Categories
SOCIETY & POLITICS

สาธารณสุข ยกระดับ 30 บาท ออกแบบบริการตามความต้องการประชาชน

 

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 ที่ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน กทม. นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ Quick Win (แผนปฏิบัติการเร่งรัด) ยุคเปลี่ยนผ่าน “ก้าวสู่ระบบสุขภาพปฐมภูมิที่มีคุณภาพ 30 บาท รักษาทุกโรคยุคใหม่” โดยมี นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข คณะผู้บริหาร สาธารณสุขอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม 900 คน


          นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า การแพทย์ปฐมภูมิ ถือเป็นบริการด่านแรกที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้แบบใกล้บ้านใกล้ใจ ดูแลตั้งแต่ส่งเสริม ป้องกัน ควบคุม รักษา และฟื้นฟู และเป็น 1 ใน 13 ประเด็น ในการขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาทพลัส เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ โดยการยกระดับระบบสุขภาพปฐมภูมิเพิ่มความครอบคลุมการดูแลสุขภาพที่บ้านและชุมชน การรับยา ส่งยาทางไปรษณีย์ การเจาะเลือดตรวจแล็บใกล้บ้าน 1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบนัดหมาย ระบบเทเลเมลดีซีน และการเสริมสร้างงานอนามัยโรงเรียนให้เข้มแข็ง 1 อำเภอ 1 โรงเรียน ซึ่งการพัฒนาในเรื่องดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน มีความเข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี และสามารถออกแบบระบบบริการได้ตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่

 


          ซึ่งการจัดประชุมในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้บริหารในระดับอำเภอ เพื่อที่จะนำนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้ง Quick Win 10 เรื่อง อาทิ บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่ มะเร็งครบวงจร ส่งเสริมการมีบุตร จัดตั้งศูนย์ธัญญารักษ์ดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลอัจฉริยะระบบการแพทย์ทางไกล สถานชีวาภิบาลและคลินิกผู้สูงอายุ เป็นต้น ไปเร่งรัดขับเคลื่อนร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพประชาชนให้ครอบคลุมทุกมิติต่อไป

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงสาธารณสุข

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

พช.เชียงราย​ ขับเคลื่อน​โครงการ​ ปลูกผัก​สู่คลังอาหาร​ที่ยั่งยืน​

 

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 นายวิทยา ชุมภูคำ พัฒนาการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางอำไพ บัวระดก ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน นายปรีชา ปวงคำ ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางสาวชาลิสา กาปัญญา พัฒนาการอำเภอเมืองเชียงราย และบุคลากรในสังกัดสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกันทำกิจกรรมปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร ภายในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และบริเวณบ้านพักรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

 

จังหวัดเชียงราย โดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย ร่วมกับชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย ดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ ให้ผู้นำชุมชน กลุ่ม องค์กร เครือข่าย และประชาชนในจังหวัดเชียงราย ในการปลูกผักสวนครัว พืชสมุนไพร และไม้ผลภายในบริเวณบ้าน สองข้างทาง หรือในพื้นที่สาธารณประโยชน์ ให้เต็มพื้นที่ทุกหมู่บ้าน ชุมชน อย่างหลากหลาย โดยรณรงค์ขยายผลให้มีการปลูกพืชผักเพิ่มขึ้น เพิ่มอย่างน้อยครัวเรือนละ 30 ชนิด เพื่อเป็นการส่งเสริมการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ในครัวเรือน สร้างความรัก ความสามัคคี ของประชาชนในหมู่บ้านชุมชน เกิดการเอื้ออาทรแบ่งปันภายในชุมชน/สังคม ส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Cddchiangrai

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เชียงราย เตรียมบรูณาการบังคับใช้กฎหมาย บริหารหมอกควันข้ามแดน PM 2.5

 

วันที่ 20 ตุลาคม 2566 ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมคณะทำงานถอดบทเรียนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมีพระอาจารย์วิบูลย์ ธัมมเตโช ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ นายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมกันพิจารณาผลการถอดบทเรียนพร้อมแสดงความคิดเห็นข้อเสนอแนะ และนำข้อมูลไปกำหนดทิศทางในการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ของจังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567 รองรับเป็นเมืองแห่งสุขภาพ คนเชียงรายมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่ในช่วงของการจัดกิจกรรมระดับโลก Thailand Biennale Chiang Rai 2023 อีกด้วย

ในการนี้พระอาจารย์วิบูลย์ ธัมมเตโช ที่ปรึกษาเจ้าอาวาสวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ ได้กล่าวถึงประสบการณ์การดับไฟป่าที่ดอยอินทรีย์ ซึ่งดำเนินการโดยวัดพุทธอุทยานดอยอินทรีย์ และสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ที่ร่วมแก้ปัญหาแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ในเรื่องที่ดินทำกิน ได้ร่วมมือกับกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และสถาบันการศึกษาจังหวัดเชียงรายในการป้องกันไฟป่าอย่างครบวงจร ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ ธนาคารน้ำใต้ดิน และการเลี้ยงชีพแบบปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ตลอดระยะเวลา 17 ปี เพื่อให้เป็นแนวทางประยุกต์ใช้ โดยกล่าวว่า ถ้าเราปลุกประชาชนให้มารักป่า ทุกอย่างก็จะง่าย ทุกภาคส่วนต้องสามัคคีกัน งานจึงจะสำเร็จ และในวันนี้ถือเป็นมิติที่ดี ที่ทุกภาคส่วนร่วมช่วยกัน แก้ปัญหาซึ่งเป็นความทุกข์ของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงราย
 
 
จากนั้นกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัดเชียงราย ได้นำเสนอสรุปผลการถอดบทเรียนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ของจังหวัดเชียงราย ในปี พ.ศ. 2566 ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การบังคับใช้กฎหมาย ด้านการประชาสัมพันธ์ การบริหารจัดการเขตพื้นที่รอยต่อปัญหาหมอกควันข้ามแดนระหว่างอำเภอ จังหวัด และประเทศเพื่อนบ้าน การสร้างแรงจูงใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเผา รวมถึงหารือในเรื่องงบประมาณ เครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ และข้อมูลจากการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง ในแต่ละด้านเพื่อนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานในปีต่อไปให้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
 
 
นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าหมอกควันในปี 2566 ถือเป็นสถาการณ์รุนแรงส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกภาคส่วน ที่ทุกคนต่างคาดไม่ถึง และเครื่องมืออุปกรณ์ กำลังพลเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าของจังหวัด มีไม่เพียงพอ จึงส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งด้านการท่องเที่ยว และสุขภาพของประชาชน พร้อมกล่าวต่อว่า จังหวัดเชียงราย ได้เริ่มขับเคลื่อนเชียงรายเป็นเมืองสุขภาพ จากความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ตามยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ โดยมีเป้าหมายหลักให้จังหวัดเชียงราย เป็นเมืองแห่งสุขภาพ คนเชียงรายและผู้มาเยือนมีสุขภาพดี อยู่แล้วมีความสุข
 
 
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เน้นย้ำเรื่องการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยให้ทุกหน่วยงานที่ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ของจังหวัดเชียงราย นำการถอดบทเรียนในครั้งนี้ไปปรับใช้ในด้านต่างๆ ทั้งการเพิ่มมาตรการ การสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเผา การใช้มาตรการทางกฎหมาย การสื่อสารกับประชาชนเพื่อลดการเผาในพื้นที่ทางการเกษตร ส่งเสริมการปลูกป่าสร้างรายได้ สร้างพื้นที่สีเขียว การใช้แนวทางคาร์บอนเครดิตมาปรับใช้ การบริหารจัดการวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงในป่า การฟื้นฟูภายหลังจากเกิดการเผา รวมถึงให้มีการกำหนดจุดเป้าหมายในการดำเนินงานให้ชัดเจน ทั้งด้านของงบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ กำลังพลเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับการทำงาน อาทิ การใช้แอพพลิเคชั่นตรวจสอบไฟป่า การใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone)ในการตรวจสอบและวิเคราะห์ในการดับไฟ การขึ้นทะเบียนคนที่เข้าป่า พรานป่า อีกทั้ง เน้นย้ำให้มีการประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มให้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี และจัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการร่วม ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติการกู้ภัย แจ้งเตือนแก่พี่น้องประชาชน การบูรณาการข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ เผยแพร่ผ่านสื่อช่องทางต่างๆ เพื่อให้จังหวัดเชียงราย พร้อมเป็นเมืองแห่งสุขภาพ
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

โรงพยาบาลแม่ลาว เปิดบ้าน EF พัฒนาเด็ก และผู้ปกครองห่างไกลจากหน้าจอ

 
วันที่ 20 ตุลาคม 2566 ที่พุทธมณฑลสมโภช 750 ปี ตำบลบัวสลี อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย นายแพทย์คงศักดิ์ ชัยชนะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ลาว จัดให้มีกิจกรรม เปิดบ้าน EF อำเภอแม่ลาว ประจำปี 2566 โดยมี นายรุ่งโรจน์ ตันวุฒิ นายอำเภอแม่ลาว เป็นประธานในพิธี และมีกลุ่มคณะครู เด็กๆ จากศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 6 แห่ง ตลอดจนผู้ปกครองในพื้นที่ให้ความสนใจเดินทางเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
 
 
โดยกิจกรรมนอกจากจะมีการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาบรรยายธรรมและให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเด็กในยุคลปัจจุบันแล้ว ยังมีลานกิจกรรมสำหรับเด็กจำนวน 6 ฐาน อาทิฐานก้าวเดิน ฐานขับขี่ปลอดภัยและฐานศิลปะสร้างสรรค์ เป็นต้น และมีฐานการเรียนรู้ที่ให้ผู้ปกครองแลถะเด็กๆได้ทำกิจกรรมร่วมกันอีกจำนวน 9 ฐานอาทิ ฐานโรงเล่น พิพิธภัณฑ์เด็กเล่นได้ ฐานเมนูเด็ดแก้จน ฐานขยะเปลี่ยนโลก ฐานEFและพัฒนาการเป็นต้น ซึ่งได้สร้างความรู้และความสนุกสนานเป็นอย่างมากให้กับทั้งเด็กและผู้ปกครอง
 
 
นายแพทย์คงศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดมีจุดมุ่งหวังที่จะให้เด็กนักเรียนในระดับปฐมวัย โดยเฉพาะที่อยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต่างๆ ผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกิจกรรมร่วมกันในการพัฒนาด้านการรับรู้แก่เด็กๆ พัฒนาสมองส่วนหน้า เพื่อเตรียมความของเด็กที่ก้าวเข้ามาสู่โลกสมัยใหม่ ศตวรรษที่ 21 ซึ่งเด็กจะต้องเจอสถานการณ์ต่างๆที่ผันผวนและไม่แน่นอน มีความซับซ้อนไม่ตรงไปตรงมา กิจกรรมนี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมให้เด้กได้มีทักษะการดูแลตนเอง การแก้ไขปัญหาและการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขร่วมกับครอบครัว นำไปสู่การพัฒนาด้านการเรียนและการทำงานในอนาคต ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป ซึ่งกิจกรรมนี้จะจัดให้มีอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยผู้ปกครองและศุนย์พัฒนาเด็กเล็กจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาเหล่านี้ให้กับเด็กๆ
 
 
ด้าน แพทย์หญิงพรชนิตว์ ใจทา แพทย์ประจำโรงพยาบาลแม่ลาว กล่าวว่า บ้าน EF จะช่วยให้เด็กคิดเป็น ทำเป็นและ เรียนรู้เป็นเพื่อให้อยู่ในสังคมอนาคตให้ได้ ซึ่งเด็กที่มาทำกิจกรรมจะมีการพัฒนาทั้ง 9 ด้านของเด้กไม่ว่าจะเป็นด้านการจดจำ คิดวางแผนและการคิดริเริ่ม เป็นต้น โดยมีการพัฒนาผ่านฐานการเรียนต่างๆโดยมีผู้ปกครองเป็นคนช่วยสอน ซึ่งเด้กชอบการเล่น จึงนำกิจกรรมการเล่นมาให้เด็กโดยสอดแทรกความรู้เข้าไป เนื่องจากเด็กในยุคปัจจุบันมีความยับยั้งช่วงใจไม่ค่อยดี ทำให้เกิดเหตุตามสื่อต่างๆในทางที่ไม่ดี โรงพยาบาลแม่ลาวจึงร่วมกับทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อจัดกิจกรรมให้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยส่วนหนึ่้งอยากแนะนำให้ผู้ปกครองควรควบคุมการให้เด็กใช้โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ ในเด็กวัยเล็ก เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียว จะไม่ได้โต้ตอบควรที่จะให้เด็กมีการพุดคุยและทำกิจกรรมมากกว่าจะทำให้การพัฒนาของเด้กนั้นดีขึ้น
 
 
นางสุจิตตรา แข่งขัน อายุ 30 ปี ผู้ปกครองเด็กนักเรียนชาว อ.แม่ลาว กล่าวว่า โครกงารนี้ถือว่าดีมากๆ ที่ได้เปิดโอกาสให้ทางเด็กและครอบครัวมีกิจกรรมที่ทำร่วมกัน และมีประโยชน์ที่จะทำให้เด็กห่างไกลจากจอคอมพิเวตอร์หรือโทรศัพท์ ซึ่งสมัยนี้แตกต่างจากอดีตที่มีการการเล่นหมากเก็บ การเล่นซ่อนหาหรือวิ่งไล่กัน แต่ปัจจุบันเด็กมีโลกส่วนตัวหมกมุ่นกับโทรศัพท์ การมาร่วมกิจกรรมทำให้นอกจากจะได้รับความรู้ ความสนุกสนาน ยังได้ความผุกพันธ์กับลูกมากยิ่งขึ้น ซึ่งอยากให้มีกิจกรรมแบบนี้บ่อยๆและให้มีอย่างต่อเนื่อง
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

สื่อรัฐ พบจีน CMG สื่อใหญ่ ร่วมมือใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับมาตรฐานรายงานข่าว

 

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2566 (ตามเวลาท้องถิ่น) นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายวราวุธ ยันต์เจริญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสุดฤทัย เลิศเกษม รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และคณะ เข้าเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์ระหว่างประเทศของจีน (China Global Television Network : CGTN) ซึ่งเป็นหน่วยสื่อภายใต้กลุ่มสื่อแห่งชาติจีน ( China Media Group : CMG) โดยมีนายอาน เซี่ยวหยู (An Xiaoyu) รองผู้อำนวยการเครือข่ายโทรทัศน์ภาคบริการโลกแห่งประเทศจีน และผู้อำนวยการศูนย์เอเชีย-แอฟริกา กลุ่มสื่อแห่งชาติจีน (CMG) ให้การต้อนรับ

 

คณะฯ ได้เยี่ยมชมการทำงานของสื่อจีนที่มีเทคโนโลยีการผลิตและออกอากาศที่ก้าวหน้าทันสมัย ซึ่งเป็นสื่อโทรทัศน์ที่มีกลุ่มเป้าหมายต่างชาติกว่า 180 ประเทศ เข้าถึงกลุ่มผู้ฟังกว่า 600 ล้านคนทั่วโลก ใช้ภาษาออกอากาศ 68 ภาษา มีศูนย์ผลิตรายการ สำนักงานใหญ่ที่กรุงปักกิ่ง และอีกใน 3 แห่ง ได้แก่ กรุงวอชิงตัน ลอนดอน และนาโรบี (ไนจีเรีย) โดยครั้งนี้ได้เยี่ยมชม เทคโนโลยี 4 ส่วนหลัก ได้แก่ 1. ศูนย์ปฏิบัติการมอนิเตอร์ข่าว 2. ศูนย์มัลติมีเดีย สื่อออนไลน์ 3. สตูดิโอรายการภาคภาษาอังกฤษ 4. ห้องควบคุมการออกอากาศ รวมทั้งได้ทดลองใช้อุปกรณ์การออกอากาศที่มีประสิทธิภาพสูง การนำ Application มาประยุกต์ใช้ในวงการสื่อของจีน ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว มีความทันสมัย และน่าสนใจ โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองในการดำเนินความร่วมมือด้านสื่อระหว่างประเทศซึ่งฝ่ายไทยได้เสนอแนวทางการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและการฝึกอบรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดย นายอาน เซี่ยวหยู ได้เน้นย้ำถึงบทบาทและความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีส่วนช่วยในการยกระดับมาตรฐานการรายงานข่าวและขยายการเข้าถึงติดตามข่าวสารได้ทั่วโลก
 
 
นางพวงเพ็ชร กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบของการสื่อสารมีการปรับตัวอยู่เสมอ และประชาชนนิยมรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และสามารถเชื่อมโยงครอบคลุมได้ทั่วโลก การสื่อสารระหว่างประเทศถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างการรับรู้ ส่งเสริมภาพลักษณ์ และสร้างความเข้าใจทางวัฒนธรรมระหว่างกัน การเยี่ยมชมครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างสื่อของไทยและจีน และย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในอนาคต อีกทั้งยังเป็นโอกาสดีที่ได้นำคณะสื่อภาครัฐอย่างกรมประชาสัมพันธ์มาเยี่ยมชมแนวทางการสื่อสารผ่านสื่อยุคใหม่ที่มีความทันสมัย และก้าวทันโลก สามารถนำไปปรับใช้กับการสื่อสารของไทยได้ในอนาคต
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
BREAKING NEWS

ข่าวเด่นน่าติดตามวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2566

คลิกที่ภาพ

ข่าวเด่นน่าติดตาม วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566


1.กต.เผยคนไทยถูกจับอีก 2 ราย ยอดล่าสุดเป็น 19 ราย

2. ‘อิ๊งค์’ ยิ้มรับพร้อมนั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ในการประชุมวิสามัญ 27 ต.ค.นี้

3.เศรษฐาเผย กษัตริย์โอมาน เสียใจคนไทยถูกจับ-ผู้นำอ่าวอาหรับ ห่วงสถานการณ์อิสราเอล

4. พงศ์พล โพสต์ ปิดตำนาน หมูกระทะเงินรัฐ ‘หมออ๋อง’ ยอมคืน ‘งบฯ รับรอง’ แล้ว

5.รายที่ 5 สส. “ก้าวไกล” ฝั่งธนบุรี ถูกกล่าวหา “คุกคามทางเพศ” ทีมงานสาว 3 คน

6.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อวดโฉมสมาชิกใหม่ “ลูกตัวกินมดยักษ์”

7. “วาฬไรต์” เสี่ยงสูญพันธุ์ เนื่องจากเรือละเมิดกฎควบคุมความเร็วชนที่แอตแลนติก

8.ทูตอิหร่าน เผย กลุ่มฮามาส รับปากปล่อยตัวประกันชาวไทย-ฟิลิปปินส์ หากอิสราเอลยอมเจรจาและยุติการโจมตี

9.เยอรมนีอนุมัติซื้อ ‘ระบบป้องกันภัยทางอากาศ’ จากอิสราเอล

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

สืบสานการทำโคมแขวนเวียงเชียงแสน

 

   

วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 09.00-16.00 น. ณ อาคารหอประชุมสามเหลี่ยมทองคำ เทศบาลตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

เทศบาลตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมฝึกอบรมการจัดทำโคมแขวน และประดับโคมแขวนตามแหล่งท่องเที่ยว ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอำเภอเชียงแสน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 -20 ตุลาคม 2566

ทั้งนี้ นายพลภพ มานะมนตรีกุล นายกเทศมนตรีตำบลเวียง มอบหมายให้นายกำแพง จันทกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลเวียง เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม และนางสาวจุฑารัตน์ เกษมราษฎร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป กล่าวรายงาน 

กิจกรรมในวันนี้ ประกอบด้วย

 ⁃ การบรรยายให้ความรู้เรื่อง สะเปา และโคมส่องสว่างในรูปแบบต่างๆ โดยอาจารย์กฤตดนัย สมบัติใหม่ ศิลปินหัตถศิลป์ล้านนา

 ⁃ การปฏิบัติการทำโคมแปดเหลี่ยม หรือโคมรังมดส้ม

ในการนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ นางสาวณพิชญา นันตาดี นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นางกัลยา แก้วประสงค์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ผู้ประสานงานอำเภอเชียงแสน นายเอกณัฏฐ์ กาศโอสถ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ นางสุพรรณี เตชะตน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และนางสาวสุทธิดา ตราชื่นต้อง นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ เข้าร่วมอบรมฯ ในครั้งนี้

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

ณพิชญา นันตาดี, กัลยา แก้วประสงค์ : รายงาน
เอกณัฏฐ์ กาศโอสถ, สำนักงานเทศบาลตำบลเวียง : ภาพ
อภิชาต กันธิยะเขียว : บรรณาธิการ
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE VIDEO

(มีคลิป) ฝึกซ้อมฟ้อนเมืองไหว้สาปูจาพญามังราย

 

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 15.00 น. บุคลากรในสังกัดสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายร่วมใจกันฝึกซ้อมฟ้อนเมืองไหว้สาปูจาพญามังราย

 

     ในโอกาสนี้ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นายจิรัฏฐ์ ยุทธ์ธนประวิช นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ได้เป็นแกนนำและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับศิลปะการฟ้อนฯ ให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 

 

   ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว กำหนดจัดทุกวันพฤหัสบดี เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป เพื่อร่วมกิจกรรมของจังหวัดเชียงราย นำโดย แม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน-ช่างฟ้อน) พ.ศ.2559, เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย, สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย, คณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดเชียงราย, หน่วยงาน องค์กร และประชาชนชาวเชียงราย “ฟ้อนไหว้สาพญามังราย” ในวันที่ 26 มกราคม 2567 ณ บริเวณพระราชานุสาวรีย์พญามังรายมหาราช จังหวัดเชียงราย

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

‘พิสันต์’ นำเจ้าหน้าที่ถวายวัตถุดิบโรงทาน วัดห้วยปลากั้ง “พบโชค พบบุญ”

 

     นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางพัชรนันท์ แก้วจินดา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นางพรทิวา ขันธมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม ข้าราชการและบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมมอบถวายผักและวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเจเพื่อแจกจ่ายให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนช่วงเทศกาลกินเจ ในวันพุธที่ 18 ตุลาคม 2566 เวลา 11.00 น. ณ โรงทานวัดห้วยปลากั้ง “พบโชค พบบุญ” พระไพศาลประชาทร วิ. (พบโชค ติสฺสวํโส) บริเวณสามแยกดอยทอง ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย

 

     จัดโดย วัดห้วยปลากั้ง ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 37 เพื่อแจกจ่าย บริการอาหารเจให้แก่พุทธศาสนิกชนและประชาชนช่วงของเทศกาลกินเจ หรือ ประเพณีถือศีลกินผัก ในปีพุทธศักราช 2566 เทศกาลกินเจจะตรงกับวันที่ 15 – 23 ตุลาคม 2566 ซึ่งการบริโภคอาหารประเภทผักที่ไม่มีของสดของคาวผสม กำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี รวม 9 วัน โดยในปีนี้จะตรงกับเดือนตุลาคมของไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ

 

  1. กินเพื่อสุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เมื่อกินติดต่อกันไปช่วงเวลาหนึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ ปรับระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหารให้มีเสถียรภาพ
  2. กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำนึกอันดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีเลือดเนื้อ จิตใจและที่สำคัญมีความรักตัวกลัวตายเช่นเดียวกับคนเรา
  3. กินเพื่อเว้นกรรม ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งย่อมตระหนักว่าการกินซึ่งอาศัยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย (ถ้าไม่ฆ่าไม่ขายก็ไม่มีคนกิน) กรรมที่สร้างนี้จะติดตามสนองเราในไม่ช้าทำให้สุขภาพร่างกายอายุขัยของเราสั้นลงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อผู้หยั่งรู้เรื่องกฎแห่งกรรมนี้จึงหยุดกินหยุดฆ่าหันมารับประทานอาหารเจ ซึ่งทำให้ร่างกายเติบโตได้เหมือนกัน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น
  4.  

     สำหรับ “เจ” ในภาษาจีนทางพุทธศาสนานิกายมหายานมีความหมายเดียวกับคำว่า อุโบสถ ดังนั้นการกินเจก็คือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เหมือนกับที่ชาวพุทธในประเทศไทยที่ถืออุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 โดยไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว แต่เนื่องจากการถืออุโบสถศีลของชาวพุทธนิกายมหายานที่ไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกันเข้ากับคำว่ากินเจ กลายเป็นการถือศีลกินเจ ในปัจจุบันผู้ที่รับประทานอาหารทั้ง 3 มื้อแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่ากินเจ ฉะนั้นความหมายก็คือคนกินเจมิใช่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ สำหรับการปฏิบัติตนในช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน 9 คืน ผู้ที่ต้องการกินเจอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามประเพณีการกินเจจะต้องปฏิบัติดังนี้

 

  1. รับประทาน “อาหารเจ”
  2. งดอาหารรสจัด ซึ่งหมายถึงอาหารเผ็ด หวานมาก เปรี้ยวมาก เค็มมาก งดผักที่มีกลิ่นฉุนทั้งหลาย แยกภาชนะสำหรับอาหารเจเท่านั้น
  3. รักษาศีลห้า
  4. รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ ไม่พูดคำหยาบคาย รวมถึงงดการมีเพศสัมพันธ์ ทำบุญทำทาน ไหว้พระ สวดมนต์
  5. นุ่งขาวห่มขาวตลอดเทศกาลกินเจ และควรแต่งกายชุดขาวเข้าร่วมพิธีกรรมต่าง ๆ ในแต่ละศาลเจ้า
  6.  

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

พัชรนันท์ แก้วจินดา, สุพจน์ ทนทาน : รายงาน

พร้อมพงษ์ ทาสิทธิ์ : ภาพ

อภิชาต กันธิยะเขียว : บรรณาธิการ

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

อบจ.เชียงราย นักกีฬาเยาวชนเงินล้าน ดันรักบี้ฟุตบอล 7 คน เยาวชนชาวเชียงราย

 

วันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 17.30 น. นายก นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ประธานชมรมรักบี้ จ.เชียงราย และ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ที่ปรึกษาสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัด อบจ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ ขันทะ หัวหน้าฝ่ายการกีฬา อบจ.เชียงราย และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าให้กำลังใจแก่นักกีฬาและผู้ฝึกสอนที่เก็บตัวฝึกซ้อม ณ สนามรักบี้ฟุตบอล ศูนย์บูรณาการการเรียนรู้และนันทนาการ อบจ.เชียงราย

 

โดยน้อง ๆ นักกีฬา ได้เข้าฝึกซ้อมกีฬารักบี้ในระหว่างวันที่ 15-19 ตุลาคม 2566 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ฟุตบอล 7 คน ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2566 ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 21-23 ตุลาคม 2566
ทั้งนี้ นายก พี่นก คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และบุคลากร อบจ.เชียงราย ขอร่วมส่งกำลังใจให้เยาวชนนักกีฬาชาวเชียงราย ได้คว้ารางวัลมาให้ชาวเชียงรายต่อไป
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News