Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กองทัพบกที่ 37 เข้มงวดป้องกันไฟป่า-หมอกควันในพื้นที่

มณฑลทหารบกที่ 37 จัดชุดลาดตระเวนและประชาสัมพันธ์งดเผา ป้องกันปัญหาหมอกควันในเชียงราย

เชียงราย,10 กุมภาพันธ์ 2568 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังชุดปฏิบัติการลาดตระเวน 3 ชุด ลงพื้นที่ในอำเภอแม่จันและอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อป้องปรามการเผาป่า และประชาสัมพันธ์มาตรการงดเผาในที่โล่งของจังหวัดเชียงราย พร้อมให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

การลาดตระเวนและประชาสัมพันธ์เชิงรุก

ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนทั้ง 3 ชุด ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ในหมู่ที่ 13 และ 15 ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน และหมู่ที่ 1 ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการลาดตระเวนในพื้นที่ป่า และพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเข้มงวด เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการลักลอบเผาป่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้พบปะพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของไฟป่าและหมอกควัน รวมถึงประชาสัมพันธ์มาตรการงดเผาในที่โล่งของจังหวัดเชียงราย

มาตรการงดเผาในที่โล่งของจังหวัดเชียงราย

จังหวัดเชียงรายได้ประกาศมาตรการงดเผาในที่โล่ง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ประจำปี 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ตั้งแต่บัดนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2568: ห้ามเผาในที่โล่ง ยกเว้นกรณีที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อควบคุมปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยง
  • ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2568: ห้ามเผาในที่โล่งทุกกรณีโดยเด็ดขาด

ความมุ่งมั่นของมณฑลทหารบกที่ 37 ในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน

มณฑลทหารบกที่ 37 ยังคงเดินหน้าลาดตระเวนและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศในพื้นที่ โดย พล.ต. [ชื่อและยศ] ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ได้กล่าวว่า “ปัญหาหมอกควันเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงราย กองทัพบกจึงมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่”

ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน

มณฑลทหารบกที่ 37 เห็นว่า การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกคน จึงขอความร่วมมือประชาชนในการงดเผาในที่โล่ง และแจ้งเบาะแสการลักลอบเผาป่าให้กับเจ้าหน้าที่

อนาคตของการแก้ไขปัญหาหมอกควันในเชียงราย

มณฑลทหารบกที่ 37 เชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จะทำให้ปัญหาหมอกควันในจังหวัดเชียงรายลดลง และประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

กองทัพบกหนุนพัฒนาการศึกษา สัมมนาผู้บริหารโรงเรียนในเครือข่าย

เสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารโรงเรียนกองทัพบก: มุ่งเน้นการพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน

กรุงเทพมหานคร,เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 – พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 และผู้จัดการโรงเรียนในเครือข่ายกองทัพบกอุปถัมภ์ พร้อมด้วย ดร.ธาราทิพย์ วงษ์บรรณะ ผู้อำนวยการโรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ และนางพิกุล ไชยยศ ผู้อำนวยการโรงเรียนในเครือข่ายกองทัพบกอุปถัมภ์ ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาโครงการเสริมสร้างพัฒนาศักยภาพผู้บริหารโรงเรียนสายสามัญที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของกองทัพบก

การสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงแรมเลอบัว โฮเต็ลแอนด์รีสอร์ท กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารโรงเรียนให้มีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ

พิธีเปิดและการบรรยายพิเศษ

พล.ต.บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาการศึกษาว่า “การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ การเสริมสร้างศักยภาพของผู้บริหารโรงเรียนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้โรงเรียนสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและตอบโจทย์ความต้องการของสังคม”

นอกจากนี้ ดร.ธาราทิพย์ วงษ์บรรณะ ยังได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของผู้บริหารโรงเรียนในยุคดิจิทัล” โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการเรียนการสอน

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ

ในช่วงบ่ายของวันแรก ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้แบ่งกลุ่มเพื่อเข้าร่วมการสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโรงเรียน เช่น การวางแผนกลยุทธ์ การบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณ และการพัฒนาหลักสูตร

วันที่สองของการสัมมนา

ในวันที่สองของการสัมมนา ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอผลการปฏิบัติงานของกลุ่มและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

ความคาดหวังและผลลัพธ์

ผู้จัดงานคาดหวังว่า ผู้บริหารโรงเรียนที่เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ จะได้รับความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ในการนำไปพัฒนาโรงเรียนของตนเองให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

นางพิกุล ไชยยศ กล่าวว่า “การสัมมนาครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้บริหารโรงเรียนที่จะได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน และนำความรู้ที่ได้รับไปปรับปรุงการบริหารจัดการโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

การสนับสนุนจากกองทัพบก

กองทัพบกให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษามาโดยตลอด และได้ให้การสนับสนุนโรงเรียนในเครือข่ายกองทัพบกอุปถัมภ์อย่างต่อเนื่อง การจัดสัมมนาในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพบกในการพัฒนาการศึกษาของชาติ

อนาคตของการศึกษาไทย

การสัมมนาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการพัฒนาการศึกษาของไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน การเสริมสร้างศักยภาพของผู้บริหารโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้โรงเรียนสามารถผลิตนักเรียนที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

มฟล. จัดวันนวัตกรรม โชว์ศักยภาพวิจัย เปิดตัว Maker Space

มฟล. จัดงาน MFU Innovation Day 2025 โชว์ศักยภาพวิจัย เปิดตัว COSMETIC MAKER SPACE

เชียงราย, 6 กุมภาพันธ์ 2568 –  มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จัดงาน MFU Innovation Day 2025 อย่างยิ่งใหญ่ แสดงศักยภาพด้านการวิจัยและนวัตกรรม พร้อมเปิดตัว MFU COSMETIC MAKER SPACE และ COSMETIC LAB โดยมีนางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธี

มฟล. โชว์ศักยภาพด้านวิจัยและนวัตกรร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า งาน MFU Innovation Day 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 กุมภาพันธ์ 2568 ณ อาคาร E-Park และ I-Park มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญหลายส่วน ได้แก่

  • MFU IGNITE 2025 Pitching Showcase: นำเสนอแผนธุรกิจจากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์
  • นิทรรศการใน 3 โซนหลัก:
    • MFU INNOVATION PLAYGROUND: แสดงผลงานและกิจกรรมของนักศึกษา
    • INNO JUMP MARKET 2025: รวบรวมสินค้านวัตกรรมจากผู้ประกอบการ
    • นิทรรศการวิชาการ: แสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม

เปิดตัว MFU COSMETIC MAKER SPACE และ COSMETIC LAB

ไฮไลท์สำคัญของงานคือการเปิดตัว MFU COSMETIC MAKER SPACE และ COSMETIC LAB ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวง อว. เพื่อยกระดับการให้บริการด้านสุขภาพและความงามแบบครบวงจร โดย มฟล. มีความโดดเด่นด้านองค์ความรู้และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ซึ่งสอดคล้องกับโอกาสทางการตลาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ปาฐกถาพิเศษจากหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว.

นางสาวสุณีย์ เลิศเพียรธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ได้กล่าวในปาฐกถาพิเศษถึงนโยบายและผลงานสำคัญของกระทรวง อว. ภายใต้นโยบาย “เรียนดี มีความสุข มีรายได้” และ “วิจัย-นวัตกรรมดี ตอบโจทย์ ตรงความต้องการ” โดยมีเป้าหมายสำคัญ “2 ลด 2 เพิ่ม” คือ ลดภาระ ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มทักษะ และเพิ่มโอกาส พร้อมผลักดัน 12 แผนงานสำคัญในปี 2568 รวมถึงการปฏิรูปอุดมศึกษาด้วยเทคโนโลยี AI และการผลักดันให้ไทยเป็น Education Hub

ส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย

นางสาวสุณีย์ยังกล่าวถึงการจัดตั้ง COSMETIC MAKER SPACE และ COSMETIC LAB ว่าจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของไทยให้มีคุณภาพมาตรฐาน ทันสมัย และปลอดภัย พร้อมผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการผลิตเครื่องสำอางในอาเซียน โดยใช้จุดแข็งด้านวัตถุดิบธรรมชาติที่เป็น “ขุมทรัพย์ความงามระดับโลก” ซึ่งจะช่วยพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพและความงามจากผลิตผลทางการเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น

กิจกรรมต่อเนื่องและรางวัล MFU INNO Prize 2025

ภายในงานยังมีการมอบรางวัล MFU INNO Prize 2025 และกิจกรรมต่อเนื่องในวันที่สอง อาทิ Workshop การทำน้ำหอมสูตรเฉพาะ กิจกรรม Flash Sale และ Business Matching & Consulting เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในภูมิภาค

มฟล. ศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรมและสนับสนุนผู้ประกอบการ

งาน MFU Innovation Day 2025 สะท้อนความมุ่งมั่นของ มฟล. ในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนานวัตกรรมและการสนับสนุนผู้ประกอบการในภาคเหนือ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.)

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
SOCIETY & POLITICS

ม.พะเยา สืบสานสายใย เก็บดอกฝ้ายหลวง อนุรักษ์ฝ้ายพื้นเมือง

มหาวิทยาลัยพะเยาจัดกิจกรรม “สืบสานสายใย เก็บดอกฝ้ายหลวง” อนุรักษ์ฝ้ายพื้นเมืองและสืบสานประเพณี

พะเยา, 5 กุมภาพันธ์ 2568 –  มหาวิทยาลัยพะเยาจัดกิจกรรม “สืบสานสายใย เก็บดอกฝ้ายหลวง” ณ “สวนฝ้ายหลวง มหาวิทยาลัยพะเยา” โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.สุภกร พงศบางโพธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิดป้าย “สวนฝ้ายหลวง มหาวิทยาลัยพะเยา” และร่วมเก็บดอกฝ้ายกับคณะผู้บริหาร บุคลากร นิสิต และเครือข่ายฝ้ายหลวง

ความร่วมมือในการอนุรักษ์ฝ้ายหลวง

กิจกรรม “สืบสานสายใย เก็บดอกฝ้ายหลวง” จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกองกิจการนิสิต และโครงการวิจัย “โครงการวิจัยและพัฒนาฝ้ายหลวงเพื่อสร้างรายได้และความยั่งยืนสู่ชุมชน” ซึ่งได้รับทุนวิจัยจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปี พ.ศ. 2567 โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพันธุ์ฝ้ายหลวง ซึ่งเป็นฝ้ายพื้นเมืองประเภทฝ้ายยืนต้นในภาคเหนือ เพื่อรวบรวมอนุรักษ์พันธุ์ฝ้ายหลวง ตลอดจนส่งเสริมพัฒนายกระดับฝ้ายหลวงสู่เศรษฐกิจฐานรากของชุมชนท้องถิ่น

การเก็บดอกฝ้ายเพื่อสืบสานประเพณี

กิจกรรม “สืบสานสายใย เก็บดอกฝ้ายหลวง” เป็นการเก็บดอกฝ้ายที่กำลังออกผลผลิตเต็มที่ตามฤดูกาล เพื่อส่งมอบให้กับเครือข่ายวิจัยฝ้ายหลวงจาก 10 กลุ่มชุมชน นำไปจัดทำเป็น “ต้นฝ้ายหลวงปูรณฆฏะ” อันเป็นเครื่องสักการะที่จะใช้ในพิธีสรงน้ำและห่มผ้าพระธาตุเจ้าจอมทอง เวียงพะเยา เนื่องในประเพณีไหว้พระธาตุเดือนหกเป็งต่อไป

ประเพณีไหว้พระธาตุเดือนหกเป็ง

ประเพณีสรงน้ำและห่มผ้าพระธาตุจอมทอง ถือเป็นประเพณีที่ดีงามและเก่าแก่ของเมืองพะเยา จัดขึ้นในเดือน ๖ เป็ง (ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖) ตามปฏิทินของล้านนา ขบวนแห่เครื่องสักการะและผ้าห่มองค์พระธาตุ จะถูกนำขึ้นไปเพื่อสักการะองค์พระธาตุจอมทอง ซึ่งเป็นองค์พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพะเยา มีอายุมากกว่า 700 ปี

ความสำคัญของดอกฝ้ายคำหรือดอกสุพรรณิการ์

ดอกฝ้ายคำ หรือดอกสุพรรณิการ์ มีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ ดอกจะบานในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี มีความเชื่อกันว่า หากปลูกต้นสุพรรณิการ์ไว้ประจำบ้าน จะช่วยทำให้ผู้ปลูกได้รับความเจริญรุ่งเรืองทางด้านเงินทองและโภคทรัพย์

สรุป

กิจกรรม “สืบสานสายใย เก็บดอกฝ้ายหลวง” เป็นกิจกรรมที่สำคัญในการอนุรักษ์ฝ้ายหลวง ซึ่งเป็นฝ้ายพื้นเมืองของภาคเหนือ และเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงามของเมืองพะเยา นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : งานสื่อสารองค์กร ม.พะเยา

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
NEWS UPDATE SOCIETY & POLITICS

ป้องกันความมั่นคง ไทยยุติส่งไฟฟ้า 5 จุดชายแดนเมียนมา

ประเทศไทยยุติการส่งไฟฟ้าไปยังเมียนมา 5 จุด เพื่อความมั่นคงของชาติ

กรุงเทพฯ, 5 กุมภาพันธ์ 2568 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการยุติการส่งกระแสไฟฟ้าไปยังเมียนมาใน 5 จุดชายแดน ตามมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

การดำเนินการนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานใหญ่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการ กฟภ. ร่วมเป็นสักขีพยาน

การตัดกระแสไฟฟ้าทั้ง 5 จุดใช้ระบบสั่งการอัตโนมัติควบคุมระยะไกล โดยทันทีที่กดปิดระบบ แผงวงจรที่แสดงบนหน้าจอจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว และจำนวนวัตต์ที่จ่ายไฟจะเปลี่ยนเป็น 0 แอมป์ทันที

จุดที่ถูกยุติการส่งไฟฟ้า ได้แก่:

  1. บ้านพระเจดีย์สามองค์ – เมืองพญาตองซู รัฐมอญ
  2. สะพานมิตรภาพไทย-พม่า – เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน
  3. บ้านเหมืองแดง – เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน
  4. สะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 – เมืองเมียวดี
  5. บ้านห้วยม่วง – เมืองเมียวดี

รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ถูกยุติการส่งทั้งสิ้น 20.37 เมกะวัตต์

นายอนุทินกล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามมติของ สมช. ที่ประชุมเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งพบว่าการส่งไฟฟ้าไปยังเมียนมามีการนำไปใช้ไม่เป็นไปตามสัญญา และส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ

“เมื่อมีข้อสั่งการที่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย กระทรวงมหาดไทยและ กฟภ. ก็สามารถดำเนินการได้ทันที” นายอนุทินกล่าว

การยุติการส่งไฟฟ้าในครั้งนี้อาจทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้ประมาณ 600 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นไม่ถึง 1% ของรายได้รวมจากการขายไฟฟ้า ซึ่งนายอนุทินระบุว่าเป็นการเสียสละที่คุ้มค่าเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชน

“การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามสัญญาข้อที่ 14 ที่กำหนดว่าหากจ่ายไฟฟ้าไปแล้วเกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานและความมั่นคงของชาติ สามารถงดจ่ายไฟได้” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่เมียนมาอาจร้องขอซื้อไฟฟ้าใหม่ นายอนุทินกล่าวว่า “รัฐบาลสั่งให้หยุดเพราะเมียนมานำกระแสไฟฟ้าไปใช้ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อไทยด้วย เขาจึงต้องไปแก้ไขและต้องมีการเจรจาใหม่”

การยุติการส่งไฟฟ้าในครั้งนี้เป็นมาตรการที่มุ่งเน้นการป้องกันและจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน ซึ่งรวมถึงปัญหาการค้ามนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การฟอกเงิน และอาชญากรรมข้ามชาติที่อาจใช้พลังงานไฟฟ้าในการดำเนินกิจกรรม

นายอนุทินย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประชาชนชาวเมียนมาโดยตรง แต่เป็นมาตรการที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันและจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน

“เรายังคงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และพร้อมให้ความร่วมมือกับทางการเมียนมาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างเหมาะสมต่อไป” นายอนุทินกล่าว

การยุติการส่งไฟฟ้าในครั้งนี้เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

การดำเนินการครั้งนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมของประเทศไทยในการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

การยุติการส่งไฟฟ้าไปยังเมียนมาในครั้งนี้เป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

การดำเนินการครั้งนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมของประเทศไทยในการดำเนินมาตรการ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กระทรวงมหาดไทย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายร่วมมือ 12 หน่วยงาน ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่านบำบัดและส่งเสริมอาชีพ

เชียงรายเดินหน้าขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่านกระบวนการบำบัดและส่งเสริมอาชีพ

เชียงราย, 4 กุมภาพันธ์ 2568 – ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมลงนามกับเทศบาลนครเชียงรายและภาคีเครือข่าย 12 หน่วยงาน เดินหน้าขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผ่านกระบวนการบำบัดและการส่งเสริมอาชีพ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ลดปัญหาการกระทำผิดซ้ำ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้มั่นคงยั่งยืน

การบูรณาการร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ห้องประชุมสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้ร่วมประชุมกับภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในหลายมิติ

การประชุมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศาลแขวงเชียงราย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พัฒนาการจังหวัด เกษตรจังหวัด แรงงานจังหวัด วิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวทางการดำเนินงาน “เทศบาลนครเชียงราย โมเดล”

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ซึ่งเทศบาลนครเชียงรายจะเป็นหน่วยงานนำร่องในการขับเคลื่อนโมเดลการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยใช้แนวทาง บำบัด-ฟื้นฟู-ส่งเสริมอาชีพ” อย่างครบวงจร

  • บำบัดและฟื้นฟู: จัดให้มีศูนย์บำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ได้รับการดูแลทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการให้คำปรึกษาเพื่อปรับทัศนคติและสร้างแรงจูงใจในการกลับคืนสู่สังคม
  • ส่งเสริมอาชีพ: ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันให้การสนับสนุนด้านอาชีพ โดยการฝึกอบรมทักษะ สร้างโอกาสการจ้างงาน และให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่ผู้ที่ผ่านการบำบัด เพื่อป้องกันไม่ให้กลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า “เทศบาลนครเชียงรายพร้อมเป็นศูนย์กลางในการดำเนินโครงการนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ถึงแม้จะเป็นโครงการใหม่ แต่เรามั่นใจว่าทุกภาคส่วนพร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองได้มีชีวิตใหม่ และสามารถดูแลครอบครัวได้อย่างมั่นคง”

การสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างสังคมปลอดยาเสพติด

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคม โดยแต่ละหน่วยงานมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น

  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย: ดูแลด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด
  • โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์: ให้บริการทางการแพทย์และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต
  • พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย: สนับสนุนด้านสวัสดิการและการฟื้นฟูผู้ผ่านการบำบัด
  • สำนักงานแรงงานจังหวัดเชียงราย: สนับสนุนการจ้างงานและพัฒนาอาชีพ
  • มหาวิทยาลัยพะเยา และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย: ให้ความรู้และฝึกอบรมอาชีพ

บทสรุป

การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของจังหวัดเชียงรายในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ โดยเน้นการบำบัด ฟื้นฟู และส่งเสริมอาชีพ เพื่อลดอัตราการกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำ และช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เชื่อว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชนได้อย่างยั่งยืน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

  1. โครงการ “เทศบาลนครเชียงราย โมเดล” มีเป้าหมายอะไร?
    • มีเป้าหมายเพื่อบำบัด ฟื้นฟู และส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ติดยาเสพติดที่ต้องการกลับตัวเป็นคนดีของสังคม
  2. ใครสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้บ้าง?
    • ผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษายาเสพติดและต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ รวมถึงประชาชนที่ต้องการสนับสนุนและร่วมมือกับภาครัฐ
  3. หน่วยงานใดมีบทบาทสำคัญในการดำเนินโครงการนี้?
    • หน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาลนครเชียงราย สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยในพื้นที่
  4. โครงการนี้ช่วยลดปัญหายาเสพติดในเชียงรายได้อย่างไร?
    • โดยใช้แนวทางบำบัดที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้โอกาสทางอาชีพเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ผ่านการบำบัดกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก
  5. ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในโครงการนี้ได้หรือไม่?
    • ได้ โดยสามารถเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร สนับสนุนการฝึกอบรมอาชีพ หรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมปลอดยาเสพติด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายพร้อมรับมือภัยพิบัติ ด้วยโครงการเตรียมความพร้อม

เชียงรายเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ศูนย์การเรียนรู้ด้านสาธารณภัย ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมโครงการเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อรับสถานการณ์ภัยพิบัติ ของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงราย และภาคีเครือข่ายด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือและบรรเทาภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและเครื่องมือที่ใช้ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การปฏิบัติงานสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีเกิดภัยพิบัติ โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 รวมถึงภาคีเครือข่ายจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้

ในพิธีเปิดงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือและบุคลากรในการรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น โดยกล่าวว่า “ศูนย์ปภ.เขต 15 และภาคีเครือข่ายต่างๆ ได้มีการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านบุคลากรและเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที หากเกิดภัยพิบัติขึ้นในพื้นที่”

กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ประกอบด้วยการตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน การตรวจความพร้อมของเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงการสาธิตการใช้งานเครื่องมือและยานพาหนะที่ใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีการสาธิตการใช้งานเครื่องจักรกลในการขนย้ายสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการนำยานพาหนะที่เหมาะสมมาใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้ยังมีการฝึกซ้อมและสาธิตการปฏิบัติงานในสถานการณ์ที่เกิดภัยพิบัติจริง เช่น การใช้เครื่องมือในการดับไฟ การใช้ยานพาหนะเพื่อขนย้ายผู้บาดเจ็บ การให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการน้ำท่วมและการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

จากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงรายได้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมทั้งในด้านบุคลากรและเครื่องมือที่ทันสมัย ซึ่งจะสามารถรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการพัฒนาทักษะและความสามารถของบุคลากรในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

สำหรับกิจกรรมในอนาคตทางศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 15 เชียงรายยังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความพร้อมในด้านต่างๆ และจะร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในทุกระดับเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้จังหวัดเชียงรายพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนในจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน

สรุปข่าว

จังหวัดเชียงรายเปิดกิจกรรมเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติในปี 2568 โดยมุ่งเน้นการฝึกซ้อมและตรวจความพร้อมของเครื่องมือ และบุคลากรที่มีทักษะสูง พร้อมร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

เชียงรายเปิดกิจกรรมหยุดเผา หยุดฝุ่น ต้าน PM 2.5

จังหวัดเชียงรายเดินหน้ามาตรการรณรงค์ป้องกันไฟป่าและฝุ่น PM 2.5

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านห้วยทรายขาว หมู่ที่ 3 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ (Kick Off) เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ภายใต้แนวคิด “หยุดเผา หยุดฝุ่น เพื่อคุณ เพื่อเรา” โดยมุ่งเน้นสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนถึงความสำคัญของการห้ามเผาในทุกครัวเรือนทั่วจังหวัดเชียงราย พร้อมขยายผลไปทั่วประเทศผ่านการแจกสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เช่น แผ่นพับ โปสเตอร์ และสื่อโซเชียลเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การรณรงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้ได้มีการเข้าถึงชุมชนและประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยใช้วิธีการเคาะประตูบ้านเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบจากไฟป่าและการเผา รวมถึงแนวทางการป้องกันเพื่อช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศ นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนการปลูกต้นไม้และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อช่วยลดมลพิษจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายได้กำหนดมาตรการหลัก 3 ด้านเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ซึ่งประกอบไปด้วยการส่งเสริมการทำเกษตรแบบไม่ใช้การเผา เช่น การไถกลบตอซัง การทำปุ๋ยหมัก และการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงการใช้มาตรการตัดสิทธิประโยชน์ทางการเกษตร โดยมีการควบคุมการใช้มาตรการต่างๆ ผ่านการร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การใช้มาตรการเข้มงวดและเชิงรุก

จังหวัดเชียงรายยังได้ตั้งทีมเฝ้าระวังในชุมชนเพื่อตรวจสอบและแจ้งเตือนการเกิดมลพิษ พร้อมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดในทุกพื้นที่เพื่อให้การจัดการปัญหาหมอกควันและไฟป่ามีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การลดจุดความร้อนในจังหวัดเชียงรายเป็นผลสำเร็จที่เห็นได้ชัด โดยช่วงสองวันที่ผ่านมาไม่พบจุดความร้อนเลย ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จจากการบังคับใช้มาตรการเหล่านี้

ความสำคัญของการร่วมมือจากประชาชน

อย่างไรก็ตาม ในการแก้ไขปัญหานี้ยังคงต้องพึ่งพาความร่วมมือจากประชาชนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในส่วนของการลดการเผาและการช่วยควบคุมมลพิษจากยานพาหนะและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งยังคงเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนของจังหวัดเชียงราย ในขณะเดียวกันยังได้มีการส่งเสริมให้ประชาชนปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและช่วยฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น

การพัฒนาเชียงรายสู่เมืองท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

จุดมุ่งหมายหลักของการรณรงค์นี้คือการทำให้จังหวัดเชียงรายกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีอากาศบริสุทธิ์ พร้อมด้วยการสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับพื้นที่ ผ่านการลดมลพิษและการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เพียงแต่การพัฒนาสภาพแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมให้มีการพัฒนาในทุกด้านเพื่อให้เมืองเชียงรายเป็นที่รู้จักในระดับโลกในฐานะที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีคุณภาพอากาศที่ดีที่สุด

สรุป

การรณรงค์เพื่อป้องกันไฟป่าและมลพิษทางอากาศที่จังหวัดเชียงรายจัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นการสร้างการตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและการร่วมมือในการหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า โดยการใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการร่วมมือจากประชาชนในการลดการเผาและการใช้พลังงานสะอาด เพื่อให้เชียงรายกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สะอาดและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

งาน ‘Gord-Aun Craft Market’ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเชียงราย

งาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท่องเที่ยวเชียงราย

เชียงราย, 1 กุมภาพันธ์ 2568 – นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานพิธีเปิดงาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ณ สวนเชียงรายดอกไม้งาม ปี่ที่ 21 สวนสาธารณหาดนครเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย งานนี้จัดขึ้นโดยสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดเชียงราย ร่วมกับจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มาร่วมจัดแสดงสินค้าของฝากและของที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ

งานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (THAI MEDIA FUND) เพื่อขับเคลื่อนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย ผ่านการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์จากจังหวัดเชียงราย พร้อมทั้งสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามายังพื้นที่

สร้างกระแสการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

งาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ตั้งเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับชุมชน ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น การจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการท้องถิ่น การแสดงวัฒนธรรมและประยุกต์ การแสดงดนตรี นิทรรศการศิลปะ การทำ Workshop ในรูปแบบต่างๆ และกิจกรรมการประกวดที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม

งานนี้จะมีการจัดทั้งหมด 3 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยครั้งแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2568 ครั้งที่ 2 จะจัดในวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ และครั้งสุดท้ายในวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ทั้งนักท่องเที่ยวและชาวเชียงรายได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ

กิจกรรมและกิจกรรมพิเศษในงาน

ภายในงาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” มีการจัดกิจกรรมมากมายที่หลากหลายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและประชาชนที่เข้ามาร่วมงาน เช่น:

  • การจำหน่ายสินค้า: สินค้าและผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงราย ทั้งของที่ระลึกและสินค้าฝีมือท้องถิ่น
  • การแสดงวัฒนธรรมและดนตรี: การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น และการแสดงดนตรีที่ผสมผสานระหว่างดนตรีพื้นบ้านและดนตรีสมัยใหม่
  • การทำ Workshop: กิจกรรมการวาดภาพสีน้ำและการทำงานศิลปะอื่นๆ ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ด้วยตนเอง เช่น วาดภาพลงบนการ์ดกอดอุ่น, เพ้นท์ตุ๊กตาปูนพลาเตอร์น้องกอดอุ่น, การประดิษฐ์พวงกุญแจและกระเป๋าผ้า
  • การประกวด: มีการจัดประกวดการแสดง Cover Dance, Singing, และการประกวดวาดภาพในหัวข้อ “กอดอุ่น เดอะ ซิตี้ สโปคส์แมน”

การสนับสนุนและความร่วมมือ

งานนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่างๆ ที่มีบทบาทในการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ (THAI MEDIA FUND) ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยผลักดันโครงการที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในจังหวัด

การเปิดโอกาสให้กับชุมชนท้องถิ่น

นอกจากการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ แล้ว งาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นได้แสดงออกและมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เข้ามาเที่ยวชม และสัมผัสกับวัฒนธรรมและสินค้าพื้นเมืองที่มีความเฉพาะตัว

บทสรุป

งาน “Gord-Aun Craft Market กาดกอดอุ่น” ไม่เพียงแต่เป็นงานที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย แต่ยังเป็นเวทีในการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ของชุมชน โดยการส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่น การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการจัดกิจกรรมที่เน้นความสนุกสนานและมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งนี้ งานจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนและสร้างความเติบโตให้กับเศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงรายต่อไป.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI SOCIETY & POLITICS

การเลือกตั้งอบจ.เชียงรายปี 2568 เริ่มต้นอย่างคึกคัก

บรรยากาศการเลือกตั้ง ส.อบจ. และนายก อบจ.เชียงราย ปี 2568

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (ส.อบจ.) และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ที่หน่วยเลือกตั้งโรงยิมเนเซียม 1 สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย เริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ โดยบรรยากาศการเลือกตั้งในช่วงก่อนเปิดหีบมีประชาชนทยอยมาเข้าแถวรอเลือกตั้งกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหน่วยเลือกตั้งที่ 24 ตั้งอยู่ในตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย ก็เป็นหนึ่งในหน่วยที่มีการเข้าร่วมคึกคักจากประชาชนในท้องถิ่น

การเลือกตั้งในครั้งนี้มีกระแสการตื่นตัวจากประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ์อย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงานที่มากันตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อเข้าคูหาเลือกตั้งและเลือกผู้แทนของตนเอง สำหรับบรรยากาศโดยรวมการเลือกตั้งนั้นเป็นไปอย่างเรียบร้อย

การสังเกตการณ์ของผู้ว่าฯ เชียงราย

ในช่วงเช้า นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหัวหน้าส่วนราชการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมการเปิดหน่วยเลือกตั้งที่โรงยิมเนเซียม 1 สนามกีฬากลางจังหวัดเชียงราย เพื่อสังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกอบจ.เชียงราย โดยผู้ว่าฯ เชียงรายได้กล่าวเชิญชวนประชาชนชาวเชียงรายออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างคึกคักเพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้ง

จังหวัดเชียงรายมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดกว่า 9 แสนคน โดยมีหน่วยเลือกตั้งทั่วจังหวัดทั้งหมด 1,993 หน่วย และทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดเชียงรายได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผู้มาลงคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 75% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการคาดว่าจะทราบในเวลาประมาณ 22:00 น. ของวันเดียวกัน

การเปิดหีบและการควบคุมการเลือกตั้ง

จากการรายงานของ กกต. เชียงราย แจ้งว่า หน่วยเลือกตั้งทั้ง 1,993 หน่วยได้เปิดหีบเลือกตั้งตรงตามเวลา 08.00 น. และการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง และศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ส.อบจ. และนายก อบจ.เชียงราย ณ อาคารคชสาร อบจ.เชียงราย เป็นไปอย่างเรียบร้อยทุกประการ โดยการเปิดหีบเลือกตั้งในช่วงเช้าสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีปัญหาหรืออุปสรรค

เหตุการณ์ฉีกบัตรเลือกตั้ง

ท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น โดยในหน่วยเลือกตั้งที่ 7 ป่าซาง บ้านแม่คี หมู่ที่ 7 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน ได้มีเหตุการณ์ฉีกบัตรเลือกตั้งเกิดขึ้น ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเป็นชายอายุ 27 ปี เดินทางจะไปลงคะแนนเหมือนคนอื่นๆ ภายในศาลาเอนกประสงค์หมู่บ้านแม่คี ยื่นบัตรประจำตัวประชาชนและลงชื่อจะลงคะแนนเสียงแล้ว แต่กลับถือบัตรเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ซึ่งมีสีเหลืองและทำการฉีกจนเสียหายภายในคูหาเลือกตั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้เข้าไปควบคุมตัวและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน ให้เข้าไปดำเนินการ

เบื้องต้นพบมีบัตรเลือกตั้งได้รับความเสียหายจริงและเมื่อสอบถามชายคนดังกล่าวก็ให้การเบื้องต้นว่า ตัวเองไม่อยากจะเลือกบุคคลใดเป็นนายก อบจ. เชียงราย จึงไม่รู้จะกากบาทลงในช่องหมายเลขของผู้สมัครคนใด ดังนั้นจึงตัดสินใจฉีกทิ้ง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวถือว่าไม่ถูกต้องจึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางบัตรที่เสียหายนำส่ง สภ.แม่จัน เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย.

การส่งเสริมการใช้สิทธิเลือกตั้ง

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังกล่าวถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่า “การเลือกตั้งเป็นโอกาสของประชาชนในการเลือกผู้นำท้องถิ่น ซึ่งเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยประชาชนมีสิทธิ์ในการตัดสินใจเลือกผู้นำที่พวกเขาต้องการ” เขากล่าวต่อไปว่า การใช้สิทธิเลือกตั้งไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบในฐานะพลเมือง แต่ยังเป็นการส่งเสริมการพัฒนาในระดับท้องถิ่นอีกด้วย

บทสรุป

การเลือกตั้ง ส.อบจ. และนายก อบจ.เชียงรายในปี 2568 เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ โดยมีประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งตั้งแต่เช้า บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างเรียบร้อยและราบรื่น แม้จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นในบางหน่วยเลือกตั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว การเลือกตั้งในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกผู้นำท้องถิ่นที่จะเป็นตัวแทนในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน.

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE