Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เมื่อคนเฒ่าคือแรงงานคุณภาพ! เจาะยุทธศาสตร์เชียงรายปั้น “มัคคุเทศก์ภูมิปัญญา” รับเทรนด์ Silver Economy

เมื่อคนเฒ่ากลายเป็นแรงงานคุณภาพ เชียงรายถอดรหัสสังคมสูงวัยสู่การจ้างงานที่มีศักดิ์ศรี

เชียงราย,21 กุมภาพันธ์ 2569 – เสียงคำว่า “สังคมสูงวัย” เคยถูกพูดในฐานะความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับจังหวัดเชียงราย คำนี้กำลังถูกตีความใหม่เป็นทั้งโจทย์ใหญ่และโอกาสใหม่ของเศรษฐกิจชุมชน หากออกแบบให้ถูกทาง ผู้สูงอายุอาจไม่ใช่ภาระของระบบ หากเป็น “ทุนประสบการณ์” ที่ทำให้เมืองอยู่รอดท่ามกลางแรงงานวัยทำงานที่ลดลง และค่าครองชีพที่ทำให้ครัวเรือนเปราะบางขึ้นทุกปี

ภาพรวมระดับประเทศสะท้อนทิศทางเดียวกัน หน่วยงานด้านการพัฒนาประเทศชี้ว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยในระดับเข้มข้นมากขึ้น และกำลังเดินหน้าไปสู่โครงสร้างประชากรที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งกระทบตลาดแรงงาน รายได้ครัวเรือน ภาระงบประมาณ และระบบบริการสาธารณะ
แต่ในภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงราย ความเปลี่ยนแปลงเหมือนมาเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด

ตัวเลขที่บอกว่าเชียงรายไม่ใช่อนาคต แต่คือปัจจุบันของสังคมสูงวัย

ข้อมูลที่จัดทำไว้ในเอกสารแนบระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีประชากรราว 1.16 ล้านคน และมีผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 284,877 คน คิดเป็นร้อยละ 24.53 ของประชากรทั้งหมด ตัวเลขนี้สูงกว่าเกณฑ์สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และสะท้อนว่าเชียงรายกำลังก้าวเข้าใกล้สังคมสูงวัยระดับเข้มข้นอย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเจาะลงไปในโครงสร้าง พบสัญญาณ “ความไม่สมดุล” ที่สังคมต้องแบกรับ
เด็กมีสัดส่วนลดลง ขณะที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้วัยทำงานต้องรับภาระพึ่งพิงมากขึ้น และภาระนี้ไม่ได้อยู่แค่ในสถิติ แต่อยู่ในค่าใช้จ่ายประจำวัน ตั้งแต่ค่ายา ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ไปจนถึงค่าเสียโอกาสของสมาชิกครอบครัวที่ต้องหยุดงานเพื่อดูแลผู้สูงอายุ

อีกด้านหนึ่งของตัวเลขคือความจริงเชิงสังคม ผู้สูงอายุไม่ใช่กลุ่มเดียวกันทั้งหมด เอกสารแนบเสนอการแบ่งช่วงวัยเป็นวัยต้น วัยกลาง วัยปลาย ซึ่งมีระดับความแข็งแรงและความต้องการการดูแลต่างกัน และที่สำคัญคือผู้สูงอายุหญิงมีจำนวนมากกว่าชายอย่างชัดเจน ซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นการอยู่ลำพัง ความมั่นคงทางรายได้ และการดูแลระยะยาวในช่วงปลายชีวิต

บททดสอบของเชียงรายอยู่ที่ “ทำอย่างไรให้คนแก่มีรายได้ โดยไม่เพิ่มความเสี่ยง”

ในสังคมที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ความคิดว่า “เกษียณแล้วหยุดทำงาน” ไม่สอดคล้องกับความจริงของหลายครัวเรือน ผู้สูงอายุจำนวนหนึ่งยังต้องทำงานต่อ ทั้งเพราะอยากมีรายได้เสริม และเพราะไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองหมดคุณค่า

แต่การผลักให้ผู้สูงอายุทำงาน โดยไม่ออกแบบงานใหม่ คือความเสี่ยงแบบตรงไปตรงมา งานหนัก งานใช้แรง งานที่ต้องยืนหรือเดินนาน อาจเพิ่มโอกาสหกล้ม กระดูกหัก และโรคเรื้อรังลุกลาม กลายเป็นภาระสุขภาพที่หนักกว่าเดิม

ดังนั้น การจ้างงานผู้สูงอายุที่ “เหมาะสม” จึงต้องตอบพร้อมกันสามเรื่อง
รายได้ต้องเพิ่มจริง งานต้องปลอดภัยขึ้นจริง และศักดิ์ศรีต้องชัดเจน ไม่ใช่การใช้แรงงานราคาถูก

ลองวางโจทย์ให้ชัด ถ้าต้องจ้างผู้สูงอายุเชียงราย งานแบบไหนตอบเศรษฐกิจและชุมชน

จากข้อเสนอในเอกสารแนบ อาชีพที่เหมาะกับผู้สูงอายุเชียงรายถูกมองผ่านทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ความถนัดเชิงพื้นที่ และความยืดหยุ่นทางกายภาพ จนตกผลึกเป็นกลุ่มงานที่ “ใช้ประสบการณ์นำหน้าแรงกาย”

1 มัคคุเทศก์ภูมิปัญญาและผู้เล่าเรื่องเมือง

เชียงรายเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์หลากชั้น มีวัฒนธรรมชาติพันธุ์ และมีเส้นทางท่องเที่ยวที่ผู้มาเยือนต้องการ “ความหมาย” มากกว่าภาพถ่าย ผู้สูงอายุวัยต้นที่ยังแข็งแรง จึงมีศักยภาพเป็นมัคคุเทศก์ชุมชน ผู้พาชมวิถีชีวิต เล่าเรื่องราวภูมินาม ตำนาน และบริบทที่หนังสือนำเที่ยวไม่อาจอธิบายได้ครบ

คุณค่าของอาชีพนี้ไม่ใช่เพียงค่าแรงรายวัน แต่คือการเปลี่ยน “ความทรงจำของชุมชน” ให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจอย่างสุภาพและยั่งยืน ยิ่งสังคมเข้าสู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ งานลักษณะนี้ยิ่งมีความหมาย

2 ที่ปรึกษาเกษตรประณีต ชา กาแฟ และการแปรรูป

เชียงรายเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจเกษตรในหลายพื้นที่ ผู้สูงอายุที่ทำเกษตรมาทั้งชีวิตมีทักษะเชิงประสบการณ์ที่หาแทนได้ยาก ตั้งแต่การอ่านฟ้าฝน การดูดิน การคัดพันธุ์ ไปจนถึงการแปรรูปในแบบชุมชน

การจ้างงานในบทบาท “พี่เลี้ยง” หรือวิทยากรท้องถิ่น สามารถต่อยอดไปสู่โรงเรียนผู้สูงอายุ ศูนย์เรียนรู้ชุมชน และการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสินค้าในพื้นที่ โดยงานไม่จำเป็นต้องใช้แรงมาก แต่ใช้ความรู้และความละเอียดเป็นหลัก

3 ผู้ดูแลชุมชนและเพื่อนร่วมทางของผู้สูงอายุเปราะบาง

เอกสารแนบยกตัวอย่างโมเดลในพื้นที่ที่จ้างคนในชุมชนมาดูแลกันเอง แนวคิดนี้สะท้อนความจริงง่าย ๆ ว่าผู้สูงอายุวัยต้นจำนวนหนึ่งสามารถดูแลผู้สูงอายุวัยปลายได้ดี เพราะเข้าใจทั้งอารมณ์และวิถีชีวิต

งานดูแลไม่ได้หมายถึงงานพยาบาลเต็มรูปแบบเสมอไป บางครั้งคือการเป็นเพื่อนคู่คิด พาไปพบแพทย์ ช่วยประสานงานกับหน่วยบริการ หรือช่วยสอดส่องความปลอดภัยในบ้าน งานลักษณะนี้สร้างรายได้ให้คนในชุมชน พร้อมลดความโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุเปราะบาง ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกินคุณภาพชีวิตอย่างเงียบ ๆ

4 ครูช่างและศิลปาชีพ งานฝีมือที่ต้องใช้ชั่วโมงบิน

เชียงรายมีทุนด้านงานช่าง งานฝีมือ งานทอผ้า งานไม้ งานปั้น งานจักสาน และสินค้าชุมชนที่ต้องการความประณีต ผู้สูงอายุจำนวนมากมี “ชั่วโมงบิน” ที่ยากจะถ่ายทอดในคอร์สสั้น ๆ หากไม่ดึงมาเป็นครูช่างหรือผู้ผลิตสินค้าคุณภาพ

โจทย์สำคัญคือทำให้สินค้ากลุ่มนี้เข้าถึงตลาดอย่างเป็นธรรม และลดภาระงานที่ไม่จำเป็น เช่น การขนส่งไกล การยืนทำงานต่อเนื่อง และการจัดการบัญชี ซึ่งสามารถให้คนรุ่นใหม่ช่วยเสริม เกิดเป็นห่วงโซ่มูลค่าแบบพหุวัยที่แต่ละคนทำในสิ่งที่ถนัดที่สุด

5 ผู้จัดการโฮมสเตย์ ฟาร์มสเตย์ และงานบริการเชิงสุขภาวะ

ถ้าเชียงรายต้องการท่องเที่ยวคุณภาพ การบริการที่มีความอบอุ่นและความเป็นเจ้าบ้านคือจุดขาย ผู้สูงอายุสามารถเป็นผู้จัดการดูแลบ้านพัก ดูแลสวนสมุนไพร หรือทำอาหารพื้นถิ่น งานบริการแบบนี้ใช้ความละเอียด ความเอาใจใส่ และจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ ซึ่งสอดรับกับการท่องเที่ยวแบบพักนานและใช้เวลาในชุมชน

เครื่องมือของรัฐที่ต้องทำให้เข้าถึงง่าย แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ

ในฝั่งกลไกตลาดแรงงาน หน่วยงานรัฐมีเครื่องมือสำคัญคือระบบออนไลน์สำหรับประกาศงานและจับคู่งาน ซึ่งข้อมูลหน้าเว็บไซต์ของแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” อยู่ภายใต้กรมการจัดหางาน และเปิดให้ใช้งานสำหรับการประกาศตำแหน่งงานและค้นหางาน

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือจะมีความหมายก็ต่อเมื่อผู้สูงอายุใช้งานได้จริง การออกแบบการเข้าถึงจึงสำคัญพอ ๆ กับการมีระบบ เช่น จุดให้คำปรึกษาในพื้นที่ การมีคนช่วยลงทะเบียน การอธิบายเงื่อนไขงานด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และการป้องกันการหลอกลวงผ่านประกาศงานปลอม

รายได้และสวัสดิการ จุดเปราะบางที่ต้องพูดตรง ๆ

เอกสารแนบชี้ว่าแหล่งรายได้ของผู้สูงอายุจำนวนมากยังพึ่งพาหลายทาง ทั้งเบี้ยยังชีพ การเกื้อหนุนจากบุตรหลาน และรายได้จากการทำงานต่อ โดยในสังคมจริง เบี้ยยังชีพเป็นเพียงฐานขั้นต่ำ ไม่เพียงพอกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไมการจ้างงานผู้สูงอายุจึงถูกพูดมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่การจ้างงานต้องไม่ทำให้สิทธิขั้นพื้นฐานสั่นคลอน และต้องทำให้เกิดความมั่นคง ไม่ใช่รายได้แบบวันต่อวันจนกลายเป็นความเครียดใหม่ของวัยชรา

เชียงรายในฐานะพื้นที่ทดลองของสังคมพหุวัย

ถ้าพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์ เชียงรายมีองค์ประกอบหลายอย่างที่ทำให้กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบได้

  • หนึ่ง มีชุมชนเข้มแข็งและทุนวัฒนธรรม
  • สอง มีเศรษฐกิจเกษตรและการท่องเที่ยวที่ใช้ประสบการณ์ได้
  • สาม มีเครือข่ายบริการสุขภาพระดับพื้นที่ และมีบทเรียนจากโมเดลดูแลในชุมชนที่เอกสารแนบหยิบขึ้นมา

คำถามจึงไม่ใช่ “จ้างหรือไม่จ้าง” แต่คือ “จ้างอย่างไรให้คุ้มและปลอดภัย”

การจ้างงานผู้สูงอายุที่ดีต้องมีกติกาใหม่อย่างน้อยสี่เรื่อง

  • หนึ่ง การออกแบบงานให้เหมาะกับสรีระ เช่น ลดการยืนต่อเนื่อง ลดการยกของหนัก จัดเวลาพักที่เหมาะสม
  • สอง การประเมินสมรรถนะและความเสี่ยงรายบุคคล ไม่ใช่ใช้เกณฑ์อายุอย่างเดียว
  • สาม ระบบคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานและการประกันความเสี่ยง
  • สี่ เส้นทางพัฒนาทักษะ โดยเฉพาะทักษะดิจิทัลพื้นฐาน เพื่อให้เข้าถึงงานที่ปลอดภัยกว่าและค่าตอบแทนดีกว่า
credit : Science Acumen During the 2011 Fukushima nuclear disaster, over 500 Japanese seniors over the age of 60, sacrificed their safety by volunteering to help clean up the radioactive zone so that younger generations wouldn't suffer the consequences of dangerous levels of radiation
Seniors Volunteer at Japan's Crippled Daiichi Nuclear Plant

บทเรียนจากโลก เมื่อผู้สูงวัยไม่ยอมเป็นภาระ และสังคมต้องออกแบบพื้นที่ให้เขายืนได้

ในโลกที่เข้าสู่สังคมสูงวัย หลายประเทศมองผู้สูงอายุเป็นแรงงานที่ยังมีคุณค่า หากจัดระบบให้เหมาะสม สื่อสากลเคยรายงานกรณีกลุ่มอาสาสมัครผู้สูงอายุในญี่ปุ่นที่เสนอแนวคิดให้ผู้มีอายุเข้ารับภารกิจเสี่ยงแทนคนหนุ่มสาวหลังวิกฤตฟุกุชิมะ ซึ่งถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรับผิดชอบต่อคนรุ่นหลัง

แม้บริบทดังกล่าวไม่ใช่แบบอย่างที่ต้องทำตามในเชิงความเสี่ยง แต่สะท้อนแก่นสำคัญข้อหนึ่ง คือ ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องการ “บทบาท” และต้องการรู้สึกว่าตนเองยังเป็นประโยชน์ต่อสังคม

สำหรับเชียงราย การจ้างงานผู้สูงอายุจึงไม่ควรถูกมองเป็นมาตรการสงเคราะห์ แต่ควรถูกมองเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองที่เชื่อมเศรษฐกิจ สุขภาพ และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน

จุดพีคของเรื่องอยู่ตรงนี้ ถ้าจ้างถูกทาง เมืองได้มากกว่าค่าแรง

หากเชียงรายสามารถทำให้ผู้สูงอายุมีงานที่ปลอดภัยและมีรายได้เพิ่ม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะมากกว่าคนหนึ่งคนมีเงินเพิ่ม มันหมายถึงครัวเรือนลดภาระพึ่งพิง ชุมชนมีคนดูแลกันเองมากขึ้น งานท่องเที่ยวมีเรื่องเล่าที่มีชีวิต สินค้าเกษตรและงานฝีมือมีคุณภาพที่ต่อยอดได้ ระบบสุขภาพลดการเจ็บป่วยที่เกิดจากความเครียดและความโดดเดี่ยว ในเชิงเศรษฐกิจ เม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นจะเพิ่มขึ้นแบบกระจาย ไม่กระจุกอยู่ในธุรกิจใหญ่เพียงไม่กี่ราย และในเชิงสังคม ผู้สูงอายุจะไม่ถูกผลักให้อยู่หลังฉากของการพัฒนา แต่ถ้าจ้างผิดทาง ก็มีความเสี่ยงชัดเช่นกัน งานหนักเกินไปนำไปสู่การเจ็บป่วยและค่าใช้จ่ายรักษาที่สูงขึ้น งานที่ค่าตอบแทนต่ำและไม่มั่นคงสร้างความเครียดและความรู้สึกถูกลดคุณค่า และหากไม่มีระบบคุ้มครอง ความตั้งใจดีอาจกลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดการเอาเปรียบแรงงานสูงวัย

เชียงรายควรเริ่มจากอะไร เพื่อให้การจ้างงานผู้สูงอายุไม่เป็นเพียงคำขวัญ

  • หนึ่ง ทำแผนที่ทักษะผู้สูงอายุรายชุมชน แยกกลุ่มตามสมรรถนะจริง
  • สอง ตั้งหน่วยประสานงานจับคู่งานระดับอำเภอ เชื่อมชุมชน นายจ้าง และหน่วยบริการสุขภาพ
  • สาม ส่งเสริมงานที่ใช้ประสบการณ์เป็นแกน เช่น งานเล่าเรื่อง งานฝีมือ งานดูแล งานพี่เลี้ยงเกษตร
  • สี่ พัฒนาทักษะดิจิทัลที่จำเป็น เช่น การใช้สมาร์ตโฟน การขายออนไลน์ การรับงานผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อขยายทางเลือก
  • ห้า ทำมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับงานผู้สูงอายุในภาคชุมชนและท่องเที่ยว

ทั้งหมดนี้ต้องทำบนหลักคิดเดียว คือ ผู้สูงอายุไม่ใช่กลุ่มที่ต้องถูกดันให้ทำงาน แต่เป็นกลุ่มที่ควรมี “ทางเลือก” ในการทำงานที่เหมาะกับชีวิตและสุขภาพของตนเอง

เมื่อเชียงรายต้องเลือกว่าจะปล่อยให้แก่ไป หรือจะสร้างเศรษฐกิจพหุวัยให้เติบโต

การเข้าสู่สังคมสูงวัยเป็นความจริงที่ไม่ถอยหลัง แต่การจัดการกับมันมีได้มากกว่าหนึ่งทาง เชียงรายมีทั้งตัวเลขที่บีบให้ต้องคิด และมีทุนชุมชนที่เพียงพอให้ลงมือทำ

ในท้ายที่สุด การจ้างงานผู้สูงอายุที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงการเพิ่มรายได้ แต่คือการคืนความหมายให้ชีวิต และทำให้เมืองทั้งเมืองเดินไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หากเชียงรายทำได้ เมืองนี้อาจไม่เพียงรับมือกับสังคมสูงวัย แต่จะกลายเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจพหุวัยที่ยืนได้จริงในภาคเหนือ

สถิติเด่นที่ใช้ประกอบข่าว

  • สัดส่วนผู้สูงอายุในจังหวัดเชียงราย อายุ 60 ปีขึ้นไป 284,877 คน คิดเป็นร้อยละ 24.53 ของประชากรทั้งจังหวัด
    ที่มา เอกสารข้อมูลแนบของผู้จัดทำ อ้างถึงหน่วยงานภาครัฐด้านสาธารณสุขและการทะเบียนราษฎร
  • ประเทศไทยอยู่ในทิศทางสังคมสูงวัยเข้มข้นมากขึ้น และมีการประเมินแนวโน้มสู่สังคมสูงวัยระดับสูงในอนาคต
    ที่มา สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • กรณีศึกษากลุ่มอาสาสมัครผู้สูงอายุญี่ปุ่นที่เสนอช่วยงานฟุกุชิมะ สะท้อนแนวคิดทุนประสบการณ์และความรับผิดชอบระหว่างรุ่น ที่มา The Guardian รายงานเชิงสารคดี
  • ช่องทางแพลตฟอร์มจับคู่งานของรัฐ ไทยมีงานทำ ภายใต้กรมการจัดหางาน
    ที่มา เว็บไซต์แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ข้อมูลสถานการณ์สังคมสูงวัยของไทย
  • กรมกิจการผู้สูงอายุ เอกสารกรอบแนวคิดด้านผู้สูงอายุและสังคมสูงวัย
  • เว็บไซต์แพลตฟอร์มไทยมีงานทำ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
  • The Guardian รายงานกรณีศึกษากลุ่มอาสาสมัครผู้สูงอายุญี่ปุ่นหลังวิกฤตฟุกุชิมะ
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

ยุทธศาสตร์ดอยหลวง 2569 ป้องกันไฟป่าเชิงรุก 875 กม. ยกระดับท่องเที่ยวสกายวอล์กและคุณภาพชีวิตชุมชน

ดอยหลวง” ผนึกกำลัง 3 จังหวัดสู้ไฟป่ากางแผนแนวกันไฟ 875 กม. หนุนบิ๊กโปรเจกต์สกายวอล์ก–ถ้ำผาโขง ยกระดับการท่องเที่ยวควบคู่การอนุรักษ์ผืนป่าอย่างยั่งยืน

เชียงราย, 25 ธันวาคม 2568 – ท่ามกลางสัญญาณเตือนเรื่องวิกฤตหมอกควันและไฟป่าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือ อุทยานแห่งชาติดอยหลวงซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ เชียงราย พะเยา และลำปาง กำลังเดินหน้าแผนปฏิบัติการเชิงรุกครั้งสำคัญ ทั้งในมิติการป้องกันไฟป่า การพัฒนาสาธารณูปโภคในชุมชนรอบผืนป่า และการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ใหม่อย่าง “สกายวอล์กกว๊านพะเยา” และ “ถ้ำผาโขง” เพื่อพิสูจน์ว่าการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติสามารถเดินไปด้วยกันได้ หากมีการวางแผนอย่างเป็นระบบและให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

แผนรับมือหมอกควัน–ไฟป่า จาก “ดับไฟ” สู่ “สร้างภูมิคุ้มกัน” ให้ผืนป่า 3 จังหวัด

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมปูแกง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ตำบลแม่เย็น อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติดอยหลวง (Protected Area Committee – PAC) ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอพาน ทำหน้าที่ประธานการประชุม

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “ฤดูกาลรับมือไฟป่าปี 2569” อย่างเป็นทางการ เพราะนอกจากจะมีการรายงานผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2568 และแผนงานปีงบประมาณ 2569 แล้ว ยังเน้นย้ำการตั้งรับสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงด้วยมาตรการแบบบูรณาการ

ในที่ประชุมมีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ

  • นายปัณณวิชญ์ ภูริรักษ์พิติกร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยหลวง
  • นายรัชพล งามกระบวน ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย
  • ร้อยตำรวจเอกนภสินธุ์ สอนใจ รองผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 323
    พร้อมคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 3 จังหวัด เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและวางกรอบความร่วมมือ

แกนกลางของแผนคือการปฏิบัติงานภายใต้ “ศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน พื้นที่บูรณาการเชิงพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยหลวง” ซึ่งมีภารกิจหลักในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงและลดความเสี่ยงไฟป่าอย่างเป็นระบบ

ตัวเลขสำคัญที่สะท้อนขนาดของภารกิจ ได้แก่

  • แนวกันไฟระยะทางรวม 875 กิโลเมตร – ถือเป็นแนวกันไฟขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงทั้ง 3 จังหวัด มีเป้าหมายเพื่อลดโอกาสการลุกลามของไฟจากพื้นที่ป่าเข้าสู่ชุมชน และจากพื้นที่เกษตรเข้าป่าอนุรักษ์
  • กำลังพล 525 คน – จัดตั้งเป็นชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังและควบคุมสถานการณ์ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ทั่วพื้นที่อุทยานฯ
  • จุดจอดอากาศยาน 6 จุด และแหล่งน้ำดับไฟป่า 21 จุด – ถูกจัดเตรียมเพื่อรองรับการสนับสนุนทางอากาศในกรณีที่เกิดไฟป่าขนาดใหญ่ รวมทั้งเพิ่มความคล่องตัวในการลำเลียงกำลังพลและอุปกรณ์ดับไฟเข้าพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
  • ระบบสื่อสารออนไลน์แบบ Real-time – ใช้สำหรับรายงานสถานการณ์และรับคำสั่งจากศูนย์สั่งการเพื่อลดระยะเวลาการตอบสนองในช่วงนาทีวิกฤต

การกำหนดแนวกันไฟระยะทางกว่า 875 กิโลเมตร บ่งชี้ชัดถึงระดับความรุนแรงของความเสี่ยงที่หน่วยงานในพื้นที่ประเมินไว้ เพราะในอดีต ไฟป่าจำนวนไม่น้อยเริ่มจากการเผาเศษวัสดุการเกษตรหรือการหาของป่าแล้วลุกลามเข้าเขตอุทยานฯ จนกลายเป็นปัญหาหมอกควันข้ามอำเภอและข้ามจังหวัด การวางแนวกันไฟจึงเป็นเสมือน “กำแพงป้องกันชั้นแรก” ที่ต้องทำให้ครบถ้วนก่อนฤดูไฟป่าจะมาถึง

พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ สกายวอล์กกว๊านพะเยา–ถ้ำผาโขง แลนด์มาร์กใหม่ของภาคเหนือ

คู่ขนานกับการเตรียมรับมือไฟป่า คณะกรรมการ PAC ยังใช้เวทีเดียวกันนี้ในการติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนรอบอุทยานแห่งชาติดอยหลวง โดยเฉพาะโครงการด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ได้แก่

สกายวอล์กกว๊านพะเยา เปิดมุมมองใหม่ให้ “ทะเลสาบเมืองเหนือ”

ที่ประชุมได้รับทราบผลการพิจารณาโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว จุดชมวิวกว๊านพะเยา ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพะเยา แนวคิดหลักคือการก่อสร้าง ทางเดินชมธรรมชาติยกระดับ หรือ Skywalk เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของกว๊านพะเยาในมุมสูง เชื่อมต่อทิวเขาและผืนน้ำเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

หากโครงการดังกล่าวเดินหน้าได้ตามแผน กว๊านพะเยามีโอกาสก้าวจากการเป็น “จุดแวะพัก” ระหว่างการเดินทางของนักท่องเที่ยว ให้กลายเป็น “จุดหมายปลายทางหลัก” ที่นักเดินทางตั้งใจมาเยือนโดยเฉพาะ อันจะช่วยเพิ่มระยะเวลาการพักค้าง (Length of Stay) และเม็ดเงินใช้จ่ายในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ถ้ำผาโขง แลนด์มาร์กพันปีบนผืนป่าดอยหลวง

อีกหนึ่งโครงการที่ได้รับความสนใจจากที่ประชุมคือ แนวทางการพัฒนา ถ้ำผาโขง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำโบราณอายุกว่าพันปี ภายในมีหินงอกหินย้อยรูปร่างสวยงามและมีลำน้ำไหลผ่าน สร้างบรรยากาศเฉพาะตัวที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นในพื้นที่

PAC ได้หารือแนวทางในการพัฒนาให้ถ้ำผาโขงเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของอำเภอพาน โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และไม่กระทบต่อระบบนิเวศภายในถ้ำ พร้อมสร้างกิจกรรมเชื่อมโยงกับชุมชน เช่น การท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-based Tourism) ร้านค้าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น

แนวคิดการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในลักษณะนี้สะท้อนแนวทาง “ใช้การท่องเที่ยวเป็นแรงจูงใจในการอนุรักษ์” เพราะเมื่อชุมชนเห็นว่าทรัพยากรธรรมชาตินำมาซึ่งรายได้ที่มั่นคง ก็จะยิ่งตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาป่าและถ้ำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

สาธารณูปโภคพื้นฐาน เสริมคุณภาพชีวิตชุมชนรอบอุทยานฯ เพื่อลดแรงกดดันต่อป่า

นอกจากโครงการท่องเที่ยว ที่ประชุม PAC ยังได้ร่วมพิจารณาโครงการพัฒนาพื้นที่และสาธารณูปโภคในชุมชนรอบอุทยานฯ หลายโครงการ ซึ่งล้วนมุ่งเป้าไปที่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และลดแรงจูงใจในการบุกรุกหรือใช้ป่าอย่างไม่เหมาะสม

โครงการสำคัญประกอบด้วย

  1. โครงการก่อสร้างถังเก็บน้ำและลานคอนกรีตเสริมเหล็กในพื้นที่ตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
    – เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ลดความจำเป็นของชุมชนในการขยายพื้นที่ปลูกพืชเข้าไปในเขตป่าเพื่อแสวงหาแหล่งน้ำใหม่
  2. โครงการจัดซื้อโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ และโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนและอาคารอเนกประสงค์ในตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
    – โคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางในเวลากลางคืน ลดอุบัติเหตุ และส่งเสริมกิจกรรมเศรษฐกิจยามค่ำคืนในชุมชน ขณะที่การปรับปรุงถนนช่วยให้การเข้าถึงบริการของรัฐและตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  3. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กในตำบลวังทอง อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง
    – ถนนที่ดีช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อหาทรัพยากรเสริม
  4. โครงการฝายพร้อมระบบส่งน้ำในตำบลบ้านสาง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
    – เป็นการจัดการน้ำในระดับลุ่มน้ำย่อย ช่วยชะลอน้ำและลดการพังทลายของหน้าดิน พร้อมเติมน้ำใต้ดินให้ระบบนิเวศป่าไม้ใกล้เคียง

แม้โครงการเหล่านี้จะดูเป็นงานก่อสร้างพื้นฐานทั่วไป แต่ในมุมของการบริหารจัดการพื้นที่อนุรักษ์ การมีระบบน้ำ ถนน และไฟฟ้าที่เพียงพอในชุมชนรอบป่า คือ “เงื่อนไขสำคัญ” ที่ทำให้ประชาชนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาป่าในรูปแบบที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟหรือความเสียหายทางระบบนิเวศ

กล่าวได้ว่า แนวคิด “ป่าอยู่ได้ คนอยู่ดี” ถูกนำมาปฏิบัติในรูปธรรมผ่านการลงทุนด้านสาธารณูปโภคเช่นนี้เอง

ข้อสังเกตเชิงนโยบาย โมเดลการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองข้ามจังหวัด

จากภาพรวมการประชุม PAC ครั้งที่ 1/2569 จะเห็นได้ว่า อุทยานแห่งชาติดอยหลวงกำลังทดสอบโมเดลการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองที่มีลักษณะ “ข้ามจังหวัด” อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในเชิงการป้องกันไฟป่า การพัฒนาการท่องเที่ยว และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่รอบผืนป่า

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจมีอย่างน้อย 3 ด้าน คือ

  1. การมีเวทีร่วมระหว่างภาครัฐส่วนกลาง–ส่วนภูมิภาค–ท้องถิ่น
    หัวหน้าอุทยานฯ นายอำเภอ ผู้แทน ตชด. สื่อมวลชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มานั่งโต๊ะเดียวกันเพื่อตรวจสอบแผนงานและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นอย่างเป็นระบบ ทำให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกันเกี่ยวกับความเสี่ยงและแนวทางตอบสนองต่อสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน
  2. การเชื่อมโยงงานอนุรักษ์กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
    โครงการสกายวอล์กกว๊านพะเยาและถ้ำผาโขง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานในตำบลต่าง ๆ ยืนยันว่า การอนุรักษ์ไม่ได้แยกขาดจากการสร้างรายได้ให้ชุมชน หากแต่ถูกออกแบบให้เกื้อกูลกัน – เมื่อคนมีรายได้จากการท่องเที่ยวและเกษตรกรรมที่พึ่งพาทรัพยากรอย่างยั่งยืน ก็จะมีแรงจูงใจในการช่วยดูแลป่าไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่
  3. การบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างเป็นระบบ
    ตัวเลขแนวกันไฟ 875 กิโลเมตร ชุดปฏิบัติการ 525 คน และจุดสนับสนุนดับไฟป่าหลายสิบจุด แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานในพื้นที่ไม่ได้เตรียมพร้อมเพียงในระดับ “โครงการระยะสั้น” แต่กำลังสร้างโครงสร้างถาวรสำหรับการรับมือไฟป่าที่อาจเกิดซ้ำทุกปี ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับแนวคิดการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

หากแผนเหล่านี้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง อุทยานแห่งชาติดอยหลวงอาจกลายเป็นตัวอย่างสำคัญของการบริหารจัดการพื้นที่ป่าต้นน้ำที่เชื่อมโยงกับหลายจังหวัด และใช้กลไกคณะกรรมการที่ปรึกษาเป็นเครื่องมือหลักในการประสานผลประโยชน์ของทุกฝ่าย

 “ดอยหลวง” บทพิสูจน์ว่าการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวไปด้วยกันได้

การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ครั้งที่ 1/2569 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมเชิงเอกสาร หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของ ยุทธศาสตร์ “ผืนป่าปลอดไฟ ชุมชนอยู่ดี การท่องเที่ยวเติบโตอย่างสมดุล”

บนแนวกันไฟยาว 875 กิโลเมตร มีกำลังพล 525 ชีวิตที่เตรียมพร้อมสละแรงกายแรงใจเพื่อปกป้องป่าต้นน้ำของ 3 จังหวัด ในขณะเดียวกัน บนเส้นทางสกายวอล์กกว๊านพะเยาและภายในถ้ำผาโขงแห่งอนาคต ก็กำลังรอนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาสัมผัสความงดงามของธรรมชาติและเรียนรู้คุณค่าของผืนป่าดอยหลวงผ่านมุมมองใหม่ ๆ

คำถามสำคัญที่สังคมต้องร่วมกันตอบ คือ เราจะช่วยเสริมพลังให้โมเดล “ป่าอยู่ได้ คนอยู่ดี” นี้เติบโตต่อไปได้อย่างไร ไม่ว่าจะผ่านการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ การสนับสนุนสินค้าชุมชน หรือการร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังไฟป่าในฐานะพลเมือง

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของอุทยานแห่งชาติดอยหลวงไม่ได้วัดจากจำนวนโครงการที่ได้รับอนุมัติเท่านั้น แต่จะวัดจากจำนวนวันในแต่ละปีที่ผืนป่าปลอดควันไฟ และจำนวนรอยยิ้มของประชาชนที่สามารถอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างภาคภูมิและยั่งยืน

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
  • อุทยานแห่งชาติดอยหลวง
  • สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย (สวท.เชียงราย)
  • กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 323
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME