Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ปลุกพลังเยาวชน ผลักดัน “มหกรรมเยาวชนอำเภอแม่สาย”

 

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม 2567 เวลา 14.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ได้กล่าวพบปะเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย หมวดที่ 6 Creative Space For Youth Development ครั้งที่ 3 “มหกรรมเยาวชนอำเภอแม่สาย” พร้อมด้วยคณะกรรมการศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย ณ หอประชุมโรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

อำเภอแม่สายเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างมาก มีทั้งอาหาร เครื่องแต่งกาย และประเพณีต่างๆ ซึ่งความหลากหลายนี้มาจากกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มที่อาศัยอยู่ในอำเภอแม่สาย ประกอบไปด้วยชาติพันธุ์ไทใหญ่, ไทลื้อ, ไทเขิน, ไตหย่า, ไท-ขวน, จีนขุนนาน, อาข่า, ลาหู่, คาราง, ลัวะ และกะฉิ่น

อบจ.เชียงราย และศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย มีความมุ่งมั่นที่จะสืบสานวัฒนธรรมที่ดีงามเหล่านี้ให้ดำรงอยู่ต่อไป โดยการจัดกิจกรรมมหกรรมในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชนในอำเภอแม่สายได้ตระหนักรู้ถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวแม่สาย และเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้แสดงศักยภาพในด้านการคิดสร้างสรรค์ ด้านการเต้น และความกล้าแสดงออก ตลอดจนการสื่อสารวัฒนธรรมต่างๆ ของบรรพบุรุษ ภายใต้อัตลักษณ์อันโดดเด่นของอำเภอแม่สาย

ในงานครั้งนี้ เยาวชนได้มีโอกาสแสดงผลงานที่พวกเขาได้คิดค้นและพัฒนาขึ้น ทั้งด้านศิลปะ การแสดง และนวัตกรรมต่างๆ ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและประเพณีของแต่ละชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความเก่าแก่และความร่วมสมัย

นางอทิตาธรกล่าวว่า “เด็กและเยาวชนเป็นอนาคตของชาติ การส่งเสริมให้พวกเขาได้รับการพัฒนาและมีพื้นที่ในการแสดงออกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะพวกเขาจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดเชียงรายและประเทศชาติในอนาคต เราต้องการเห็นเยาวชนเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม”

กิจกรรมในมหกรรมเยาวชนครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการสืบสานวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับผู้อื่น การพัฒนาทักษะการสื่อสาร และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

อนาคตของจังหวัดเชียงรายขึ้นอยู่กับเยาวชนในวันนี้ หากพวกเขาได้รับการสนับสนุนและโอกาสที่ดีในการพัฒนาศักยภาพ เชียงรายจะกลายเป็นจังหวัดที่มีความเจริญก้าวหน้าและมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่สมบูรณ์

การจัดมหกรรมเยาวชนในครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาเยาวชนในทุกด้าน ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกตำรวจ ตามยึด SIMBOX กล่องกระจายสัญญาน

 

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ที่ จ.เชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา นายหลิน ชุน หง (Mr.LIN CHUN HUNG) สัญชาติไต้หวัน และ นายโสภณ สงวนนามสกุล อายุ 28 ปี ชาว ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พร้อมของกลาง เครื่องกระจายสัญญาณโทรศัพท์ หรือ Simbox จำนวน  6เครื่อง เร้าเตอร์ wifi แบบใส่ซิมการ์ด 6 เครื่อง กล้องวงจรปิด 7 ตัว โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง  

พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5  เปิดเผยว่า ตนได้ไปกู้เงินสหกรณ์ตำรวจภูธรภาค 5 จำนวนหนึ่งเพื่อที่จะนำเงินไปซื้อรถยนต์ส่วนตัว แต่หลังจากที่เรื่องอนุมัติและมีเงินโอนเข้าบัญชีของธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบัญชีของตนเอง พอวันรุ่งขึ้น ก็มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่เบอร์ลงท้ายด้วยเลข 4986 โทรเข้ามา ทำทีว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ที่รู้ว่ามีเงินโอนเข้าบัญชีจำนวนหนึ่ง ได้แจ้งว่า บัญชีมีความผิดปกติมีเงินเข้าจำนวนมาก จึงให้ตนนั้นดำเนินการตามขั้นตอนและกรอกข้อมูลส่วนตัวลงไป  

ตนจึงเกิดคำถามว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหล่านี้ จะรู้เรื่อง เงินเข้าออกบัญชีส่วนตัวเราได้อย่างไร ซึ่งจากพฤติกรรมดังกล่าวเชื่อได้ว่า เป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรมาหลอกลวง จึงมีการสั่งการให้ นำหมายเลขโทรศัพท์ ที่โทรเข้ามา ไปตรวจสอบด้วยเครื่องพิเศษในการติดตาม และเช็กสัญญานชัดเจนว่า มีการออนระบบในพื้นที่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย จึง ได้ทำการสืบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงรายที่ ค.206/2567  เพื่อขอหมายค้น 

โดยได้ตรวจค้น อาคาร G ห้องG03 โดยได้ตรวจพบ กล้อง ip camera ยี่ห้อ tp-link model: tapo C200 จำนวน 1 เครื่อง  เครื่องกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต ยี่ห้อ tp-link model:Archer MR600 จำนวน 1 เครื่อง  และสามารถจับกุม นายโสภณ  และ นายหลิน ชุน หง ได้

สอบสวนทราบว่า นายหลิน ชุน หง ได้นำอุปกรณ์ต่าง ๆ มาติดตั้ง เพื่อกระจายสัญญาณโทรศัพท์ โดยเป็นการสุ่มหมายเลขออกไปเพื่อให้ปลายทาง ที่รับสายไม่สามารถระบุได้ว่าปลายทางของสายเป็นใคร และมาจากประเทศอะไร โดยได้จ้างวานนายโสภณ ให้เป็นล่ามในการช่วยประสานงานการทำงานวันละ 1,000 บาท  ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลบเลี่ยงการตรวจจับสัญญานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะได้ขยายผลหากลุ่มผู้ร่วมขบวนการต่อไป 

สำหรับการตรวจยึด Sim Box หรือเครื่องกระจายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งโดยทั่วไปไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปติดตั้ง ใช้ส่งสัญญาณโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ซึ่งขณะตรวจค้นพบว่า มีการติดตั้งและเปิดทำงานอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการขอหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองตาม จ.289/67 และ จ.290/67 ของศาลจังหวัดเชียงราย และได้ดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านดู่ ดำเนินการตามกฎหมายในข้อหา ร่วมกัน ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 6 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 11 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498, ร่วมกันใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตอันมีลักษณะที่เป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ตามมาตรา 67(3) ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ตำรวจภูธรภาค 5

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายติดอันดับที่ 11 ของประเทศ หลังไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

 

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ ซึ่งหมายถึงการมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากกว่า 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมาหลายปีแล้ว โดยทางกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้รวบรวมสถิติมาจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งสรุปข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 พบว่าประชากรไทยมีทั้งหมด 64,989,504 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป 13,450,391 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 20.70%

 

เมื่อจำแนกตามช่วงวัย พบว่ามีกลุ่มอายุ 60 – 69 ปี จำนวน 7,593,731 คน กลุ่มอายุ 70-79 ปี มีจำนวน 3,987,082 คน กลุ่มอายุ 80 – 89 ปี มีจำนวน 1,516,689 คน กลุ่มอายุ 90 – 99 ปี จำนวน 311,470 คน และกลุ่มอายุ 100 ปีขึ้นไป มีจำนวน 41,419 คน โดยจังหวัดที่มีผู้สูงอายุ อายุ 100 ปีขึ้นไปมากที่สุดคือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 7,470 คน ตามด้วยนนทบุรี 1,729 คน ชลบุรี 1,310 คน เชียงใหม่ 1,296 คน นราธิวาส 1,232 คน สงขลา 1,132 คน นครศรีธรรมราช 1,131 คน นครราชสีมา 1,130 คน ยะลา 1,099 คน และปัตตานี 1,078 คน

สำหรับ 10 จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) สูงที่สุดเมื่อเทียบกับประชากรในพื้นที่ พบว่า

  1. ลำปาง ผู้สูงอายุคิดเป็น 28.83 % หรือจำนวน 203,111 คน จากจำนวนประชากร 704,473 คน
  2. แพร่ ผู้สูงอายุคิดเป็น 28.18 % หรือจำนวน 119,225 คน จากจำนวนประชากร 423,758 คน
  3. ลำพูน ผู้สูงอายุคิดเป็น 28.00 % หรือจำนวน 110,397 คน จากจำนวนประชากร 397,345 คน
  4. สิงห์บุรี ผู้สูงอายุคิดเป็น 27.60 % หรือจำนวน 55,251 คน จากจำนวนประชากร 200,190 คน
  5. พะเยา ผู้สูงอายุคิดเป็น 26.89% หรือจำนวน 122,050 คน จากจำนวนประชากรในพื้นที่ 456,572 คน
  6. ชัยนาท ผู้สูงอายุคิดเป็น 26.38 % หรือจำนวน 82,961 คน จากประชากรไทยในพื้นที่ 314,839 คน
  7. สมุทรสงคราม ผู้สูงอายุคิดเป็น 26.30 หรือจำนวน 48,875 คน จากจำนวนประชากรในพื้นที่ 187,394 คน
  8. อ่างทอง ผู้สูงอายุคิดเป็น 25.70 % หรือจำนวน 69,199 คน จากจำนวนประชากร ในพื้นที่ 269,274 คน
  9. อุตรดิตถ์ ผู้สูงอายุคิดเป็น 25.64% หรือจำนวน 112,031 คนจากประชากรในพื้นที่ 438,060 คน
  10. เชียงใหม่ ผู้สูงอายุคิดเป็น 25.50 % หรือจำนวน 416,884 คน จากจำนวนประชากรไทยในพื้นที่ 1,797,138 คน

จังหวัดเชียงรายที่ติดอันดับที่ 11 ในการมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดของประเทศ คิดเป็นผู้สูงอายุ 25.44% หรือจำนวน 295,987 คน จากประชากร ในพื้นที่ 1,297,666 คน

เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ได้แก่

  1. **สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ**: เชียงรายมีอากาศที่บริสุทธิ์และภูมิประเทศที่งดงาม ทำให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสงบและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
  2. **การสนับสนุนจากชุมชนและครอบครัว**: ชุมชนในเชียงรายมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และครอบครัวมักให้การดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข
  3. **การเข้าถึงบริการสาธารณสุข**: เชียงรายมีการจัดการและบริการสาธารณสุขที่ดี โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งรวมถึงการมีศูนย์บริการสุขภาพที่สามารถให้บริการได้อย่างครบวงจร

สรุปแล้ว การที่จังหวัดเชียงรายมีสัดส่วนผู้สูงอายุมากเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสภาพแวดล้อมที่ดี การสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน และการเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ สิ่งเหล่านี้ทำให้เชียงรายเป็นจังหวัดที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ และเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทย

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

งานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขง 26-28 ก.ค. 67 หาดนครเชียงราย

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 ณ สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย นางอุบลรัตน์ พ่วงภิญโญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขง โดยมี นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นางรัตนา จงสุทธานามณี ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยไชย) พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและคณะผู้แทนจากประเทศอนุภาคภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้แก่ ประเทศไทย สปป.ลาว สาธารณรัฐประชาชนจีน และเมียนมาร์ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมในพิธีเปิดอย่างคึกคัก

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้บูรณาการร่วมกับภาคการท่องเที่ยวและภาคีเครือข่ายจังหวัดเชียงราย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการค้ากับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน โดยมีสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศไทยร่วมงานนี้ จังหวัดเชียงรายเป็นประตูสู่การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการคมนาคมขนส่งของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งเป็นที่ตั้งที่สำคัญในการเชื่อมโยงทั้ง 4 ประเทศ

งานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขงจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2567 ณ สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย ภายใต้ธีม “ดอกไม้ในสายฝน” ซึ่งเป็นงานเชียงรายดอกไม้งามที่ท่ามกลางดอกไม้นับล้านดอกที่บานสะพรั่ง ตลอดระยะเวลาการจัดงานจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ การแสดงจากประเทศไทย สปป.ลาว สาธารณรัฐประชาชนจีน และเมียนมาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงดนตรีและการเต้นรำที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์และความงดงามของแต่ละประเทศ

นอกจากนี้ ทุกคืนยังมีมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังอย่าง ไก่ พรรณนิภา และ เต๋า ภูศิลป์ ที่จะมาสร้างความบันเทิงและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงาน นอกจากการแสดงศิลปวัฒนธรรมแล้ว ยังมีการจัดแสดงสินค้าและอาหารพื้นเมืองผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินชมและลิ้มลองอาหารท้องถิ่นที่มีความหลากหลายและอร่อย

การจัดงานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขงในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งจะนำไปสู่ความเข้าใจและความร่วมมือที่ดีในอนาคต การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคโดยรวม

งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ฟรี และร่วมสัมผัสกับบรรยากาศแห่งความสนุกสนานและความอบอุ่นจากการแสดงศิลปวัฒนธรรมของทั้ง 4 ประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด ทางจังหวัดเชียงรายขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมงานและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

การจัดงานครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต ทางจังหวัดเชียงรายหวังว่า งานวัฒนธรรมสัมพันธ์ลุ่มน้ำโขงจะเป็นงานที่สร้างความประทับใจและความทรงจำที่ดีให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SPORT

Youth Rugby Football Clinic ฝึกทักษะกีฬารักบี้ของเยาวชนเชียงราย

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2567 เวลา 10.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) พร้อมด้วย นายญาณาฤทธิ์ หนสมสุข รองปลัด อบจ.เชียงราย นายณรงค์ศักดิ์ ขันทะ หัวหน้าฝ่ายการกีฬา อบจ.เชียงราย และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันพบปะและเปิดการอบรมเยาวชนคลินิกรักบี้ฟุตบอล “Youth Rugby Football Clinic” ณ อาคารคชสาร ศูนย์บูรณาการการเรียนรู้และนันทนาการ อบจ.เชียงราย

โครงการนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง อบจ.เชียงราย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย และสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและยกระดับกีฬารักบี้ฟุตบอลในจังหวัดเชียงรายให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะด้านกีฬารักบี้ฟุตบอลให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับสูงต่อไป

การอบรมในครั้งนี้มีเป้าหมายให้เด็กและเยาวชนจากโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดเชียงราย จำนวน 8 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนอบจ.เชียงราย โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ โรงเรียนพานพิทยาคม โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 โรงเรียนแม่จันวิทยาคม และโรงเรียนจันจว้าวิทยาคม โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมทั้งสิ้นจำนวน 248 คน และคณะผู้ฝึกสอนจำนวน 19 คน รวมทั้งหมด 267 คน

ในการอบรมครั้งนี้ สมาคมรักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ส่งวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับกีฬารักบี้ฟุตบอล โดยมีหลักสูตรการอบรมที่ครอบคลุมทั้งวิธีการเล่น กฎ กติกา เทคนิคในการเล่น ตลอดจนการฝึกซ้อมปฏิบัติจริงในสนาม เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะอย่างเต็มที่

การจัดโครงการ Youth Rugby Football Clinic นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดเชียงรายได้มีโอกาสเข้าถึงกีฬารักบี้ฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้ทักษะและความร่วมมือจากทีมเป็นอย่างมาก การฝึกฝนทักษะเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่มีความมั่นคง อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม ความมีระเบียบวินัย และการรู้จักแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

 

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้กล่าวเปิดงานว่า “การจัดโครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมการกีฬาให้กับเยาวชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้มีความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม การเรียนรู้และฝึกฝนกีฬารักบี้ฟุตบอลจะช่วยให้เยาวชนมีความสุขภาพดี มีระเบียบวินัย และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงการพัฒนาวงการกีฬารักบี้ฟุตบอลในจังหวัดเชียงรายให้มีมาตรฐานสูงขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอล 7 คน ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะเสริมสร้างความสามัคคีและการพัฒนาทักษะกีฬาของเยาวชนในจังหวัดเชียงรายต่อไป

โครงการ Youth Rugby Football Clinic นี้ นอกจากจะเป็นการฝึกทักษะและพัฒนาความสามารถด้านกีฬารักบี้ฟุตบอลแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนใส่ใจและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย การมีสุขภาพที่ดี และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ยอดผ้าป่า 55,767,756.51 บาท มอบให้โรงพยาบาลเชียงรายฯ

 

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 67 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีถวายผ้าป่ากองทุนจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดระบบดิจิตอล และอุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลน เพื่อมอบให้โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมียอดผ้าป่ารวมทั้งสิ้น 55,767,756.51 บาท โดยมี พระไพศาลประชาทร วิ. (พระอาจารย์พบโชค ติสฺสวํโส) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวเชียงราย พร้อมใจใส่เสื้อเหลืองร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

ในพิธีถวายกองผ้าป่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย เปิดกรวยกระทงดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจ้าหน้าที่ปฏิบัติพิธีสงฆ์อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ประธานในพิธีนำกล่าวคำถวายกองผ้าป่า และถวายเงินกองทุนแด่ประธานสงฆ์ โดยมี พระสิริวัฒโนดม วิ. เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย (ธรรมยุต) ประธานสงฆ์รับมอบเงินให้แก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จากนั้น ประธานในพิธีและผู้มีเกียรติร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรม แด่พระสงฆ์ 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธี กรวดน้ำ รับพร และกราบลาพระรัตนตรัย กราบลาประธานสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธี


ทั้งนี้ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จะนำเงินดังกล่าวไปจัดซื้อเครื่องเอกชเรย์หลอดเลือดระบบดิจิตอล และอุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลนให้กับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เป็นการเพิ่มโอกาสในการค้นพบโรค และทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที ลดความพิการและอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยลงได้

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ประมงเชียงราย ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 700,072 ตัว เฉลิมพระเกียรติ

 

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 67 เวลา 09.30 น. ที่ หนองฮ่างสาธารณะประโยชน์ บ้านสันปง หมู่ที่ 5 ตำบลทานตะวัน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยหน่วยงานกรมประมงจังหวัดเชียงราย ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลทานตะวัน อำเภอพาน เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากร และเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยมี นายวุฒิกร คำมา นายอำเภอพาน นายณัฐรัฐ พรเดชอนันต์ ประมงจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน เข้าร่วมพิธี

นายณัฐรัฐ พรเดชอนันต์ ประมงจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า หน่วยงานสังกัดกรมประมงพื้นที่จังหวัดเชียงรายร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลทานตะวัน จัดโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำฯ ขึ้น เพื่อเทิดพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาตะเพียนขาว ปลายี่สกเทศ ปลากาดำ จำนวน 200,000 ตัว ปลาบึก 72 ตัว และลูกปลาตะเพียนขาว อายุ 2 วัน 500,000 ตัว รวม 700,072 ตัว จากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเชียงราย เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และถวายเป็นพระราชกุศล รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากร และเพิ่มผลผลิตพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
 
ภายในงาน มีการประกวดขบวนแห่หุ่นปลายักษ์ การแสดงจากแม่บ้านทั้ง 12 หมู่บ้านในตำบลทานตะวัน การแสดงจากเด็กเยาวชน บูธนิทรรศการให้ความรู้เรื่องพันธุ์ปลาจากหน่วยงานสังกัดกรมประมง ร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน การมอบประกาศนียบัตรให้แก่หมู่บ้านที่เข้าร่วมงาน และมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดขบวนแห่หุ่นปลายักษ์ พร้อมกันนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาลงสู่แหล่งน้ำหนองฮ่าง เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่แหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เปิดโครงการบูรณาการการท่องเที่ยว ภาคเหนือตอนบน 2 ยกระดับมาตรฐานสากล

 

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.30 น. ณ โรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม จังหวัดเชียงราย มีพิธีเปิดโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ภายใต้กิจกรรมหลัก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล โดยมีนางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธี

นางหทัยกาญจน์ อิภิชาติ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน กล่าวรายงานว่า โครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล ยกระดับมาตรฐานภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2

โครงการนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน โดยมีเป้าหมายในการฝึกอบรมจำนวน 4 หลักสูตรนำร่อง ได้แก่ 1. หลักสูตรการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว 2. หลักสูตรยกระดับศักยภาพบุคลากรและสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว เป็นกิจกรรมล่องแก่งและ รู้สึกเรื่องกาแฟ 3. หลักสูตรพัฒนาศักยภาพของมัคคุเทศก์น้อยและนักสื่อความหมาย และ 4. หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ในระหว่างวันที่ 26 – 29 กรกฎาคม 2567 จะมีการจัดอบรม 3 หลักสูตร ได้แก่ 1. การพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว 2. การพัฒนาศักยภาพของมัคคุเทศก์น้อยและนักสื่อความหมาย 3. การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และในระหว่างวันที่ 9 – 12 สิงหาคม 2567 จะมีการอบรมหลักสูตรยกระดับศักยภาพบุคลากรและสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมรู้ลึกเรื่องกาแฟ

งานนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาฝึกอบรม และมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจากหลากหลายกลุ่ม อาทิ ผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสถานประกอบการท่องเที่ยวต่างๆ โดยมีการเสวนาในหัวข้อ “Next Step ก้าวสู่การยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล” ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคลากร และผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเมืองท่องเที่ยว หรือ Tourism Hub ของภูมิภาค

ซึ่งในพิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงในพิธีเปิดในชุด “มนตราแห่งล้านนาตะวันออก เสน่ห์สู่สากล” และภายในงานยังมีการเสวนาเรื่อง “Next Step ก้าวสู่การยกระดับบุคลากรด้านการท่องเที่ยวสู่มาตรฐานสากล” โดยวิทยากรระดับประเทศและนานาชาติ ได้แก่ นางสาวนพรัตน์ ศตะรัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน,นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย,นายวิรัตน์ วงค์มา แรงงานจังหวัดเชียงราย, นายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์ รักษาราชการผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบจ.เชียงราย ผู้จัดการหลักสูตรมัคคุเทศก์น้อย (เชียงราย),ดร.ภัทรโรบล จริยฐิตินันท์ ผู้จัดการหลักสูตรภาษาอังกฤษ, ดร.ฤทัยภัทร พิมลศรี อาจารย์มหาวิทยาลัยพะเยา และอาจารย์ธัญญ์นภัส ฐิติกิตวรธัญญ์ ผู้จัดการหลักสูตรการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การนวด สปา และอาหารชุมชน

หลังการเสวนา ผู้เข้าร่วมอบรมฯ จะเข้ารับการปฐมนิเทศในแต่ละห้องของตนเอง โดยหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์น้อยอยู่ในโรงแรมเชียงรายแกรนด์รูม ส่วนหลักสูตรการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การนวด สปา และอาหารชุมชน เดินทางไปยังโรงแรมโพธิ์วดล การบูรณาการและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนบน 2 นี้ ถือเป็นการผลักดันให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเติบโตอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง นับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล

ซึ่งการจัดโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดท่องเที่ยวโลก โดยการเน้นการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะเฉพาะทาง จะช่วยให้บุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสามารถให้บริการที่มีคุณภาพสูงและตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและยั่งยืน การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาการท่องเที่ยวครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคและประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต

 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เซ็นทรัลเชียงราย จัดฟุตบอลกระชับมิตร มอบ 3 แสนบาทยกระดับกีฬาเชียงราย

 

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย จับมือกับ เทศบาลนครเชียงราย จัดการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร “FRIENDLY MATCH : CPN x ChiangRai Municipality 2024” ณ สนามหญ้าเทียม X-ARENA (ท่าสาย) เพื่อส่งเสริมทักษะการเล่นกีฬาฟุตบอล 7 คน ก่อให้เกิดความสมานสามัคคี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยผลการแข่งขันจบลงที่ เทศบาลนครเชียงรายชนะไปด้วย 5-6 พร้อมขนเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาทกลับบ้าน

ในโอกาสนี้ คุณรุจิเรศ นีรปัทมะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มอบเงินสนับสนุนให้กับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย จำนวน 300,000 บาท เพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และยกระดับกีฬาจังหวัดเชียงรายมุ่งสู่ความเป็นเลิศ โดยมี คุณธเนศ โกมลธง รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย, เดช ใจกล้า อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย เป็นผู้รับมอบ และมี ธนาพรรณ พงษ์พันธ์, สายัณห์ นักบุญ, วีรโชติ ถิรวายามกุล, สุภัทร อักษรแก้ว, ภาธร์ รังษีกุลพิพัฒน์, และโชติศิริ ดารายน ร่วมงาน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย

โดยการสนับสนุนในครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสมานสามัคคีในชุมชน การร่วมมือกันจัดกิจกรรมกีฬานับว่าเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความสุขและสุขภาพที่ดีให้กับคนในท้องถิ่น และยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ด้วย

ถือเป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนากีฬาของจังหวัดเชียงราย เพื่อให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่มีโอกาสในการพัฒนาทักษะทางกีฬา และส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยเงินสนับสนุนที่ได้รับจะนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมกีฬาและพัฒนาให้กับประชาชนในจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างเสริมความสามารถและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคน

การจัดกิจกรรม “FRIENDLY MATCH : CPN x ChiangRai Municipality 2024” ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐในการส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และเป็นการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีให้กับชุมชนในจังหวัดเชียงราย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

พบสายส่ง ถูกฝังดินชายแดนเชียงราย ใกล้เขตว้า 11.5 กิโล จุดเริ่มต้นจากไทย

 

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2567 ความคืบหน้ากรณี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.) ตร.มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผช.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร.ร่วมกับ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมาย สำนักงาน กสทช.และตำรวจ ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว.เชียงราย ทหารกองกำลังผาเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบการส่งสัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงพื้นที่ชายแดน จ.เชียงราย เพื่อป้องกันการลักลอบส่งสัญญาณไปให้กับขบวนการหลอกลวงหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น

ล่าสุดนอกจากจะพบการส่งสัญญาณไปยังเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้ามแม่น้ำโขงกับ อ.เชียงแสน แล้ว พบว่าทางเจ้าหน้าที่ทหารพรานกองกำลังผาเมือง ได้ตรวจพบชุดสายส่งสัญญาณที่ฝังดินบริเวณชายแดนด้าน อ.แม่จัน ติดกับประเทศเมียนมา และใกล้กับเขตปกครองพิเศษที่ 2 (สหรัฐว้า) ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลของว้าแดงที่มีการสร้างเมืองต่างๆ ในเขตของตัวเองอย่างใหญ่โต โดยมีเครื่องส่งสัญญาณเพียงชุดเดียว แต่มีสายส่งที่ยาวรวมกันกว่า 11.5 กิโลเมตร จุดเริ่มต้นมีในฝังไทยแต่ได้ข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและ กสทช.จะได้นำไปชยายผลว่าเครื่องและสายส่งสัญญาณดังกล่าว มีผู้ขออนุญาตใช้เป็นใครเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ท.ธัชชัย ได้แถลงข่าวหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.เชียงราย เพื่อร่วมป้องกันการลักลอบส่งสัญญาณไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยผิดกฎหมายว่า ปฏิบัติการทั้งหมดเรียกว่าปฏิบัติการ “ระเบิดสะพานโจร” โดยเป็นตัดสัญญาณไม่ให้นำไปใช้โดยผิดกฎหมายโดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยได้วางมาตรการ 4 ข้อ คือ 
 
1.เริ่มทำการตัดสัญญาณข้ามประเทศทุกชนิด โดย กสทช. จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ดำเนินการ
2.ทาง ตำรวจจะตรวจสอบในระบบแจ้งความว่ามีการแจ้งความว่าถูกหลอกลวงมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านจุดใด
3.จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและระหว่างตำรวจ และ กสทช.ว่ามีการใช้สัญญาณข้ามประเทศอย่างไร ทั้งระบบ ซิม สาย เสา หากมีการทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการทันที และ
4.จะมีการเข้มงวดของตรวจคนเข้าเมืองเพื่อป้องกันการเข้าไปเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์
 
ทางด้าน พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช. (ด้านกฎหมาย) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ฐานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้นทราบกันดีว่าอยู่ในต่างประเทศ ทำให้ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบติดตั้งเสาและสายส่งสัญญาณเถื่อนตามแนวชายแดนเพื่อส่งไปให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว 33 ราย ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือมากกว่า 2 ล้านเลขหมาย ระงับการส่งสัญญาณโทรคมนาคม และถอดสายสัญญาณและอุปกรณ์ (ล้มเสา) จำนวน 179 จุด ใน 11 อำเภอ 9 จังหวัด.
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ท้องถิ่นนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News