Categories
TOP STORIES

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจง “ลูกนากเล็บสั้น” หลุดบนเครื่องบินไทย พาวุ่นทั้งลำ!

วันนี้ (5 ต.ค.66) เพจเที่ยวทุกที่ Boarding Pass ได้เผยภาพคลิปความยาว 1 นาที เป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่กำลังไล่จับลูกนากเล็บสั้น อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพนักงานต้อนรับ หรือ เพอร์เซอร์ ได้ประกาศตามหาตัวเจ้าของนาก 3 ภาษา ไทย – อังกฤษ – จีน แต่กลับไม่มีใครแสดงตัว และมีการระบุว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องหาเจ้าของสัตว์ให้ได้ จนมีชาวต่างชาติ 1 คน เดินมาคุยกับพนักงานต้อนรับเพื่อขอนากคืน และเหมือนจะร้องไห้ด้วย

ต่อมากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช รายงานว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า พบมีการลักลอบส่งออกสัตว์ป่ามีชีวิตขึ้นไปบนเครื่องบินของสายการบิน Vietjet Air ที่เดินทางจากสนามนินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ไปยังเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

จากการตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบขนส่งสัตว์ป่า คือ เต่าดาวพม่า 20 ตัว นาก 2 ตัว พญากระรอก 2 ตัว และแพรี่ด็อก 1 ตัว ซุกช่อนอยู่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ทั้งนี้ไม่มีผู้โดยสารคนใดแสดงตัวเป็นเจ้าของกระเป๋าดังกล่าว

ทำให้เจ้าหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่า ประสานงานกับสายการบิน Vietjet Air เพื่อขอทราบรายละเอียดข้อมูลเที่ยวบินผู้โดยสารที่ถือกระเป๋าขึ้นเครื่องบิน และให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่า ประสานงานกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบกระเป๋าที่ต้องสงสัยในการลักลอบสัตว์ป่าออกไป

พบว่าผู้โดยสารที่นำสัตว์ขึ้นเครื่องดังกล่าวเป็นชาวต่างชาติ 2 ราย ซึ่งได้มีการนำกระเป๋าผ่านเครื่อง X-Ray บริเวณจุดตรวจค้นในเวลาประมาณ 13.45 น. โดยพนักงานวิเคราะห์ภาพเกิดข้อสงสัยจึงส่งกระเป๋าให้พนักงานอีกคนหนึ่งทำการเปิดกระเป๋า เพื่อพิสูจน์ทราบว่าสิ่งที่สงสัยนั้นเป็นวัตถุอันตรายหรือ วัตถุต้องห้ามหรือไม่ แต่พนักงานคนดังกล่าวมิได้ทำการเปิดตรวจกระเป๋าและอนุญาตให้ผู้โดยสารผ่านจุดตรวจค้นเดินทางขึ้นเครื่องบินต่อไป

ทสภ. ขอเน้นย้ำว่าระบบเทคโนโลยีที่นำมาใช้ภายในจุดตรวจค้นของ ทสภ. สามารถทำงานได้ตามมาตรฐาน และขั้นตอนการตรวจสอบวัตถุต้องห้ามที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

แต่กรณีนี้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของพนักงานเปิดตรวจสอบกระเป๋าไม่ดำเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติงานที่กำหนดไว้ โดย ทสภ. มีคำสั่งให้พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวหยุดปฏิบัติงานทันที และหากผลการสอบสวนพบว่าเป็นการละเลยขั้นตอนการปฏิบัติงานตามมาตรฐานจะต้องถูกดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป

 

ทั้งนี้ ทสภ. ขอย้ำเตือนผู้เดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติทุกท่าน ไม่กระทำผิดกฎหมายโดยการลักลอบ นำสัตว์ หรือ ซากสัตว์ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตขึ้นเครื่องเข้า-ออกนอกประเทศ หากประสงค์จะนำสัตว์เลี้ยงเดินทาง ขอให้ทำการขออนุญาตให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะมีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายทั้งกฎหมายไทยและต่างประเทศ ที่ต้องรับโทษทั้งปรับและจำคุก


 

สำหรับ “นาก” เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองภายใต้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535  ในไทยมี 4 ชนิดคือ นากเล็กเล็บสั้น นากใหญ่ขนเรียบ นากจมูกขน และนากธรรมดา แต่ตัวที่อาจพบได้ในเขตเมืองมี 2 ชนิดคือ นากใหญ่ขนเรียบ นากเล็กเล็บสั้น ไม่สามารถครองครองหรือค้าได้  

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

วันสุขภาพจิตโลกพร้อม ! “Better Mind Better Bangkok” 8 ต.ค.นี้ ที่สามย่านมิตรทาวน์

 

จากหลายๆ สถานการณ์สะเทือนขวัญและบางกรณีมีการใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาดังที่เป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น ได้บั่นทอนการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขของคนในสังคม  ความจริงที่ต้องยอมรับ ก็คือ ประเทศไทยวันนี้มีความท้าทายด้านสุขภาพจิตอย่างยิ่ง องค์การอนามัยโลกคาดในแต่ละปีจะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่า 1 ล้านคน หรือทุก 40 วินาที มีคนฆ่าตัวตาย 1 คน

 

ข้อมูลจากผลการวิจัย “อนาคตสุขภาพจิตสังคมไทย พ.ศ. 2576 (Futures of Mental Health in Thailand 2033) โดย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ฯ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และ ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษาฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FutureTales Lab by MQDC) ระบุว่า ตัวเลขผู้ป่วยจิตเวชในประเทศไทยเพิ่มขึ้นจาก 1.3 ล้านคนในปี 2558 เป็น 2.3 ล้านคนในปี 2564 และ 1 ใน 14 ของเด็กอายุ 5-9 ปี /1 ใน 7 ของวัยรุ่นอายุ 10 – 19 ปี มีความผิดปกติด้านจิตประสาทและอารมณ์  ร้อยละ 17.6 ของวัยรุ่นอายุ 13-17 ปี มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย การฆ่าตัวตายเป็นเหตุสำคัญของการเสียชีวิตอันดับ 3 ของวัยรุ่นไทย โดยทุกๆ 10 นาที จะมีคน 1 คนพยายามฆ่าตัวตาย และ ทุกๆ 2 ชั่วโมงประเทศไทยจะสูญเสียประชากร 1 คน จากการจบชีวิตตัวเอง ขณะที่ประเทศไทยพบผู้ป่วยมีปัญหาสุขภาพจิต-ซึมเศร้า เพิ่มขึ้น 1-2 % พบการฆ่าตัวตายสำเร็จต่อปีกว่า 4,625 คน (ปี พ.ศ. 2564-2565)

 

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า “สุขภาพจิต” ส่งผลอย่างมากต่อความเป็นอยู่ของทุกคนในแต่ละวัน ทั้งระดับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม หรือแม้แต่ส่งผลต่อสังคม  และเนื่องด้วยในวันที่ 10 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันสุขภาพจิตโลก”  (World Mental Health Day) มูลนิธิสติแอพ (SATI) ร่วมกับสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (TIMS) กรุงเทพมหานคร มูลนิธิเพื่อ“คนไทย” และภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่างๆ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการจัดกิจกรรมที่มีจุดมุ่งหมายสร้างความตระหนักและการสร้างพลังใจ เพื่อรับมือกับผลกระทบด้านสุขภาพจิตที่กำลังเพิ่มขึ้นของคนเมือง จึงได้ร่วมกันจัดงาน “วันสุขภาพจิตโลก” ชื่อ “Better Mind Better Bangkok” ขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ณ ลานกิจกรรมชั้น 3 สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อนำเสนอข้อมูล องค์ความรู้ และประสบการณ์ตรงของภาคีเครือข่ายภาคส่วนต่างๆ ที่ขับเคลื่อนงานพัฒนาด้านจิตเวชในประเทศไทย ได้ร่วมกันแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ต่อสาธารณชน พร้อมกับการระดมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน และหวังให้เกิดการผลักดันในเชิงนโยบายแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ตลอดจนเพื่อระดมความร่วมมือในการรับสมัครอาสาสมัครนักฟังเชิงลึกช่วยผู้เผชิญภาวะความเครียดผ่านแอพพลิเคชัน  “SATI”

 

ทั้งนี้ รูปแบบการจัดงานประกอบด้วย 4 เวทีเสวนา โดยวิทยากรผู้อุทิศตนให้กับแวดวงสุขภาพจิต รวมทั้งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญและบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจ เช่น คุณภัทรดนัย เสตสุวรรณ คุณอแมนด้า ออบดัม คุณเจมส์ รัศมีแข ฟอเกอร์ลุนด์ฟ คุณนที เอกวิจิตร์ คุณจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ คุณพลวัชร ภู่พิพัฒน์  ดร.ทวิดา กมลเวชช คุณศานนท์ หวังสร้างบุญ ดร.ชาติวุฒิ วังวล ดร.ณัฐสุดา เต้พันธ์ ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ คุณอมรเทพ สัจจะมุนีวงศ์ พญ.พิยะดา หาชัยภูมิ คุณชนิดา คล้ายพันธ์ คุณดุจดาว วัฒนปกรณ์ คุณณาตยา แวววีรคุปต์ ฯลฯ ดำเนินรายการโดย คุณเกรซ นรินทร ชฎาภัทรวรโชติ

 

เนื้อหาของเวทีเสวนาปีนี้ จะมีการนำเสนอ 4 ประเด็นภายใต้แนวคิด SEAS” ประกอบด้วย

เวที 1 SSECURITY : Safe Environment  ร่วมสำรวจกลยุทธ์ต่างๆ เรียนรู้เครื่องมือและเทคนิคสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ส่งเสริมให้มีความมั่นคงอารมณ์   เวที 2 E EQUITY : Better Access การเข้าถึงสุขภาพจิตที่มากขึ้นและลดช่องว่างของปัญหา ส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมและมากขึ้นในการเข้าถึงสุขภาพจิตอย่างเพียงพอของทุกคน  เวที 3 A ADAPTABILITY : Building Resilience  สร้างพลังฟื้นฟูจิตใจจากภายในตนเอง และบุคคลรอบข้าง สามารถปรับตัวในเวลาที่ยากลำบากและชีวิตผันผวน เวที 4 S SERENITY : Nonviolent Communication   การสื่อสารที่ปราศจากการคุกคาม ที่นำไปสู่ความสงบของจิตใจ และเสริมสร้างความสงบสุขให้ตนเองและผู้คนรอบข้าง

 

นอกจากนั้น ยังมี กิจกรรมที่ผู้เข้าร่วมสามารถมีส่วนร่วมอีกมากมาย เช่น กิจกรรม Mind Journal จาก Understand : ห้องนั่งเล่นของหัวใจ – จัดการกับความคิด อารมณ์ ด้วยเครื่องมือดูแลสุขภาพจิตในแบบฉบับที่จับต้องได้ กิจกรรมศิลปะ Emotional Wheel และ  VR for Mental Health จาก ME HUG – An Innovative Mental Health Wellness Center – สำรวจความรู้สึก และ ความหวังของตัวเองผ่านการใช้สี oil pastel ในการถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึกตนเอง ผ่านมุมมอง อารมณ์หลักๆ ทั้งหมด 4 อารมณ์ และความหวังของตนเอง  กิจกรรม Check Up My Mind จากกทม. มีประเมินสุขภาพจิต และคัดกรองความเครียดเบื้องต้น ตรวจวัดความเครียดด้วยเครื่อง HRV ให้คำปรึกษาสุขภาพจิต และ Dots Coffee กาแฟดีที่สกัดและชงอย่างพิถีพิถันโดยผู้พิการทางสายตา และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก IndyCamp

 

สามารถลงทะเบียนร่วมงานที่ https://book.soldoutt.com/bettermindbetterbangkok/register ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ และติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/satiapp

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : งานร้อยพลังสื่อ มูลนิธิเพื่อคนไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
FEATURED NEWS

ส่ง ‘น้องอุ้ม’กลับฟื้นฟูต่อ รพ.อุ้มผาง หลังอาการดีขึ้นต่อเนื่อง

 

จากกรณี “น้องอุ้ม” หรือ นางสาวปุณยวีร์ ศรีดวงแปง หรือน้องอุ้ม พยาบาลสาว รพ.อุ้มผาง ได้ประสบอุบัติเหตุรถพยาบาลชนกับรถพ่วงลงจากดอย เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2565 ซึ่งมีการส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี ก่อนจะเข้ามารับการฟื้นฟูสมรรถภาพต่อ ที่สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

วานนี้ (วันที่ 4 ตุลาคม 2566) สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ ได้ออกประกาศเรื่อง รายงานความคืบหน้าการฟื้นฟูสมรรถภาพและการส่งต่อ “น้องอุ้ม” พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ จากโรงพยาบาลอุ้มผาง กลับสู่ โรงพยาบาลอุ้มผาง (ฉบับที่ 3) หลังอาการดีขึ้นทำตามคำสั่งได้ในกิจกรรมง่ายๆ

ระบุว่าผ่านเพจสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติว่า

สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ ได้รับนางสาวปุณยวีร์ ศรีดวงแปง (น้องอุ้ม) พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ โรงพยาบาลอุ้มผาง เข้ามารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 นั้น โดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และทีมสหวิชาชีพ เพื่อทำการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างครบวงจรนั้น

ปัจจุบันน้องอุ้มรู้สึกตัวดี ทำตามคำสั่งได้ในกิจกรรมง่ายๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น ชูนิ้ว/กลืนน้ำลาย/กระพริบตา/ ยิ้ม เป็นต้น ความก้าวหน้าด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทีมสหวิชาชีพด้านการฟื้นฟู ของสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ และโรงพยาบาลอุ้มผางได้มีการส่งต่อข้อมูลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการการฟื้นฟูสมรรถภาพกันอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ทางโรงพยาบาลอุ้มผางได้มีการเตรียมความพร้อมทั้ง สถานที่ อุปกรณ์ และบุคลากรที่มีศักยภาพ พร้อมที่จะรับน้องอุ้มกลับไปดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพต่อ ณ โรงพยาบาลอุ้มผาง

ดังนั้น เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2566 นายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุ้มผาง และคณะ ได้เดินทางมารับน้องอุ้ม กลับไปฟื้นฟูสมรรถภาพต่อ ณ โรงพยาบาลอุ้มผาง ซึ่งทางทีมผู้บริหารกรมการแพทย์ นำโดยนายแพทย์ณัฐพงษ์ วงศ์วิวัฒน์ นายแพทย์ไพโรจน์ สุวรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ แพทย์หญิงภัทรา อังสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ และทีมผู้บริหารของสถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูฯ พร้อมด้วย นางจินตนา ตรีเงินอรรคศรีวร หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก และทีมพยาบาลโรงพยาบาลราชวิถี ได้เตรียมความพร้อม ให้คำแนะนำ และให้กำลังใจแก่คุณพ่อ คุณแม่ และน้องอุ้ม และร่วมส่ง น้องอุ้มกลับโรงพยาบาลอุ้งผาง และน้องอุ้มได้ถึงโรงพยาบาลอุ้มผาง เมื่อเวลา 00.10 น.ของวันที่ 3 ตุลาคม 2566 โดยสวัสดิภาพแล้ว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
EDITORIAL

เส้นทางอันพึงปรารถนาของปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) สำหรับประเทศไทย

 

ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI หรือ GenAI) คือ ปัญญาประดิษฐ์ประเภทหนึ่งที่สามารถใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์สถิติในรูปแบบของอัลกอริทึม (Algorithm) ในการเรียนรู้ชุดข้อมูลเพื่อสร้างผลลัพธ์ในรูปแบบใหม่ เช่น ข้อความ รูปภาพ เพลง หรือ สื่อในรูปแบบอื่น ๆ โดยมีการประยุกต์ใช้งานแล้วในหลายอุตสาหกรรม เช่น ศิลปะ, การพัฒนาซอฟต์แวร์, การออกแบบผลิตภัณฑ์, การเขียน, สุขภาพ, การเงิน, เกม, การตลาด, และแฟชั่น เป็นต้น ด้วยกระบวนการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นไปอย่างอัตโนมัติ จึงสามารถช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ทั้งนี้ การลงทุนในระบบปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) เติบโตอย่างมากในช่วงต้นทศวรรษ 2020 โดยบริษัทระดับโลก เช่น Microsoft, Google, และ Baidu รวมถึงบริษัทขนาดเล็กจำนวนมากก็กำลังช่วยให้เทคโนโลยีนี้กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

 

นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลกที่ MIT คือ ศาสตราจารย์ Daron Acemoglu, David Autor, และ  Simon Johnson ได้นำเสนอบทความวิเคราะห์เชิงนโยบายชื่อ Can we Have Pro-Worker AI? Choosing a path of machines in service of minds เผยแพร่ผ่าน MIT Shaping the Future of Work Initiative เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2566  ดังนั้น ผู้เขียนบทความจึงเห็นว่า น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เพราะปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) เป็นเรื่องสำคัญระดับความท้าทายของมนุษยชาติ จึงขอนำเรียนรับใช้สังคมโดยสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

 

ในระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา การแพร่กระจายเทคโนโลยีดิจิทัล (diffusion of digital technologies) ได้เพิ่มความเหลื่อมล้ำอย่างมีนัยสำคัญ  ในขณะที่ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) จะมีผลกระทบต่อความไม่เสมอภาคของสังคมอย่างแน่นอน แต่ลักษณะของผลกระทบนั้น จะขึ้นอยู่กับวิธีการพัฒนาและใช้เทคโนโลยีนี้  อย่างไรก็ตาม ไม่มีเส้นทางสำหรับเทคโนโลยีนี้ (หรือเทคโนโลยีใด ๆ) ที่เป็นไปไม่ได้

 

ขณะนี้ภาคเอกชนกำลังอยู่บนเส้นทางสำหรับปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) ที่มุ่งเน้นการทำให้เป็นระบบอัตโนมัติ (automation) และการแทนที่แรงงานโดยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมกับมีการสอดแนมในสถานที่ทำงาน  แน่นอนว่า การแทนที่แรงงาน ไม่ใช่เรื่องที่ดีสำหรับตลาดแรงงาน แม้จะให้ผลตอบแทนสูงในมุมของผู้ประกอบการ  โดยแรงงานเงินเดือนสูงที่ถูกแทนที่ จะลงมาแย่งงานจากแรงงานที่มีเงินเดือนต่ำกว่า (ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าอยู่แล้วที่จะถูกทดแทนโดยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์) อันจะส่งผลต่อโครงสร้างค่าจ้างที่จะลดลงอย่างรวดเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม เรายังมีเส้นทางที่ดีกว่า คือ ทำให้ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) สามารถร่วมมือกับมนุษย์ส่วนมากในการทำงานร่วมกัน ซึ่งจำเป็นต้องมีการพัฒนาศักยภาพทางทักษะที่จำเป็น โดนจะต้องครอบคลุมรวมถึงคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนระดับมหาวิทยาลัยด้วย  ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกเส้นทางที่สามารถร่วมมือกันทำงานระหว่างปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) และมนุษย์ส่วนมาก จะต้องมีการเปลี่ยนทิศทางของการพัฒนานวัตกรรม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงในแนวทางปฏิบัติและพฤติกรรมองค์กรของบริษัทเอกชน 

 

เป้าหมายสำหรับเส้นทางที่พึงปรารถนา คือ การทำให้ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI)  สามารถช่วยสร้างและสนับสนุนงานที่ทำในแต่ละอาชีพ ตลอดจนเพิ่มความสามารถของแรงงาน เพราะหากเครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยให้ครู พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ ช่างไฟฟ้า ช่างประปา และ อาชีพที่ต้องใช้ความชำนาญประเภทต่าง ๆ สามารถผลิตงานที่ตนเองเชี่ยวชาญได้มากขึ้น ก็จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มผลิตภาพแรงงาน และ กระตุ้นการเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง

 

นโยบายสาธารณะจึงเป็นศูนย์กลางของความสำคัญในเรื่องนี้ โดยสามารถกระตุ้นการพัฒนาไปสู่เส้นทางที่เทคโนโลยีสามารถร่วมมือกับมนุษย์ เพื่อยกระดับทักษะแรงงานและความเชี่ยวชาญสำหรับทุกคน  โดยศาสตราจารย์ Daron Acemoglu, David Autor, และ  Simon Johnson ที่ MIT ได้เสนอแนะนโยบายสำหรับรัฐบาลกลาง ดังนี้

  1. ทำให้อัตราภาษีมีความเท่าเทียมกันมากขึ้น ระหว่างแรงงาน และ ผู้ครอบครองปัญญาประดิษฐ์ เพื่อควบคุมระดับการแข่งขันระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์
  2. ปรับปรุงกฎเกณฑ์ความปลอดภัยทางอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อคุ้มครองหรือจำกัดการสอดแนมพนักงาน ตลอดจนรับฟังเสียงของแรงงาน
  3. เพิ่มทุนวิจัยด้านการร่วมมือกันระหว่างมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ โดนจะต้องตระหนักด้วยว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่เอกชนให้ความสนใจ
  4. สร้างศูนย์วิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ของรัฐบาล เพื่อช่วยแบ่งปันความรู้สำหรับผู้มีหน้าที่กำกับดูแลและหน่วยงานรัฐต่าง ๆ
  5. ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญระดับรัฐบาล เพื่อช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยีว่าเหมาะสมในการนำมาใช้หรือไม่อย่างไร เช่น ทางการศึกษาและสาธารณสุข เป็นต้น

 

ในส่วนของผู้เขียนบทความนี้เพื่อรับใช้ท่านผู้อ่าน ได้ค้นพบหลักฐานเชิงประจักษ์จากข้อมูลสำรวจการทำงานของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ ดังแสดงในบทความ Labour Skills, Economic Returns, and Automatability in Thailand พบว่า แรงงานอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์ จะสามารถสร้างรายได้มากกว่า กล่าวคือ ทั้ง GDP เฉลี่ยต่อหัวของจังหวัด และ รายได้ต่อชั่วโมงของแรงงานมีมูลค่าสูงกว่า ในทางกลับกัน อาชีพที่ไม่ค่อยต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์และทักษะการสื่อสาร จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ หรือแม้แต่ภาคเกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่ได้มีความตื่นตัวที่จะยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจแบบ inclusive growth อย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นเรื่องน่ากังวลมาก เพราะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง (Generative AI) มีแนวโน้มจะทำให้ความเหลื่อมล้ำของประเทศไทยยิ่งขยายกว้างมากขึ้น ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถแข่งขันได้หรือจะอยู่รอดอย่างยากลำบากในโลกอนาคต อันจะเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศทางเศรษฐกิจสังคม

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ผศ.ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มทบ.37 ร่วมมอบทุนการศึกษา โรงเรียนบ้านห้วยหยวกป่าโซ อ.แม่ฟ้าหลวง

 
เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2566 เวลา 09.00 น. ร.ต. ไพบูลย์ สายหงษ์หน.ชุดประสานงานและคุ้มครองป้องกันชุมชน สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง บ.ห้วยหยวกป่าโซ ร่วมพิธีมอบทุนการศึกษา ให้กับนักเรียน รร.บ้านห้วยหยวกป่าโซ ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จว.ช.ร. ซึ่งเป็นเงินทุนปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยากจน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี น.ส.ชรินรัตน์ บุญเกิด ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.รร.ห้วยหยวกป่าโซ เป็นประธานในพิธีฯ
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

แม่บ้านมหาดไทยเชียงรายติดตามพื้นที่ อ.ดอยหลวง

 
นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ติดตามการดำเนินงานการน้อมนำแนวพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร “ทางนี้มีผล ผู้คนรักกัน” สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน บ้านใหม่พัฒนา หมูที่ 6 ตำบลหนองป่าก่อ อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย ติดตามการดำเนินงาน “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ กลุ่มสตรีทอเสื่อและทอผ้าบ้านทุ่งโป่ง หมู่ที่ 9 ตำบลหนองป่าก่อ อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย และติดตามการดำเนินงานการประกวดผลงานเครือข่ายองค์ความรู้ (Knowledge – Based OTOP : KBO) จังหวัด ประจำปี พ.ศ. 2566 ณ กลุ่มกาแฟสดดอยหลวงดัชเชส ตำบลหนองป่าก่อ อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย โดยมีนางสาวมินทิรา ภดาประสงค์ นายอำเภอดอยหลวง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอดอยหลวง ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน
ในการนี้ นายวิทยา ชุมภูคำ พัฒนาการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายปรีชา ปวงคำ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย และทีมงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย ร่วมติดตามสนับสนุนการดำเนินงานด้วย
นางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย และคณะ ได้ปลูกต้นกาสะลองคำ ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดเชียงราย ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์การบริหารส่วนตำบลหนองป่าก่อ อำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กลุ่​มงาน​ส่งเสริม​การพัฒนา​ชุมชน​ สำนักงาน​พัฒนา​ชุมชน​จังหวัด​เชียงราย​

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

อ.เฉลิมชัย รีเทิร์นช่วยงาน เบียนนาเล่ จ.เชียงราย

 
วันนี้ (4 ต.ค.) ที่ศาลาธรรม วัดร่องขุ่น ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย เป็นตัวแทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย 2023 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดที่ จ.เชียงราย ระหว่างเดือน ธ.ค.2566-เม.ย.2567 ได้เข้าพบกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิติพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย อาจารย์สุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ จ.เชีงราย เพื่อขอให้อาจารย์เฉลิมชัยได้กลับมาร่วมเตรียมความพร้อมและจัดงานดังกล่าวให้สำเร็จ
 
 
นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย แจ้งว่าทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้องล้วนขอให้อาจารย์เฉลิมชัยกลับมาด้วย ซึ่งทางอาจารย์เฉลิมชัยได้ตอบรับด้วยดีและรับพวงมาลัยดอกไม้พร้อมระบุว่าเป็นความตั้งใจของตนที่จะกลับมาช่วยหลังจากที่มีเรื่องการเมืองจนทำให้มีการเปลี่ยนแปลง และเห็นว่าถึงเวลาที่จะกลับมา
 
 
อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวว่า ผู้คนอาจจะคิดว่าศิลปะก็เหมือนๆ กันทั่วไป แต่ตนอยากบอกว่าศิลปะก็เหมือนกับแฟชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาแล้วแต่ยุคสมัยและมีระดับ เช่น แฟชั่นชั้นนำ ฯลฯ ซึ่งการจัดงานเบียนนาเล่คือการนำศิลปะแฟชั่นชั้นนำ และล่าสุด รวมทั้งคัดสรรที่สุดยอดที่สุดของโลกมาจัดแสดง โดยมีศิลปะชั้นยอดจากประเทศไทยจากศิลปินในประเทศมาจัดแสดง 20 คน และศิลปินชั้นนำจากทั่วโลกอีก 40 คน ซึ่งตนยืนยันแต่ละคนล้วนมีความสุดยอด ล้ำยุค และล้ำหน้า จึงขอเชิญชวนไปงานกันได้ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.2566-เม.ย.2567
 
 
“มาเชียงรายแล้วได้ความรู้สึกดีๆ บรรยากาศดีๆ ได้เสพงานศิลปะชั้นสูงสุดยอดระดับโลกที่นี่ โดยที่วัดร่องขุ่นจะมี 2 ชิ้น และที่หอศิลป์ที่ผมสร้างอย่างใหญ่โตจะมีงานศิลปะเยอะมากรวมทั้งยังมีตามอำเภอต่างๆ อีก ดังนั้นงานนี้หายห่วงแน่นอน ผมมาช่วยอย่างเต็มตัวแล้วอุตส่าห์มาเชิญกัน หลังจากผมเครียดจนผมไม่เอาด้วยแต่แท้ที่จริงอยู่เบื้องหลังตลอด พอผมดูแล้วว่าอยู่เบื้องหลังมันไปไม่รอดแน่ก็ขอมาอยู่เบื้องหน้าก็แล้วกัน 
 
ผมเป็นคนรักเชียงรายอยู่แล้ว ผมคิดว่ายังไม่สายเกินไป” อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวและว่าผู้ที่มีความรู้ของศิลปินในโลกจะคัดสรรศิลปินที่สุดยอดจากหลากหลายที่ในโลก เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อาร์เจนติน่า บังกาเลีย คาซัคสถาน สหรัฐอเมริกา บราซิล ฯลฯ แต่ละคนจะจัดแสดงผลงานศิลปะที่แปลกใหม่ทุกแนว เกิดจากความคิด งดงาม หลากหลาย ปรัชญา เนื้อหา แปลกใหม่ ฯลฯ อย่างที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน
 
อาจารย์เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดงานครั้งนี้มากถึง 100 กว่าล้านบาท และจะมีผู้ชื่นชอบงานศิลปะทั่วโลกไปเยือนเพื่อดูผลงานศิลปินที่ตนชื่นชอบซึ่งจะทำให้เกิดเงินสะพัดอย่างมหาศาล แม่แต่ศิลปิน 40 คน ก็ล้วนมีผู้ติดตามที่ร่ำรวย การจัดงานจึงกลายเป็นซอร์ฟพาวเวอร์อย่างแท้จริง ส่วนคนไทยสามารถดูเพื่อภูมิรู้ การศึกษา ความสุนทรยภาพ ยกระดับความรู้สึก นำพาไปสู่การตื่นตัวทางศิลปะ ฯลฯ เพื่อให้ทัดเทียมกับอารยประเทศต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
BREAKING NEWS

ข่าวเด่นน่าติดตามวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2566

คลิกที่ภาพ

 

ข่าวเด่นน่าติดตามวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2566

1. “นายกฯ” กำชับตร.ยกระดับระบบเตือนภัยหลังเกิดเหตุยิงที่พารากอน

2. ‘นพ.ธงชัย’ เผย ‘เด็ก14’ มีประวัติรักษาจริง วอนสังคมอย่าซ้ำเติม

3.ศาลเยาวชนฯ สั่งส่งตัวเด็ก 14 ปียิงในพารากอน เข้าสถานพินิจฯ

4.เศรษฐา” ลงนามตั้ง 4 ที่ปรึกษานายกฯ “ธงทอง-ไพฑูร-อาทิตย์-พล.ต.อ.ชินภัทร” ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา เสนอความเห็น ตามนายกฯ มอบหมาย

5.อาจารย์เฉลิมชัย พร้อมแล้วหลัง ตัวแทนมหกรรมศิลปะ ขอช่วยงานไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย 2023 หลังรัฐทุ่ม100 ล้านดึงสุดยอดศิลปินทั่วโลก

6.เดินหน้าซอฟต์พาวเวอร์ อุ๊งอิ๊ง โชว์ ตั้งศูนย์การเรียนรู้ แลกเปลี่ยนกันทุกจังหวัด

7.สวนสัตว์โคราช เปิดตัวสมาชิกใหม่ ‘ลูกหมีหมา’ สัตว์ป่าคุ้มครองใกล้สูญพันธุ์

8.แฟน “แมนยู” วอนสโมสร ดึง “เด เคอา” กลับมาแทน “โอนาน่า” หลังทำผิดพลาดบ่อยครั้ง

9.อดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หลุดจากรายชื่อ 400 คนที่รวยที่สุดในอเมริกา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

“พิสันต์” นำทีมเชียงรายรับโล่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น 2566

 

       เมื่อวันที่ 2 – 3 ตุลาคม 2566 กระทรวงวัฒนธรรมจัดโครงการถอดบทเรียนการขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม “21 ปี กระทรวงวัฒนธรรม นำคุณค่า พัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ” โดยกิจกรรมวันที่ 2 ตุลาคม 2566 ประกอบด้วย

       การประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อถอดบทเรียนการขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมฯ ในหัวข้อ 1) การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมขององค์กรเครือข่าย 2) การนำทุนทางวัฒนธรรมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการจัดงาน “วิถีถิ่น วิถีไทยและการยกระดับเทศกาลประเพณีสู่ระดับชาติและนานาชาติ 3) การขับเคลื่อนนโยบาล 1 ครอบครัว 1 Soft Power 4)เหลียวหลังแลหน้าในภารกิจพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน และ 5) ทุนทางวัฒนธรรมพลังขับเคลื่อนชุมชน สังคมและประเทศ

        การประชุมมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สู่ก้าวที่มั่นคงด้วยพลังสร้างสรรค์ และพิธีมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ โดยมี นายเสริมศักดิ์  พงษ์พานิช  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมและมอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติรางวัลวัฒนธรรมคุณานุสรณ์, รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น, รางวัลสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น, รางวัลกลุ่มอำนวยการศพที่ได้รับพระราชทานดีเด่น, รางวัลการประกวดสื่อ Infographic ภายใต้หัวข้อ “วธ. โปร่งใส รวมใจต้านโกง” นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม บรรยายหัวข้อแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงวัฒนธรรม “10 เปิดวัฒนธรรมสร้างพลังแห่งอนาคต” และการบรรยายของส่วนราชการและองค์การมหาชนในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม

     โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร วัฒนธรรมจังหวัด ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ได้รับรางวัลวัฒนธรรมคุณานุสรณ์เข้าร่วมกิจกรรม

       ทั้งนี้  สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายได้รับโล่รางวัลสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2566 โดย นายพิสันต์  จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เป็นผู้รับมอบโล่รางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

       วันที่ 3 ตุลาคม 2566 เวลา 07.00 น. จัดพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลทางศาสนา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงวัฒนธรรม ครบรอบ 21 ปี โดยมีนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี หร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารระดับสูง วธ. ผู้มีเกียรติ วัฒนธรรมจังหวัด/ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด 76 จังหวัด/ประธานสภาวัฒนธรรมเขต กทม. ข้าราชการ/บุคลากร วธ. ณ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร วัฒนธรรมจังหวัด และเครือข่ายทางวัฒนธรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมแสดงความยินดี

       วันที่ 3 ตุลาคม 2566 เวลา 13.30 น. จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม “วัฒนคุณาธร” ประจำปี พ.ศ. 2566 รางวัลวัฒนธรรมวินิต และรางวัลเด็กและเยาวชน Young Smart : Young ทำดี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี นายพลภูมิ  วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติฯ ดังกล่าว โดยจังหวัดเชียงรายมีผู้ได้รับโล่รางวัลวัฒนคุณาธร ประจำปี พ.ศ. 2566 จำนวน 3 ราย ได้แก่

          ประเภทเด็กหรือเยาวช

  • นายสงกรานต์ บุญทวี  นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ชุมชนคุณธรรมวัดดอนจั่น ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

          ประเภทบุคคล

  • นางสาวจำเนียร พรหมบุตร  ครูโรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

           ประเภทนิติบุคคลหรือคณะบุคคล ได้แก่

  • ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านเมืองรวง ชุมชนคุณธรรมต้นแบบ 10 สุดยอด เที่ยวชุมชนยลวิถี ประจำปี 2565 ตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

       ในการนี้ นายพิสันต์  จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางพัชรนันท์  แก้วจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นางพรทิวา  ขันธมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม นางสาวกฤษยา  จันแดง ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ นายภัทรพงษ์  มะโนวัน หัวหน้ากลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน และข้าราชการผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมตามโครงการฯ ดังกล่าว และร่วมแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลวัฒนคุณาธร ประจำปี 2566

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

พิธีรับ – ส่งหน้าที่ มอบการบังคับบัญชา ผบ.มทบ.37

 
เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 66 ที่ผ่านมา เวลา 14.09 น. พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ ผบ.พล.ม.1 พร้อมด้วย คุณสุมาลี พบสุวรรณ และ พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผบ.มทบ.37 ร่วมพิธีสักการะพระมหาจักรพรรดิธรรมราชา, พระพุทธมารวิชัยไตรรัตนาธิคุณ และพระบรมราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช ณ หน้าพุทธสถานดอยเจดีย์ ค่ายเม็งรายมหาราช หลังจากนั้นได้เดินทางไปร่วมพิธีสักการะพ่อขุนเม็งรายมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ พระตำหนักพ่อขุนเม็งรายมหาราชและการสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระญามังรายมหาราช ณ ลานหน้า บก.มทบ.37 โดยมีกำลังพลและครอบครัว ของ มทบ.37 ร่วมกระทำพิธี ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
 
 
 
ต่อมาเวลา 15.29 น. พล.ต.ประพัฒน์ พบสุวรรณ และ พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน กระทำพิธีลงนามเอกสาร รับ-ส่ง หน้าที่ ผบ.มทบ.37 ณ ห้องประชุมพญาเม็งราย บก.มทบ.37 และกระทำพิธีมอบการบังคับบัญชา ผบ.มทบ.37 ณ ลานหน้า บก.มทบ.37
 
โดยมีกำลังพลสังกัด มทบ.37, นขต.มทบ.37 และ ผศ.ช.ร. เข้าร่วมพิธีฯ ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News