Categories
FEATURED NEWS NEWS

“SME D Bank” ผนึก “บางจากฯ” หนุนเอสเอ็มอี สร้างและขยายธุรกิจ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

“SME D Bank” ผนึก “บางจากฯ” หนุนเอสเอ็มอี สร้างและขยายธุรกิจ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

Facebook
Twitter
Email
Print

SME D Bank จับมือบางจากฯ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านธุรกิจ สนับสนุน ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprise) หรือเอสเอ็มอี ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เพิ่มโอกาสการเข้าถึงเงินทุนเพื่อสร้างและขยายธุรกิจใหม่ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้พัฒนาอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน  

นายโมกุล โปษยะพิสิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  กล่าวว่า ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่มุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยมาต่อเนื่อง ด้วยบริการการเงินควบคู่กับการพัฒนา เพื่อให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน  โดย SME D Bank พร้อมสนับสนุนด้านการเงินผ่านสินเชื่อต่างๆ  วงเงินรวมกว่า  25,000 ล้านบาท  วงเงินกู้สูงสุด 50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษสุด เริ่มต้น 4.5% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุดถึง 15 ปี  สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ดำเนินธุรกิจสถานีบริการน้ำมันบางจากอยู่แล้ว รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าและซัพพลายเชน (supply chain) หรือผู้สนใจจะลงทุนเปิดร้านในสถานีบริการน้ำมันบางจาก เพื่อให้มีเงินทุนไปขยาย ปรับเปลี่ยน  ลงทุนขยายสาขาหรือเสริมสภาพคล่อง

ขณะเดียวกัน SME D Bank จะสนับสนุนด้านการพัฒนาครบวงจรควบคู่กันไปด้วย ผ่านโครงการ SME D Coach จัดโปรแกรมเพิ่มศักยภาพธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกและคู่ค้าของบางจากฯ เช่น โปรแกรมความรู้ด้านมาตรฐาน พัฒนาบรรจุภัณฑ์ บัญชี เตรียมพร้อมเข้าถึงแหล่งทุน และหลักการทำแฟรนไชส์ เป็นต้น   ความร่วมมือกับบางจากฯ ในครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ธนาคารสามารถเข้าไปสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างกว้างขวาง เพราะบางจากฯ มีเครือข่ายธุรกิจเกี่ยวโยงกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวนมาก ประกอบกับทำเลที่ตั้งสถานีบริการน้ำมันบางจากอยู่ในย่านชุมชน นอกจากคู่ค้าจะได้รับประโยชน์แล้ว ยังส่งต่อคุณค่าไปสู่ชุมชนโดยรอบ ทำให้เงินหมุนเวียน กระจายรายได้ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ  ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

นายสมชัย เตชะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด กลุ่มธุรกิจการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจากฯ ร่วมมือกับพันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีศักยภาพหลากหลายแบรนด์ เพื่อสร้างสรรค์สถานีบริการน้ำมันบางจากให้มีผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพสูงที่หลากหลายและครบครัน สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าในทำเลที่ตั้งที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าทุกวัยตามแนวคิด Greenovative Destination for  Intergeneration โดยการร่วมมือระหว่างบางจากฯ และ SME D Bank ในครั้งนี้ ทำให้คู่ค้าของบางจากฯ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น และมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสในการลงทุนสร้างและขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ที่ผ่านมา บางจากฯ  มีนโยบายการดำเนินธุรกิจโดยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนมาอย่างยาวนาน เช่น การนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกลุ่มชุมชนมาเป็นของสมนาคุณลูกค้าผู้ใช้น้ำมันบางจาก เป็นต้น เพื่อร่วมสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนไทยซึ่งจะช่วยให้สังคมไทยเข้มแข็งอย่างยั่งยืน  

นอกจากนั้น บางจากฯ และ SME D Bank ยังมีแผนร่วมกันจัดกิจกรรม Market Place นำสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อยทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือก มาจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันบางจากและจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Matching) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีศักยภาพในท้องถิ่น ได้เปิดร้านในสถานีบริการน้ำมันบางจาก และในอนาคตสองหน่วยงานจะร่วมกันสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ  เพื่อร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

Facebook
Twitter
Email
Print

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : SME D Bank

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
FEATURED NEWS NEWS

คปภ. ชวนใช้บริการ “กูรูประกันภัย” กรมธรรม์ออนไลน์ เผยมีผู้ใช้ทะลุ 179,082 ครั้ง

กรมศุลกากร อัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

Facebook
Twitter
Email
Print

สำนักงาน คปภ. พัฒนาและต่อยอดเว็บไซต์เพื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันภัย ภายใต้ชื่อ “กูรูประกันภัย” (https://guruprakanphai.oic.or.th) เพื่อรองรับสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ได้มีการปรับตัวให้เข้าสู่ยุค Next Normal อย่างต่อเนื่องด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินการทั้งด้านการกำกับและส่งเสริมภาคธุรกิจประกันภัย การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยให้มีความสะดวก รวดเร็ว และง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์และการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ  โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกและเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้มีความเหมาะสมกับตนเองและครอบครัวอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้น สำนักงาน คปภ. จึงได้พัฒนาและต่อยอดเว็บไซต์เพื่อเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันภัยภายใต้ชื่อ “กูรูประกันภัย” (https://guruprakanphai.oic.or.th) เพื่อรองรับสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจที่จะเข้าถึงผู้เอาประกันภัยผ่านการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น โดยสำนักงาน คปภ. กำหนดให้บริษัทประกันภัย นายหน้าประกันภัยและธนาคารที่ทำการเสนอขายประกันภัยผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (Online) ต้องขึ้นทะเบียนกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าระบบสารสนเทศมีความมั่นคงปลอดภัย และต่อมาได้พัฒนาระบบเว็บไซต์เพื่อตรวจสอบการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่ขายกรมธรรม์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ระบบค้นหาและเปรียบเทียบแบบประกันภัย และระบบการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยและการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์และเกิดความเชื่อมั่นต่อประชาชนในการทำธุรกรรมประกันภัยผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเว็บไซต์กูรูประกันภัย นอกจากประชาชนสามารถเข้าไปใช้บริการผ่านทาง https://guruprakanphai.oic.or.th แล้ว ยังสามารถเข้าไปใช้บริการผ่านทางเว็บไซต์ https://www.oic.or.th/th/consumer โดยกด link เข้าไปใน banner กูรูประกันภัยได้อีกทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งนับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2563 จนถึงปัจจุบันมีประชาชนเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์กูรูประกันภัยแล้ว จำนวนกว่า 179,082 ครั้ง

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เว็บไซต์กูรูประกันภัย ถือเป็นช่องทางสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลการเปรียบเทียบ ผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่าง ๆ  ประกอบด้วย 3 ระบบ คือ ระบบแรก ตรวจสอบการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่ขายกรมธรรม์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทประกันภัย นายหน้าประกันภัย และธนาคาร ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ตามประกาศสำนักงาน คปภ. ก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

ระบบที่ 2 ประชาชนผู้เอาประกันภัยสามารถค้นหาและเปรียบเทียบแบบประกันภัย เพื่อส่งเสริมกลไกทางการตลาด การแข่งขันทางด้านราคา และเป็นการให้ข้อมูลแก่ประชาชนที่สนใจได้รับข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เบี้ยประกันภัย เงื่อนไขการประกันภัย และข้อยกเว้น โดยปัจจุบันระบบเปรียบเทียบของเว็บไซต์นี้ สามารถเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ประกันภัย ประกอบด้วย ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยการเดินทาง และประกันชีวิต โดยผู้สนใจสามารถกำหนดปัจจัยในการพิจารณาผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้ เพื่อให้ตรงความต้องการของตนเอง

สำหรับระบบค้นหาผลิตภัณฑ์ประกันภัย ผู้สนใจสามารถค้นหาแบบประกันภัยได้ ทั้งประเภทผลิตภัณฑ์ประกันภัย ชื่อแบบประกันภัย ชื่อบริษัทประกันภัย

ระบบที่ 3 ระบบการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยและการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลและส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยต่าง ๆ และการซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยทางอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากการจัดทำเว็บไซต์กูรูประกันภัยแล้ว สำนักงาน คปภ. ยังได้จัดทำ OIC Gateway ซึ่งเป็นระบบให้ผู้เอาประกันภัยสามารถมาตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยซื้อ เช่น เลขที่กรมธรรม์ประกันภัย บริษัทที่รับประกันภัย ระยะเวลาคุ้มครอง และข้อมูลความคุ้มครองเบื้องต้น และปัจจุบันระบบดังกล่าวยังได้มีการพัฒนา เพื่อเพิ่มความสามารถสามารถในการแสดงข้อมูลให้ผู้เอาประกันภัยทราบมากขึ้น เช่น สรุปจำนวนเงินเอาประกันภัยทั้งหมด สิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นต้น

“สำนักงาน คปภ. มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเหมาะสมกับความเสี่ยง โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาการให้บริการประชาชนด้านประกันภัยอย่างเต็มรูปแบบเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนประชาชนที่มีความสนใจจะเลือกผลิตภัณฑ์ประกันภัยประเภทต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระเบี้ยและความต้องการที่แท้จริง สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์กูรูประกันภัยเพื่อศึกษาข้อมูลก่อนการพิจารณาตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ประกันภัย” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

Facebook
Twitter
Email
Print

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงาน คปภ.

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
FEATURED NEWS NEWS

ธอส. เปิดผลประมูลบ้านมือสองออนไลน์ “GHB’S NPA Online Auction” กว่า 153 ล้าน

ธอส. เปิดผลประมูลบ้านมือสองออนไลน์ “GHB’S NPA Online Auction” กว่า 153 ล้าน

Facebook
Twitter
Email
Print

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานผลการจัดประมูลบ้านมือสองออนไลน์ “GHB’S NPA Online Auction” ผ่าน Application : GHB ALL HOME ที่จัดขึ้นวันนี้ (19 พฤษภาคม 2566) ระหว่างเวลา 12.00-13.00 น. สามารถจำหน่ายทรัพย์ NPA ได้จำนวนทั้งสิ้น 124 รายการ คิดเป็นมูลค่าที่จำหน่ายได้รวม 153 ล้านบาท แบ่งเป็นทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 53 รายการ คิดเป็นมูลค่า 62 ล้านบาท และทรัพย์ในส่วนภูมิภาค จำนวน 71 รายการ คิดเป็นมูลค่า 91 ล้านบาท โดยทรัพย์ที่ประมูลขายได้ในราคาสูงสุด ได้แก่ ทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว ขนาดเนื้อที่ 400 ตารางวา ใน อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี สามารถจำหน่ายได้ในราคา 5.67 ล้านบาท เนื่องจากเป็นทรัพย์ที่มีเนื้อที่กว้างขวาง เหมาะแก่การอยู่อาศัย และใกล้แหล่งอำนวยความสะดวกมากมาย  ส่วนทรัพย์ที่ประมูลขายได้ในราคาต่ำสุด ได้แก่ ทรัพย์ประเภทที่ดินเปล่า ขนาดเนื้อที่ 100 ตารางวา ใน อ.องครักษ์ จ.นครนายก โดยจำหน่ายได้ในราคา 95,000 บาท เท่านั้น!!

ทั้งนี้ ลูกค้าที่ชนะการประมูลต้องทำสัญญาจะซื้อจะขายภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 และหากทำนิติกรรมและโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 จะได้ส่วนลดราคาเพิ่ม 10% จากราคาที่ประมูลซื้อได้ และสามารถใช้ “ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับซื้อทรัพย์ NPA พร้อมขายของธนาคาร” (เงื่อนไขเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร.0-2645-9000 กด 5 หรือ Facebook Fanpage บ้านมือสอง ธอส. หรือดูข้อมูลรายการทรัพย์บ้านมือสอง ธอส. ได้ที่ www.ghbhomecenter.com, Mobile Application : GHB ALL HOME และ Line Official Account : @GHBALLHOME  

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
FEATURED NEWS NEWS

ททท. ชวนมา “หลงแสงเวียง” กับงาน “วิจิตร 5 ภาค @เชียงราย

ททท. ชวนมา “หลงแสงเวียง” กับ “วิจิตร 5 ภาค @เชียงราย

Facebook
Twitter
Email
Print

เมื่อเวันที่ 21 พฤษภาคม 2566 นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. ร่วมเปิดงาน “วิจิตร 5 ภาค @เชียงราย หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย” โดยมีนางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “วิจิตร 5 ภาค @เชียงราย หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย” สร้างสีสันบรรยากาศท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย ร่ายมนต์เสน่ห์แห่งอารยธรรมล้านนา ด้วยเทคนิคการใช้แสง เสียง ผสานศิลปะ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ประดับ 15 สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด เพิ่มอัตราพักค้างคืน ดันจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 20,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียน 130 ล้านบาท

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท. กล่าวว่า ททท. เล็งเห็นความสำคัญของการมุ่งส่งมอบคุณค่าและความหมายของการท่องเที่ยวไทย (Meaningful Travel) ผ่านการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience-based Tourism) เพื่อให้เกิดตำนานการเดินทางท่องเที่ยวมิติใหม่ โดย ททท. จึงได้หยิบยกอัตลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น มาเป็นเครื่องมือในการออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ พร้อมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มีปฏิสัมพันธ์ซึมซับประสบการณ์จากท้องถิ่นที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ค้นหาตัวตน และเติมเต็มความหมายของการเดินทางให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่ง ททท. ได้ต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 5 ภูมิภาค ผ่านการเล่าเรื่อง ด้วยการใช้เทคนิคของแสง เสียง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาเป็นเครื่องมือในการสะท้อนอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวที่จะช่วยสร้างแรงจูงใจในการเดินทางท่องเที่ยวจริงในพื้นที่ และช่วยกระจายรายได้ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้ง 5 ภูมิภาค ตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย ซึ่งจากสถิติปี 2565 พบว่า ชาวไทยมีการเดินทางท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคเพิ่มขึ้น โดยใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นพาหนะหลัก และข้อมูลที่มีการค้นหามากที่สุดคือ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม เส้นทางการเดินทางในพื้นที่ และข้อมูลกิจกรรมในแหล่งท่องเที่ยว ตามลำดับ โอกาสนี้ เพื่อเป็นการเร่งส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศให้เป็นไปตามเป้าหมายภาพรวมรายได้ตลาดในประเทศ ปี 2566 อยู่ที่ 880,000 ล้านบาท ททท. จึงจัดงาน “วิจิตร 5 ภาค” ขึ้นใน 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงราย จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดระยอง และจังหวัดนครพนม โดยงาน “วิจิตร 5 ภาค @เชียงราย หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย” ถือเป็นหนึ่งใน 5 พื้นที่ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยมนต์เสน่ห์แห่งเมืองเหนือและอารยธรรมล้านนา ซึ่งเมื่อประกอบกับความสวยงามของเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดเชียงราย ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ได้รับความนิยมในการเดินท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ศิลปะ และวัฒนธรรม หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จำนวนผู้เยี่ยมเยือนที่มาเที่ยวจังหวัดเชียงรายในปี 2565 มีจำนวนสูงถึง 3.6 ล้านคน ซึ่งเชื่อว่าการจัดงานวิจิตร 5 ภาค @เชียงราย “หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย” นี้ จะเป็นกิจกรรม Event Marketing ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ที่จะเข้ามาสร้างสีสันบรรยากาศทางการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย และเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สามารถต่อยอดส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีใหม่และตอบโจทย์ความสนใจของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้เกิดต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวสัมผัสถึงเสน่ห์วันวานของเมืองเหนือ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมที่หลากหลาย อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงรายมากขึ้น ชาวเชียงรายพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านด้วยมิตรไมตรี และยินดีส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า มีความหมาย และน่าประทับใจที่สุดแก่นักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาเยือน

 

 

15 สถานที่โชว์แสง “หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย”

 

งาน “วิจิตร 5 ภาค@เชียงราย”  พร้อมจัดเต็มการแสดงแสง เสียง ระหว่างวันที่ 20-28 พฤษภาคม 2566 ณ อำเภอเมืองเชียงราย เวลา 18.00 – 24.00 น. โดยเล่าเรื่องเมืองเชียงรายผ่านเส้นทางแห่งกาลเวลา บนท้องถนนที่สว่างไสวด้วยแสงแห่งประวัติศาสตร์ตามแนวคิด  “หลงแสงเวียง ที่เจียงฮาย” ผ่านการจัดแสดง Light up / Mapping / Projection 3D / Light installation และสื่อผสมที่ทันสมัย แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ที่สะท้อนเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของท้องถิ่น โดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวร่วมชมงานในลักษณะ Walking Tour ใน 15 สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เมืองเชียงราย อาทิ อาคารเทิดพระเกียรติฯ หอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติ       วัดพระแก้ว วัดมิ่งเมือง สวนตุงและโคม รวมทั้งสามารถนั่งรถรางเที่ยวชมงานได้ฟรี ไม่เพียงเท่านั้น ททท. ยังเตรียมนำเสนอการแสดง Highlight ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย(เก่า) อาทิ การจัดแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นถิ่น การแสดงดนตรี การออกร้านจากผู้ประกอบการในพื้นที่

นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ประกอบการในพื้นที่จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด มอบสิทธิพิเศษคูปองมูลค่า 500 บาท ให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายภายในงาน หรือใช้เป็นส่วนลดสินค้าหรือบริการด้านการท่องเที่ยวจากผู้ประกอบการในจังหวัดเชียงรายที่เข้าร่วมโครงการฯ ในช่วงระยะเวลาจัดงาน รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท ผ่าน 2 กิจกรรม ได้แก่ 1) ร่วมกิจกรรมทางแฟนเพจเฟสบุ๊ก GoNorthThailand ลุ้นรับคูปองส่วนลดมูลค่า       500 บาท ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป และ 2) สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าพัก ณ โรงแรม/ที่พักในจังหวัดเชียงรายอย่างน้อย 1 คืน ในช่วงระยะเวลาจัดงาน เพียงแสดงคีย์การ์ด / เอกสารการจองที่พัก สามารถรับคูปองมูลค่า 500 บาทต่อ 1 ห้องพัก รวมทั้งสิ้น 1,000 รางวัล ทั้งนี้ ททท. คาดหวังว่าการจัดงานนี้ จะช่วยดันจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 20,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียน  130 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาจัดงาน

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมสีสันบรรยากาศในแต่ละพื้นที่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : GoNorthThailand, www.wiangoflight.com, TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
FEATURED NEWS NEWS

เปิดปฏิทินสอบรับสมัครสอบ แข่งขันครูผู้ช่วย ปี 66

เปิดปฏิทินสอบรับสมัครสอบ แข่งขันครูผู้ช่วย ปี 66

Facebook
Twitter
Email
Print

เมื่อเวันที่ 21 พฤษภาคม 2566 ..ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือสพฐกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศวันรับสมัครสอบครูผู้ช่วย ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน 2566 เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ..กำหนด จึงได้กำหนดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี .. 2566 ดังนี้

 

1. ประกาศรับสมัคร / ภายในวันพุธที่ 24 พฤษภาคม 2566

2. รับสมัคร / วันพุธที่ 31 พฤษภาคม – วันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2566 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)

3. ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ภาค  และ ภาค  / ภายในวันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2566

4. ประเมินจากการสอบข้อเขียน

ภาค  ความรู้ความสามารถทั่วไป / วันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2566

ภาค  มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ / วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2566

5. ประกาศรายชื่อผู้ผ่าน ภาค  และ ภาค  เพื่อมีสิทธิเข้ารับการประเมิน ภาค  / ภายในวันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม2566

6. ประเมินจากการสัมภาษณ์ แฟ้มสะสมงาน และการนำเสนอที่แสดงถึงทักษะและศักยภาพด้านการจัดการเรียนการสอน ภาค  ความเหมาะสมกับตำแหน่ง วิชาชีพและการปฏิบัติงานในสถานศึกษา / ตามวันและเวลาที่ ...เขตพื้นที่การศึกษาหรือ ...สศศกำหนด (ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2566)

7. ประกาศผลการสอบแข่งขัน / ตามวันและเวลาที่ ...เขตพื้นที่การศึกษาหรือ ...สศศกำหนด (ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2566)

 

..ทิพานัน กล่าวว่า ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.obec.go.th หรือโทร. 02 2885511 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลห่วงใยผู้สมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตําแหน่งครูผู้ช่วย ให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่จะฉวยโอกาสหลอกลวงเรียกรับเงิน หรือผลประโยชน์โดยแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่าน หรือเข้ารับการบรรจุในตำแหน่งครูผู้ช่วยได้  หากพบเห็นผู้ที่มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าวให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบทันที หากพบมีการหลอกลวงจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายในทันที 

 

ที่สำคัญกระบวนการรับสมัครและจัดสอบครูผู้ช่วยต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพราะหากผู้สมัครเข้ามาสอบรับราชการด้วยวิธีการทุจริต ย่อมกระทบจรรยาบรรณวิชาชีพ อาจถูกตัดสิทธิสอบครูผู้ช่วยตลอดชีวิตและไม่มีสิทธิสอบเป็นข้าราชการได้อีก..ทิพานัน กล่าว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สพฐ

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
FEATURED NEWS NEWS

กรมธนารักษ์เปิดจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ที่ระลึก 90 ปี กรมธนารักษ์

กรมธนารักษ์เปิดจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ที่ระลึก 90 ปี กรมธนารักษ์

Facebook
Twitter
Email
Print

กรมธนารักษ์จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 90 ปี กรมธนารักษ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวให้แผ่ไพศาลไปทั้งภายในประเทศประเทศ และเป็นที่ระลึก

กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 90 ปี กรมธนารักษ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร  มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวให้แผ่ไพศาลไปทั้งภายในประเทศและนานาประเทศ และเป็นที่ระลึก รวมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจของกรมธนารักษ์ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วไป
    
วันนี้ (18 พฤษภาคม 2566) ณ กรมธนารักษ์ นายจำเริญ โพธิยอด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบ 90 ปี กรมธนารักษ์ ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2566 กระทรวงการคลังได้อนุมัติให้กรมธนารักษ์จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 90 ปี กรมธนารักษ์ โดยจัดทำ จำนวน 2 ประเภท ดังนี้
• เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 20 บาท ประเภทขัดเงา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม จำนวนผลิตไม่เกิน 100,000 เหรียญ ราคาจำหน่ายเหรียญละ 200 บาท พร้อมตลับ ใบรับรองและกล่อง
• เหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 20 บาท ประเภทธรรมดา ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 32 มิลลิเมตร น้ำหนัก 15 กรัม จำนวนผลิตไม่เกิน 1,000,000 เหรียญ ราคาจ่ายแลกเหรียญละ 20 บาท พร้อมตลับ

โดยมีลวดลายของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในโอกาสดังกล่าว ดังนี้
ด้านหน้า กลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ชุดสากล ทรงประดับเหรียญที่ระลึกในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่าง       มีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”
ด้านหลัง กลางเหรียญมีรูปเครื่องหมายราชการของกรมธนารักษ์ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องบนมีข้อความว่า “๙๐ ปี กรมธนารักษ์ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๖” เบื้องล่างมีข้อความบอกราคาว่า “๒๐ บาท” และข้อความว่า “ประเทศไทย” โดยมีลายไทยประดิษฐ์คั่นระหว่างข้อความเบื้องบนกับเบื้องล่างทั้งสองข้าง

ผู้ที่ประสงค์จะขอแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกดังกล่าว สามารถติดต่อขอแลกได้ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป ตามช่องทางดังนี้
ส่วนกลาง
• กองบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานี โทร. 0 2565 7944
• หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2282 4109
• หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2618 6340
ส่วนภูมิภาค
• สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ทั่วประเทศ
ช่องทางออนไลน์
• www.treasury.go.th (บริการออนไลน์ระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้านเหรียญ) โดยการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้สั่งซื้อเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดส่งทั้งนี้

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารเงินตรา โทร. 0 2565 7944 และ Call Center กรมธนารักษ์ โทร. 0 2059 4999

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : กรมธนารักษ์

 
Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
ECONOMY FEATURED NEWS

SME D Bank หารือ กสม. ส่งเสริมเอสเอ็มอี ส่งต่อประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน

SME D Bank หารือ กสม. ส่งเสริมเอสเอ็มอีดำเนินธุรกิจสอดคล้องสิทธิมนุษยชน คำนึงถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่งต่อประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน

Facebook
Twitter
Email
Print

SME D Bank พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมด้วยรองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อหารือแนวทางการประสานความร่วมมือส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบ นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พร้อมด้วย นางสาวรตญา กอบศิริกาญจน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ เพื่อหารือแนวทางการประสานความร่วมมือส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน รวมถึงปัจจัยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ดำเนินธุรกิจตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยเป็นการต่อยอดและขยายผลการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จากปีที่ผ่านมา ธนาคารเข้าร่วมโครงการ “HUMAN RIGHTS AWARDS 2022” ณ ห้องรับรอง 703 สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (สำนักงาน กสม.) เมื่อเร็ว ๆ นี้

ทั้งนี้ SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนของทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นตามพันธกิจ “เติมทุนคู่พัฒนา” เคียงข้างสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย เพิ่มขีดความสามารถก้าวสู่ความสำเร็จ ส่งต่อคุณประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน ก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศสู่การเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : SME D Bank

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
ECONOMY FEATURED NEWS

ธ.ก.ส. เตือน ! ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อและตราสัญลักษณ์ธนาคารปล่อยเงินกู้นอกระบบ

ธ.ก.ส. เตือน ! ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อและตราสัญลักษณ์ธนาคารปล่อยเงินกู้นอกระบบ

Facebook
Twitter
Email
Print

ธ.ก.ส. เตือน ! ระวังมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นตัวแทนธนาคารปล่อยเงินกู้นอกระบบ โดยใช้ตราสัญลักษณ์และชื่อธนาคาร ยืนยัน ! ธ.ก.ส. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าวและไม่มีนโยบายปล่อยเงินกู้ผ่านตัวแทนบริษัทแต่อย่างใด พร้อมแจ้งความเอาผิดผู้หลอกลวง

นายไพศาล หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการและโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ด้วยขณะนี้ มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีแอบอ้างเป็นบริษัทตัวแทนธนาคารในการนำเสนอเงินกู้นอกระบบ จัดทำเอกสารนัดรับเงินกู้และแอบอ้างชื่อและตราสัญลักษณ์ รวมถึงลายเซ็นต์พนักงาน โดยให้ชำระค่าคิวล่วงหน้าก่อนการรับสินเชื่อด้วยนั้น ธ.ก.ส. ขอเรียนว่า ธ.ก.ส. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว อีกทั้งธนาคารไม่มีนโยบายในการให้สินเชื่อผ่านตัวแทนบริษัท หรือมีการชำระค่าคิวล่วงหน้าก่อนรับสินเชื่อ จึงขอให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไปอย่าหลงเชื่อบริษัทหรือบุคคลที่มีพฤติการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ ธ.ก.ส. มีผลิตภัณฑ์ด้านสินเชื่ออย่างหลากหลายที่มีอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เช่น สินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ สินเชื่อนวัตกรรมดี มีเงินทุน และสินเชื่อ SME เสริมแกร่ง อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 4 เป็นต้น สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและข่าวสารด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ผ่านช่องทางการสื่อสารหลักของธนาคาร ได้แก่ เว็บไซต์ www.baac.or.th Facebook Page “ธกส BAAC Thailand” และ LINE Official Account : @baacfamily พร้อมกันนี้ ธ.ก.ส. ขอย้ำเตือนให้ลูกค้าทุกท่าน เพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในการติดต่อหรือทำธุรกรรมออนไลน์ เนื่องด้วยปัจจุบันมิจฉาชีพมีรูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลาย ดังนั้น หากไม่แน่ใจโปรดติดต่อโดยตรงที่ธนาคาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 555 0555 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งธนาคารจะดําเนินการเอาผิดตามขั้นตอนทางกฎหมายกับผู้ที่หลอกลวงในลักษณะดังกล่าวต่อไป

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
NEWS UPDATE
Categories
ECONOMY FEATURED NEWS

EXIM BANK จับมือ Amazon และกระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนทัพสินค้าไทยรุกตลาดการค้า E-commerce

EXIM BANK จับมือ Amazon และกระทรวงพาณิชย์ สนับสนุนทัพสินค้าไทยรุกตลาดการค้า E-commerce

Facebook
Twitter
Email
Print

EXIM BANK ร่วมกับ Amazon Global Selling Thailand และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดโครงการอบรม “ติดปีกสินค้าไทย ขายออนไลน์ข้ามพรมแดนกับ Amazon” ระหว่างวันที่ 23 พ.ค.-18 ก.ค.2566 ณ EXIM BANK สนง.ใหญ่ และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ ม.เชียงใหม่

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กล่าวว่า ในปี 2566 เศรษฐกิจและการค้าโลกต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้งภาวะเงินเฟ้อ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ความยืดเยื้อของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ประกอบกับวิกฤตสถาบันการเงินในสหรัฐฯ และยุโรปส่งผลกดดันเศรษฐกิจโลก ทำให้ล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลงเหลือ 2.8% และการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัวเพียง 1.7% อย่างไรก็ตาม พบว่าภาพรวมตลาดการค้าออนไลน์ (E-commerce) ของโลกยังมีแนวโน้มสดใส โดยคาดว่าจะขยายตัวกว่า 10% จาก 5.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 เป็น 6.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 และมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเป็น 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 และ 7.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 นอกจากนี้ ผลสำรวจผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนในปี 2565 พบว่า 90% มีความสนใจค้าขายข้ามพรมแดนผ่าน E-commerce แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดความเข้าใจวิธีการ ขาดความรู้เกี่ยวกับตลาดต่างประเทศ มีข้อจำกัดด้านศักยภาพ ทรัพยากร และความสามารถในการแข่งขันในตลาด E-commerce

EXIM BANK จึงร่วมมือกับ อเมซอน โกลบอล เซลลิ่ง ประเทศไทย (Amazon Global Selling Thailand) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการอบรม “ติดปีกสินค้าไทย ขายออนไลน์ข้ามพรมแดนกับ Amazon” ระหว่างวันที่ 23 พฤษภาคม-18 กรกฎาคม 2566 ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ และอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทยให้มีความพร้อมในการพัฒนาธุรกิจสู่ตลาดการค้าออนไลน์อย่างมั่นใจ ผ่านการฝึกอบรม จับคู่ทางธุรกิจ ให้คำปรึกษาด้านการเงิน แนะนำเครื่องมือบริหารความเสี่ยง และ Workshop การค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross Border E-commerce: CBEC) ไปยังตลาดสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ในการเข้าถึงเครือข่ายลูกค้าของ Amazon.com กว่า 300 ล้านคนทั่วโลก มีเนื้อหาการอบรม อาทิ การเปิดบัญชีกับ Amazon การจดทะบียนเครื่องหมายการค้าและใบรับรององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ การสร้างการบริหารจัดการคลังสินค้าและจัดส่งโดย Amazon (Fulfilment by Amazon : FBA) และการเปิดหน้าร้านค้าบน Amazon.com ผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999 และ Amazon Global Selling Thailand โทร. 08 9505 0766

“การค้าขายออนไลน์ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของธุรกิจในยุค Next Normal EXIM BANK จึงจัดโครงการ อบรมผู้ประกอบการไทยขายออนไลน์ข้ามพรมแดนกับ Amazon ให้ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ตลาด วิธีการค้าขายออนไลน์ข้ามพรมแดน การเตรียมผลิตภัณฑ์ การจดเครื่องหมายการค้าในสหรัฐฯ การจัดการร้านค้าบน Amazon.com เครื่องมือสำหรับธุรกิจ E-commerce และการวางแผนโปรโมทสินค้า เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาคได้เข้าถึงโครงการ การอบรมจึงจัดขึ้นที่ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ ควบคู่กับที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อช่วยให้ SMEs ทุกภาคส่วนมีความรู้เข้าใจเรื่องการส่งออกและการค้าขายออนไลน์ไปพร้อมกัน โดยมี EXIM BANK และ Amazon คอยเป็นพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับการแข่งขันของธุรกิจไทยไปสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ ท่ามกลางความความท้าทายและโอกาสที่มีอยู่มากมายในตลาดโลก” ดร.รักษ์ กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนสื่อสารองค์กร ฝ่ายส่งเสริมภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร
โทร. 0 2169 9999 ต่อ 4110-4

EXIM Thailand Joins Forces with Amazon and Ministry of Commerce to Support Caravan of Thai Goods Penetrating E-commerce Market

Dr. Rak Vorrakitpokatorn, President of Export-Import Bank of Thailand (EXIM Thailand), said that global trade and economy in 2023 has been challenged by multi-faceted risk factors, whether they are inflation hike, upward trend of interest rates and prolonged Russia-Ukraine war, coupled with pressures from the banking crisis in the US and Europe. The International Monetary Fund (IMF) has recently lowered its global economic growth forecast to only 2.8% and global trade has tended to expand by merely 1.7%. However, bright prospects are still seen in E-commerce market in overall, predicted to grow by over 10% from 5.5 trillion US dollars in 2022 to 6.1 trillion US dollars in 2023, 6.8 trillion US dollars in 2024 and 7.4 trillion US dollars in 2025. Furthermore, according to a survey of entrepreneurs, particularly SMEs, with business operations in ASEAN in 2022, 90% of the entrepreneurs are interested in Cross-Border E-commerce (CBEC), but most of them have restrictions as regards understanding of e-commerce know-how, foreign market information, business potential, resources and competitiveness in E-commerce market dealings.

To support the entrepreneurs with such aspiration, EXIM Thailand has collaborated with Amazon Global Selling Thailand and Department of International Trade Promotion, Ministry of Commerce, in organizing a training program titled “Bring Thai Goods to Fly High on Cross-Border E-Commerce with Amazon” during May 23-July 18, 2023 at EXIM Thailand’s Head Office and the Northern Science Park, Chiang Mai University. The program aims to develop capabilities of Thai SMEs so that they would be well prepared for driving their businesses confidently toward E-commerce by providing them with training, business matching, financial advice, introduction of risk management tools, and arrangement of CBEC workshops targeting the US, European and Asian countries. This would benefit entrepreneurs and enable them to access Amazon.com network of more than 300 million customers worldwide. Some of the training topics are opening of accounts with Amazon, registration of US trademark and certificate of the US Food and Drug Administration, fulfilment by Amazon and store opening on Amazon.com. The program participation is free of charge. For further information, please contact EXIM Contact Center, Tel. 0 2169 9999 and Amazon Global Selling Thailand, Tel. 08 9505 0766.

“E-commerce is not a choice, but a salvation for businesses in the Next Normal era. EXIM Thailand has thus launched a CBEC with Amazon training program for Thai entrepreneurs by enhancing their literacy of market analysis, CBEC approaches, preparation of products, registration of trademarks in the US, arrangement of stores on Amazon.com, E-commerce tools, and product promotion planning. To thoroughly allow for provincial entrepreneurs’ access to the program, the training program will be organized at EXIM Thailand’s Head Office in conjunction with the Northern Science Park, Chiang Mai University to boost export and E-commerce literacy of SMEs of all sectors, with EXIM Thailand and Amazon closely supporting as their mentors. This aims to strengthen Thai businesses’ confidence in competing globally amid numerous challenges and opportunities in the global markets,” added Dr. Rak.

For further information, please contact Corporate Branding and Communication Department
Tel. 0 2169 9999 ext. 4110-4

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) 

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
RELATED STORIES
NEWS UPDATE
Categories
AUTOMOTIVE CULTURE ECONOMY EDITORIAL ENTERTAINMENT FEATURED NEWS FOOD HEALTH LIFESTYLE NEWS NEWS UPDATE SOCIAL & LIFESTYLE SOCIETY & POLITICS SPORT TOP STORIES TRAVEL VIDEO WORLD PULSE

นครเชียงรายนิวส์ ”สำนักข่าวออนไลน์ เพื่อคุณภาพของคนเชียงราย”

นครเชียงรายนิวส์ ”สำนักข่าวออนไลน์ เพื่อคุณภาพของคนเชียงราย”

Facebook
Twitter
Email
Print

นครเชียงรายนิวส์ ”สำนักข่าวออนไลน์ เพื่อคุณภาพของคนเชียงราย”

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : ทีมข่าวนครเชียงรายนิวส์

Facebook
Twitter
Email
Print
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAM
กองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
”สำนักข่าวออนไลน์ เพื่อคุณภาพของคนเชียงราย"
MOST POPULAR
RELATED STORIES
NEWS UPDATE