่เอาไว้ใช้บูชาพระตามธรรมเนียมโบราณขึ้นอยู่ตามธรรมชาติรอบๆ วัด จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ หลังจากที่เชียงรายตกอยู่ในภาวะสงครามในเวลาต่อ วัดจันทน์โลกก็ถูกทิ้งร้าง และชำรุดทรุดโทรม ก่อนจะมีการบูรณะวัด และรังวัดใหม่จาก 4 มุมเมืองเมื่อปี พ.ศ. 2417 แล้วพบว่าวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองเชียงรายพอดี จึงมีการสถาปนา สะดือเวียง หรือ เสาหลักเมืองขึ้น และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดกลางเวียง ที่แปลว่า “วัดกลางเมือง” นับแต่นั้นมา  

 

จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกท่านร่วมประเพณีเดือนแปดเข้าเดือนเก้าออก ใส่ขันดอกวัดกลางเวียง ระหว่างวันที่ 3-9  มิถุนายน 2567

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อบจ.เชียงราย เตรียมทีมดูแลอาคาร ที่ขึ้นเป็นโบราณสถานให้ทรงคุณค่า

เมื่อวันที่  30 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00 น.นายกฤศ โพธสุธน รองนายก อบจ.เชียงราย เป็นประธานการประชุมพิจารณาแนวทางการหาแนวทางการประคองโครงสร้างอาคารไม่ให้เกิดความเสียหาย ณ อาคารศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน อบจ.เชียงราย โดยมี นายพรรษพล ขันแก้ว นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักศิลปากรที่ 7 ผศ.ดร.รัฐพล เกติยศ รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา เชียงราย นายศุภกฤต แสนอินเมือง ผอ.ส่วนวิศวกรรมการก่อสร้าง นายสันติชาติ ชัยภมรฤทธิ์ สถาปนิกชำนาญการพิเศษ และนางปัทมา สมประสงค์ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ร่วมการประชุมฯ ในครั้งนี้ด้วย

 

ตามที่กรมศิลปากรแจ้งผลพิจารณาการขออนุญาตปรับปรุงช่อมแชมอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงราย และอนุญาตให้อบจ.เชียงราย ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารจังหวัดเชียงราย(หลังเดิม) ตามรูปแบบที่เสนอได้ โดยให้อยู่ในการกำกับดูแลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ และต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ตลอดเวลา รวมทั้งปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด อบจ.เชียงรายได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประจำปีงบประมาณ 2568 โครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว เชิงศิลปวัฒนธรรมเชิงนิเวศเชิงสุขภาพและบริเวณโดยรอบ กิจกรรมหลัก พัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว เชิงศิลป์วัฒนธรรม กิจกรรมย่อยปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิจารณา

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 อบจ.เชียงราย ได้ประสาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงราย ทำการสำรวจและวิเคราะห์โครงสร้างของอาคารในเบื้องต้น พบว่าส่วนของโครงสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก มีความชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก ไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน เนื่องจากพบการเคลื่อนตัวของโครงสร้างหลังคา มีรอยแยกพบการทรุดตัวของผนัง และบันได บริเวณ ชั้น 3 จำเป็นต้องมีการปรับปรุงซ่อมแชมประคองโครงสร้างอาคารอย่างเร่งด่วน ในระหว่างการรอการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย มีความมั่นคงแข็งแรง จึงได้จัดการประชุมเพื่อร่วมกันหาแนวทางการประคองโครงสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกระหว่างรอการอนุรักษ์ที่เหมาะสม เมื่อได้รูปแบบการประคองโครงสร้างอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก และจะได้นำเสนอกรมศิลปากรในการขออนุญาตการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารดังกล่าวต่อไป

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เซ็นทรัลทำ สนับสนุนอาชีพคนพิการ “โครงการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานเพื่อจำหน่าย”

 
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567  ที่ผ่านมา เซ็นทรัลทำ ร่วมมอบเงินสนับสนุนโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการ ตามมาตรา 35 ประจำปี 2567 “โครงการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานเพื่อจำหน่าย”
 

กลุ่มเซ็นทรัล นำโดยคุณสัมฤทธิ์ อนุภักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส ฝ่ายพัฒนาการศึกษาและสังคม อย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล, คุณสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย และทีมพนักงานจิตอาสา ร่วมมอบเงินสนับสนุนโครงการส่งเสริมอาชีพคนพิการ ตามมาตรา 35 ประจำปี 2567 “โครงการเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานเพื่อจำหน่าย” ให้แก่คนพิการ สมาคมคนพิการ อำเภอแม่สาย และ ชมรมผู้ปกครองทางสติปัญญา อำเภอดอยหลวง จำนวน 13 คน เป็นเงินทั้งสิ้น 1,556,360 บาท

 

โดยในครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติ จากท่านพระครูหิรัญอาวาสวัตร เจ้าอาวาสวัดหิรัญญาวาส พร้อมด้วย คุณชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย และส่วนงานราชการ ในอำเภอแม่สาย ร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบเงินสนับสนุนฯ ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง วัดหิรัญญาวาส ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

 

ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลหวังเป็นอย่างยิ่ง ที่จะสร้างอาชีพให้แก่คนพิการมีรายได้ที่ยั่งยืนสามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ต่อไป

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
SOCIETY & POLITICS

เทศบาลนครเชียงราย ร่วมกับ สสส. “ร่วมสร้างบ้านเมืองเป็นนครแห่งความสุข”

 

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 67 ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย พร้อมด้วย นายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ คณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิของ สสส. ร่วมกันเปิดงาน “ร่วมสร้างบ้านเมืองของเรา ให้เป็นนครแห่งความสุข” ณ ศูนย์ประชุมนครเชียงราย (GMS) อาคารเจียงแสน ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมี ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ผู้นำชุมชนท้องถิ่นในเขตพื้นที่เทศบาลนครเชียงราย เครือข่ายสถาบันวิชาการ เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ภาคีสนับสนุน ศูนย์สนับสนุนวิชาการเพื่อการจัดการเครือข่ายพื้นที่ภาคเหนือ คณะผู้บริหารเทศบาลนครเชียงราย สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนคณะกรรมการชุมชน ร่วมพิธีจำนวนมาก

 


          นายวันชัย จงสุทธนามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า จากเรื่องราวจากอดีตสู่ปัจจุบันของการพัฒนาเมืองเชียงรายจนกระทั่งเราเองกล้าบอกว่าเป็น “เชียงรายเป็นนครแห่งความสุข” โดยเฉพาะความสุขจากการมีเศรษฐกิจดี สังคมดี และสิ่งแวดล้อมดี การพัฒนานครเชียงรายตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต เราให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนที่มีเป้าหมายในการสร้างเมือง เมืองสร้างคน และคนสร้างเมือง เทศบาลนครเชียงราย จึงมีภาคีเครือข่ายที่เข้ามาเป็น “หุ้นส่วนการพัฒนา” จำนวนมากพอที่จะดึงศักยภาพเข้ามาร่วมพัฒนานครเชียงราย เพราะเพียงทรัพยากรของเทศบานครเชียงรายคงมีพลังไม่เพียงพอในการทำงาน 

 


          สำหรับการขับเคลื่อน “นครเชียงรายแห่งความสุข” ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นั้น ได้เกิดผลต่อคุณภาพชีวิตของคนเมืองเชียงรายและการเพิ่มคุณภาพจัดบริการสาธารณะของเทศบาลนครเชียงรายในหลายเรื่องที่ผมและคนเมืองเชียงรายได้เห็นพ้องตามนโยบายการพัฒนาเมืองของเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งรูปธรรมของผลการพัฒนาที่สำคัญทั้งหมด 5 ประเด็น คือ

  1. การผลักดันให้นครเชียงรายเป็นเมืองอาหารปลอดภัย ที่มีมาตรฐานปลอดสารพิษ โดยอาศัยความร่วมมือของเครือข่ายทั้ง 8 แห่ง จะนำไปสู่การมีเศรษฐกิจที่ดีของชุมชนและนครเชียงรายในที่สุด
  2. เทศบาลนครเชียงรายมีการจัดการขยะยาวนานกว่า 20 ปี ซึ่งในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีของเทศบาลนครเชียงรายในการจัดการขยะที่มีชุมชนอาสาเข้ามาร่วมจัดการขยะ เพื่อลดภาระของเทศบาลนครเชียงราย
  3. การทำให้ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลนครเชียงรายทั้ง 4 แห่ง ยกระดับการพัฒนาการให้บริการที่มากกว่าศูนย์บริการระดับปฐมภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการโปรแกรม Day Care (คลินิกดูแลสุขภาพกลางวันสำหรับผู้สูงอายุ)
  4. การพัฒนาพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของครอบครัวจนเป็นพื้นที่สวนสาธารณะต้นแบบเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี และ
  5. เรามีแหล่งเรียนรู้ที่เกิดจากเรื่องราวในประเด็นทั้งสี่ที่พร้อมให้ท่าน อปท.เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ และภาคส่วนต่างๆ ได้มาเรียนรู้ร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อปท.เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ต่อไป

 


          ภายในงานจัดให้มีการแสดงบนเวทีจากน้องๆ หนูๆ สถานศึกษาในเขตเทศบาลนครเชียงราย สร้างความเฮฮาเรียกเสียงหัวเราะสนุกสนานจากผู้มาร่วมงานไปพร้อมกัน และยังมีการออกร้านจำหน่ายพืชผักปลอดสารพิษ สิ่งของเครื่องใช้ผลิตจากวัสดุเหลือใช้จากเครือข่ายชุมชน เกษตรกร ภายใน “กาดสร้างสุข”

 

ทั้งนี้  นายกเทศมนตรีนครเชียงรายอยากมีหุ้นส่วนพัฒนาเพิ่มมากขึ้นเพื่อทำให้คนชุมชนนครเชียงรายและหุ้นส่วนการพัฒนาเติบโตไปพร้อมกัน พร้อมกันนี้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรสุดยอดผู้นำชุมชนท้องถิ่น และมอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรการพัฒนานวดเพื่อสุขภาพ และการประกาศเจตนารมย์ร่วมกัน ในการ “ สร้างบ้านเมืองของเรา ให้เป็นนครแห่งความสุขอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

 

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กกต. เชียงรายเตรียมความพร้อมเลือก สว. ระดับอำเภอ และระดับจังหวัด

 
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย จัดการประชุมคณะกรรมการศูนย์ประสานงานการเลือกสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงรายและผู้เกี่ยวข้อง โดยมี นายชูชาติ  สุขสงวน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย เพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ ตามพระราชกฤษฎีกาการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 ทั้งปฏิทินการเลือก สว. กรอบระยะเวลาการดำเนินการเลือก สว. เรื่องการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด ภารกิจตามคำสั่งแต่ละคณะ การมอบหมายเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และคำสั่งการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสนับสนุนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 ในการนี้ ในที่ประชุมยังได้แนะนำความรู้เกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างบุคลากรคณะกรรมการการเลือกระดับอำเภอระดับจังหวัด ผู้ช่วยเหลือและคณะกรรมการประจำสถานที่เลือก สว. รวมถึงขั้นตอนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาและการเตรียมการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด เพื่อให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาของจังหวัดเชียงรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้กำหนดวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอขึ้นในวันที่ 9 มิถุนายน 2567 และการเลือกระดับจังหวัดขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน 2567 และวันเลือกระดับประเทศขึ้นในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงรายได้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอและระดับจังหวัด โดยได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดเชียงรายขึ้น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธานกรรมการระดับจังหวัด พร้อมทั้งมอบหมายหน้าที่แก่คณะกรรมการประจำศูนย์ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ และพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ก่อนวันเลือกให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

สำหรับผู้สมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงราย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย ได้รายงานจำนวนผู้สมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภาของจังหวัดเชียงราย ที่มีการรับสมัครระหว่างวันที่ 20 ถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 โดยมีจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 833 คน ทั้งนี้ผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอจะดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และจะประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 โดยสามารถติดตามข้อมูลผู้สมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภาได้ที่แอพพลิเคชั่น Smart vote และในเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th สำหรับประชาชนสามารถมีส่วนร่วม โดยสามารถร่วมแจ้งเบาะแสการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือก สว. ได้ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงราย เพิ่มทักษะด้านอาชีพนักเรียน สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว

 
เมื่อวัน 28 พ.ค. 67  ณ ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานการประชุมติดตาม โครงการศึกษาการดำเนินงานจังหวัดนำร่องป้องกันและลดอัตราความพิการแต่กำเนิด (Birth Defects Sandbox) จังหวัดเชียงราย โดยมีนางสุภาพรรณ  หมั่นเจริญ  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกรมอนามัย คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

          นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ในแต่ละปี ประเทศไทยมีเด็กพิการแต่กำเนิดสูงถึง 10,000 กว่าคน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยการร่วมมือกันของหลายภาคส่วน สำหรับการขับเคลื่อนโครงการศึกษาการดำเนินงานจังหวัดนำร่องป้องกันและลดอัตราความพิการแต่กำเนิด (Birth Defects Sandbox) จังหวัดเชียงราย ถือเป็นการป้องกันก่อนการรักษา ซึ่งจะช่วยลดปัญหาทางสังคม ลดภาระงบประมาณ และช่วยให้ประชาชนชาวไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อไป

 

          ทั้งนี้ คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ ได้นำเสนอผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โดย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงราย (สวท.เชียงราย) ได้มีการประชาสัมพันธ์การลดอัตราความพิการแต่กำเนิด ผ่านรายการวิทยุเพื่อคนพิการ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย (สปชส.เชียงราย) นำสื่อประชาสัมพันธ์การให้ความรู้เรื่องวิตามินโฟลิก มาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ social media สถานศึกษาหลายแห่งในจังหวัดเชียงราย ได้บรรจุหลักสูตรการให้ความรู้เกี่ยวกับวิตามินโฟลิก ลงไปในหลักสูตรของวิชาสุขศึกษา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงราย ได้ส่งต่อสื่อประชาสัมพันธ์วิตามินโฟลิก แก่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของโรงงานต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้พนักงานทราบถึงประโยชน์วิตามิน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิตามินโฟลิกแก่หญิงวัยเจริญพันธุ์ ตลอดจนขับเคลื่อนและประชาสัมพันธ์ในชุมชน ผ่านรพ.สต. ทุกพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย

 

          จากนั้นในช่วงบ่าย ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะเดินทางไปประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จังหวัดเชียงราย โดยมีว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายสมชาติ สุภารี หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และนายเสริมสกุล พจนการุณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมสรุปผลการดำเนินงาน 

 

           นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จังหวัดเชียงราย รวมถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการ ฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งจากสถิติข้อมูลนักเรียนที่จบฝึกอบรมเมื่อปี 2566 ของกองพัฒนาศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบกิจการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศพบว่ามีจำนวนนักเรียนที่จบการฝึกอบรมโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพฯ กว่า 800 คน ซึ่งปัจจุบันโครงการนี้ดำเนินการต่อเนื่องมาแล้ว 4 ปี และเข้าสู่ปีที่ 5 ใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในส่วนของจังหวัดเชียงรายมีนักเรียนเข้ารับการอบรมหลักสูตรช่างซ่อมและบำรุงรักษารถจักรยานยนต์  จำนวน 20 คน โดยฝึกอบรมในสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 28 มิถุนายน 2567 และฝึกภาคปฏิบัติในสถานประกอบกิจการ ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กรกฎาคม 2567 

 

          นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพฯ เปิดรับสมัครนักเรียนจำนวน 2 ประเภท คือ เรียนจบ ม.3 ในปีการศึกษานั้น ๆ แล้วไม่ได้เรียนต่อ และผู้ที่จบ ม.3 ในปีอื่น ๆ แต่มีอายุไม่เกิน 25 ปี ก็สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งจากการติดตามผลดำเนินงานประจำปี 2567 พบว่ายังมีนักเรียนจำนวนมากที่ต้องการเข้าฝึกอบรมแต่ขาดคุณสมบัติ เช่น วุฒิการศึกษาไม่จบ ม.3 หรือจบ ม.3 ไปนานแล้วจนอายุเกิน 25 ปี รวมถึงปัญหาของหน่วยฝึกอบรมที่ยังขาดแคลนทุนในการจ้างวิทยากรนอกมาสอนหลักสูตรที่มีความทันสมัยทำให้ยังไม่สามารถเปิดหลักสูตรที่หลากหลาย จึงยังไม่ตรงกับความต้องการของผู้ที่จะอบรม  

 

ทั้งนี้คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับจังหวัดเชียงราย ได้มีการพิจารณาทบทวนคุณสมบัติทั้งอายุ และวุฒิการศึกษาเพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสที่สนใจเข้าร่วมโครงการได้ รวมทั้งหาวิธีในการจัดหาวิทยากรมาสอนเพื่อรองรับวิทยาการที่ทันสมัย ตลอดจนประสานงานกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัด หอการค้าจังหวัด และสถานประกอบกิจการ ในเครือข่ายเพื่อรองรับเด็กที่จบการฝึกอบรมแล้วมีงานทำทันที เช่น บริษัท ทวียนต์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ที่ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 20 เชียงราย  

 

สำหรับแนวทางการดำเนินงานต่อ ๆ ไป อาจมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมแนวทางการขับเคลื่อนบางประการ เช่น แนวทางการประชุมชี้แจงครูแนะแนวที่ต้องให้ทราบรายละเอียดอย่างทั่วถึง เพราะครูแนะแนวบางโรงเรียนอาจมีการโยกย้ายหรือไปสู่ตำปหน่งที่สูงขึ้น รวมถึงต้องปรับเปลี่ยนเนื้อหาการประชุมให้เป็นปัจจุบัน สิ่งที่จำเป็นต้องให้ทราบถึงสิทธิประโยชน์ของโครงการอย่างชัดเจน เช่น เรียนฟรี พักฟรี กินฟรี อบรมต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 – 6 เดือน ได้รับเงินสนับสนุนช่วยเหลือระหว่างการฝึกอบรม ประมาณ 6,000 – 8,000 บาทต่อครอบครัว จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  มีงานทำจากแรงงานไร้ฝีมือ กลายเป็น แรงงานที่มีฝีมือได้รับอัตราค่าจ้างสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำโดยทั่วไป เพราะเป็นผู้ที่มีทักษะความสามารถทางวิชาชีพ มีใบประกาศนียบัตรรับรองหลังจบการฝึกอบรมในสายอาชีพ  รวมถึงรู้ช่องทางเพื่อพัฒนาต่อยอดศักยภาพสถานะฝีมือแรงงาน 

 

ซึ่งนอกจากการสร้างความเข้าใจกับครูแนะแนวแล้ว การประชุมชี้แจงโดยตรงกับนักเรียนที่ไม่ได้เรียนต่อและผู้ปกครองเป็นการเฉพาะก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจส่งลูกหลานเข้ารับการอบรมต่อไป เพราะลูกหลานที่เข้าฝึกอบรมทักษะด้านอาชีพตามโครงการเมื่อจบมาแล้ว จะมีตำแหน่งงานว่างรองรับทันที ทำให้มีอาชีพ มีหน้าที่การงาน มีความมั่นคงและสามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและตนเองได้ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาทางสังคมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาการพนัน ฯลฯ ให้มีจำนวนลดลงได้ในระดับหนึ่ง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สานสัมพันธ์ น้อง- พี่ สร้างโอกาส ผู้ถูกคุมประพฤติ คืนสู่สังคม

 

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567  นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “สานสัมพันธ์ น้อง- พี่ เสริมพลังต้านยาเสพติด  รุ่นที่ 1 ” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม คณะวิทยากร และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม ณ รังสินี รีสอร์ท ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 

 

ด้วยกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาและให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดให้มีโอกาสกลับตัวเป็นคนดี และกลับมาสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคม ตามแนวคิดการเปลี่ยนภาระให้เป็นพลัง จึงได้น้อมนำโครงการกำลังใจ ในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มาปรับประยุกต์ใช้เพื่อสร้างกำลังใจให้กับผู้ถูกคุมความประพฤติในคดียาเสพติด เป็นการให้โอกาส  และช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้โดยนำกรอบแนวคิดจากโครงการนำร่อง “ศูนย์การเรียนรู้ดอยฮาง” หรือ “ดอยฮาง Model” ที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างชีวิตกับสังคม 

 

ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือการปรับทุกข์-ผูกมิตร เป็นขั้นตอนการสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่ม เพื่อเรียนรู้ผู้อื่นและสะท้อนตัวเอง การถอดรื้อ-สร้างใหม่ เป็นขั้นตอนการสะท้อนเหตุ ที่นำไปสู่การใช้ยาเสพติดและเสริมสร้างกำลังใจสู่ชีวิตใหม่ และการดูแลต่อเนื่อง โดยภาคีเครือข่าย รวมทั้งบุคคลแวดล้อม  เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติมีความเข้มแข็งทางใจ ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เสริมสร้างแรงจูงใจให้เลิกสารเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้รับโอกาส  ในการกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข เป็นส่วนหนึ่งของสังคมส่วนรวม ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการยอมรับจากครอบครัวและชุมชน  เป็นการป้องกันการกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก และนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง

 

 

สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย ผู้ถูกคุมความประพฤติที่ศาลมีคำสั่งให้คุมความประพฤติ ตามมาตรา 56 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และตามมาตรา 166 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด กลุ่มความเสี่ยงปานกลาง จำนวน 40 คน 

 

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ทุกคนในที่นี้ล้วนผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายมาแล้ว แต่ได้รับโอกาสจากศาลให้รอการลงโทษจำคุกและให้คุมความประพฤติ ซึ่งทุกคนมีโอกาสแก้ไขปรับปรุงตัว เลิกเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ  ถือเป็นก้าวแรกในการเอาชนะใจตัวเอง ให้ก้าวผ่านปัญหายาเสพติด ขอให้ทบทวน ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เสริมสร้างพลังและกลับไปดำเนินชีวิต โดยการลด ละ เลิก ยาเสพติดอย่างยั่งยืน เพื่อชีวิตและครอบครัวต่อไป

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงราย จัดกิจกรรม”ค่ายเยาวชน TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 8

 
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ที่ โรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีปิดกิจกรรมค่ายเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL ประจำปี 2567 โดยมีหัวหน้า สนง.เลขานุการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงราย (ศอ.ปส.จ.ชร.) คณะทำงานโครงการTO BE NUMBER ONE จังหวัดเชียงราย คณะครู คณะวิทยากร และผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้าร่วมพิธี

 

โครงการ TO BE NUMBER ONE จังหวัดเชียงราย โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเชียงราย ร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ดำเนินการจัดกิจกรรม”ค่ายเยาวชนต้นแบบเก่งและดี TO BE NUMBER ONE IDOL (Pre – IDOL) ประจำปี 2567″ อย่างต่อเนื่องซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการมาเป็น รุ่นที่ 8 โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นการสร้างความเป็นผู้นำให้กับ

แกนนำเยาวชน ตลอดเป็นการยกระดับความสามารถด้านทักษะความสามารถพิเศษเช่น การร้องเพลง การเต้น การเข้าสังคม การพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ การสร้างและพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้เก่งและดี การเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนแกนนำ สามารถเผชิญกับสิ่งแวดล้อมที่มีความเสี่ยงในปัจจุบัน ตามคำขวัญสโลแกนของโครงการที่ว่า “เป็นหนึ่ง โดยไม่พึ่งยาเสพติด ” 

 

สำหรับกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันเสาร์ที่ 25 ถึง วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2567 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 100 คน จาก 20 โรงเรียน 

 

นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE) ของจังหวัดเชียงราย สามารถผลักดันเยาวชนให้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบระดับประเทศได้ถึง 2 คน เป็นการสร้างและพัฒนาศักยภาพเยาวชนผ่านรูปแบบกิจกรรม TO BE NUMBER ONE IDOL นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เนื่องจากเป็นการส่งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชน และเป็นรูปแบบกิจกรรมที่เยาวชนให้ความสนใจ ถือว่าเป็น “การใช้สื่อบุคคล” ในการทำหน้าที่เป็นแกนนำเยาวชนในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ของโรงเรียน ครอบครัว และชุมชนต่อไป

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

“พิเชษฐ์” นำทีมดูศูนย์การบริหารจัดการขยะ ”ทต.แม่สาย อ.แม่สาย

 
เมื่อวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00 น. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 นำคณะศึกษาดูงาน การบริหารจัดการเศษขยะ ณ ห้องประชุม ทต.แม่สาย และลงพื้นที่ ศูนย์บริหารจัดการขยะของ ทต.แม่สาย

 

           โดยมี นายอุดม  ปกป้องบวรกุล นายอำเภอเชียงของ ท้องถิ่นอำเภอเชียงของ นายก ทต เวียง นายก ทต เวียงเชียงของ สมาชิกสภาเทศบาล เจ้าหน้าที่  กำนัน ผญบ. ท้องที่ตำบลเวียง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

 

           การแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่ มีความจำเป็นที่ต้องมีบ่อกำจัดขยะที่เป็นไปตามหลักวิชาการ และได้มาตรฐาน โดยศึกษารูปแบบและแนวทางการบริหารจัดการเศษขยะ จาก ทต แม่สาย  

 

           โดยมี นายก ทต.แม่สาย เป็นผู้บรรยายให้ความรู้และแนวทางการดำเนินงาน จากนั้นนำคณะลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ บ่อขยะ ของทต.แม่สาย เพื่อดูกลไกการบริหารกำจัดเศษขยะที่นำมาจากต้นทาง สู่ปลายทาง จนถึงการแปรรูปเศษขยะให้กลายเป็นปุ๋ยหมัก  

 

            การศึกษาดูงานดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อนำรูปแบบของ ทต.แม่สาย มาปรับใช้ในอำเภอเชียงของ เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของชุมชน สังคม สถานีรถไฟ การขยายตัวการค้าการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย พื้นที่เชียงของ ที่จะเกิดขึ้นในอนาต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลนครเชียงราย ขับเคลื่อนขบวนการร่วมสร้างเชียงรายนครแห่งความสุข

 

เมื่อวันอังคารที่ 28 พฤษภาคม 2567 ความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเชียงรายให้เป็นเมืองน่าอยู่..นครแห่งความสุข…ต้องสร้างความยั่งยืนให้สอดคล้องกันทั้ง 3 มิติ มิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครเชียงรายโดย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย แสดงปาฐกถาพิเศษ “การขับเคลื่อนขบวนการร่วมสร้างเชียงรายนครแห่งความสุข” วางหมุดหมายให้ เชียงรายเป็นนครแห่งความสุข มี นโยบายสร้างเมืองเชียงรายให้เป็นเมืองแห่งความสุข เป็นการพัฒนาที่มองผ่านมิติกาลเวลา อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เราจึงต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราอยากเห็นเชียงรายพัฒนาไปในทิศ ซึ่งการวางเป้าหมายต้องกำหนด ยุทธศาสตร์ท้องถิ่นเป็นทิศทางการพัฒนา โดยให้ตอบโจทย์กับยุทธศาสตร์ของจังหวัด และยุทธศาสตร์ของชาติไปพร้อมกันการขับเคลื่อนจึงจะประสบความสำเร็จ

 

ทั้งนี้ “โครงการจัดเวทีร่วมสร้างบ้านเมืองของเราให้เป็นนครแห่งความสุข” ร่วมกับสำนัก 3 สสส. และภาคเครือข่าย โดยคุณดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) ร่วมมือกับหุ้นส่วนการพัฒนา กล่าวว่า ถือเป็นจุดแข็งของเทศบาลนครเชียงราย และได้ประโยชน์ร่วมกันขณะที่การทำงานร่วมกับชุมชนสามารถตอบโจทย์ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจต่อชุมชนโดยแนวทางการพัฒนาที่เชื่อมไปกับการ การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนสร้างรายได้รายได้ให้กับคนในชุมชน จากบริการสาธารณะที่ดี มีระบบจัดเก็บขยะที่ดี มีแอพพลิเคชั่นที่ใช้งาน บริการสาธารณสุขที่เข้าถึงและเข้ากลุ่มทุกทุกกลุ่ม รวมทั้งอาหารปลอดภัยที่เชื่อมั่นได้ทัังผู้บริโภคและผู้จำหน่าย ซึ่งจะนำไปสู่การผลักดันในระดับในนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในเขตเมืองให้มีสุขภาพที่ดีโดยถ้วนหน้ากัน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News