Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ผู้ว่าฯ เชียงรายนำทีมเปิดสะพานฮาแหล่จะ ร่นระยะทางสัญจร 3 ตำบล เหลือเพียง 120 เมตร

Summary
  • เชียงรายเปิดสะพานแขวนฮาแหล่จะหลังถูกอุทกภัยปี 2567 ทำลายจนขาด

  • ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนสร้างรวม 6,220,000 บาท

  • สะพานนี้ช่วยเชื่อมต่อ 3 ตำบล ร่นระยะเดินทางจาก 10 กิโลเมตร เหลือ 120 เมตร

  • โครงสร้างใหม่แข็งแรงขึ้นด้วยลวดสลิงขนาด 42 มิลลิเมตร และพื้นผิวเหล็กกล้า

  • จังหวัดเตรียมผลักดันพื้นที่รอบสะพานเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่

เปิดสะพานฮาแหล่จะ คืนเส้นทางชีวิตสองฝั่งน้ำกก

เชียงราย,18 พฤษภาคม 2569 – เชียงรายเปิด “สะพานแขวนฮาแหล่จะ” อย่างเป็นทางการ หลังถูกอุทกภัยปี 2567 ทำลายจนใช้การไม่ได้ ภาครัฐ เอกชน ประชาชน และจิตอาสาร่วมระดมทุนกว่า 6.22 ล้านบาท ซ่อมสร้างสะพานให้กลับมาเชื่อม 3 ตำบลอีกครั้ง ลดระยะทางจากกว่า 10 กิโลเมตร เหลือเพียง 120 เมตร พร้อมต่อยอดเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวชุมชนริมแม่น้ำกก

สะพานที่กลับมาพร้อมความหมายของคำว่าเชื่อมโยง

บริเวณหัวสะพานแขวนฮาแหล่จะ บ้านแคววัวดำ หมู่ที่ 12 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังสะพานแขวนที่เคยเป็นเส้นทางชีวิตของผู้คนสองฝั่งแม่น้ำกกได้รับการเปิดใช้อย่างเป็นทางการ โดยนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ นายปิยพันธุ์ ธนะโสภณ ประธานโครงการ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ผู้แทนช่อง 8 ผู้บริหารโรงแรมโฆษะ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

สะพานแห่งนี้มีชื่อว่า “ฮาแหล่จะ” ซึ่งเป็นภาษาลาหู่ มีความหมายว่า “ความสัมพันธ์ที่ดีเลิศ” ความหมายของชื่อนี้สะท้อนบทบาทของสะพานได้อย่างลึกซึ้ง เพราะตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา สะพานไม่ได้เป็นเพียงทางข้ามแม่น้ำกก แต่เป็นทางเชื่อมชุมชน เชื่อมโรงเรียน เชื่อมวิถีชีวิต และเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่ตำบลแม่ยาว ตำบลดอยฮาง และตำบลห้วยชมภู

ข้อมูลจากรายงานเดิมของนครเชียงรายนิวส์ระบุว่า สะพานฮาแหล่จะถือกำเนิดขึ้นในปี 2541 โดยมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เด็กและประชาชนเดินทางข้ามแม่น้ำกกได้สะดวกขึ้น จากเดิมที่ต้องอ้อมไกลกว่า 10 กิโลเมตร เหลือเพียงการข้ามน้ำกกในระยะสั้น และยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงชุมชนชาติพันธุ์ลาหู่ กะเหรี่ยง และชุมชนโดยรอบให้ไปมาหาสู่กันได้ง่ายขึ้น

น้ำท่วมปี 2567 เปลี่ยนสะพานชีวิตให้กลายเป็นบาดแผลของชุมชน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2567 เมื่อจังหวัดเชียงรายเผชิญอุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำหลากได้สร้างความเสียหายรุนแรงต่อสะพานแขวนฮาแหล่จะจนไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนและนักเรียนกว่า 500 ครัวเรือน สำหรับคนในพื้นที่ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงสะพานชำรุด แต่คือการตัดขาดเส้นทางที่ใช้เดินทางไปโรงเรียน ไปทำงาน ไปทำธุระ ไปพบแพทย์ และติดต่อกับชุมชนอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำกก

เมื่อสะพานพัง ชุมชนต้องกลับไปเผชิญปัญหาเดิม คือการเดินทางอ้อมไกล เสียเวลาเพิ่มขึ้น และมีต้นทุนชีวิตสูงขึ้น โดยเฉพาะนักเรียนและประชาชนที่ต้องเดินทางเป็นประจำ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้สะพานฮาแหล่จะไม่ใช่เพียงโครงการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน แต่กลายเป็นภารกิจฟื้นคืนคุณภาพชีวิตของคนริมแม่น้ำกก

ในช่วงแรกหลังน้ำท่วม พื้นที่ประสบภัยยังต้องพึ่งพาการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ทั้งอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า ยารักษาโรค และสิ่งจำเป็น ข้อมูลจากคณะทำงานในพื้นที่ระบุว่า มีการใช้โดรนจิตอาสาช่วยลำเลียงสิ่งของข้ามฝั่งลำน้ำกกไปยังพี่น้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ข้อมูลนี้สะท้อนว่าสะพานที่ขาดไม่ได้สร้างความลำบากเฉพาะการเดินทางปกติ แต่ยังส่งผลต่อการเข้าถึงความช่วยเหลือในช่วงวิกฤตด้วย

พลังศรัทธาเปลี่ยนสะพานพังให้กลับมายืนได้อีกครั้ง

หลังสะพานเสียหายอย่างหนัก การรวมพลังของภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และจิตอาสาได้เริ่มต้นขึ้นผ่านคณะกรรมการซ่อมสร้างสะพานแขวนฮาแหล่จะ โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นที่ปรึกษาโครงการ และมีนายปิยพันธุ์ ธนะโสภณ เป็นประธานโครงการ พร้อมคณะกรรมการอีกหลายคนที่ทำงานประสานงานด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

งบประมาณซ่อมสร้างสะพานได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาหลายภาคส่วน รวมทั้งสิ้น 6,220,000 บาท ตามข้อมูลหลักที่แนบมา โดยมีแหล่งสนับสนุนสำคัญจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ภายใต้โครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ” และเงินสมทบจากประชาชนชาวไทยจำนวน 6,000,000 บาท โรงแรมโฆษะ ขอนแก่น ผ่านโครงการ “น้ำใจชาวอีสานสู่ชาวเหนือ” และกัลยาณมิตรของ KOSA GROUP รวมถึงบริษัท ISOWALL ENGINEERING จำนวน 170,000 บาท พร้อมเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนและร้านค้าในพื้นที่

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายเคยรายงานเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567 ว่า ช่อง 8 ได้ส่งมอบเงินบริจาคเพื่อก่อสร้างสะพานแขวนฮาแหล่จะ จำนวน 6,000,000 บาท โดยนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้รับมอบ ซึ่งข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่าโครงการซ่อมสร้างสะพานเกิดจากพลังบริจาคของประชาชนและภาคสังคมในวงกว้าง ไม่ใช่การพึ่งพางบประมาณรัฐเพียงด้านเดียว

อย่างไรก็ตาม ในข้อมูลที่แนบมามีรายละเอียดบางจุดที่ระบุยอดสนับสนุนของบริษัทเอกชนไม่ตรงกันระหว่าง 30,000 บาท และ 50,000 บาท จึงควรยึดยอดรวมหลัก 6,220,000 บาท และรอเอกสารบัญชีสรุปอย่างเป็นทางการ หากต้องเผยแพร่รายชื่อผู้บริจาคพร้อมยอดเงินรายรายการอย่างละเอียด เพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

โครงสร้างใหม่แข็งแรงขึ้นเพื่อความปลอดภัยของชุมชน

การซ่อมสร้างสะพานฮาแหล่จะครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมให้กลับมาใช้งานได้แบบเดิม แต่มีการยกระดับโครงสร้างให้แข็งแรงและเหมาะสมกับการใช้งานมากขึ้น ข้อมูลจากพิธีเปิดระบุว่า สะพานใหม่ใช้ลวดสลิงขนาด 42 มิลลิเมตร ปูพื้นเหล็ก เพิ่มความมั่นคงของฐานเคาน์เตอร์เวท พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์และสร้างศาลาจุดชมสะพานเพื่อบอกเล่าประวัติความเป็นมา

นอกจากนี้ การดำเนินงานยังได้รับการสนับสนุนเครื่องจักรจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และความร่วมมือจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลแม่ยาว เทศบาลตำบลดอยฮาง โรงเรียนผาขวางวิทยา สาขาแคววัวดำ รวมถึงภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยปรับพื้นที่ จัดเตรียมสถานที่ และสนับสนุนงานภาคสนาม

เบื้องหลังสะพานที่เปิดให้ประชาชนเดินข้ามได้อีกครั้งจึงมีทั้งงานวิศวกรรม งานประสานงาน งานบัญชี งานจิตอาสา และแรงงานในพื้นที่จำนวนมาก ข้อมูลจากคณะกรรมการโครงการสะท้อนว่า ระยะเวลาทำงานยาวนานกว่า 1 ปี มีปัญหาและอุปสรรคหลายด้าน แต่ทุกฝ่ายพยายามคลี่คลายจนสะพานสามารถกลับมาเป็นประโยชน์ต่อชุมชนได้อีกครั้ง

จากระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร เหลือเพียง 120 เมตร

ประโยชน์สำคัญที่สุดของสะพานแขวนฮาแหล่จะคือการลดระยะทางการเดินทางของประชาชน จากเดิมที่ต้องอ้อมไกลกว่า 10 กิโลเมตร ให้เหลือเพียง 120 เมตร ตัวเลขนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถิติด้านคมนาคม แต่หมายถึงเวลาที่เด็กนักเรียนประหยัดได้ในแต่ละวัน หมายถึงต้นทุนเดินทางของครอบครัวที่ลดลง หมายถึงความสะดวกในการเดินทางของชาวบ้าน และหมายถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นเมื่อชุมชนไม่ต้องพึ่งเส้นทางอ้อมที่ใช้เวลานานกว่าเดิม

สำหรับพื้นที่ตำบลแม่ยาว ดอยฮาง และห้วยชมภู สะพานแห่งนี้ทำหน้าที่เหมือนเส้นเลือดฝอยของชุมชน เมื่อสะพานใช้ได้ ชีวิตประจำวันไหลต่อได้ แต่เมื่อสะพานขาด ความลำบากจะกระทบเป็นลูกโซ่ตั้งแต่การเรียน การทำงาน การค้าขาย การเข้าถึงบริการสาธารณะ ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างชุมชน

เสียงของชาวบ้านที่สะท้อนว่า “สะพานนี้ดีมากเลย” จึงเป็นมากกว่าคำชม แต่เป็นหลักฐานเชิงชีวิตว่าสะพานแห่งนี้มีความหมายต่อพื้นที่จริง ความภาคภูมิใจของคณะกรรมการและจิตอาสาที่ทำงานต่อเนื่องจึงไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบของโครงสร้างเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การได้เห็นสะพานกลับมารับใช้ประชาชนอีกครั้ง

สะพานมิตรภาพที่ต่อยอดเป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวชุมชน

นอกจากบทบาทด้านการสัญจร สะพานแขวนฮาแหล่จะยังมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนสำคัญของจังหวัดเชียงราย ด้วยทัศนียภาพของแม่น้ำกก วิถีชีวิตสองฝั่งน้ำ และความหมายเชิงวัฒนธรรมของคำว่า “ฮาแหล่จะ” ที่สะท้อนความสัมพันธ์อันดีของผู้คน

การปรับภูมิทัศน์รอบสะพาน การจัดทำศาลาจุดชมวิว และการบอกเล่าประวัติความเป็นมาของสะพาน จะช่วยเปลี่ยนสะพานจากโครงสร้างคมนาคมให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้และพื้นที่ท่องเที่ยว หากมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม สะพานแห่งนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเรียนรู้เรื่องราวของชุมชนชาติพันธุ์ริมแม่น้ำกก การฟื้นฟูหลังอุทกภัย และพลังความร่วมมือของภาคประชาชน

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต้องเดินคู่กับการรักษาประโยชน์ของคนในพื้นที่เป็นหลัก เพราะสะพานนี้เกิดขึ้นเพื่อรับใช้ชุมชนก่อนจะเป็นแลนด์มาร์ก หากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในอนาคต หน่วยงานท้องถิ่นควรเตรียมระบบจอดรถ จุดบริการ ห้องน้ำ ความปลอดภัย การจัดการขยะ และกติกาการใช้พื้นที่ เพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวสร้างภาระใหม่ให้กับชุมชน

จากฮาแหล่จะ คือโมเดลฟื้นฟูหลังภัยพิบัติด้วยพลังสังคม

กรณีสะพานฮาแหล่จะสะท้อนบทเรียนสำคัญของการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย เพราะการซ่อมสร้างไม่ได้เริ่มจากงบประมาณรัฐเพียงช่องทางเดียว แต่เกิดจากการระดมทรัพยากรหลายฝ่าย ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด อบจ.เชียงราย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สื่อมวลชน ประชาชนผู้บริจาค และจิตอาสาในพื้นที่

โมเดลลักษณะนี้มีจุดแข็งคือความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และพลังศรัทธาของสังคม แต่ก็ต้องมีเงื่อนไขสำคัญคือความโปร่งใสในการบริหารเงินบริจาค การรายงานความคืบหน้า การตรวจสอบคุณภาพงาน และการส่งมอบทรัพย์สินให้ชุมชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลต่อในระยะยาว ข้อมูลจากคณะกรรมการระบุว่าการซ่อมสร้างครั้งนี้ดำเนินด้วยจิตอาสา ไม่มีค่าตอบแทน และยืนยันหลักความโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต

หากถอดบทเรียนเชิงนโยบาย สะพานฮาแหล่จะอาจเป็นกรณีศึกษาของการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานชุมชนหลังภัยพิบัติ ที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนและกำกับ ภาคเอกชนช่วยระดมทรัพยากร และชุมชนเป็นเจ้าของความต้องการที่แท้จริง เมื่อทั้งสามส่วนเดินไปด้วยกัน โครงการฟื้นฟูจึงมีโอกาสสำเร็จและได้รับการยอมรับมากขึ้น

ความสำเร็จที่ต้องดูแลต่อหลังวันเปิดสะพาน

แม้การเปิดสะพานอย่างเป็นทางการจะเป็นวันที่ชุมชนรอคอย แต่ความสำเร็จระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาหลังเปิดใช้งาน สะพานแขวนเป็นโครงสร้างที่ต้องมีการตรวจสอบเป็นระยะ ทั้งลวดสลิง พื้นเหล็ก จุดยึด ฐานรับแรง ทางขึ้นลง และพื้นที่ตลิ่ง โดยเฉพาะสะพานที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากน้ำหลากในอนาคต

การใช้สะพานในชีวิตประจำวันและการเปิดพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวควรมีกติกาชัดเจน เช่น การจำกัดน้ำหนัก การป้องกันการใช้รถหรือพาหนะที่ไม่เหมาะสม การติดป้ายเตือน จุดส่องสว่าง และการจัดเวรดูแลความปลอดภัยในช่วงที่มีผู้มาเยือนจำนวนมาก หากวางระบบตั้งแต่ต้น สะพานฮาแหล่จะจะสามารถอยู่คู่ชุมชนได้ยาวนานและปลอดภัยกว่าเดิม

อีกด้านหนึ่ง การบอกเล่าเรื่องราวของสะพานควรทำอย่างต่อเนื่อง เพราะสะพานแห่งนี้มีคุณค่ามากกว่าสถาปัตยกรรม มีทั้งประวัติการก่อสร้างปี 2541 ความหมายทางภาษาลาหู่ บทบาทต่อการศึกษาและการเดินทาง ความเสียหายจากอุทกภัย และพลังของผู้บริจาคทั่วประเทศ หากเรื่องราวเหล่านี้ถูกถ่ายทอดอย่างดี สะพานจะไม่ใช่เพียงจุดถ่ายภาพ แต่จะเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องความเข้มแข็งของชุมชนเชียงราย

ฮาแหล่จะกลับมายืนได้ เพราะเชียงรายไม่ยอมแพ้ต่อภัยพิบัติ

การเปิดสะพานแขวนฮาแหล่จะในครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าพิธีส่งมอบสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นตัวหลังอุทกภัยใหญ่ปี 2567 ที่เคยทำให้หลายพื้นที่ของเชียงรายอ่อนล้า แต่ไม่อ่อนแอ สะพานที่เคยขาดจากแรงน้ำ กลับมายืนอีกครั้งด้วยแรงศรัทธาของผู้คนจำนวนมาก ทั้งคนในพื้นที่และผู้บริจาคจากทั่วประเทศ

สำหรับประชาชน 3 ตำบล สะพานแห่งนี้คืนความสะดวกในการเดินทาง สำหรับนักเรียน สะพานคืนเส้นทางไปโรงเรียน สำหรับผู้สูงอายุและครอบครัว สะพานคืนความปลอดภัยในการเข้าถึงบริการจำเป็น และสำหรับเชียงราย สะพานแห่งนี้คืนความเชื่อมั่นว่า เมื่อภัยพิบัติทำลายสิ่งสำคัญลงไป พลังความร่วมมือของสังคมยังสามารถสร้างสิ่งนั้นกลับมาได้

จากวันนี้ สะพานฮาแหล่จะจะกลับมาทำหน้าที่เชื่อมสองฝั่งน้ำกกอีกครั้ง แต่ความหมายของมันไปไกลกว่านั้น เพราะสะพานนี้ได้เชื่อมภาครัฐกับเอกชน เชื่อมผู้บริจาคกับผู้ประสบภัย เชื่อมจิตอาสากับชุมชน และเชื่อมอดีตของความเสียหายเข้ากับอนาคตของการฟื้นฟูอย่างมีความหวัง

สถิติและข้อมูลสำคัญประกอบข่าว

สะพานแขวนฮาแหล่จะก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2541 เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรข้ามแม่น้ำกก เชื่อมพื้นที่ตำบลแม่ยาว ตำบลดอยฮาง และตำบลห้วยชมภู โดยคำว่า “ฮาแหล่จะ” เป็นภาษาลาหู่ หมายถึง “ความสัมพันธ์ที่ดีเลิศ”

สะพานได้รับความเสียหายหนักจากอุทกภัยเดือนกันยายน 2567 ส่งผลกระทบต่อประชาชนและนักเรียนกว่า 500 ครัวเรือน ก่อนมีการระดมทุนและซ่อมสร้างใหม่ด้วยงบประมาณบริจาครวม 6,220,000 บาท

ช่อง 8 ภายใต้โครงการ “ช่อง 8 ปันน้ำใจ” สนับสนุนเงินบริจาค 6,000,000 บาท เพื่อก่อสร้างสะพานแขวนฮาแหล่จะ โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายรายงานการรับมอบเงินเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2567

โครงสร้างสะพานใหม่ใช้ลวดสลิงขนาด 42 มิลลิเมตร ปูพื้นเหล็ก เพิ่มความมั่นคงของฐานเคาน์เตอร์เวท พร้อมปรับภูมิทัศน์และสร้างศาลาจุดชมสะพาน

สะพานช่วยร่นระยะทางการเดินทางจากกว่า 10 กิโลเมตร เหลือเพียง 120 เมตร และถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเส้นทางคมนาคมของชุมชนและแลนด์มาร์กท่องเที่ยวริมแม่น้ำกก

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME