Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS HEALTH

กลยุทธ์งานวิ่งเด็กเซ็นทรัลเชียงราย 2026 เมื่อภาคเอกชนผนึกกำลังสร้างพื้นที่กลางเพื่อสังคมและสุขภาพ

Summary
  • เซ็นทรัล เชียงราย จัดงาน Kids Fun Run 2026 ชวนเด็ก 4-10 ปีร่วมวิ่งสร้างเสริมสุขภาพ

  • กิจกรรมแบ่งเป็นรุ่น 300 เมตร และ 500 เมตร มุ่งสร้างความภูมิใจและพัฒนาการเด็ก

  • ภาคีพันธมิตรเอกชนกว่า 10 แบรนด์ร่วมสนับสนุน สะท้อนบทบาทธุรกิจในการร่วมสร้างสังคม

  • งานนี้สื่อสารภาพลักษณ์เชียงรายในฐานะ “เมืองที่น่าอยู่สำหรับครอบครัว” ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว

  • การลงทุนกับกิจกรรมเด็กถือเป็นการสร้างทุนมนุษย์และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว

Central Chiangrai Kids Fun Run 2026 ก้าวเล็กของเด็กเชียงราย กับภาพใหญ่ของเมืองที่กำลังโตอย่างมีคุณภาพ

เชียงราย, 27 เมษายน 2569 – เช้าวันอาทิตย์ที่หลายครอบครัวควรได้พักผ่อน กลับกลายเป็นอีกเช้าที่มีพลังเป็นพิเศษในตัวเมืองเชียงราย เมื่อพื้นที่ลานกาสะลองของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ถูกเปลี่ยนให้เป็นสนามวิ่งขนาดย่อมสำหรับเด็ก ๆ ที่มาพร้อมรอยยิ้ม เสียงเชียร์ และบรรยากาศอบอุ่นของพ่อแม่ผู้ปกครอง กิจกรรม Central Chiangrai Kids Fun Run 2026 ถูกจัดขึ้นอย่างคึกคัก โดยมีคุณสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เป็นประธานเปิดงาน ร่วมกับคุณชญานันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย พร้อมภาคีพันธมิตรจากหลายภาคส่วนของจังหวัดและภาคธุรกิจเอกชน

ภายในงานแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 รุ่นอย่างชัดเจน รุ่นแรกคือ Junior Run สำหรับเด็กอายุ 4 ถึง 7 ปี ระยะทาง 300 เมตร และอีกรุ่นคือ Kids Fun Run สำหรับเด็กอายุ 8 ถึง 10 ปี ระยะทาง 500 เมตร เด็กทุกคนที่เข้าร่วมได้รับเสื้อวิ่ง เหรียญที่ระลึก น้ำดื่ม ขนม ของว่าง และสิทธิพิเศษจากพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นโรบินสัน เชียงราย, Supersports, adidas, Tops, McDonald’s, The Pizza Company, Major Cineplex, โรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงราย, Little Chef และศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยเฮือนฮ้องขวัญ นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมบนเวที มุมถ่ายภาพ และกิจกรรมครอบครัวตลอดทั้งงาน ซึ่งทำให้บรรยากาศของวันนั้นไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่เป็นวันของครอบครัวอย่างแท้จริง

จากงานวิ่งเด็ก สู่คำถามใหญ่ของเชียงราย

หากมองเพียงผิวหน้า หลายคนอาจเห็นว่านี่คืองานวิ่งสำหรับเด็กอีกงานหนึ่งที่จัดในศูนย์การค้า แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกขึ้น งานนี้สะท้อนคำถามสำคัญของเชียงรายว่า เมืองจะเติบโตอย่างไรให้ “น่าอยู่” ไปพร้อมกับ “น่าลงทุน” เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เชียงรายไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะในเรื่องการท่องเที่ยวหรือการค้า แต่กำลังแข่งขันกันด้วยคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะคุณภาพชีวิตของครอบครัวรุ่นใหม่ที่กำลังตัดสินใจว่า จะใช้ชีวิต ทำงาน และเลี้ยงลูกในเมืองแบบไหน

ข้อมูลที่แนบมาให้ภาพชัดว่า จังหวัดเชียงรายมีประชากรรวม 1,295,922 คน โดยเป็นประชากรหญิง 668,580 คน มากกว่าประชากรชาย และภาคบริการเป็นสัดส่วนสำคัญของเศรษฐกิจจังหวัด ข้อเท็จจริงนี้มีนัยมากกว่าตัวเลข เพราะมันชี้ว่าเศรษฐกิจเชียงรายไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยการผลิตสินค้าเพียงด้านเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยบริการ การท่องเที่ยว การค้า และกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะบทบาทของผู้หญิงในฐานะแม่ ผู้ดูแลครอบครัว และกำลังสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก

เมื่อเป็นเช่นนี้ กิจกรรมอย่าง Kids Fun Run เชียงราย จึงไม่ใช่เพียงการจัดงานเพื่อความสนุกชั่วคราว แต่กลายเป็นภาพแทนของแนวคิดใหม่ที่มองว่า “เมืองที่ดี” ต้องมีพื้นที่ให้เด็กได้เติบโต มีเวทีให้ครอบครัวออกมาใช้เวลาร่วมกัน และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสุขภาวะตั้งแต่วัยเล็ก ยิ่งในยุคที่หลายจังหวัดพยายามชิงความได้เปรียบทั้งเรื่องนักลงทุน นักท่องเที่ยว และแรงงานคุณภาพ เมืองที่มีพื้นที่ปลอดภัยและเป็นมิตรกับครอบครัวย่อมได้แต้มต่อในระยะยาว

ก้าววิ่ง 300 เมตร และ 500 เมตร ที่ไกลเกินระยะจริง

ระยะทาง 300 เมตรสำหรับเด็กเล็ก และ 500 เมตรสำหรับเด็กโต อาจดูสั้นในสายตาผู้ใหญ่ แต่ในมุมของพัฒนาการเด็ก มันคือระยะที่พอดีกับการสร้างทั้งความสนุก ความท้าทาย และความภูมิใจในตัวเอง ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ที่แนบมากับงานนี้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า การลงทุนกับเด็กในวัยต้นมีผลอย่างยิ่งต่อทุนมนุษย์ในอนาคต และประสบการณ์เชิงบวกในวัยเด็กสามารถต่อยอดไปสู่ทักษะทางอารมณ์ ความมั่นใจ และแรงจูงใจในการเรียนรู้ระยะยาวได้

เรื่องนี้อาจฟังดูเหมือนแนวคิดทางวิชาการ แต่ในชีวิตจริง คนเป็นพ่อแม่เข้าใจได้ทันที เด็กคนหนึ่งที่เคยยืนกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนออกตัววิ่ง แล้วสามารถไปถึงเส้นชัยท่ามกลางเสียงเชียร์ของครอบครัว เขาไม่ได้ได้มาเพียงเหรียญหนึ่งเหรียญ แต่ได้ประสบการณ์ว่าตัวเอง “ทำได้” และความรู้สึกเช่นนี้เองที่มักกลายเป็นเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ ของความเชื่อมั่นในวันข้างหน้า

เชียงรายในวันนี้จึงกำลังเห็นภาพที่มีความหมายกว่าความสนุกในงาน นั่นคือการทำให้กิจกรรมทางกายกลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ทางใจ เด็กได้ฝึกวินัย ได้อยู่ในบรรยากาศของกติกา ได้พบเพื่อนใหม่ และได้เห็นว่าผู้ใหญ่รอบตัวให้คุณค่ากับสุขภาพและเวลาครอบครัวเพียงใด เมืองที่สร้างฉากแบบนี้ให้เกิดขึ้นได้ซ้ำ ๆ ย่อมกำลังลงทุนกับอนาคตโดยไม่จำเป็นต้องพูดคำใหญ่โตมากนัก

พันธมิตรจำนวนมาก สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของภาคเอกชน

อีกจุดที่ทำให้งานนี้มีความหมายเกินกว่ากิจกรรมหนึ่งวัน คือการรวมตัวของพันธมิตรหลากหลายประเภท ตั้งแต่ค้าปลีก กีฬา อาหาร โรงพยาบาล ไปจนถึงสถาบันสอนทำขนมและศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย ภาพนี้สะท้อนว่าภาคเอกชนในเชียงรายกำลังขยับจากบทบาทผู้ขายสินค้าและบริการ ไปสู่บทบาทผู้ร่วมสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคม

ศูนย์การค้าอย่างเซ็นทรัล เชียงราย ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงพื้นที่ซื้อของอีกต่อไป แต่กำลังพยายามทำตัวเป็น “พื้นที่กลางของเมือง” ที่ครอบครัวสามารถมาใช้เวลาได้อย่างปลอดภัย ขณะที่โรงพยาบาลและแบรนด์ด้านสุขภาพที่เข้าร่วม ก็เท่ากับส่งสัญญาณว่าเรื่องการดูแลเด็กควรเริ่มจากการป้องกันและการสร้างพฤติกรรมสุขภาพ ไม่ใช่รอให้เจ็บป่วยแล้วจึงค่อยรักษา ส่วนกลุ่มร้านอาหารและความบันเทิงก็เข้ามาช่วยเติมมิติของความสุขให้กิจกรรมไม่ตึงเกินไป และทำให้งานครอบครัวกลายเป็นประสบการณ์ที่สมบูรณ์ขึ้น

หากเปรียบเทียบกับเมืองใหญ่หลายแห่ง จะพบว่าเมืองที่สร้างความผูกพันกับผู้คนได้ดี มักไม่ใช่เมืองที่มีแต่โครงการก่อสร้างหรือห้างสรรพสินค้าใหม่ แต่คือเมืองที่ภาคธุรกิจยอมลงทุนกับสิ่งที่ไม่เห็นผลกำไรทันที เช่น สนามเด็กเล่น พื้นที่กิจกรรมครอบครัว หรือกิจกรรมสร้างทักษะเด็ก เพราะสิ่งเหล่านี้ค่อย ๆ สร้างความเชื่อมั่นว่า เมืองนั้นไม่ได้คิดแต่เรื่องยอดขาย แต่คิดถึงชีวิตของคนในเมืองด้วย

เชียงรายกับภาพเมืองที่ผู้ปกครองอยากอยู่ต่อ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เชียงรายถูกพูดถึงในฐานะเมืองท่องเที่ยว เมืองกาแฟ เมืองศิลปะ และเมืองชายแดน แต่กิจกรรมอย่าง Central Chiangrai Kids Fun Run 2026 ทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งของจังหวัด นั่นคือความพยายามผลักเชียงรายให้เป็นเมืองที่ครอบครัวอยากอยู่ต่อ ไม่ใช่แค่เมืองที่นักท่องเที่ยวอยากแวะมา

นี่เป็นประเด็นสำคัญมาก เพราะการพัฒนาเมืองยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว หากวัดกันที่คนในพื้นที่รู้สึกอย่างไรกับเมืองของตัวเอง พ่อแม่รุ่นใหม่มีตัวเลือกมากขึ้นกว่าคนรุ่นก่อน พวกเขาสามารถย้ายงาน ย้ายเมือง หรือแม้แต่ทำงานแบบยืดหยุ่นได้มากขึ้น คำถามจึงไม่ใช่เพียงเชียงรายมีอะไรให้เที่ยว แต่คือเชียงรายมีอะไรให้ลูกโต มีอะไรให้ครอบครัวใช้ชีวิตร่วมกัน และมีอะไรที่ทำให้ผู้ปกครองรู้สึกว่าการอยู่ที่นี่คุ้มค่า

ข้อมูลวิเคราะห์ในไฟล์ยังชี้ว่า การสร้างพื้นที่เชิงบวกให้เด็กและครอบครัวมีผลต่อการลดความเหลื่อมล้ำทางโอกาสด้วย เพราะกิจกรรมที่เข้าถึงได้ในพื้นที่สาธารณะสามารถกลายเป็นเวทีให้เด็กจากพื้นเพต่างกันได้พบประสบการณ์ร่วมกัน ได้รับการยอมรับ และได้ความภูมิใจในแบบที่ไม่ต้องแบ่งแยกด้วยฐานะทางบ้าน ในแง่นี้ งานวิ่งเด็กที่ดูเรียบง่ายจึงมีความหมายมากกว่าการวิ่ง เพราะมันแตะเรื่องโอกาสของเด็กในระยะยาวด้วย

เหรียญรางวัลเล็ก ๆ กับความหมายต่อเศรษฐกิจเมือง

ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยอาจมองว่าเหรียญที่ระลึก เสื้อวิ่ง หรือขนมที่แจกในงาน เป็นเพียงของประกอบกิจกรรม แต่สำหรับธุรกิจเมือง สิ่งเหล่านี้ทำงานในอีกแบบหนึ่ง พวกมันคือเครื่องมือสร้างความทรงจำที่ดีระหว่างครอบครัวกับสถานที่ เมื่อครอบครัวหนึ่งประทับใจกับกิจกรรมที่ลูกได้ลงมือทำจริง ได้รับการดูแลจริง และได้ความสุขจริง ความรู้สึกผูกพันกับพื้นที่ก็จะเกิดขึ้น

เศรษฐกิจเมืองยุคใหม่มีฐานอยู่บนความรู้สึกไม่แพ้การจับจ่าย เมืองที่สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับคนได้ จะมีโอกาสสูงกว่าที่คนจะกลับมาใช้บริการซ้ำ กลับมาร่วมงานอีก และบอกต่อไปยังเครือข่ายอื่น กิจกรรมเด็กจึงไม่ใช่เรื่องเล็กของการตลาด แต่เป็นเครื่องมือสร้างฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นของเมืองอย่างแนบเนียน ในกรณีของเชียงราย งานนี้ยังช่วยตอกย้ำภาพว่าภาคธุรกิจในจังหวัดพร้อมร่วมมือกันมากกว่าการแข่งขันอย่างเดียว

หากคิดให้ลึกไปอีกขั้น เรื่องนี้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจังหวัดโดยตรง เพราะทุกครั้งที่เมืองมีพื้นที่คุณภาพสำหรับครอบครัว เมืองย่อมรักษากำลังซื้อในท้องถิ่นได้ดีขึ้น ร้านค้าได้รับอานิสงส์ ภาคบริการเคลื่อนไหว และแบรนด์ในพื้นที่มีโอกาสใกล้ชิดกับผู้บริโภคผ่านประสบการณ์จริงมากกว่าการโฆษณาเพียงอย่างเดียว

เมื่อเชียงรายไม่ได้ต้องการแค่เด็กสุขภาพดี แต่ต้องการเมืองที่แข็งแรงกว่าเดิม

หากมองจากระยะสั้น งานนี้อาจจบลงพร้อมเสียงปรบมือ เส้นชัย และภาพความประทับใจของพ่อแม่ผู้ปกครอง แต่ถ้ามองจากระยะยาว สิ่งที่น่าสนใจกว่าคืองานลักษณะนี้กำลังสื่อสารทิศทางใหม่ของเชียงรายว่า เมืองกำลังให้คุณค่ากับการเติบโตเชิงคุณภาพมากขึ้น ทั้งคุณภาพของเด็ก คุณภาพของครอบครัว และคุณภาพของพื้นที่เมือง

ข้อมูลที่แนบมาเสนอความคิดไว้อย่างคมชัดว่า ดัชนีความมั่งคั่งของเชียงรายอาจไม่ได้วัดกันที่ยอดขายหรือจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่อาจวัดกันที่จำนวนพื้นที่ที่ทำให้เด็กหัวเราะได้อย่างปลอดภัย และครอบครัวรู้สึกว่าเมืองนี้ไม่ปล่อยให้พวกเขาอยู่ลำพังกับภาระของชีวิตประจำวัน นี่คือสารที่ลึกกว่ากิจกรรมวิ่ง และเป็นสารที่สำคัญมากสำหรับเมืองที่กำลังหาทางเติบโตโดยไม่ทิ้งคนตัวเล็กที่สุดไว้ข้างหลัง

อาจเริ่มต้นจากแนวคิดง่าย ๆ คือชวนเด็กออกมาวิ่งในช่วงปิดเทอม

งาน Central Chiangrai Kids Fun Run 2026 อาจเริ่มต้นจากแนวคิดง่าย ๆ คือชวนเด็กออกมาวิ่งในช่วงปิดเทอม แต่เมื่อดูจากองค์ประกอบทั้งหมด ทั้งผู้จัด พันธมิตร บรรยากาศของงาน และข้อมูลวิเคราะห์ที่แนบมา งานนี้สะท้อนบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้นมาก มันคือความพยายามทำให้เชียงรายเป็นเมืองที่ให้คุณค่ากับเด็ก ครอบครัว และคุณภาพชีวิตอย่างจริงจัง

ในวันที่หลายเมืองแข่งขันกันด้วยโครงการใหญ่ งบลงทุนใหญ่ หรือภาพลักษณ์ใหญ่ เชียงรายกำลังบอกอีกแบบหนึ่งว่า การพัฒนาเมืองอาจเริ่มจากการทำเรื่องเล็กให้มีความหมายจริง เด็กคนหนึ่งวิ่ง 300 เมตรหรือ 500 เมตรอาจไม่เปลี่ยนเมืองในวันเดียว แต่ถ้าเมืองมีพื้นที่แบบนี้มากพอ เด็กเหล่านี้จะเติบโตพร้อมความเชื่อมั่น พ่อแม่จะรู้สึกว่าเมืองนี้มีที่ให้ครอบครัว และภาคธุรกิจก็จะเรียนรู้ว่าการลงทุนที่ดีที่สุดบางครั้งอาจไม่ใช่การสร้างยอดขายทันที แต่คือการสร้างความทรงจำที่ทำให้คนอยากอยู่กับเมืองนี้นานขึ้น

สำหรับเชียงราย นี่จึงไม่ใช่เพียงงานวิ่งเด็ก หากเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า จังหวัดกำลังพยายามเดินไปสู่การเป็นเมืองที่แข็งแรงจากข้างใน เมืองที่ไม่วัดความสำเร็จแค่ความใหญ่ของโครงการ แต่รวมถึงความอบอุ่นของพื้นที่ที่เด็กคนหนึ่งได้ลองวิ่ง ได้รับกำลังใจ และได้รู้ว่าตัวเองไปถึงเส้นชัยได้จริง

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย
  • สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย
  • สำนักงานสถิติจังหวัดเชียงราย
  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

ส่งเสริมศิลปะพื้นบ้านเชียงราย ขับเคลื่อน Soft Power สร้างรายได้ชุมชน

เชียงรายจัดกิจกรรมส่งเสริมศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ขับเคลื่อน Soft Power ด้วยมิติวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมหอปรัชญารัชกาลที่ ๙ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และเครือข่ายสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรม “ส่งเสริมศิลปะการแสดงพื้นบ้าน สร้างงาน สร้างรายได้”

เปิดงานโดยประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เป็นผู้กล่าวต้อนรับและเปิดงาน โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อนำศิลปะการแสดงพื้นบ้านมาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ

เป้าหมายของการจัดกิจกรรม

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและองค์กรเครือข่ายในการสืบสาน รักษา และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัฒนธรรมและขับเคลื่อน Soft Power ด้วยมิติวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน

เสวนาหัวข้อสำคัญ: ส่งเสริมศิลปะพื้นบ้านสร้างรายได้

กิจกรรมสำคัญในงานคือการเสวนาหัวข้อ “ส่งเสริมศิลปะการแสดงพื้นบ้านจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างรายได้ สร้างงาน และความมั่นคงทางวัฒนธรรม” โดยมีผู้นำเสวนาที่มากด้วยประสบการณ์ ได้แก่

  1. นางวนิดาพร ธิวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
  2. นายนิรันดร์ แปงคำ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอพาน
  3. นายธันวา เหลี่ยมพันธุ์ ประธานองค์กรภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเชียงของ

การเสวนาได้รับการดำเนินรายการโดย ดร.รัชฏ์พันธ์ รัชนีวงศ์ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการส่งเสริมศิลปะพื้นบ้านให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

การแสดงศิลปะพื้นบ้านจาก 5 อำเภอ

ภายในงานมีการแสดงศิลปะพื้นบ้านที่หลากหลายและสะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย ได้แก่:

  1. การแสดงฟ้อนดาบ โดยนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
  2. การขับร้องพื้นเมือง จากสภาวัฒนธรรมอำเภอแม่สรวย
  3. การฟ้อนเจิง จากสภาวัฒนธรรมอำเภอเชียงแสน
  4. การแสดงชาติพันธุ์เทอดไทย จากสภาวัฒนธรรมอำเภอแม่ฟ้าหลวง
  5. การแสดงตอกเส้นประกอบดนตรี จากสภาวัฒนธรรมอำเภอพาน

บูธจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมจาก 18 อำเภอ

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือการออกบูธจำหน่ายและสาธิตมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากเครือข่ายสภาวัฒนธรรมทั้ง 18 อำเภอในจังหวัดเชียงราย ซึ่งแสดงถึงความหลากหลายและความงดงามของวัฒนธรรมพื้นถิ่น

การสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่จากกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม กลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม รวมถึงนักวิชาการวัฒนธรรมจากทุกอำเภอในเชียงรายเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างการเชื่อมโยงระหว่างองค์กร

ส่งเสริม Soft Power ผ่านศิลปะและวัฒนธรรม

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างงานและรายได้ให้แก่ชุมชน แต่ยังส่งเสริมการใช้มิติทางวัฒนธรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดเชียงรายในฐานะเมืองแห่งวัฒนธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

ประเพณีลอยกระทงสันกลางเชียงราย ส่งเสริมวัฒนธรรมและความสามัคคี

งานประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 20.00 น. นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลาง ประจำปี 2567 ณ บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายทัศพงษ์ สุวรรณมงคล เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ว่าที่ร้อยตรี ปภาวิน ปวงใจ เลขานุการสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายสุรเชษฐ วงศ์น้อย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอพาน เขต 2 ร่วมงานครั้งนี้ด้วย

ภายในงานมีคณะผู้บริหารตำบลสันกลาง ได้แก่ นายอลงกรณ์ ดีน้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง นายภัทราวุธ ชุ่มอินจักร์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลสันกลาง และนายศรีวรรณ์ วงศ์จินา กำนันตำบลสันกลาง ร่วมให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและประชาชนที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น

การจัดงานประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลางปีนี้ มุ่งส่งเสริมเยาวชนและประชาชนทุกวัยให้ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสำคัญนี้ ซึ่งเป็นประเพณีที่มีการสืบสานมาแต่โบราณเพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณแม่น้ำลำคลองที่ให้ชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ โดยกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า พร้อมกับสร้างความสามัคคีในชุมชนและเสริมสร้างจิตสำนึกในการรักษาประเพณีวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืน

กิจกรรมภายในงานประกอบไปด้วย:

  1. การประกวดกระทง – ประชาชนและนักเรียนในพื้นที่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถในการประดิษฐ์กระทงที่สวยงามและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  2. การประกวดหนูน้อยนพมาศ – เพื่อส่งเสริมความน่ารักและการเรียนรู้เกี่ยวกับประเพณีของไทยให้กับเยาวชน
  3. การประกวดโคมไฟเครื่องแขวน – เป็นการนำเสนอศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ซึ่งแสดงถึงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าร่วม
  4. การแข่งขันชกมวยไทย – กิจกรรมกีฬาที่สร้างความตื่นเต้นและความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงาน
  5. เวทีดนตรีรำวง – เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความรื่นเริงและสนุกสนานให้กับประชาชนผู้มาร่วมงาน

งานประเพณีลอยกระทงในปีนี้จัดขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีไทยที่มีมาอย่างยาวนาน นอกจากจะเป็นการแสดงถึงความกตัญญูต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและเกิดความสามัคคีในการร่วมกิจกรรมที่สร้างความสุขและความสนุกสนานให้กับทุกคนที่เข้าร่วมงาน

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวในพิธีเปิดงานว่า “การจัดงานลอยกระทงในปีนี้เป็นโอกาสที่ดีให้กับเยาวชนและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสืบสานประเพณีอันดีงามของชาติไทย เราหวังว่ากิจกรรมเหล่านี้จะเป็นที่ประทับใจและจดจำของผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน และส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงคุณค่าของประเพณีที่มีความสำคัญเช่นนี้”

นอกจากนี้ งานครั้งนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ความงดงามของวัฒนธรรมล้านนาให้กับคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย

โดยสรุป งานประเพณีลอยกระทงตำบลสันกลางครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมที่สำคัญของไทย แต่ยังส่งเสริมความสัมพันธ์ในชุมชน และสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและสนุกสนานให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน ทั้งนี้ งานจะดำเนินไปจนถึงช่วงค่ำของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : อบจ.เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เปิดตัวนางสาวไทยเชียงราย 2568 ดึงเสน่ห์เมืองเหนือ

การเปิดตัวการประกวดนางสาวไทยเชียงราย 2568 และภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเที่ยว “Endpresso ปณิธานหวานน้อย”

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 เวลา 14.00 น. ณ ร้าน Stella Café and Bar ตลาดล้านเมือง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวการประกวดนางสาวไทย เชียงราย ๒๕๖๘ โดยมีนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้มีเกียรติจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ที่ร่วมสนับสนุนงานนี้อย่างครบถ้วน เพื่อสร้างสรรค์โอกาสให้สาวงามจากจังหวัดเชียงรายได้เป็นตัวแทนเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ

การประกวดนางสาวไทย เชียงราย 2568 เพื่อส่งเสริมบทบาทสาวงามทูตวัฒนธรรม

การประกวดนางสาวไทย เชียงราย 2568 ครั้งนี้จัดขึ้นโดยบริษัท โปร อินฟินิตี้ บิช จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การประกวดนางสาวไทยในจังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาสาวงามที่ไม่เพียงแต่มีความงดงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีความรู้และความสามารถในการเป็นทูตวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย ผู้เข้าประกวดจะได้รับบทบาทสำคัญในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ อาหารพื้นบ้าน ประเพณี และวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงราย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศได้เข้ามาเยี่ยมชมและสัมผัสเสน่ห์ของเชียงราย

การประกวดนี้มีกำหนดการจัดขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 และคาดว่าจะมีสาวงามจากทั่วเชียงรายสมัครเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยผู้ชนะจะได้เป็นตัวแทนของเชียงรายในการประกวดนางสาวไทย และทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์จังหวัดตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

การกระตุ้นเศรษฐกิจและการส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล

การจัดการประกวดครั้งนี้นอกจากจะมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของการกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเชื่อมโยงกับการสร้างโอกาสให้ธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ในพื้นที่เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นจะช่วยดึงดูดผู้คนให้มาเยือนเชียงรายและสร้างโอกาสทางรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดจึงไม่เพียงแค่เพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างทั่วถึง

การเปิดตัวภาพยนตร์ “Endpresso ปณิธานหวานน้อย” เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวเชียงราย

ในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ยังมีการเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “Endpresso ปณิธานหวานน้อย” ซึ่งเป็นภาพยนตร์แนวรักที่ถ่ายทำในจังหวัดเชียงราย โดยมุ่งหวังให้เป็นสื่อหนึ่งในการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยวของเชียงราย ภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอฉากหลังที่งดงามของสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงราย ซึ่งจะช่วยสร้างความสนใจแก่ผู้ชมภาพยนตร์ให้มาเยือนจังหวัด อีกทั้งยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมและบรรยากาศที่อบอุ่นของชุมชนชาวเชียงรายอีกด้วย

การเปิดตัวภาพยนตร์ในครั้งนี้มีผู้มีเกียรติหลากหลายจากวงการท่องเที่ยว อาทิ นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงราย และ นางสาวกัญธนัช กิตติถิรธรรม ผู้บริหารบริษัท บิววี่ ดี-ว่า จำกัด ผู้จัดงาน ได้เน้นถึงความสำคัญของภาพยนตร์นี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวอยากมาเยือนตลอดปี

การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

งานแถลงข่าวได้รับความสนใจและการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ทั้งนี้นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้ส่งตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมงานด้วย โดยมีนางสาวณพิชญา นันตาดี และนายจิรัฏฐ์ ยุทธ์ธนประวิช นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ ที่เข้าร่วมงานและสนับสนุนการจัดกิจกรรมครั้งนี้อย่างเต็มที่เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่น

บทสรุป: การรวมพลังเพื่อสร้างเชียงรายให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

การประกวดนางสาวไทย เชียงราย 2568 และภาพยนตร์ “Endpresso ปณิธานหวานน้อย” เป็นสื่อสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมเชียงรายในด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการดำเนินงานทั้งสองเพื่อผลักดันให้เชียงรายกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News