Categories
NEWS TOP STORIES

น้ำร้อนปลาตายเกลื่อน! บ้านปางสา เสียหายอย่างหนัก

น้ำร้อนปลาตายเกลื่อน! บ้านปางสา เสียหายอย่างหนัก

Facebook
Twitter
Email
Print

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 เวลา 14.00 น. มีปลาลอยขึ้นมาตายเป็นจำนวนมากที่บ้านปางสา ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย นายสุพจน์ หลี่จา รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าตึง อ.แม่จัน ให้ข้อมูลว่า ด้วยอากาศที่ร้อนจัด 2-3 วันมานี้ สังเกตดูน้ำอุ่น ร้อนขึ้นจนกระทั่งวันนี้(1มิ.ย 66) เวลา14.00 มาจน 16.00 น. มีปลาหลายชนิดลอยขึ้นมาตาย จำนวนมาก 

ซึ่งตนตกใจมาก ตั้งแต่เกิดมา ตนไม่เคยเห็นปรากฎการณ์เช่นนี้มาก่อน ที่นี่เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธ์ปลา บ้านปางสา ของพี่น้องชาติพันธ์ลีซู ถามว่ามีปลาอะไรตายบ้าง ท่านบอกมีปลาแก้มแดง ปลากลด และอีกหลายชนิดถือเป็นปรากฏการณ์โลกร้อนที่ทำลายล้างความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งบนผืนดินและในน้ำ..รู้สึกเศร้า ยากยิ่งจะทำใจ…ภาวนาให้ฝนตกเร็วพลันครับ…นายสุพจน์ กล่าว

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ถนนคนข่าว

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
Categories
CULTURE

ไทยชู Soft Power เนื้อหอมเทศกาลเมืองคานส์ เปิดโต๊ะเจรจาการค้ากว่า 2,000 ล้านบาท

ไทยชู Soft Power เนื้อหอมเทศกาลเมืองคานส์ เปิดโต๊ะเจรจาการค้ากว่า 2,000 ล้านบาท

Facebook
Twitter
Email
Print

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการที่ วธ. ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศภายใต้ตราสัญลักษณ์ Content Thailand ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Cannes Film Festival 2023) ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 16-27 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ประเทศไทยสามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย และขยายตลาดภาพยนตร์ไทยสู่ระดับนานาชาติ และผลักดัน “Soft Power” ความเป็นไทยได้ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างรายได้และภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศผ่านอุตสาหกรรมวัฒนธรรม 5F ได้แก่ อาหาร (Food) ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion) มวยไทย (Fighting) และเทศกาลประเพณี (Festival) ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายอิทธิพล กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ เป็นที่น่ายินดีว่ามีภาคเอกชนเข้าร่วมงาน 12 บริษัท อาทิ Benetone Films, BrandThink, Film Frame Productions, GDH 559, Halo Productions, Kantana Motion Pictures, M Pictures, Right Beyond, Sahamongkolfilm International และ Yggdrazil Group  เนรมิตรหนัง ฟิล์ม และเวลา เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ซึ่งให้ความร่วมมือในหลากหลายกิจกรรม อาทิ กิจกรรมตลาดซื้อขายภาพยนตร์ และนิทรรศการคูหาประเทศไทย (Thailand Pavilion) โดยมีมูลค่าการเจรจาการค้ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ไฮไลท์ของคูหาประเทศไทย คือการจัดกิจกรรม Thai Film Pitching Project 2023 นำเสนอโครงการการสร้างภาพยนตร์เพื่อการร่วมลงทุน 2 เรื่อง ได้แก่ ทองหล่อคิดส์ โดย อาทิตย์ อัสสรัตน์ และ เจ้าหงิญ โดย เอมอัยย์ พลพิทักษ์ ซึ่งขณะนี้มี 43 บริษัท ที่สนใจเข้าร่วมลงทุนมูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า ตลอดการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในครั้งนี้ มีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมคูหาประเทศไทยจำนวนมากกว่า 600 ราย รวมถึงมีผู้ผลิตภาพยนตร์ที่สนใจและมีแผนจะเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในราชอาณาจักรไทย จำนวน 21 ราย จาก 8 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส กรีซ สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ อินเดียและออสเตรเลีย โดยมีแผนใช้เงินลงทุนรวมกว่า 3,800 ล้านบาท 

โดยรายละเอียดการเข้ามาติดต่อสอบถามในประเด็นหลัก ๆ อาทิ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในประเทศไทย การร่วมทุนผลิต (Co-Production) และการหาทุนในการสร้างภาพยนตร์ในประเทศไทย การจัดเทศกาลภาพยนตร์ในระดับประเทศและระดับนานาชาติในประเทศไทย (Film Festival) และการสนับสนุนด้านเงินทุนในการผลิตภาพยนตร์ (Film Funding) นอกจากนี้ ในวันเปิดคูหาประเทศไทยยังมีอาหารไทยให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน นักท่องเที่ยว ได้ลิ้มลอง ได้แก่ ส้มตำ ข้าวผัดกุ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ชาวต่างชาติรู้จักประเทศไทย ช่วยสร้างรายได้และภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศสร้างความมั่งคั่ง มั่นคงตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงวัฒนธรรม

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

กรมควบคุมโรค ถ่ายทอดแผนปฏิบัติการความร่วมมือระหว่างประเทศ ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ

กรมควบคุมโรค ถ่ายทอดแผนปฏิบัติการความร่วมมือระหว่างประเทศ ป้องกันควบคุมโรคและภัยสุขภาพ

Facebook
Twitter
Email
Print

 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 เวลา 18.00 น. นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเด็กถูกกระทำความรุนแรงในสถานสงเคราะห์เด็ก ที่จังหวัดสระบุรี ว่า ขณะนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้สั่งการให้พี่เลี้ยงที่กระทำความรุนแรงกับเด็กหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดี ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงรวบรวมข้อมูลจากเด็ก 169 คน ที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ 

โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงประมาณ 9 คน มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป และได้คัดแยกกลุ่มเด็กดังกล่าวออกจากพื้นที่มาอยู่ในความดูแลชั่วคราวของบ้านพักเด็กและครอบครัวในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อคลายความวิตกกังวล อีกทั้งได้ส่งนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาเข้าประเมินและฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ กระทรวง พม. ขอรับประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้ เพื่อจะได้ไม่มีความวิตกกังวล โดยได้เตรียมหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงไว้รองรับการปฎิบัติงาน 

         นายอนุกูล กล่าวต่อไปว่า เย็นวานนี้ (29 พ.ค. 66) มีการประชุมด่วนเพื่อหารือกับผู้บริหารกระทรวง พม. ทุกกรม ในการจัดระบบสถานสงเคราะห์และสถานรองรับทั่วประเทศใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้รับบริการทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้ที่พึ่ง  และป้องกันไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก  อีกทั้งจะให้มีการหมุนเวียนการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานที่ทำงานมานานเกิน 3 ปี เนื่องจากอาจขาดความกระตือรือร้น ความเอาใจใส่ และจะให้มีการประเมินและพัฒนาทักษะพี่เลี้ยงเป็นระยะ สำหรับเย็นวันนี้ (30 พ.ค. 66) ได้ประชุมผู้บริหารกระทรวง พม. ร่วมกับหัวหน้าสถานสงเคราะห์และหน่วยงานสถานรองรับทั่วประเทศ เพื่อเน้นย้ำแนวทางการดำเนินงานและมาตรการต่างๆ ที่ต้องปรับเปลี่ยนการดูแลผู้รับบริการให้ดีขึ้น 

       นายอนุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุครั้งนี้ เกิดขึ้นในสถานสงเคราะห์ของรัฐ  ซึ่งกระทรวง พม. ต้องยอมรับผิดและขอโทษสังคมอย่างยิ่ง เพราะคนในสังคมคาดหวังหน่วยงานรัฐในการช่วยเหลือดูแลเด็กอย่างดี ดังนั้น จึงต้องเร่งแก้ปัญหาทั้งระบบโครงสร้าง รวมถึงบุคลากร โดยจะนำวิกฤตเป็นโอกาสที่จะต้องจัดการทั้งระบบให้ชัดเจน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :  กรมควบคุมโรค

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

ปลัด พม. เตรียมรื้อระบบสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศ หลังเกิดเหตุเด็กถูกพี่เลี้ยงกระทำรุนแรง

ปลัด พม. เตรียมรื้อระบบสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศ หลังเกิดเหตุเด็กถูกพี่เลี้ยงกระทำรุนแรง

Facebook
Twitter
Email
Print

 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 เวลา 18.00 น. นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเด็กถูกกระทำความรุนแรงในสถานสงเคราะห์เด็ก ที่จังหวัดสระบุรี ว่า ขณะนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ได้สั่งการให้พี่เลี้ยงที่กระทำความรุนแรงกับเด็กหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดี ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงรวบรวมข้อมูลจากเด็ก 169 คน ที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงประมาณ 9 คน มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป และได้คัดแยกกลุ่มเด็กดังกล่าวออกจากพื้นที่มาอยู่ในความดูแลชั่วคราวของบ้านพักเด็กและครอบครัวในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อคลายความวิตกกังวล อีกทั้งได้ส่งนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาเข้าประเมินและฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ กระทรวง พม. ขอรับประกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้ เพื่อจะได้ไม่มีความวิตกกังวล โดยได้เตรียมหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงไว้รองรับการปฎิบัติงาน 

         นายอนุกูล กล่าวต่อไปว่า เย็นวานนี้ (29 พ.ค. 66) มีการประชุมด่วนเพื่อหารือกับผู้บริหารกระทรวง พม. ทุกกรม ในการจัดระบบสถานสงเคราะห์และสถานรองรับทั่วประเทศใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้รับบริการทุกกลุ่มเป้าหมายทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้ที่พึ่ง  และป้องกันไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก  อีกทั้งจะให้มีการหมุนเวียนการปฏิบัติหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานที่ทำงานมานานเกิน 3 ปี เนื่องจากอาจขาดความกระตือรือร้น ความเอาใจใส่ และจะให้มีการประเมินและพัฒนาทักษะพี่เลี้ยงเป็นระยะ สำหรับเย็นวันนี้ (30 พ.ค. 66) ได้ประชุมผู้บริหารกระทรวง พม. ร่วมกับหัวหน้าสถานสงเคราะห์และหน่วยงานสถานรองรับทั่วประเทศ เพื่อเน้นย้ำแนวทางการดำเนินงานและมาตรการต่างๆ ที่ต้องปรับเปลี่ยนการดูแลผู้รับบริการให้ดีขึ้น 

       นายอนุกูล กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุครั้งนี้ เกิดขึ้นในสถานสงเคราะห์ของรัฐ  ซึ่งกระทรวง พม. ต้องยอมรับผิดและขอโทษสังคมอย่างยิ่ง เพราะคนในสังคมคาดหวังหน่วยงานรัฐในการช่วยเหลือดูแลเด็กอย่างดี ดังนั้น จึงต้องเร่งแก้ปัญหาทั้งระบบโครงสร้าง รวมถึงบุคลากร โดยจะนำวิกฤตเป็นโอกาสที่จะต้องจัดการทั้งระบบให้ชัดเจน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

พช.เชียงราย คัดเลือกสตรีดีเด่น ระดับจังหวัดปี 2566 โซนอิงสู่โขง

พช.เชียงราย คัดเลือกสตรีดีเด่น ระดับจังหวัดปี 2566 โซนอิงสู่โขง

Facebook
Twitter
Email
Print

 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 นายวิทยา ชุมภูคำ พัฒนาการจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นางอำไพ บัวระดก ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน และนางเครือวรรณ สดใส ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานและสนับสนุนการบริหารงานพัฒนาชุมชน นำคณะกรรมการคัดเลือกคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2566 ลงพื้นที่คัดเลือกคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น ระดับจังหวัด จากพื้นที่โซนอิงสู่โขง (อำเภอเวียงชัย เทิง พญาเม็งราย เชียงของ ขุนตาล และอำเภอเวียงแก่น) จำนวน 3 กิจกรรม ดังนี้

ภาคเช้า ตรวจประเมินและคัดเลือกกลุ่มอาชีพสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น ณ ที่ทำการกลุ่มจักสานตะกร้าบ้านป่าบงเหนือ หมู่ที่ 14 ตำบลผางาม อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย โดยมีนายกองรบ กระทุ่มนัด ปลัดอาวุโสอำเภอเวียงชัย กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยประธานและคณะกรรมการกลุ่มจักสานตะกร้าบ้านป่าบงเหนือ ให้การต้อนรับและนำเสนอผลการดำเนินงาน ในโอกาสนี้ นายยุทธพงศ์ สุริยะวงค์ พัฒนาการอำเภอเวียงชัย และทีมงานพัฒนาชุมชนอำเภอเวียงชัย ได้เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลและให้กำลังใจกลุ่มฯด้วย

ภาคบ่าย คณะกรรมการคัดเลือกคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น ระดับจังหวัด ได้เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอพญาเม็งราย เพื่อตรวจเยี่ยมและคัดเลือกคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น ประเภท สำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอดีเด่น และประเภทคณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบล/เทศบาล ดีเด่น และ ซึ่งโซนอำเภออิงสู่โขง 

ได้เสนอให้ สำนักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอพญาเม็งราย คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ตำบลหงาว อำเภอเทิง เป็นตัวแทนเข้ารับการคัดเลือกในครั้งนี้

ในโอกาสนี้ นายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอพญาเม็งราย พร้อมด้วยนางโสภิชา หงษ์คำ พัฒนาการอำเภอพญาเม็งราย นางอมรรัตน์ จันทร์ถา นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ รักษาราชการแทนพัฒนาการอำเภอเทิง คณะทำงานเลขานุการคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอพญาเม็งราย คณะทำงานขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบลหงาว และทีมงานพัฒนาชุมชนอำเภอ ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอผลการดำเนินงาน

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินโครงการคัดเลือกคนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2566 ครบถ้วนทั้ง 3 โซนอำเภอแล้ว และจะประกาศผลการคัดเลือกให้ทราบในโอกาสต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Cddchiangrai

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

มอบกระบือ 2 ตัว ให้เกษตรกร บ้านตีนดอย อ.แม่สรวย

มอบกระบือ 2 ตัว ให้เกษตรกร บ้านตีนดอย อ.แม่สรวย

Facebook
Twitter
Email
Print

 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 ที่คอกกักสัตว์บ้านเหล่าตีนดอย หมู่ที่ 8 ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย นายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีมอบกระบือพระราชทาน โครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย โดยมีนายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอแม่สรวย และนายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนบ้านตีนดอยเข้าร่วม ซึ่งในพิธีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มอบแม่พันธุ์กระบือได้รับพระราชทานมาจาก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้นายสวัสดิ์ ยาวิลาด เกษตรกรบ้านตีนดอย จำนวน 2 ตัว เพื่อลดรายจ่าย และสร้างรายได้ที่มั่นคงต่อผู้เลี้ยง


นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอแม่สรวย กล่าวว่าประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่อำเภอแม่สรวยประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทั้งปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และยังได้รับการสนับสนุน ช่วยเหลือจากโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ จำนวน 338 ราย และชาวเกษตรกรบ้านตีนดอย ยังเป็นหมู่บ้านตามโครงการ 1 ตำบล 1 หมู่บ้านยั่งยืนของกระทรวงมหาดไทยอีกด้วย

ด้านนายพืชผล น้อยนาฝาย ปศุสัตว์จังหวัดเชียงราย กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ดำเนินโครงการอนุรักษ์และพัฒนากระบือไทย พระราชทานกระบือที่ทรงไถ่ชีวิต และพระราชทานกระบือดังกล่าวไปให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกร คือนายสวัสดิ์ ยาวิลาด อยู่บ้านเลขที่ 283 หมู่ที่ 8 ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และกล่าวต่อไปว่า กระบือพระราชทานที่นำมามอบในวันนี้ ได้รับการตรวจสุขภาพ และฉีดวัคซีนป้องกันโรคเรียบร้อย และได้ขนย้ายจากคอกกักสัตว์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายสมหวัง บุญระยอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่ารู้สึกยินดีกับผู้ได้รับมอบกระบือพระราชทานในวันนี้ ซึ่งกระบือเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์มหาศาลต่อวิถีชีวิตของเกษตรกรไทย ลูกกระบือเปรียบเสมือนเงินฝากประจำรายปี ปุ๋ยที่ได้จากมูลกระบือ จะช่วยลดรายจ่ายและสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่ผู้เลี้ยง จึงควรแก่ความภาคภูมิใจที่ได้รับ จึงขอให้เกษตรกรที่ได้รับกระบือเลี้ยงดูกระบืออย่างดี เสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว และปฏิบัติตามระเบียบของโครงการฯอย่างเคร่งครัดต่อไป

ทั้งนี้ผู้ที่รับมอบกระบือพระราชทาน ต้องกล่าวปฏิญาณตน ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ โดยจะต้องไม่ฆ่า ไม่ขาย พร้อมเลี้ยงดูอย่างดีจนกว่ากระบือจะสิ้นอายุขัย รวมถึงประกอบอาชีพ ที่สุจริตไม่ผิดศีลธรรมหรือจารีตประเพณีที่ดีงาม เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเพิ่มขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

มฟล.ต้อนรับผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

มฟล.ต้อนรับผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

Facebook
Twitter
Email
Print
 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมาผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร รักษาการแทนอธิการบดี พร้อมด้วย ดร.ธีรภาพ ปรีดีพจน์ คณบดีสำนักวิชาจีนวิทยา และ ดร.พรภวิษย์ หล้าพีระกุล รักษาการแทนผู้อำนวยการศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร ให้การต้อนรับ ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย Mrs. Feng Junying, Counselor of Education and Mrs.Wang Huan, First Secretary เพื่อพบปะหารือเกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวจีนที่กำลังศึกษามหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทย รวมถึงเข้าหารือกับผู้ดูแลนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวจีนกับส่วนพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และตัวแทนนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวจีนของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมกันนี้ได้แสดงความยินดีแก่อธิการบดีในการเข้ารับตำแหน่งใหม่ ที่ห้องรับรอง อาคารวันชัย ศิริชนะ

ทั้งนี้ผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตฯ เข้าพบปะคณบดีสำนักวิชาจีนวิทยาพร้อมอาสาสมัครครูชาวจีน ตลอดจนส่วนพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อรับทราบข้อมูลของมหาวิทยาลัย การดูแลนักศึกษาต่างชาติ ตลอดจนพบปะกับนักศึกษาชาวจีนจำนวนหนึ่ง โดยผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ให้ความสนใจซักถามเรื่องการเรียนและความเป็นอยู่ นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิริธรและสถาบันขงจื่อ โดยมี Assoc.Prof.Dr.Zhang Tao ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ให้การรับรองคณะและนำชมสถานที่ต่างๆด้วย

ทั้งนี้มฟล. และสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีด้วยกันเสมอมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยได้ร่วมก่อตั้งศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธร ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาและวัฒนธรรมจีน สนับสนุนการสร้างผลงานวิชาการและเป็นศูนย์รวมข้อมูลและคำปรึกษาด้านจีนวิทยา ตลอดจนเผยแพร่ผลงานวิชาการและองค์ความรู้เกี่ยวกับประเทศจีน โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ช่วยประสานงานอาสาสมัครครูชาวจีนเพื่อทำการสอน ณ สำนักวิชาจีนวิทยา มาโดยตลอด ตลอดจนผู้บริหารได้มีการเยี่ยมเยือนระหว่างกัน และสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมงานประชุมทางวิชาการนานาชาติบ่อยครั้ง
.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

มฟล.พัฒนาศักยภาพฝึกปฏิบัติงาน นักศึกษาพยาบาลตั้งแต่ชั้นปีที่ 2-4

มฟล.พัฒนาศักยภาพฝึกปฏิบัติงาน นักศึกษาพยาบาลตั้งแต่ชั้นปีที่ 2-4

Facebook
Twitter
Email
Print
สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จัดโครงการ ‘พัฒนาศักยภาพด้านการสอนสำหรับพยาบาลพี่เลี้ยง’ จัดขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 22 – 26 พฤษภาคม 2566 ที่ห้องพวงชมพู-พู่ระหง อาคาร E-park มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความสามารถในการดูแลการฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาพยาบาลตามบทบาทหน้าที่ของพยาบาลพี่เลี้ยง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากโรงพยาบาลที่นักศึกษาสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้ฝึกปฏิบัติงาน ส่งพยาบาลพี่เลี้ยงเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้จำนวน 59 ท่าน และอาจารย์ใหม่จากสำนักวิชาพยาบาล 4 ท่าน โดยพิธีเปิด มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชมพูนุช โสภาจารีย์ คณบดีสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม

กิจกรรมนี้จัดขึ้นจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคมและวัฒนธรรม ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงปัญหาสุขภาพ เช่น โรคอุบัติใหม่ ผลกระทบจาก PM 2.5 เป็นต้น การปฏิบัติงานวิชาชีพพยาบาลทั้งในด้านการบริหาร การปฏิบัติงานบริการสุขภาพ การวิจัย รวมถึงการศึกษาพยาบาลจึงจำเป็นต้องพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสุขภาวะที่เกิดขึ้น และสอดคล้องกับปรัชญาการศึกษาของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ที่มีจุดมุ่งหมายให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการปฏิบัติงานของตนเองในอนาคต

การจัดการศึกษาพยาบาลโดยเฉพาะการฝึกปฏิบัติในโรงพยาบาลมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงความรู้จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามมาตรฐานการพยาบาล พยาบาลพี่เลี้ยงประจำหอผู้ป่วยจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยสนับสนุน เพิ่มพูนองค์ความรู้ และทักษะการปฏิบัติการพยาบาลแก่นักศึกษาพยาบาล นำสู่การสร้างพยาบาลรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการปฏิบัติพยาบาล

สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มฟล.จึงจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ ทักษะในการดูแล และนิเทศการฝึกปฏิบัติงาน รวมทั้งร่วมวางแผนกับอาจารย์พยาบาลในการนิเทศการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาล ตลอดจนเพื่อสร้างเครือข่ายพยาบาลพี่เลี้ยงจากโรงพยาบาลต่างๆ ในการร่วมดูแลและนิเทศนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงด้วย

คณบดีสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ กล่าวตอนหนึ่งในการเปิดกิจกรรมว่า “การศึกษาวิชาพยาบาลในยุคศตวรรษที่ 21 นักศึกษาพยาบาลทุกคนจะได้เรียนรู้เนื้อหาภาคทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติการพยาบาลที่เน้นให้นักศึกษาสามารถคิดวิเคราะห์แก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีทักษะการสื่อสาร และมีความใฝ่รู้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การเตรียมพร้อมให้กับนักศึกษาพยาบาลเพื่อเป็นพยาบาลวิชาชีพที่คุณภาพในอนาคต จึงให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมทั้งภาคทฤษฏี ภาคปฏิบัติในห้องทดลองและการปฏิบัติการพยาบาลในสถานการณ์จริง

รวมถึงการเชื่อมโยงทฤษฎีกับสถานการณ์จริงให้นักศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติการพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พยาบาลพี่เลี้ยงในหอผู้ป่วยจึงมีส่วนสำคัญยิ่งที่จะช่วยสนับสนุนการเรียนรู้และทักษะปฏิบัติของนักศึกษาพยาบาลขณะขึ้นฝึกปฏิบัติงาน ในการทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และทักษะในการปฏิบัติการพยาบาล เป็นแบบอย่างของพยาบาลวิชาชีพที่ปฎิบัติงานอย่างมีคุณธรรมจริยธรรม ใช้องค์ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้นักศึกษาพัฒนาทักษะ สร้างทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพ นำสู่การผลิตพยาบาลวิชาชีพที่มีศักยภาพและคุณภาพในการปฏิบัติพยาบาลตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ”

กิจกรรมตลอด 5 วันมีทั้งในการบรรยายและการฝึกปฏิบัติ โดยแบ่งเป็น 4 Module และการฝึกปฏิบัติ ได้แก่ Module ที่ 1 ประเด็นแนวโน้มระบบสุขภาพ และหลักสูตรการศึกษาสาขาพยาบาลศาสตร์ Module ที่ 2 ศาสตร์การสอน Module ที่ 3 ปรัชญาการเรียนรู้ และบทบาทอาจารย์พี่เลี้ยง Module ที่ 4 รูปแบบและวิธีการจัดการเรียนจัดการสอนในคลินิก และการประเมินผลการเรียนรู้ในคลินิก ก่อนจะมีการฝึกปฏิบัติการออกแบบการจัดการเรียนการสอนทางคลินิกแบบแบ่งกลุ่มย่อย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

มฟล. บริการสร้างเสริมสุขภาพ วันพยาบาลสากลและวันพยาบาลแห่งชาติ

มฟล. บริการสร้างเสริมสุขภาพ วันพยาบาลสากลและวันพยาบาลแห่งชาติ

Facebook
Twitter
Email
Print
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา บริเวณศาลาเอนกประสงค์บ้านม่วงคำ หมู่ 4 ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย คณาจารย์และนักศึกษา สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จัดกิจกรรมการบริการสร้างเสริมสุขภาพเนื่องในวันพยาบาลสากลและวันพยาบาลแห่งชาติ มีการให้ความรู้และบริการตรวจสุขภาพทั้งกายและใจ โดยกิจกรรมประกอบด้วย การบริการประเมินภาวะสุขภาพ การประเมินภาวะอ้วน การคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน มะเร็งเต้านม และกิจกรรมให้ความรู้และให้การปรึกษาด้านสุขภาพ เช่น การดูแลตนเองเรื่องโรคเบาหวาน ความดัน การปฐมพยาบาล การรับประทานอาหารบำรุงสมอง การจัดการกับความเครียด แก่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงมหาวิทยาลัย โดยมีประชาชนสนใจเข้าร่วมกิจกรรมอย่างล้นหลาม

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นตามที่วันที่ 12 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันพยาบาลสากลและวันพยาบาลแห่งชาติ คณาจารย์และนักศึกษา สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ได้จัดกิจกรรมการบริการวิชาการ และสร้างเสริมสุขภาพขึ้นในวันใกล้เคียง เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของมิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้ก่อกำเนิดวิชาชีพการพยาบาล และเป็นปฐมบูรพาจารย์วิชาการพยาบาลของโลกในทุกปี ทั้งยังเป็นโอกาสได้ให้บริการประเมินภาวะสุขภาพ ให้ความรู้ และการปรึกษาในการดูแลสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยและพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดเชียงราย ตลอดจนเพื่อสร้างโอกาสให้คณาจารย์และนักศึกษาเกิดจิตบริการสาธารณะ และมีส่วนร่วมในการ รณรงค์แก้ไขปัญหาสุขภาพแก่ประชาชนในเขตความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS SOCIETY & POLITICS

เชียงราย ไทย-จีน ร่วมถกปัญหาแก้ไข PM 2.5 อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นต้นแบบและนำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ

เชียงราย ไทย-จีน ร่วมถกปัญหาแก้ไข PM 2.5 อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นต้นแบบและนำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ

Facebook
Twitter
Email
Print

เมื่อวันอังคารที่ 30 พฤษภาคม 2566 ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายมิติ ติยะไพรัตน์ ตัวแทนภาคประชาสังคม ว่าที่ สส.จุฬาลักษณ์ ขันสูธรรม ว่าที่ สส.วิทูร ยะแสง ผศ.ดร.นิอร ศิริมงคลเลิศกุล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเชียงราย ผศ.ดร.นพชัย ฟองอิสสระ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ Mr. Gansheng Shi, Engineer of Shanghai Institute of Ceramics, Chinese Academy of Sciences , Prof. Dr. Jing Sun, the Research Group Leader of Shanghai Institute of Ceramics, Chinese Academy of Sciences เพื่อหารือถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 และปัญหาหมอกควันไฟป่า ที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย

นายวราดิศร อ่อนนุช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า เชียงรายได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ถึง ต้นเตือนพฤษภาคม ซึ่งในปี 2566 นี้ถือว่ามีความรุนแรง ซึ่งในจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่เป็นที่ราบ เมื่อเกิดฝุ่นละอองในอากาศก็จะพัดมารวมกันทำให้เกิดเป็นปัญหามาอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งทางหน่วยงานต่างๆ ก็ได้ให้ความสำคัญและพยายามแก้ไขปัญหาทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ผ่านมาทางประเทศจีนก็ได้ประสบปัญหามาก่อนแต่ก็มีการแก้ไขได้อย่างดี ในวันนี้ทางมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ ประเทศจีนจะได้ให้คำปรึกษาและแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นต้นแบบและนำไปใช้ในพื้นที่อื่นๆ

นายมิติ ติยะไพรัตน์ ตัวแทนภาคประชาสังคม กล่าวว่า ในปีนี้ทางภาคประชาสังคมก็จะพยายามช่วยเหลือในทุกๆ ด้านเพื่อที่จะทำให้การแก้ไขปัญหา ฝุ่น PM 2.5 ที่มันเกิดขึ้นเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นหรือมีน้อยที่สุด

ผศ.ดร.นิอร ศิริมงคลเลิศกุล กล่าวว่า ปัจจุบันมีความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่ยากแก่การคาดเดา และการแก้ไขปัญหา ไฟและฝุ่น ณ แหล่งกำเนิดยังคงมีความซับซ้อนและยังคงใช้เวลาในการแก้ไข นอกจากนี้การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศไม่สามารถแก้เพียงที่ใดที่หนึ่งเท่านั้น เพราะมลพิษทางอากาศไม่มีขอบเขตการปกครอง ดังนั้นการ่วมมือกันของทุกๆภาคส่วนและการร่วมมือระหว่างประเทศจึงสำคัญและการปรับตัว พร้อมด้วยการรับมือจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยการนี้กลุ่มนักวิจัย จาก The Research Group Leader of Shanghai Institute of Ceramics, Chinese Academy of Sciences 

ได้ทำการพัฒนานวัตกรรมเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กที่สามารถใช้ได้ทั้งในระบบปิด และ ระบบเปิด โดยใช้หลักการไฟฟ้าสถิต และไม่ต้องมีการเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ เพื่อเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมสำหรับการรับมือและการลดผลกระทบด้านสุขภาวะที่เกิดขึ้นได้ 

โดย นายสิทธิกร ฉันทแดนสุวรรณ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ได้เป็นผู้ประสานงานให้มีการบริจาคเครื่องดังกล่าวนี้ มายังพื้นที่ๆได้รับผลกระทบในประเทศไทย จำนวน 4 เครื่อง โดยติดตั้งที่โรงเรียนบ้านป่าแฝ-หนองอ้อ-สันทรายมูล อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย รร.ชุมชนบ้านท่าข้าม อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ และ อีก 2 เครื่องที่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งสองเครืองแรกจะเป็นการติดตั้งในโรงเรียนที่มีค่า PM2.5 และ การเกิด Fire Hotspot ค่อนข้างสุงเพื่อเป็นการลดผลกระทบให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชน ส่วนอีก 2 เครื่องนั้นเพื่อเป็นความร่วมมือกันในด้านวิชาการต่อไป

Prof. Dr. Jing Sun กล่าวว่า เราได้เห็นปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย และได้รับการประสานจากคุณสิทธิกร ฉันทแดนสุวรรณ อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อประสานโอกาสและความร่วมมือทั้งทางด้านวิชาการ การเรียนรู้ และการแก้ไขปัญหา PM2.5 จากหลายๆ ภาคส่วนจึงถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เรียนรู้ร่วมกัน ต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News