Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

เชียงรายเดินหน้าแผนยกระดับ “ชาเชียงราย” รับรองผู้ประกอบการ GI รายใหม่ 2 ราย รวม 4 ผลิตภัณฑ์มาตรฐานสากล

เชียงรายเดินหน้ารับรองผู้ประกอบการ “ชาเชียงราย” GI รายใหม่ ยกระดับมาตรฐานต้นน้ำสู่ความเชื่อมั่นปลายน้ำ

เชียงราย,วันที่ 10 มีนาคม 2569 – ที่ห้องประชุมเวียงกาหลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย บรรยากาศคนในแวดวงชา เกษตร และการค้าชุมชน การประชุมครั้งนี้มีน้ำหนักไม่น้อยไปกว่าการเปิดตลาดสินค้าใหม่ เพราะเป็นเวทีที่ชี้ว่า “ชาเชียงราย” จะเดินต่อไปในทิศทางใด นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและอนุญาตการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “ชาเชียงราย” ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนางศุภมิตร เต็งเผ่ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพร้อมหน้า วาระสำคัญคือการติดตามผลการดำเนินงานของคณะทำงานพิจารณาคำขอ ตรวจสอบควบคุมคุณภาพ และแหล่งที่มาของสินค้า ตลอดจนพิจารณาผลตรวจสอบผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยื่นขอใช้ตราสัญลักษณ์ GI “ชาเชียงราย” ในรอบปี 2568 ถึง 2569

การประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและอนุญาตการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “ชาเชียงราย” ครั้งที่ 1/2569 ของจังหวัดเชียงราย จบลงพร้อมมติเห็นชอบผู้ประกอบการรายใหม่ 2 ราย รวม 4 ผลิตภัณฑ์ ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน GI และเตรียมส่งเอกสารไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อออกหนังสืออนุญาตต่อไป ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่าเชียงรายไม่ได้เพียงรักษาชื่อเสียงของชาในฐานะสินค้าเด่นของจังหวัด แต่กำลังวางระบบแข่งขันระยะยาวให้เข้มขึ้นในวันที่ตลาดต้องการทั้งคุณภาพ แหล่งที่มาที่ตรวจสอบได้ และมาตรฐานที่เชื่อถือได้จริง

ภูมิศาสตร์ “ชาเชียงราย” ได้แก่ บริษัท ชาฉุยฟง จำกัด และไร่ชาพญาไพร

ผลของการประชุมครั้งนี้มีความชัดเจน ที่ประชุมเห็นชอบให้ผู้ประกอบการรายใหม่ 2 ราย รวม 4 ผลิตภัณฑ์ ผ่านเกณฑ์คุณภาพและมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “ชาเชียงราย” ได้แก่ บริษัท ชาฉุยฟง จำกัด และไร่ชาพญาไพร พร้อมมอบหมายฝ่ายเลขานุการจัดส่งเอกสารคำขอไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อพิจารณาออกหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการต่อไป จุดนี้สำคัญมาก เพราะในเชิงกฎหมายและการตลาด ตราสัญลักษณ์ GI ไม่ได้เกิดขึ้นจากการประกาศชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาคุณภาพ แหล่งที่มา และความสอดคล้องกับข้อกำหนดกลางของสินค้านั้น ๆ ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนอนุญาตใช้ตราได้จริง มติของจังหวัดจึงเป็นเหมือน “ด่านคุณภาพ” ที่คัดกรองจากพื้นที่ ก่อนจะส่งต่อไปยังระดับกรม

หากมองให้ลึกลงไป การประชุมครั้งนี้ไม่ได้สำคัญเพราะมีผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่ม 2 รายเท่านั้น แต่สำคัญเพราะมันสะท้อนว่าเชียงรายยังรักษาวินัยของระบบ GI ไว้อย่างต่อเนื่อง ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2567 จังหวัดเชียงรายเคยจัดประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและอนุญาตการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “ชาเชียงราย” เพื่อพิจารณาการต่ออายุหนังสืออนุญาตให้ผู้ประกอบการเดิม 3 ราย รวม 7 รายการสินค้า ได้แก่ ใบชาหยดน้ำค้าง บริษัท วังพุดตาน จำกัด และบริษัท ชา 101 จำกัด นั่นหมายความว่า ระบบกำกับดูแลของชาเชียงรายไม่ได้ทำงานเฉพาะตอนมีพิธี แต่ดำเนินแบบเป็นรอบ มีการต่ออายุ มีการลงพื้นที่ตรวจ และมีการนำผลกลับเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อรับรองอีกครั้ง กระบวนการแบบนี้ทำให้คำว่า “มาตรฐาน” ไม่กลายเป็นเพียงคำประชาสัมพันธ์ แต่ถูกผูกกับการประเมินจริงในภาคปฏิบัติ

“ชาเชียงราย” หมายถึงผลิตภัณฑ์ชาเขียวและชาอู่หลงที่ได้จากพันธุ์ชาอัสสัมและพันธุ์ชาจีน

เหตุผลที่จังหวัดต้องเข้มกับคำว่า “ชาเชียงราย” มากขนาดนี้ เป็นเพราะชื่อดังกล่าวไม่ได้เป็นแค่ชื่อทางการค้า แต่เป็นชื่อที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้วอย่างเป็นทางการ ทะเบียนเลขที่ สช 58100074 ตามประกาศเดือนกันยายน 2558 เอกสารการขึ้นทะเบียนระบุชัดว่า “ชาเชียงราย” หมายถึงผลิตภัณฑ์ชาเขียวและชาอู่หลงที่ได้จากพันธุ์ชาอัสสัมและพันธุ์ชาจีน ซึ่งปลูกและผลิตตามกรรมวิธีเฉพาะในพื้นที่ที่กำหนดของจังหวัดเชียงราย การขึ้นทะเบียนนี้จึงไม่ได้คุ้มครองแค่ชื่อเสียงของสินค้า แต่คุ้มครองความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพของชา กับแหล่งภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ และองค์ความรู้การผลิตที่สั่งสมในพื้นที่ด้วย

สาระสำคัญอีกข้อหนึ่งของเอกสารขึ้นทะเบียน คือมาตรฐานของ “ชาเชียงราย” ถูกกำหนดไว้ค่อนข้างละเอียด ตั้งแต่ชนิดของสินค้า วิธีปลูก วิธีเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ เอกสารดังกล่าวระบุว่าพื้นที่ปลูกต้องอยู่ในระดับความสูงประมาณ 350 ถึง 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล พื้นที่การผลิตครอบคลุม 8 อำเภอของเชียงราย ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่ลาว อำเภอแม่จัน อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอเชียงของ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง และอำเภอเชียงแสน อีกทั้งสินค้าที่จะใช้ชื่อ “ชาเชียงราย” ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานกลางของจังหวัด ซึ่งจัดทำขึ้นโดยสถาบันชา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สมาคมชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเชียงราย เงื่อนไขเหล่านี้อธิบายได้ชัดว่า เหตุใดการประชุมเมื่อวันที่ 10 มีนาคมจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของเอกสาร แต่เป็นการคุมชื่อเสียงของสินค้าที่ผูกกับพื้นที่ทั้งจังหวัดอย่างแท้จริง

เมื่อเอามติครั้งล่าสุดมาวางบนภาพใหญ่ของจังหวัดยิ่งชัดขึ้น กระทรวงพาณิชย์ประกาศเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ว่า หลัง “ส้มโอเวียงแก่น” ได้รับการขึ้นทะเบียน GI เชียงรายกลายเป็นจังหวัดที่มีสินค้า GI มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รวม 9 รายการ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเข้าสู่จังหวัดรวมกว่า 400 ล้านบาทต่อปี รายการสินค้าที่ถูกยกขึ้นมาเป็นฐานเดิมของจังหวัดก็มีทั้งกาแฟดอยตุง กาแฟดอยช้าง สับปะรดนางแล สับปะรดภูแลเชียงราย ชาเชียงราย ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเชียงราย ข้าวก่ำล้านนา เครื่องเคลือบเวียงกาหลง และล่าสุดส้มโอเวียงแก่น ข้อมูลนี้บอกชัดว่า “ชาเชียงราย” ไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง แต่มันเป็นหนึ่งในโครงสร้างเศรษฐกิจอัตลักษณ์ของจังหวัดที่รัฐกำลังพยายามปักหมุดให้ชัดทั้งในตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ

ชื่อเสียงของชาผูกกับภาพลักษณ์จังหวัดโดยตรง ระบบ GI

หากดูเฉพาะภาคการผลิต ชายังเป็นพืชที่มีน้ำหนักเชิงเศรษฐกิจมากกว่าที่หลายคนอาจคาด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เผยแพร่ข้อมูลพื้นฐานจังหวัดเชียงรายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า จังหวัดมีพื้นที่ปลูกชา 91,142 ไร่ และมีผลผลิตรวม 113,522 ตัน ตัวเลขนี้ทำให้ชากลายเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่ต้องมองในระดับจังหวัด ไม่ใช่แค่ระดับชุมชนหรือของฝากอีกต่อไป เมื่อพื้นที่ผลิตกว้าง ผลผลิตมาก และชื่อเสียงของชาผูกกับภาพลักษณ์จังหวัดโดยตรง ระบบ GI จึงยิ่งมีความจำเป็น เพราะยิ่งสินค้ามีมูลค่าสูง ความเสี่ยงเรื่องคุณภาพไม่สม่ำเสมอ การใช้ชื่อโดยไม่เหมาะสม หรือการลดทอนมาตรฐานเพื่อตอบโจทย์ตลาดระยะสั้นก็ยิ่งสูงขึ้นเช่นกัน

 

ไร่ชาฉุยฟง
ไร่ชาหมู่บ้านพญาไพร อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

สำหรับ “ชาเชียงราย” จำนวน 10 ราย ขณะที่การอนุญาตใช้ตรา GI มีอายุ 2 ปี

ในจุดนี้ มติรับรองผู้ประกอบการรายใหม่ 2 ราย จึงควรถูกอ่านเป็นสัญญาณของการ “ขยายระบบ” มากกว่าการ “ขยายจำนวน” เพราะสิ่งที่จังหวัดกำลังทำคือเพิ่มจำนวนผู้เล่นที่เข้าสู่มาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่เพิ่มสินค้าด้วยการปล่อยให้ใครก็ได้ใช้ชื่อจังหวัดบนฉลาก ข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญาแสดงให้เห็นด้วยว่า ณ เดือนกรกฎาคม 2566 มีผู้ได้รับอนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทยสำหรับ “ชาเชียงราย” จำนวน 10 ราย ขณะที่การอนุญาตใช้ตรา GI มีอายุ 2 ปี และต้องมีการยื่นขอใหม่หรือต่ออายุตามรอบ นั่นหมายความว่าระบบนี้ถูกออกแบบมาให้มีทั้งการเปิดรับรายใหม่และการคัดกรองรายเดิมอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ชื่อ GI เสื่อมค่าจากการปล่อยปละละเลยหลังได้รับอนุญาตแล้ว

ในเชิงผู้บริโภค นี่คือประเด็นที่สำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่คนซื้อเห็นบนบรรจุภัณฑ์อาจมีเพียงชื่อ “ชาเชียงราย” และตรา GI แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือต้นทุนของระบบตรวจสอบทั้งจังหวัด ตั้งแต่แหล่งปลูก ระดับความสูง สายพันธุ์ วิธีเก็บเกี่ยว การแปรรูป การติดฉลาก ไปจนถึงการตรวจประเมินคุณภาพก่อนอนุญาตให้ใช้ตรา ถ้าระบบนี้ทำงานเข้ม ชื่อสินค้าแต่ละถุงจะมีน้ำหนักในตัวเองมากขึ้น ผู้บริโภคย่อมกล้าซื้อในราคาที่สูงขึ้น และผู้ผลิตที่ทำตามมาตรฐานก็ได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมมากขึ้นด้วย ในทางกลับกัน หากระบบอ่อน ชื่อ GI ก็อาจกลายเป็นเพียงฉลากสวย ๆ ที่คุ้มครองผู้ผลิตจริงไม่ได้ และคุ้มครองผู้บริโภคก็ไม่เต็มที่เช่นกัน

ผู้ประกอบการรายใหม่ก็มีประตูเข้าสู่ตลาดมาตรฐานได้มากขึ้น

อีกมิติหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือบทบาทของภาครัฐจังหวัดในการทำให้ทรัพย์สินทางปัญญาเชื่อมกับเศรษฐกิจฐานรากได้จริง การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า กลไก GI ไม่ได้ทำงานอยู่ในกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพียงส่วนกลาง แต่ต้องพึ่งการทำงานของจังหวัดอย่างมาก ทั้งพาณิชย์จังหวัด หน่วยงานวิชาการ หน่วยงานเกษตร และคณะกรรมการที่ต้องกลั่นกรองข้อมูลจากพื้นที่ก่อน เมื่อระบบจังหวัดเข้มแข็ง ผู้ประกอบการรายใหม่ก็มีประตูเข้าสู่ตลาดมาตรฐานได้มากขึ้น และเมื่อผู้ผลิตที่ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสในการขยายแบรนด์รวมของ “ชาเชียงราย” ก็ยิ่งมีน้ำหนักขึ้นตามไปด้วย นี่คือเหตุผลที่การประชุมหนึ่งครั้งในห้องประชุมเวียงกาหลง มีความหมายต่อเศรษฐกิจจังหวัดมากกว่าที่ตัวเลขผู้เข้าร่วมประชุมจะสะท้อนได้หมด

อย่างไรก็ตาม มติของจังหวัดในวันที่ 10 มีนาคมยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเรื่อง เพราะขั้นตอนหลังจากนี้ยังต้องส่งเอกสารไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อออกหนังสืออนุญาตอย่างเป็นทางการก่อน ผู้ประกอบการจึงจะสามารถใช้ตราสัญลักษณ์ GI ได้อย่างสมบูรณ์ภายใต้กฎหมาย นี่คือจุดที่ทำให้ครั้งนี้น่าสนใจในเชิงโครงสร้างมากกว่าการเฉลิมฉลอง เพราะมันสะท้อนว่าระบบ GI ไทยยังคงพยายามรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมผู้ประกอบการกับการคุมมาตรฐานสินค้า การได้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการจังหวัดจึงเป็นก้าวสำคัญ แต่ไม่ใช่ทางลัดข้ามขั้นตอน ทุกฝ่ายยังต้องทำงานต่อจนกว่าหนังสืออนุญาตจะออกอย่างเป็นทางการ และหลังจากนั้นก็ยังต้องกลับเข้าสู่รอบการตรวจสอบใหม่ในอนาคตอยู่ดี

บทสรุป

หากสรุปให้ชัดที่สุด การประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและอนุญาตการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “ชาเชียงราย” ครั้งที่ 1/2569 คือภาพสะท้อนว่าจังหวัดเชียงรายไม่ได้มองชาเป็นเพียงสินค้าเกษตรหรือสินค้าของฝากอีกต่อไป แต่กำลังมองชาเป็น “ทรัพย์สินเชิงพื้นที่” ที่ต้องคุ้มครองชื่อเสียง คุมมาตรฐาน และสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านระบบกฎหมายและความเชื่อมั่นของตลาด มติเห็นชอบผู้ประกอบการรายใหม่ 2 ราย รวม 4 ผลิตภัณฑ์ จึงเป็นทั้งข่าวดีของผู้ผลิต และเป็นบทพิสูจน์ว่าระบบคัดกรองของจังหวัดยังเดินหน้าต่ออย่างจริงจังในวันที่การแข่งขันด้านสินค้าเกษตรพรีเมียมเข้มข้นขึ้นทุกปี

ในท้ายที่สุด คำว่า “ชาเชียงราย” จะมีน้ำหนักในสายตาผู้บริโภคมากเพียงใด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติของชาอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าทั้งจังหวัดจะช่วยกันทำให้ชื่อดังกล่าวหมายถึงคุณภาพที่ตรวจสอบได้สม่ำเสมอเพียงใดด้วย เมื่อเชียงรายมีทั้งพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ ระบบ GI ที่เข้มแข็งขึ้น และฐานสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การประชุมครั้งนี้จึงอาจเป็นอีกก้าวเล็กที่กำลังพาสินค้าชาของจังหวัดเดินออกจากการแข่งขันแบบปริมาณ ไปสู่การแข่งขันด้วยมาตรฐาน ความน่าเชื่อถือ และมูลค่าในระยะยาวอย่างแท้จริง

 

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงพาณิชย์
  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

พัฒนาคมนาคม ‘เชียงราย’ เชื่อมรถไฟ-สนามบิน ลดจราจร

เชียงรายเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างจราจรและคมนาคมแบบบูรณาการ ประชุมคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกจังหวัดเชียงราย

เชียงราย,20 มีนาคม 2568 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมพญาพิภักดิ์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุม

ในครั้งนี้ มีคณะอนุกรรมการ ผู้แทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยมีการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ Webex Meeting เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการจราจรและขนส่งของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ภารกิจหลักของคณะอนุกรรมการจราจร

คณะอนุกรรมการชุดนี้จัดตั้งตามคำสั่งของคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน และหัวหน้าสำนักงานจังหวัดเป็นเลขานุการ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง

หน้าที่หลักคือส่งเสริมการจัดทำแผนแม่บทจราจรและขนส่ง กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหา และประสานแผนงานให้ดำเนินไปตามกรอบที่วางไว้ เพื่อยกระดับคุณภาพการจราจรในจังหวัด

โครงการรถไฟเด่นชัย – เชียงของ คืบหน้าแต่ยังล่าช้า

หนึ่งในหัวข้อสำคัญที่หารือ คือความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ ซึ่งดำเนินการโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมีความคืบหน้าร้อยละ 28.182 เมื่อเทียบกับแผนงานสะสมที่ร้อยละ 36.545 พบว่าล่าช้ากว่าแผนร้อยละ 8.363

คณะอนุกรรมการได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่พบระหว่างดำเนินโครงการ เพื่อลดผลกระทบต่อแผนงานในระยะยาว

แผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเชียงราย

สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้นำเสนอการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดเชียงราย โดยมีการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางในเขตเมืองหลัก 11 จังหวัด

แผนนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งในระดับภูมิภาค ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่นผ่านโครงข่ายขนส่งที่มีประสิทธิภาพ

พัฒนาและขยายท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

ที่ประชุมยังได้รับฟังแผนพัฒนา “ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย” ในช่วงปี 2564–2578 โดยแบ่งเป็น 3 ระยะหลัก

  • ปี 2564–2568 ปรับปรุงและก่อสร้าง 10 รายการ
  • ปี 2568–2571 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะที่ 1 รวม 12 รายการ
  • ปี 2571–2578 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระยะที่ 2 อีก 5 รายการ

ปัจจุบันท่าอากาศยานสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 3 ล้านคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้

ถนนเชื่อมรถไฟเชียงราย – สนามบิน: แกนหลักการขนส่ง

ประเด็นสำคัญอีกข้อ คือโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟเชียงรายและท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม

โดยมอบหมายให้กรมทางหลวงชนบท ศึกษาความเหมาะสมของโครงการ รวมถึงการเวนคืนที่ดินและขอรับงบประมาณสนับสนุนในลำดับถัดไป เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ทิศทางการพัฒนาเมืองเชียงรายสู่อนาคต

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมของจังหวัดเชียงราย ทั้งยังสะท้อนเสียงจากภาคประชาชนผ่านคณะอนุกรรมการที่เป็นตัวแทนผู้ใช้ถนน

แผนต่างๆ ที่เสนอและรับฟัง จะเป็นพื้นฐานในการกำหนดทิศทางการพัฒนาเมืองในอนาคต เพื่อสร้างระบบขนส่งที่ยั่งยืน สะดวก ปลอดภัย และเป็นธรรมสำหรับทุกภาคส่วนในสังคม

สถิติที่เกี่ยวข้อง

  • โครงการรถไฟเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ คืบหน้า 28.182% (ข้อมูลจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ปี 2568)
  • ความล่าช้าจากแผนสะสม 8.363%
  • ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย รองรับผู้โดยสารได้ 3,000,000 คน/ปี (ข้อมูลจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ปี 2567)
  • แผนพัฒนาท่าอากาศยาน ระยะที่ 1 และ 2 รวม 27 โครงการ

ทัศนคติต่อประเด็นการพัฒนา

ฝ่ายสนับสนุนโครงการ มองว่าการพัฒนาเหล่านี้จะสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในระยะยาว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายขนส่งในพื้นที่

ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าควรมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เวนคืนที่อาจได้รับผลกระทบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย / การรถไฟแห่งประเทศไทย / สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) / บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) / ศาลากลางจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
SOCIETY & POLITICS

เชียงรายส่งนักกีฬา หนุน 2 ล้านบาท ชิงชัยชลบุรี

ทัพนักกีฬาเชียงราย! ลุยศึกระดับชาติ พร้อมใจสู้

เชียงราย, 18 มีนาคม 2568 – พิธีส่งตัวนักกีฬาสู่การแข่งขันระดับชาติ จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งตัวนักกีฬาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 ฉลามเยาวชลเกมส์” และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ข้าวหลามเกมส์” ณ จังหวัดชลบุรี โดยมี นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย, นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย, นางชญานันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมงาน ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนมังรายมหาราช

พิธีให้พรและกำลังใจแก่นักกีฬา

ในโอกาสนี้ พระครูขันติพลาธร รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ได้ทำพิธีให้พร ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักกีฬาก่อนออกเดินทางไปแข่งขัน

การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “ฉลามเยาวชลเกมส์”

การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 40 ฉลามเยาวชลเกมส์” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2568 จังหวัดเชียงรายได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันใน 26 ชนิดกีฬา รวมทั้งสิ้น 291 คน พร้อม ผู้ฝึกสอนและผู้ควบคุมทีม โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 1,399,854 บาท

การแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 “ข้าวหลามเกมส์”

การแข่งขันกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 7 ข้าวหลามเกมส์” จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 26 เมษายน 2568 จังหวัดเชียงรายส่งนักกีฬาเข้าร่วม 10 ชนิดกีฬา รวมทั้งสิ้น 142 คน พร้อม ผู้ฝึกสอนและผู้ควบคุมทีม ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จำนวน 623,586 บาท

การสนับสนุนจากสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย

นางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย ยังได้มอบชุดวอร์มจำนวน 470 ชุด ให้กับนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และผู้ควบคุมทีม เพื่อใช้ในการแข่งขันครั้งนี้

เป้าหมายและความคาดหวังของจังหวัดเชียงราย

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายมีความพร้อมและภาคภูมิใจที่ได้ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันระดับชาติ โดยเชื่อมั่นว่าด้วยความมุ่งมั่นและการเตรียมตัวที่ดี นักกีฬาจังหวัดเชียงรายจะสามารถสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมและนำชื่อเสียงมาสู่จังหวัด พร้อมทั้งให้กำลังใจนักกีฬาให้ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และขอให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันครั้งนี้

สถิติที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติและอาวุโสแห่งชาติ

ข้อมูลจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ปี 2567 ระบุว่า:

  • การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติมีจำนวนนักกีฬาเข้าร่วมมากกว่า 15,000 คน จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ
  • กีฬาอาวุโสแห่งชาติเป็นการแข่งขันที่มีผู้สูงอายุเข้าร่วมกว่า 3,500 คน จากทุกภูมิภาคของไทย
  • งบประมาณสนับสนุนการจัดการแข่งขันทั้งสองรายการรวมกว่า 200 ล้านบาท

สรุป

จังหวัดเชียงรายได้เตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติและกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ด้วยการสนับสนุนนักกีฬาอย่างเต็มที่ทั้งด้านงบประมาณและอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถสร้างผลงานที่ดีและนำชื่อเสียงกลับมาสู่จังหวัด การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาเชียงรายให้ก้าวสู่ระดับประเทศ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
WORLD PULSE

เปิดตลาดเมียนมา เชียงรายจับมือ สคต.ย่างกุ้ง

เชียงรายบุกตลาดเมียนมา จับมือ สคต. ย่างกุ้ง ผลักดันสินค้าท้องถิ่นสู่เมืองเศรษฐกิจ

ขยายโอกาสการค้า เชื่อมโยงเศรษฐกิจชายแดนไทย-เมียนมา

กรุงย่างกุ้ง, 12 มีนาคม 2568 – จังหวัดเชียงรายเดินหน้าขยายตลาดสินค้าท้องถิ่นสู่ประเทศเมียนมา โดยร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต. ย่างกุ้ง) เพื่อผลักดันสินค้าคุณภาพสูงของผู้ประกอบการในเชียงรายเข้าสู่ตลาดหลักของเมียนมา โดยเฉพาะในกรุงย่างกุ้งซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ

คณะผู้แทนจังหวัดเชียงราย นำโดย นาย นรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และ นาง ณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงราย พร้อมภาคเอกชน เช่น สมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดเชียงราย, บริษัท เวลคัมทูเชียงราย จำกัด และ บริษัท Bon Burma ได้เข้าพบ นายเอกวัฒน์ ธนประสิทธิ์พัฒนา ผู้อำนวยการ สคต. ย่างกุ้ง เพื่อหารือแนวทางขยายตลาดภายใต้แบรนด์ “Welcome to Chiang Rai”

แผนการตลาดและการขยายเครือข่ายค้าปลีกในเมียนมา

เชียงรายมีแผนกระจายสินค้าท้องถิ่นคุณภาพสูง เช่น ผลไม้อบกรอบ น้ำผึ้ง น้ำพริกหนุ่ม และข้าวซอยตัด ซึ่งได้รับมาตรฐานส่งออก โดยบริษัท เวลคัมทูเชียงราย จำกัด จะทำหน้าที่รวบรวมสินค้าและดำเนินการขอจดทะเบียน FDA เมียนมา รวมถึงขอใบอนุญาตนำเข้า (Import License) เพื่อให้สินค้าสามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับการกระจายสินค้า บริษัท Bon Burma จะเป็นผู้รับผิดชอบโดยใช้เครือข่ายร้านค้า Traditional Trade กว่า 8,000 แห่ง ในย่างกุ้ง พร้อมทั้งอยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่ม Modern Trade เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้า อาทิ Junction City และ Myanmar Plaza เพื่อเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายในตลาดระดับพรีเมียม

ต่อยอดจากโครงการ Business Matching เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทย-เมียนมา

การเจรจาทางการค้าครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากโครงการ Business Matching ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งมีผู้ซื้อ (Buyer) จากเมียนมา ลาว และจีน เข้าร่วมเจรจากับผู้ประกอบการ 17 จังหวัดภาคเหนือ ผ่านโครงการร่วมค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และโครงการเชื่อมโยงการค้าอนุภูมิภาค ซึ่งช่วยสร้างคู่ค้าและขยายตลาดชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม

แนวทางแก้ไขอุปสรรคทางการค้าและการขนส่ง

จากการประชุมหารือ สคต. ย่างกุ้ง ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ขั้นตอนการนำเข้าสินค้า อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา และข้อจำกัดด้านการโอนเงิน รวมถึงแนะนำแนวทางแก้ไขปัญหา เช่น การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ถือใบอนุญาตส่งออก (Export License) ของเมียนมา เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้า

นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับ แนวทางการขนส่งสินค้า โดยเสนอให้ใช้เส้นทางขนส่งทางบกผ่าน ด่านท่าขี้เหล็ก-ย่างกุ้ง และทางอากาศผ่าน สายการบิน Pattaya Airways ซึ่งอาจเปิดเส้นทางบินขนส่งสินค้าโดยตรงระหว่างเชียงราย-ย่างกุ้งในอนาคต

เป้าหมายขยายตลาดสินค้าไทยในเมียนมา

หากโครงการนำร่อง “Welcome to Chiang Rai” ประสบความสำเร็จ จังหวัดเชียงรายมีแผนขยายโมเดลไปสู่ “Welcome to Thailand” เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าท้องถิ่นจากจังหวัดอื่น ๆ ของไทยเข้าสู่ตลาดเมียนมา พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายช่องทางสู่ มัณฑะเลย์ และตองจี ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับด่าน ท่าขี้เหล็ก-แม่สาย เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

ความร่วมมือไทย-เมียนมาครั้งนี้ถือเป็น ก้าวสำคัญในการผลักดันสินค้าท้องถิ่นของเชียงรายสู่ตลาดโลก โดยมีเป้าหมายให้ SMEs และ OTOP ไทยเติบโตในตลาดสากล ผ่านโครงข่ายการค้าระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง

สถิติที่เกี่ยวข้อง

  • มูลค่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมาในปี 2567: มากกว่า 150,000 ล้านบาท
  • อัตราการเติบโตของตลาดสินค้าส่งออกจากไทยไปเมียนมาในปี 2567: เพิ่มขึ้น 8%
  • จำนวนร้านค้าในเครือข่ายของ Bon Burma ในย่างกุ้ง: มากกว่า 8,000 แห่ง
  • เป้าหมายขยายตลาดสินค้าจากเชียงรายไปยังเมืองสำคัญในเมียนมา: มัณฑะเลย์ และตองจี

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง (สคต. ย่างกุ้ง) / กระทรวงพาณิชย์ / สมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

วิ่ง-ปั่น ขึ้นดอยตุง 1000 คนร่วมใจ ไหว้สาพระธาตุ

เชียงรายจัดกิจกรรม “วิ่ง – ปั่น 2007 ปีสืบสาน สู่ลานพระธาตุดอยตุง” ส่งเสริมสุขภาพและอนุรักษ์วัฒนธรรม

กิจกรรมออกกำลังกายเชื่อมโยงประเพณีและความศรัทธา

เชียงราย,9 มีนาคม 2568 เวลา 07.00 น. จังหวัดเชียงรายจัดกิจกรรม วิ่ง – ปั่น 2007 ปีสืบสาน สู่ลานพระธาตุดอยตุง” เพื่อส่งเสริมสุขภาพและร่วมสืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยได้รับเกียรติจาก นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ กล่าวรายงาน ณ สถานีขนส่งดอยตุง (ท่ารถม่วง) ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย

ผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ร่วมสร้างบรรยากาศแห่งสุขภาพและศรัทธา

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงผู้เข้าร่วมจาก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมทั้งสิ้น 1,000 คน แบ่งเป็น ประเภทปั่นจักรยาน 431 คน และประเภทวิ่ง 569 คน

จังหวัดเชียงรายเดินหน้าส่งเสริมประเพณีนมัสการพระธาตุดอยตุง

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน “2007 ปี สืบมา หกเป็งล่องฟ้า ไหว้สาพระธาตุดอยตุง” ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดเชียงรายที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและวัฒนธรรม เช่น การเดินจาริกแสวงบุญ พิธีสืบชะตาหลวงแบบล้านนา และพิธีสรงน้ำพระธาตุดอยตุง เพื่อให้ประชาชนและพุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสร่วมทำบุญและแสดงความเคารพต่อพระธาตุดอยตุง

กำหนดการงานประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุง 2568

จังหวัดเชียงรายกำหนดจัดงานประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุดอยตุง ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 12-13 มีนาคม 2568วัดพระธาตุดอยตุง ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย โดยมีไฮไลท์สำคัญ ได้แก่:

  • พิธีสมโภชน้ำสรงพระราชทาน
  • พิธีบวงสรวงพระธาตุดอยตุง
  • กิจกรรมทำบุญตักบาตร
  • พิธีสืบชะตาหลวงแบบล้านนา

สถิติกิจกรรมและผลกระทบต่อสุขภาพชุมชน

จากการสำรวจพบว่า การจัดกิจกรรมลักษณะนี้ช่วยส่งเสริมสุขภาพประชาชนและลดอัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้ถึง 30% จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ยังมีผลสำรวจจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายที่ระบุว่า กว่า 85% ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม รู้สึกพึงพอใจและต้องการให้มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องในปีถัดไป

บทสรุป: กิจกรรมที่ควรค่าแก่การสืบสาน

กิจกรรม วิ่ง – ปั่น 2007 ปีสืบสาน สู่ลานพระธาตุดอยตุง” ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมล้านนาให้คงอยู่ต่อไป การที่ภาครัฐและประชาชนให้ความร่วมมือกันในกิจกรรมลักษณะนี้ ถือเป็นแนวทางที่ดีในการพัฒนาเชียงรายให้เป็นเมืองแห่งสุขภาพและศรัทธาอย่างแท้จริง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE