Categories
AROUND CHIANG RAI ECONOMY

เชียงรายรับคลื่นนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน ท่ามกลาง ทอท. โชว์กำไรไตรมาสแรก 4.65 พันล้านบาท

ตรุษจีนคึกคัก เชียงรายรับคลื่นนักท่องเที่ยวจีน สนามบินแม่ฟ้าหลวงสร้างประสบการณ์ต้อนรับ ขณะ ทอท. กำไรไตรมาสแรก 4.65 พันล้าน ตอกย้ำทิศทางฟื้นตัวเศรษฐกิจท่องเที่ยวปี 2569

เชียงราย,วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพบรรยากาศการเดินทางช่วงตรุษจีนปีนี้ในจังหวัดเชียงรายถูกจับตาเป็นพิเศษ เมื่อท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ขยับบทบาทจากจุดรับส่งผู้โดยสาร ไปสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์ต้อนรับเชิงวัฒนธรรม เพื่อเสริมความมั่นใจของนักท่องเที่ยวและกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินไทยที่สะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน หรือ ทอท. ซึ่งรายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 ที่ระดับ 4,652.62 ล้านบาท

แม้ตัวเลขผลประกอบการเป็นภาพรวมระดับประเทศ แต่แรงส่งของการเดินทางที่กลับมาอย่างต่อเนื่องได้ทำให้สนามบินภูมิภาคอย่างเชียงรายถูกดึงขึ้นมาอยู่ในสมการเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลสถิติท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายปี 2568 ระบุว่า จังหวัดมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 51,540.09 ล้านบาท และมีผู้มาเยี่ยมเยือนรวม 6,463,147 คน ซึ่งเป็นฐานรายได้สำคัญที่ภาคธุรกิจท้องถิ่นยังต้องพึ่งพาในช่วงเศรษฐกิจภาคการผลิตของไทยเผชิญโจทย์เชิงโครงสร้าง

สนามบินแม่ฟ้าหลวงยกระดับการต้อนรับตรุษจีน ส้มมงคลและพื้นที่ถ่ายภาพสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรก

จุดเริ่มของความคึกคักเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนประจำปี 2569 โดยนาวาอากาศเอก สกรรจ์ อุดล ผู้เชี่ยวชาญ 9 และรักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ทำหน้าที่ประธานในกิจกรรม พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรร่วมมอบของที่ระลึกส้มมงคลให้แก่ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และผู้ประกอบการในอาคารผู้โดยสาร เพื่อสื่อสารคำอวยพรต้อนรับปีใหม่จีน และสร้างบรรยากาศเชิงบวกให้กับการเดินทาง

นอกจากการมอบส้มมงคล สนามบินยังจัดซุ้มตกแต่งเป็นจุดถ่ายภาพช่วงเทศกาลระหว่างวันที่ 1 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ เพื่อเพิ่มความมีส่วนร่วมและทำให้นักเดินทางรู้สึกว่าจังหวัดปลายทางให้ความสำคัญกับประสบการณ์ท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นทางของการเดินทาง

ในเชิงนัยยะเชิงเศรษฐกิจ กิจกรรมลักษณะนี้อาจดูเป็นงานสร้างสีสัน แต่ในโลกการแข่งขันท่องเที่ยวหลังยุคความผันผวน ภาพความพร้อมของปลายทางมักถูกตัดสินจากรายละเอียดเล็กๆ ตั้งแต่สนามบิน การต้อนรับ การสื่อสารหลายภาษา ไปจนถึงความสะดวกในการเดินทางต่อ หากสนามบินทำให้ผู้โดยสารรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย โอกาสที่นักท่องเที่ยวจะใช้เวลาและใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเมืองปลายทางย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย

ทอท. โชว์กำไร 4.65 พันล้านในไตรมาสแรก ปีงบประมาณ 2569 สัญญาณการเดินทางกลับสู่ภาวะปกติแบบค่อยเป็นค่อยไป

สัญญาณระดับมหภาคสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานของ ทอท. ในงวด 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ช่วงตุลาคมถึงธันวาคม 2568 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท และมีรายได้รวม 17,332.42 ล้านบาท

ด้านปริมาณการจราจรทางอากาศ ทอท. รายงานว่า ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในสังกัด ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ มีจำนวนเที่ยวบินรวม 208,281 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และมีผู้โดยสารใช้บริการรวม 34.47 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน

ความหมายของตัวเลขไม่ได้หยุดอยู่ที่กำไร แต่สะท้อนว่าอุปสงค์การเดินทางเริ่มกลับมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดโจทย์เรื่องระดับการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่สูงขึ้น สนามบินบางแห่งเข้าใกล้ขีดความสามารถรองรับสูงสุดมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นเหตุผลให้แผนขยายศักยภาพสนามบินถูกเร่งในฐานะโครงสร้างพื้นฐานรองรับเศรษฐกิจท่องเที่ยวและการค้าระหว่างประเทศ

เกมรุกเพิ่มรายได้ การบินและนอกการบิน ลดความผันผวนและเพิ่มพื้นที่เศรษฐกิจใหม่รอบสนามบิน

อีกด้านหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือการจัดโครงสร้างรายได้ของธุรกิจสนามบิน ซึ่งโดยธรรมชาติพึ่งพารายได้จากการบินเป็นหลัก แต่ในช่วงความผันผวนระดับโลก ผู้ประกอบการสนามบินทั่วโลกพยายามเพิ่มสัดส่วนรายได้นอกการบิน เช่น ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ บริการ และกิจกรรมเชิงพาณิชย์รอบสนามบิน เพื่อกระจายความเสี่ยง

ในกรณีของ ทอท. ข้อมูลที่รายงานระบุแนวทางผลักดันรายได้จากกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบินผ่านการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุน รวมถึงโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้วอย่างสถานีชาร์จรถโดยสารไฟฟ้าที่สุวรรณภูมิ และแนวทางเปิดประมูลพื้นที่ที่หาดใหญ่เพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์

ขณะเดียวกัน ยังมีการกล่าวถึงการปรับโครงสร้างค่าบริการผู้โดยสารขาออกเพื่อให้เหมาะสม โดยคาดหมายช่วงกลางปี 2569 ซึ่งเป็นอีกจุดที่ตลาดจับตา เพราะสะท้อนการบริหารกระแสเงินสดเพื่อรองรับการลงทุนระยะยาว

เชียงรายมีฐานรายได้ท่องเที่ยวทะลุ 5.15 หมื่นล้าน แต่โครงสร้างรายได้ยังพึ่งพาคนไทยเป็นหลัก

เมื่อหันกลับมาดูเชียงราย ตัวเลขสถิติท่องเที่ยวปี 2568 ยืนยันว่า จังหวัดยังอยู่บนฐานรายได้จากการท่องเที่ยวที่แข็งแรง โดยมีผู้มาเยี่ยมเยือนรวม 6,463,147 คน และมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวม 51,540.09 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี โครงสร้างรายได้บอกชัดว่า คนไทยยังเป็นแรงขับหลัก นักท่องเที่ยวชาวไทยมีจำนวน 5,765,564 คน และสร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ของจังหวัด ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 697,583 คน สร้างรายได้ 7,079.82 ล้านบาท

ประเด็นที่ต้องอ่านให้ลึกคือ ตลาดต่างชาติของเชียงรายลดลงเมื่อเทียบกับปี 2567 ทั้งจำนวนและรายได้ตามข้อมูลชุดเดียวกัน นี่ทำให้ช่วงตรุษจีนและกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงมีความหมายมากขึ้น เพราะเป็นหนึ่งในหน้าต่างเวลาที่สามารถทดสอบแรงส่งของตลาดจีนต่อเชียงรายได้จริง ว่าจะกลับมาในระดับไหน และจะต่อยอดเป็นการเดินทางซ้ำหรือการบอกต่อได้มากเพียงใด

ตรุษจีนเป็นจังหวะทดสอบความพร้อมปลายทางจริง ทั้งการเดินทาง การบริการ และความเชื่อมั่น

การที่สนามบินเลือกสื่อสารภาพความสัมพันธ์ไทยจีนผ่านกิจกรรมต้อนรับสะท้อนมุมมองว่า นักท่องเที่ยวจีนยังถูกจัดวางเป็นกลุ่มตลาดสำคัญของเชียงราย ในมุมผู้ประกอบการท่องเที่ยว ช่วงตรุษจีนมักไม่ใช่แค่วันหยุดเทศกาล แต่เป็นจังหวะทดสอบระบบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เที่ยวบิน การรับส่งผู้โดยสาร การท่องเที่ยวในเมือง ไปจนถึงความพร้อมของบริการภาษา การชำระเงิน และการจัดการความปลอดภัย

สิ่งที่ทำให้เชียงรายน่าสนใจคือภาพเมืองท่องเที่ยวที่มีอัตลักษณ์เชิงวัฒนธรรมเข้มข้น แต่ต้องบริหารความสะดวกสบายแบบเมืองท่องเที่ยวสมัยใหม่ด้วย หากปลายทางทำให้การเดินทางลื่นไหล นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนวันพัก เพิ่มการใช้จ่ายต่อทริป และกระจายรายได้สู่ชุมชนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่หลายจังหวัดพยายามผลักดันในยุคที่การแข่งขันไม่ได้อยู่แค่การดึงคนให้มา แต่ต้องทำให้คนอยู่และใช้จ่ายให้มากขึ้นอย่างมีคุณภาพ

ตัวเลขผู้โดยสารระดับประเทศชี้โอกาส แต่โจทย์ของเชียงรายคือการเปลี่ยนคนผ่านเมืองให้เป็นคนเข้าพักในเมือง

แม้ปริมาณผู้โดยสารรวมของสนามบินในสังกัด ทอท. จะเพิ่มขึ้นเป็น 34.47 ล้านคนในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 แต่โจทย์เชิงนโยบายและเชิงธุรกิจในระดับจังหวัดคือการแปลงการเดินทางให้เกิดมูลค่าเพิ่มในพื้นที่จริง

สำหรับเชียงราย ความท้าทายไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินหรือจำนวนผู้โดยสาร แต่คือการทำให้ผู้โดยสารที่ลงสนามบินใช้เวลาในพื้นที่มากขึ้น ซื้อสินค้าและบริการท้องถิ่นมากขึ้น และเชื่อมต่อไปสู่เมืองรองหรือชุมชนได้ง่ายขึ้น เพราะรายได้ท่องเที่ยวของจังหวัดแม้สูง แต่ยังมีความเปราะบางจากฤดูกาลท่องเที่ยวและความผันผวนของตลาดต่างชาติที่ลดลงในปี 2568

การจัดกิจกรรมตรุษจีนที่สนามบินจึงเป็นเหมือนสัญญาณว่า จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามเติมประสบการณ์ตั้งแต่ด่านแรก แต่ในระยะยาว ยังต้องอาศัยมาตรการเชิงระบบร่วมกัน ทั้งการทำตลาด การพัฒนาสินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยว การเพิ่มการเข้าถึงของนักเดินทาง และการยกระดับมาตรฐานบริการ เพื่อให้การฟื้นตัวมีความยั่งยืน ไม่ใช่คึกคักเพียงช่วงเทศกาล

มุมมองที่ต้องจับตาในปี 2569 การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสนามบินและการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

แผนขยายศักยภาพสนามบินและการจัดโครงสร้างรายได้ของผู้ประกอบการสนามบินมีนัยเชิงนโยบายต่อจังหวัดปลายทางอย่างเชียงราย เพราะหากขีดความสามารถสนามบินเพิ่มขึ้น โอกาสเพิ่มเที่ยวบิน เพิ่มเส้นทางบิน เพิ่มความถี่ และเพิ่มความสะดวกในการเดินทางจะสูงขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากปลายทางไม่สามารถทำให้รายได้กระจายสู่ผู้ประกอบการรายย่อย ชุมชน และแรงงานบริการได้จริง ความรู้สึกของประชาชนต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวอาจไม่เป็นบวกในระยะยาว และจะกระทบความร่วมมือในการรักษาคุณภาพปลายทาง

ในมุมนี้ ตัวเลขรายได้ท่องเที่ยวเชียงราย 51,540.09 ล้านบาทในปี 2568 เป็นเหมือนหลักฐานว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวช่วยพยุงเศรษฐกิจจังหวัดได้จริง แต่การทำให้รายได้นั้นมีคุณภาพและยั่งยืน ต้องอาศัยการบริหารจัดการที่ละเอียดกว่าการเพิ่มจำนวนคนเพียงอย่างเดียว

เชียงรายกำลังอยู่ในจังหวะที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นควบคู่คุณภาพการท่องเที่ยว

ตรุษจีนปี 2569 ทำให้ภาพการท่องเที่ยวเชียงรายคึกคักขึ้นอีกครั้ง โดยท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ใช้กิจกรรมต้อนรับและการสื่อสารเชิงวัฒนธรรมสร้างความประทับใจแก่ผู้โดยสาร ขณะเดียวกัน ภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมการบินไทยสะท้อนสัญญาณบวกผ่านผลประกอบการของ ทอท. ที่มีกำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 และปริมาณผู้โดยสารรวม 34.47 ล้านคน

แต่ในเชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงรายยังต้องตอบโจทย์สำคัญสองเรื่องพร้อมกัน เรื่องแรก คือการรักษาและยกระดับตลาดคนไทยซึ่งเป็นฐานหลักของรายได้จังหวัด เรื่องที่สอง คือการดึงตลาดต่างชาติกลับมาอย่างมีคุณภาพ หลังสถิติปี 2568 ชี้ว่าตลาดต่างชาติลดลงเมื่อเทียบปีก่อน

จุดเปลี่ยนของเชียงรายในปี 2569 จึงไม่ใช่เพียงภาพการต้อนรับที่คึกคักในช่วงเทศกาล แต่คือการทำให้ความคึกคักนั้นต่อยอดไปสู่การเข้าพักที่ยาวขึ้น การใช้จ่ายที่กระจายขึ้น และความเชื่อมั่นที่มั่นคงขึ้น เพื่อให้รายได้ท่องเที่ยวที่ทะลุ 5.15 หมื่นล้านบาทไม่ใช่เพียงสถิติ แต่เป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง

สถิติและข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้อง

  • เชียงรายปี 2568 ผู้มาเยี่ยมเยือนรวม 6,463,147 คน รายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท โครงสร้างรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวชาวไทย และตลาดต่างชาติลดลงเมื่อเทียบปี 2567
  • ทอท. งวด 3 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2569 กำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท รายได้รวม 17,332.42 ล้านบาท เที่ยวบินรวม 208,281 เที่ยวบิน ผู้โดยสารรวม 34.47 ล้านคน
  • กิจกรรมตรุษจีนที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จัดวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 และมีซุ้มถ่ายภาพช่วง 1 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยชุดข้อมูลสถิติท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายปี 2568 ที่ถูกเผยแพร่ผ่านหน่วยงานจัดทำในสายวิชาการ
  • ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว CTRD สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในฐานะผู้จัดทำชุดสถิติท่องเที่ยวเชียงรายปี 2568
  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน รายงานผลประกอบการงวด 3 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2569 ที่ถูกรายงานผ่านสื่อเศรษฐกิจและการเงิน
  • ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ข้อมูลกิจกรรมตรุษจีนประจำปี 2569 ที่เผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสารสาธารณะของหน่วยงาน
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

บิ๊กซีเปิดเกมรีเทลปี 69 ทุ่ม 8 พันล้านเปิด “The Color” ท่ามกลางเศรษฐกิจเชียงรายขยายตัวร้อยละ 2.2

บิ๊กซีเปิดเกมรีเทลปี 2569 ทุ่ม 6–8 พันล้าน เปิด “The Color” ชูทราฟฟิกคุณภาพ ท่ามกลางเศรษฐกิจเชียงรายโต 2.2 เปอร์เซ็นต์แต่ฐานผลิตหด และโจทย์ภูมิอากาศที่เริ่มเป็นต้นทุนเศรษฐกิจ

กรุงเทพฯ และเชียงราย, 14 กุมภาพันธ์ 2569 – วันหนึ่ง วงการค้าปลีกไทยประกาศหมากรุกใหม่อย่างเป็นทางการ อีกวันหนึ่ง จังหวัดท่องเที่ยวชายแดนอย่างเชียงรายกำลังพยายามอ่านเกมเศรษฐกิจของตัวเองให้ขาดว่า “โต” แบบไหนที่ยั่งยืน และ “เสี่ยง” แบบไหนที่ต้องจัดการตั้งแต่วันนี้

ภาพทั้งสองไม่ได้เป็นคนละเรื่อง หากเป็นชิ้นส่วนเดียวกันของเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ผู้บริโภคเลือกมากขึ้น กำลังซื้อกระจายเป็นหลายกลุ่ม และความผันผวนของภูมิอากาศเริ่มแทรกเข้ามาเป็นต้นทุนที่ประเมินค่าไม่ได้ง่ายเหมือนเดิม

เวทีคู่ค้าบิ๊กซีส่งสัญญาณการเปลี่ยนผ่านจากห้างสู่พื้นที่ใช้ชีวิต

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด มหาชน ในกลุ่มบีเจซี จัดงานประชุมคู่ค้าประจำปี “Big C Tenant Conference 2026” ภายใต้แนวคิด “BIG VISION. BIG MOVE. The Next Chapter of Big C Development” ที่บีเจซี บิ๊กซี แคมปัส อาคารบิ๊กซี เฮ้าส์ ชั้น 6 ห้องออดิทอเรียม โดยผู้บริหารประกาศทิศทางธุรกิจรีเทลปี 2569 ให้ชัดเจนว่า จะเดินหน้าขยายสาขา รีโนเวท และพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวโครงการไลฟ์สไตล์มอลล์รูปแบบใหม่ “The Color” บนทำเลศักยภาพย่านแจ้งวัฒนะ เพื่อยกระดับจากศูนย์การค้าไปสู่จุดหมายของการใช้ชีวิต

แกนคิดที่ถูกย้ำในงานคือ รีเทลยุคนี้ไม่สามารถพึ่งความคึกคักเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนได้เหมือนเดิม สิ่งที่ห้างและผู้เช่าต้องการคือ “ทราฟฟิกคุณภาพและสม่ำเสมอ” เพื่อให้ยอดขายเดินได้ทั้งปี และทำให้สาขาเป็นพื้นที่ที่ลูกค้าอยากกลับมาซ้ำ

แผนลงทุน 6,000–8,000 ล้านบาท ขยายมินิ 200 สาขา รีโนเวทกว่า 300 แห่ง

ในเชิงตัวเลข บิ๊กซีกำหนดกรอบงบลงทุนปี 2569 ราว 6,000–8,000 ล้านบาท วางแผนขยายสาขาขนาดใหญ่ในทำเลศักยภาพ ควบคู่เร่งขยายบิ๊กซี มินิ ราว 200 สาขา และรีโนเวทสาขาขนาดเล็กและใหญ่รวมกว่า 300 แห่ง เพื่อยกระดับมาตรฐานร้านค้าให้สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก คุณภาพ และประสบการณ์มากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังสื่อสารโรดแมประยะยาวไปถึงปี 2030 ว่าตั้งเป้าขยายสาขาขนาดใหญ่เพิ่ม 8–10 สาขา โดยให้ความสำคัญกับทำเลที่มีศักยภาพด้านกำลังซื้อและเมืองท่องเที่ยว และวางเป้าหมายให้รายได้จากค่าเช่ามีบทบาทมากขึ้นในโครงสร้างรายได้ในอนาคต

ผู้บริหารบิ๊กซีให้มุมมองว่า “The Color” ไม่ใช่เพียงศูนย์การค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างคุณค่าให้ลูกค้า ผู้เช่า และชุมชน และเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันบทบาทของบิ๊กซีในฐานะผู้พัฒนารีเทลสเปซขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

“The Color” เดิมพันด้วยประสบการณ์ตั้งแต่เช้าถึงกลางคืน

โมเดล “The Color แจ้งวัฒนะ” ถูกนำเสนอในฐานะไลฟ์สไตล์มอลล์ที่ออกแบบให้รองรับ “จังหวะชีวิตทั้งวัน” ตั้งแต่ร้านอาหารและพื้นที่นั่งทำงาน ไปจนถึงพื้นที่กิจกรรมและแลนด์มาร์กยามค่ำคืน เพื่อเพิ่มเหตุผลให้ผู้คนเดินทางมาใช้เวลา และเปลี่ยนการมาเดินห้างให้เป็นการมาใช้ชีวิต

สาระสำคัญของแนวทางนี้คือ การทำให้พื้นที่ค้าปลีกกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม” ที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่สถานที่ซื้อของ และสอดคล้องกับการแข่งขันรีเทลที่ขยับจากเรื่องราคาไปสู่เรื่องประสบการณ์และความคุ้มค่าเชิงเวลา

เศรษฐกิจเชียงรายโต 2.2 เปอร์เซ็นต์ แต่ด้านผลิตหด สะท้อนโตไม่เท่ากันของพื้นที่

ขณะที่รีเทลระดับประเทศกำลังเร่งปรับตัว ภาพเศรษฐกิจระดับจังหวัดสะท้อนว่า การเติบโตในโลกจริงไม่ได้เรียบเสมอ

ตาม “รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดเชียงราย ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม 2568” เศรษฐกิจโดยรวมขยายตัว 2.2 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และปรับตัวขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย โดยแรงส่งหลักมาจากด้านอุปสงค์หรือการใช้จ่ายขยายตัว 10.8 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ด้านอุปทานหรือการผลิตหดตัว 2.3 เปอร์เซ็นต์

หากแยกองค์ประกอบการใช้จ่าย รายงานระบุแรงส่งจากการค้าชายแดน การใช้จ่ายภาครัฐ การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน โดยตัวเลขที่ระบุว่า การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 3.1 เปอร์เซ็นต์ การบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 4.4 เปอร์เซ็นต์ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัว 13.8 เปอร์เซ็นต์ และการค้าชายแดนขยายตัว 18.9 เปอร์เซ็นต์

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.2 เปอร์เซ็นต์ และการจ้างงานหดตัว 2.9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนว่าแม้การใช้จ่ายยังเดินหน้า แต่ตลาดแรงงานยังถูกกดดัน และความต่อเนื่องของรายได้ครัวเรือนยังเป็นตัวแปรสำคัญ

รายได้เกษตรหด 19.4 เปอร์เซ็นต์ โจทย์ฐานรากที่บอกว่ากำลังซื้อไม่ได้เท่ากัน

จุดที่เป็นประเด็นรองแต่กระทบชีวิตจริง คือรายได้เกษตรที่หดตัว 19.4 เปอร์เซ็นต์ต โดยมีคำอธิบายว่าเป็นผลจากผลผลิตและราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ชะลอ

ในจังหวัดที่ฐานเศรษฐกิจเชื่อมกับภาคเกษตรและการท่องเที่ยว ตัวเลขนี้หมายถึงกำลังซื้อในชนบทและความสามารถในการใช้จ่ายของผู้ประกอบการรายย่อยอาจตึงมือขึ้น แม้ในเมืองจะมีแรงส่งจากการใช้จ่ายบางส่วนหรือฤดูกาลท่องเที่ยวก็ตาม

เมื่อเศรษฐกิจโตแบบไม่เท่ากัน การลงทุนรีเทลขนาดใหญ่หรือการยกระดับพื้นที่เช่าให้เป็นไลฟ์สไตล์สเปซ จึงไม่ได้วัดผลแค่จำนวนคนเดิน แต่ต้องวัดว่า “เงินหมุน” ลงไปถึงฐานรากมากน้อยเพียงใด และจะลดช่องว่างกำลังซื้อได้จริงหรือไม่

ท่องเที่ยวเชียงรายรายได้โต แต่ต่างชาติลดลง สัญญาณที่ต้องอ่านให้ขาด

ข้อมูลสรุปสถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายปี 2568  โดยอ้างอิงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และจัดทำโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่า ระหว่าง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 2.88 และมีรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36

เมื่อเจาะตามสัดส่วน นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน คิดเป็น 89.2 เปอร์เซ็นต์ สร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท คิดเป็น 86.3 เปอร์เซ็นต์
นักท่องเที่ยวต่างชาติ 697,583 คน คิดเป็น 10.8 เปอร์เซ็นต์ สร้างรายได้ 7,079.82 ล้านบาท คิดเป็น 13.7 เปอร์เซ็นต์

เมื่อเทียบกับปี 2567 นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 15.13 เปอร์เซ็นต์ และรายได้จากต่างชาติลดลง 12.89 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนโจทย์เชิงนโยบายว่าเชียงรายอาจต้องปรับกลยุทธ์ตลาดต่างชาติให้ตรงกลุ่มขึ้น และทำงานร่วมกับด่านชายแดน สายการบิน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ เพื่อยืดระยะพำนักและรักษาการใช้จ่ายเฉลี่ย

เมื่อภูมิอากาศกลายเป็นวาระเศรษฐกิจ จังหวัดเชียงรายยกเรื่องเสี่ยงขึ้นโต๊ะนโยบาย

ท่ามกลางการเติบโตที่มีเงื่อนไข จังหวัดเชียงรายยังขยับอีกด้านเพื่อวางกลไกรับมือความเสี่ยงระยะยาว

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 มีการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติในการตั้งรับและปรับตัวต่อผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงราย ครั้งที่ 1 ปี 2569 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นประธาน ตามข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ

สาระสำคัญของการขยับครั้งนี้อยู่ที่การยอมรับว่า “ภูมิอากาศ” ไม่ใช่เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างเดียว หากกระทบต่อเกษตร น้ำ พลังงาน ความเสี่ยงภัยพิบัติ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนเศรษฐกิจที่สะสมได้เงียบ ๆ

เมื่อวางภาพนี้คู่กับตัวเลขรายได้เกษตรที่หดตัวและการจ้างงานที่ยังถูกกดดัน จะเห็นว่า การพัฒนาเมืองและการลงทุนเอกชนในระยะยาวจำเป็นต้องผูกกับการบริหารความเสี่ยง ไม่เช่นนั้นการเติบโตอาจเป็นเพียงคลื่นใหญ่ที่ซัดผ่าน แต่ไม่กลายเป็นความมั่นคงของชุมชน

ภาพใหญ่ที่เชื่อมกันจากรีเทลระดับประเทศถึงเมืองท่องเที่ยวระดับจังหวัด

เมื่อบิ๊กซีกำลังยกระดับโมเดลค้าปลีกไปสู่ไลฟ์สไตล์สเปซ ขณะที่เชียงรายมีแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน แต่ถูกกดทับจากรายได้เกษตรและความเสี่ยงภูมิอากาศ จะเห็นแกนร่วม 3 ประเด็นที่คมขึ้นเรื่อย ๆ

หนึ่ง การเติบโตในยุคนี้ต้องพึ่ง “ความเชื่อมั่น” และ “ประสบการณ์” ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าหรือเมืองท่องเที่ยว
สอง โครงสร้างพื้นฐานและการบริหารความเสี่ยงกลายเป็นต้นทุนจำเป็น ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย
สาม เศรษฐกิจฐานรากต้องถูกดึงขึ้นมาพร้อมกัน หากรายได้เกษตรหดตัวแต่เมืองโตจากการใช้จ่ายบางกลุ่ม ช่องว่างกำลังซื้อจะยิ่งกว้าง และกดทับการเติบโตในระยะยาว

ประโยคที่หลายคนอาจต้องทบทวนคือ ต่อให้รายได้ท่องเที่ยวทั้งจังหวัดทะลุห้าหมื่นล้านบาท แต่ถ้ารายได้ของคนทำงานและเกษตรกรไม่มั่นคง การเติบโตนั้นอาจไม่แทรกซึมลงไปเป็นความมั่นคงของชุมชนอย่างแท้จริง

สิ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบการทำได้ทันที

สำหรับประชาชน
การเลือกใช้บริการและซื้อสินค้าในระบบที่โปร่งใสและมีมาตรฐาน รวมถึงสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นและสินค้าเกษตรคุณภาพ เป็นวิธีทำให้เม็ดเงินหมุนในพื้นที่มากขึ้น ลดการรั่วไหลของรายได้ออกนอกจังหวัด

สำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกและท่องเที่ยว
การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การออกแบบประสบการณ์ที่แตกต่าง และการวางแผนรับมือฤดูกาล รวมถึงบริหารต้นทุนพลังงานและน้ำ จะเป็นหัวใจของการแข่งขันระยะยาว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ความผันผวนของภูมิอากาศเริ่มกระทบต้นทุนจริง

สำหรับหน่วยงานรัฐและท้องถิ่น
การทำข้อมูลสาธารณะให้เข้าถึงง่าย โปร่งใส และเชื่อมกับการตัดสินใจเชิงงบประมาณ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การลดความเสี่ยงภัยพิบัติ และการยกระดับทักษะแรงงาน จะช่วยทำให้การเติบโต “กระจาย” ไม่ใช่ “กระจุก” และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการลงทุนของภาคเอกชนในระยะยาว

สถิติสำคัญที่ใช้อ้างอิง

  • เศรษฐกิจเชียงรายเดือนธันวาคม 2568 ขยายตัว 2 เปอร์เซ็นต์
  • ด้านอุปสงค์ขยายตัว 8 เปอร์เซ็นต์ และด้านอุปทานหดตัว 2.3 เปอร์เซ็นต์
  • เงินเฟ้อทั่วไป 2 เปอร์เซ็นต์ และการจ้างงานหดตัว 2.9 เปอร์เซ็นต์
  • รายได้เกษตรหดตัว 4 เปอร์เซ็นต์
  • ท่องเที่ยวเชียงรายปี 2568 นักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน รายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท แล
  • ต่างชาติลดลง 13 เปอร์เซ็นต์ด้านจำนวน ลดลง 12.89 เปอร์เซ็นต์ด้านรายได้
  • บิ๊กซีกรอบลงทุนปี 2569 ที่ 6,000–8,000 ล้านบาท ขยายบิ๊กซีมินิราว 200 สาขา รีโนเวทกว่า 300 แห่ง และเปิดโมเดล “The Color” แจ้งวัฒนะ
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ข้อมูลการประกาศทิศทางธุรกิจในงาน Big C Tenant Conference 2026 และแผนลงทุน 6,000–8,000 ล้านบาท

  • สำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดเชียงราย ฉบับที่ 12 เดือนธันวาคม 2568

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ปี 2568
  • ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • ข้อมูลเผยแพร่สาธารณะเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการเสริมสร้างความสามารถของเมืองและธรรมชาติในการตั้งรับและปรับตัวต่อผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

อบจ.เชียงรายลุยแม่สรวยปรับเส้นทางท่องเที่ยว มุ่งแก้โจทย์ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาเติบโตในปี 2569

ถนนพร้อม คนพร้อม เมืองพร้อม เชียงรายเร่งปรับเส้นทางรับฤดูล่องแพเปียกแม่สรวย ชี้ท่องเที่ยวปี 2568 รายได้ทะลุ 5.15 หมื่นล้าน แต่ต่างชาติลดลงเป็นโจทย์ปี 2569

เชียงราย, 13 กุมภาพันธ์ 2569 – ภาพของเชียงรายในฤดูท่องเที่ยวไม่ได้หยุดอยู่แค่ทะเลหมอกบนยอดดอยหรือคาเฟ่กลางเขา หากกำลังขยับสู่เกมการท่องเที่ยวที่วัดกันด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มีผลต่อความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม นั่นคือถนน เส้นทาง และระบบบริการหน้างาน

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ณ จุดล่องแพเปียกแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวกิจกรรมล่องแพเปียกแม่สรวย โดยมีผู้นำท้องที่ท้องถิ่นให้การต้อนรับ พร้อมกำชับหน่วยงานช่างของ อบจ. ให้เร่งปรับเกลี่ยและบดอัดเส้นทางสัญจรที่ชำรุดเสียหาย เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวธรรมชาติที่มักพีคในช่วงอากาศร้อนและวันหยุดต่อเนื่อง

การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางตัวเลขภาพใหญ่ที่สะท้อนว่าเชียงรายยังคง “เดินหน้า” ในมิติการท่องเที่ยว โดยสถิติทั้งปี 2568 ระบุว่าเชียงรายมีนักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 2.88 และสร้างรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36 ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ตัวเลขต่างชาติกลับลดลงทั้งจำนวนคนและรายได้ กลายเป็นโจทย์เชิงนโยบายที่ต้องแก้ให้ตรงจุดในปี 2569

ประเด็นเด่นที่สะท้อนจากข้อมูลหน้างานและตัวเลขทั้งจังหวัด

ภาพรวมจากข้อมูลที่ได้รับชี้ชัดถึงสามแกนสำคัญที่เชื่อมโยงกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แกนแรกคือโครงสร้างพื้นฐานเป็นเงื่อนไขของความปลอดภัยและความเชื่อมั่น กิจกรรมท่องเที่ยวกลางแจ้งอย่างล่องแพเปียกจะเติบโตได้ ต้องเริ่มจากการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวก โดยเฉพาะเส้นทางหลักและทางเชื่อมเข้าสู่จุดกิจกรรม

แกนที่สองคือเศรษฐกิจท่องเที่ยวของเชียงรายยังพึ่งพาคนไทยเป็นฐานหลักอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวชาวไทยคิดเป็น 89.2 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้มาเยือน และสร้างรายได้คิดเป็น 86.3 เปอร์เซ็นต์ของทั้งจังหวัด

แกนที่สามคือสัญญาณต่างชาติลดลงเป็นความเสี่ยงที่ต้องวางกลยุทธ์เชิงรุก เพราะการลดลงร้อยละ 15.13 ในด้านจำนวน และร้อยละ 12.89 ในด้านรายได้ ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่สะท้อนความเปราะบางของตลาดที่อาจกระทบธุรกิจท่องเที่ยวบางกลุ่มโดยตรง

ลงพื้นที่แม่สรวย ปรับถนนก่อนเปิดฤดูล่องแพ เป้าหมายคือเที่ยวสนุกต้องปลอดภัย

ที่จุดล่องแพเปียกแม่สรวย นายก อบจ.เชียงราย เน้นให้สำนักช่างนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ ปรับเกลี่ยและบดอัดเส้นทางที่ชำรุด เพื่อให้ผิวจราจรเรียบและลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางหนาแน่น

สาระสำคัญของคำสั่งการคือการทำให้ “เส้นทางถึงแหล่งท่องเที่ยว” กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ดี ไม่ใช่ด่านทดสอบความอดทนของผู้เดินทาง เพราะเมื่อถนนเสียหาย ไม่ได้กระทบแค่คนมาเที่ยว แต่กระทบคนในพื้นที่ที่ต้องใช้เส้นทางเดียวกันในการดำรงชีวิต

ในคำกล่าวที่อ้างอิงจากข้อมูลที่ได้รับ นายก อบจ.เชียงราย ระบุว่า กิจกรรมล่องแพเปียกแม่สรวยเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดในช่วงฤดูร้อน มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เร่งนำรถเกรดเดอร์และรถบดอัดเข้าดำเนินการปรับปรุงผิวจราจรในเส้นทางหลักและเส้นทางเชื่อมต่อให้เรียบเนียน ปลอดภัย และได้มาตรฐาน พร้อมย้ำว่าการดำเนินการไม่เพียงอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว แต่ยังช่วยให้ประชาชนในพื้นที่สัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวกขึ้น สอดคล้องแนวทางบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนผ่านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

จุดประสานงานนักท่องเที่ยว แนวคิดบริการแบบครบวงจรที่ต้องทำให้เกิดจริง

นอกจากงานถนน อีกประเด็นที่ถูกหยิบย้ำคือสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยว โดยมีแนวทางประสานกับท้องถิ่นเพื่อจัดตั้งจุดบริการและจุดประสานงาน อาทิ จุดปฐมพยาบาล และจุดอำนวยความสะดวกหน้างาน

ข้อสังเกตเชิงนโยบายคือ “ศูนย์ประสานงาน” จะสร้างความเชื่อมั่นได้จริงก็ต่อเมื่อมีองค์ประกอบครบ ทั้งคน อุปกรณ์ การสื่อสาร และมาตรฐานปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงป้ายหรือโต๊ะบริการ เพราะกิจกรรมริมแม่น้ำหรือกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ต้องมีระบบรองรับเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ความสนุกไม่แลกมากับความเสี่ยง

ตัวเลขท่องเที่ยวปี 2568 โตต่อเนื่อง รายได้ขยับแรงกว่าจำนวนคน

สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายตลอดช่วง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวรวม 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 2.88 และรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.36 สะท้อนว่าเม็ดเงินเติบโตเร็วกว่า “หัวคน” ซึ่งมักตีความได้ว่าการใช้จ่ายเฉลี่ย หรือรูปแบบสินค้าและบริการท่องเที่ยว มีแนวโน้มมูลค่าสูงขึ้น หรือมีสัดส่วนกิจกรรมที่สร้างรายได้มากขึ้นในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อแยกตามกลุ่มนักท่องเที่ยว พบว่า

นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน คิดเป็นสัดส่วน 89.2 และสร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 86.3

นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 697,583 คน คิดเป็นสัดส่วน 10.8 และสร้างรายได้ 7,079.82 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.7

ในเชิงโครงสร้าง นี่คือข้อเท็จจริงสำคัญที่ทำให้เชียงรายต้องอ่านเกมให้ขาดว่า ฐานตลาดหลักคือคนไทย และการยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวในจังหวัดต้องยังคงตอบโจทย์คนไทยเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ต้องออกแบบการดึงต่างชาติกลับมาแบบจำเพาะกลุ่ม ไม่ใช่หว่านกว้าง

ต่างชาติลดลงทั้งคนทั้งเงิน สัญญาณที่จังหวัดต้องตอบให้เร็ว

ข้อมูลเปรียบเทียบระบุว่า หากพิจารณาเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2568 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 15.13 และรายได้ลดลงร้อยละ 12.89 เมื่อเทียบกับปี 2567

ประเด็นนี้มีนัยต่อชุมชนและผู้ประกอบการบางประเภทโดยตรง โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพาการใช้จ่ายของต่างชาติ หรือธุรกิจที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวหลักที่เคยรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นกลุ่มใหญ่ เพราะแม้รายได้รวมจังหวัดยังโต แต่การ “โตแบบไม่เท่ากัน” อาจทำให้บางพื้นที่หรือบางอาชีพได้รับผลกระทบมากกว่าที่ตัวเลขรวมสะท้อน

อ่านฤดูกาลจากตัวเลข เดือนคนเยอะไม่เท่ากับเดือนรายได้สูง

ข้อมูลรายเดือนชี้ให้เห็นภาพการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่เส้นตรง

เดือนมกราคมมีนักท่องเที่ยวชาวไทยมากสุด 644,347 คน และสร้างรายได้ 4,885.26 ล้านบาท ขณะที่เดือนกันยายนมีนักท่องเที่ยวชาวไทยน้อยสุด 330,826 คน และสร้างรายได้ 2,601.18 ล้านบาท

เมื่อดูเฉพาะรายได้ พบว่าเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่ทำรายได้สูงสุด แม้จำนวนคนจะน้อยกว่าเดือนมกราคม

ส่วนฝั่งต่างชาติ เดือนธันวาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากสุด 83,236 คน สร้างรายได้ 1,081.34 ล้านบาท ขณะที่เดือนกันยายนมีนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยสุด 37,754 คน สร้างรายได้ 393.42 ล้านบาท

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติการคือ จังหวัดและผู้ประกอบการควรใช้ข้อมูลนี้ในการออกแบบปฏิทินท่องเที่ยวแบบยืดหยุ่น แยกแผน “เพิ่มจำนวนคน” ออกจากแผน “เพิ่มรายได้ต่อหัว” เพราะสองเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดพร้อมกันเสมอ

ไตรมาส 4 และไตรมาส 1 ช่วงทองของเชียงราย ความท้าทายคือทำให้ทองยาวขึ้น

ข้อมูลอัตราส่วนตามไตรมาสระบุว่า การท่องเที่ยวของเชียงรายเติบโตสูงสุดในไตรมาส 4 ช่วงตุลาคมถึงธันวาคม คิดเป็นร้อยละ 28.7 และมีสัดส่วนใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ช่วงมกราคมถึงมีนาคม คิดเป็นร้อยละ 28.7 เช่นกัน

นี่คือหลักฐานเชิงตัวเลขว่าการท่องเที่ยวเชียงรายยังคงเป็นเกมของฤดูกาล โดยเฉพาะปลายปีถึงต้นปี ขณะที่ช่วงกลางปีอาจต้องพึ่งกิจกรรมเฉพาะทางเพื่อกระตุ้นการเดินทาง

ดังนั้นการปรับปรุงถนนและระบบบริการในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น แม่สรวย จึงไม่ใช่แค่งานซ่อมบำรุง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการ “ยืดฤดูกาล” ให้จังหวัดสามารถรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมั่นคง และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่วงพีคมากเกินไป

ผลต่อชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก ถนนหนึ่งเส้นมีความหมายมากกว่าการเดินทาง

ในพื้นที่จริง ถนนที่ดีไม่ได้แปลว่าเที่ยวสะดวกเท่านั้น แต่หมายถึงต้นทุนชีวิตที่ลดลงของชาวบ้าน การเข้าถึงบริการสาธารณะ การขนส่งผลผลิต และความสามารถในการเชื่อมต่อกับตลาด

หากการท่องเที่ยวถูกใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การลงทุนที่เห็นผลเร็วที่สุดมักเริ่มจากสิ่งพื้นฐานที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากไม่ได้ตัดสินใจจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ตัดสินใจจากความรู้สึกปลอดภัย ความสะดวก และการดูแลเมื่อมาถึงพื้นที่

การกำหนดให้มีจุดปฐมพยาบาล จุดประสานงาน และการปรับถนนก่อนฤดูกาลท่องเที่ยว จึงเป็นภาพของการบริหารจัดการที่ชุมชนได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งในวันที่มีนักท่องเที่ยวและในวันที่เป็นวันปกติของคนท้องถิ่น

สถิติสำคัญที่ควรรู้สำหรับการวางแผนปี 2569

  • จำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2568 เท่ากับ 6,463,147 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 88
  • รายได้รวมจากการท่องเที่ยวปี 2568 เท่ากับ 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 36
  • นักท่องเที่ยวชาวไทย 5,765,564 คน สัดส่วน 2
  • รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทย 44,460.27 ล้านบาท สัดส่วน 3
  • นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 697,583 คน สัดส่วน 8
  • รายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 7,079.82 ล้านบาท สัดส่วน 7
  • ต่างชาติลดลงเมื่อเทียบปีก่อน จำนวนลดลงร้อยละ 13 และรายได้ลดลงร้อยละ 12.89
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย ปี 2568 ข้อมูล ณ วันที่ 19 มกราคม 2569
  • ศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว CTRD สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้จัดทำสรุปและเผยแพร่ข้อมูลสถิติที่ใช้ประกอบรายงาน
  •  องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI TRAVEL

เปิดข้อมูล Travelbag ทำไมเชียงรายไนท์มาร์เก็ตติดอันดับ 8 ของโลก แซงหน้าเมืองท่องเที่ยวใหญ่

เจาะลึก Travelbag เปิดข้อมูลเบื้องหลัง “Chiang Rai Night Market” ติดอันดับ 8 ตลาดกลางคืนยอดนิยมของโลก

เชียงราย, 8 มกราคม 2569 – จากเสียงวิจารณ์บนโซเชียล สู่คำถามใหญ่ เมืองเล็กแต่ทำไมได้ไปยืนแถวหน้าโลก? ข่าวการจัดอันดับ “The top destinations for night markets” โดยเว็บไซต์ท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง Travelbag ได้จุดประกายให้ชื่อ “Chiang Rai Night Market” ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวเน็ตไทย เมื่อผลปรากฏว่า “เชียงราย” ผงาดขึ้นติด อันดับ 8 ของโลก เคียงบ่าเคียงไหล่กับตลาดกลางคืนระดับตำนานอย่าง Chatuchak Weekend Market ในกรุงเทพฯ Pub Street ที่เสียมราฐ และ Shilin Night Market เมืองไทเป

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สื่อบางส่วนและผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในไทยเรียกติดปากว่า “เชียงรายไนท์บาซาร์ติดอันดับ 8 ของโลก” การตรวจสอบเอกสารต้นฉบับของ Travelbag พบว่า เว็บไซต์ใช้ชื่อว่า “Chiang Rai Night Market – Chiang Rai, Thailand” โดยไม่ได้ระบุชัดเจาะจงว่าเป็น “Chiang Rai Night Bazaar” หรือ “ถนนคนเดินเชียงราย” หากแต่เป็นการให้คะแนนรวมในฐานะ “ตลาดนัดกลางคืนในเชียงราย” หรือ Night Market Scene ของเมืองเชียงรายโดยรวม

คำถามสำคัญจึงไม่ได้มีแค่ “เชียงรายสมควรติดอันดับหรือไม่” แต่ลึกไปกว่านั้น คือ เราเข้าใจวิธีคิดของการจัดอันดับในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติถูกต้องเพียงใด และในเมื่อองค์กรท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง Travelbag เลือกหยิบ “เชียงราย” ขึ้นไปอยู่แถวหน้าของตลาดกลางคืนโลก เมืองเล็กริมโขงแห่งนี้กำลังถูกมองเห็นในมิติใดกันแน่

เสียงแตกบนโลกออนไลน์ จากความภูมิใจ สู่ความเคลือบแคลงของคนในพื้นที่

หลังข่าว “เชียงรายไนท์บาซาร์/Chiang Rai Night Market” ติดอันดับ 8 ของโลก ถูกแชร์ต่อกันบนสังคมออนไลน์ เสียงสะท้อนของชาวเน็ตก็ “แตกออก” อย่างชัดเจน

ฝ่ายหนึ่งแสดงความภูมิใจที่เมืองเล็ก ๆ ทางเหนือถูกจัดให้อยู่ในระดับเดียวกับเมืองใหญ่ทั่วโลก แต่อีกฝ่ายตั้งคำถามแบบตรงไปตรงมาว่า

  • “เชียงรายเนี้ยนะ? ผมว่าไนท์บาซาร์เชียงใหม่ดีกว่าหลายเท่าครับ ไม่เชื่อๆ 555”
  • “บางวันไนท์บาซาร์เชียงรายไม่มีคนเลย แถมแคบด้วย มันไม่ควรจะติดอันดับอะไรเลยด้วยซ้ำ”
  • “เอ่อ ถ้าบอกว่า Top10 ในฐานะคนเชียงราย ไม่สมควรจะติดจริงๆ นะครับ เทียบกับที่อื่น ๆ ไม่ได้เลย”
  • “ห่ะ!!! ไนท์เชียงรายเนี้ยนะ เชียงรายมายังไง”

ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้ามาอธิบายด้วยมุมมองเชิงประสบการณ์ส่วนตัว โดยชี้ให้เห็นว่ามาตรฐานที่คนไทยใช้วัด อาจไม่ตรงกับสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสำคัญ เช่น

  • “เราชอบไนท์เชียงราย เพราะไม่ใหญ่เกินไป เดินได้ทั่วถึง ยิ่งสมัยก่อนตอนก่อนโควิดยิ่งดี ร้านค้าเยอะ และมีลานอาหาร มีเวทีแสดง และราคาที่จับต้องได้ อาหารราคาไม่แพงจนเกินไป ชอบหมูจุ่ม แจ่วฮ้อนชุดละ 100”
  • “ของเชียงใหม่เคยเดินหลายรอบ เกิดคำถามเสมอว่า ‘มาทำไม’ พื้นที่เดินอาจจะใหญ่ เดินเยอะยาวตามถนน ราคาอาหารแพง คนเยอะ… แม้แต่ถนนคนเดินยังไม่ชอบไป คนเยอะ เบียดเสียด ใหญ่เกิน เดินไม่ทั่ว เดินต่อเท้ากันอยู่”

ความคิดเห็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นช่องว่างอย่างน้อยสองระดับ คือ

  1. ช่องว่างระหว่าง “ภาพจำของคนในพื้นที่” กับ “ภาพที่นักท่องเที่ยวต่างชาติรับรู้”
  2. ช่องว่างระหว่าง “ตัวชี้วัดในสายตาชาวบ้าน” เช่น ความคึกคัก ความใหญ่โต จำนวนร้านค้า กับ “ตัวชี้วัดในสายตาองค์กรท่องเที่ยวระดับโลก” ที่อ้างอิงชุดข้อมูลเชิงสถิติอย่างเป็นระบบมากขึ้น

เพื่อคลี่คลายข้อสงสัย ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์จึงตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดจากรายงานฉบับเต็มของ Travelbag รวมทั้งข้อมูลอ้างอิงที่เว็บไซต์ใช้เป็นฐานการตัดสินใจ

เปิดต้นฉบับ Travelbag จัดอันดับ “Chiang Rai Night Market” ไม่ได้ระบุเฉพาะไนท์บาซาร์

แม้ในพื้นที่จริง “ไนท์บาซาร์เชียงราย” จะเป็นชื่อที่คุ้นเคยในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว แต่รายงานของ Travelbag ในหัวข้อ “Top Night Markets in the World” เลือกใช้ชื่อรวมว่า

“Chiang Rai Night Market – Chiang Rai, Thailand”

โดยไม่ระบุคำว่า “Bazaar” ตามชื่ออย่างเป็นทางการของพื้นที่ตลาดกลางคืนบางโซนในตัวเมือง นั่นมีนัยสำคัญว่า Travelbagอาจกำลังมอง “ประสบการณ์ตลาดกลางคืนของเชียงราย” ในภาพรวม มากกว่าชี้เฉพาะไปที่โซนใดโซนหนึ่ง

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คะแนนที่เชียงรายได้รับ อาจหมายรวมทั้งบรรยากาศของ ตลาดนัดกลางคืนในเมืองเชียงราย ถนนขายของยามค่ำ ร้านอาหารพื้นเมือง ลานแสดงดนตรีและศิลปวัฒนธรรม รวมถึงความรู้สึกของนักท่องเที่ยวต่อ “ทั้งเมืองในยามค่ำคืน” มากกว่าการเจาะจงเฉพาะในรั้วของไนท์บาซาร์เพียงจุดเดียว

แต่ไม่ว่าชื่อเรียกจะเป็น “Chiang Rai Night Market” หรือคนไทยจะเข้าใจว่าเป็น “เชียงรายไนท์บาซาร์” สิ่งที่น่าสนใจจริง ๆ คือ วิธีที่ Travelbag ใช้จัดอันดับ ซึ่งสะท้อนเกณฑ์การมองโลกของนักเดินทางต่างชาติในยุคดิจิทัลได้อย่างชัดเจน

แกะวิธีคิด Travelbag คะแนน 8 ของโลกไม่ได้มาจากความใหญ่โต แต่มาจาก 4 ดัชนีหลัก

Travelbag อธิบายชัดเจนว่า การจัดอันดับครั้งนี้ต้องการหาคำตอบว่า

“ตลาดกลางคืนแห่งใดในโลก ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่มากที่สุด ในแง่ความปลอดภัย กระแสในโซเชียล และคุณภาพประสบการณ์ที่คนเคยไปจริงรีวิวไว้”

เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว Travelbag จึงใช้ “ดัชนีเชิงข้อมูล” จาก 4 แหล่งสำคัญ ได้แก่

  1. คะแนนความปลอดภัยยามค่ำคืน (Safety at Night Score) – ดัชนีที่เชียงรายชนะขาด

ดัชนีนี้ดึงมาจาก ฐานข้อมูลของ Numbeo.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลด้านค่าครองชีพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก โดยใช้แบบสอบถามและข้อมูลสถิติมาจัดทำเป็นดัชนี

สำหรับเชียงราย ข้อมูลในรายงานของ Travelbag ระบุว่า มีคะแนนความปลอดภัยยามค่ำคืนสูงถึง 96/100 ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดา Top 10 ทั้งหมด

เมื่อเทียบกับเมืองอื่นในตารางเดียวกัน เช่น

  • Chatuchak Weekend Market (กรุงเทพฯ) – 58
  • Pub Street (เสียมราฐ) – 69
  • Shilin Night Market (ไทเป) – 85
  • Bugis Street Market (สิงคโปร์) – 78

ตัวเลข 96 ของเชียงรายจึงไม่ใช่เพียง “ดี” แต่คือ “โดดเด่นอย่างชัดเจน” ขึ้นมาอยู่หัวแถวของโลกในมิติความรู้สึกปลอดภัยของผู้คนยามค่ำคืน

ในมุมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงการไม่มีอาชญากรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรู้สึกว่า “ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ” เช่น ราคาสินค้าที่สมเหตุสมผล การไม่ถูกบังคับซื้อสินค้า และสภาพแวดล้อมโดยรวมที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย เดินเที่ยวได้อย่างสบายใจ

  1. ปริมาณการค้นหาทั่วโลก (Monthly / Annual Search Volume) – เชียงรายแม้ไม่ดังที่สุด แต่มีฐานผู้สนใจเฉพาะกลุ่ม

ตัวชี้วัดด้านความนิยม Travelbag ใช้ข้อมูลจาก Google Keyword Planner เพื่อวัดจำนวนการค้นหาชื่อตลาดกลางคืนนั้น ๆ เช่น “Chatuchak Weekend Market” หรือ “Chiang Rai Night Market”

ตัวเลขจากรายงานระบุว่า

  • Chatuchak Weekend Market มีการค้นหามากถึง 368,000 ครั้งต่อเดือน
  • Petaling Street Market ในกัวลาลัมเปอร์ – 165,000 ครั้งต่อเดือน
  • Jodd Fairs Night Market – 40,500 ครั้งต่อเดือน

ขณะที่ Chiang Rai Night Market มีการค้นหาประมาณ 22,200 ครั้งต่อเดือน แม้จะน้อยกว่าตลาดใหญ่ แต่ก็สะท้อนว่า เชียงรายเป็นจุดหมายที่มีฐานผู้สนใจ “อย่างต่อเนื่อง” โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางที่วางแผนไปเที่ยวเชียงรายหรือภาคเหนือแล้วต้องการข้อมูลตลาดกลางคืนในเมืองนี้

กล่าวคือ แม้จะไม่ใช่ตลาดที่ “ดังระเบิด” แบบจตุจักร แต่ก็อยู่ในหมวด “จุดหมายปลายทางเฉพาะกลุ่ม” (Niche Destination) ที่มีผู้ตั้งใจค้นหาอย่างจริงจัง

  1. กระแสบน TikTok (TikTok Post Volume) – เชียงรายไม่ใช่เมืองแห่งไวรัล แต่เป็นเมืองแห่งความเงียบสงบ

ในยุคที่การเดินทางและการกิน ถูกเชื่อมโยงกับคลิปวิดีโอสั้น Travelbag ใช้ข้อมูลจาก TikTok.com เพื่อนับจำนวนโพสต์ที่ติดแท็กเกี่ยวกับตลาดกลางคืนนั้น ๆ

ตัวเลขในรายงานระบุว่า

  • Pub Street – มากกว่า 17,600 โพสต์
  • Jodd Fairs Night Market – ประมาณ 15,800 โพสต์
  • Chatuchak Weekend Market – 14,600 โพสต์
  • 626 Night Market ในแคลิฟอร์เนีย – 10,400 โพสต์

ขณะที่ Chiang Rai Night Market มีเพียง 16 โพสต์ ซึ่งต่ำมากในเชิงปริมาณ เมื่อเทียบกับตลาดอื่นใน Top 10

อย่างไรก็ตาม ในเชิงการวิเคราะห์ นี่อาจสะท้อนตัวตนอีกแบบหนึ่งของเชียงราย คือ “ไม่ได้เป็นเมืองที่ถูกผลิตซ้ำผ่านโซเชียลมีเดียมากเกินไป” แต่ยังคงความเป็นปลายทางที่เงียบสงบ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องการความพลุกพล่าน หรือบรรยากาศที่ถูกออกแบบเพื่อการถ่ายรูปลงโซเชียลเพียงอย่างเดียว

  1. คะแนนรีวิวเฉลี่ยจากผู้ใช้จริง (Average Google Review Rating)

ดัชนีสุดท้ายมาจาก คะแนนรีวิวบน Google Maps ซึ่งสะท้อนความรู้สึกของคนที่เคยเดินตลาดจริง ๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ

เชียงรายไนท์มาร์เก็ตได้คะแนนเฉลี่ยประมาณ 4.2 จาก 5 ในขณะที่ตลาดบางแห่งได้ 4.3–4.6 แต่เมื่อพิจารณารวมกับดัชนีด้านความปลอดภัยและตัวเลขการค้นหา Travelbag จึงมองว่าคะแนนรีวิวระดับนี้อยู่ในเกณฑ์ “ดีมาก” และเพียงพอที่จะผลักดันให้เชียงรายขึ้นมาติด Top 10 ได้

DATA BY TRAVELBAG "The top destinations for night markets"
PHOTO : Grégory Roels

วางเชียงรายบนแผนที่โลก Top 10 ตลาดกลางคืนยอดนิยมในสายตา Travelbag

เมื่อนำทั้ง 4 ดัชนีมารวมกัน Travelbag จัดอันดับตลาดกลางคืนยอดนิยมที่สุดในโลก 10 แห่งดังนี้

  1. Chatuchak Weekend Market – Bangkok, Thailand
  2. Pub Street – Siem Reap, Cambodia
  3. Jodd Fairs Night Market – Bangkok, Thailand
  4. Petaling Street Market – Kuala Lumpur, Malaysia
  5. Shilin Night Market – Taipei, Taiwan
  6. Ningxia Night Market – Taipei, Taiwan
  7. Queens Night Market – New York City, USA
  8. Chiang Rai Night Market – Chiang Rai, Thailand
  9. 626 Night Market – Los Angeles Area, USA
  10. Bugis Street Market – Singapore

ในเชิงภาพรวม อันดับเหล่านี้สะท้อนเทรนด์สำคัญ 2 ประการ

  • เอเชียยังคงเป็น “หัวใจของตลาดกลางคืนโลก” โดยเฉพาะประเทศไทย ไต้หวัน มาเลเซีย กัมพูชา และสิงคโปร์
  • ประเทศไทยมีถึง 3 แห่งใน Top 10 คือ จตุจักร Jodd Fairs และเชียงราย สะท้อนถึงบทบาทของไทยในฐานะ “ศูนย์กลางตลาดกลางคืนของโลก” อย่างแท้จริง

การที่ Chiang Rai Night Market สามารถแทรกตัวขึ้นมาอยู่ในกลุ่มนี้ จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก หากเป็นสัญญาณว่าคุณภาพประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวในเมืองเชียงราย กำลังถูกมองเห็นในระดับสากลมากขึ้น

มุมมองนักท่องเที่ยว เมืองเล็กแต่ “พอดี” – เดินได้ทั่ว ทานได้จริง และปลอดภัย

หากมองจากสายตาคนท้องถิ่น เชียงรายไนท์บาซาร์อาจถูกมองว่า “เล็กไป เงียบไป ร้านไม่เยอะเหมือนเมื่อก่อน” แต่ในมุมของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย เสน่ห์ของเชียงรายกลับอยู่ตรงความ “ไม่ใหญ่เกินไป” และความ “ไม่เยอะจนล้า”

ภาพรวมที่นักท่องเที่ยวมักกล่าวถึง ได้แก่

  • เดินตลาดได้ทั่วในเวลาสั้น ๆ ไม่ต้องใช้แรงหรือเวลามาก
  • มีลานอาหารและลานเบียร์ที่มีทั้งโซนมีหลังคาและโซนกลางแจ้ง บางช่วงมีการแสดงดนตรีหรือฟ้อนรำพื้นเมือง
  • อาหารพื้นถิ่นรสชาติดีในราคาที่ “ยังจับต้องได้” เมื่อเทียบกับเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ชุดจิ้มจุ่มราคา 100 บาท ผักรวมทอดหรือเอ็นไก่ทอดในราคาย่อมเยา

เมื่อเชื่อมโยงเข้ากับคะแนนความปลอดภัย 96/100 เชียงรายจึงถูกมองว่าเป็นเมืองที่ “เดินเที่ยวกลางคืนได้อย่างสบายใจ” ไม่เร่งรีบ ไม่วุ่นวาย และไม่รู้สึกถูกทำให้เป็นเพียงฉากสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล

ในขณะเดียวกัน เสียงของชาวเชียงรายที่ชี้ว่า ถ้าเป็นการจัดอันดับ “Top 10 ในใจคนเชียงราย” อาจมีตลาดอื่นที่ตอบโจทย์คนท้องถิ่นมากกว่า เช่น ตลาดนัดหลังบิ๊กซี ตลาดกลางคืนรวมโชค หรือมาลินพลาซ่า ก็สะท้อนอีกมุมหนึ่งว่า มาตรฐานของคนอยู่ กับมาตรฐานของคนมาเยือน อาจไม่เหมือนกันเสมอไป

วิเคราะห์เชิงนโยบาย จากอันดับ 8 ของโลก สู่โจทย์ “เมืองท่องเที่ยวปลอดภัยและยั่งยืน”

การที่ Chiang Rai Night Market ขึ้นไปอยู่ใน Top 10 ของโลกในรายงานของ Travelbag มีนัยสำคัญมากกว่าการเป็น “เกียรติยศ” หรือ “เหรียญเชิดหน้าชูตา” ให้เมืองเชียงราย

หากมองในมุมการพัฒนาเมือง นี่คือ “ต้นทุนเชิงภาพลักษณ์” ที่สามารถต่อยอดไปสู่เป้าหมายใหญ่กว่าได้ อย่างน้อย 3 มิติ คือ

  1. ตอกย้ำภาพลักษณ์ “เมืองปลอดภัย” ในยุคที่คนเดินทางให้ความสำคัญกับความอุ่นใจมากกว่าความหวือหวา

คะแนนความปลอดภัย 96/100 เป็นสินทรัพย์เชิงภาพลักษณ์ที่ไม่ใช่ทุกเมืองจะมีได้ง่าย ๆ การรักษามาตรฐานนี้ให้คงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการไฟส่องสว่าง การดูแลพื้นที่สาธารณะ การบริหารจัดการผู้ค้าและคนขับรถโดยสาร รวมถึงการป้องกันการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว จะยิ่งทำให้เชียงรายโดดเด่นในฐานะเมืองท่องเที่ยวปลอดภัย (Safe City)

เมื่อเชื่อมโยงกับแนวคิดเมืองสุขภาวะ (Wellness City) ซึ่งเชียงรายกำลังพยายามผลักดันในหลายมิติ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศิลปะ และธรรมชาติ คะแนนชุดนี้ยิ่งกลายเป็น “หลักฐานเชิงข้อมูล” ที่ช่วยสนับสนุนนโยบายเมืองได้อย่างดี

  1. ยกระดับตลาดกลางคืนจาก “ที่ช้อปปิ้ง” สู่ “ประสบการณ์ทางวัฒนธรรม”

เมื่อ Travelbagชี้ให้เห็นว่าจุดเด่นของเชียงรายอยู่ที่ความเรียบง่าย บรรยากาศท้องถิ่น และความคุ้มค่าของอาหารและสินค้า นั่นหมายความว่า หากเชียงรายเลือกยกระดับไนท์มาร์เก็ตให้เชื่อมโยงกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างจริงจังมากขึ้น เช่น การแสดงดนตรีพื้นเมือง การจำหน่ายงานหัตถกรรมแท้จากชุมชน หรือพื้นที่จัดกิจกรรมศิลปะของเยาวชนในเมือง การรับรู้ของนักท่องเที่ยวที่มีต่อเมืองก็จะยิ่งลึกซึ้งและแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่น

  1. ชวนคนเชียงรายร่วมกันนิยามใหม่ว่า “ตลาดกลางคืนที่ดี” ควรมีหน้าตาอย่างไร

เสียงวิจารณ์ที่ว่า “ในฐานะคนเชียงราย ยังไม่รู้สึกว่าไนท์บาซาร์สมควรติด Top 10” ไม่ควรถูกปัดทิ้งว่าเป็นเพียงความไม่พอใจ หากควรถูกนำมาใช้เป็นฐานสนทนาเพื่อร่วมกัน “ออกแบบตลาดกลางคืนในฝัน” ของชุมชน

ในอนาคต เมื่อเชียงรายมีทั้งถนนคนเดิน ตลาดนัดชุมชน และไนท์มาร์เก็ตหลายจุด การมีข้อมูลระดับสากลอย่างรายงานของ Travelbag เป็นเหมือน “กระจกบานหนึ่ง” ที่สะท้อนมุมมองของคนภายนอก จะช่วยให้คนในพื้นที่มีข้อมูลมากขึ้นในการถกเถียง วางแผน และตัดสินใจร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนว่าจะพัฒนาเมืองไปในทิศทางใด

เหนือข้อถกเถียงเรื่อง “สมควรติดไหม” คือโอกาสในการออกแบบอนาคตเมืองเชียงราย

ท้ายที่สุดแล้ว การที่ชื่อ “Chiang Rai Night Market – Chiang Rai, Thailand” ปรากฏอยู่ในรายงาน “Top Night Markets in the World” ของ Travelbag ในอันดับที่ 8 ท่ามกลางตลาดกลางคืนจากเมืองใหญ่ทั่วโลก คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

คำถามที่สำคัญกว่า “สมควรติดหรือไม่” คือ

  • เราจะใช้โอกาสนี้สร้างมาตรฐานเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเป็นมิตรกับทั้งคนท้องถิ่นและผู้มาเยือนได้อย่างไร
  • เราจะรักษาจุดแข็งด้าน “ความปลอดภัย” และ “ความไม่เอาเปรียบผู้บริโภค” ให้เป็นลายเซ็นของเชียงรายได้หรือไม่
  • เราจะพัฒนาตลาดกลางคืนให้เป็นมากกว่าที่ช้อปปิ้ง แต่เป็น “เวทีร่วมกัน” ของวัฒนธรรม ชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างไร

ในวันที่ตลาดหลายแห่งทั่วโลกเริ่มเผชิญปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง ราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้น และความรู้สึกไม่ปลอดภัยยามค่ำคืน การที่เมืองเล็กอย่างเชียงรายถูกมองเห็นในฐานะ “ตลาดกลางคืนที่ปลอดภัยที่สุดใน Top 10” อาจเป็นสัญญาณว่า โลกกำลังมองหา “เมืองแบบเชียงราย” มากขึ้น – เมืองที่ไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุด แต่เป็นเมืองที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่า

“มาแล้วสบายใจ เดินแล้วไม่เหนื่อย และใช้ชีวิตได้อย่างเป็นตัวเอง”

หากเชียงรายสามารถต่อยอดจากจุดนี้ได้อย่างมียุทธศาสตร์ อันดับ 8 ของโลกในวันนี้ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในการออกแบบเมืองท่องเที่ยวที่เป็นมิตร ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับทุกคน

PHOTO : Grégory Roels
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME