Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

พิกัดเที่ยวใหม่เชียงราย! รื่นรมย์มาร์เก็ต เปิดทุกเสาร์-อาทิตย์ พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อชุมชนฝั่งหมิ่น

Summary
  • เชียงรายเปิดตัว “รื่นรมย์มาร์เก็ต” ตลาดสร้างสรรค์แห่งใหม่หลังวัดฝั่งหมิ่น พื้นที่กว่า 3 ไร่

  • มุ่งเป้าเป็นแซนด์บ็อกซ์พัฒนาทักษะธุรกิจให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่และศิลปินท้องถิ่น

  • ตั้งเป้าหมายสร้างมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจชุมชน 4 ล้านบาทต่อเดือน

  • สมาคมขัวศิลปะร่วมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และงานศิลป์สู่ประชาชนโดยตรง

  • ตลาดเปิดให้บริการทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 20.00 น.

เปิดตัว “รื่นรมย์มาร์เก็ต” เชียงราย เนรมิตพื้นที่ 3 ไร่ ปั้นตลาดสร้างสรรค์หลังวัดฝั่งหมิ่น ตั้งเป้าเงินสะพัด 4 ล้านบาทต่อเดือน

เชียงราย, 17 พฤษภาคม 2569 – เชียงรายขยับอีกครั้งบนแผนที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย เมื่อ “รื่นรมย์มาร์เก็ต” (Ruenrom Market) ตลาดสร้างสรรค์แห่งใหม่ใจกลางเมือง เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สนุกทุกวันพักผ่อน” บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ หลังวัดฝั่งหมิ่น ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายมูลค่าการซื้อขายไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด

รองผู้ว่าฯ เชียงราย นำทัพเปิดงานอย่างเป็นทางการ

นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ ณ ข่วงหลวงท่าน้ำวัดฝั่งหมิ่น เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 พร้อมด้วยคณะทำงาน ผู้บริหารโครงการ และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการสร้างพื้นที่ใหม่ของจังหวัดที่หลอมรวมศิลปะ วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน

ในงานเดียวกัน นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) มอบหมายให้ นายปกาสิต มณีลังกา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีและร่วมสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ ขณะที่ฝั่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้ นางวนิดาพร ธิวงศ์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นำคณะข้าราชการลงพื้นที่ร่วมงาน ตอกย้ำบทบาทของจังหวัดในฐานะแกนกลางทางวัฒนธรรมภาคเหนือ

ปั้น “สนามฝึก” ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก

หัวใจของรื่นรมย์มาร์เก็ตคือการแปลงผืนดินขนาด 3 ไร่ ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับคนทุกกลุ่มทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนรักสัตว์เลี้ยง คนรักต้นไม้ สายวินเทจ ไปจนถึงครอบครัวที่มองหาที่พักผ่อนในวันหยุด รูปแบบของตลาดถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าตลาดนัดทั่วไป โดยรวบรวมงานศิลปะ งานคราฟต์แฮนด์เมด สินค้าวินเทจ พืชผัก ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง ฟู้ดทรัก (Food Truck) และอาหารพื้นถิ่นภาคเหนือเข้าไว้ในที่เดียว ท่ามกลางบรรยากาศใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ที่อบอุ่นและผ่อนคลาย

จุดที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจในมุมเศรษฐศาสตร์เชิงพื้นที่ คือการตั้งใจให้เป็น “Sandbox” หรือสนามฝึกทักษะของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในจังหวัดเชียงราย เปิดให้ผู้ประกอบการมีพื้นที่ “ปล่อยของ” ทดลองค้าขายจริง เพื่อบ่มเพาะทักษะทางธุรกิจก่อนก้าวออกไปแข่งขันในระดับประเทศและระดับสากล แนวคิดนี้สอดคล้องกับสิ่งที่หลายเมืองทั่วโลกใช้ในการบ่มเพาะเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตั้งแต่ถนนคนเดินวัวลาย และตลาดจริงใจมาร์เก็ตของเชียงใหม่ ไปจนถึงตลาด JJ Green และตลาดรถไฟในกรุงเทพฯ ที่ต่างเริ่มต้นจากการเปิดพื้นที่ให้คนตัวเล็กได้ทดลอง จนเติบโตเป็นแลนด์มาร์กการค้าที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นล่ำเป็นสัน

คณะผู้จัดได้ตั้งเป้าหมายเชิงตัวเลขไว้อย่างชัดเจน คือสร้างมูลค่าการซื้อขายไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมกระจายรายได้และเกิดการจ้างงานในชุมชนฝั่งหมิ่นและจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน นั่นหมายความว่า ในหนึ่งปี หากเดินตามเป้า ตลาดเล็ก ๆ ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่แห่งนี้จะหมุนเงินสะพัดสู่เศรษฐกิจฐานรากได้กว่า 48 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่เล็กสำหรับชุมชนระดับตำบล

ขัวศิลปะร่วมขับเคลื่อน เชื่อมศิลปินกว่า 800 ชีวิตสู่ผู้คนทั่วไป

หนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่เข้ามาร่วมเปิดบูธในงานคือ สมาคมขัวศิลปะ ซึ่งเป็นองค์กรศิลปินรากใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ขัวศิลปะถือกำเนิดขึ้นจากการรวมตัวของศิลปินเชียงรายที่เรียกร้องการสร้างหอศิลป์ร่วมสมัยบนเกาะกลางแม่น้ำกก โดยจัดนิทรรศการ “เชียงรายศิลป์เพื่อหอศิลป์” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรุงเทพฯ เมื่อปี 2547 และในเดือนเมษายน 2555 อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้มอบเงินทุนตั้งต้น 500,000 บาท ให้แก่กองทุนศิลปินเชียงราย ทำหน้าที่เป็น “สะพาน” เชื่อมโลกศิลปะกับสังคมในวงกว้าง

ในพื้นที่เชียงรายมีศิลปินในเครือข่ายกว่า 300 ชีวิต และเมื่อรวมศิลปินภาคเหนืออื่น ๆ มีไม่ต่ำกว่า 800 คน การที่ขัวศิลปะเข้าร่วมในรื่นรมย์มาร์เก็ตจึงไม่ใช่เพียงการ “ออกบูธขายของ” แต่เป็นการนำผลงานสร้างสรรค์และผลิตภัณฑ์จากศิลปินในเครือข่าย มาเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าถึงโดยตรง พร้อมประชาสัมพันธ์กิจกรรมศิลปะอื่น ๆ ของจังหวัดให้ขยายวงกว้างขึ้น สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสมาคมที่ต้องการให้ “ขัว” หรือสะพาน ทำหน้าที่ลดช่องว่างระหว่างศิลปินกับคนทั่วไป ผ่านกิจกรรมง่าย ๆ อย่างการดื่มกาแฟ ซื้อของฝาก หรือเดินเล่นในบรรยากาศของศิลปะ

ในงานยังมีร้านดังของเชียงรายอย่าง “สตอรี่ Coffee Camp” ที่ยกเครื่องดื่มและกาแฟมาร่วมออกบูธ โดยที่หน้าร้านเดิมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ สะท้อนรูปแบบของตลาดที่เปิดให้ผู้ประกอบการรายเดิมขยายช่องทางการขายเพิ่ม ไม่ใช่การแย่งลูกค้าออกจากเศรษฐกิจร้านค้าเดิม

ต่อจิ๊กซอว์ซอฟต์พาวเวอร์เชียงราย จาก Biennale สู่ตลาดสร้างสรรค์

หากมองในระดับยุทธศาสตร์ การเปิดตัวรื่นรมย์มาร์เก็ตเป็นมากกว่าการเปิดตลาดใหม่หนึ่งแห่ง แต่เป็นการต่อจิ๊กซอว์ภาพใหญ่ของจังหวัดเชียงราย ที่ขยับตัวเองขึ้นมาเป็นเมืองศิลปะและเมืองท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก

ย้อนกลับไปเมื่อ วันที่ 9 ธันวาคม 2566 ถึง 30 เมษายน 2567 กระทรวงวัฒนธรรมโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยร่วมกับจังหวัดเชียงราย ได้จัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 เพื่อสร้างรายได้จากต้นทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรม ใช้มิติทางศิลปะสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย Soft Power โดยมีศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 60 ชีวิตเข้าร่วมจัดแสดง

หลังเบียนนาเล่ปิดฉาก จังหวัดเชียงรายไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น แต่ยังคงเดินหน้าโครงการต่อเนื่อง เช่น โครงการศิลปินรุ่นใหม่ขัวศิลปะ “Artbridge Young Artist 2025” ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568 ณ ชั้น 2 พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย (CCAM) เพื่อสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ให้เกิดกระบวนการต่อยอดพัฒนาผลงานผ่านนิเวศแห่งศิลปะ

ในแง่นี้ รื่นรมย์มาร์เก็ตจึงเป็นเหมือนภาคต่อในระดับ “ตลาดติดพื้น” ที่นำงานศิลปะออกจากแกลเลอรีลงสู่ที่ทางใหม่ ๆ ของผู้คน ใช้คาเฟ่ ฟู้ดทรัก ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง และของวินเทจ เป็นจุดเริ่มของบทสนทนาเรื่องศิลปะ ก่อนพาผู้คนเข้าสู่ชิ้นงานที่ลึกขึ้นในระยะยาว

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนฝั่งหมิ่น หนุนเศรษฐกิจฐานรากภาคเหนือ

วัตถุประสงค์หลักของการจัดงานที่ระบุไว้อย่างชัดเจน คือสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ศิลปินท้องถิ่น และคนในชุมชน ให้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและงานสร้างสรรค์ พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชนของจังหวัดเชียงราย ตามแนวทางส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์และชุมชนท้องถิ่นของประเทศ

ตัวอย่างของกลุ่มเป้าหมายที่ผู้จัดเน้นย้ำ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรมูลค่าสูง ผู้ผลิตต้นไม้และสัตว์เลี้ยง กลุ่มศิลปินแฮนด์เมด คนขายสินค้ามือสองวินเทจ รวมถึงผู้ประกอบการฟู้ดทรักและอาหารพื้นถิ่น ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่ในตลาดทั่วไปมักจะหาที่ทางถาวรได้ยาก รื่นรมย์มาร์เก็ตทำหน้าที่ “เก็บรวม” กลุ่มเหล่านี้เข้ามาในที่เดียว เพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อพบผู้ขายได้ง่ายขึ้น

นอกจากนั้น ภายในงานยังมีการจัดโซนสำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ผ่านเวทีกิจกรรมสร้างสรรค์ สอดรับกับแนวคิดของขัวศิลปะที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เน้นการบ่มเพาะศิลปินรุ่นใหม่ตั้งแต่วัยเรียน

ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชน

สำหรับผู้สนใจ รื่นรมย์มาร์เก็ตเปิดให้บริการทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ เวลา 10.00 ถึง 20.00 น. โดยมีพิกัดอยู่หลังวัดฝั่งหมิ่น ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Ruenrom Market” บรรยากาศภายในงานช่วงเปิดตัวเป็นไปอย่างคึกคักและอบอุ่น มีทั้งประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเข้ามาเดินชมและอุดหนุนบูธต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

จุดเด่นอีกข้อที่ผู้จัดเน้นย้ำคือบรรยากาศใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ ที่ช่วยให้การเดินตลาดในช่วงฤดูร้อนของภาคเหนือไม่อึดอัด ต่างจากตลาดกลางแจ้งทั่วไป รวมถึงโซนสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ที่ทำให้ตลาดแห่งนี้กลายเป็นจุดนัดพบของกลุ่มไลฟ์สไตล์เฉพาะ ซึ่งหากบริหารต่อเนื่อง อาจกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของจังหวัดเชียงรายได้ในไม่ช้า

ทิศทางในอนาคต

การปรากฏตัวของรื่นรมย์มาร์เก็ตในเชียงราย ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวใหม่หนึ่งแห่ง แต่สะท้อนทิศทางของจังหวัดที่พยายามแปลงทุนทางศิลปวัฒนธรรมสู่รายได้ที่จับต้องได้ และเชื่อมโยงกลุ่มศิลปินจากเครือข่ายขัวศิลปะ ผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกรมูลค่าสูง ไปจนถึงเด็กและเยาวชน ให้อยู่ในระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์เดียวกัน

ความท้าทายต่อจากนี้คือการรักษาคุณภาพและความหลากหลายของสินค้า ไม่ให้กลายเป็นตลาดนัดทั่วไปเหมือนหลายแห่งที่เคยเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่แต่ค่อย ๆ จืดจางในเวลาไม่กี่ปี รวมถึงต้องบริหารจัดการพื้นที่ การจราจร และความสะอาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่ารื่นรมย์มาร์เก็ตจะเดินไปถึงเป้า 4 ล้านบาทต่อเดือนได้จริงหรือไม่ และจะกลายเป็น “หมุดหมาย” ใหม่ในแผนที่ซอฟต์พาวเวอร์ภาคเหนือ เคียงคู่กับ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 และเครือข่ายขัวศิลปะที่บ่มเพาะมานานกว่าทศวรรษ ได้หรือไม่

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
  • องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย)
  • สมาคมขัวศิลปะ (ArtBridgeChiangRai) ข้อมูลประวัติองค์กรและบทบาทศิลปินในเครือข่าย
  • สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
NEWS UPDATE

ซอฟต์พาวเวอร์ยกระดับเศรษฐกิจไทย นายกฯ ชี้คือโอกาสอนาคต

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม 2-3 โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมคณะรัฐมนตรี อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เข้าร่วมงานเสวนา “ซอฟต์พาวเวอร์ไทย ไปอย่างไรให้มีพลัง” ในงาน “Dailynews Talk 2024” ซึ่งมีหัวข้อ “Soft Power: โอกาสประเทศไทย”

ปาฐกถาของนายกรัฐมนตรี

ในระหว่างงาน นายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษถึงความท้าทายของประเทศไทยที่ติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลางมาเป็นเวลานาน และได้เน้นย้ำว่าการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยซอฟต์พาวเวอร์จะเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่อนาคต

ยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์

นายกฯ กล่าวถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ที่มีความมั่งคั่งทางวัฒนธรรมที่สามารถขายได้และพัฒนาได้ ซึ่งจะช่วยดึงดูดชาวต่างชาติให้หลงใหลในเอกลักษณ์ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม หรือสินค้าที่เกิดจากภูมิปัญญาพื้นบ้าน โดยเน้นถึงการพัฒนาแรงงานทักษะต่ำไปสู่แรงงานทักษะสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการด้วยความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

หนึ่งในโครงการสำคัญที่นายกฯ ได้กล่าวถึงคือโครงการ “1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์” หรือ OFOS ซึ่งเป็นการให้โอกาสคนไทยในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์พาวเวอร์อย่างครอบคลุม ผ่านการฝึกอบรมทั้งแบบออนไซต์และออนไลน์ โดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษาและไม่มีค่าใช้จ่าย

ยกระดับศักยภาพแรงงานและการต่อยอดนวัตกรรม

นายกฯ เน้นว่าการพัฒนาแรงงานให้มีทักษะสูงและนำความคิดสร้างสรรค์มาต่อยอดกับนวัตกรรมใหม่ๆ จะทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก โดยยกตัวอย่างแบรนด์ “Korakot” ที่นำภูมิปัญญาไทยมาสร้างเป็นสินค้าประติมากรรมไม้ไผ่ซึ่งประสบความสำเร็จในระดับสากล

นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้กล่าวถึงอุตสาหกรรมอัญมณีไทยที่เติบโตขึ้นมาอย่างมหาศาล แต่ยังคงขาดแคลนแรงงานทักษะสูง ซึ่งเป็นโอกาสที่ไทยควรเร่งพัฒนาแรงงานในภาคนี้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมให้เติบโตต่อไปอีก

การสร้างเศรษฐกิจผ่าน Soft Power

นอกจากอุตสาหกรรมสินค้าและบริการ นายกฯ ยังได้เน้นถึงโอกาสในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness) ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลก ด้วยภูมิปัญญาด้านสมุนไพร นวดไทย และการดูแลสุขภาพกายและใจ

นายกฯ ยังได้กล่าวถึงการพัฒนาเทศกาลวัฒนธรรมต่างๆ เช่น มหาสงกรานต์ ลอยกระทง ผีตาโขน และบุญบั้งไฟ เพื่อสร้างเศรษฐกิจเทศกาลในระดับสากล พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่สำหรับการจัดเทศกาลดนตรีระดับโลก ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์

สรุปปาฐกถาของนายกฯ

นายกฯ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “พี่น้องประชาชนและรัฐบาล คือหุ้นส่วนประเทศไทย ที่ต้องร่วมกันช่วยพัฒนาประเทศไทย     ให้เจริญรุ่งเรือง ให้เป็นประเทศพัฒนาที่มีรายได้สูง และคนไทยไม่ยากจนอีกต่อไป เมื่อประชาชนพัฒนาศักยภาพทักษะ ยกระดับรายได้และฐานะให้ร่ำรวยรัฐบาลก็จะสามารถเก็บภาษีได้มากขึ้น ภาษีที่เก็บได้จะนำมาใช้เพื่อพัฒนาประเทศให้รุ่งเรือง ประโยชน์ก็จะกลับตกอยู่กับประชาชนคนไทย” 

ทั้งหมดนี้แสดงถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการใช้ซอฟต์พาวเวอร์เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย และนำพาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมและนวัตกรรมระดับโลก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : งานเสวนา เดลินิวส์ ทอล์ก 2024 (Dailynews Talk 2024) “Soft Power: โอกาสประเทศไทย” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม 2 – 3 โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ถนนราชดำริ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 21 ตุลาคม 2567

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News