
Summary
แกร็บเผยยอดใช้บริการคืนวันหยุดพุ่ง 20% โดยช่วง 21.00-00.00 น. คือเวลาทองของคนเมือง
ส้มตำปูปลาร้าครองแชมป์อาหารมื้อดึก 2 แสนจาน ส่วนชาไทยยอดสั่งทะลุ 1.2 แสนแก้วต่อปี
สินค้า GrabMart ยอดนิยมยามดึกคือมิกเซอร์เครื่องดื่ม สายชาร์จ และถุงยางอนามัยที่มียอดสั่งกว่า 3 แสนชิ้น
สำนักงานวัฒนธรรมเชียงรายปิดรับสมัครโครงการ “รสชาติที่หายไป” เพื่ออนุรักษ์เมนูท้องถิ่นเสี่ยงสูญหาย
สะท้อนภาพสองขนานระหว่างความเร็วของโลกดิจิทัลและความพยายามรักษาภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่เชื่องช้า
ยิ่งดึกยิ่งคึก! Grab เปิดยอดสั่งถุงยาง 3 แสนชิ้นต่อปี พบคนเมืองเน้นสั่งส้มตำ-ชาไทยเยียวยาความเหนื่อย
ประทเศไทย, 30 เมษายน 2569 – ยิ่งดึกยิ่งคึก ประโยคนี้ไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่เป็นภาพสะท้อนพฤติกรรมจริงของผู้คนในเมืองใหญ่ที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมาในวันเดียวกันกับที่หน่วยงานวัฒนธรรมในภาคเหนือปิดรับเรื่องราวของอาหารที่กำลังจะเลือนหายไปจากความทรงจำ
คืนสุดท้ายของเดือนเมษายนจึงกลายเป็นจุดตัดของสองโลก โลกหนึ่งเคลื่อนที่เร็วด้วยปลายนิ้วบนสมาร์ตโฟน สั่งส้มตำปูปลาร้าได้ในยี่สิบนาที อีกโลกหนึ่งเคลื่อนที่ช้า พยายามเก็บสูตรแกงแคไก่เมืองไว้ก่อนที่คนรุ่นต่อไปจะลืมวิธีตำน้ำพริกถั่วเน่า
คืนวันศุกร์และเสาร์ยอดเรียกรถพุ่งกว่าวันธรรมดา 20 เปอร์เซ็นต์
แกร็บ ประเทศไทย ผู้นำแพลตฟอร์มเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรี เปิดเผยอินไซต์ผู้ใช้บริการช่วงกลางคืนระหว่างเวลา 21.00 น. ถึง 05.00 น. ตลอดปีที่ผ่านมา พบว่าช่วงสุดสัปดาห์คือเวลาทองของการออกไปใช้ชีวิต
อัตราการเรียกรถในคืนวันศุกร์และเสาร์สูงกว่าวันธรรมดาถึง 20 เปอร์เซ็นต์ โดยเกือบครึ่งหนึ่งของการเดินทางทั้งหมดกระจุกตัวอยู่ในช่วงสามทุ่มถึงเที่ยงคืน ทั้งการเรียกรถเพื่อกลับบ้านหลังเลิกงานและการไปต่อยังแหล่งท่องเที่ยวกลางคืน
นายพนมกร จิระเสถียรพงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า การศึกษาพบว่ากลางคืนเป็นช่วงเวลาที่มีการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญไม่ต่างจากกลางวัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การสั่งอาหารมื้อดึก หรือการซื้อของจำเป็นฉุกเฉิน ความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมงจึงกลายเป็นปัจจัยหลักของคนเมืองยุคนี้
สามทุ่มถึงเที่ยงคืนคือไพรม์ไทม์ของคนนอนดึก
ข้อมูลระบุว่าผู้ใช้บริการกว่า 70 เปอร์เซ็นต์เลือกสั่งอาหารในช่วงสามทุ่มถึงเที่ยงคืน กลุ่มผู้สั่งไม่ได้จำกัดแค่สายปาร์ตี้ แต่ครอบคลุมนักเรียนนักศึกษาที่ทำรายงาน พนักงานออฟฟิศที่ทำงานล่วงเวลา แฟนบอลที่ดูถ่ายทอดสด คอซีรีส์ และเกมเมอร์
มื้อดึกจึงเปลี่ยนสถานะจากการกินแก้หิวไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เป็นช่วงเวลาพักเบรก เป็นรางวัลหลังทำงานเสร็จ หรือเป็นเพื่อนระหว่างดูจอ
ส้มตำปูปลาร้าครองแชมป์สองแสนจานชาไทยตามมาติดๆ
เมนูที่ถูกสั่งมากที่สุดผ่าน GrabFood ในเวลากลางคืนคือส้มตำปูปลาร้า มียอดสั่งมากกว่า 200,000 จานต่อปี รสจัดจ้าน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด กลายเป็นตัวช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าของคนนอนดึก
ตามมาด้วยกลุ่มเมนูไก่ที่เป็นสตรีทฟู้ดยอดนิยม ข้าวมันไก่ เบอร์เกอร์ไก่ และไก่ทอด ซึ่งสั่งง่าย กินง่าย และให้พลังงานเร็ว
ด้านเครื่องดื่ม ชาไทยขึ้นแท่นอันดับหนึ่งด้วยยอดสั่งกว่า 120,000 แก้วต่อปี ตามด้วยโกโก้เย็นและชาเขียว สะท้อนว่าคนไทยยังต้องการความหวานมันแบบคุ้นเคยมากกว่ากาแฟเข้มในช่วงดึก
GrabDriveYourCar ทางเลือกของคนรับผิดชอบหลังเที่ยงคืน
อีกหนึ่งบริการที่เติบโตชัดเจนคือ GrabDriveYourCar บริการคนขับรถยนต์ส่วนตัวมืออาชีพ ความนิยมพุ่งหลังเที่ยงคืน โดยเฉพาะในย่านสุขุมวิท ทองหล่อเอกมัย และเลียบทางด่วนเอกมัยรามอินทรา ซึ่งเป็นแหล่งรวมบาร์และร้านอาหาร
บริการนี้ตอบโจทย์ตรงประเด็นดื่มแล้วขับ ผู้ใช้ต้องการสนุกเต็มที่แต่ไม่อยากเสี่ยงอุบัติเหตุหรือเสียค่าปรับ จึงเลือกให้คนขับมืออาชีพพากลับบ้านพร้อมรถของตัวเอง
นักท่องเที่ยวต่างชาติเลือกไนท์ไลฟ์ไทยผ่านแอป
ข้อมูลยังชี้ว่าชาวต่างชาติจากจีน อเมริกา และอังกฤษใช้บริการเรียกรถกลางคืนเพิ่มขึ้น นอกจากการเดินทางไปกลับสนามบิน พวกเขามักเรียกรถไปยังแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนชื่อดังอย่างวอล์กกิ้งสตรีทพัทยา วอล์กกิ้งสตรีทบางลา และเชียงใหม่ไนท์บาซาร์
พฤติกรรมนี้สอดคล้องกับภาพรวมการท่องเที่ยวที่เน้นประสบการณ์ท้องถิ่นแบบเข้าถึงง่าย ไม่ต้องต่อรองราคา และมีข้อมูลเส้นทางชัดเจนบนแอป
ตะกร้ายามดึกจากมิกเซอร์ถึงถุงยางอนามัยสามแสนชิ้น
ฝั่ง GrabMart ร้านสะดวกซื้อออนไลน์ พบว่าสินค้าขายดีที่สุดช่วงกลางคืนคือน้ำดื่ม น้ำอัดลม และโซดา ซึ่งถูกใช้เป็นมิกเซอร์สำหรับปาร์ตี้ที่บ้าน ตามมาด้วยไพ่และเกมการ์ดที่ช่วยสร้างบรรยากาศ
แต่ตัวเลขที่ทำให้หลายคนต้องหยุดอ่านคือถุงยางอนามัย มียอดสั่งซื้อในช่วงกลางคืนมากกว่า 300,000 ชิ้นต่อปี สะท้อนทั้งเรื่องสุขภาวะทางเพศและความต้องการความเป็นส่วนตัวที่สั่งได้โดยไม่ต้องเดินเข้าร้าน
นอกจากนี้ยังมีสินค้าฉุกเฉินสำหรับนักเรียนนักศึกษา เช่น ชุดชาร์จอเนกประสงค์ทั้งหัวและสายชาร์จ และกระดาษ A4 สำหรับพิมพ์รายงานด่วนตอนตีสอง ซึ่งเป็นภาพจำของชีวิตมหาวิทยาลัยยุคดิจิทัล
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สินค้าฮิตกลางดึกคือเครื่องดื่มชูกำลัง ใช้ทั้งเพื่อแก้อาการเจ็ตแล็กและเพื่อยืดเวลาท่องราตรีให้ยาวขึ้น
อีกด้านของคืนเดียวกันที่เชียงรายตามหารสชาติที่กำลังจะหายไป
ในวันเดียวกันที่แกร็บเผยตัวเลขสองแสนจานส้มตำ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายกำลังปิดรับข้อเสนอเมนูอาหารถิ่นที่สูญหาย ใกล้สูญหาย หรือกำลังเลือนหายจากความทรงจำ
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายระดับประเทศภายใต้ชื่อรสชาติที่หายไป The Lost Taste และแนวคิด 1 จังหวัด 1 เมนู ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมผลักดันมาต่อเนื่อง โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมถึง 30 เมษายน 2569
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิซึ่งดำเนินโครงการในแนวทางเดียวกันระบุว่าการรับสมัครครั้งนี้เปิดให้ชุมชน ร้านอาหาร และประชาชนทั่วไปส่งเมนูที่เสี่ยงต่อการสูญหาย เพื่อให้แต่ละสูตรได้รับการบันทึกและยกย่องเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ขณะที่เพจรณรงค์ในนครราชสีมาย้ำเตือนในช่วงโค้งสุดท้ายว่าเหลือเวลาอีกเพียงสามวันก่อนปิดรับสมัครวันที่ 30 เมษายน 2569 พร้อมให้หมายเลขติดต่อสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเพื่ออำนวยความสะดวก
เกณฑ์คัดเลือกที่มองไกลกว่าความอร่อย
เชียงรายกำหนดคุณสมบัติชัดเจน เมนูที่เสนอต้องเป็นอาหารไทยพื้นถิ่นของจังหวัด เป็นได้ทั้งอาหารคาว หวาน หรืออาหารว่าง และต้องเป็นเมนูที่หารับประทานได้ยากหรือกำลังจะหายไป
คณะกรรมการจะพิจารณาจากห้าด้านหลักคือ อัตลักษณ์และภูมิปัญญา ความเสี่ยงต่อการสูญหาย การใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณสมุนไพร และการต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ผู้สนใจสามารถยื่นแบบฟอร์มได้ที่กลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ชั้น 2 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ถนนเลี่ยงเมืองตะวันตก ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย หรือส่งแบบฟอร์มออนไลน์ผ่านระบบของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่นายอภิชาต กันธิยะเขียว หมายเลข 081 469 4040
จากแกงแคไก่เมืองถึงขนมปาดบทเรียนจากปีก่อน
แม้การคัดเลือกปี 2569 ยังอยู่ในขั้นตอนรับสมัคร แต่ข้อมูลจากปี 2568 ช่วยทำให้เห็นภาพว่าเชียงรายให้ความสำคัญกับอะไร
ในการประชุมคัดเลือกเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ที่ศาลากลางจังหวัด คณะกรรมการได้เลือก 5 เมนูเด่น ได้แก่ แกงแคไก่เมือง น้ำพริกถั่วเน่า ผัดรากชูหมู ข้าวแรมฟืน และขนมปาด โดยทุกเมนูผ่านเกณฑ์ของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและสะท้อนเอกลักษณ์การใช้สมุนไพรและวัตถุดิบท้องถิ่น
เมนูเหล่านี้ไม่ได้ถูกเลือกเพราะหายากเพียงอย่างเดียว แต่เพราะสามารถเล่าเรื่องวิถีชีวิตคนเหนือได้ ตั้งแต่การเก็บผักริมรั้วมาทำแกงแค ไปจนถึงภูมิปัญญาการถนอมอาหารด้วยถั่วเน่า
เมื่อความเร็วของดิจิทัลสวนทางกับความช้าของภูมิปัญญา
การวางข้อมูลสองชุดไว้ข้างกันทำให้เกิดคำถามที่น่าคิด ตัวเลขจากแกร็บบอกว่าคนไทยสั่งส้มตำปูปลาร้าตอนดึกมากกว่าสองแสนครั้งต่อปี ขณะที่สำนักงานวัฒนธรรมต้องออกประกาศตามหาคนที่ยังจำวิธีทำขนมปาดได้
ส้มตำปูปลาร้าเองก็เป็นอาหารถิ่น แต่เป็นอาหารถิ่นที่ปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลได้สำเร็จ มีร้านเปิดถึงตีสาม มีไรเดอร์พร้อมส่ง มีรูปถ่ายสวยบนแอป ในขณะที่แกงแคไก่เมืองหรือผัดรากชูหมูยังต้องพึ่งความทรงจำของผู้สูงอายุในชุมชน
ความแตกต่างนี้ไม่ใช่เรื่องดีหรือร้าย แต่เป็นสัญญาณว่าพฤติกรรมบริโภคกำลังถูกกำหนดด้วยความสะดวกและการมองเห็นบนหน้าจอ เมนูใดที่ไม่อยู่ในระบบนิเวศดิจิทัลก็เสี่ยงจะถูกลืมเร็วขึ้น แม้จะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าก็ตาม
นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์หลายคนเคยชี้ว่าโครงการ 1 จังหวัด 1 เมนูพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการทำให้อาหารที่หายไปกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ไม่ใช่แค่ในตำราอาหาร แต่ในงานเทศกาล ในตลาดท่องเที่ยว และในแพลตฟอร์มออนไลน์ในอนาคต
คนรุ่นใหม่คือสะพานเชื่อมสองโลก
ข้อมูลจากแกร็บชี้ว่ากลุ่มนักเรียนนักศึกษาเป็นผู้ใช้บริการกลางคืนกลุ่มใหญ่ พวกเขาสั่งกระดาษ A4 ตอนตีหนึ่งและสั่งชาไทยตอนตีสอง แต่ในอีกมุมหนึ่ง พวกเขาก็คือกลุ่มเป้าหมายที่โครงการรสชาติที่หายไปต้องการดึงเข้ามาเรียนรู้
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิอธิบายในวิดีโอประชาสัมพันธ์ว่าการส่งต่อสูตรอาหารจากผู้สูงอายุสู่คนรุ่นใหม่คือหัวใจของการอนุรักษ์ ไม่ใช่แค่การได้ถ้วยรางวัลหรือใบประกาศ แต่คือการทำให้ความรู้มีชีวิตต่อไป
ถ้ามองในเชิงปฏิบัติ นั่นหมายความว่าในอนาคตเราอาจเห็นข้าวแรมฟืนหรือน้ำพริกถั่วเน่าปรากฏบน GrabFood ในหมวดร้านเปิดดึกเช่นเดียวกับส้มตำ หากมีการสนับสนุนด้านการตลาดและการผลิตที่เหมาะสม
เชียงรายในคืนวันที่ 30 เมษายนภาพของเมืองที่ไม่หลับใหล
คืนนี้ในเชียงรายอาจไม่มีวอล์กกิ้งสตรีทที่พลุกพล่านเท่าพัทยา แต่ก็มีนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงสั่งไก่ทอดหลังทำโปรเจกต์เสร็จ มีพนักงานโรงแรมในเมืองเรียกรถกลับบ้านหลังเลิกกะดึก และมีคุณยายในตำบลแม่ยาวที่กำลังเขียนสูตรขนมปาดลงในแบบฟอร์มของสำนักงานวัฒนธรรมก่อนหมดเขตเที่ยงคืน
ทั้งสองภาพเกิดขึ้นพร้อมกันบนเวลาเดียวกัน และทั้งสองภาพต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ต่างกัน ฝ่ายหนึ่งต้องการไรเดอร์ที่พร้อมส่งของใน 20 นาที อีกฝ่ายต้องการพื้นที่ปลอดภัยให้ภูมิปัญญาได้ถูกบันทึกโดยไม่ถูกเร่งรีบ
บทสรุปที่ไม่ใช่จุดจบ
ตัวเลขจากแกร็บไม่ได้บอกแค่ว่าคนไทยกินอะไรตอนดึก แต่บอกว่าเมืองไทยกำลังใช้ชีวิต 24 ชั่วโมงอย่างเต็มรูปแบบ การเติบโตของบริการกลางคืน 20 เปอร์เซ็นต์ในวันสุดสัปดาห์ การสั่งถุงยางอนามัยสามแสนชิ้นต่อปี และการสั่งชาร์จโทรศัพท์ตอนตีสาม ล้วนเป็นดัชนีชี้วัดพฤติกรรมใหม่ที่ธุรกิจต้องปรับตัว
ในขณะเดียวกัน ขยายเส้นตายวันที่ 30 เมษายน เป็น 5 พฤษภาคม ของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายก็เป็นดัชนีอีกแบบหนึ่งที่เตือนว่าบางอย่างกำลังจะหมดเวลา หากไม่มีใครจดบันทึก ไม่มีใครทำต่อ เมนูที่เคยอยู่ในครัวของปู่ย่าตายอาจกลายเป็นเพียงชื่อในเอกสาร
ข่าวทั้งสองชิ้นจึงไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่เสริมกัน เมืองที่ตื่นตลอดคืนต้องการความสะดวก และเมืองที่ต้องการรักษารากต้องการความตั้งใจ หากสามารถเชื่อมความเร็วของแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ากับความลึกของภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ เชียงรายและจังหวัดอื่น ๆ อาจได้เห็นส้มตำปูปลาร้าสองแสนจานอยู่ร่วมโต๊ะกับแกงแคไก่เมืองในแอปเดียวกันในอนาคตอันใกล้
และนั่นอาจเป็นความหมายที่แท้จริงของคำว่ายิ่งดึกยิ่งคึก ไม่ใช่แค่เพราะมีคนสั่งของมากขึ้น แต่เพราะมีเรื่องราวมากขึ้นให้เราเลือกว่าจะจำอะไรไว้ในคืนที่ไม่มีวันหลับใหล
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- แกร็บ ประเทศไทย
- สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายและเครือข่ายกรมส่งเสริมวัฒนธรรม








