Categories
NEWS UPDATE

รัฐบาลไทยประกาศปี 2568 เป็น “ปีทองแห่งการท่องเที่ยว” พร้อมปรับรูปแบบเมืองรองเป็น “เมืองน่าเที่ยว” ทั่วประเทศ

รัฐบาลประกาศปี 2568 “ปีทองแห่งการท่องเที่ยว” ส่งเสริมเมืองรองเป็น “เมืองน่าเที่ยว” ทั่วไทย

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 รัฐบาลไทยได้เปิดตัวโครงการ “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานที่ศูนย์การค้า One Bangkok เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค พร้อมเน้นการส่งเสริม Soft Power ของไทย รวมถึงการส่งเสริมเมืองหลักและเมืองรองที่เป็น “เมืองน่าเที่ยว” ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

การเปิดตัวการท่องเที่ยวในปี 2568

การเปิดตัว “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” ถือเป็นการปรับรูปแบบการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของเมืองรอง ซึ่งจะได้รับการส่งเสริมให้เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวอยากไปเยือนตลอดทั้งปี นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เกิดการเติบโตต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเน้นการพัฒนาเมืองรองให้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในทุกพื้นที่

โครงการที่สำคัญสำหรับปี 2568

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้วางแผนที่จะเพิ่มจำนวนการท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยว ด้วยการส่งเสริมทั้งเมืองหลักและเมืองรองให้มีการท่องเที่ยวที่ต่อเนื่อง พร้อมสร้างโอกาสใหม่ในการทำธุรกิจและการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาเมืองรองให้มีศักยภาพและเสน่ห์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ วัฒนธรรม หรือธรรมชาติ

การเสริมสร้าง Soft Power

การส่งเสริม Soft Power หรือพลังอ่อนของไทยยังคงเป็นจุดแข็งที่รัฐบาลต้องการผลักดันเพื่อเสริมสร้างการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลจะสนับสนุนให้การท่องเที่ยวของไทยเป็นเรื่องของการสัมผัสวัฒนธรรมไทยผ่านกิจกรรมต่างๆ รวมถึงอาหารไทยและวิถีชีวิตที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักทั่วโลก นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความสำคัญของความเป็นมิตรของคนไทย ที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอบอุ่นและต้อนรับอย่างดีเมื่อมาถึง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินหน้าสนับสนุนเต็มที่

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในปีนี้ประเทศไทยจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงการท่องเที่ยวจาก “เที่ยวเมืองรอง” เป็น “เมืองน่าเที่ยว” โดยการคัดเลือกเมืองที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในด้านต่างๆ ซึ่งจะสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาชมศิลปะวัฒนธรรมที่น่าสนใจ และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์

กิจกรรมในงาน Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025

ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่มีความหลากหลายและน่าสนใจ เช่น การแสดงความร่วมมือร่วมใจในปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025, การนำเสนอผ้าไทยจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่แฟชั่นร่วมสมัย, การทดสอบพลังความแข็งแรงของหมัดเชิงมวย, การดวลวงสวิงใน Golf Simulator, การชมจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นพาหนะที่สามารถใช้ในการท่องเที่ยวและกีฬาได้ และการค้นหาร้านอาหารที่ได้รับเครื่องหมาย “มิชลิน” ซึ่งรับรองความอร่อยระดับโลก

การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

การท่องเที่ยวปี 2568 ถือเป็นปีแห่งโอกาสและความหวังที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพในทุกด้าน ทั้งด้านการสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน รวมไปถึงการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่จะมาร่วมสัมผัสกับ Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 และร่วมสร้างความสำเร็จในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในระดับสากล

บทสรุป

ปี 2568 ถือเป็นปีที่ประเทศไทยจะได้ผลักดันการท่องเที่ยวให้เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมเมืองหลักและเมืองรองที่มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ การส่งเสริม Soft Power ของไทยและการพัฒนาวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จะช่วยให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนในภูมิภาค

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเปิดกิจกรรมหยุดเผา หยุดฝุ่น ต้าน PM 2.5

จังหวัดเชียงรายเดินหน้ามาตรการรณรงค์ป้องกันไฟป่าและฝุ่น PM 2.5

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านห้วยทรายขาว หมู่ที่ 3 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ (Kick Off) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ภายใต้แนวคิด “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา” โดยมุ่งเน้นสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนถึงความสำคัญของการห้ามเผาในทุกครัวเรือนทั่วจังหวัดเชียงราย พร้อมขยายผลไปทั่วประเทศผ่านการแจกสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เช่น แผ่นพับ โปสเตอร์ และสื่อโซเชียลเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้ได้มีการเข้าถึงชุมชนและประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยใช้วิธีการเคาะประตูบ้านเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากไฟป่าและการเผา รวมถึงแนวทางการป้องกันเพื่อช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนการปลูกต้นไม้และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อช่วยลดมลพิษจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายได้กำหนดมาตรการหลัก 3 ด้านเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ซึ่งประกอบไปด้วยการส่งเสริมการทำเกษตรแบบไม่ใช้การเผา เช่น การไถกลบตอซัง การทำปุ๋ยหมัก และการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงการใช้มาตรการตัดสิทธิประโยชน์ทางการเกษตร โดยมีการควบคุมการใช้มาตรการต่างๆ ผ่านการร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การใช้มาตรการเข้มงวดและเชิงรุก

จังหวัดเชียงรายยังได้ตั้งทีมเฝ้าระวังในชุมชนเพื่อตรวจสอบและแจ้งเตือนการเกิดมลพิษ พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในทุกพื้นที่เพื่อให้การจัดการปัญหาหมอกควันและไฟป่ามีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การลดจุดความร้อนในจังหวัดเชียงรายเป็นผลสำเร็จที่เห็นได้ชัด โดยช่วงสองวันที่ผ่านมาไม่พบจุดความร้อนเลย ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จจากการบังคับใช้มาตรการเหล่านี้

ความสำคัญของการร่วมมือจากประชาชน

อย่างไรก็ตาม ในการแก้ไขปัญหานี้ยังคงต้องพึ่งพาความร่วมมือจากประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในส่วนของการลดการเผาและการช่วยควบคุมมลพิษจากยานพาหนะและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งยังคงเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนของจังหวัดเชียงราย ในขณะเดียวกันยังได้มีการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น

การพัฒนาเชียงรายสู่เมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

จุดมุ่งหมายหลักของการรณรงค์นี้คือการทำให้จังหวัดเชียงรายกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอากาศบริสุทธิ์ พร้อมด้วยการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับพื้นที่ ผ่านการลดมลพิษและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เพียงแต่การพัฒนาสภาพแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมให้มีการพัฒนาในทุกด้านเพื่อให้เมืองเชียงรายเป็นที่รู้จักในระดับโลกในฐานะที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอากาศที่ดีที่สุด

สรุป

การรณรงค์เพื่อป้องกันไฟป่าและมลพิษทางอากาศที่จังหวัดเชียงรายจัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นการสร้างการตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและการร่วมมือในการหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยการใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการร่วมมือจากประชาชนในการลดการเผาและการใช้พลังงานสะอาด เพื่อให้เชียงรายกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สะอาดและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

งาน ‘Gord-Aun Craft Market’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเชียงราย

งาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงราย

เชียงราย, 1 กุมภาพันธ์ 2568 – นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดงาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ณ สวนเชียงรายดอกไม้งาม ปี่ที่ 21 สวนสาธารณหาดนครเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย งานนี้จัดขึ้นโดยสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดเชียงราย ร่วมกับจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มาร่วมจัดแสดงสินค้าของฝากและของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ

งานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (THAI MEDIA FUND) เพื่อขับเคลื่อนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ผ่านการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์จากจังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่

สร้างกระแสการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

งาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ตั้งเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับชุมชน ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการท้องถิ่น การแสดงวัฒนธรรมและประยุกต์ การแสดงดนตรี นิทรรศการศิลปะ การทำ Workshop ในรูปแบบต่างๆ และกิจกรรมการประกวดที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม

งานนี้จะมีการจัดทั้งหมด 3 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2568 ครั้งที่ 2 จะจัดในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ และครั้งสุดท้ายในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเชียงรายได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ

กิจกรรมและกิจกรรมพิเศษในงาน

ภายในงาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” มีการจัดกิจกรรมมากมายที่หลากหลายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เข้ามาร่วมงาน เช่น:

  • การจำหน่ายสินค้า: สินค้าและผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงราย ทั้งของที่ระลึกและสินค้าฝีมือท้องถิ่น
  • การแสดงวัฒนธรรมและดนตรี: การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น และการแสดงดนตรีที่ผสมผสานระหว่างดนตรีพื้นบ้านและดนตรีสมัยใหม่
  • การทำ Workshop: กิจกรรมการวาดภาพสีน้ำและการทำงานศิลปะอื่นๆ ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ด้วยตนเอง เช่น วาดภาพลงบนการ์ดกอดอุ่น, เพ้นท์ตุ๊กตาปูนพลาเตอร์น้องกอดอุ่น, การประดิษฐ์พวงกุญแจและกระเป๋าผ้า
  • การประกวด: มีการจัดประกวดการแสดง Cover Dance, Singing, และการประกวดวาดภาพในหัวข้อ “กอดอุ่น เดอะ ซิตี้ สโปคส์แมน”

การสนับสนุนและความร่วมมือ

งานนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่างๆ ที่มีบทบาทในการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (THAI MEDIA FUND) ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยผลักดันโครงการที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด

การเปิดโอกาสให้กับชุมชนท้องถิ่น

นอกจากการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ แล้ว งาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นได้แสดงออกและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เข้ามาเที่ยวชม และสัมผัสกับวัฒนธรรมและสินค้าพื้นเมืองที่มีความเฉพาะตัว

บทสรุป

งาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ไม่เพียงแต่เป็นงานที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย แต่ยังเป็นเวทีในการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ของชุมชน โดยการส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการจัดกิจกรรมที่เน้นความสนุกสนานและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ งานจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนและสร้างความเติบโตให้กับเศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายต่อไป.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
ECONOMY

เศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากการลดลงในภาคการส่งออกและอุตสาหกรรม

ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2567 และการคาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2568

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์และโฆษกของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจและการเงินในเดือนธันวาคม 2567 และไตรมาสที่ 4 ปี 2567 โดยระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2567 ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งเกิดจากการส่งออกสินค้าที่ลดลงและการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงตามลำดับ ทำให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น การขนส่งสินค้า และภาคการลงทุนของภาคเอกชนทรงตัว

การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

แม้ว่าการส่งออกสินค้าจะลดลง แต่การท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงเป็นภาคส่วนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นจาก 3.2 ล้านคนในเดือนพฤศจิกายน มาเป็น 3.6 ล้านคนในเดือนธันวาคม ซึ่งมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวจากระยะไกล เช่น รัสเซียและออสเตรเลียเพิ่มขึ้น ขณะที่นักท่องเที่ยวจากระยะใกล้ เช่น จีนและมาเลเซียลดลง สะท้อนถึงการฟื้นตัวในตลาดท่องเที่ยวระยะไกล ในปี 2567 จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทยโดยรวมอยู่ที่ 35.5 ล้านคน ซึ่งช่วยกระตุ้นรายรับในภาคการท่องเที่ยว

การส่งออกสินค้าลดลง

ในส่วนของการส่งออกสินค้า พบว่ามีการลดลงจาก 9.1% ในเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 8.4% โดยลดลงในหลายหมวดสินค้า เช่น หมวดรถยนต์ หมวดปิโตรเลียม และหมวดสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการส่งออกไปยังอาเซียนและบังคลาเทศ ในขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังคงลดลงตามการผลิตสินค้าหมวดอื่น ๆ เช่น เครื่องจักรและเหล็ก รวมถึงปิโตรเลียม ซึ่งสอดคล้องกับอุปสงค์ในและต่างประเทศที่ลดลง

อัตราเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนธันวาคม 2567 เพิ่มขึ้นจาก 0.95% เป็น 1.23% จากผลกระทบของราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามฐานต่ำในปีที่ผ่านมา ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคงที่ที่ 0.79% จากผลของราคาสินค้าอาหารสำเร็จรูปและเครื่องประกอบอาหารที่ปรับเพิ่มขึ้นในเดือนธันวาคม

การเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4

โดยรวมแล้วเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากแรงขับเคลื่อนจากภาคบริการและรายรับภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการขยายตัวของรายจ่ายลงทุนภาครัฐ ขณะที่การส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำยังคงทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยการส่งออกสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง ส่วนการบริโภคภาคเอกชนทรงตัวจากไตรมาสก่อน ซึ่งได้รับผลดีจากมาตรการเงินโอนจากภาครัฐ

เศรษฐกิจไทยในอนาคตและแนวโน้มในระยะยาว

ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 จะเติบโตใกล้เคียงกับ 4% แม้ว่าจะมีการชะลอตัวในภาคการผลิต แต่ยังมีการเติบโตในภาคบริการและการท่องเที่ยวที่ช่วยชดเชยการลดลงในภาคอื่น ๆ สำหรับแนวโน้มในอนาคต ธปท. กล่าวว่าต้องติดตามผลกระทบจากความไม่แน่นอนในนโยบายเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนในระดับโลก

การคัดเลือกประธานบอร์ดแบงก์ชาติ

ในส่วนของการคัดเลือกประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือประธานบอร์ดแบงก์ชาติ โฆษกของธปท. กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการคัดเลือกได้ดำเนินการไปแล้ว และในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอรายชื่อหนึ่งคน และธปท. จะเสนอรายชื่อสองคนเพื่อให้คณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติ โดยคาดว่าจะได้รายชื่อผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดแบงก์ชาติใหม่ภายในเดือนมิถุนายน หรือไม่เกินกันยายน

สรุป

ภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ยังคงมีการเติบโตจากแรงขับเคลื่อนของภาคบริการและการท่องเที่ยว แม้ว่าการส่งออกสินค้าจะลดลงก็ตาม โดยยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอตัวในภาคการผลิตและปัญหาภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ส่วนการคัดเลือกประธานบอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทยก็จะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามในอนาคต.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI CULTURE

เชียงของเสริมท่องเที่ยวด้วยศิลปะ วัฒนธรรม MOU ม.ราชภัฏเชียงราย

พิธีลงนามความร่วมมือวิชาการ วิจัย และวัฒนธรรม เชียงของ มุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวด้วยศิลปะการแสดง

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้จัดกิจกรรม การนำเสนอผลงานวิจัยและพัฒนาความร่วมมือระหว่างพิพิธภัณฑ์กับท้องถิ่น” เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ อำเภอเชียงของ ให้สอดคล้องกับการเป็นเมืองศิลปะของจังหวัดเชียงราย

ภายในงานมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการ (MOU) ด้าน การวิจัยและวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมี นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอเชียงของ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปวีณา ลี้ตระกูล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมลงนาม พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน สภาวัฒนธรรมอำเภอเชียงของ และประชาชนในพื้นที่ที่เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธี

พิธีลงนามและกิจกรรมวิชาการครั้งนี้จัดขึ้นที่ พิพิธภัณฑ์ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเชียงของ อาคารองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ท่าเรือบัค) บ้านหัวเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

การวิจัยเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวผ่านศิลปะวัฒนธรรม

หัวใจสำคัญของงานวิจัยครั้งนี้คือการใช้ ศิลปะการแสดงวัฒนธรรม มาสร้างสรรค์เป็นบทเพลงและผลงานจิตรกรรมร่วมสมัย เพื่อช่วย ส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของอำเภอเชียงของและจังหวัดเชียงราย โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และการมีส่วนร่วมจากหลายภาคส่วนในพื้นที่

นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงงานวิจัยให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมของเชียงของ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของเมืองศิลปะแห่งนี้

ผู้แทนหน่วยงานวัฒนธรรมร่วมกิจกรรม

ในงานนี้ได้รับเกียรติจาก นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นายวรพล จันทร์คง และ นางสาวกนกวรรณ สุทธะ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ จาก สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม เข้าร่วมงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของ การบูรณาการศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นกับงานวิจัย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

MOU นี้จะช่วยพัฒนาเชียงของอย่างไร?

  1. พัฒนาเชียงของให้เป็นเมืองศิลปะและวัฒนธรรม – ขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ท้องถิ่น
  2. สร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและชุมชน – สนับสนุนการวิจัยที่ตอบโจทย์พื้นที่
  3. ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ – ใช้ศิลปะ วัฒนธรรม และงานวิจัยในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

เชียงของ เมืองศิลปะที่ต้องจับตา

อำเภอเชียงของเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในด้านการท่องเที่ยวเชิงศิลปะและวัฒนธรรม เนื่องจากมีประวัติศาสตร์ยาวนาน วิถีชีวิตดั้งเดิม และอยู่ติดแม่น้ำโขง โครงการความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับเชียงของให้เป็น ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ของจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือ

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนต่างให้คำมั่นว่า จะเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือเชิงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เชียงของกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยั่งยืนในอนาคต

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการพัฒนาเชียงของผ่านศิลปะและวัฒนธรรม

  1. โครงการนี้มีเป้าหมายหลักคืออะไร?
    โครงการเน้น วิจัยและพัฒนาความร่วมมือด้านวัฒนธรรม เพื่อใช้ศิลปะและการแสดงวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์และยกระดับเชียงของให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปะ
  2. การลงนาม MOU นี้มีผลกระทบต่อชุมชนอย่างไร?
    ช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กระตุ้นการท่องเที่ยว และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน
  3. พิพิธภัณฑ์ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองเชียงของ คืออะไร?
    เป็นสถานที่จัดแสดงภาพถ่ายเก่าแก่เกี่ยวกับเชียงของและแม่น้ำโขง โดยสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
  4. การใช้ศิลปะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างไร?
    ศิลปะและการแสดงทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจ วัฒนธรรมท้องถิ่น และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน
  5. อำเภอเชียงของมีอะไรน่าสนใจบ้าง?
    เชียงของเป็นเมืองริมโขงที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ วัดเก่าแก่ พิพิธภัณฑ์ วิถีชีวิตชุมชน และศิลปะร่วมสมัยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายผลักดันการท่องเที่ยวคาร์บอนนิวทรัล สู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน

เชียงรายผลักดันท่องเที่ยวแนวใหม่ สู่มาตรฐานระดับสากล ด้วยแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 เพจ Chiangrai Geopark-อุทยานธรณีเชียงราย รายงานถึงความสำเร็จของกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) ภายใต้โครงการ “ฝึกอบรมทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์” (Famtrip) ที่จัดขึ้นในปีงบประมาณ 2567 เพื่อผลักดันเชียงรายเข้าสู่ตลาดการท่องเที่ยวระดับสากล ด้วยแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และยั่งยืน

ท่องเที่ยวครบ 5 เส้นทางในจังหวัดเชียงราย

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นใน 5 เส้นทางการท่องเที่ยวหลัก ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่จัน อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอแม่ฟ้าหลวง และอำเภอเชียงของ โดยเน้นส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนท้องถิ่นที่มีความหลากหลาย ทั้งในเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงราย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย สมาคมมัคคุเทศก์จังหวัดเชียงราย รวมถึงสื่อมวลชนและอินฟลูเอ็นเซอร์ในพื้นที่

เข้าสู่การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ มุ่งสู่การท่องเที่ยวคาร์บอนนิวทรัล

ผลจากการดำเนินกิจกรรมอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ อบจ.เชียงราย ได้รับการประสานงานจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เพื่อนำเส้นทางการท่องเที่ยวเข้ารับการประเมินผ่านระบบคาร์บอนนิวทรัล ด้วยเครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของ TGO เบื้องต้นกิจกรรมดังกล่าวผ่านการประเมินในระดับที่ดีเยี่ยม พร้อมเข้าสู่ขั้นตอนขยายกลุ่มเป้าหมายการท่องเที่ยวสู่ตลาดต่างประเทศ

ผลักดันเชียงรายสู่ตลาดการท่องเที่ยวระดับโลก

อบจ.เชียงราย วางเป้าหมายให้โครงการนี้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัด ด้วยการสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบสนองต่อกระแสการท่องเที่ยวแนวใหม่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในระดับประเทศและระดับสากล เพื่อสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเชียงราย

อบจ.เชียงรายแสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาจังหวัดให้เป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่ไม่เพียงแต่สนับสนุนเศรษฐกิจในพื้นที่ แต่ยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในระยะยาวอีกด้วย

ข้อมูลสำคัญของข่าว

  • โครงการ: ฝึกอบรมทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์ (Famtrip)
  • พื้นที่ดำเนินการ: 5 อำเภอในจังหวัดเชียงราย
  • ผลการประเมิน: ผ่านมาตรฐานคาร์บอนนิวทรัลโดย TGO
  • เป้าหมาย: การขยายตลาดการท่องเที่ยวสู่ระดับสากล

เชียงรายจึงไม่เพียงเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย แต่ยังพร้อมเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ตอบสนองต่อเทรนด์การเดินทางที่เปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Chiangrai Geopark-อุทยานธรณีเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI FEATURED NEWS

เชียงรายร่ายมนต์ “มหกรรมไม้ดอกอาเซียน 2024” กระตุ้นเศรษฐกิจ-ฟื้นฟูชุมชน

เชียงรายพร้อมร่ายมนต์ “มหกรรมไม้ดอกอาเซียน 2024” สร้างสรรค์ความงามและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17.00 น. ณ ลานธรรม ลานศิลป์ ถิ่นพญามังราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดงานแถลงข่าว “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2024” (Chiang Rai Flower and Art Festival 2024) โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

งานนี้จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) นำโดยนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย พร้อมนำเสนอแนวคิด “The Magical Garden” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมล้านนา ความคิดสร้างสรรค์ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

เปิดตัววิดีทัศน์และกิจกรรมสุดอลังการ

ในงานมีการเปิดตัววิดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ “Chiang Rai Flower and Art Festival 2024” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 ณ สวนไม้งามริมน้ำกก ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

  • โซนสวนไม้งาม 4 โซนวิเศษ
    1. ลูกแก้ววิเศษ
    2. คาถาวิเศษ
    3. ดอกไม้วิเศษ
    4. สัตว์วิเศษ
  • การแสดงแสง สี เสียง และการแสดงจากเยาวชนในกิจกรรม “Chiang Rai Talent”
  • นิทรรศการวิถีชีวิตล้านนาและชาติพันธุ์ จาก 17 ชาติพันธุ์
  • การจำหน่ายชา กาแฟ อาหารพื้นถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชน

เสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการท่องเที่ยววิถีใหม่

งานมหกรรมนี้ยังเน้น “Social Impact Tourism” หรือการท่องเที่ยวที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน โดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นและร่วมกิจกรรมที่ช่วยฟื้นฟูชุมชนจากมหาอุทกภัยที่ผ่านมา

กิจกรรมพิเศษที่แม่สาย

นอกจากสวนไม้งามริมน้ำกก ยังมีการจัดกิจกรรม “ฮีลใจแม่สาย เหนือสุดในสยาม” ระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ถึง 5 มกราคม 2568 ณ วัดถ้ำเสาหินพญานาค และบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

พิธีเปิดงานยิ่งใหญ่

พิธีเปิดงานจะจัดขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม 2567 โดยได้รับเกียรติจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธาน

เชิญชวนร่วมงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสความงดงามของหมู่มวลดอกไม้ และช่วยฟื้นฟูชุมชนในงาน “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2024” พร้อมร่วมนำเชียงรายสู่ความยั่งยืนในทุกมิติ

การเสวนาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นในพิกัดอาเซียน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย, นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์, ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ของที่ประชุมการเสวนาครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเชียงรายจากการเป็นเมืองที่ประสบปัญหาภัยพิบัติเป็นจุดหมายท่องเที่ยวชั้นนำที่มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยความสวยงามของผืนป่าและความเป็นมาทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย การฟื้นฟูให้นักท่องเที่ยวเต็มที่ในช่วงไฮซีซันกลางหนาวนี้ถือเป็นจุดเน้นหลัก

ดอกไม้ภายใต้ความชื่นมื่นและความเข้มแข็ง” การแสดงทางวัฒนธรรมและศิลปะความหลากหลาย”

งานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน เชียงราย 2024 ซึ่งจะจัดขึ้นในฤดูหนาวปีหน้า ถูกจัดแสดงโดย นายวิสูตร บัวชุม, ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งชาติสำนักงานเชียงราย การจัดมหกรรมไม้ดอกครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความงามของธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่ทำให้เชียงรายเป็นจุดลงของนักท่องเที่ยวระดับบริเวณและระหว่างประเทศ

นวัตกรรมและการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว

ส่วนหนึ่งของการแถลงข่าวคือการแนะนำนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะนำมาใช้ในการจัดงานท่องเที่ยว รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยว จากส่วนราชการได้แสดงถึงความพร้อมในการจัดงานที่มีคุณภาพโดยมีการติดตั้งระบบเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงความพร้อมและศักยภาพของจังหวัด

ในการสัมมนาเสวนาเชียงรายบนเวที “มหกรรมไม้ดอกอาเซียนเชียงราย 2024” (Chiang Rai Flower and Art Festival 2024)  นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึงความพร้อมของจังหวัดเชียงรายในการต้อนรับนักท่องเที่ยวรวมถึงการตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤติอุทกภัยที่ผ่านมา นายนรศักดิ์ ได้แสดงความมั่นใจว่าจังหวัดเชียงรายมีการรับมืออย่างแข็งขันและเรียบร้อย โดยได้รับความร่วมมือทั้งจากภาคเอกชน, สมาคมต่างๆ, ประชาชน และส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ภาคีส่วนต่างๆได้เข้ามาประสานงานช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ การกู้วิกฤตในระยะ 30 วันที่ผ่านมาได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ทำให้พื้นที่นี้พร้อมที่จะกลับมาคึกคักโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ นายนรศักดิ์ ยังได้พูดถึงการเตรียมงานสำคัญที่จะมีขึ้นในจังหวัดเชียงราย เกี่ยวกับมหกรรมไม้ดอกอาเซียนซึ่งจัดขึ้นที่เชียงรายเป็นประจำทุกปี โดยกล่าวว่าการจัดงานนี้มีความสำคัญที่จะทำให้เชียงรายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวหลักของประเทศและเอเชีย การจัดงานนี้จะเน้นแสดงความงามทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของจังหวัดให้โลกได้เห็น ซึ่งจะช่วยเรียกนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายมายังจังหวัดในช่วงฤดูหนาวที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของจังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้พลังงานและความมุ่งมั่นของภาคส่วนต่างๆ ในเชียงรายในการฟื้นฟูและเตรียมพร้อมสำหรับการท่องเที่ยวครั้งใหม่นี้เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้เพื่อให้การท่องเที่ยวของเชียงรายกลับมาคึกคักและเป็นที่จดจำของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อีกครั้ง

การฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชียงราย: จากวิกฤตสู่ความหวังใหม่

นายวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ททท.) จังหวัดเชียงราย ได้เปิดเผยถึงความมุ่งมั่นของจังหวัดในการฟื้นฟูและพัฒนาภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังจากประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสาธารณูปโภคของจังหวัดเชียงราย

จากการที่จังหวัดเชียงรายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวหลักและมีสถานที่สวยงามมากมาย ผู้อำนวยการแห่ง ททท.เชียงรายได้ชี้แจงว่า “การท่องเที่ยวคือตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเรา” เขาได้กล่าวเสริมว่า “แม้จะเผชิญกับวิกฤตใหญ่อย่างอุทกภัย การร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงจิตอาสาทั่วประเทศได้ช่วยให้เชียงรายสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว”

ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 เชียงรายได้เริ่มต้นเดินหน้าปรับภาพลักษณ์จากความเสียหายสู่ความงามของจังหวัด โดยมุ่งหวังให้การท่องเที่ยวกลับมาเป็นไปตามปกติ ตัวเลขการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในจังหวัดกำลังฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะเห็นผลเต็มที่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม ที่ช่วงไฮซีซันครั้งใหม่ของเชียงราย

นอกจากนี้ งานกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นโดยภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน เชียงราย ตามข้อมูลจากนายวิสูตร บัวชุม เปิดเผยว่าการตอบรับจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศในปีนี้ค่อนข้างสูง โดยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่คาดหมายจะมาเพื่อการเดินทางในงานนี้อยู่ที่หลายแสนคน ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจและความตั้งใจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเยี่ยมชมเชียงราย

เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นทางสำนักงาน ททท.เชียงรายได้เปิดแคมเปญการท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ “เหนือ..พร้อมเที่ยว เชียงรายพร้อม” ซึ่งแคมเปญนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่าเชียงรายพร้อมและปลอดภัยสำหรับการเข้ามาเยี่ยมชมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

กลยุทธ์และแคมเปญต่างๆ เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดผู้คนให้เดินทางมาเยือนเชียงรายและเพลิดเพลินกับสภาพอากาศและธรรมชาติที่งดงามของเชียงรายในช่วงฤดูหนาว ต่างประเทศต่างก็หันมาสนใจเชียงรายอย่างต่อเนื่อง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้กำหนดเป็นวาระสำคัญในการประชุมส่วนภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้

การฟื้นฟูและพัฒนาการท่องเที่ยวของเชียงรายในปัจจุบันไม่เพียงแต่เป็นตัวดำเนินการทางเศรษฐกิจ เชียงรายกำลังพลิกโฉมใหม่ โดยเริ่มจากการท่องเที่ยวและจึงยืนยันถึงศักยภาพที่แท้จริงของจังหวัดเชียงราย

คุณนิทัศน์ ศรีรัตนประสิทธิ์มุ่งสร้างเศรษฐกิจชีวิตใหม่ให้เชียงรายผ่านกลยุทธ์แบรนด์และนวัตกรรม

คุณนิทัศน์ ศรีรัตนประสิทธิ์ ประธานกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่จังหวัดเชียงรายและหัวหน้า Young Entrepreneur Chamber of Commerce (YEC Chiang Rai) กล่าวในงานแถลงข่าวบนเวทีว่าได้เดินหน้าโครงการที่จะกระจายพลังศักยภาพของเชียงรายไปยังสายตาชาวโลกผ่านเครือข่ายดิจิทัลและโซเชียลมีเดียที่แข็งแกร่ง

ผู้นำภาคธุรกิจรุ่นใหม่ได้กล่าวถึงโครงการ TikTok ชวนเที่ยวเชียงราย “ฮีลใจ ฮีลเชียงราย” ซึ่งเป็นแคมเปญที่ตั้งใจจะกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยใช้แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่ได้รับความนิยมอย่าง TikTok แคมเปญนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากครีเอเตอร์ทั่วประเทศที่ส่งคลิปมาร่วมแข่งขัน ด้วยยอดวิวรวมเกิน 10 ล้านครั้ง แสดงให้เห็นว่าเชียงรายกลายเป็นที่สนใจของชาวโซเชียลอย่างกว้างขวาง

ในแคมเปญนี้ ผู้เข้าร่วมสามารถชิงรางวัลมูลค่ากว่า 10,000 บาท รวมถึงตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ที่พักสองคืน เพื่อสนับสนุนไม่เพียงแต่การมาเยือนเชียงรายเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการพัฒนากระแสการท่องเที่ยวในจังหวัด

คุณนิทัศน์ยังได้เล่าถึงการส่งเสริมการแบรนด์เพื่อเฟ้นสร้างศักยภาพให้กับผู้ประกอบการชาวเชียงราย โดยมีการจัดงาน “The Power of Branding” ที่นำเสนอการสร้างแบรนด์และสร้างธุรกิจที่มีผู้เข้าร่วมกว่าหลายร้อยคน เน้นย้ำถึงการต้องปรับตัวและใช้นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเติบโตในยุคดิจิทัล การสัมมนาดังกล่าวได้เชิญผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้ามากระตุ้นแรงบันดาลใจและเรียนรู้เทคนิคการแบรนด์ที่ถูกต้อง

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยวและการสร้างแบรนด์จากคุณนิทัศน์และทีมงาน YEC เป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูและส่งเสริมการท่องเที่ยวของเชียงราย อีกทั้งยังทำให้เห็นว่าจังหวัดเชียงรายมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งเอเชียนอกเหนือจากความงามทางธรรมชาติ ณ ปัจจุบันและอนาคต

นายกนก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงความงามและศักยภาพของเชียงรายในการเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวบนเวทีแถลงข่าวในครั้งนี้เกี่ยวกับเอกลักษณ์และศักยภาพของจังหวัดเชียงรายในการเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชั้นนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านศิลปะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้เข้ามาสัมผัสและประทับใจได้ไม่รู้ลืม

“เชียงรายของเรามีทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ: ธรรมชาติอันงดงาม ศิลปะความเป็นเลิศ และความเป็นมิตรของผู้คน” นางอทิตาธรกล่าว ระบุเสริมว่าเทศกาลและกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นในเชียงรายได้ส่งเสริมให้เชียงรายกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจยิ่งขึ้นไม่เพียงแค่สำหรับการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมอีกด้วย

หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19, องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ใช้โอกาสนี้เป็นการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการท่องเที่ยวของจังหวัดให้ดีขึ้น เช่นการนำระบบเทคโนโลยี AI มาช่วยในการตรวจจับและสนับสนุนการเข้าพักที่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่าเชียงรายเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและน่ามาเยือน

ไฮไลต์ของการกล่าวถึงคือ การจัดงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน ซึ่งเป็นงานเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมายังจังหวัดเชียงรายหลายแสนคนอย่างต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่การเริ่มต้นในปี 2021 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้แน่ใจว่างานเทศกาลจะสามารถดำเนินไปได้โดยปลอดภัยและเป็นที่ประทับใจของผู้เข้าร่วมงาน

“เราได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งให้ความมั่นใจว่าพวกเขาจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด” นางอทิตาธรกล่าวเสริม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีไม่เพียงแต่ในการตรวจสอบอุณหภูมิและการคัดกรองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้แสงสีและศิลปะในการสร้างบรรยากาศและกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น

ด้วยการจัดงานที่เน้นไปที่ความปลอดภัยและการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ จังหวัดเชียงรายได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นมากกว่าเมืองท่องเที่ยว แต่เป็นสถานที่ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความสุขให้กับทุกคนที่มาเยือน นับเป็นแบบอย่างที่ดีที่ผสานความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมเข้ากับนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว

การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเปิดตัวโครงการสำคัญของจังหวัดเชียงรายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชาวเชียงรายในการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไปสู่ระดับที่สามารถแข่งขันกับเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ที่สำคัญคือการเพิ่มศักยภาพการรับนักท่องเที่ยวในฤดูการท่องเที่ยว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายพัฒนาเว็บไซต์ท่องเที่ยวด้วย Big Data และ AI

เชียงรายจัดประชุมพัฒนาการท่องเที่ยวด้วย Big Data และเว็บไซต์ Chiang Rai Digital Tourism

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.00 น. ณ ห้องวิสต้าไพรเวท ชั้น 2 โรงแรมแกรนด์วิสต้า เชียงราย ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ได้จัดการประชุมสำคัญเพื่อระดมความคิดเห็นในการออกแบบเว็บไซต์และฐานข้อมูลสำหรับโครงการ Chiang Rai Digital Tourism ซึ่งมุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการท่องเที่ยวของเชียงราย

การประชุมครั้งนี้มี นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมทั้งมีนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์ Chiang Rai Digital Tourism โดยมีผู้แทนส่วนราชการและเครือข่ายภาคเอกชนในจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

โครงสร้างหลักของเว็บไซต์ Chiang Rai Digital Tourism

ภายในงานนี้ คณะทำงานได้นำเสนอโครงสร้างหลักของเว็บไซต์ Chiang Rai Digital Tourism เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้เข้าใจถึงแนวคิดและการทำงานของเว็บไซต์ที่กำลังจะถูกพัฒนาขึ้น โดยเน้นไปที่การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์และติดตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้อย่างแม่นยำ

ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์

กิจกรรมระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบแผนที่ (Google Map) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงข้อมูลการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ทั้งในเรื่องของแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และเส้นทางการเดินทางที่น่าสนใจ

การใช้ปัญญาประดิษฐ์และ Google Map เพื่อยกระดับเว็บไซต์ท่องเที่ยว

การประชุมยังได้พูดถึงความสำคัญของการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการทำงานของเว็บไซต์ Chiang Rai Digital Tourism ซึ่ง AI จะสามารถช่วยแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวตามความสนใจของนักท่องเที่ยวแต่ละคน โดยใช้ข้อมูลที่ได้จาก Big Data นอกจากนี้ยังมีการนำ Google Map มาใช้เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการเข้าถึงข้อมูลแผนที่และการเดินทาง โดยนักท่องเที่ยวสามารถค้นหาตำแหน่งของแหล่งท่องเที่ยวได้ทันทีบนเว็บไซต์

สรุปประเด็นการระดมความคิดเห็นและตอบข้อซักถามจากผู้เข้าร่วม

ในช่วงสุดท้ายของการประชุม คณะทำงานได้สรุปประเด็นที่ได้จากการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้งานระบบ AI และ Google Map ในการพัฒนาเว็บไซต์ Chiang Rai Digital Tourism พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมซักถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้การพัฒนาเว็บไซต์ดังกล่าวตอบโจทย์ทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว

การประชุมดำเนินไปอย่างราบรื่นและเป็นระบบ

การประชุมในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยมี นายจิรัฏฐ์ ยุทธ์ธนประวิช นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย เป็นตัวแทนจากนายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย มาร่วมให้ข้อเสนอแนะ และการจัดการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะท้อนถึงความร่วมมือและการมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงรายให้ก้าวสู่ความทันสมัย

อนาคตการท่องเที่ยวเชียงรายกับ Chiang Rai Digital Tourism

การประชุมในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เชียงรายกลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ทันสมัย ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลการท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ด้วยเว็บไซต์ Chiang Rai Digital Tourism ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการวางแผนการท่องเที่ยว ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สนง.วัฒนธรรม เชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
ECONOMY

ไทยทุ่ม 3 พันล้าน ขยายสนามบินรองรับนักท่องเที่ย

AOT นำระบบ Biometric เพิ่มความสะดวกให้ผู้โดยสาร พร้อมแผนขยายสนามบินรองรับการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้เริ่มใช้ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Automated Biometric Identification System) ที่ใช้เทคโนโลยี Facial Recognition เพื่อระบุตัวตนผู้โดยสาร โดยระบบนี้ช่วยให้ผู้โดยสารไม่ต้องใช้พาสปอร์ตและบัตรขึ้นเครื่องจากจุดตรวจสัมภาระจนถึงประตูขึ้นเครื่อง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลารอคิวและเพิ่มความสะดวกในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ภูเก็ต และหาดใหญ่

แผนการใช้งานระบบ Biometric รองรับผู้โดยสารในประเทศและระหว่างประเทศ

ในระยะแรก ระบบ Biometric จะพร้อมให้บริการผู้โดยสารภายในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 โดยผู้โดยสารจะสามารถลงทะเบียนยินยอมใช้ข้อมูลทางชีวภาพในการระบุตัวตนเพื่อเข้าสู่ระบบการระบุข้อมูลได้ตั้งแต่เคาน์เตอร์เช็คอิน ซึ่ง AOT คาดว่าการใช้ระบบ Biometric จะช่วยให้ผู้โดยสารประหยัดเวลารอคิวและมีเวลาเพียงพอสำหรับการเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี รับประทานอาหาร หรือพักผ่อนในสนามบิน

ในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 ระบบนี้จะเริ่มให้บริการแก่ผู้โดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งจะสามารถใช้งานระบบ Facial Recognition ในท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งได้ครบทุกส่วน

รายงานจาก Nikkei โดย Kosuke Inoue เปิดเผยว่า ไทยกำลังวางแผนขยายสนามบิน 6 แห่งด้วยงบประมาณเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 97,000 ล้านบาท เพื่อตอบสนองการเติบโตของนักท่องเที่ยวในอนาคต ภายในปี 2575 ไทยคาดหวังให้สนามบินทั้ง 6 แห่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 246.5 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันที่รองรับได้เพียง 116 ล้านคน

การขยายรันเวย์และการใช้ระบบจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ในสนามบิน

ในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในไทย ได้เริ่มเปิดใช้รันเวย์ที่สามเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนเที่ยวบินขึ้น-ลงจากเดิม 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมงเป็น 94 เที่ยวบิน ซึ่งจะช่วยให้ระบบขนส่งทางอากาศสามารถรองรับจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ทาง AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงการขยายสนามบิน ยังวางแผนติดตั้งระบบจดจำใบหน้าในสนามบินทั้ง 6 แห่ง โดยผู้โดยสารสามารถลงทะเบียนข้อมูลชีวภาพที่เคาน์เตอร์เช็คอิน ทำให้สามารถผ่านด่านต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องใช้พาสปอร์ตหรือบัตรขึ้นเครื่องตั้งแต่จุดตรวจสัมภาระไปจนถึงประตูขึ้นเครื่อง

รายได้ที่ฟื้นตัวของ AOT หนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

AOT ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย มีรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดหลังจากการฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศในปีงบประมาณ 2566 โดยรายได้เพิ่มขึ้น 170% มาอยู่ที่ 48.4 พันล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลังการระบาดของ COVID-19 การขยายสนามบินครั้งนี้เป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็นเกือบ 20% ของ GDP ของไทย การท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากการระบาดของ COVID-19 และเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ไทยได้เตรียมยกเว้นวีซ่าให้กับประเทศและภูมิภาคเพิ่มเติม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ความท้าทายและความเสี่ยงของการขยายสนามบินและสถานการณ์การเมืองในประเทศ

แม้ว่าแผนการขยายสนามบินจะสอดคล้องกับเป้าหมายทางการท่องเที่ยวของรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนที่อาจเกินความจำเป็น เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงมกราคมถึงกันยายนปีนี้ยังคงอยู่ที่ประมาณ 80% ของจำนวนก่อนเกิดการระบาดในปี 2562 นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองของไทยยังเป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาว

ประเทศไทยมีประวัติการยกเลิกหรือเลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งปลดนายเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ก็เผชิญกับคดีทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : asia.nikkei.com

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายประชุมใหญ่ฟื้นฟูเศรษฐกิจ เตรียมแผนรับมือน้ำท่วม-พัฒนาชุมชน

เชียงรายขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูระยะที่ 2 เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและเศรษฐกิจท้องถิ่น

เชียงราย – เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 จังหวัดเชียงรายได้จัดการประชุมคณะกรมการจังหวัดฯ ครั้งที่ 10/2567 ณ ห้องประชุมจอมกิตติ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและแผนปฏิบัติการสำหรับการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย ระยะที่ 2 โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุม

สรุปผลการดำเนินงานด้านต่าง ๆ

ในการประชุมครั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้ร่วมกันรับชมสรุปรายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในรอบเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา เช่น สำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายที่สรุปผลการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2567 และแนวทางการดำเนินงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 ส่วนสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้รายงานภาวะการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนในเดือนตุลาคมเช่นกัน

ความร่วมมือด้านสุขภาพและการท่องเที่ยว

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงรายได้เตรียมจัดหน่วยแพทย์และพยาบาลในโครงการ “เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10” เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2567 โดยมีจุดปล่อยตัวนักวิ่ง ณ สวนตุงและโคมนครเชียงราย

นอกจากนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เชียงราย ยังเตรียมจัดกิจกรรม “เหนือพร้อมเที่ยว เชียงรายพร้อมแอ่ว” เพื่อเปิดโครงการ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 ที่อุทยานไร่แม่ฟ้าหลวง

แผนฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยในระยะที่ 2: 3 ยุทธศาสตร์ 7 กลยุทธ์

จังหวัดเชียงรายได้ขับเคลื่อนแผนฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบอุทกภัยในระยะที่ 2 โดยแบ่งเป็น 3 ยุทธศาสตร์ 7 กลยุทธ์ ดังนี้:

  1. ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน

    • กลยุทธ์ที่ 1: การจัดระเบียบสังคม ปราบปรามอบายมุข และผู้มีอิทธิพล
    • กลยุทธ์ที่ 2: การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
  2. ยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยว

    • กลยุทธ์ที่ 1: การสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้ประชาชน
    • กลยุทธ์ที่ 2: ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก
    • กลยุทธ์ที่ 3: จัดหาน้ำอุปโภคและบริโภคให้ทั่วถึง
  3. ยุทธศาสตร์ติดตามและเยียวยาความเสียหายจากอุทกภัย

    • กลยุทธ์ที่ 1: เร่งรัดการชดเชยและฟื้นฟูผู้ประสบภัย
    • กลยุทธ์ที่ 2: ติดตามการชดเชยความเสียหายของบ้านที่ถูกทำลายบางส่วนหรือทั้งหมด

การประชุมครั้งนี้สรุปผลและวางแนวทางการพัฒนาที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนจังหวัดเชียงรายมีความปลอดภัยและได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม ทั้งด้านเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News