Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยพุ่ง รับผลจากฟรีวีซ่า

นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยโตแรง รับผลบวกจากมาตรการวีซ่าฟรี

นักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ผลจากมาตรการวีซ่าฟรี

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยมากกว่า 5.3 ล้านคน เติบโตถึง 112% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการวีซ่าฟรีระหว่างไทยและจีน อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในช่วงปลายปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวอาจเติบโตได้ยากเนื่องจากไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวของชาวจีน

การปรับลดคาดการณ์นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยปี 2567

ในปีนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับลดการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมาอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 8 ล้านคน เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจจีนที่ฟื้นตัวช้า และชาวจีนระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น รวมถึงการแข่งขันในตลาดการท่องเที่ยวที่สูงขึ้นจากมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวของหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย ศรีลังกา และสิงคโปร์ ที่ใช้มาตรการวีซ่าฟรีในการดึงดูดนักท่องเที่ยว

แนวโน้มการท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนสู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไปส่งผลต่อการเลือกจุดหมายปลายทาง โดยชาวจีนมองหาจุดหมายใหม่ๆ ที่เน้นประสบการณ์ที่หลากหลายและเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเดินทางธรรมชาติ และการพักผ่อนเชิงสุขภาพ ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในการทำธุรกิจและโปรโมทจุดหมายปลายทางของผู้ประกอบการไทยที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

ปัจจัยที่ส่งผลต่อทิศทางนักท่องเที่ยวจีนในอนาคต

นอกจากการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมท่องเที่ยว ค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ภูมิอากาศยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการท่องเที่ยวของจีน นอกจากนี้ ปัญหาทางการเมืองและสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตา โดยการฟื้นตัวเต็มรูปแบบของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนไทย คาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปี

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย /วัดร่องขุ่น – Wat Rong Khun – White Temple , Chiang Rai , Thailand

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งอันธพาล ก่อเหตุป่วนเมืองเสียหาย

ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งอันธพาล ก่อเหตุป่วนเมือง ทำร้ายทรัพย์สินและประชาชน

ทลายแก๊งวัยรุ่นอันธพาล ก่อเหตุรุนแรงกลางเชียงราย

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ตำรวจจังหวัดเชียงรายทลายแก๊งอันธพาลที่ก่อเหตุรุนแรง โดยกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ต่ำกว่า 20 คัน ขับป่วนเมือง ทำลายทรัพย์สินและขว้างปาวัตถุเสียงดังบริเวณถนนพหลโยธิน ตั้งแต่แยกบ้านเด่นถึงทางเลี่ยงเมืองเชียงราย

เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและจับกุม หัวหน้าแก๊งวัยรุ่น

หลังเหตุเกิดที่หน้าโรงเรียนเม็งรายมหาราช เมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 24 ต.ค. พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อานันท์จักร์ กนกนพวัชร์ ผกก.สภ.บ้านดู่ และ พ.ต.ต.ณัฐวุฒิ แก้วสืบ สว.สส.สภ.บ้านดู่ เข้าติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุจนพบหัวหน้าแก๊ง นายเวฟ (นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 15 ปี จากหมู่บ้านท่าสาย ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย

ตรวจค้นอาวุธ อุปกรณ์อันตรายในบ้านพัก

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นบ้านพักที่มีการรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่น พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก สนับมือ 1 อัน และมีดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงควบคุมตัวนายเวฟและเพื่อนอีก 2 คน พร้อมของกลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตำรวจเชิญผู้ปกครองอบรมปรับทัศนคติ

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญผู้ปกครองและกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุเข้าร่วมการอบรมและปรับทัศนคติเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ และทำประวัติ พร้อมกำชับให้ผู้ปกครองช่วยดูแลพฤติกรรมของเยาวชน

ความผิดทางกฎหมายที่กลุ่มวัยรุ่นเผชิญ

สำหรับความผิดที่พบในเบื้องต้น ได้แก่ การทำลายทรัพย์สิน ทำร้ายร่างกายผู้อื่น สร้างความรบกวนเสียงดังในที่สาธารณะ และพกพาอาวุธในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร นอกจากนี้ ยังผิดตามพระราชบัญญัติความสะอาด และพระราชบัญญัติจราจรทางบก โดยจะติดตามผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ประชาชนที่พบเห็นการกระทำผิดสามารถแจ้งตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายได้ที่สายด่วน 191

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

กรมป่าไม้ยืนยัน ‘ไร่เชิญตะวัน’ ที่เชียงรายไม่มีการบุกรุกพื้นที่

กรมป่าไม้แถลงผลตรวจ “ไร่เชิญตะวัน” ของพระ ว.วชิรเมธี ไม่พบการบุกรุกพื้นที่ป่า

กรมป่าไม้ตรวจสอบศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวัน ไม่พบการบุกรุก

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 นายบรรณรักษ์ เสริมทอง รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานในการแถลงข่าวการตรวจสอบพื้นที่ของ “ศูนย์วิปัสสนา ไร่เชิญตะวัน” ของพระ ว.วชิรเมธี ภายหลังการเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ และไม่พบการใช้ประโยชน์นอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยปุย อ.เมือง จ.เชียงราย

รายละเอียดพื้นที่ได้รับอนุญาต 3 แปลง ครอบคลุม 139 ไร่

การใช้ประโยชน์พื้นที่โดยมูลนิธิวิมุตตยาลัยและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติครอบคลุมพื้นที่ 3 แปลง โดยกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่จัดตั้งวัดและสถานที่วิปัสสนา ได้แก่:

  • แปลงที่ 1 พื้นที่ 113 ไร่ 1 งาน 82 ตารางวา อนุญาตให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 12 มีนาคม 2596 ใช้สำหรับมหาวิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ ธรรมสมโภช 750 ปี รัตนบุรีเชียงราย และโรงเรียนชาวนาพุทธเศรษฐศาสตร์
  • แปลงที่ 2 พื้นที่ 14 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา ได้รับอนุญาตเพื่อสร้างวัดไร่เชิญตะวัน โดยมีระยะเวลาอนุญาตตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2596
  • แปลงที่ 3 พื้นที่ 11 ไร่ 3 งาน 01 ตารางวา สำหรับสร้างศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน มีการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2596

เงื่อนไขการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม และการฟื้นฟูพื้นที่

กรมป่าไม้ได้กำหนดเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าเสื่อมโทรม โดยจะต้องรักษาป่าที่ได้รับการอนุญาตให้คงอยู่และฟื้นฟูเพื่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ใหม่ การปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างสามารถทำได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของพื้นที่ได้รับอนุญาต สำหรับมูลนิธิวิมุตตยาลัยที่ได้รับอนุญาตใช้พื้นที่ 113 ไร่ ทางกรมป่าไม้พิจารณาอนุญาตจากความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่

นายบรรณรักษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การอนุญาตดังกล่าวช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ป่า ซึ่งได้รับความสนับสนุนจากหลักทางพระพุทธศาสนาที่มุ่งเน้นการใช้พื้นที่อย่างยั่งยืน

มาตรการตรวจสอบและการเรียกเก็บค่าฟื้นฟู

กรมป่าไม้ดำเนินการตรวจสอบการใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าทุกปี หากพบการใช้พื้นที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด กรมป่าไม้จะมีมาตรการว่ากล่าวตักเตือน หรืออาจยกเลิกการอนุญาตในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดการฟื้นฟูป่าได้ ผู้ได้รับอนุญาตสามารถชดเชยเป็นค่าบำรุงป่าในอัตรา 12,090 บาทต่อไร่ สำหรับมูลนิธิวิมุตตยาลัย การชำระค่าบำรุงป่าจะเริ่มในปีหน้าในอัตราเริ่มต้นร้อยละ 25 ของเงินทั้งหมด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมป่าไม้

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

ตลาดซ่อมแซมบ้านเชียงรายคึกคักหลังน้ำท่วม

ตลาดซ่อมแซมบ้านในเชียงรายคึกคักหลังน้ำท่วม แต่ค่าแรงเพิ่มขึ้นและวัสดุก่อสร้างยังทรงตัว

ตลาดซ่อมแซมบ้านในเชียงรายฟื้นตัว คึกคักหลังน้ำท่วม

หลังจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเชียงรายคลี่คลายลง ทำให้ความต้องการในการซ่อมแซมบ้านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นายชินะ สุทธาธนโชติ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์เชียงราย เปิดเผยว่า ตลาดซ่อมแซมบ้านเริ่มมีความคึกคัก แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังคงซบเซาอยู่ก็ตาม

ราคาวัสดุก่อสร้างทรงตัว แนวโน้มอาจลดลง

แม้ว่าความต้องการวัสดุก่อสร้างจะสูงขึ้น แต่ราคาวัสดุก่อสร้างกลับยังคงทรงตัว มีแนวโน้มจะลดลงเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ร้านค้าวัสดุก่อสร้างในท้องถิ่นบางแห่งรายงานว่ามียอดขายลดลงถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ซึ่งสะท้อนถึงการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีโครงการใหม่ๆ ก่อสร้าง

ค่าแรงแรงงานเพิ่มขึ้น 10% หลังแรงงานขาดแคลน

การขาดแคลนแรงงานก่อสร้างในเชียงรายส่งผลให้ค่าแรงเพิ่มสูงขึ้น โดยแรงงานไร้ฝีมือปรับจาก 300-350 บาทต่อวันเป็น 400 บาท ส่วนแรงงานมีฝีมือค่าจ้างเพิ่มขึ้นเกิน 500-600 บาทต่อวัน นายชินะกล่าวว่า สถานการณ์นี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การซ่อมแซมบ้านมีต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งสร้างความท้าทายแก่ผู้ที่ต้องการปรับปรุงบ้านหลังน้ำท่วม

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเชียงรายยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง

ในขณะที่ตลาดซ่อมแซมบ้านมีความคึกคัก แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเชียงรายยังคงชะลอตัว โดยเฉพาะการซื้อขายบ้านใหม่ที่ยังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อสำหรับบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท สูงถึง 60-70% ในขณะที่บ้านราคา 3-5 ล้านบาทมีการปฏิเสธที่ 30-40%

สถานการณ์คล้ายคลึงกันในเชียงใหม่

นายสรนันท์ เศรษฐี นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ รายงานว่าสถานการณ์น้ำท่วมที่เชียงใหม่คลี่คลายลง ทำให้ความต้องการซ่อมแซมบ้านเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเชียงใหม่ยังคงได้รับผลกระทบจากการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด และความกังวลของลูกค้าเกี่ยวกับโครงการที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

แนวโน้มของราคาวัสดุก่อสร้างในอนาคต

นายสรนันท์เสริมว่า ราคาวัสดุก่อสร้างหลังน้ำลดยังคงทรงตัว ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากตามดีมานด์ แม้จะมีการปรับราคาขึ้นไปแล้วประมาณ 3-5% ตามภาวะเงินเฟ้อและค่าแรงในช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมา ราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ที่ต้องการซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านในพื้นที่น้ำท่วม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มิติชน

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายเร่งฟื้นฟูแม่สาย เตรียมส่งคืนพื้นที่ 28 ต.ค. นี้

ผู้ว่าฯ เชียงรายตรวจติดตามการฟื้นฟูพื้นที่อุทกภัย เตรียมส่งคืนพื้นที่ 28 ตุลาคมนี้

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในอำเภอแม่สาย ผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผน คาดว่าจะสามารถส่งคืนพื้นที่ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้

การลงพื้นที่ตรวจสอบของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายสิทธิศักดิ์ อินใจคำ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในเขตอำเภอแม่สาย โดยเฉพาะบริเวณบ้านถ้ำผาจม ตลาดสายลมจอย ตำบลเวียงพางคำ และชุมชนสำคัญอื่น ๆ ในพื้นที่

ความคืบหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่อุทกภัย

ผลการฟื้นฟูพื้นที่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการล้างถนนและทำความสะอาดพื้นที่เพื่อให้การสัญจรกลับมาปกติแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการฟื้นฟูบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในบริเวณตลาดสายลมจอย ซึ่งมีจำนวนบ้านพักอาศัยทั้งหมด 66 หลังคาเรือน ที่ถูกฟื้นฟูโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กองทัพเรือ และภาคเอกชน

กิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อความสะอาดและปลอดภัย

ในวันนี้ ทางคณะผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังได้จัดกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อทำความสะอาดถนนและพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สัญจรไปมาได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

ส่งคืนพื้นที่ภายในวันที่ 28 ตุลาคม

การฟื้นฟูพื้นที่อุทกภัยในอำเภอแม่สายมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะสามารถส่งคืนพื้นที่ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อดำเนินการฟื้นฟูในระยะต่อไปได้ภายในวันที่ 28 ตุลาคมนี้

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รัฐช่วยเหลือค่าไฟผู้ประสบอุทกภัย ลดภาระประชาชนตามมติ ครม.

 

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ส่วนหน้า (ศปช.ส่วนหน้า) ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการช่วยเหลือฟื้นฟูประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย

นางสาวธีรรัตน์ได้ให้ความมั่นใจกับประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยยืนยันว่าจะไม่มีการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบบิลเดือนกันยายน 2567 สำหรับบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และในรอบบิลเดือนตุลาคม

2567 จะลดค่าไฟฟ้าให้ 30% เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยนางสาวธีรรัตน์ได้ลงพื้นที่ไปยังสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย เพื่อตรวจสอบและยืนยันการดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว

สำหรับประชาชนที่ได้รับบิลค่าไฟแล้ว หากพบความผิดพลาดหรือสงสัยในรายละเอียด สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือโทรสายด่วน 1129 นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้แอพพลิเคชัน PEA Smart Plus ยังสามารถตรวจสอบค่าไฟฟ้าแต่ละเดือนได้ รวมถึงตรวจสอบค่าไฟย้อนหลังได้ถึง 1 ปี

นอกจากการติดตามเรื่องค่าไฟแล้ว นางสาวธีรรัตน์ยังได้ลงพื้นที่ไปยังชุมชนต่างๆ ในอำเภอเมืองเชียงราย เช่น ชุมชนบ้านเมืองงิม ตำบลริมกก ชุมชนป่าแดง และชุมชนฝั่งหมิ่น เพื่อติดตามการฟื้นฟูพื้นที่และการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งนี้ นางสาวธีรรัตน์ได้หารือกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูถนนทางเข้าหมู่บ้าน รวมถึงการจัดการฝุ่นในพื้นที่สาธารณะอย่างสวนสาธารณะริมน้ำกก ซึ่งประชาชนมักมาใช้สถานที่ในการออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ในขณะเดียวกัน ยังมีการเร่งดำเนินการติดตั้งระบบไฟฟ้าให้ครบถ้วนและปลอดภัย รวมถึงการทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะ ซึ่งยังคงมีดินโคลนตกค้างอยู่ นางสาวธีรรัตน์เน้นย้ำว่า หากจุดใดที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อให้การฟื้นฟูดำเนินไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ นางสาวธีรรัตน์ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมจังหวัดเชียงรายในช่วงไฮซีซั่น โดยกล่าวว่านอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดแล้ว วิสาหกิจชุมชน “มาลีญา คราฟท์ แอนด์ ดีไซน์” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ที่นี่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวร่วมทำกิจกรรมเวิร์คช็อปผ้าพิมพ์ลายธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำวัสดุในท้องถิ่น เช่น ใบไม้ ดอกไม้ มาสร้างสรรค์ผลงานบนผืนผ้า เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ชุมชน และยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

อบจ.เชียงราย เคาะเครื่องจักรซ่อมถนน ‘บ้านเมืองงิม’ เริ่ม 28 ต.ค. นี้

ความคืบหน้าการซ่อมแซมถนนบ้านเมืองงิมหลังน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์ได้สอบถามถึงความคืบหน้าจาก นายวิญญู ทองทัน เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เกี่ยวกับ การซ่อมแซมถนนเส้นบ้านเมืองงิม ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย หลังจากที่ได้เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสียหายต่อถนนและการสัญจรของประชาชนในพื้นที่

การลงพื้นที่ตรวจสอบของวิศวกร

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 ทาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้ให้การสนับสนุนทีมวิศวกรจิตอาสาจาก สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ในการลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพื่อตรวจสอบความเสียหายของถนนเส้นนี้ โดยมีการร่วมมือระหว่างวิศวกรและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่อให้การซ่อมแซมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

งบประมาณและแผนการซ่อมแซมถนน

นายวิญญู ทองทัน ได้แจ้งว่า ขณะนี้ทาง นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้อนุมัติงบประมาณในการซ่อมแซมถนนเส้นนี้แล้ว ซึ่งงบประมาณจะถูกนำไปใช้ในการจัดหาเครื่องจักรและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อ ปรับปรุงถนนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป จนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์

ความสำคัญของการซ่อมแซมถนนบ้านเมืองงิม

การซ่อมแซมถนนในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการ สัญจรของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากถนนเส้นบ้านเมืองงิมเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อระหว่างตำบลริมกกกับตัวเมืองเชียงราย หากไม่ดำเนินการซ่อมแซมให้เรียบร้อย ประชาชนจะได้รับความลำบากในการเดินทางไปทำงาน และการขนส่งสินค้าจะต้องหยุดชะงัก นอกจากนี้ยังเป็น มาตรการป้องกันน้ำท่วมในอนาคต ด้วยการปรับปรุงพื้นผิวถนนและระบบระบายน้ำเพื่อให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ดีขึ้น

สรุปการดำเนินการในอนาคต

การซ่อมแซมถนนบ้านเมืองงิมจะเริ่มต้นในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 และจะมีการติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดโดยทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อให้ถนนกลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด ประชาชนในพื้นที่จึงสามารถวางใจได้ว่าการดำเนินการซ่อมแซมถนนในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความปลอดภัยในการสัญจร

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
ECONOMY

นโยบายการเงินลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลูกหนี้ได้ประโยชน์

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจาก 2.50% มาอยู่ที่ 2.25% ทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในประเทศไทยทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงตามมา โดยให้มีผลตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2567 กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์ผลของการลดดอกเบี้ยดังกล่าว ว่าจะช่วยลดภาระทางการเงินของลูกหนี้ทั้งภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้ในระยะสั้น และจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

จากการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าสัดส่วนของสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 40.9% ของสินเชื่อรวมในระบบธนาคารพาณิชย์ของไทย การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้รวมเกือบ 1,300 ล้านบาทในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2567 แม้จะไม่ส่งผลให้ยอดผ่อนชำระรายเดือนของลูกหนี้ลดลงทันที เนื่องจากการปรับลดดอกเบี้ยในระดับ 0.25% ยังคงไม่มากพอที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างหนี้ที่ลูกหนี้ต้องชำระ แต่ลูกหนี้จะได้รับประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยในระยะยาว ซึ่งจะทำให้สามารถปิดสัญญาหนี้ได้เร็วขึ้น

ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับ

การลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ส่งผลดีในแง่ของการลดดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย แต่ยังไม่ส่งผลให้ยอดผ่อนชำระรายเดือนลดลงทันที ลูกหนี้ที่มีสินเชื่อบ้านหรือสินเชื่อบุคคลที่มีหลักประกันจะได้รับประโยชน์จากการที่เงินต้นถูกลดลงมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้สามารถชำระหนี้ได้หมดเร็วขึ้น แม้ว่าลูกหนี้ยังต้องสำรองเงินเพื่อชำระยอดผ่อนชำระในแต่ละเดือนเช่นเดิม อย่างไรก็ตาม สำหรับลูกหนี้ที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน อาจต้องพิจารณาลดค่าใช้จ่ายในหมวดอื่นๆ ของครัวเรือนร่วมด้วย เช่น ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะและการเดินทาง

ผลกระทบต่อธุรกิจ SMEs

ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs การลดอัตราดอกเบี้ยนี้จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินได้บ้าง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากต้นทุนหลักของธุรกิจ SMEs อยู่ที่วัตถุดิบ แรงงาน และค่าเช่าสถานที่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าค่าใช้จ่ายทางดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม การลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการลงทุนในอนาคตได้ดีขึ้น

อัตราการเติบโตของสินเชื่อในปี 2567

สำหรับภาพรวมของสินเชื่อในปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์อาจปิดปีด้วยการเติบโตไม่เกิน 1.5% เนื่องจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้สินเชื่อ โดยปัจจัยอื่นๆ เช่น แนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต การลงทุน และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ ก็เป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย

บทสรุป

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2567 โดยธนาคารพาณิชย์ถือเป็นความพยายามในการปรับลดต้นทุนทางการเงินเพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ และช่วยบรรเทาภาระของลูกหนี้ทั้งในภาคครัวเรือนและธุรกิจ แม้ว่าการลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะยังไม่ทำให้ยอดผ่อนชำระลดลงทันที แต่จะส่งผลดีต่อการลดภาระหนี้ในระยะยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

Traveloka เผยยอดจองที่พักพุ่ง 127% จ.เชียงใหม่ เป็นเมืองได้รับความนิยมสูงสุด

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 Traveloka แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยถึงความสำเร็จจากแคมเปญ 10.10 Travel Fest ที่สร้างยอดการค้นหาการจองที่พักและเที่ยวบินช่วงวันหยุดปลายปีเพิ่มขึ้นถึง 127% นับเป็นการส่งสัญญาณถึงความต้องการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลวันหยุดที่สูงขึ้น โดยแคมเปญนี้นำเสนอส่วนลดสูงสุดถึง 50% ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยวได้ในราคาที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ

ซีซาร์ อินทรา ประธานบริษัท Traveloka กล่าวว่า แคมเปญ 10.10 Travel Fest ไม่เพียงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังสนับสนุนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย ด้วยการร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมและผู้ให้บริการด้านการเดินทางระดับโลก อาทิ Qatar Airways, Millennium Hotels & Resorts และ Universal Studios Singapore

การตอบรับจากผู้ใช้และพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลง

จากการเปิดเผยข้อมูลของ Traveloka พบว่านักท่องเที่ยวกว่า 60% ทำการจองเที่ยวบินล่วงหน้ามากกว่า 30 วัน เพื่อให้ได้ข้อเสนอพิเศษในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี เทรนด์นี้สะท้อนถึงความต้องการวางแผนท่องเที่ยวล่วงหน้าเพื่อรับประโยชน์จากส่วนลดที่มีระยะเวลาจำกัด นอกจากนี้ การจองที่พักและแพ็กเกจกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยได้แก่ ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง เวียดนาม และสิงคโปร์ ส่วนในประเทศ เมืองที่ได้รับความนิยมสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ กรุงเทพฯ หาดใหญ่ ภูเก็ต และอุบลราชธานี

แนวโน้มใหม่ในพฤติกรรมการท่องเที่ยว

นอกจากการจองเที่ยวบินและที่พักแล้ว ยังพบว่าเทรนด์การล่องเรือสำราญมีการเติบโตขึ้นถึงเท่าตัว โดยนักท่องเที่ยวสนใจประสบการณ์การล่องเรือสำราญแบบ All-Inclusive ที่สามารถเยี่ยมชมหลายเมืองในคราวเดียว และเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายและการพักผ่อนบนเรือได้อีกด้วย อีกทั้งนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมองหาที่พักที่ให้ประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมที่แท้จริง เช่น โรงแรมเรียวกังแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่มียอดจองเพิ่มขึ้นถึง 101% และโรงแรมริยาจสไตล์โมร็อกโกที่เพิ่มขึ้น 63%

การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาค

แคมเปญ 10.10 Travel Fest ไม่เพียงช่วยให้นักท่องเที่ยวได้วางแผนการเดินทางในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี แต่ยังเป็นการสนับสนุนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 ซีซาร์ อินทรา ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ Traveloka ในการนำเสนอบริการที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะบุคคล และช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบได้ในราคาที่คุ้มค่า

นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ Traveloka หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Traveloka เพื่อสำรวจข้อเสนอพิเศษและเทรนด์การท่องเที่ยวล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนวันหยุดปลายปีหรือต้นปี 2568 โดย Traveloka พร้อมที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวหลายล้านคน

การสนับสนุนจากพันธมิตรการท่องเที่ยว

แคมเปญนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรการท่องเที่ยวชั้นนำมากมาย อาทิ Qatar Airways และ Millennium Hotels & Resorts โดยอาลี แอสเกอร์ เลห์รี รองประธานฝ่ายบริหารรายได้ประจำภูมิภาคเอเชียของ Millennium Hotels and Resorts ได้แสดงความพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้รับจากแคมเปญนี้ และมองเห็นโอกาสในการขยายความร่วมมือกับ Traveloka ในอนาคต เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้กับผู้เข้าพัก

แนวโน้มการท่องเที่ยวที่น่าสนใจในช่วงสิ้นปี

ในช่วงวันหยุดปลายปีนี้ เทรนด์การท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชี้ให้เห็นว่านักท่องเที่ยวไม่เพียงมองหาการพักผ่อนในจุดหมายปลายทางยอดนิยมเท่านั้น แต่ยังสนใจประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และสมจริงมากขึ้น โดยมีการจองที่พักสไตล์ดั้งเดิมและเรือสำราญเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก แคมเปญ 10.10 Travel Fest ของ Traveloka ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นประสบการณ์และการสัมผัสวัฒนธรรม

นักท่องเที่ยวสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ Traveloka เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการวางแผนการเดินทางที่น่าประทับใจในราคาที่ดีที่สุด

สรุปเนื้อหาสำคัญ:

  1. Traveloka ประสบความสำเร็จจากแคมเปญ 10.10 Travel Fest เพิ่มยอดจองที่พักและเที่ยวบินถึง 127%
  2. จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทย ได้แก่ ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเมืองในไทย เช่น เชียงใหม่และภูเก็ต
  3. เทรนด์ใหม่ของการท่องเที่ยวเน้นประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ เช่น ล่องเรือสำราญและที่พักวัฒนธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : traveloka

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มทบ.37 ตรวจติดตามพัฒนาการ เด็กและช่วยเหลือหลังอุทกภัย

มื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00 น. พลตรี บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 (ผบ.มทบ.37) พร้อมด้วย ดร.ธาราทิพย์ วงษ์บรรณะ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 37 และคณะ ได้เข้าตรวจเยี่ยมการคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย ตามโครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมกระตุ้นพัฒนาการ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมณฑลทหารบกที่ 37 (ศพด.มทบ.37) ค่ายเม็งรายมหาราช

การตรวจติดตามและคัดกรองพัฒนาการเด็ก

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการคัดกรองพัฒนาการของเด็กตามวัยที่เหมาะสม โดยเฉพาะการเฝ้าระวังและติดตามพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของเด็กอย่างต่อเนื่อง การคัดกรองดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ และสังคมของเด็กในช่วงวัยที่สำคัญ เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลและพัฒนาศักยภาพอย่างถูกต้องตามวัย

พลตรี บุญญฤทธิ์ และ ดร.ธาราทิพย์ ได้ตรวจสอบการดำเนินการของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และให้คำแนะนำในการพัฒนาระบบคัดกรองพัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยเฉพาะการจัดการด้านการดูแลเด็กและการติดตามพัฒนาการเป็นรายบุคคล เพื่อให้เด็กในศูนย์ได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ คณะยังได้พูดคุยและให้กำลังใจกับบุคลากรและครูผู้สอนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา

มอบสิ่งของช่วยเหลือและการส่งเสริมขวัญกำลังใจ

นอกจากการตรวจเยี่ยมและติดตามโครงการเฝ้าระวังพัฒนาการเด็กแล้ว คณะของสมาคมแม่บ้านทหารบกยังได้มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับบุคลากรและครูโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและส่งเสริมขวัญกำลังใจในช่วงเวลาที่ยากลำบาก นอกจากนี้ ยังมีการมอบไอศกรีมให้กับเด็กนักเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อเป็นการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการติดตามความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาการเด็กแล้ว ยังเป็นโอกาสในการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากบุคลากรในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยให้โครงการสามารถดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่

ผลการปฏิบัติและการสนับสนุนเพิ่มเติม

ผลการดำเนินการตรวจเยี่ยมและติดตามในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พลตรี บุญญฤทธิ์และคณะได้รับข้อมูลและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคัดกรองพัฒนาการเด็ก และได้เห็นถึงความตั้งใจของบุคลากรในการดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพเด็กในระยะเริ่มต้น

ในอนาคต คณะจะดำเนินการตรวจสอบและสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าโครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมกระตุ้นพัฒนาการเด็กปฐมวัยนี้จะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถส่งเสริมการพัฒนาทางร่างกายและจิตใจของเด็กในพื้นที่ให้เติบโตไปอย่างมีคุณภาพ

ความสำคัญของโครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก

โครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย เป็นโครงการที่มีความสำคัญในการคัดกรองพัฒนาการเด็กตามวัย โดยเป็นการเฝ้าระวังและติดตามผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม โครงการนี้ไม่เพียงช่วยให้เด็กพัฒนาไปตามวัย แต่ยังช่วยให้ผู้ปกครองและครูสามารถตรวจสอบและรับรู้ถึงพัฒนาการของเด็กได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยการสนับสนุนและการติดตามโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้โครงการนี้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการจัดการ การเฝ้าระวังพัฒนาการ และการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของเด็กให้เติบโตไปเป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต

การลงพื้นที่ของ พลตรี บุญญฤทธิ์ และคณะในครั้งนี้ ถือเป็นการสนับสนุนที่สำคัญในการผลักดันโครงการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อทั้งเด็ก บุคลากร และชุมชน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News