Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

‘วิโรจน์’ เผยผลสำรวจหลังร่วมฟื้นฟู น้ำท่วมเชียงราย เสนอมาตรการระยะยาว

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เปิดเผยผลสำรวจหลังร่วมฟื้นฟูน้ำท่วมเชียงราย เสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยระยะยาว

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดเผยผลการดำเนินงานของทีมอาสาสมัครฟื้นฟูน้ำท่วมจังหวัดเชียงราย ซึ่งเกิดขึ้นจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยนายวิโรจน์ได้เน้นย้ำถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่อย่างรุนแรง

ภัยพิบัติครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี

เหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ไม่เพียงแต่เป็นน้ำท่วมทั่วไป แต่ยังรวมถึงน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานอย่างรุนแรง นายวิโรจน์ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2547 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด

ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการฟื้นฟู

หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชนประจำจังหวัดเชียงราย ได้ลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนเบื้องต้น และได้ร่วมกันจัดตั้ง “ศูนย์ประชาชนอาสา” เพื่อระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย โดยมีมูลนิธิกระจกเงาเข้ามาร่วมเป็นพี่เลี้ยงในการดำเนินงาน

ปัญหาที่พบและข้อเสนอแนะ

จากการลงพื้นที่และดำเนินงานฟื้นฟู นายวิโรจน์ได้พบปัญหาสำคัญหลายประการ เช่น ปัญหาเรื่องหนี้สินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในระยะยาว นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นายวิโรจน์ได้เสนอข้อเสนอแนะหลายประการ เช่น การให้รัฐบาลสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประสบภัย เพื่อให้สามารถฟื้นฟูชีวิตและธุรกิจได้ รวมถึงการเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่อำเภอแม่สาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากในอนาคต

ความสำคัญของการร่วมมือกัน

นายวิโรจน์ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในระยะยาว เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

หลังจากตนประเมินสภาพพื้นที่ จึงได้พูดคุยขอคำปรึกษาจากเจ้ากรมยุทธการทหารและเจ้ากรมทหารช่าง ซึ่งต้องขอบคุณที่ในเวลาต่อมา ทหารช่างส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่อย่างรวดเร็ว นี่คือตัวอย่างของการร่วมแรงร่วมใจทำงาน เราผนึกกำลังกับทุกภาคส่วนทั้งราชการและท้องถิ่นเพื่อให้งานสำเร็จ

(1) จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงการชดเชยเยียวยาอย่างรวดเร็วไม่ตกหล่น

(2) จะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากสถาบันการเงินในระบบ เพราะจากการลงพื้นที่ ตนพบว่าทุกบ้านจะมีบัตรของแหล่งเงินกู้นอกระบบตกอยู่ตามพื้นเต็มไปหมด แสดงว่านายทุนเงินกู้นอกระบบรู้ว่าชาวบ้านคนตัวเล็กต้องการเงินทุนเพื่อตั้งต้นชีวิตใหม่

ดังนั้น รัฐบาลต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ธนาคารออมสินซึ่งเป็นกลไกหลักของรัฐ ทำให้ประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินในระบบได้ ไม่เช่นนั้นหลังจากนี้ภาวะหนี้ครัวเรือนจะยิ่งซ้ำเติมชาวเชียงราย

(3) ระบบระบายน้ำที่พร้อมรองรับฤดูฝนในปี 2568 เพราะเราเชื่อว่ายังมีโคลนค้างอยู่ในท่อบางจุด จึงจำเป็นต้องมีการลอกท่อครั้งใหญ่ ข้อจำกัดตอนนี้ คือ งบประมาณของท้องถิ่นอาจร่อยหรอลงเพราะต้องนำเงินสะสมไปใช้ในช่วงภัยพิบัติ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องพิจารณางบประมาณให้เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือประชาชน

(4) ปัญหาเอกสารสิทธิในที่ดิน เนื่องจากหลายบ้านไม่มีบ้านเลขที่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ทำให้เข้าไม่ถึงการชดเชยเยียวยา รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน รวมถึงย้ายประชาชนที่ปัจจุบันอาศัยในพื้นที่เสี่ยง ให้ออกมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

(5) ปัญหาบ่อบำบัดน้ำเสียที่ อ.แม่สาย ที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าสร้างขวางทางไหลของน้ำหรือไม่ ตอนนี้บ่อชำรุด รัฐควรให้วิศวกรเข้ามาตรวจสอบว่าขวางทางน้ำจริงหรือไม่ ปรับปรุงให้มีการระบายน้ำที่ดีขึ้นกว่านี้ได้หรือไม่ ในอนาคตจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำเดิม

โดยเรื่องนี้ตนได้ตั้งกระทู้ถามไปยังนายกรัฐมนตรีให้ตอบในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ประชาชนทราบว่ารัฐจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากยังมีประชาชนไม่สบายใจ กังวลว่าปีหน้าจะเกิดเหตุแบบปีนี้ ซึ่งนายกฯ มีหนังสือตอบกลับมาแล้ว ขอเวลาในการตอบเพิ่มเติม ตนจะติดตามเรื่องนี้ต่อไป

(6) การขุดลอกแม่น้ำสาย เนื่องจากเป็นแม่น้ำที่กั้นพรมแดนระหว่างไทยและเมียนมา การทำอะไรจึงมีข้อจำกัดเพราะมีประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องพูดคุยว่าจะขุดลอกแม่น้ำสายร่วมกันอย่างไร ทำระบบเตือนภัยให้ประชาชนทั้ง 2 ฝั่งลำน้ำได้ประโยชน์ รวมถึงพิจารณาปัญหาการรุกล้ำลำน้ำ

บทสรุป

เหตุการณ์น้ำท่วมในจังหวัดเชียงราย เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสังคมต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเพื่อฟื้นฟูและสร้างสรรค์สังคมให้กลับมามีความเข้มแข็งอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายมากน้อยเพียงใด? เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อบ้านเรือน โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจของประชาชนในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อำเภอแม่สาย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี

  2. มีการดำเนินการใดบ้างเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย? มีการจัดตั้งศูนย์ประชาชนอาสาเพื่อระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย โดยมีการจัดส่งทีมอาสาสมัครเข้าไปช่วยเหลือในการทำความสะอาดบ้านเรือนและชุมชน

  3. ปัญหาที่สำคัญที่พบในการฟื้นฟูคืออะไร? ปัญหาที่สำคัญคือหนี้สินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และปัญหาเรื่องระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่อำเภอแม่สาย

  4. มีมาตรการใดบ้างเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น? ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา ได้แก่ การให้รัฐบาลสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประสบภัย และการเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องระบบบำบัดน้ำเสีย

  5. บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นี้คืออะไร? เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต รวมถึงความสำคัญของการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการฟื้นฟู

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

อบจ.เชียงราย ผลักดันแพทย์แผนไทย เสริมพลังชุมชนด้วยสมุนไพร

นายก อบจ.เชียงราย ร่วมบรรยายสัมมนาปาฐกถาชีวกโกมารภัจจ์ ครั้งที่ 8 ส่งเสริมแพทย์แผนไทยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มีการจัดกิจกรรมสัมมนาปาฐกถาชีวกโกมารภัจจ์ ครั้งที่ 8 เนื่องในวันสถาปนาวิทยาลัยครบรอบ 22 ปี โดยมี นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) และ ศาสตราจารย์คลินิก ดร.นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “บทบาทของแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล”

ส่งเสริมการบูรณาการแพทย์แผนไทยและการศึกษา

ในงานสัมมนาครั้งนี้ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการระหว่าง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ได้โอนย้ายมาอยู่ภายใต้การดูแลของ อบจ.เชียงราย โดยปัจจุบันยังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะ แพทย์แผนไทย ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพของชุมชน

นางอทิตาธร กล่าวว่า หากมีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการผลิตบุคลากรด้านการแพทย์พื้นบ้าน และสนับสนุนให้นักศึกษาที่จบการศึกษาได้กลับมาทำงานในบ้านเกิด จะช่วยส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกรักถิ่นฐานและพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

การส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรเพื่อการแพทย์

นอกจากการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์แล้ว นายก อบจ.เชียงราย ยังมีแนวคิดในการ ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ปลูกพืชสมุนไพร เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน โดยมีการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เปิดรับสมัครแพทย์แผนไทยระดับปฏิบัติการ

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ อบจ.เชียงราย ได้เปิดรับสมัครคัดเลือกตำแหน่ง แพทย์แผนไทยระดับปฏิบัติการ โดยไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขัน ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2567 ที่กองการเจ้าหน้าที่ ชั้น 3 อบจ.เชียงราย ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 053-175-352 ในวันและเวลาราชการ

ความร่วมมือในการส่งเสริมการแพทย์และเศรษฐกิจชุมชน

การสัมมนาครั้งนี้ยังได้พูดถึงการสนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสินค้าชุมชน โดยการปลูกพืชสมุนไพรจะไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่ยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจในระดับจังหวัด ทำให้สินค้าท้องถิ่นของเชียงรายสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้อย่างเต็มศักยภาพ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสอะไร?
    จัดขึ้นเนื่องในวันสถาปนาวิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ครบรอบ 22 ปี

  2. เป้าหมายของการบูรณาการแพทย์แผนไทยกับการศึกษาในเชียงรายคืออะไร?
    เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และสนับสนุนให้นักศึกษาที่จบการศึกษากลับมาทำงานในบ้านเกิด

  3. อบจ.เชียงรายมีแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างไร?
    ส่งเสริมการปลูกพืชสมุนไพรทางการแพทย์และตรวจสอบคุณภาพเพื่อให้สินค้าสามารถเข้าสู่ตลาดโลก

  4. เปิดรับสมัครตำแหน่งแพทย์แผนไทยเมื่อไหร่?
    ตั้งแต่วันที่ 13 – 19 พฤศจิกายน 2567 ที่กองการเจ้าหน้าที่ อบจ.เชียงราย

  5. ใครเป็นผู้บรรยายในงานสัมมนาครั้งนี้?
    นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย และ ศาสตราจารย์คลินิก ดร.นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มฟล. นำบุญถวายผ้าพระกฐิน สืบสานประเพณี

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำชุมชนร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน สืบสานประเพณีอันดีงาม

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 บรรยากาศแห่งความศรัทธาและความสามัคคีเปี่ยมล้น ณ วัดเชตวัน (วัดพระนอน) อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับชุมชน และหน่วยงานภาครัฐ จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นประธานในพิธี และนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน

สืบทอดประเพณีอันดีงาม

พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ ถือเป็นประเพณีอันดีงามที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสนับสนุนพระพุทธศาสนา และส่งเสริมให้บุคลากร นักศึกษา และชุมชนได้ร่วมกันทำบุญกุศล นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

พระราชทานผ้าพระกฐินจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า

ผ้าพระกฐินที่นำมาถวายในครั้งนี้ เป็นพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อพุทธศาสนิกชนชาวไทย และเป็นเกียรติอย่างสูงแก่ชาวจังหวัดเชียงราย

ยอดเงินบริจาคสูงเกินเป้าหมาย

จากการร่วมแรงร่วมใจของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คณะศรัทธาวัดเชตวัน และพุทธศาสนิกชน ทำให้ยอดเงินบริจาคในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้สูงถึง 1,515,824.29 บาท ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยแบ่งเป็นเงินบริจาคจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวน 753,240.29 บาท และจากคณะศรัทธาวัดเชตวัน และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา จำนวน 762,584 บาท

ความสำคัญของการทำบุญ

การทำบุญถวายผ้าพระกฐิน เป็นการสร้างกุศลแก่ตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ ยังเป็นการสนับสนุนพระภิกษุสามเณรในการปฏิบัติธรรม และช่วยให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมพิธี

นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานในครั้งนี้ รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง และขอชื่นชมมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่ได้จัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมเช่นนี้

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า การจัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการพัฒนาคน พัฒนาสังคม และพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมให้บุคลากร นักศึกษา และชุมชน ได้ตระหนักถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนา และร่วมกันทำบุญกุศล

บทส่งท้าย

พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ไม่เพียงแต่เป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของชุมชน และความตั้งใจในการทำความดีของทุกคน ซึ่งจะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และความสงบสุขแก่ทุกหมู่เหล่า

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายคว้ารางวัลเมืองสีเขียวระดับประเทศ

เชียงรายคว้ารางวัลเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับดีเยี่ยม ก้าวสู่การเป็นเมืองน่าอยู่

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เทศบาลนครเชียงรายสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอีกครั้ง หลังได้รับการประเมินผลให้เป็น “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับดีเยี่ยม” ในการประเมินเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ ประจำปี 2567 ผลการประเมินดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเทศบาลนครเชียงรายในการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความยั่งยืน

ความสำเร็จจากการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ

การที่เทศบาลนครเชียงรายได้รับการประเมินให้เป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับดีเยี่ยมนั้น เกิดจากความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามกรอบความคิด “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน” ซึ่งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และเมืองแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่ดี โดยเทศบาลนครเชียงรายได้ดำเนินการตามองค์ประกอบทั้ง 4 อย่างอย่างครอบคลุม

การประเมินที่เข้มข้นและรอบด้าน

กระบวนการประเมินของเทศบาลนครเชียงรายเป็นไปอย่างเข้มข้นและรอบด้าน โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาข้อมูลและเอกสารผลงานที่เทศบาลนครเชียงรายส่งเข้าประกวด รวมถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบผลงานจริง เช่น มหาวิทยาลัยวัยที่ 3 นครเชียงราย, บ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาลนครเชียงราย และชุมชนดอยสะเก็น ป่าใจเมืองนครเชียงราย ซึ่งเป็นตัวอย่างของการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปเป็นแบบอย่างได้

เป้าหมายสู่การเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ

การได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของเทศบาลนครเชียงรายในการก้าวสู่การเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับประเทศ โดยเทศบาลนครเชียงรายจะนำผลการประเมินนี้ไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพื่อให้เชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความยั่งยืนในระยะยาว

ความหมายของรางวัล

การได้รับรางวัล “เมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนยอดเยี่ยม ระดับประเทศ ประจำปี 2567” จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพราชสุดาสยามบรมราชกุมารี นับเป็นเกียรติสูงสุดของเทศบาลนครเชียงราย และเป็นแรงบันดาลใจให้หน่วยงานอื่นๆ ในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

เสียงจากนายกเทศมนตรีนครเชียงราย

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า “ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวเชียงราย ที่ร่วมกันสร้างสรรค์เมืองให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และยั่งยืน ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและร่วมกันสร้างสรรค์เมืองเชียงรายให้เป็นเมืองที่น่าอยู่”

การเผยแพร่ผลการประเมิน

ผลการประเมินดังกล่าว จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 และจะได้รับการเผยแพร่ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นแบบอย่างในการพัฒนาเมืองให้เป็นเมืองที่ยั่งยืน

บทสรุป

ความสำเร็จของเทศบาลนครเชียงรายในการได้รับการประเมินให้เป็นเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนระดับดีเยี่ยม เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเมืองเชียงรายให้เป็นเมืองที่น่าอยู่และมีความยั่งยืนในระยะยาว การดำเนินงานตามหลักการของเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน จะช่วยให้เชียงรายเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI

วุฒิสภาลงพื้นที่เชียงราย ช่วยเกษตรกรประสบภัย

วุฒิสภาลงพื้นที่เชียงราย ติดตามผลกระทบจากอุทกภัยและหนอนกระทู้

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและปศุสัตว์ และศึกษาแนวทางการฟื้นฟู โดยได้เยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนาหมูดำดอยตุง ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและโรคระบาดในพื้นที่ตำบลเกาะช้าง

ติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจเกษตรกร

คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาหมูดำดอยตุง เพื่อศึกษาแนวทางการเลี้ยงหมูดำดอยตุง ซึ่งเป็นพันธุ์หมูที่มีความแข็งแรงและสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี จากนั้นได้เดินทางไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน เพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิตน้ำมันจากเมล็ดชา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง

สำรวจพื้นที่ประสบภัยและให้คำแนะนำ

คณะกรรมาธิการฯ ได้เดินทางไปยังพื้นที่ตำบลเกาะช้าง ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างหนัก โดยได้พบปะกับเกษตรกรเพื่อรับฟังปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่าพื้นที่การเกษตรที่ติดแม่น้ำรวกได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง พืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชสวนผลไม้ ได้รับความเสียหายไปเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลยังได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เนื่องจากไม่ได้ขึ้นทะเบียน ทำให้ไม่ได้รับความช่วยเหลือ

ปัญหาหนอนกระทู้ระบาดซ้ำเติมความเสียหาย

นอกจากปัญหาอุทกภัยแล้ว เกษตรกรในพื้นที่ยังประสบปัญหาหนอนกระทู้ระบาด ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรอย่างมาก

ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไข

คณะกรรมาธิการฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา ดังนี้

  • สำรวจความเสียหายอย่างละเอียด: ดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งอุทกภัยและโรคระบาดอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน
  • ช่วยเหลือเกษตรกร: ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน
  • ฟื้นฟูพื้นที่: ดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายตามแผนฟื้นฟูระยะสั้น กลาง และยาว
  • ป้องกันและแก้ไขปัญหาหนอนกระทู้: สนับสนุนให้เกษตรกรใช้ยาปราบศัตรูพืชอย่างถูกวิธีและปลอดภัย
  • บูรณาการความร่วมมือ: สนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

บทสรุป

การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ ในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่อปัญหาของเกษตรกร และเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและโรคระบาด

หมูดำดอยตุง: อัญมณีแห่งขุนเขา และ น้ำมันเมล็ดชา: สุดยอดแห่งธรรมชาติ

หมูดำดอยตุง: มรดกอันล้ำค่าจากดอยสูง

หมูดำดอยตุง ไม่ใช่แค่สุกรทั่วไป แต่เป็นสัตว์พื้นเมืองที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของชุมชนดอยตุงอย่างยิ่ง เป็นผลมาจากการนำหมูดำพันธุ์เหมยซานจากประเทศจีนมาผสมพันธุ์กับหมูพื้นเมือง จนได้สายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเด่นหลายประการ เช่น

  • ความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศที่หนาวเย็น เหมาะกับการเลี้ยงบนพื้นที่สูง
  • เนื้อมีคุณภาพสูง มีรสชาติอร่อย เนื้อแน่น มีไขมันแทรกพอดี
  • ให้ลูกดก ช่วยเพิ่มปริมาณปศุสัตว์ในชุมชน
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เลี้ยงด้วยอาหารจากธรรมชาติ ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ

การเลี้ยงหมูดำดอยตุง นั้นเน้นการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น เช่น พืชผลทางการเกษตรที่ปลูกในชุมชน ทำให้ลดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืน นอกจากนี้ การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากหมูดำดอยตุง เช่น ไส้กรอกรมควัน แฮม ก็สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

น้ำมันเมล็ดชา: เศรษฐกิจชุมชนและสุขภาพที่ดี

น้ำมันเมล็ดชา เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น

  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว
  • บำรุงเส้นผม ทำให้ผมแข็งแรงเงางาม
  • ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล
  • มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ

กระบวนการผลิตน้ำมันเมล็ดชา นั้นค่อนข้างซับซ้อนและต้องอาศัยความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยทั่วไปแล้วกระบวนการผลิตจะประกอบด้วยขั้นตอนหลักดังนี้

  1. การคัดเลือกเมล็ดชา เลือกเมล็ดชาที่แก่จัด มีคุณภาพดี
  2. การทำความสะอาดเมล็ดชา ขจัดสิ่งสกปรกและวัตถุแปลกปลอมออก
  3. การบดเมล็ดชา บดเมล็ดชาให้ละเอียดเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสกับตัวทำละลาย
  4. การสกัดน้ำมัน ใช้ตัวทำละลาย เช่น น้ำมันพืชหรือสารเคมี เพื่อสกัดน้ำมันออกจากเมล็ดชา
  5. การกลั่นน้ำมัน กลั่นน้ำมันเพื่อขจัดตัวทำละลายและสิ่งเจือปนอื่นๆ
  6. การบรรจุ บรรจุน้ำมันใส่ภาชนะที่สะอาดและปิดสนิท

การผลิตน้ำมันเมล็ดชา นอกจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์จากชาแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืนและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เทศบาลนครเชียงราย ผนึกกำลัง พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เชียงรายเดินหน้ายกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างเศรษฐกิจฐานราก

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เทศบาลนครเชียงราย ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการยกระดับการท่องเที่ยวและบริการเชิงสร้างสรรค์บนฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในการนี้ นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ชุมชนดอยสะเก็น ชุมชนสันป่าก่อไทยใหญ่ และชุมชนป่างิ้ว เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการดังกล่าว โดยมีเป้าหมายหลักคือการนำเอาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยว

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย: ผู้ขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนา

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ในฐานะหน่วยงานทางวิชาการ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาโครงการ โดยจะนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยวให้มีความน่าสนใจและตอบสนองความต้องการของตลาด

ชุมชนท้องถิ่น: ผู้สร้างสรรค์และผู้ได้รับประโยชน์โดยตรง

ชุมชนท้องถิ่นทั้งสามแห่ง ได้แก่ ชุมชนดอยสะเก็น ชุมชนสันป่าก่อไทยใหญ่ และชุมชนป่างิ้ว จะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยว โดยนำเสนอเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: กุญแจสำคัญสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย โดยการนำเสนอเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลายของชุมชน จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาเยือน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

โครงการนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อจังหวัดเชียงราย ดังนี้

  • การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก: สร้างรายได้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น
  • การอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรม: ช่วยอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน
  • การสร้างงาน: สร้างโอกาสทางการงานให้กับคนในชุมชน
  • การพัฒนาการท่องเที่ยว: ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนจังหวัดเชียงรายมากขึ้น

บทสรุป

โครงการยกระดับการท่องเที่ยวและบริการเชิงสร้างสรรค์บนฐานภูมิปัญญาและวัฒนธรรม เป็นโครงการที่สำคัญในการพัฒนาจังหวัดเชียงรายให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและยั่งยืน โดยการนำเอาศักยภาพของชุมชนและทรัพยากรทางวัฒนธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI

เชียงรายจัดงานใหญ่ สืบสานวัฒนธรรมล้านนา

สำนักงานวัฒนธรรมเชียงรายร่วมจัดงานเทศกาล “จิสีสาย ก๋องหลัวปูจา เผาตี๋นก๋า วันตาแม่พระเจ้า” ฟื้นฟูวัฒนธรรมล้านนา

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 15.00 น. ณ วัดดอนไชย ตำบลศรีดอนไชย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จัดงานเทศกาลวัฒนธรรมท้องถิ่นภายใต้ชื่อ “จิสีสาย ก๋องหลัวปูจา เผาตี๋นก๋า วันตาแม่พระเจ้า” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีของชุมชนบ้านแม่ลอยหลวง โดยมุ่งเน้นการฟื้นฟูและสืบสานคุณค่าทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อสร้างความตระหนักถึงมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน

การขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (ววน.) และหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงรายเป็นผู้ดำเนินการวิจัยเพื่อศึกษาและส่งเสริมทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนบ้านแม่ลอยหลวง งานวิจัยครั้งนี้มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรทางวัฒนธรรมในการสร้างรายได้และพัฒนาชุมชน

กิจกรรมภายในงานเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนา

เทศกาลนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2567 ณ วัดดอนไชย โดยมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การประกวดโคมแขวนล้านนา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประเพณี ยี่เป็ง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของชาวล้านนา กิจกรรมการประกวดนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและจารีตประเพณีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน รวมถึงการจัดนิทรรศการนำเสนอผลงานวิจัยเกี่ยวกับการขับเคลื่อนทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนบ้านแม่ลอยหลวง

การสาธิตและการแสดงผลิตภัณฑ์จากทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น

ในงานยังมีกิจกรรมสาธิตการทำ แตะดอกไม้ ขนมเทียน ฝางประทีป และงานหัตถศิลป์พื้นบ้านที่ใช้ในเทศกาลยี่เป็ง ซึ่งเป็นการนำเสนอภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมงาน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและเด็กที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมการทำงานหัตถศิลป์พื้นบ้านนี้

นอกจากนี้ยังมีการแสดงสินค้าจากทุนวัฒนธรรม เช่น ผ้าทอพื้นเมือง และ ผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ให้สามารถขยายตลาดและเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน รวมถึงการแสดงมหรสพและการละเล่นพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในพื้นที่ภาคเหนือ

ปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์วัฒนธรรมผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชน

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300 คน รวมถึงเด็กและเยาวชนที่แต่งกายด้วยชุดล้านนาอย่างสวยงาม ทั้งนี้ยังมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมประกวดและผู้ที่แต่งกายล้านนางดงาม

นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และนางวนิดาพร ธิวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ได้เข้าร่วมงานและกล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานนี้ว่า “การอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นถือเป็นการรักษามรดกของชาติ และยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนในระยะยาว”

ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและชุมชน

โครงการนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลศรีดอนไชย และวัดดอนไชย โดยมีพระครูโสภิตชัยสาร เจ้าอาวาสวัดดอนไชย เป็นผู้ประสานงานหลักในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น

FAQs

  1. งานเทศกาล “จิสีสาย ก๋องหลัวปูจา” จัดขึ้นเมื่อไหร่?
    จัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2567 ณ วัดดอนไชย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

  2. วัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้คืออะไร?
    เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูวัฒนธรรมล้านนา รวมถึงส่งเสริมการสร้างรายได้จากทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น

  3. ใครเป็นผู้สนับสนุนงานนี้?
    ได้รับการสนับสนุนจาก ววน. และ บพท. พร้อมความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

  4. กิจกรรมที่จัดขึ้นในงานมีอะไรบ้าง?
    ประกอบด้วยการประกวดโคมแขวนล้านนา นิทรรศการ การสาธิตหัตถศิลป์ และการแสดงมหรสพพื้นบ้าน

  5. การเข้าร่วมงานมีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
    ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงาน ประชาชนสามารถเข้าร่วมได้ฟรี

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ประเพณีลอยกระทงสันกลางเชียงราย ส่งเสริมวัฒนธรรมและความสามัคคี

งานประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 20.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลาง ประจำปี 2567 ณ บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายทัศพงษ์ สุวรรณมงคล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ว่าที่ร้อยตรี ปภาวิน ปวงใจ เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายสุรเชษฐ วงศ์น้อย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอพาน เขต 2 ร่วมงานครั้งนี้ด้วย

ภายในงานมีคณะผู้บริหารตำบลสันกลาง ได้แก่ นายอลงกรณ์ ดีน้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง นายภัทราวุธ ชุ่มอินจักร์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง และนายศรีวรรณ์ วงศ์จินา กำนันตำบลสันกลาง ร่วมให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและประชาชนที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น

การจัดงานประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลางปีนี้ มุ่งส่งเสริมเยาวชนและประชาชนทุกวัยให้ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญนี้ ซึ่งเป็นประเพณีที่มีการสืบสานมาแต่โบราณเพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณแม่น้ำลำคลองที่ให้ชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า พร้อมกับสร้างความสามัคคีในชุมชนและเสริมสร้างจิตสำนึกในการรักษาประเพณีวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืน

กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย:

  1. การประกวดกระทง – ประชาชนและนักเรียนในพื้นที่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถในการประดิษฐ์กระทงที่สวยงามและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  2. การประกวดหนูน้อยนพมาศ – เพื่อส่งเสริมความน่ารักและการเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีของไทยให้กับเยาวชน
  3. การประกวดโคมไฟเครื่องแขวน – เป็นการนำเสนอศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ซึ่งแสดงถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าร่วม
  4. การแข่งขันชกมวยไทย – กิจกรรมกีฬาที่สร้างความตื่นเต้นและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงาน
  5. เวทีดนตรีรำวง – เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความรื่นเริงและสนุกสนานให้กับประชาชนผู้มาร่วมงาน

งานประเพณีลอยกระทงในปีนี้จัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีไทยที่มีมาอย่างยาวนาน นอกจากจะเป็นการแสดงถึงความกตัญญูต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและเกิดความสามัคคีในการร่วมกิจกรรมที่สร้างความสุขและความสนุกสนานให้กับทุกคนที่เข้าร่วมงาน

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวในพิธีเปิดงานว่า “การจัดงานลอยกระทงในปีนี้เป็นโอกาสที่ดีให้กับเยาวชนและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาติไทย เราหวังว่ากิจกรรมเหล่านี้จะเป็นที่ประทับใจและจดจำของผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน และส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าของประเพณีที่มีความสำคัญเช่นนี้”

นอกจากนี้ งานครั้งนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ความงดงามของวัฒนธรรมล้านนาให้กับคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย

โดยสรุป งานประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลางครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่สำคัญของไทย แต่ยังส่งเสริมความสัมพันธ์ในชุมชน และสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสนุกสนานให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน ทั้งนี้ งานจะดำเนินไปจนถึงช่วงค่ำของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI TOP STORIES

เชียงรายกวาดล้างร้านลักลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเบาะแสจากครูและผู้ปกครอง ว่ามีร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมและบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะในช่วงเวลาเรียนและหลังเลิกเรียน มักมีนักเรียนและนักศึกษามารวมตัวกันที่ร้านดังกล่าวเพื่อดื่มน้ำกระท่อมและสูบบุหรี่ไฟฟ้า

การลงพื้นที่และการตรวจสอบ

การดำเนินการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมกับนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ โดยนำทีมโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยทีมงานจากกองอาสารักษาดินแดนและตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย

เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ได้วางแผนเข้าตรวจสอบร้านต้องสงสัย ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงราย บริเวณบ้านเลขที่ 14 หมู่ 8 ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จากการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่าร้านดังกล่าวมีการจำหน่ายน้ำกระท่อมและบุหรี่ไฟฟ้าจริง และพบว่ามีเด็กนักเรียนในชุดนักเรียนและชุดพละเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก โดยสั่งน้ำกระท่อมมาดื่มในร้าน

การตรวจค้นและจับกุม

ต่อมาเวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบ พบว่าร้านดังกล่าวเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ซึ่งชั้นล่างของหลังแรกเปิดเป็นร้านกาแฟที่มีการแอบขายน้ำกระท่อม ส่วนอีกหลังเป็นจุดลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า โดยภายในร้านมีผู้ใช้บริการกว่า 30 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 9 คน กำลังดื่มน้ำกระท่อมอยู่

จากการสอบถามพนักงานของร้าน พบว่ามีการต้มน้ำกระท่อมในร้านแล้วบรรจุใส่แกลลอนขนาด 6 ลิตร จากนั้นนำมาผสมกับน้ำอัดลมและยาอเลอร์ยิ่น ซึ่งเป็นยาบรรเทาอาการแพ้และคัดจมูก เพื่อเพิ่มความเข้มข้นและรสชาติ ก่อนที่จะเสิร์ฟให้ลูกค้าในราคาแก้วละ 50 บาท และหากต้องการเพิ่มรสชาติด้วยน้ำหวานจะคิดเพิ่มเป็นแก้วละ 60 บาท

ของกลางที่ตรวจพบ

จากการตรวจค้นพบของกลาง ได้แก่:

  • น้ำกระท่อมในแกลลอน 6 ลิตร จำนวน 4 แกลลอน
  • ยาอเลอร์ยิ่น จำนวน 54 ขวด
  • บุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 40 ชิ้น
  • น้ำกระท่อมบรรจุขวดและหม้อสำหรับต้มน้ำกระท่อม

ดำเนินคดีตามกฎหมาย

หลังจากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้สอบถามใบอนุญาตในการจำหน่ายน้ำกระท่อมและบุหรี่ไฟฟ้า แต่เจ้าของร้านไม่สามารถแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ จึงถูกนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางทั้งหมดและส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

การดำเนินการครั้งนี้เป็นการร่วมมือของหน่วยงานหลายฝ่ายในจังหวัดเชียงราย เพื่อตรวจสอบและปราบปรามการจำหน่ายสารเสพติดและสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปราศจากสิ่งมอมเมาให้แก่ชุมชน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช รณรงค์วันเบาหวานโลก

รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช จัดกิจกรรมรณรงค์วันเบาหวานโลก

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและส่งเสริมให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเอง

วันเบาหวานโลก: ความสำคัญและที่มา

วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก เพื่อเป็นการระลึกถึงการค้นพบอินซูลิน ซึ่งเป็นการรักษาโรคเบาหวานที่สำคัญ และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วโลกตระหนักถึงความสำคัญของโรคเบาหวานและวิธีการป้องกัน

กิจกรรมรณรงค์ที่โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช

โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานแก่กำลังพลและประชาชนทั่วไป โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โรคเบาหวาน: ภัยเงียบที่คุกคาม

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น ไต ตา ประสาท และหัวใจ โดยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และมักเกิดจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมและการขาดการออกกำลังกาย

อาการของโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • หิวบ่อย กระหายน้ำ
  • ปัสสาวะบ่อย
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
  • น้ำหนักลดหรือเพิ่มอย่างรวดเร็ว
  • แผลหายช้า
  • มองไม่ชัด

การป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน

การป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เช่น ลดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง เพิ่มการบริโภคผัก ผลไม้ และธัญพืช ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำหนัก

ความสำคัญของการตรวจสุขภาพ

การตรวจสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการค้นหาโรคเบาหวานในระยะเริ่มต้น เพราะหากตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ จะสามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ข้อความจากผู้เชี่ยวชาญ

พ.ต. พาทิศ ธนาบริบูรณ์ อายุรแพทย์ รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช กล่าวว่า “โรคเบาหวานเป็นโรคที่สามารถป้องกันและควบคุมได้ หากเราใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเอง การตรวจสุขภาพเป็นประจำและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย จะช่วยให้เราสามารถมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้”

บทสรุป

การจัดกิจกรรมรณรงค์วันเบาหวานโลกของโรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของสังคมไทย การสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสุขภาพและการรักษาอย่างเหมาะสม จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE