Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

สะท้อนความสูญเสียแชมป์ดริปกาแฟ หลังเหตุรถชนกลุ่มนักปั่นที่เชียงราย

รถชนแชมป์ดริปกาแฟเชียงราย ครอบครัวเรียกร้องความยุติธรรม

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีเหตุการณ์รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีดำ พุ่งชนท้ายกลุ่มนักปั่นจักรยานบนถนนสายสี่แยกหนองบัวแดง-ถนนพหลโยธิน ตำบลท่าสุด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 ทำให้ นายยศธพล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เจ้าของร้านกาแฟ ก๋างโต่งคาเฟ่ (Kang Tong Cafe – Coffee & Roaster Chiang Rai) ซึ่งเป็นแชมป์การแข่งขัน Mighty Mix Bartender and Barista Thailand 2023 และเคยคว้ารางวัลดริปกาแฟของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เมื่อปี 2564 เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้แก่ครอบครัวและคนใกล้ชิดของผู้เสียชีวิต โดยคู่กรณีซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้เข้ามอบตัวในวันถัดมาและถูกดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและชนแล้วหลบหนี

ความสูญเสียที่ไม่อาจทดแทน

น.ส.โสจิลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) แฟนสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยถึงความยากลำบากที่เธอและครอบครัวต้องเผชิญหลังการสูญเสียครั้งนี้ โดยระบุว่า นายยศธพลเป็นเสาหลักของครอบครัวและเป็นผู้สร้างร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงด้วยประสบการณ์และความพยายามกว่า 7-8 ปี

“เขาเป็นคนที่เริ่มต้นจากศูนย์และมุ่งมั่นสร้างธุรกิจด้วยตัวเอง ร้านกาแฟของเรากำลังจะขยายกิจการสร้างโรงคั่วกาแฟ แต่ทุกอย่างต้องหยุดชะงักเพราะอุบัติเหตุครั้งนี้” น.ส.โสจิลักษณ์กล่าว

นอกจากนี้ นายยศธพลยังเป็นที่รักของเพื่อนและชุมชน โดยในช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ เขายังนำสิ่งของไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่กลับต้องมาจบชีวิตในขณะที่ออกไปปั่นจักรยานกับเพื่อน ๆ

กระบวนการเจรจาที่ไม่ลงตัว

หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้ดำเนินคดีกับคู่กรณีและมีการเจรจาเยียวยาหลายครั้ง แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ น.ส.โสจิลักษณ์ เปิดเผยว่า คู่กรณีเสนอจำนวนเงินเยียวยาที่ไม่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับความสูญเสียที่ครอบครัวต้องเผชิญ

“เขาเป็นถึงผู้บริหารโรงเรียน แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบที่เพียงพอ สิ่งที่เสนอมาไม่สามารถชดเชยความสูญเสียได้เลย” น.ส.โสจิลักษณ์กล่าว

นอกจากนี้ คู่กรณีและภรรยาซึ่งเป็นครูเหมือนกัน ได้ติดต่อเจรจากับเธออีกครั้ง โดยระบุว่าหากไม่ยอมรับข้อเสนอเยียวยาในครั้งนี้ อาจไม่ได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม

เสียงจากครอบครัวผู้เสียชีวิต

น.ส.โสจิลักษณ์ กล่าวว่า นายยศธพลเป็นคนที่มีความสามารถและนิสัยดี เขาได้รับการยกย่องในวงการกาแฟและเป็นที่รักของคนรอบข้าง

“ชีวิตของเขามีคุณค่าและสำคัญมาก เขายังอายุน้อย มีความสามารถ และเป็นที่รู้จักในวงการกาแฟ ฉันหวังว่าคู่กรณีจะคำนึงถึงชีวิตคนอื่นและแสดงความจริงใจมากกว่านี้” เธอกล่าว

ความคืบหน้าด้านการเยียวยา

น.ส.โสจิลักษณ์ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อศึกษาธิการจังหวัดเชียงรายและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 3 เพื่อร้องขอให้ต้นสังกัดของคู่กรณีช่วยผลักดันการเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

“จนถึงตอนนี้คู่กรณียังไม่แสดงความจริงใจหรือพยายามชดเชยในแบบที่สมเหตุสมผล แม้ว่าจะมีการติดต่อมาบ่อยขึ้น แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน” น.ส.โสจิลักษณ์กล่าว

ข้อคิดและบทเรียนจากเหตุการณ์

กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญเกี่ยวกับการขับขี่อย่างปลอดภัยและการแสดงความรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย การแสดงความจริงใจและความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสมานฉันท์ในสังคม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Matichon Online / ก๋างโต่งคาเฟ่ Kang tong Cafe – Coffee & roaster Chiang Rai

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เพิ่มช่องและการประชาสัมพันธ์ ลดอุบัติเหตุสช่วงเทศกาลสงกรานต์

 

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 67 นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมถอดบทเรียนการดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย โดยมีคณะกรรมการจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมถอดบทเรียน ทั้งนี้ นายครรชิต ชมพูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ได้รายงานผลการดำเนินงาน พร้อมดำเนินการถอดบทเรียน ตามประเด็น และมาตรการที่ได้ดำเนินการ ทั้ง 5 ด้าน

 

จากข้อมูลอุบัติเหตุสะสม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2567 ( 11-17 เมษายน 2567 ) ที่ผ่านมามีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดเชียงราย จำนวน 82 ครั้ง บาดเจ็บ 71 ราย และมีผู้เสียชีวิต 17 ราย ซึ่งในการถอดบทเรียนจากผลการปฏิบัติงานตามประเด็นมาตรการ ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ มาตรการด้านการบริหารจัดการ ด้านลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม ปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ ด้านผู้ใช้รถใช้ถนนที่ขาดความตระหนักถึงความปลอดภัย และมาตรการตอบสนองหลังเกิดอุบัติเหตุและการเยียวยา โดยทุกมาตรการ ที่ประชุมมีความเห็นให้เน้นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ เข้าใจ และมีส่วนร่วม ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สื่อสารผ่านกลุ่มไลน์ / FACEBOOK สถานีวิทยุกระจายเสียง
 
 
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ให้เพิ่มช่องและการประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายในหมู่บ้าน และสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง และในงานประเพณีที่จัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกงาน เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนตระหนัก ถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน การรณรงค์การสวมหมวกนิรภัยภายในสถานศึกษา ทุกแห่ง และปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่วัยเด็กรวมถึงการอบรมให้ความรู้ด้านวินัยจราจร
 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
Categories
NEWS UPDATE

7 วันอันตราย เชียงรายครองแชมป์ อุบัติเหตุ-เสียชีวิตสูงสุด ช่วงสงกรานต์ ปี 67

 
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67 ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 18 เมษายน 2567 เกิดอุบัติเหตุ 224 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 224 คน ผู้เสียชีวิต 28 ราย
 

ส่วน ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.82 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 82.14 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.41 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.46

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 17.01 – 18.00 น. ร้อยละ 8.04 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี ร้อยละ 17.06 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,762 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 51,371 คน

โดย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย ประจวบคีรีขันธ์ แพร่ (จังหวัดละ 11 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ (12 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี (3 ราย) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (11 – 17 เม.ย. 67) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,044 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,060 คน ผู้เสียชีวิต รวม 287 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ นครนายก บึงกาฬ พังงา แม่ฮ่องสอน สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย

 

ส่วน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (82 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (80 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงราย (17 ราย)

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันของการรณรงค์ (11 – 17 เม.ย. 67)

  • อุบัติเหตุรวม 2,044 ครั้ง
  • ผู้บาดเจ็บรวม 2,060 คน
  • ผู้เสียชีวิต รวม 287 ราย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 มีจำนวนครั้งของการเกิดอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บลดลงจากปีที่ผ่านมา แต่จำนวนของผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ซึ่งสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด รวมถึงจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด โดยพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดเกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยได้มอบหมายให้ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่วิเคราะห์ข้อมูลและถอดบทเรียนการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนในเชิงลึก โดยเฉพาะจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุสูง พร้อมทั้งประเมินผลการดำเนินงานลดอุบัติเหตุตามมาตรการที่กำหนด โดยเฉพาะมาตรการที่เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทำให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุทางถนนลดลง เพื่อให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนดำเนินการรวบรวมและเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะได้นำมากำหนดเป็นแนวทางในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศในระยะยาวต่อไป

 

“แม้จะสิ้นสุดการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 แล้ว ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจะได้ประสานจังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยทางถนนอำเภอ เขต (กทม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับภาคประชาชน จิตอาสา และอาสาสมัครในพื้นที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงทั้งด้านคน ยานพาหนะ ถนน และสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการแนะนำ ตักเตือน ป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงหลัก อาทิ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ตัดหน้ากระชั้นชิด และการไม่สวมหมวกนิรภัย การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเด็กและเยาวชนในประเด็นการลดปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนในสังคมไทย” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าว

 

นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในเชิงลึก พร้อมถอดบทเรียนการทำงานของทุกภาคส่วน ซึ่งจะได้นำปัจจัยแห่งความสำเร็จมาเป็นต้นแบบให้แต่ละพื้นที่นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาและบริบททางสังคม เพื่อเสริมสร้างกลไกการลดอุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ให้เป็นระบบและเข้มแข็ง รวมถึงนำปัญหาอุปสรรคที่เป็นจุดอ่อนในการทำงานมาปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่เป้าหมายภาพรวมของประเทศในการลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศให้เหลือ 12 คน ต่อประชากรหนึ่งแสนภายในปี พ.ศ. 2570

 

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เปิดเผยว่า หลังจากนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่ายยังต้องร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเดินทางอย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุตลอดทั้งปี ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนต้องขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2567 ด้วยความทุ่มเท เสียสละ อดทน และเข้มแข็ง

 
 

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News