Categories
NEWS UPDATE

ที่สุดแห่งปี 2567 หมูเด้งครองใจ ความหวังใหม่คนไทยปี 2568

“ที่สุดแห่งปี 2567” โดยสวนดุสิตโพล: หมูเด้งครองใจคนไทย สะท้อนความหวังปี 2568

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนหัวข้อ “ที่สุดแห่งปี 2567” โดยทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 14,246 คน ผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 13-27 ธันวาคม 2567 พบว่าปีนี้ประชาชนให้ความสนใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ บุคคล และปรากฏการณ์ที่ส่งผลต่อสังคมไทยในหลากหลายมิติ

เหตุการณ์ที่สุดแห่งปี 2567

  1. หมูเด้ง โด่งดังทั่วโลก – ร้อยละ 26.43
    ปรากฏการณ์ “น้องหมูเด้ง” สร้างกระแสความนิยมในหมู่คนไทยและต่างชาติ ถือเป็นสิ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดของคนไทยจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจ
  2. คดีดิไอคอน – ร้อยละ 24.54
    เหตุการณ์ที่สะท้อนการจับตามองปัญหาความโปร่งใสในสังคม
  3. ยุบพรรคก้าวไกล – ร้อยละ 17.95
    เป็นเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อความหวังและความคาดหวังของประชาชน

ที่สุดแห่งปีในหมวดบุคคล

  • นักร้องเพลงไทยสากลชาย: เจฟ ซาเตอร์ (ร้อยละ 30.65)
  • นักร้องเพลงไทยสากลหญิง: ปาล์มมี่ (ร้อยละ 28.38)
  • นักร้องลูกทุ่งชาย: ก้อง ห้วยไร่ (ร้อยละ 40.58) – ครองแชมป์เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
  • นักร้องลูกทุ่งหญิง: ลำไย ไหทองคำ (ร้อยละ 34.74)
  • ดาราชาย: ต่อ ธนภพ (ร้อยละ 30.41)
  • ดาราหญิง: ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก (ร้อยละ 29.22)
  • นักกีฬาชาย: วิว กุลวุฒิ (ร้อยละ 44.35)
  • นักกีฬาหญิง: น้องเทนนิส (ร้อยละ 46.22) – ครองตำแหน่งเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
  • นักการเมืองชาย: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ร้อยละ 35.89)
  • นักการเมืองหญิง: แพทองธาร (ร้อยละ 36.77)
  • นักการศึกษาที่สุดแห่งปี: ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ (ร้อยละ 31.13)
  • ผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี: กรรชัย กำเนิดพลอย (ร้อยละ 40.69)

ความหวังของคนไทยในปี 2568

ผลสำรวจพบว่าความหวังที่ประชาชนอยากเห็นในปี 2568 ได้แก่ “คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” (ร้อยละ 30.15) ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก

มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจนี้สะท้อนถึงความหลากหลายของความสนใจของคนไทยในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปรากฏการณ์ “หมูเด้ง” ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แสดงถึงความต้องการผ่อนคลายความเครียดจากข่าวหนักหน่วง เช่น คดีดิไอคอน และการยุบพรรคก้าวไกล

ทั้งนี้ บุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งปีอย่างกรรชัย กำเนิดพลอย สะท้อนพลังของวงการสื่อมวลชนที่สร้างแรงกระเพื่อมในสังคม และยังแสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงจับตามองประเด็นเศรษฐกิจและการเมืองเป็นสำคัญในปีหน้า

บทสรุปของปีแห่งความหวัง

ปี 2567 อาจเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง แต่ความหวังของคนไทยในปี 2568 ยังมุ่งไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และการสร้างความมั่นคงในชีวิต พร้อมกับการรับแรงบันดาลใจจากบุคคลที่โดดเด่นในหลากหลายวงการ ทั้งการบันเทิง การกีฬา การศึกษา และสื่อมวลชน ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ดุสิตโพล

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

พิธีตักบาตรปีใหม่เชียงราย 2568 เสริมสิริมงคล ต้อนรับความสุข

พิธีอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และตักบาตรรับปีใหม่ เชียงราย ปี 2568

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 ที่บริเวณแยกสุริวงค์ ถนนธนาลัย อำเภอเมืองเชียงราย เทศบาลนครเชียงรายได้จัดพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จาก 9 วัด ประดิษฐานบนราชรถบุษบกศิลปะล้านนา 9 คัน พร้อมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2568

พิธีนี้มีพระรัตนมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีนางสินีนาฏ ทองสุข นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย ผู้บริหารเทศบาลนครเชียงราย พุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดเชียงราย และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

ราชรถบุษบก 9 คันแห่งศรัทธา

ราชรถบุษบกที่ใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 9 องค์ ถูกออกแบบและสร้างสรรค์ด้วยศิลปะล้านนาที่วิจิตรบรรจง สะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวล้านนา โดยราชรถเหล่านี้ถูกใช้ในพิธีสำคัญที่เชียงรายมาตลอดหลายปี ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลที่สร้างแรงศรัทธาให้แก่ผู้พบเห็น

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 9 องค์ ได้แก่

  1. พระพุทธสิหิงค์
  2. พระพุทธชินราชจำลอง
  3. พระแก้วมรกตจำลอง
  4. พระพุทธเมตตา
  5. พระพุทธโสธรจำลอง
  6. พระพุทธไตรรัตนนายก
  7. พระพุทธมหามุนีจำลอง
  8. พระพุทธปางลีลา
  9. พระพุทธชินบัญชรจำลอง

ตักบาตรปีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย

พิธีทำบุญตักบาตรในครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 โดยมีพระภิกษุสงฆ์และสามเณรจากวัดต่างๆ ในเขตเทศบาลนครเชียงราย จำนวน 129 รูป ออกรับบิณฑบาตจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน ตั้งแต่แยกสุริวงค์ ถนนธนาลัย ไปจนถึงแยกศาลแขวงเชียงราย รวมระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความศรัทธาและความอบอุ่น ประชาชนจำนวนมากร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง และดอกไม้เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันเริ่มต้นปีใหม่ ทั้งยังถือเป็นการส่งเสริมและสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวไทย

ความสำคัญของพิธี

พิธีอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และทำบุญตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ ไม่เพียงเป็นการเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือของชุมชนในการสืบสานวัฒนธรรมไทยที่งดงาม อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีให้ประชาชนได้แสดงความกตัญญูและความเคารพต่อพระพุทธศาสนา

นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “พิธีนี้เป็นประเพณีสำคัญที่ชาวเชียงรายร่วมกันสืบสานมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่เปี่ยมด้วยศรัทธาและความสุข อีกทั้งยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของเชียงรายในฐานะเมืองแห่งวัฒนธรรมล้านนาและการท่องเที่ยวเชิงศาสนา”

ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ

นอกจากจะเป็นพิธีที่สำคัญต่อชาวเชียงรายแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศและชาวต่างชาติให้มาสัมผัสบรรยากาศของประเพณีไทยที่งดงาม พิธีนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย

เทศบาลนครเชียงรายได้ย้ำถึงความพร้อมในการจัดงาน พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสความงดงามและศรัทธาในปีหน้า เพื่อสืบสานประเพณีนี้ต่อไปอย่างยั่งยืน

พิธีอัญเชิญพระพุทธรูปและตักบาตรปีใหม่ที่เชียงราย เป็นมากกว่าพิธีกรรมทางศาสนา แต่เป็นสะพานเชื่อมโยงชุมชนและวัฒนธรรมไทยให้ยืนยาวต่อไปในอนาคต

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายจัดตักบาตรดอกไม้ครั้งยิ่งใหญ่ ฉลองงานดอกไม้งามปีที่ 21

พิธีตักบาตรดอกไม้หนึ่งเดียวในล้านนา และเปิดงานเชียงรายดอกไม้งาม ปีที่ 21

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ที่สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระราชวชิรคณี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีตักบาตรดอกไม้ หนึ่งเดียวในล้านนา

พิธีตักบาตรดอกไม้ หนึ่งเดียวในล้านนา

พิธีเริ่มต้นด้วยขบวนแห่อัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 9 องค์จาก 9 วัดในอำเภอเมืองเชียงราย ประดิษฐานบนรถบุษบก 9 คัน สร้างโดยศิลปินจากหลากหลายจังหวัด ใช้เวลากว่า 9 ปีในการสร้าง และจะนำออกแสดงให้ประชาชนชมเพียงปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ในพิธีมีทั้งประชาชนชาวเชียงรายและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วมอย่างคึกคัก ร่วมตักบาตรดอกไม้เพื่อความเป็นสิริมงคล

พระสงฆ์และสามเณรออกรับบิณฑบาตรดอกไม้ โดยมีประชาชนจำนวนมากร่วมทำบุญตักบาตรในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความศรัทธาและความงดงามของราชรถและดอกไม้ ทำให้พิธีครั้งนี้เป็นที่ประทับใจของผู้ร่วมงานอย่างยิ่ง

เปิดงานเชียงรายดอกไม้งาม ปีที่ 21

หลังจากพิธีตักบาตรดอกไม้ รองนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานในพิธีเปิดงานเชียงรายดอกไม้งาม ปีที่ 21 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย

งานเชียงรายดอกไม้งามปีนี้จัดขึ้นในพื้นที่ใหม่ที่มีความกว้างกว่า 70 ไร่ ริมแม่น้ำกก โดยมีจุดเด่นคือสวนดอกไม้เมืองหนาวหลากหลายสีสัน สลับกับสายหมอกบางเบาที่แต่งแต้มบรรยากาศฤดูหนาวให้สดชื่นและสวยงาม

ในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย เช่น เทศกาลดนตรีในสวน การแสดงศิลปวัฒนธรรม และการจัดสวนดอกไม้ในสไตล์ล้านนา เหมาะสำหรับการพักผ่อนและดื่มด่ำกับธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมงานได้ฟรี

พัฒนาพื้นที่สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย

สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย หรือที่เรียกกันว่า “พัทยาน้อย” ได้รับการพัฒนาโดยเทศบาลนครเชียงรายร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นพื้นที่ออกกำลังกายและแลนด์มาร์กใหม่ของเชียงราย มีเส้นทางเดินริมน้ำยาวกว่า 10 กิโลเมตร

เทศกาลดอกไม้ สัญลักษณ์ของเชียงราย

เชียงรายดอกไม้งามเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่นักท่องเที่ยวรอคอยทุกปี ด้วยความงดงามของดอกไม้เมืองหนาวและการตกแต่งในบรรยากาศล้านนา เป็นสถานที่ที่สร้างความประทับใจและความทรงจำดี ๆ ให้ผู้มาเยือน

หน้าหนาวปีนี้ ใครยังไม่มีแผน แนะนำให้แวะมาชมงานเชียงรายดอกไม้งาม ปีที่ 21 ที่จะมอบความสุขและโมเมนต์อันน่าจดจำให้กับทุกคนที่มาเยือน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
NEWS UPDATE

10 เทรนด์ดิจิทัลสุดฮิต 2567 น้องเนย-หมูเด้งครองใจคนไทย

10 เทรนด์ฮิตดิจิทัลแห่งปี 2567 โดย LINE ประเทศไทย: กระแสน่ารัก-ประเด็นฮอตครองโลกออนไลน์

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 LINE ประเทศไทยเผย 10 เทรนด์ฮิตดิจิทัลแห่งปี 2567 ที่ส่งอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างลึกซึ้งและหลากหลาย ทั้งกระแสน่ารักจากมาสคอตชื่อดัง ไปจนถึงประเด็นฮอตบนโลกออนไลน์ที่สร้างความตื่นตัวในสังคม โดยเทรนด์เหล่านี้สะท้อนวัฒนธรรมป๊อปและไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานในยุคดิจิทัล ดังนี้:

1. น้องเนย-หมูเด้ง ขวัญใจโลกดิจิทัล

‘น้องเนย’ จาก Butterbear และ ‘หมูเด้ง’ จากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว คว้าหัวใจชาวไทยบนโลกออนไลน์ ด้อมแฟนคลับของทั้งคู่ใน LINE OPENCHAT มีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ‘ด้อมหมูเด้ง’ ที่สมาชิกเพิ่มจาก 5,000 เป็น 10,000 คนในเวลาเพียง 10 นาที ขณะที่เพลง “น่ารักมั๊ยไม่รู้” ของน้องเนย ติดอันดับเพลงฮิตบน LINE MELODY ด้วยยอดดาวน์โหลดสูงสุดภายใน 2 วันแรก

2. สติกเกอร์คนดังและคำฮิต วลีเด็ดครองใจ

LINE STICKERS ปีนี้เต็มไปด้วยคอลเลกชันใหม่ ๆ จากทั้งดาราและคำฮิต เช่น “birthday but with me (เกิดแต่กับกู)” ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการสนทนาของชาวเน็ต

3. ยกเครื่องอิโมจิในรอบ 7 ปี

LINE ปรับโฉมอิโมจิครั้งใหญ่ในรอบ 7 ปี เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งาน เพิ่มความสะดวกในการสื่อสารและแสดงอารมณ์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

4. ของกินไวรัลแรง ช็อกโกแลตดูไบ-ไข่พะโล้ฮิต

‘ช็อกโกแลตดูไบ’ และ ‘ไข่พะโล้’ กลายเป็นเมนูยอดนิยมที่สร้างกระแสบนโลกโซเชียล โดยไข่พะโล้ทำยอดออเดอร์บน LINE MAN เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในเดือนเดียว

5. กีฬา-สมรสเท่าเทียม-ฉ้อโกง ประเด็นฮอตติดกระแส

มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 และประเด็นสมรสเท่าเทียมดึงดูดความสนใจจากชาวไทย โดยการไลฟ์สดงาน Pride Parade มียอดรับชมสูงถึง 1 ล้านคน ขณะเดียวกัน ประเด็นฉ้อโกงและมิจฉาชีพมีผู้ติดตามข่าวสารกว่า 36 ล้านเพจวิว

6. เพลงฮิตหลากหลาย คว้ารางวัล Black Melody

LINE MELODY ปีนี้มอบรางวัล Black Melody ให้กับเพลงหลากหลายแนว เช่น “หมูเด้ง Moo Deng (Reggaeton)” โดย Karat K และเพลง “น่ารักมั๊ยไม่รู้” จากน้องเนยที่กลายเป็นเพลงฮิตแห่งปี

7. ขอพรออนไลน์ หลวงพ่อทันใจนำอันดับ

‘หลวงพ่อทันใจ’ วัดพระธาตุดอยคำ เชียงใหม่ นำอันดับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยใช้บริการขอพรออนไลน์ผ่าน LINE ดูดวงมากที่สุด

8. เกมสนุก-เว็บตูนปัง

LINE GAME และ LINE WEBTOON ยังคงเป็นที่นิยม โดย LINE Idle Ranger มีผู้เล่นสะสมเวลามากถึง 242,023 นาทีในวันแรก ขณะที่ LINE WEBTOON จัด Pop-up Store ให้แฟนคลับกว่า 10,000 คน

9. SME ตื่นตัว เรียนรู้ไม่หยุด

LINE for Business ช่วยพัฒนา SME ทั่วประเทศผ่านงานสัมมนาและคอร์สออนไลน์ เช่น BOOTCAMP DAY และ UPSKILL SME เพื่อเตรียมความพร้อมธุรกิจในยุคดิจิทัล

10. หลานม่า-ธี่หยด 2 หนังไทยฮอตแห่งปี

ภาพยนตร์ไทย “หลานม่า” และ “ธี่หยด 2” ทำยอดขายตั๋วสูงสุดบน LINE Pay พร้อมสะท้อนความนิยมของภาพยนตร์ไทยที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

บทสรุป

10 เทรนด์ดิจิทัลปี 2567 จาก LINE ประเทศไทย สะท้อนการผสมผสานระหว่างดิจิทัลและชีวิตจริงในแบบที่ทุกคนเข้าถึงได้ ตั้งแต่ความบันเทิง อาหาร วัฒนธรรม ไปจนถึงประเด็นสังคมที่สร้างแรงกระเพื่อมในทุกมิติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : LINE

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เอกอัครราชทูตปากีสถานหารือเชียงราย พัฒนาสุขภาวะและแรงงานข้ามชาติ

เอกอัครราชทูตปากีสถานเยือนเชียงราย หารือพัฒนาความสัมพันธ์ด้านแรงงานและการท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 ที่ห้องรับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายชรินทร์ ทองสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับนางรุคซานา อัฟซอล (H.E. Ms. Rukhsana Afzaal) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย พร้อมคณะ ในโอกาสเดินทางเยือนจังหวัดเชียงราย

การหารือด้านสวัสดิการและการย้ายถิ่นฐานแรงงาน

เอกอัครราชทูตปากีสถานและคณะได้เข้าพบและหารือกับทางจังหวัดเกี่ยวกับประเด็นด้านสวัสดิการ การย้ายถิ่นฐาน และการจ้างงานของชาวต่างชาติในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีแรงงานหลากหลายชาติพันธุ์เข้ามาทำงาน โดยจังหวัดเชียงรายได้รายงานแผนงานการพัฒนาเชียงรายให้เป็น เมืองสุขภาวะ (Wellness City) ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม หลังประสบวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปีที่ผ่านมา

การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์

เอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความกังวลต่อปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งมีแรงงานถูกหลอกลวงให้ไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการทำงานในกลุ่ม แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Scammer) และงานที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ ที่ล่อลวงแรงงานด้วยค่าตอบแทนสูง ทางจังหวัดเชียงรายได้รายงานความคืบหน้าในการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานแรงงานจังหวัด หน่วยงานปกครอง และตำรวจ เพื่อดำเนินการคัดกรอง ช่วยเหลือ เยียวยา และส่งตัวกลับประเทศ

ความสัมพันธ์ไทย-ปากีสถานในมิติการศึกษาและวัฒนธรรม

นอกจากนี้ยังได้หารือถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและปากีสถานในด้านต่าง ๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวัฒนธรรม มีนักศึกษามุสลิมไทยจำนวนมากที่ไปศึกษาด้านศาสนาในปากีสถาน ขณะที่ปากีสถานยังเป็นจุดหมายปลายทางของผู้แสวงบุญชาวพุทธไทยที่สนใจเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา

ขอบคุณและย้ำความร่วมมือในอนาคต

นางรุคซานา อัฟซอล ได้แสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลไทยและจังหวัดเชียงรายที่ให้การสนับสนุนและดำเนินการช่วยเหลือในประเด็นที่เกี่ยวข้องได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมแสดงความยินดีที่ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และขอยืนยันความร่วมมือในอนาคต โดยเฉพาะการสนับสนุนการพัฒนาเมืองเชียงรายให้เป็นเมืองสุขภาวะและการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์

ทั้งนี้ การเยือนครั้งนี้เป็นการแสดงถึงความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและขยายความร่วมมือในทุกมิติอย่างยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
NEWS UPDATE

รัฐบาลจัดพระราชพิธีสมมงคล 14 ม.ค. 2568 อย่างยิ่งใหญ่

รัฐบาลเตรียมจัดพระราชพิธีสมมงคลเฉลิมพระชนมายุ 14 มกราคม 2568

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 น. ณ กรมประชาสัมพันธ์ นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ครั้งที่ 3/2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินการประชาสัมพันธ์ตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมเตรียมงานพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2568

นางสาวจิราพร กล่าวขอบคุณคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ และสื่อมวลชนที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการรับรู้ต่องานเฉลิมพระเกียรติฯ ตลอดปี 2567 โดยใช้สื่อทุกช่องทาง ทั้งสื่อหลักและสื่อออนไลน์ รวมถึงการถ่ายทอดสดพระราชพิธีผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ที่เผยแพร่ความงดงามของประเพณีและวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก

สำหรับงานพระราชพิธีสมมงคลวันที่ 14 มกราคม 2568 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุได้ 26,469 วัน ซึ่งเท่ากับพระชนมายุของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) รัฐบาลได้เตรียมจัดงานสำคัญนี้ในรูปแบบที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วม ได้แก่ การจัดพิธีสืบพระชะตาหลวง การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ การจัดทำเหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึก พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และกิจกรรมปลูกต้นไม้ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ เป็นต้น

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ โดยได้กำหนดกิจกรรมสำคัญ 7 ประการ ได้แก่

  1. พิธีสืบพระชะตาหลวง ณ สวนสราญรมย์ และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วันที่ 13-20 มกราคม 2568)
  2. การบูรณปฏิสังขรณ์วัดสังกัสรัตนคีรี จังหวัดอุทัยธานี
  3. การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ณ ลานพระปฐมบรมราชานุสรณ์ในวันที่ 14 มกราคม 2568
  4. การจัดทำเหรียญที่ระลึก เฉลิมพระเกียรติฯ
  5. พิธีทางศาสนาและกิจกรรมถวายพระราชกุศล ณ วัดสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
  6. การปลูกต้นไม้ อาทิ ต้นตะเคียนทอง ต้นพิกุล และต้นอินจัน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ
  7. กิจกรรมจิตอาสา เพื่อบำเพ็ญสาธารณประโยชน์

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีสมมงคลโดยกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งจะนำเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณากราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต และจะเผยแพร่ให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนนำไปใช้ในการเฉลิมพระเกียรติฯ

รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนทั่วประเทศร่วมงานพระราชพิธีสำคัญนี้ในวันที่ 14 มกราคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสืบสานพระราชประเพณีอันทรงคุณค่าของชาติไทย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
NEWS UPDATE

ผลสำรวจนิด้าโพลเผยคนไทยเหนื่อยหน่ายเศรษฐกิจและปัญหาสังคมในปี 2567

ผลสำรวจ “นิด้าโพล” เผยคนไทยเหนื่อยหน่ายเศรษฐกิจและปัญหาสังคมในปี 2567

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2567 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในหัวข้อ “เหนื่อยหน่ายกับอะไรบ้าง ในปี 2567 ที่ผ่านมา” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 16-18 ธันวาคม 2567 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,310 รายทั่วประเทศ

ระดับความสุขของประชาชนในปี 2567

ผลการสำรวจระบุว่า ความสุขในปี 2567 ของประชาชนแบ่งเป็น 4 ระดับหลัก ได้แก่

  • ค่อนข้างมีความสุข (39.92%) โดยเหตุผลหลักคือชีวิตครอบครัวราบรื่น และไม่มีอุปสรรคในการทำงาน
  • ไม่ค่อยมีความสุข (32.52%) เหตุผลสำคัญคือปัญหาทางการเงินจากค่าครองชีพสูงและความวุ่นวายทางการเมือง
  • มีความสุขมาก (18.17%) เนื่องจากสุขภาพแข็งแรงและชีวิตไม่มีเรื่องกังวล
  • ไม่มีความสุขเลย (9.39%) เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจที่นำไปสู่หนี้สินและชีวิตที่ยากลำบาก

สิ่งที่ประชาชนเหนื่อยหน่ายในปี 2567

ปัญหาเศรษฐกิจ ครองอันดับแรกที่ประชาชนระบุว่าเหนื่อยหน่าย (52.14%) โดยมีปัจจัยสำคัญคือรายได้และค่าครองชีพ รองลงมาเป็น

  • ปัญหาภัยไซเบอร์ (28.09%) เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการแฮกข้อมูล
  • ปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง (27.86%)
  • ปัญหายาเสพติด (21.60%)
  • ปัญหาราคาพลังงาน (14.89%)

ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ก็เป็นหนึ่งในข้อกังวล โดยประชาชนร้อยละ 13.59 เห็นว่าภัยธรรมชาติและปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข

คุณลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง

ประชากรกลุ่มตัวอย่างมีความหลากหลาย ได้แก่

  • ภูมิลำเนา: ร้อยละ 33.35 อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 17.86 ในภาคเหนือ
  • เพศ: ร้อยละ 48.09 เป็นชาย และร้อยละ 51.91 เป็นหญิง
  • อายุ: กลุ่มอายุ 46-59 ปีมีสัดส่วนสูงสุด (26.64%)
  • รายได้: ร้อยละ 30.53 มีรายได้เฉลี่ย 10,001-20,000 บาทต่อเดือน

แนวทางแก้ไขปัญหา

นิด้าโพลชี้ให้เห็นว่า ความเหนื่อยหน่ายของประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมสะท้อนถึงความจำเป็นที่รัฐต้องให้ความสำคัญกับการลดค่าครองชีพ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และจัดการปัญหาสังคมอย่างจริงจัง

การสำรวจนี้สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในปีถัดไป ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดนโยบายที่ตอบสนองต่อปัญหาอย่างแท้จริง

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เชียงรายดอกไม้งามปีที่ 21 กับไฮไลท์ริมลำน้ำกก

เชียงรายเตรียมนับถอยหลังสู่ “งานเชียงรายดอกไม้งามปีที่ 21”

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567 เทศบาลนครเชียงราย ได้จัดการประชุมเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงาน “เชียงรายดอกไม้งามปีที่ 21” ณ สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย โดยมี นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย และ นางรัตนา จงสุทธานามณี ที่ปรึกษาเทศบาลนครเชียงราย และผู้ออกแบบการจัดสวนดอกไม้งามทุกปี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าฝ่ายเทศบาลนครเชียงราย เพื่อร่วมกันวางแผนจัดงานให้สมบูรณ์ที่สุด

ธีมงาน: ในม่านหมอก ดอกไม้ สายน้ำและขุนเขา

งานเชียงรายดอกไม้งามในปีนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมาพร้อมธีม “ในม่านหมอก ดอกไม้ สายน้ำและขุนเขา” ที่สะท้อนถึงเสน่ห์ของเชียงรายในทุกมิติ ทั้งธรรมชาติที่งดงาม วัฒนธรรมที่หลากหลาย และความอบอุ่นของผู้คน

สถานที่ใหม่ ณ สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย

ในปีนี้งานเชียงรายดอกไม้งามได้เปลี่ยนสถานที่จัดงานไปยัง สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำกก สถานที่แห่งใหม่นี้มอบบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับการชมดอกไม้นานาพรรณที่ถูกจัดแสดงอย่างประณีต

กิจกรรมไฮไลท์ในงาน

  1. อุโมงค์หนอนผีเสื้อ
    จุดเด่นของงานในปีนี้คือ “อุโมงค์หนอนผีเสื้อ” ซึ่งตกแต่งด้วยต้นไม้นับแสนต้นทั้งภายในและภายนอก สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้มาเยี่ยมชม

  2. ล่องเรือชมลำน้ำกก
    นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมความงดงามของลำน้ำกก พร้อมสัมผัสธรรมชาติที่เงียบสงบได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 – 16.30 น.

  3. ลานวัฒนธรรมและการแสดงชาติพันธุ์
    เพลิดเพลินกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ พร้อมสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตของชาวเชียงราย

  4. ซุ้มอาหารเหนือและเครื่องดื่มริมน้ำกก
    อิ่มอร่อยกับอาหารเหนือและอาหารหลากหลาย รวมถึงร้านชาและกาแฟที่จัดไว้ให้บริการท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ

  5. Music in the Park
    ทุกวันเสาร์ สนุกกับดนตรีในสวนที่นำเสนอโดยศิลปินชื่อดัง สร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน

พิธีเปิดงานที่ยิ่งใหญ่

พิธีเปิดงานเชียงรายดอกไม้งามปีที่ 21 จะจัดขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคม 2567 เวลา 17.00 น. โดยมีกิจกรรมพิเศษ ได้แก่ การตักบาตรดอกไม้ ซึ่งจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปเก่าแก่จาก 9 วัดในจังหวัดเชียงราย มาประดิษฐานบนราชรถบุษบกจำนวน 9 คัน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

งานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

งานเชียงรายดอกไม้งามปีนี้ เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดระยะเวลาการจัดงาน เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัยที่ต้องการสัมผัสความงดงามของดอกไม้และธรรมชาติ

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • วันที่จัดงาน: 27 ธันวาคม 2567 – 16 กุมภาพันธ์ 2568
  • สถานที่: สวนสาธารณะหาดนครเชียงราย
  • กิจกรรม: การแสดงดอกไม้ อุโมงค์หนอนผีเสื้อ ล่องเรือชมแม่น้ำกก ลานวัฒนธรรม การแสดงดนตรี และอื่น ๆ
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้างาน

ร่วมสัมผัสความงดงามของดอกไม้และวัฒนธรรมเมืองเหนือได้ที่งานเชียงรายดอกไม้งามปีที่ 21 แล้วพบกันในบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจ!

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : เทศบาลนครเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
AROUND CHIANG RAI NEWS UPDATE

เปิดร้าน Welcome to Chiang Rai Shop เชื่อมโยงวัฒนธรรม-ฝึกทักษะอาชีวะ

พิธีเปิดร้าน “Welcome to Chiang Rai Shop by Vocational College 2024” สร้างพื้นที่ทักษะวิชาชีพ เชื่อมโยงวัฒนธรรมเชียงราย

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เวลา 13.00 น. ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ได้มีพิธีเปิดร้าน “Welcome to Chiang Rai Shop by Vocational College 2024” โดยมี นายราชัน มีน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.อรพิน ดวงแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน และ คุณณัฐพร มหาไพบูลย์ จากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย กล่าวถึงความเป็นมาของร้านดังกล่าว

“Welcome to Chiang Rai Shop by Vocational College 2024” เป็นโครงการที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการฝึกทักษะวิชาชีพสำหรับนักศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน รวมถึงสนับสนุนการประกอบอาชีพอิสระในอนาคต โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา “8 Agenda พัฒนาอาชีวศึกษา: ทำดี ทำได้ ทำทันที OVER ONE TEAM”

ร้าน Welcome to Chiang Rai Shop by Vocational College 2024 ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับนักศึกษาและเยาวชนในการแสดงออกทางทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ และผลงานที่ได้เรียนรู้จากห้องเรียนและการฝึกปฏิบัติจริง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เยาวชนมีความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน สร้างรายได้ให้กับตนเอง รวมทั้งช่วยเผยแพร่สินค้าคุณภาพจากเชียงรายให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็น “ทูตวัฒนธรรม” เพื่อเชื่อมโยงผู้คนให้รู้จักและรักเชียงรายผ่านสินค้าที่มีคุณค่าและเรื่องราวที่น่าประทับใจ

ปัจจุบัน Welcome to Chiang Rai Shop by Vocational College 2024 มีสาขาทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่

  1. เซ็นทรัลเชียงราย ชั้น G
  2. ศูนย์ผ้าปางห้า อำเภอแม่สาย
  3. เอ็ม โซ เฟีย กรุงเทพมหานครฯ
  4. วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
  5. อำเภอเชียงแสน (กำหนดเปิดในเดือนมกราคม 2568)

ภายในพิธีเปิดได้รับเกียรติจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมงาน อาทิ นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ที่มอบหมายให้นางกัลยา แก้วประสงค์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และนางสาวอัมพิกา จิณะเสน นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ เข้าร่วมแสดงความยินดีในครั้งนี้

ร้าน Welcome to Chiang Rai Shop by Vocational College 2024 ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้วัสดุท้องถิ่น และการออกแบบที่สะท้อนเอกลักษณ์ล้านนา เพื่อให้สินค้าและบริการเป็นตัวแทนวัฒนธรรมของเชียงราย ทั้งยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัด เชื่อมโยงกับความต้องการของชุมชนและเศรษฐกิจ สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน พร้อมทั้งสะท้อนความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ในการส่งเสริมศักยภาพของเชียงรายในทุกมิติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
NEWS UPDATE

สวนดุสิตโพลเผย เชียงใหม่-เชียงราย จุดหมายปีใหม่ยอดนิยม 2568

สวนดุสิตโพลเผยปีใหม่ 2568 คนไทยนิยมเที่ยว เชียงใหม่-เชียงราย ติดอันดับ

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจาก “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เกี่ยวกับเรื่อง “คนไทยกับของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล” โดยทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,246 คน ผ่านช่องทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 3-6 ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงทิศทางและพฤติกรรมของคนไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ประชาชนส่วนใหญ่มีแผนท่องเที่ยวปีใหม่

จากผลการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 56.02% โดยในกลุ่มนี้

  • เลือกเดินทาง ภายในประเทศถึง 90.26%
  • ขณะที่การเดินทางไป ต่างประเทศอยู่ที่ 9.74%
    อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนจำนวน 43.98% ที่ระบุว่าไม่มีแผนการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าว

5 จังหวัดยอดนิยมที่คนไทยอยากไปเที่ยวมากที่สุด

จากผลการสำรวจยังเผยถึงจังหวัดเป้าหมายของการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยอันดับจังหวัดยอดนิยมที่ประชาชนเลือกมากที่สุด ได้แก่

  1. เชียงใหม่ คิดเป็น 56.83% ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง เนื่องจากอากาศเย็นสบายและมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติจำนวนมาก
  2. เชียงราย คิดเป็น 49.05% จังหวัดที่โดดเด่นด้วยความงดงามของดอกไม้และภูเขา อีกทั้งยังมีเทศกาลดอกไม้ช่วงปลายปี
  3. กรุงเทพมหานคร คิดเป็น 38.10% ซึ่งเป็นศูนย์รวมของการจัดงานเทศกาลและกิจกรรมต่าง ๆ
  4. กาญจนบุรี คิดเป็น 37.30% จังหวัดที่มีความโดดเด่นด้านธรรมชาติและสถานที่ประวัติศาสตร์
  5. กระบี่ คิดเป็น 25.71% จังหวัดชายทะเลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการท่องเที่ยวปีใหม่

ประชาชนคาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการใช้จ่ายเฉลี่ย 17,317.10 บาทต่อคน โดยแบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ ตามงบประมาณดังนี้

  • ไม่เกิน 5,000 บาท มากที่สุด คิดเป็น 46.94%
  • กลุ่มที่ใช้จ่ายมากกว่า 5,000 บาทขึ้นไป มีสัดส่วนที่ลดหลั่นกันไป

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวครอบคลุมค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงการซื้อของฝากให้กับคนในครอบครัวและคนสนิท

ของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนอยากได้จากรัฐบาล

เมื่อสอบถามถึงของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนอยากได้รับจากรัฐบาล อันดับต้น ๆ ได้แก่

  1. การแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เนื่องจากช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม
  2. การช่วยเหลือค่าน้ำ ค่าไฟ และพลังงาน ซึ่งถือเป็นภาระสำคัญที่ประชาชนต้องแบกรับในปัจจุบัน
  3. มาตรการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น

ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าการสนับสนุนด้านเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคมเป็น “หน้าที่ของรัฐบาล” ที่ควรให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

สรุปภาพรวมเทศกาลปีใหม่

ผลการสำรวจจากสวนดุสิตโพลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะจังหวัดยอดนิยมอย่าง เชียงใหม่และเชียงราย ซึ่งมีเสน่ห์ด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ขณะเดียวกัน ประชาชนยังต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลปีใหม่ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น การแจกเงินและการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค

การสำรวจในครั้งนี้จึงเป็นภาพสะท้อนความหวังของคนไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ที่ต้องการทั้งความสุขจากการเดินทางท่องเที่ยวและมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ข้อมูลสำคัญโดยสรุป

  • 56.02% ของประชาชนวางแผนท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศ
  • เชียงใหม่และเชียงราย เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม
  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 17,317.10 บาทต่อคน โดยส่วนใหญ่ใช้งบไม่เกิน 5,000 บาท
  • ประชาชนต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนเศรษฐกิจผ่านการแจกเงินและมาตรการลดค่าใช้จ่าย

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สวนดุสิตโพล

 
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE