Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงราย พบปลากระเบนแม่น้ำโขงหนัก 1.2 กิโล ริมฝั่งแม่น้ำโขง เชียงของ

 

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ทางสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต (LRA) ได้รับแจ้งจากเครือข่ายชาวประมงแม่น้ำโขง จากบ้านดอนที่ หมู่ที่ 3 บ้านดอนที่ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ว่าได้จับปลากระเบนแม่น้ำโขงหรือกระเบนลาว ขนาด 1.2 กิโลกรัม จากการไหลมองหหรือไหลตาข่ายดักปลาในแม่น้ำโขง

 

นายสมศักดิ์ นันทรักษ์ นักวิจัยชาวบ้าน บ้านดอนที่ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ได้เล่าถึงปลากระเบนที่จับได้ว่า“ปลาฝาไมตัวนี้จับได้ที่ลั้งหาปลาบ้านดอนที่ เช้านี้ ตัวประมาณ 1.2 กิโลกรัม โดยการไหลมองหรือตาข่ายที่ไหลดักปลา เป็นปลาตัวเมีย มีเงี่ยงหนึ่งอัน ช่วงนี้ส่วนใหญ่จะจับได้จากการไหลมอง ส่วนเบ็ดระแวงไม่ค่อยได้ใส่เนื่องจากไกกำลังหลุด มันชอบไปหวันสายเบ็ด”ปลากระเบนลาว หรือ ปลากระเบนแม่น้ำโขง ชาวบ้านเรียกว่าปลาฝาไม มีชื่ออังกฤษเรียกว่า Mekong stingray, Mekongและ freshwater stingray เป็นปลากระเบนน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปลากระเบนธง ปลาฝาไมที่ชาวบ้านจับได้มีรูปร่างส่วนหัวออกเป็นรูปทรงห้าเหลี่ยม ตาโต หางมีริ้วหนังบาง ๆ โคนหางมีเงี่ยงแหลมมีพิษ 2 ชิ้น ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลนวล กลางหลังมีเกล็ดเป็นตุ่มหยาบ ๆ ลำตัวด้านล่างสีขาว และมีปื้นสีเหลืองอ่อนหรือส้มปน น้ำหนักมากที่สุดชาวบ้านดอนที่เคยจับได้ประมาณเกือบ 30 กิโลกรัม
 
 
ปัจจุบันปลากระเบนเป็นปลาหายาก ที่ยังมีการจับได้เฉพาะพื้นที่ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ส่วนพื้นที่อื่นๆมีการจับนานๆ ได้ที การลดลงของปลากระเบน เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในแม่น้ำโขงทั้งจากการสร้างเขื่อน การระเบิดเกาะแก่ง การเดินเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ได้ส่งผลให้ระดับน้ำขึ้นลงผิดปกติ ระบบนิเวศน์น้ำโขงเปลี่ยนรูป ส่งผลทำให้ปลาหลายชนิดลดจำนวนลงทั้งชนิดพันธุ์และปริมาณ จากการจับได้ของชาวประมง ปลาลดลงส่งผลโดยตรงต่อวิถีชีวิตชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง
 
 
ชาวประมงบ้านดอนที่ ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกับทางสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ร่วมกันศึกษาองค์ความรู้ท้องถิ่นเกี่ยวกับปลากระเบน และเก็บตัวอย่างน้ำ เมือกปลา เพื่อเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมจากน้ำ (EDNA) ไว้เป็นต้นแบบสำหรับการศึกษาสำรวจแหล่งที่อยู่อาศัยของปลากระเบนในระบบนิเวศน์แม่น้ำโขง และทางสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตได้ดำเนินโครงการเสริมศักยภาพชุมด้วยองค์ความรู้ท้องถิ่นและวิทยาศาสตร์ในการคุ้มครองถิ่นที่อยู่ปลากระเบนน้ำโขง พื้นที่คอนผีหลงและแม่น้ำโขงจังหวัดเชียงราย 
 
 
เพื่อ ศึกษาองค์ความรู้ปลากระเบน เสริมศักยภาพการตั้งรับปรับตัวของชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขง โดยการสร้างมูลค่าจากปลาในแม่น้ำโขง เพื่อเพาะขยายพันธุ์เพื่อสร้างรายได้ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกกับทางผู้เชี่ยวชาญด้านประมงในจังหวัดเชียงรายต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

หวั่นลำไยภาคเหนือราคาตกหลังปีนี้ผลผลิตรวมกว่า 9.7 แสนตัน

 

เมื่อวันจันทร์ ที่  27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 นายธวัชชัย เดชาเชษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่1เชียงใหม่ (สศท.1) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์ผลิตลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา ลำปาง ตาก แพร่ และน่าน) โดย สศก. ร่วมกับคณะทำงานย่อยเพื่อพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกภาคเหนือ จัดทำข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคเหนือ ครั้งที่ 2/2567 (ข้อมูล ณ 14 พฤษภาคม 2567) พบว่าปี 2567 ลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือมีเนื้อที่ยืนต้น จำนวน 1,254,937 ไร่ ลดลงจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 1,269,344 ไร่ (ลดลง14,407 ไร่ หรือร้อยละ 1.13เนื่องจากเกษตรกรโค่นต้นลำไยที่มีอายุมากและให้ผลผลิตน้อย โดยปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น เช่น ยางพารา ทุเรียน มะม่วง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

 

 ด้านผลผลิตรวม มีจำนวน 978,974 ตันเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 949,473 ตัน (เพิ่มขึ้น 29,501 ตัน หรือร้อยละ 3) ทั้งนี้ผลผลิตลำไยในฤดู จะออกสู่ตลาดช่วงปลายเดือนมิถุนายน และจะออกต่อเนื่องถึงเดือนกันยายน 2567โดยผลผลิตจะออกมากที่สุดในเดือนสิงหาคม 2567 ประมาณ 366,273 ตัน หรือ ร้อยละ 37 ของผลผลิตทั้งหมด

 

   สถานการณ์การผลิตลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ ปี 2567 พบว่าลำไยในฤดู มีจำนวน637,501 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ที่มีจำนวน 606,900 ตัน (เพิ่มขึ้น 30,601 ตัน หรือ ร้อยละ 5)เนื่องจากราคาลำไยในปีที่แล้วอยู่ในเกณฑ์ดี จูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาต้นลำไยและราดสารโพแทสเซียมคลอเรตเพื่อชักนำการออกดอก แม้ว่าในเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน2567สภาพอากาศจะร้อนจัด ส่งผลให้บางพื้นที่ต้นลำไยขาดน้ำและสลัดลูกทิ้งบางส่วน

 

แต่เนื่องจากการออกดอกและติดผลมีมากกว่าปีที่แล้วทำให้ภาพรวมผลผลิตยังคงเพิ่มขึ้นและลำไยนอกฤดู มีจำนวน 341,473 ตัน ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 342,573 ตัน (ลดลง 1,100 ตัน หรือร้อยละ 0.32) ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากสภาพอากาศแห้งแล้งและร้อนจัดทำให้ต้นลำไยในบางพื้นที่ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถราดสารโพแทสเซียมคลอเรตเพื่อชักนำการออกดอกได้

 

ด้านสถานการณ์ราคาลำไยของ 8 จังหวัดภาคเหนือ ณ เดือนพฤษภาคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่ลำไยนอกฤดู ออกสู่ตลาด (ลำไยนอกฤดูออกตลาด ม.ค. – พ.ค. และ ต.ค. – ธ.ค.)แบ่งตามเกรด ได้แก่ลำไยสดช่อ เกรดAAกิโลกรัมละ 25 บาทส่วนลำไยรูดร่วง เกรดAAกิโลกรัมละ 22 บาท,เกรดAกิโลกรัมละ 15 บาท,เกรดBกิโลกรัมละ 10 บาท และเกรดCกิโลกรัมละ 3 บาทด้านลำไยในฤดู เกษตรกรเริ่มเกี่ยวเก็บตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 คาดว่าราคาที่เกษตรกรขายได้จะอยู่ ในเกณฑ์ดี จากการที่เกษตรกรเอาใจใส่ดูแลทำให้ลำไยมีคุณภาพดียิ่งขึ้นสำหรับสถานการณ์ตลาดลำไยภาคเหนือ ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ จีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าตลาดจีนจะเปิดการซื้อขายแล้วแต่ยังมีมาตรการตรวจคัดกรองที่เข้มงวด ทั้งการตรวจโรคแมลงศัตรูพืช ณ ด่านนำเข้าเพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

 

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการลำไยในฤดูของภาคเหนือ ซึ่งคณะทำงานได้ร่วมกันวางแนวทางการบริหารสมดุลDemand-Supplyโดยมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการ สำหรับความต้องการผลผลิตส่วนใหญ่จะเน้นการแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งทั้งเปลือก อบแห้งเนื้อสีทอง น้ำลำไยสกัดเข้มข้น และลำไยกระป๋อง จำนวน 480,725 ตัน บริโภคสดในประเทศจำนวน 60,724 ตัน และส่งออกลำไยสด จำนวน 96,053 ตัน

 

 อย่างไรก็ตาม เดือนสิงหาคมเป็นช่วงที่ผลผลิตออกกระจุกตัวอาจส่งผลกระทบต่อราคาลำไย ซึ่งหน่วยงานภาครัฐทั้งที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การตลาด ได้เตรียมแผนบริหารจัดการสินค้าและเชื่อมโยงกับตลาดภายนอกจังหวัด เพื่อบริหารจัดการในช่วงที่ผลผลิตออกกระจุกตัวในช่วงเดือนสิงหาคมนี้เรียบร้อยแล้ว อาทิ การจำหน่ายลำไยเพื่อบริโภคสดในประเทศ โดยมุ่งเน้นกระจายออกนอกแหล่งผลิตผ่านModern Tradeเครือข่ายสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ธ.ก.ส. ไปรษณีย์ และตลาดออนไลน์

 

 “การผลิตลำไยในปีนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากระยะต่อจากนี้เป็นช่วงที่ลำไยเริ่มมีการพัฒนาช่อผล ซึ่งถ้าเกิดภัยแล้งขึ้นช่อผลที่กำลังพัฒนามีการหยุดชะงัก ผลเล็กไม่เจริญเติบโต หรือผลที่เติบโตเต็มที่แล้วจะมีอาการผลแตกในช่อผลได้ เกษตรกรชาวสวนลำไยควรหมั่นสำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาผลผลิตให้มีคุณภาพ และให้เฝ้าระวังเพลี้ยแป้ง ซึ่งเป็นศัตรูพืชสำคัญในลำไยเพื่อไม่ให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด

 

โอกาสนี้ ขอเชิญชวนผู้บริโภคทุกท่านร่วมสนับสนุนผลผลิตลำไยของเกษตรกร ซึ่งพร้อมออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และเป็นกำลังใจให้พี่น้องเกษตรกรในการผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพต่อไป”

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่1เชียงใหม่ (สศท.1) 

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย พบปะประชุมผู้ปกครอง โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย

 

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2567 เวลา 08.30 น. และ เวลา 13.00 น. ณ อาคารคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงานประชุม ผู้ปกครอง ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 (ช่วงเช้า) ระดับชั้น ม.2 และ ม.5 (ช่วงบ่าย) ระดับชั้น ม.3 และ ม.6 พร้อมด้วย ดร. ศราวุธ สุตะวงค์ ผู้อำนวยการโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย คณะผู้บริหาร คณะครู และผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายโดยการประชุมผู้ปกครองฯ มีการแสดงความสามารถของนักเรียนในแต่ละโปรแกรมวิชา ที่กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ให้แก่ผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้อีกด้วย

 

พร้อมกันนี้ นายก อบจ.เชียงราย ได้กล่าวพบปะผู้ปกครองและนักเรียน และกล่าวขอบคุณผู้ปกครองที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยการส่งบุตรหลานมารับการศึกษาอบรมที่โรงเรียนแห่งนี้ และได้เสียสละเวลาอันมีค่ามาร่วมการประชุมในวันนี้ อีกทั้งประชาสัมพันธ์โครงการทุนการศึกษาและเงินช่วยเหลือ สำหรับนักศึกษา นักเรียน ที่ยากจนหรือด้อยโอกาส โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้จัดทุนการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยตั้งงบประมาณตามโครงการไว้ จำนวน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

โครงการพลังบวรในมิติศาสนา บ่มเพาะความรู้ การฝึกปฏิบัติ

 
เมื่อวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2567 เวลา 13.00 -17.30 น.ณ ห้องประชุมวิทยาลัยสงฆ์เชียงราย ดอยจำปี อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ข้าราชการ ประกอบด้วย นางสาวณพิชญา นันตาดี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นางสุพรรณี เตชะตน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และนายสุพจน์ ทนทาน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ร่วมประชุมคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย สมัยสามัญ ครั้งที่ 3/2567 

 

โดยได้ชี้แจงสร้างการรับรู้การดำเนินโครงการพลังบวรในมิติศาสนา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ดังนี้

  1. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จังหวัดเชียงรายมีวัดและศาสนสถานเข้าร่วมโครงการ จำนวน 54 แห่ง
  2. กรมการศาสนาได้กำหนดให้สำนักงานวัฒนธรรม ร่วมกับชุมชนคุณธรรมฯ ดำเนินการ

ส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม นวัตกรรมทางภูมิปัญญา เพื่อเสริมสร้างอาชีพ รายได้ให้แก่คนในชุมชน One Family One Soft Power (OFOS) ประกอบด้วยกิจกรรม การบ่มเพาะความรู้ การฝึกปฏิบัติ การยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์/ตราสัญลักษณ์สินค้า การจำหน่าย ตามนโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power ทางสำนักงานวัฒนธรรมได้ดำเนินการสำรวจการส่งเสริมอาชีพในชุมชนทั้ง 54 แห่ง มีชุมชนที่ส่งเสริมอาชีพโดดเด่น จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย

  • ชุมชนคุณธรรมวัดบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย ผลิตภัณฑ์แกะสลักหินหยก
  • ชุมชนคุณธรรมวัดดงชัย ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง ผลิตภัณฑ์งานศิลปะแผ่นทองและการแกะสลักกระจก
  • ชุมชนคุณธรรมวัดปางไตรแก้ว ต.เวียงเหนือ อ.เวียงชัย ผลิตภัณฑ์ผ้าไหม

ทั้งนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายได้พิจารณาคัดเลือกผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่ซ้ำกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย CPOT ของกระทรวงวัฒนธรรม โดยได้คัดเลือกชุมชนคุณธรรมวัดบ้านจ้อง ต.โป่งผา อ.แม่สาย ซึ่งกำหนดพัฒนาผลิตภัณฑ์หินหยกแกะสลัก ภายในเดือนมิถุนายน 2567

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

บทบาทของ อบจ.เชียงราย ส่งเสริมพระพุทธศาสนา

 

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2567 เวลา 10.00 น. พระพุทธญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกพุทธสมาคมแห่งจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2566 มอบโล่เกียรติคุณแก่องค์กรต้นแบบ ประกาศนียบัตรแก่บุคคลต้นแบบในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีความโดดเด่นในการ ครองตน ครองคน ครองงาน ตามหลักพระพุทธศาสนา อาทิ นักเรียน ครูที่ปรึกษา และโรงเรียน ทั้งนี้ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้รับใบประกาศเกียรติคุณ บุคคลต้นแบบในการทำคุณประโยชน์ ต่อพระพุทธศาสนาและต่อพุทธสมาคมแห่งจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2566

 

โดยการประชุมในครั้งนี้มีการแสดงความสามารถของนักเรียนที่ได้รับรางวัล ได้แก่ การกล่าวสุนทรพจน์ หัวข้อ “พระมหากษัตริย์ไทยกับพระพุทธศาสนา” และ สวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยฯ (สาธิตการสวด) เวลาต่อมานางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย บรรยายในหัวข้อ “บทบาทของ อบจ.เชียงราย ในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา” ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม กล่าวว่า นโยบายด้านการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม อบจ.เชียงรายได้ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างบูรณาการ
 
เพื่อให้เกิดความตระหนักในคุณค่าของศาสนา จารีต ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเชียงราย และชนเผ่าที่หลากหลาย ซึ่งนำไปสู่การสืบทอดมรดก ทางศิลปวัฒนธรรม และได้สนับสนุนองค์ความรู้ทางด้าน ศิลปวัฒนธรรม สู่ท้องถิ่นและศาสนสถานโดยร่วมกับ องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเมืองเชียงรายสู่เมืองแห่งการสร้างสรรค์ทางศิลปะ และวัฒนธรรม (Creative city & Culture) ให้ดำรงและสืบทอดสู่คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

เชียงรายเชื่อม SME เหนือ สู่ตลาด รัฐ-เอกชน THAI SME-GP Road Show

 
เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 67 ที่ห้องประชุม อาคารคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน THAI SME-GP Road Show จ.เชียงราย มุ่งขยายโอกาส SME พื้นที่ภาคเหนือตอนบนเข้าสู่ตลาดภาครัฐ โดยมี ดร.อภิรดี ขาวเธียร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ( สสว.) กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย ผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ SMEs เข้าร่วมงาน

 

นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวว่า จังหวัดเชียงรายรวมถึงกลุ่ม จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน น่าน พะเยา และ แพร่ เป็นพื้นที่ที่มี SME เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตและพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยเพาะเชียงรายเป็นหนึ่งใน จังหวัดศูนย์กลางทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนของภูมิภาค โดยมี SME จำนวน 65,128 กิจการ เกิดการ จ้างงาน 173,686 คน ที่สำคัญมีส่วนในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะในกิจการที่เป็นนิติบุคคล คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 59,941 ล้านบาท

 

ในส่วนของตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จังหวัดเชียงราย ยังเป็นศูนย์รวมของผู้ซื้อภาครัฐ ที่มีทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา ฯลฯ จำนวน 1,062 หน่วย ซึ่งในปี 2566 ที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆ มีการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการรวมมูลค่าถึง 10,757 ล้านบาท ซึ่งร้อยละ 48.5 เป็นการจัดซื้อจัดจ้างจาก SME ที่ขึ้นทะเบียนในระบบ THAI SME-GP ของ สสว.

 

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐที่เป็นผู้ซื้อ ได้พบกับ SME ที่เป็นผู้ขายสินค้าและบริการ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ SME สามารถขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดภาครัฐได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่หน่วยงานได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ เพื่อช่วยให้การทำงานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ถูกต้อง และเกิดประสิทธิภาพในการร่วมส่งเสริม สนับสนุน SME ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ต่อไป

 

ด้าน ดร.อภิรดี ขาวเธียร รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ตามที่ สสว. ได้ร่วมกับกรมบัญชีกลาง ดำเนินมาตรการสนับสนุนให้ SME เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ภายใต้กฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับ ที่ 2) พ.ศ.2563 ซึ่งเริ่มดำเนินการนับตั้งแต่ปลายปี 2563 เป็นต้นมา เพื่อสร้างโอกาสให้ SME เข้าสู่ตลาดภาครัฐที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1.2-1.5 ล้านล้านบาทต่อปี โดยมาตรการ THAI SME-GP เป็นการให้สิทธิประโยชน์กับ SME ในรูปแบบของแต้มต่อในการแข่งขัน ซึ่ง SME ที่ขึ้นทะเบียน THAI SME-GP กับ สสว. โดยจะได้รับแต้มต่อไม่เกินร้อยละ 10 และหากผู้ประกอบการ THAI SME-GP ขายสินค้าที่ได้รับการรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จะได้รับแต้มต่อไม่เกินร้อยละ 15 นอกจากนี้การจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างกับผู้ประกอบการ SME เป็นลำดับแรกก่อน

 

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย ตัวเลข ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 มี SME ที่ขึ้นทะเบียนในระบบ THAI SME-GP จำนวน 2,997 ราย ในปี 2566 SME ที่ขึ้นทะเบียน ได้เป็นคู่ค้าภาครัฐจำนวน 1,548 ราย รวมมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง 7,453 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อจัดจ้างจากหน่วยงานของรัฐใน พื้นที่เชียงราย คิดเป็นร้อยละ 41.04 และจากพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ คิดเป็นร้อยละ 59.96

 

ดังนั้น เพื่อช่วยขยายโอกาส SME ให้เข้าสู่ตลาดภาครัฐเพิ่มขึ้น ในปี 2567 สสว. ดำเนินการเสริมสร้างความพร้อมให้ SME เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในพื้นที่ทั่วประเทศ สำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพ SME ด้วยการอบรมความรู้ ให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก และจัดงานส่งเสริม เชื่อมโยงตลาดภาครัฐ หรืองาน THAI SME-GP Roadshow เพื่อเปิดโอกาสให้ SME ซึ่งเป็นผู้ขาย ได้พบกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เป็นผู้ซื้อ ซึ่งภาคเหนือ กำหนดจัดงาน 2 ครั้ง จังหวัดเชียงรายเป็นครั้งแรก และจัดกิจกรรมครั้งที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก ใน วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 ที่จะถึงนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ SME ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ มีโอกาสนำเสนอสินค้าและบริการให้หน่วยงานภาครัฐ- ภาคเอกชน สำหรับ SME ที่ร่วมออกบูธแสดงสินค้าในครั้งนี้มีจำนวนกว่า 30 กิจการ มีสินค้าและบริการ อาทิ ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล เครื่องใช้อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องเขียน เฟอร์นิเจอร์ การบริการติดตั้งระบบไฟฟ้า เป็นต้น

 

ภายในงานยังมีกิจกรรมเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนกับสถาบันการเงิน อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคาร SME D Bank ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หน่วยงานพันธมิตร อาทิ สำนักงานพาณิชย์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษ และเสวนาให้ความรู้ด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยวิทยากรจากสำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ภูมิภาคที่ 8 สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดเชียงราย และ สรรพากรพื้นที่ มาร่วมถ่ายทอดความรู้ เพื่อให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ให้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ประสบความสำเร็จในการขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในระดับพื้นที่และระดับประเทศต่อไป

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อ.แม่สรวย จัดพิธีจำลองแห่ พระเจ้าทองทิพย์ขึ้นแม่น้ำลาว ปี 67

 
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ดร.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ ผู้นำชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ตำบลศรีถ้อย รวมถึงตำบลข้างเคียง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ร่วมกันจัดงานจำลองการเสด็จทางชลมารคของพระเจ้าไชยเชษฐา โดยมีการจำลองการเสด็จทางแม่น้ำลาวไปครองเมืองเชียงใหม่ และอัญเชิญพระเจ้าทองทิพย์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ของเมืองล้านนาขึ้นมาจากแม่น้ำลาว เพื่อให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพร ณ ลานหน้าวัดพระเจ้าทองทิพย์  ริมแม่น้ำลาว เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2567 บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก
 

 จากประวัติเหตุการณ์พระเจ้าไชยเชษฐา เสด็จทางชลมารคแม่น้ำลาวไปครองเมืองเชียงใหม่ และได้อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ไปด้วย ครั้นเสด็จมาถึงตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่สรวย บริเวณหน้าวัดพระเจ้าทองทิพย์ในปัจจุบัน เรือพระที่นั่งไม่สามารถเคลื่อนต่อได้ จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูป ดังกล่าว ประทับ ณ ศาลาชั่วคราว ต่อมาได้มีการสร้างเป็นวัดพระเจ้าทองทิพย์ เดิมอยู่เมืองหลวงพระบางประเทศลาว มีอายุประมาณพันปีเศษ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อ พ.ศ. 2063 พระเจ้าโพธิสารขึ้นครองนครเชียงทอง (หลวงพระบาง) 
 
 
ได้ไปขอราชธิดากษัตริย์เชียงใหม่มาเป็นมเหสี และได้ครองราชสมบัติร่วมกันเป็นเวลาหลายปีแด่ก็ไม่มีพระโอรส ดังนั้นในวันวิสาขบูชา พระเจ้าโพธิสารพร้อมด้วยมเหสี จึงได้ไปบนบานศาลกล่าวต่อพระเจ้าทองทิพย์เพื่อขอให้มีพระโอรส ซึ่งต่อมาไม่นานมเหสีก็ตั้งครรภ์ และประสูติเป็นพระโอรสนามว่า “ไชยเชษฐากุมาร” เมื่อพระไชยเชษฐาอายุ 14 พรรษาพระอัยกา (สมเด็จตา) ผู้ครองนครเชียงใหม่สวรรคต และไม่มีพระโอรสเหล่าอำมาตย์ของนครเชียงใหม่พร้อมกันมาทูลขอพระเจ้าไชยเชษฐา ไปครองนครเชียงใหม่ พระเจ้าโพธิสารทรงอนุญาต 
 
 
โดยก่อนที่จะไปนครเชียงใหม่ พระเจ้าโพธิสารให้นำพระเจ้าทองทิพย์ไปด้วยเพราะเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ ดังเมื่อตอนไปขอให้มเหสีมีพระโอรสก็ได้ดังประสงค์ พระเจ้าไชยเชษฐา จึงได้นำพระเจ้าทองทิพย์ลงเรือไปด้วย โดยเดินทางจากนครเชียงทอง (หลวงพระบาง) ผ่านแม่น้ำโขง แม่น้ำกก สู่แม่น้ำลาว เพื่อจะไปยังนครเชียงใหม่ ครั้นเรือล่องมาถึงหน้าวัดพระเจ้าทองทิพย์ในปัจจุบัน เรือพระที่นั่งไม่สามารถเคลื่อนต่อได้ ทั้งๆ ที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง พระเจ้าไชยเชษฐา ทรงเห็นว่าพระเจ้าทองทิพย์ คงประสงค์จะประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ จึงให้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดพระเจ้าทองทิพย์ปัจจุบัน
 

 ต่อมาในปี พ.ศ. 2397 เจ้าหลวงผู้ครองเมืองเชียงราย และพระยาไชยวงศ์ ผู้รักษาเมืองหนองขวาง (อำเภอแม่สรวยปัจจุบัน) ได้เป็นประธานบูรณะวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าทองทิพย์ และเมื่อปี พ.ศ.2461 พระนางเจ้าดารารัศมี และเจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้เสด็จมาทำการสักการบูชาพระเจ้าทองทิพย์ และพักแรมอยู่ที่สถานที่นี้หลายคืน  พระเจ้าทองทิพย์องค์จริงดั้งเดิมยังคงประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเจ้าทองทิพย์ จวบจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่ของเมืองล้านนา ที่ผู้คนมักจะมาบนบานขอให้มีบุตรตามความเชื่อที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘อทิตาธร’ ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม สรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ อำเภอเทิง

 

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ณ วัดพระธาตุจอมจ้อ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ประธานฝ่ายฆราวาส เปิดโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมสืบสานประเพณีสรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ อำเภอเทิง ประจำปี 2567 พร้อมด้วย นายสิงห์ทอง หนุนนำสิริสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงเทิง นายบุญตัน เสนคำ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง เขต 1 นายเกษม หาญกล้า สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเทิง เขต 2 โดยมี พระครูอุดมคณาภิรักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอ เทิง เป็นผู้กล่าวรายงาน

 

พระธาตุจอมจ้อ ประดิษฐาน ณ หมู่ 20 ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เป็นโบราณสถานที่สำคัญ เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป และถือเป็นมรดกทางด้านศาสนาที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอเทิง มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นพระธาตุที่สำคัญ “หนึ่งในเก้าจอม” ของจังหวัดเชียงราย ทุกปีจะมีการสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ และองค์พระธาตุ ในวันวิสาขบูชาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งเป็นประเพณีความเชื่อดั้งเดิมมาแต่โบราณเปรียบเสมือนการได้สรงน้ำพระพุทธเจ้าหรือพระอรหันต์ทั้งหลาย โดยอำเภอเทิงร่วมกับ คณะสงฆ์อำเภอเทิง เทศบาลตำบลเวียงเทิง สภาวัฒนธรรมอำเภอเทิง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในเขตอำเภอเทิง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของประเพณีท้องถิ่นตลอดมา

 

โครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมสืบสานประเพณีสรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ ได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนร่วมกันอนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมอันดีงามและตระหนักถึงความสำคัญของพระธาตุจอมจ้อ หนึ่งในพระธาตุเก้าจอมของจังหวัดเชียงราย

 

เพื่อส่งเสริมให้ผู้ร่วมงานตระหนักถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาได้ศึกษาหลักธรรมคำสอนและนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรและชุมชน สร้างจิตอาสาในการบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอำเภอเทิง ทั้งนี้ การจัดงานส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมสีบสานประเพณีสรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ ในครั้งนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 100,000 บาท

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเตรียมจัดกิจกรรมเดินวิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ

 
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2567  ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและคณะทำงานจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ผู้แทนนายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อรับทราบการจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 พร้อมแจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการในการจัดกิจกรรม อีกทั้งเพื่อพิจารณาการเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรม การกำหนดเส้นทาง รูปแบบ พิธีการเปิดกิจกรรม รูปแบบขบวน รูปแบบธงตราสัญลักษณ์ รวมถึงการมอบหมายภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

 

           ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้จัดโครงการเดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณ รวมทั้งเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมในห้วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม 2567 โดยจังหวัดเชียงรายกำหนดจัดกิจกรรมขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน ถึงวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2567 โดยในวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567 พิธีเปิด ณ ด่านพรมแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเริ่มออกเดิน วิ่ง ปั่น จากด่านพรมแดนอำเภอแม่สาย ไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 (ศาลากลางหลังแรก) อำเภอเมืองเชียงราย และในวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2567 จัดให้มีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ กิจกรรมเฉลิมฉลองธงตราสัญลักษณ์ ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 (ศาลากลางหลังแรก) และในวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2567 เริ่มออกเดิน วิ่ง ปั่น จากศาลากลางหลังแรก ไปยังจุดส่งมอบธงตราสัญลักษณ์หน้า อบต.แม่เย็น อำเภอพาน เพื่อส่งต่อให้จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดถัดไป

 

ทั้งนี้จังหวัดเชียงรายขอเชิญชวนส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาที่คุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความสมัครสมานสามัคคีอันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

‘พิสันต์’ เตรียมส่ง ‘วัดห้วยปลากั้ง’ เป็นสุดยอดชุมชนต้นแบบเชียงราย ปี 67

 

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.67 ที่ห้องประชุมพวงแสด ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจังหวัดเชียงราย ครั้งที่1/2567 โดยมีคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม

 

โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้นำเสนอผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา ได้แก่การจัดพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 ที่ห้องนิทรรศการ 5 อาคารศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งจังหวัดเชียงรายมีผู้ไปรับโล่เชิดชูเกียรติฯ ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ได้แก่ ชุมชนคุณธรรมวัดหัวฝาย โดยพระครูปิยวรรณพิพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ได้แก่ โรงพยาบาลแม่จัน โดยนายรัฐกานต์ ปาระมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่จัน อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ได้แก่ อำเภอพาน โดยนายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน สำหรับการดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นคนดีศรีจังหวัด ประจำปี 2566 ประเภทเด็ก/เยาวชน (อายุ 13-25 ปี) ได้แก่ นายอิทธิพล หลวงโปธา และประเภทประชาชน ได้แก่ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ 

 

นอกจากนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้แจ้งในที่ประชุมทราบถึงโครงการ สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2567 ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้เสนอชุมชนคุณธรรมฯ วัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย เข้ารับการคัดเลือก ขณะนี้ได้ผ่านการคัดเลือกในรอบ 20 ชุมชน (จากชุมชนฯ ทั่วประเทศ จำนวน 76 ชุมชน) โดยจะมีคณะกรรมการลงพื้นที่ในปลายเดือนมิถุนายน เพื่อคัดเลือกวัดห้วยปลากั้งให้เป็น 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ต่อไป

 

โครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2564 – 2567 ซึ่งจังหวัดเชียงรายมีชุมชนที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ“ เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 – 2566 จำนวน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนวัดท่าข้ามศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ ชุมชนบ้านเมืองรวง อำเภอเมืองเชียงราย และชุมชนวัดพระธาตุผาเงา (บ้านสบคำ) อำเภอเชียงแสน ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับรางวัล 3 ปีซ้อน แห่งเดียวในประเทศไทย และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ชุมชนวัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ได้ผ่านการคัดเลือกในรอบ 20 ชุมชน ซึ่งคณะกรมมการฯ จะมีลงพื้นที่พิจารณาชุมชนเชิงประจักษ์ประมาณเดือนกรกฎาคม 2567

 

ปิดท้ายสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้เชิญชวนชาวเชียงรายสมัครเข้ารับการคัดเลือกให้เป็น “คนดีศรีจังหวัด” โดยเปิดรับสมัครไปจนถึง วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 สามารถส่งรายละเอียดผลงานได้ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย เชียงราย หรือโทรสอบถามรายละเอียดที่ได้ 053 150 169 และสามารถดาวน์โหลดใบสมัคร พร้อมรายละเอียดการสมัครที่ได้ที่ https://me-qr.com/1maHKiUC

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News