Summary
เชียงรายเปิดตัว “รื่นรมย์มาร์เก็ต” ตลาดสร้างสรรค์แห่งใหม่หลังวัดฝั่งหมิ่น พื้นที่กว่า 3 ไร่
มุ่งเป้าเป็นแซนด์บ็อกซ์พัฒนาทักษะธุรกิจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่และศิลปินท้องถิ่น
ตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจชุมชน 4 ล้านบาทต่อเดือน
สมาคมขัวศิลปะร่วมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และงานศิลป์สู่ประชาชนโดยตรง
ตลาดเปิดให้บริการทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 20.00 น.
เปิดตัว “รื่นรมย์มาร์เก็ต” เชียงราย เนรมิตพื้นที่ 3 ไร่ ปั้นตลาดสร้างสรรค์หลังวัดฝั่งหมิ่น ตั้งเป้าเงินสะพัด 4 ล้านบาทต่อเดือน
เชียงราย, 17 พฤษภาคม 2569 – เชียงรายขยับอีกครั้งบนแผนที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย เมื่อ “รื่นรมย์มาร์เก็ต” (Ruenrom Market) ตลาดสร้างสรรค์แห่งใหม่ใจกลางเมือง เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สนุกทุกวันพักผ่อน” บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ หลังวัดฝั่งหมิ่น ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายมูลค่าการซื้อขายไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด
รองผู้ว่าฯ เชียงราย นำทัพเปิดงานอย่างเป็นทางการ
นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ณ ข่วงหลวงท่าน้ำวัดฝั่งหมิ่น เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 พร้อมด้วยคณะทำงาน ผู้บริหารโครงการ และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการสร้างพื้นที่ใหม่ของจังหวัดที่หลอมรวมศิลปะ วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน
ในงานเดียวกัน นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) มอบหมายให้ นายปกาสิต มณีลังกา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีและร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ ขณะที่ฝั่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้ นางวนิดาพร ธิวงศ์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นำคณะข้าราชการลงพื้นที่ร่วมงาน ตอกย้ำบทบาทของจังหวัดในฐานะแกนกลางทางวัฒนธรรมภาคเหนือ
ปั้น “สนามฝึก” ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
หัวใจของรื่นรมย์มาร์เก็ตคือการแปลงผืนดินขนาด 3 ไร่ ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับคนทุกกลุ่มทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยง คนรักต้นไม้ สายวินเทจ ไปจนถึงครอบครัวที่มองหาที่พักผ่อนในวันหยุด รูปแบบของตลาดถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าตลาดนัดทั่วไป โดยรวบรวมงานศิลปะ งานคราฟต์แฮนด์เมด สินค้าวินเทจ พืชผัก ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง ฟู้ดทรัก (Food Truck) และอาหารพื้นถิ่นภาคเหนือเข้าไว้ในที่เดียว ท่ามกลางบรรยากาศใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ที่อบอุ่นและผ่อนคลาย
จุดที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจในมุมเศรษฐศาสตร์เชิงพื้นที่ คือการตั้งใจให้เป็น “Sandbox” หรือสนามฝึกทักษะของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในจังหวัดเชียงราย เปิดให้ผู้ประกอบการมีพื้นที่ “ปล่อยของ” ทดลองค้าขายจริง เพื่อบ่มเพาะทักษะทางธุรกิจก่อนก้าวออกไปแข่งขันในระดับประเทศและระดับสากล แนวคิดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่หลายเมืองทั่วโลกใช้ในการบ่มเพาะเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่ถนนคนเดินวัวลาย และตลาดจริงใจมาร์เก็ตของเชียงใหม่ ไปจนถึงตลาด JJ Green และตลาดรถไฟในกรุงเทพฯ ที่ต่างเริ่มต้นจากการเปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กได้ทดลอง จนเติบโตเป็นแลนด์มาร์กการค้าที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นล่ำเป็นสัน
คณะผู้จัดได้ตั้งเป้าหมายเชิงตัวเลขไว้อย่างชัดเจน คือสร้างมูลค่าการซื้อขายไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมกระจายรายได้และเกิดการจ้างงานในชุมชนฝั่งหมิ่นและจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน นั่นหมายความว่า ในหนึ่งปี หากเดินตามเป้า ตลาดเล็ก ๆ ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่แห่งนี้จะหมุนเงินสะพัดสู่เศรษฐกิจฐานรากได้กว่า 48 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่เล็กสำหรับชุมชนระดับตำบล
ขัวศิลปะร่วมขับเคลื่อน เชื่อมศิลปินกว่า 800 ชีวิตสู่ผู้คนทั่วไป
หนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่เข้ามาร่วมเปิดบูธในงานคือ สมาคมขัวศิลปะ ซึ่งเป็นองค์กรศิลปินรากใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ขัวศิลปะถือกำเนิดขึ้นจากการรวมตัวของศิลปินเชียงรายที่เรียกร้องการสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยบนเกาะกลางแม่น้ำกก โดยจัดนิทรรศการ “เชียงรายศิลป์เพื่อหอศิลป์” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรุงเทพฯ เมื่อปี 2547 และในเดือนเมษายน 2555 อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้มอบเงินทุนตั้งต้น 500,000 บาท ให้แก่กองทุนศิลปินเชียงราย ทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมโลกศิลปะกับสังคมในวงกว้าง
ในพื้นที่เชียงรายมีศิลปินในเครือข่ายกว่า 300 ชีวิต และเมื่อรวมศิลปินภาคเหนืออื่น ๆ มีไม่ต่ำกว่า 800 คน การที่ขัวศิลปะเข้าร่วมในรื่นรมย์มาร์เก็ตจึงไม่ใช่เพียงการ “ออกบูธขายของ” แต่เป็นการนำผลงานสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์จากศิลปินในเครือข่าย มาเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าถึงโดยตรง พร้อมประชาสัมพันธ์กิจกรรมศิลปะอื่น ๆ ของจังหวัดให้ขยายวงกว้างขึ้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสมาคมที่ต้องการให้ “ขัว” หรือสะพาน ทำหน้าที่ลดช่องว่างระหว่างศิลปินกับคนทั่วไป ผ่านกิจกรรมง่าย ๆ อย่างการดื่มกาแฟ ซื้อของฝาก หรือเดินเล่นในบรรยากาศของศิลปะ
ในงานยังมีร้านดังของเชียงรายอย่าง “สตอรี่ Coffee Camp” ที่ยกเครื่องดื่มและกาแฟมาร่วมออกบูธ โดยที่หน้าร้านเดิมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ สะท้อนรูปแบบของตลาดที่เปิดให้ผู้ประกอบการรายเดิมขยายช่องทางการขายเพิ่ม ไม่ใช่การแย่งลูกค้าออกจากเศรษฐกิจร้านค้าเดิม
ต่อจิ๊กซอว์ซอฟต์พาวเวอร์เชียงราย จาก Biennale สู่ตลาดสร้างสรรค์
หากมองในระดับยุทธศาสตร์ การเปิดตัวรื่นรมย์มาร์เก็ตเป็นมากกว่าการเปิดตลาดใหม่หนึ่งแห่ง แต่เป็นการต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ที่ขยับตัวเองขึ้นมาเป็นเมืองศิลปะและเมืองท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก
ย้อนกลับไปเมื่อ วันที่ 9 ธันวาคม 2566 ถึง 30 เมษายน 2567 กระทรวงวัฒนธรรมโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยร่วมกับจังหวัดเชียงราย ได้จัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 เพื่อสร้างรายได้จากต้นทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรม ใช้มิติทางศิลปะสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย Soft Power โดยมีศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 60 ชีวิตเข้าร่วมจัดแสดง
หลังเบียนนาเล่ปิดฉาก จังหวัดเชียงรายไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่ยังคงเดินหน้าโครงการต่อเนื่อง เช่น โครงการศิลปินรุ่นใหม่ขัวศิลปะ “Artbridge Young Artist 2025” ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ณ ชั้น 2 พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย (CCAM) เพื่อสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ให้เกิดกระบวนการต่อยอดพัฒนาผลงานผ่านนิเวศแห่งศิลปะ
ในแง่นี้ รื่นรมย์มาร์เก็ตจึงเป็นเหมือนภาคต่อในระดับ “ตลาดติดพื้น” ที่นำงานศิลปะออกจากแกลเลอรีลงสู่ที่ทางใหม่ ๆ ของผู้คน ใช้คาเฟ่ ฟู้ดทรัก ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง และของวินเทจ เป็นจุดเริ่มของบทสนทนาเรื่องศิลปะ ก่อนพาผู้คนเข้าสู่ชิ้นงานที่ลึกขึ้นในระยะยาว
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฝั่งหมิ่น หนุนเศรษฐกิจฐานรากภาคเหนือ
วัตถุประสงค์หลักของการจัดงานที่ระบุไว้อย่างชัดเจน คือสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ศิลปินท้องถิ่น และคนในชุมชน ให้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและงานสร้างสรรค์ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนของจังหวัดเชียงราย ตามแนวทางส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์และชุมชนท้องถิ่นของประเทศ
ตัวอย่างของกลุ่มเป้าหมายที่ผู้จัดเน้นย้ำ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรมูลค่าสูง ผู้ผลิตต้นไม้และสัตว์เลี้ยง กลุ่มศิลปินแฮนด์เมด คนขายสินค้ามือสองวินเทจ รวมถึงผู้ประกอบการฟู้ดทรักและอาหารพื้นถิ่น ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่ในตลาดทั่วไปมักจะหาที่ทางถาวรได้ยาก รื่นรมย์มาร์เก็ตทำหน้าที่ “เก็บรวม” กลุ่มเหล่านี้เข้ามาในที่เดียว เพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อพบผู้ขายได้ง่ายขึ้น
นอกจากนั้น ภายในงานยังมีการจัดโซนสำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ผ่านเวทีกิจกรรมสร้างสรรค์ สอดรับกับแนวคิดของขัวศิลปะที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เน้นการบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่ตั้งแต่วัยเรียน
ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชน
สำหรับผู้สนใจ รื่นรมย์มาร์เก็ตเปิดให้บริการทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 10.00 ถึง 20.00 น. โดยมีพิกัดอยู่หลังวัดฝั่งหมิ่น ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Ruenrom Market” บรรยากาศภายในงานช่วงเปิดตัวเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น มีทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเข้ามาเดินชมและอุดหนุนบูธต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
จุดเด่นอีกข้อที่ผู้จัดเน้นย้ำคือบรรยากาศใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ ที่ช่วยให้การเดินตลาดในช่วงฤดูร้อนของภาคเหนือไม่อึดอัด ต่างจากตลาดกลางแจ้งทั่วไป รวมถึงโซนสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ที่ทำให้ตลาดแห่งนี้กลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มไลฟ์สไตล์เฉพาะ ซึ่งหากบริหารต่อเนื่อง อาจกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัดเชียงรายได้ในไม่ช้า
ทิศทางในอนาคต
การปรากฏตัวของรื่นรมย์มาร์เก็ตในเชียงราย ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวใหม่หนึ่งแห่ง แต่สะท้อนทิศทางของจังหวัดที่พยายามแปลงทุนทางศิลปวัฒนธรรมสู่รายได้ที่จับต้องได้ และเชื่อมโยงกลุ่มศิลปินจากเครือข่ายขัวศิลปะ ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกรมูลค่าสูง ไปจนถึงเด็กและเยาวชน ให้อยู่ในระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์เดียวกัน
ความท้าทายต่อจากนี้คือการรักษาคุณภาพและความหลากหลายของสินค้า ไม่ให้กลายเป็นตลาดนัดทั่วไปเหมือนหลายแห่งที่เคยเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่แต่ค่อย ๆ จืดจางในเวลาไม่กี่ปี รวมถึงต้องบริหารจัดการพื้นที่ การจราจร และความสะอาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่ารื่นรมย์มาร์เก็ตจะเดินไปถึงเป้า 4 ล้านบาทต่อเดือนได้จริงหรือไม่ และจะกลายเป็น “หมุดหมาย” ใหม่ในแผนที่ซอฟต์พาวเวอร์ภาคเหนือ เคียงคู่กับ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 และเครือข่ายขัวศิลปะที่บ่มเพาะมานานกว่าทศวรรษ ได้หรือไม่
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย)
- สมาคมขัวศิลปะ (ArtBridgeChiangRai) ข้อมูลประวัติองค์กรและบทบาทศิลปินในเครือข่าย
- สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม












